เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 84

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 84

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 59 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างคำขยายกริยา และคำขยายนามค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้ แล้วก็ไปดูวิดีโอก่อนเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไร ก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 59
บทเรียนที่ 59
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io bene, anzi benissimo!
ฉันสบายดีค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น สบายดีมากที่สุดเลยค่ะ!
– Oggi è giovedì e penso già al fine settimana.
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี และฉันก็คิดถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เรียบร้อยแล้วค่ะ
– Oh Veronica, sempre al fine settimana, al tempo libero.
โอ้ว เวโรนิค่ะ คิดถึงแต่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงเวลาว่างตลอดเลยนะ
– Eh sì, certo ragazzi, voi avete dei bei progetti per il fine settimana?
เอิม ใช่ค่ะ แน่นอนค่ะเพื่อนๆ พวกเธอมีโปรแกรมดีๆ ทำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กันแล้วหรือยังคะ
– Io questa volta voglio organizzare il mio fine settimana benissimo, perfettamente.
สำหรับฉันในครั้งนี้ ฉันอยากจะวางแผนจัดเตรียมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของฉันอย่างดีที่สุด ให้มันเยี่ยมยอดไร้ที่ติเลยค่ะ
– Dov’essere tutto organizzato anche in caso di imprevisti.
มันจะต้องถูกจัดเตรียมเพื่อให้รับมือได้ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันด้วยค่ะ
– Infatti io prima ho già controllato il meteo, adesso lo ricontrollo, sì, il tempo qua… em… dovrebbe essere bello.
นี่ไงคะ อย่างแรกเลย ฉันได้ตรวจสอบสภาพอากาศแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันจะเช็คซ้ำอีกค่ะ ค่ะ อากาศที่นี่… อืม… มันก็น่าจะดีค่ะ
– Però sapete che il tempo atmosferico e anche cronologico,
แต่ว่า ก็อย่างที่พวกเธอรู้กัน คำว่า tempo มันหมายถึงสภาพอากาศก็ได้ และจะหมายถึงช่วงเวลาก็ได้ค่ะ
specialmente a me, fa spesso brutti scherzi, dei brutti scherzi.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉัน มันก็เหมือนกับเรื่องตลกที่ขำไม่ออกอ่ะค่ะ
– E quindi io voglio essere previdente.
ดังนั้น ฉันเลยอยากจะรับมือให้ได้ค่ะ
– Questa volta voglio organizzarmi ed essere previdente.
ในครั้งนี้ ฉันอยากจะเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อรับมือให้ได้ค่ะ
– Allora, se il tempo sarà bello, come dice il meteo, io farò così:
เอาหล่ะค่ะ ถ้าอากาศดี อย่างที่พยากรณ์อากาศได้พูดไว้ ฉันจะทำอย่างนี้ค่ะ
eh… venerdì sera, dopo il lavoro, uscirò con i miei amici.
ค่ะ… เย็นวันศุกร์ หลังเลิกงาน ฉันจะออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ ของฉันค่ะ
– Prenderò un buon aperitivo, andrò in un buon ristorante in centro,
ฉันจะสั่งเครื่องดื่ม+ของทานเล่น ฉันจะไปที่ร้านอาหารดีๆ แห่งหนึ่งในตัวเมือง
farò una passeggiata, però non tornerò a casa troppo tardi, così potrò uscire il sabato mattina.
ฉันจะไปเดินเล่น แต่ว่าฉันจะไม่กลับบ้านดึก แบบนี้ฉันจะได้ออกไปข้างนอกตอนเช้าวันเสาร์ได้ค่ะ
– Potrò fare una passeggiata in centro o anche sulla spiaggia, sì, è inverno però il tempo è bello perché no.
ฉันจะไปเดินเล่นในตัวเมือง หรือจะไปเดินเล่นบนชายหาดก็ได้ค่ะ ใช่ค่ะ มันเป็นช่วงฤดูหนาว แต่ว่าอากาศมันดี ทำไมจะออกไปเดินไม่ได้หล่ะคะ
– Oppure anche organizzare una gita con gli amici, una gita fuori città.
หรือจะจัดทริปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็ได้ไปเที่ยวนอกเมืองอ่ะค่ะ
– Si potranno fare un sacco di cose con il bel tempo.
ก็ทำได้หลายอย่างกับอากาศดีๆ ค่ะ
– Bene.
ดีค่ะ
– Invece se il tempo sarà brutto, eh… spero di no ragazzi, sapete che sono superstiziosa, ma voglio essere previdente.
