เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 76

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 76

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 51 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเรื่อง gerundio
กดที่ลิ้งค์นี้ แล้วก็ไปดูวิดีโอกันได้เลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไร ก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Benvenuti nel programma B1.
ยินดีต้อนรับเข้าสู่การเรียนในระดับ B1 ค่ะ
– 1… 2… 3… esprimete un desiderio e soffiate con me!
1… 2… 3… พวกเธออธิษฐาน และก็มาเป่าเทียนพร้อมกับฉันกันนะคะ!
– Eccoci qua!
เอาหล่ะค่ะ
– Questa è la prima lezione del livello B1.
นี่คือบทเรียนแรกของระดับ B1 ค่ะ
– Ecco qua!
นี่ค่ะ!
– Quindi benvenuti nel programma B1.
ดังนั้น ยินดีต้อนรับเข้าสู่หลักสูตร B1 ค่ะ
– Questa è la 51esima lezione e noi stiamo sempre festeggiando e sempre mangiando.
นี่คือบทเรียนที่ 51 และพวกเราก็มาฉลอง และทานกันอย่างเช่นเคยค่ะ
– Noi troviamo sempre l’occasione per festeggiare qualunque cosa e specialmente per mangiare.
พวกเราก็หาโอกาสที่จะฉลองได้ตลอดเลย โดยเฉพาะเรื่องกินค่ะ
– Bene, bene, quindi che cosa impariamo oggi?
ดีค่ะ ดังนั้น วันนี้พวกเราจะเรียนเรื่องอะไรกันคะ
– Impariamo a dire che cosa stiamo facendo.
พวกเราก็มาเรียนเกี่ยวกับการพูดว่า พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ค่ะ
– Che cosa stiamo facendo adesso, che cosa stiamo facendo in questo periodo, che cosa stavamo facendo prima e anche che cosa stiamo per fare.
ตอนนี้พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ในระยะเวลานี้พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ก่อนหน้านี้พวกเราทำอะไรอยู่ และพวกเรากำลังจะทำอะไรต่อไปค่ะ
– Per esempio, che cosa sto facendo adesso?
ตัวอย่างเช่น ตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ
– Allora, adesso sto per mangiare la torta, però prima, allora prima devo fare altre cose.
เอาหล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังจะทานเค้กค่ะ แต่ว่าก่อนอื่น เอาหล่ะค่ะ ก่อนที่จะทาน ฉันต้องทำอย่างอื่นก่อนค่ะ
– Allora, per esempio, io adesso sto togliendo le candeline.
เอาหล่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น ตอนนี้ฉันกำลังดึงพวกเทียนเล่มเล็กๆ นี้ออกอยู่ค่ะ
– Una e due.
หนึ่ง และ สอง
– Adesso sto prendendo il coltello e adesso sto tagliando la torta.
ตอนนี้ฉันกำลังหยิบมีดอยู่ และตอนนี้ฉันกำลังตัดเค้กอยู่ค่ะ
– Mi appoggio per non fare danni.
ฉันขอวางนะคะ เพื่อที่จะได้ไม่สร้างความเสียหายค่ะ
– Bene, ragazzi, io sto per mangiare un pezzo di torta.
ค่ะ เพื่อนๆ ฉันกำลังจะทานเค้กชิ้นนึงค่ะ
– Vorrei offrirne un pezzo anche a voi.
ฉันอยากจะให้พวกเธอทานกันด้วย คนละชิ้นค่ะ
– E adesso io sto mangiando la torta.
และตอนนี้ฉันกำลังกินเค้กอยู่ค่ะ
– Eh sì, è molto buona questa torta!
ค่ะ ใช่ค่ะ เค้กนี่มันอร่อยมากเลยค่ะ!
– Esatto, va bene, la finisco, la finisco dopo.
แน่นอนค่ะ โอเคค่ะ ฉันจะกินมันให้หมดทีหลังค่ะ
– Sarò sicuramente tutta sporca ma va bene.
ฉันก็แน่ใจว่า คงจะสกปรกไปหมดแน่นอน แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ
– Allora, va benissimo, quindi che cosa sto facendo adesso l’avete già visto.
เอาหล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ พวกเธอก็ได้เห็นมันไปแล้วนะคะ
– Em… che cosa stavo facendo prima?