ถ้าอากาศไม่ดี อืม… ฉันก็หวังว่าไม่นะคะเพื่อนๆ พวกเธอก็รู้ว่า ฉันเป็นคนเชื่อเรื่องโชคลางอ่ะค่ะ แต่ฉันก็อยากจะเตรียมรับมือให้พร้อมค่ะ
– Se il tempo sarà brutto allora che cosa farò?
ถ้าอากาศมันไม่ดี เอาหล่ะค่ะ ฉันจะทำอะไรดีคะ
– Eh… va beh, starò a casa e sapete cosa farò?
อืม… ค่ะ ฉันก็จะอยู่บ้าน และพวกเธอรู้ไหมว่าฉันจะทำอะไร
– Ora ve lo dico.
ตอนนี้ฉันจะบอกให้พวกเธอทราบค่ะ

– Approfitterò per fare le pulizie.
ฉันก็จะถือโอกาสนี้เพื่อทำความสะอาดค่ะ
– Per pulire la casa.
เพื่อทำความสะอาดบ้านค่ะ
– Eh se fuori piove pulirò il pavimento, toglierò la polvere dai mobili.
ถ้าข้างนอกฝนตก ฉันก็จะทำความสะอาดพื้นค่ะ ฉันจะปัดฝุ่นตามชั้นวางของต่างๆ ค่ะ
– Lo sapete, non mi piace ma si deve fare.
พวกเธอก็รู้แหละ ว่าฉันไม่ชอบมันหรอก แต่ก็ต้องทำอ่ะค่ะ
– È una cosa che si deve fare e approfitterò di una brutta giornata per fare le pulizie di casa.
มันคือสิ่งที่ต้องทำค่ะ และฉันก็จะใช้ประโยชน์จากวันแย่ๆ เพื่อทำความสะอาดบ้านค่ะ
– Poi se continuerà a piovere anche la sera, io beh, che cosa farò?
แล้วถ้าฝนยังตกอย่างต่อเนื่องถึงตอนเย็นอีก ฉันก็ เฮ้อ ฉันจะทำอะไรดีคะ
– Guarderò un film alla tv, starò vicino alla stufa, lascerò piovere e così passerò un fine settimana a casa.
ฉันก็จะดูหนังในทีวี ฉันจะอยู่ใกล้ๆ กับเครื่องทำความร้อน ฉันจะปล่อยให้ฝนตก และแบบนี้ฉันก็จะผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ที่บ้านค่ะ
– Così tra pulizie… e poi se continuerà a piovere anche sabato?
แบบนี้ ก็ทำความสะอาด… แล้วถ้าฝนยังตกถึงวันเสาร์หล่ะคะ
– Quindi venerdì sera magari guarderò un po’ di tv stanca dal lavoro,
ดังนั้น เย็นวันศุกร์ บางทีฉันอาจจะดูทีวีสักหน่อย หลังจากที่เหนื่อยจากการทำงาน
invece sabato sera se continuerà a piovere (ma spero di no) inviterò gli amici a casa,
ส่วนเย็นวันเสาร์ ถ้าฝนยังตกอยู่ (แต่ฉันก็หวังว่าไม่นะคะ) ฉันจะเชิญเพื่อนๆ มาที่บ้านค่ะ
organizzerò una buona cena a casa, eh… così si ammaleranno loro e non io (scherzo).
ฉันจะเตรียมอาหารเย็นที่แสนจะอร่อยที่บ้านค่ะ อืม… แบบนี้พวกเขาก็จะได้ตากฝนแล้วป่วยกัน แต่ฉันไม่ป่วย (ล้อเล่นค่ะ)
– Prenderanno loro il raffreddore per arrivare qui.
พวกเขาจะได้เป็นหวัด เพื่อมาที่นี่ค่ะ
– A proposito, devo cercare di stare bene e di non prendere un brutto raffreddore,
จะว่าไปแล้ว ฉันต้องพยายามที่จะไม่ป่วย และห้ามเป็นหวัด
perché altrimenti passerò il fine settimana a casa in tutti i sensi, sia in casa di bel tempo che di brutto tempo.
ไม่เช่นนั้น ฉันก็คงจะต้องใช้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในการอยู่บ้าน ไม่ว่าอากาศจะดีหรือไม่ดีค่ะ
– Quindi speriamo di no.
ดังนั้น ฉันก็หวังว่า มันจะไม่เป็นเช่นนั้นนะคะ
– Devo mettermi la sciarpa quando esco e cercare di riguardarmi.