อืม… ฉันได้ทำอะไรไปก่อนหน้านี้คะ
– Allora, prima non stavo festeggiando.
เอาหล่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้กำลังฉลองอยู่ค่ะ
– No, no, io stavo correggendo i vostri compiti.
ไม่ค่ะ ไม่ ตอนนั้นฉันกำลังตรวจการบ้านของพวกเธออยู่ค่ะ

– E c’era veramente poco da festeggiare ragazzi,
แล้วมันก็ไม่น่าฉลองเลยค่ะ เพื่อนๆ
perché come sempre erano pieni di errori, ma ormai ci sono abituata.
เพราะมันก็เหมือนเคยๆ คือ มันเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด แต่มาถึงจุดนี้ ฉันก็ชินแล้วค่ะ
– E stavo correggendo e decifrando allo stesso tempo,
และตอนที่ฉันแก้ไข ฉันก็ต้องแกะลายมือไปด้วยค่ะ
perché non riuscivo a leggere la vostra calligrafia.
เพราะว่าตอนนั้นฉันอ่านลายมือของพวกเธอไม่ออกเลยค่ะ
– E quindi stavo correggendo e decifrando geroglifici va beh.
และดังนั้น ตอนนั้นฉันก็แก้ข้อผิด และถอดรหัสอักษรอียิปด้วยค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ
– Sorvoliamo.
ก็ช่างมันค่ะ พวกเราก็เดินหน้าต่อค่ะ
– Poi prima ancora stavo telefonando.
แล้วก่อนหน้านั้น ตอนนั้นฉันก็กำลังโทรศัพท์อยู่ด้วยค่ะ
– E prima ancora stavo pranzando.
และก่อนหน้านั้นอีก ฉันก็กำลังทานอาหารเที่ยงอยู่ค่ะ
– Sempre mangiare, stai sempre mangiando Veronica!
กินตลอดเลยค่ะ เธอก็กินตลอดเลยนะ เวโรนิค่า!
– Eh va bene.
ค่ะ โอเคค่ะ
– E voi che cosa state facendo?
และพวกเธอหล่ะคะ พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่คะ
– Che cosa stavate facendo?
ในตอนนั้นพวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่คะ
– Poi in questo periodo sto facendo come sempre il mio lavoro di insegnante.
แล้วในช่วงนี้ ฉันก็กำลังทำงานเป็นครูอยู่ค่ะ
– Sì, sto insegnando alla scuola One world, e poi sto continuando a pubblicare i video su Youtube, come vedete.
ใช่ค่ะ ฉันกำลังสอนอยู่ที่โรงเรียน One world อยู่ค่ะ แล้วฉันก็กำลังเผยแพร่พวกวีดีโอบนยูทูปอยู่อย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ ก็อย่างที่พวกเธอเห็นอ่ะค่ะ
– E poi sto facendo, sto frequentando gli amici, sto frequentando la palestra, em… sto facendo tante cose.
แล้วฉันก็กำลังทำ ฉันก็กำลังไปมาหาสู่กับพวกเพื่อนๆ อยู่ค่ะ ฉันก็กำลังไปโรงยิมบ่อยๆ อยู่ค่ะ อืม… ฉันกำลังทำหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ค่ะ
– Va benissimo.
ดีมากค่ะ
– E adesso sto per spiegarvi le nuove regole, sto per spiegarvi che cosa abbiamo imparato oggi.
และตอนนี้ ฉันก็กำลังจะอธิบายให้พวกเธอฟังเกี่ยวกับกฎใหม่ๆ อยู่ค่ะ ฉันกำลังจะอธิบายให้พวกเธอทราบว่า วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรไปบ้างแล้ว
– Va bene.
โอเคค่ะ
– Eh… vi dico però, prima, prima di tutto, che quando vi chiedono
อืม… แต่ว่า ฉันจะบอกกับพวกเธอ ก่อนอื่นเลยนะคะ ตอนที่พวกเขาถามพวกเธอว่า
“che cosa state facendo?” a volte intendono in questo preciso momento, altre volte intendono in generale, in questo periodo.
“พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่คะ” บางครั้งก็หมายถึง ในเวลานี้ ตอนนี้ บางครั้งก็หมายถึงทั่วๆ ไป ในช่วงนี้ทำอะไรค่ะ
– Per esempio, quando vedi, incontrate una persona, e vi chiede
ตัวอย่างเช่น เมื่อไหร่ที่เธอเห็น เมื่อพวกเธอพบเจอใครคนนึง แล้วเขาถามพวกเธอว่า
“che cosa stai facendo?” è chiaro che vuole sapere che cosa state facendo in questo periodo.