ฉันจะต้องใส่ผ้าพันคอตอนที่ฉันออกไปข้างนอก และฉันก็ต้องดูแลรักษาตัวเองค่ะ
– Allora, non è un’opzione.
เอาหล่ะค่ะ มันไม่ใช่ทางเลือกนะคะ
– Non voglio pianificare l’opzione “se mi ammalerò che cosa farò?”
ฉันไม่อยากจะวางแผนว่า “ถ้าฉันป่วยฉันจะทำอะไรดีนะ”
– No, perché dovrò stare bene.
ไม่ค่ะ เพราะว่าฉันจะต้องสบายดีค่ะ
– Mi sembra una cattiva idea pianificare anche questa opzione.
สำหรับฉัน มันคงเป็นความคิดที่แย่ถ้าจะวางแผนในกรณีนี้ค่ะ
– Non dovrò essere ammalata.
ฉันจะต้องไม่ป่วยค่ะ
– Non prenderò nessun raffreddore e starò sicuramente benissimo.
ฉันจะต้องไม่เป็นหวัด และฉันก็จะสบายดีมากที่สุดเลยค่ะ
– Perfetto, va bene.
เยี่ยมมากค่ะ โอเคค่ะ
– Questi sono i miei progetti per il fine settimana, e voi avete dei buoni progetti?
พวกนี้คือการวางแผนของฉันสำหรับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ และพวกเธอหล่ะ ได้วางแผนอะไรดีๆ กันไหมคะ
– Ditemi qualcosa!
พวกเธอบอกฉันมาสักอย่างค่ะ!
– Che cosa farete voi nel fine settimana?
พวกเธอจะทำอะไรในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คะ
– Eh va bene.
ค่ะ เอาหล่ะ
– Em… così, va bene che il tempo fa brutti scherzi molte volte, però tutto andrà bene.
อืม… แบบนี้ โอเคค่ะ บ่อยครั้งที่สภาพอากาศมันเล่นตลก แต่ว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีค่ะ
– Allora, questa lezione ragazzi è facilissima.
เอาหล่ะค่ะ บทเรียนนี้ เพื่อนๆ คะ มันง่ายมากที่สุดเลยค่ะ
– È facilissima se voi fate attenzione.
มันง่ายมากที่สุด ถ้าพวกเธอตั้งใจเรียนกันค่ะ
– Adesso vi spiego.
ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังนะคะ

– Perché?
ทำไมคะ
– Perché io voglio spiegare oggi, e ho usato molti avverbi e aggettivi nel mio dialogo con voi,
เพราะว่าฉันอยากจะอธิบายวันนี้ และฉันก็ได้ใช้คำขยายกริยาและคำขยายนามเยอะมากในบทสนทนานี้กับพวกเธอ
la differenza tra avverbi e aggettivi, che vi ho già detto l’altra volta, ma nella lezione 57.
เรื่องความแตกต่างระหว่างคำขยายกริยา และคำขยายนาม ซึ่งฉันได้พูดไปแล้วในครั้งที่ผ่านมา แต่ว่าอยู่ในบทเรียนที่ 57 ค่ะ
– Comunque ragazzi, questa è la lezione 59 e il livello è B1, ricordatevi.
อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆ คะ นี่คือบทเรียนที่ 59 และอยู่ในระดับ B1 พวกเธอจำกันไว้นะคะ
– Em… nella lezione 57 io vi ho detto che bel presto, infatti oggi,
อืม… ในบทเรียนที่ 57 ฉันได้พูดกับพวกเธอว่า เร็วๆ นี้ นี่ไงคะ วันนี้
avrei fatto una lezione sulla differenza tra gli avverbi e gli aggettivi.
ตอนนั้นฉันน่าจะได้ทำบทเรียนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างคำขยายกริยา และพวกคำขยายนามค่ะ
– Specialmente bene, male, bravo, scarso, bello, brutto ecc.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำว่า ดี เลว เก่ง แย่ สวย น่าเกลียด และอื่นๆ อีกค่ะ
– Buono, cattivo, così adesso vi spiego tutto quanto.