“เธอกำลังทำอะไรอยู่คะ” มันก็ชัดเจนค่ะ ว่าเขาต้องการทราบว่า พวกเธอกำลังทำอะไรอยู่ในช่วงเวลานี้ค่ะ
– E dovete rispondere “sto studiando”, “sto lavorando”, “sto andando in palestra”, “sto uscendo spesso”, “sto uscendo qualche volta”.
และพวกเธอก็ต้องตอบว่า “ฉันกำลังเรียนอยู่”, “ฉันกำลังทำงานอยู่”, “ฉันกำลังจะไปที่โรงยิมค่ะ”, ฉันก็ออกบ้านบ่อยๆ”, ฉันออกไปข้างนอกแค่บางครั้งค่ะ”
– Normalmente le conversazioni sono così.
โดยปกติแล้ว พวกบทสนทนาต่างๆ มันก็จะประมาณนี้ค่ะ
– Però un giorno, vi racconto, mi è capitato al telefono.
แต่ว่าวันนึง ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟังค่ะ มันเกิดขึ้นกับฉันทางโทรศัพท์ค่ะ
– Al telefono ovviamente non vedi che cosa sto facendo l’altra, l’altra persona.
ทางโทรศัพท์ แน่นอนค่ะว่า เธอไม่เห็นว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ หมายถึงอีกคนที่อยู่ทางโน้นค่ะ
– E mi hanno detto “ah ciao, sì, ti ho vista l’altro giorno ma stai mangiando?”
และพวกเขาก็บอกกับฉันว่า “อ้า สวัสดี ใช่ ฉันเห็นเธอวันก่อน แต่ว่าเธอกำลังกินอยู่เหรอ”
– Io ho detto “no, veramente ho appena finito”.
ฉันก็บอกไปว่า “เปล่า จริงๆ แล้ว ฉันเพิ่งกินเสร็จอ่ะ”
– (Simuliamo col telefono vero).
(พวกเราจำลองสถานการณ์ด้วยโทรศัพท์จริงกันค่ะ)

– “Ho appena finito di mangiare”.
“ฉันเพิ่งกินเสร็จจ้า”
– E in realtà voleva sapere, no… voleva dirmi che ero dimagrita.
แต่ว่าจริงๆ แล้ว ตอนนั้นเขาต้องการทราบว่า ไม่ซิ… ตอนนั้นเขาอยากบอกกับฉันว่า ตอนนั้นฉันผอมค่ะ
– Perché?
ทำไมคะ
– Perché la sua battuta era “stai mangiando in questo periodo?”
เพราะว่า มันเป็นมุขตลกของเขา คือ “เธอยังกินอยู่ใช่ไหม ในช่วงนี้อ่ะค่ะ”
– Quindi voleva dirmi “ti ho vista l’altro giorno, sei dimagrita, ma in questo periodo stai mangiando?”
ดังนั้น ตอนนั้นเขาต้องการบอกกับฉันว่า “ฉันเห็นเธอวันก่อน เธอผอมลง ในช่วงนี้เธอยังกินอยู่ใช่ไหม”
– Ok, quindi a volte questa domanda “cosa stai facendo?” può essere un po’ ambigua.
โอเค ดังนั้นบางครั้งคำถามนี้ “เธอกำลังทำอะไรอยู่คะ” มันก็จะคลุมเครือนิดนึงค่ะ
– Ma va bene comunque.
แต่ถึงยังไงมันก็โอเคค่ะ
– Eh… quindi si può intendere che cosa, che cosa stai facendo adesso o che cosa stai facendo in questo, in questo periodo.
อืม… ดังนั้น มันจะหมายถึงอะไรคะ ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่คะ หรือ เธอกำลังทำอะไรอยู่ในช่วงนี้คะ
– E va bene, va bene.
และโอเคค่ะ โอเค
– E quindi sto per spiegarvi la regola, che qui, sto per dirvi che cosa abbiamo imparato oggi.
และดังนั้น ฉันกำลังจะอธิบายกฎการใช้ให้พวกเธอฟังอยู่ค่ะ ที่ตรงนี้ ฉันกำลังจะบอกพวกเธอว่า วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปบ้างแล้วค่ะ
– Abbiamo imparato ad usare il verbo stare, ve lo ricordate?
พวกเราได้เรียนการใช้คำกริยา stare พวกเธอจำมันได้ไหมคะ
– Certo, l’abbiamo visto in tutte le salse.
แน่นอนค่ะ พวกเราเคยเห็นมันกันไปแล้วในทุกๆ รูปแบบเลยค่ะ
– L’abbiamo visto già nella lezione 11, quando abbiamo visto, quando abbiamo imparato i verbi irregolari al presente indicativo.
พวกเราได้เรียนมันไปแล้วในบทที่ 11 เมื่อตอนที่พวกเราได้เห็นไปแล้ว เมื่อตอนที่พวกเราได้เรียนพวกคำกริยาแบบผันไม่ตามกฎในรูป presente indicativo ค่ะ
– Quindi programma A1.
ดังนั้นในโปรแกรม A1 ค่ะ
– E poi… quindi dovete prima di tutto rivedere il verbo stare.
แล้วก็… ดังนั้นอย่างแรกเลยนะคะ พวกเธอต้องกลับไปดูเรื่องคำกริยา stare ซ้ำกันค่ะ
– Vi ho fatto un elenco delle lezioni in cui potete rivedere più che altro i tempi verbali, perché il verbo stare è un verbo irregolare.
ฉันได้ทำรายการเกี่ยวกับบทเรียนต่างๆ ให้กับพวกเธอไว้แล้วค่ะ ซึ่งพวกเธอก็สามารถเรียนช่วงเวลาอื่นๆ ซ้ำได้อีก เพราะคำกริยา stare มันคือคำกริยาที่ผันไม่ตามกฎค่ะ
– Io spiego i verbi irregolari nella lezione 11, qui al presente indicativo.
ฉันได้อธิบายพวกคำกริยาที่ผันไม่ตามกฎไว้ในบทเรียนที่ 11 ตรงนี้ค่ะ แบบ presente indicativo ค่ะ
– Poi dovete vedere anche il futuro semplice, nella lezione 25, perché posso dire anche “domani a quest’ora che cosa starò facendo?”
แล้วพวกเธอก็ต้องดูเรื่อง il futuro semplice กันด้วยค่ะ ในบทเรียนที่ 25 เพราะฉันจะพูดว่า “พรุ่งนี้ เวลานี้ ฉันจะกำลังทำอะไร” ได้ด้วยค่ะ
– “Starò cenando”, per esempio, oppure “starò facendo un altro video”. Ok?
“ฉันก็จะกำลังจะทานอาหารเย็นอยู่” ตัวอย่างค่ะ หรือว่า “ฉันกำลังจะทำวิดีโออื่นๆ อยู่” โอเคนะคะ
– Quindi con il futuro semplice.
ดังนั้นใช้ il futuro semplice ค่ะ
– Poi la lezione 38, l’imperfetto.
แล้วก็บทเรียนที่ 38, เรื่อง l’imperfetto ค่ะ
– Infatti, io ho detto “prima che cosa stavo facendo?”
นี่ไงคะ ฉันได้พูดไปแล้วว่า “ก่อนหน้านี้ ฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ”
– “Stavo correggendo i compiti”.
“ตอนนั้นฉันกำลังตรวจการบ้านต่างๆ อยู่ค่ะ”
– Lezione 48, il condizionale semplice.
บทเรียนที่ 48, เรื่อง il condizionale sempre ค่ะ
– “Che cosa starei facendo?”
“ฉันน่าจะกำลังทำอะไรอยู่คะ”
– Bah… per esempio, idealmente, starei non so, em… io starei mangiando tanto, in una tavola abbondante. Ok.
อืม… ตัวอย่างเช่น ในแบบที่น่าจะเป็น ฉันก็น่าจะกำลัง ฉันไม่รู้ค่ะ อืม… ฉันก็น่าจะกำลังทานอาหารมากมาย บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารอยู่ค่ะ โอเค
– Quindi rivedete un po’ tutti questi tempi verbali, vedete, rivedete il verbo stare con tutti i tempi verbali,
ดังนั้น พวกเธอก็กลับไปดูพวกช่วงเวลาของคำกริยาทั้งหมดนี้อีกนิดนึงนะคะ พวกเธอกลับไปดูคำกริยา stare กับพวกช่วงเวลาต่างๆ ทั้งหมดซ้ำกันนะคะ
i tempi semplici che abbiamo già studiato nel programma precedenti.