คำว่า ดี เลว แบบนี้ ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังทั้งหมดเลยค่ะ
– Quindi vi ho annunciato questo e ho detto che avrei fatto una lezione speciale,
ดังนั้น ฉันได้ประกาศสิ่งนี้กับพวกเธอไปแล้ว และฉันก็ได้พูดไว้อีกว่า ฉันน่าจะทำบทเรียนพิเศษ
perché allora al livello B1 voi sicuramente queste cose dovreste conoscerle di già,
เพราะว่า เอาหล่ะ ในระดับ B1 นี้ แน่นอนว่าพวกเธอต้องรู้เป็นอย่างดีแล้ว
ma molti di voi ragazzi, io molto spesso vi sento dire “il mio italiano è male!”
แต่พวกเธออีกหลายๆ คน บ่อยครั้งฉันก็ได้ยินพวกเธอพูดกันว่า “ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่!” โดยใช้คำว่า male
– Allora se voi dite “il mio italiano è male”, se voi dite questa frase beh, avete ragione.
เอาหล่ะค่ะ ถ้าพวกเธอพูดว่า “ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่!” โดยใช้คำว่า male ถ้าพวกเธอพูดประโยคนี้กัน ค่ะ พวกเธอก็มีเหตุผลค่ะ
– Avete proprio ragione, sapete perché?
พวกเธอก็มีเหตุผลจริงๆ ค่ะ พวกเธอทราบไหมคะว่าทำไม
– Perché questa frase è sbagliatissima!
เพราะว่าประโยคนี้มันผิดมากที่สุดเลยค่ะ
– È da dimenticare!
มันคือสิ่งที่ควรจะลืมไปซะ!
– Infatti guardate, l’ho scritto anche così, l’ho sbarrata.
นี่ไงคะ พวกเธอดูนะคะ ฉันเขียนมันไว้แบบนี้ด้วยค่ะ ฉันได้ขีดค่ามันเอาไว้ค่ะ
– Quindi il vostro italiano è proprio da rivedere, se voi,
ดังนั้น ภาษาอิตาลีของพวกเธอ จะต้องกลับไปเรียนซ้ำใหม่จริงๆ ค่ะ ถ้าพวกเธอ
specialmente se avete già il livello B1 o A2, e dite una frase del genere.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าพวกเธออยู่ในระดับ B1 หรือ A2 แล้ว และยังพูดประโยคผิดแบบนี้อีก
– “Il mio italiano è scarso”.
“ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่”
– “Io parlo male l’italiano”.
“ฉันพูดภาษาอิตาลีได้แย่”
– Allora male qui va bene perché è un avverbio, si riferisce al verbo.
เอาหล่ะค่ะ คำว่า male (แย่) ตรงนี้ มันใช้ได้ เพราะว่ามันเป็นคำขยายกริยา มันใช้อ้างถึงคำกริยาค่ะ
– Va bene ragazzi?
โอเคไหมคะเพื่อนๆ
– Eh… bene.
ค่ะ… ดีค่ะ
– Infatti adesso vi spiego, l’ho scritto qua alla fine.
นี่ไงคะ ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟัง ฉันได้เขียนมันเอาไว้ตรงนี้ในตอนท้ายค่ะ
– L’avverbio, qua ho fatto l’esempio bene e male
คำขยายกริยา ตรงนี้ ฉันได้ยกตัวอย่างคำว่า bene (ดี) และ male (เลว) เอาไว้แล้วค่ะ
(sono avverbi e non aggettivi), si riferisce al verbo.
(พวกมันคือคำขยายกริยาไม่ใช่คำขยายนามค่ะ) มันใช้อ้างถึงคำกริยาค่ะ
– Infatti “io parlo bene l’italiano”, “io parlo male l’italiano”.
นี่ไงคะ “ฉันพูดภาษาอิตาลีได้ดี”, “ฉันพูดภาษาอิตาลีได้แย่”
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Invece l’aggettivo, qua ho fatto l’esempio bello, brutto, buono, cattivo, ecc, si riferisce al sostantivo, al nome.
ส่วนคำขยายนาม ตรงนี้ ฉันได้ทำตัวอย่างของคำว่า สวย น่าเกลียด ดี เลว ฯลฯ เอาไว้แล้วค่ะ มันใช้อ้างถึงคำนาม อ้างไปที่คำนามค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Per esempio il tempo può essere bello o brutto.
ตัวอย่างเช่น สภาพอากาศมันจะดีหรือไม่ดีก็ได้ค่ะ

– Allora, faccio un esempio ai nostri tedeschi.
เอาหล่ะค่ะ ฉันจะยกตัวอย่างไปที่เพื่อนๆ ชาวเยอรมันนะคะ
– Io quando ho iniziato a imparare il tedesco, ho detto, sì, molti di voi non mi capirete,
ตอนที่ฉันเริ่มเรียนภาษาเยอรมัน ฉันเคยพูดว่า ใช่ค่ะ พวกเธอหลายๆ คนคงจะไม่เข้าใจที่ฉันพูด
ma i tedeschi e gli amici di lingua tedesca sì, “das wetter ist hässlich”.
แต่ว่าชาวเยอรมัน และเพื่อนๆ ที่พูดภาษาเยอรมัน พวกเขาจะเข้าใจฉันค่ะ “อากาศมันน่าเกลียด”
– Tutti hanno riso, come state ridendo voi adesso.
ทุกคนเขาหัวเราะกันค่ะ ก็เหมือนที่พวกเธอกำลังหัวเราะกันอยู่ตอนนี้ไงคะ
– Ok, però in italiano questa frase è corretta.
โอเค แต่ว่าในภาษาอิตาลี ประโยคนี้มันถูกต้องค่ะ
– Il tempo è brutto.
สภาพอากาศมันน่าเกลียด
– Però se voi al contrario dite “il tempo è male”, allora ridiamo noi perché è sbagliata.
แต่ว่าในทางกลับกัน ถ้าพวกเธอพูดว่า “สภาพอากาศมันเลว (male)” เอาหล่ะค่ะ พวกเราก็จะหัวเราะกัน เพราะว่ามันผิดค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Non posso usare un avverbio per un sostantivo.
ฉันไม่สามารถใช้คำขยายกริยา เพื่ออ้างถึงคำนามได้ค่ะ
– “Il tempo è brutto”, ok?
ต้องพูดว่า “สภาพอากาศมันไม่ดี” โอเคนะคะ
– Quindi dev’essere un aggettivo, in questo caso negativo.
ดังนั้น มันจะต้องเป็นคำขยายนามค่ะ ในกรณีนี้ก็เป็นรูปแบบปฏิเสธค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi vediamo un po’ di esempi.
ดังนั้น พวกเรามาดูตัวอย่างอื่นๆ เพิ่มอีกหน่อยค่ะ
– Allora, “come stai?”, ok questo dovreste saperlo dal primo giorno, da sempre.
เอาหล่ะ คำว่า “เธอเป็นอย่างไรบ้าง” อันนี้พวกเธอควรจะรู้ตั้งแต่วันแรกแล้ว ก็ต้องรู้ตลอดไปด้วยนะคะ
– Sto bene/sto male.
ฉันสบายดี/ฉันแย่ค่ะ
– Quindi qua uso l’avverbio perché si riferisce al verbo stare.
ดังนั้น ตรงนี้ ฉันใช้คำขยายกริยาค่ะ เพราะว่ามันใช้ขยายคำกริยา stare ค่ะ
– Sto bene/sto male, ok?
ฉันสบายดี/ฉันแย่ โอเคไหมคะ
– Questo era chiaro dal primo giorno.
อันนี้มันก็ชัดเจนตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ
– Se vi chiedono “come vai a scuola?”
ถ้าเขาถามพวกเธอว่า “เธอไปโรงเรียนอย่างไรคะ”
– Io rispondo “vado a piedi o in autobus”.
ฉันก็ตอบว่า “ฉันเดินไป หรือไปโดยรถเมล์”
– Va beh, è una via d’uscita a questo argomento.
ค่ะ มันคือทางออกของหัวข้อนี้ค่ะ
– Ma possiamo dire, sì, potete rispondere così, ma normalmente se vi chiedono
แต่ก็พูดได้ว่า ค่ะ พวกเธอจะตอบแบบนี้ก็ได้ค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเขาถามพวกเธอว่า
“come vai a scuola?” significa se sei bravo studente oppure no.
“เธอไปอย่างไรเรื่องโรงเรียน” มันหมายความว่า เธอเป็นนักเรียนที่ดี หรือเปล่าค่ะ
– Quindi possiamo rispondere vado bene/vado male.
ดังนั้น พวกเราก็สามารถตอบได้ว่า ก็ดี หรือไม่ดีก็ได้ค่ะ
– Anche qua sono avverbi che riferiscono al verbo andare e vanno bene, ok.
ตรงนี้ก็เหมือนกันค่ะ มันคือคำขยายกริยา ที่อ้างถึงคำกริยา andare และก็ใช้ได้ค่ะ
– Posso dire, posso rispondere anche sono brava o sono scarsa.
ฉันจะพูดว่า ฉันจะตอบว่า ฉันเก่ง หรือ ฉันแย่ก็ได้ค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Sono bravo al maschile, sono scarso, ovviamente.