พวกช่วงเวลา semplice ที่มีคำกริยาตัวเดียว ที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในโปรแกรมก่อนหน้านี้

– Quindi questo è il programma A1/A2 e questi sono i tempi semplici.
ดังนั้น พวกนี้คือโปรแกรม A1/A2 และพวกนี้คือ พวกช่วงเวลา semplici ค่ะ
– Em… quindi rivediamo il verbo stare e poi impariamo il gerundio semplice,
อืม… ดังนั้น พวกเราก็กลับไปดูคำกริยา stare ซ้ำกัน และพวกเราก็มาเรียนเรื่อง il gerundio semplice กันค่ะ
che come dice la parola stessa è molto semplice, anzi semplicissimo.
ก็มีความหมายสมชื่อของมัน คือง่าย มาก ไม่ใช่สิ ง่ายมากที่สุดค่ะ
– Vedete? -are, -ere, -ire.
พวกเธอเห็นกันไหมคะ -are, -ere, -ire.
– Abbiamo fatto degli esempi, parlare, prendere e finire.
พวกเราได้ยกตัวอย่างต่างๆ ไว้แล้ว ได้แก่ parlare, prendere และ finire ค่ะ
– Sto parlando.
ฉันกำลังพูดอยู่
– Sto prendendo.
ฉันกำลังหยิบอยู่
– Sto finendo.
ฉันกำลังจะทำเสร็จแล้วค่ะ
– Quindi -are/-ando, -ere/-endo, -ire non -indo ma -endo.
ดังนั้น are/-ando, -ere/-endo, -ire
ไม่ใช่ -indo แต่ลงท้ายด้วย -endo ค่ะ
– Quindi abbiamo solo -are con -ando, -ere e -ire con endo.
ดังนั้น พวกเรามีแค่ -are ลงท้ายด้วย -ando, -ere และ -ire ลงท้ายด้วย endo ค่ะ
– Facilissimo, semplicissimo.
ง่ายมากที่สุด ธรรมดามากที่สุดค่ะ
– E poi ho fatto anche degli altri esempi qua sotto, con i verbi molto i verbi irregolari
แล้วฉันก็ได้ยกตัวอย่างอื่นๆ ไว้ข้างล่างนี้ด้วยค่ะ กับพวกคำกริยา พวกคำกริยาที่ผันไม่ตามกฎอีกมากมายค่ะ
– Che di solito creano problemi per esempio al presente indicativo.
ซึ่งโดยปกติแล้ว พวกมันจะสร้างปัญหาค่ะ ตัวอย่างเช่น ในรูป presente indicativo ค่ะ
– Andare/io vado, totalmente diverso.
คำกริยา Andare/io vado มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
– Scegliere/io scelgo, sempre problemi.
คำกริยา scegliere/io scelgo เป็นปัญหาตลอดค่ะ
– Uscire/io esco.
คำกริยา uscire/io esco ค่ะ
– Ma con il gerundio semplice, andare/ sto andando, uguale all’infinito con -ando.
แต่ว่ากับ il gerundio semplice คือ andare/ sto andando, เหมือนกับรูป all’infinito กับ คำว่า -ando ค่ะ
– Stessa regola.
กฎแบบเดียวกันค่ะ
– Scegliere/sto scegliendo, idem come prendendo.
คำกริยา scegliere/sto scegliendo, เหมือนกับคำกริยา prendendo ค่ะ
– Uscire/sto uscendo, come finendo.
คำกริยา uscire/sto uscendo, แบบเดียวกับคำกริยา finendo ค่ะ
– Poi ricordate che finire/finendo, dormire bravi, dormire/dormendo. Ok.
แล้วพวกเธอจำกันไว้นะคะว่า คำกริยา finire/finendo, dormire เก่งมากค่ะ dormire/dormendo ค่ะ โอเคค่ะ
– Perché normalmente, vi ricordate nelle prime lezioni?
เพราะว่า โดยปกติแล้ว พวกเธอจำพวกบทเรียนต่างๆ ที่ผ่านมากันได้ไหมคะ
– Nella lezione 10, presente indicativo, io dormo ma io finisco.