ฉันเก่ง ลงท้ายด้วย o ถ้าเป็นผู้ชาย ฉันแย่ ลงท้ายด้วย o ก็เพศชาย แน่นอนที่สุดค่ะ
– Qua invece siccome si riferisce a me, uso l’aggettivo.
ส่วนตรงนี้ คือมันอ้างมาที่ฉัน ฉันใช้คำขยายนาม
– Va bene?
โอเคไหมคะ
– Bravo o scarso.
ใช้คำว่า เก่ง หรือ แย่ ค่ะ
– Abbiamo già parlato del tempo.
พวกเราได้พูดถึงสภาพอากาศกันไปแล้ว
– Il tempo può essere bello oppure brutto.
สภาพอากาศมันจะสวยงาม หรือว่า แย่ก็ได้ค่ะ
– Aggettivo, perché il tempo è un sostantivo, è un nome.
ใช้คำขยายนาม เพราะว่าสภาพอากาศมันเป็นคำนามค่ะ มันคือคำนามค่ะ

– Allora, quindi vi ho fatto degli esempi, “se farà bel tempo andrò al mare”.
เอาหล่ะค่ะ ดังนั้น ฉันได้ทำตัวอย่างแบบต่างๆ ไว้ให้พวกเธอดูกันไปแล้ว “ถ้าอากาศดีฉันจะไปทะเล”
– Bel tempo, rivedete l’aggettivo bello nella lezione 46,
อากาศดี พวกเธอกลับไปดูเรื่องคำขยายนามคำว่า bello ในบทเรียนที่ 46 ซ้ำกันนะคะ
perché l’aggettivo bello è un aggettivo particolare.
เพราะคำขยายนาม คำว่า bello มันเป็นคำขยายนามที่มีลักษณะพิเศษค่ะ
– Invece brutto è normale, come tutti gli altri.
ส่วนคำว่า brutto มันเป็นแบบธรรมดา เหมือนกับคำอื่นๆ ค่ะ
– “Se farà brutto tempo starò a casa”.
“ถ้าอากาศมันไม่ดี ฉันก็จะอยู่ที่บ้านค่ะ”
– Speriamo di no!
พวกเราก็หวังว่าไม่นะคะ!
– Fare bel tempo o brutto tempo, anche cattivo tempo è possibile dirlo.
อากาศดี หรือ อากาศไม่ดี คำว่า อากาศแย่ ก็สามารถพูดได้ค่ะ
– Possiamo usare il verbo fare.
พวกเราสามารถใช้คำกริยา fare ได้ค่ะ
– Quindi possiamo dire “il tempo è bello o brutto” oppure “fa bel tempo o fa brutto tempo”, ok?
ดังนั้น พวกเราก็สามารถพูดได้ว่า “อากาศมันดี หรือไม่ดี” ใช้ è หรือ “อากาศมันดี หรือไม่ดี” ใช้ fa ก็ได้ค่ะ โอเคไหมคะ
– Quindi è possibile usare il verbo fare per parlare del tempo.
ดังนั้น มันเป็นไปได้ที่จะใช้คำกริยา fare เพื่อพูดถึงสภาพอากาศค่ะ
– Abbiamo visto comunque all’inizio di questo corso, diverse lezioni fa, una lezione sul tempo.
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ได้เรียนไปแล้ว ในช่วงแรกของหลักสูตรนี้หลายบทเรียนที่ผ่านมา เป็นบทเรียนที่เกี่ยวกับเรื่องสภาพอากาศค่ะ
– E adesso comunque rivediamo gli aggettivi e gli avverbi perché questo dev’essere chiaro ragazzi.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเราก็มาดูเรื่องคำขยายนามและคำขยายกริยาซ้ำอีกค่ะ เพราะว่าสำหรับเรื่องนี้ มันต้องให้ชัดเจนค่ะ เพื่อนๆ
– Perché non potete al livello B1 confondere bene con buono, per esempio, ok?
เพราะว่าในระดับ B1 พวกเธอห้ามสับสนระหว่างคำว่า bene กับ คำว่า buono นะคะ เข้าใจไหมคะ
– O male con brutto, cattivo, scarso, ecc.
หรือคำว่า male กับคำว่า brutto, cattivo, scarso ฯลฯ
– Allora, quindi anche qua mi sembra, ho detto
เอาหล่ะค่ะ ดังนั้น ตรงนี้ก็ด้วย สำหรับฉัน มันดูเหมือนว่า ฉันได้พูดไปแล้วว่า
“mi sembra una cattiva idea parlare dell’opzione che cosa farò se mi ammalerò”.