ในบทเรียนที่ 10 ในรูป presente indicativo ค่ะ
ฉัน dormo แต่ว่า ฉัน finisco ค่ะ
– Quindi c’è la differenza tra i verbi come dormire e come finire qui invece no.
ดังนั้น มันมีความแตกต่างระหว่างคำกริยากลุ่ม dormire และกลุ่ม finire แต่ว่าตรงนี้มันไม่ต่างกันเลยค่ะ
– Ok? -ando, -endo, stop.
เข้าใจไหมคะ -ando, -endo, หยุดค่ะ
– Facilissimo.
ง่ายมากๆ
– Bene, quindi questo è il gerundio, gerundio semplice, stare più gerundio.
ดีค่ะ ดังนั้น สิ่งนี้คือ il gerundio ค่ะ gerundio semplice ค่ะ คำกริยา stare บวกกับ gerundio ค่ะ
– Usate questa forma quando indicate una forma progressiva.
พวกเธอใช้รูปแบบนี้ เมื่อพวกเธอต้องการบอกว่า กำลังทำอยู่ค่ะ
– Allora, io non vi ho insegnato questo prima,
เอาหล่ะค่ะ ฉันไม่ได้สอนเรื่องนี้ให้กับพวกเธอในตอนแรก
nei programmi precedenti che comunque avevano regole grammaticali più semplice,
ในโปรแกรมก่อนหน้านี้ ที่ยังเรียนกฎไวยากรณ์แบบง่ายๆ อยู่
perché tutto quanto, io posso sostituire tutto questo con il presente indicativo, con l’imperfetto.
เพราะว่าทั้งหมดนี้ ฉันจะใช้ presente indicativo หรือ l’imperfetto แทนก็ได้ค่ะ
– Per esempio, se mi chiedono, “Veronica che cosa stai facendo?”
ตัวอย่างเช่น ถ้าพวกเขาถามฉันว่า “เวโรนิค่า เธอกำลังทำอะไรอยู่คะ”
– Posso dire “io mangio la torta” e va bene, o “io sto mangiando la torta”.
ฉันสามารถพูดว่า “ฉันกินเค้กอยู่ค่ะ” หรือจะใช้ “ฉันกำลังกินเค้กอยู่” ก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Quindi per questo ho aspettato così tanto tempo per spiegarvi, spiegarvi questa, questa nuova regola, perché prima comunque nella comunicazione non era così necessaria.
ดังนั้น นี่คือเหตุผลที่ฉันรอนานมากที่จะอธิบายหลักการใช้นี้ให้พวกเธอฟัง เพราะในช่วงแรก มันยังไม่จำเป็นค่ะ
– Stessa cosa con l’imperfetto per esempio.
แบบเดียวกันกับ l’imperfetto ตัวอย่างเช่น
– “Che cosa stavi facendo prima?”
“ก่อนหน้านี้ ตอนนั้นเธอกำลังทำอะไรกันอยู่คะ”
– Posso dire “stavo correggendo i compiti”, posso dire anche con “correggevo i compiti”.
ฉันสามารถพูดว่า “ตอนนั้นฉันกำลังตรวจการบ้านอยู่ค่ะ” ฉันจะพูดว่า “ในช่วงนั้นฉันกำลังตรวจการบ้านอยู่” ก็ได้ค่ะ
– E va bene, la comunicazione è comunque perfetta.
มันก็ใช้ได้เหมือนกัน มันก็มีความหมายเดียวกันค่ะ

– E… però, ovviamente se volete imparare come gli italiani e questo è l’obbiettivo del programma B1,
แต่ว่า แน่นอนค่ะว่า ถ้าพวกเธออยากเรียนแบบคนอิตาลี สิ่งนี้ก็คือเป้าหมายของการเรียนในระดับ B1 ค่ะ
allora ovviamente dovete imparare nuove forme e ovviamente dovete anche capire,
เอาหล่ะ แน่นอนค่ะว่า พวกเธอต้องเรียนรูปแบบในการพูดแบบใหม่ๆ และแน่นอนว่า พวกเธอก็ต้องเข้าใจมันด้วยค่ะ
capire che cosa dicono gli altri e poi comunque per evidenziare la progressività dell’azione.