“สำหรับฉัน มันดูเหมือนว่าเป็นความคิดที่ไม่ดี ที่จะพูดว่าฉันจะทำอะไรตอนที่ฉันป่วยอ่ะค่ะ”
– Quindi una cattiva idea, una brutta idea.
ดังนั้น เป็นความคิดที่แย่ เป็นความคิดที่ไม่ดีค่ะ
– Una buona idea.
ความคิดที่ดีค่ะ
– Quindi abbiamo buono e cattivo, infatti ho messo anche il simbolo del contrario.
ดังนั้น พวกเรามีคำว่า buono และ cattivo นี่ไงคะ ฉันใส่สัญลักษณ์ไว้ ว่ามันตรงกันข้ามกันค่ะ
– Benissimo.
ดีมากที่สุดค่ะ
– Quindi buono può significare qualcosa che ci piace per esempio.
ดังนั้น คำว่า buono มันก็แปลว่า อะไรสักอย่างที่พวกเราชอบค่ะ นั่นคือตัวอย่างนะคะ
– Come questo buono cioccolato al mirto sardo che stranamente esiste ancora.
เหมือนอันนี้ ช็อคโกแลตบลูเบอร์รี่แบบซานเดนหย่ะที่น่าอร่อย ซึ่งน่าแปลกที่มันยังมีอยู่ค่ะ
– Me l’ha portato la Befana che ero io.
แม่มดเขาเอามาให้ฉัน ซึ่งตอนนั้นก็คือฉันเองค่ะ
– Ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Questo per me è molto buono.
อันนี้ สำหรับฉันแล้ว มันอร่อยมากๆ ค่ะ
– Poi cattivo qualcosa che magari non ci piace.
แล้วคำว่า cattivo คือ อะไรบางอย่างที่พวกเราอาจจะไม่ชอบค่ะ
– Buona può essere una persona.
คำว่า buona จะใช้กับคนก็ได้ค่ะ (คนดี)
– Buona o cattiva.
คำว่า buona หรือว่า cattiva ค่ะ
– Per esempio, la fatina buona che fa le magie.
ตัวอย่างเช่น นางฟ้าใจดีที่ทำเวทมนตร์ต่างๆ ค่ะ
– Ma la strega cattiva, la strega cattiva che è una cattiva persona.
แต่ว่าแม่มดใจร้าย แม่มดใจร้ายซึ่งเป็นคนไม่ดีค่ะ

– Questo è il cappello che mi sono messa per la Befana.
นี่เป็นหมวกที่ฉันใส่เพื่อเป็นนางฟ้าเบฟาหน่ะค่ะ
– La Befana è buona ma è soltanto brutta, ma è così.
เบฟาหน่ะเป็นคนใจดี แต่เขาแค่ไม่สวย แต่ก็เป็นอย่างนี้หล่ะค่ะ
– Allora, qua ve l’ho già detto, “il mio italiano è male” è una frase sbagliatissima.
เอาหล่ะค่ะ ตรงนี้ฉันได้บอกมันกับพวกเธอกันไปแล้วว่า “ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่” โดยใช้คำว่า male มันเป็นประโยคที่ผิดมากที่สุดค่ะ
– Quindi non ditela mai.
ดังนั้น พวกเธอห้ามพูดมันนะคะ
– Infatti l’ho sbarrata, l’ho cancellata.
นี่ไงคะ ฉันขีดทิ้งไว้แล้ว ฉันลบมันออกไปเลยค่ะ
– “Il mio italiano è scarso”.
“ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่” ถูกต้องค่ะ
– Potete dire “il mio italiano è scarso” oppure “io parlo bene o male l’italiano”.
พวกเธอสามารถพูดได้ว่า “ภาษาอิตาลีของฉันมันแย่” หรือว่า”ฉันพูดภาษาอิตาลีได้ดี หรือว่า ได้ไม่ดีค่ะ”
– Va bene ragazzi?
โอเคไหมคะ เพื่อนๆ
– Che sia l’ultima volta.
ขอให้มันเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ
– Adesso vi faccio un’ultima domanda.
ตอนนี้ฉันจะขอถามคำถามสุดท้ายกับพวกเธอนะคะ
– Eh… qua io non ho continuato le frasi.