เข้าใจว่าคนอื่นเขาพูดถึงอะไรกัน และก็เพื่อเน้นว่า กำลังทำอยู่เลยค่ะ
– Perché “sto mangiando” indica che in questo momento sono qui e mangio.
เพราะว่า “ตอนนี้ฉันกำลังกินอยู่เลย” บอกว่าในขณะนี้ ฉันอยู่ตรงนี้และฉันกินอยู่ค่ะ
– Ok, quindi va bene.
โอเค ดังนั้น ตามนี้ค่ะ
– Poi abbiamo imparato anche STARE PER + INFINITO.
แล้วพวกเราก็ได้เรียนเรื่องคำกริยา stare คำบุพบท per + คำกริยาในรูป infinito อีกด้วยค่ะ
– Io prima vi ho detto “sto per mangiare, sto per mangiare la torta”, quindi ero pronta a mangiare la torta. Ok?
ตอนแรกฉันได้บอกกับพวกเธอว่า “ฉันกำลังจะไปกิน ฉันกำลังจะไปกินเค้กอยู่เลยค่ะ” ดังนั้น ตอนนั้นฉันพร้อมแล้วที่จะไปกินเค้กค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Mancava pochissimo.
ตอนนั้นมันขาดอีกนิดเดียว ก็จะไปกินแล้วค่ะ
– Io ho detto “sto per spiegarvi delle nuove regole”.
ตอนนั้นฉันพูดไปว่า “ฉันตั้งท่า/กำลังจะอธิบายให้พวกเธอฟังเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ อยู่ค่ะ”
– Significa che mancava veramente poco alla mia spiegazione.
มันหมายความว่า อีกนิดนึงฉันก็จะได้อธิบายแล้วค่ะ
– Quindi per esempio, se io dico “sto per uscire” significa che sto toccando la maniglia della porta e poi qualche secondo io uscirò. Ok?
ดังนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าฉันพูดว่า “ฉันกำลังจะออกไปข้างนอก” แปลว่า ฉันกำลังจับลูกบิดประตูอยู่ แล้วอีกไม่กี่วินาที ฉันก็จะได้ออกไปข้างนอกแล้วค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Qui infatti ho fatto l’esempio “sto per uscire”.
ตรงนี้ นี่ไงคะ ฉันได้ทำตัวอย่างไว้ด้วยค่ะ “ฉันกำลังจะออกไปข้างนอกค่ะ”
– Però anche qui possiamo usare il verbo stare anche con gli altri tempi semplici che abbiamo già studiato precedentemente.
แต่ว่า ตรงนี้ พวกเราจะใช้คำกริยา stare กับช่วงเวลาอื่นที่มีตัวเดียวได้ ซึ่งเราก็ได้เรียนกันไปแล้วก่อนหน้านี้ค่ะ
– “Domani a quest’ora starò per uscire”.
“พรุ่งนี้ เวลานี้ ฉันก็คงจะกำลังออกไปข้างนอกอยู่ค่ะ”
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– “Starò per prendere l’autobus, per esempio.
ตัวอย่างเช่น “ฉันก็คงจะกำลังขึ้นรถเมล์อยู่ค่ะ”
– ”Ieri a quest’ora stavo per andare in centro” significa che ero a casa ed ero pronta ad andare in centro.
“เมื่อวานเวลานี้ ตอนนั้นฉันก็กำลังไปในเมืองอยู่ค่ะ” มันหมายความว่า ตอนนั้นฉันยังอยู่ที่บ้าน และตอนนั้นฉันก็พร้อมที่จะออกไปข้างนอกค่ะ
– “Io in teoria non lo so, starei per prendere un aperitivo”.
“ในทางทฤษฎีแล้ว ฉันก็ยังไม่รู้ค่ะ ฉันก็น่าจะอยากไปดื่มและทาน aperitivo อ่ะค่ะ”
– Condizionale semplice.
ช่วงเวลา condizionale semplice ค่ะ
– Quindi questo è tutto quello che abbiamo imparato oggi,
ดังนั้น นี่คือทั้งหมดที่พวกเราได้เรียนไปแล้วในวันนี้ค่ะ
quindi come vedete anche il programma B1, ovviamente dovete essere in grado ragazzi di seguire un programma B1.
ดังนั้น ก็อย่างที่พวกเธอเห็น ว่าในโปรแกรม B1 แน่นอนว่า พวกเธอต้องมีความพร้อมมากพอ ที่จะเรียนในระดับ B1 แล้วรู้เรื่องด้วยนะคะ
– Vi consiglio, vi ripeto che dovreste superare gli esami che ho fatto precedentemente.