ค่ะ… ตรงนี้ ฉันไม่ได้ต่อประโยคให้จบ
– La mia mamma cucina molto?
แม่ของฉันทำอาหาร…มาก
– Dovete usare qua o un avverbio o un aggettivo positivo.
ตรงนี้พวกเธอต้องใช้คำขยายกริยา หรือคำขยายนามเชิงบวกค่ะ
– La mia mamma cucina molto… come?
แม่ของฉันทำอาหาร… มาก อย่างไรนะคะ
– Bravi, cucina molto bene.
เก่งมากค่ะ เขาทำอาหารได้เก่งมาก ค่ะ
– Quindi qua uso un avverbio perché si riferisce al verbo cucinare.
ดังนั้น ตรงนี้ฉันใช้คำขยายกริยา เพราะว่ามันอ้างถึงคำกริยา cucinare ค่ะ
– Perfetto.
เยี่ยมมากค่ะ
– Qui invece ho scritto “la cucina della mia mamma è molto…”
ส่วนตรงนี้ ฉันเขียนไว้ว่า “การทำอาหารของแม่ฉันนั้น… มาก”
– Sempre positivo.
เชิงบวกเช่นเคยค่ะ
– Come?
อย่างไรนะคะ
– È molto bene no!
มันดีมาก โดยใช้คำว่า bene ไม่ใช่ค่ะ
– Sbagliato ragazzi!
ผิดค่ะ เพื่อนๆ!
– È molto buona. Oddio!!!
มันดีมากค่ะ โอ้วแม่เจ้า!!!
– È molto buona.
มันอร่อยมากค่ะ
– Ok, perché?
โอเค ทำไมคะ
– Perché in questo caso la cucina è un sostantivo.
เพราะว่าในกรณีนี้ คำว่า la cucina มันเป็นคำนามค่ะ
– Va bene?
โอเคไหมคะ
– Lei, mia madre, cucina bene.
หล่อน แม่ของฉัน ทำอาหารเก่งค่ะ
– Quindi qua questo è un verbo.
ดังนั้นตรงนี้ คำนี้คือคำกริยาค่ะ
– Invece la cucina è un sostantivo e quindi è molto buona.
ส่วนคำว่า la cucina มันคือคำนาม และดังนั้นต้องใช้ buona ค่ะ
– Ricordate ragazzi che questo è un livello B1 e non potete assolutamente fare questo tipo di errori.
พวกเธอจำไว้นะคะเพื่อนๆ ว่านี่คือระดับ B1 และพวกเธอห้ามทำผิดแบบนี้นะคะ
– Mi raccomando, ci tengo tanto.
ฉันขอแนะนำนะคะ ฉันถือมากค่ะ
– Perfetto, abbiamo già visto queste regole, quindi la lezione è terminata.
เยี่ยมมากค่ะ พวกเราได้เรียนกฏการใช้ต่างๆ นี้กันไปแล้ว ดังนั้น บทเรียนได้สิ้นสุดลงแล้วค่ะ
– Mi raccomando, niente errori di questo tipo ancora una volta.
ฉันขอแนะนำนะคะ ห้ามพูดผิดแบบนี้อีกนะคะ
– Vi auguro un bellissimo fine settimana, un buon fine settimana.
ฉันขอให้พวกเธอมีช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สวยงาม ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดีงามค่ะ ใช้คำว่า bellissimo และ buon
– E non un fine settimana bene, perché questa frase è sbagliata!
และห้ามใช้คำว่า bene เพราะว่ามันผิดค่ะ!
– Ciao a tutti ragazzi e continuate a seguirmi su One Word Italiano video.
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน และพวกเธอก็ติดตามฉันกันต่อได้ที่ One World Italiano video นะคะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao!!!
บ๊ายบายค่ะ!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ B1 แล้วนะคะ นั่นแสดงว่า เราต้องพูดได้ และฟังออกด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น หลังจากที่เรียนบทเรียนนี้จบแล้ว
1.ก็ควรไปฟังครูอิตาลีคนอื่นๆ ที่เขาสอนเรื่องนี้อีก ที่ยูทูป แล้วก็อย่าลืมจดลงสมุดด้วยนะคะ
2.ต้องฟังออก จดสิ่งที่ได้ยินลงสมุดได้ และต้องพูดตามเขาทันทุกคำด้วยค่ะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมายด์ ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ตอนนี้น้องมายด์เริ่มสอนภาษาอิตาลีแล้ว ยาก็ขอเชิญให้ทุกคนไปดูที่เพจของเธอกันค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s