ฉันขอแนะนำกับพวกเธอว่า ฉันขอพูดซ้ำนะคะว่า พวกเธอต้องสอบให้ผ่านก่อนนะคะ ข้อสอบที่ฉันได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้อ่ะค่ะ
– Perché se andate su Youtube trovate l’esame di livello A1 e di livello A2.
เพราะว่าถ้าพวกเธอไปที่ยูทูป พวกเธอก็จะเจอข้อสอบของระดับ A1 และ A2 ค่ะ
– Dovreste averli superati per poter seguire questo nuovo programma B1, che è un programma intermedio.
พวกเธอต้องสอบให้ผ่านก่อน เพื่อที่จะสามารถเรียนโปรแกรมใหม่ B1 ได้ค่ะ
– Quindi se non mi capite bene, se trovate che io parli troppo velocemente, allora andate indietro e guardate prima le lezioni precedenti,
ดังนั้น ถ้าพวกเธอไม่เข้าใจที่ฉันพูด ถ้าพวกเธอคิดว่าฉันพูดเร็วเกินไป ก็แสดงว่าพวกเธอต้องกลับไปเรียนบทเรียนต่างๆ ก่อนหน้านี้ซ้ำอีกค่ะ
cercate di sostenere questi due esami e poi sarete in grado di frequentare il programma B1,
พวกเธอพยายามสอบให้ผ่านทั้งสองครั้งก่อน แล้วพวกเธอก็จะสามารถเรียนในโปรแกรม B1 นี้ได้ค่ะ
perché per frequentare il programma B1 il vostro livello comunicazione e di comprensione deve essere intermedio.
เพราะว่าการที่จะเรียนในระดับ B1 ได้ จะต้องพูดคุยรู้เรื่อง และต้องเข้าใจบ้างแล้วค่ะ

– Quindi buono, ok, discreto.
ดังนั้น ในขั้นดี แบบโอเคแล้ว หรือระดับพอใช้ก็ได้ค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– Quindi come vedete però, la prima lezione del livello B1 non è stata così difficile, anzi è stata facilissimo.
ดังนั้น ก็อย่างที่พวกเธอเห็นอ่ะค่ะ ว่า ในบทเรียนแรกของระดับ B1 มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และยิ่งไปกว่านั้น มันก็ง่ายที่สุดเลยค่ะ
– Sempre nel tempo di un caffè.
พวกเราก็เรียนกันในช่วงเวลาของการดื่มกาแฟเช่นเคยค่ะ
– E insieme al caffè ragazzi, io sto per mangiare il resto della torta.
และกับกาแฟนี้ เพื่อนๆ คะ ฉันกำลังจะกินเค้กที่เหลืออยู่นี่แล้วค่ะ
– Aiutatemi ragazzi e specialmente fermatemi!
พวกเธอช่วยฉันหน่อยค่ะ เพื่อนๆ คะ ช่วยห้ามไม่ให้ฉันกินด้วยค่ะ!
– E specialmente continuate a seguirmi su One world italiano video.
และมากไปกว่านั้น พวกเธอก็ติดตามฉันต่อไปได้ที่ One world italiano video ค่ะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti, benvenuti nel B1 e alla prossima!!!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระดับ B1 และพบกันคราวหน้าค่ะ!!!
– Ciao, a presto!!!
บ๊ายบาย พบกันเร็วๆ นี้ค่ะ!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ B1 แล้วนะคะ นั่นแสดงว่า เราต้องพูดได้ และฟังออกด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น หลังจากที่เรียนบทเรียนนี้จบแล้ว
1.ก็ควรไปฟังครูอิตาลีคนอื่นๆ ที่เขาสอนเรื่องนี้อีก ที่ยูทูป แล้วก็อย่าลืมจดลงสมุดด้วยนะคะ
2.ต้องฟังออก จดสิ่งที่ได้ยินลงสมุดได้ และต้องพูดตามเขาทันทุกคำด้วยค่ะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมายด์ ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ตอนนี้น้องมายด์เริ่มสอนภาษาอิตาลีแล้ว ยาก็ขอเชิญให้ทุกคนไปดูที่เพจของเธอกันค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s