เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 72

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 72

สวัสดีค่ะ สำหรับวิดีโอนี้ ครูเวโรนิคาจะสรุปการเรียนบทเรียนที่ 26-50 เพื่อเตรียมการสอบในระดับ A2 ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Riepilogo di livello A2
สรุปการเรียนของระดับ A2 ค่ะ
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Eh… io bene ragazzi, e voi?
ค่ะ… ฉันสบายดีค่ะเพื่อนๆ และพวกเธอหล่ะคะ
– Voi avrete presto l’esame!
พวกเธอจะมีการสอบกันเร็วๆ นะคะ!
– No no no, non preoccupatevi!!!
ไม่ค่ะ ไม่ ไม่ พวกเธอไม่ต้องกังวลกันนะคะ!
– Oggi non c’è l’esame, ma c’è un altro riepilogo.
วันนี้ไม่มีการสอบ แต่ว่ามีบทสรุปการเรียนอีกครั้งค่ะ
– Il riepilogo del programma di livello A2.
บทสรุปของโปรแกรมการเรียนในระดับ A2 ค่ะ
– Allora, vi spiego.
เอาหล่ะค่ะ ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังนะคะ
– L’altra volta c’è stato l’esame di livello A1, quindi tutti quelli che hanno superato l’esame di livello A1, sono ammessi all’esame di livello A2.
ครั้งที่แล้วก็มีการสอบของระดับ A1 ไปแล้ว ดังนั้น ทุกคนที่สอบผ่านในระดับ A1 ก็จะได้รับอนุญาตให้สอบในระดับ A2 ได้ค่ะ
– Va bene?
ตามนี้นะคะ
– Quindi se non avrete superato l’esame di livello A2 mettete stop e andate a rivedere dalla prima fino alla 25esima lezione.
ดังนั้น ถ้าพวกเธอสอบไม่ผ่านในระดับ A2 พวกเธอก็กดหยุด แล้วก็กลับไปดูตั้งแต่บทเรียนแรกจนถึงบทเรีบนที่ 25 ซ้ำกันนะคะ
– Dopodiché riprovate a dare l’esame, quando l’avrete superato allora ascoltate questa lezione,
หลังจากนั้น พวกเธอค่อยลองไปสอบกันอีกครั้ง เมื่อไหร่ที่พวกเธอสอบผ่านกันแล้ว พวกเธอค่อยมาฟังบทเรียนนี้กันค่ะ
questo em… sì, questa guida dove adesso faccio vedere il programma di livello A2.
สิ่งนี้ อืม… ค่ะ คู่มือนี้ ที่ตอนนี้ฉันทำให้ดูเกี่ยวกับโปรแกรมระดับ A2 ค่ะ
– Quindi prima ascoltate tutto questo, andate a rivedere tutte queste lezioni dalla 26 in poi, e poi la prossima volta ci sarà l’esame.
ดังนั้น อย่างแรกเลย พวกเธอก็ฟังทั้งหมดนี้นะคะ พวกเธอไปดูบทเรียนทุกบทเรียนนี้ ตั้งแต่บทเรียนที่ 26 เป็นต้นไป ดูซ้ำกันนะคะ แล้วคราวหน้าก็จะมีการสอบค่ะ
– E Veronica avrà di nuovo i suoi occhiali, farà l’insegnate cattiva. No!
และเวโรนิกา เขาก็จะใส่แว่นตาของเขาอีกครั้ง เขาจะทำตัวเป็นอาจารย์ใจร้าย ไม่ค่ะ!
– Quindi per oggi no.
ดังนั้น สำหรับวันนี้ไม่ร้ายค่ะ
– Per oggi vi dico soltanto quello che dovete studiare per la prossima volta.
สำหรับวันนี้ ฉันจะพูดกับพวกเธอแค่เรื่องที่พวกเธอต้องเรียน เพื่อทำการสอบในครั้งต่อไปเท่านั้นค่ะ
– La prossima volta come vi ho detto, ci sarà l’esame di livello A2.
ครั้งต่อไป อย่างที่ฉันได้บอกพวกเธอไปแล้วว่า มันจะมีการสอบของระดับ A2 ค่ะ
– Bando alla ciance e iniziamo!
เลิกเม้าส์และพวกเรามาเริ่มกันค่ะ!
– Bene, allora iniziate a rivedere la lezione 26.
ดีค่ะ เอาหล่ะค่ะ พวกเธอเริ่มที่การกลับไปดูบทเรียนที่ 26 ซ้ำกันนะคะ
– Ovviamente dalla prima lezione fino alle 25esima lezione, dov’essere già tutto chiaro.
แน่นอนค่ะว่าจากบทเรียนแรกไปจนถึงบทเรียนที่ 25 ด้วยค่ะ ซึ่งก็น่าจะเข้าใจชัดเจนหมดแล้ว
– Va bene?
โอเคไหมคะ
– E dovete, ripeto, aver superato l’esame di livello A1. Bene.
และพวกเธอจะต้อง ฉันขอพูดซ้ำนะคะ ต้องสอบผ่านระดับ A1 กันก่อนนะคะ ดีค่ะ
– Allora, nella lezione 26.
เอาหล่ะค่ะ ในบทเรียนที่ 26
– Anche qui ho fatto, ho scritto gli argomenti di tipo comunicativo e di tipo grammaticale. Va bene?
ตรงนี้ฉันก็ได้ทำ ฉันได้เขียนหัวข้อบทสนทนา และหลักไวยากรณ์ต่างๆ ไว้ด้วยค่ะ โอเคนะคะ
– Quindi come situazione comunicativa, nella 26, abbiamo una festa, l’organizzazione di una festa.
ดังนั้น สำหรับสถานการณ์ในบทเรียนที่ 26 พวกเราก็มีงานเลี้ยงฉลอง การจัดงานเลี้ยงฉลองค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– E ognuno porta qualcosa.
แล้วแต่ละคนก็เอาของติดไม้ติดมือมากันด้วยค่ะ
– Per esempio chi porta il vino?
ตัวอย่างเช่น ใครนำไวน์มาคะ
– Lo porto io.
ฉันนำมันมาค่ะ
– Eccolo qua il nostro Cannonau.
มันอยู่นี่ค่ะ ไวน์ Cannonau ของพวกเราค่ะ
เรียนภาษาอิตาลี
เรียนภาษาอิตาลี
– Ok, chi porta le bevande, le altre bevande?
โอเคค่ะ ใครนำพวกเครื่องดื่มอื่นๆ มาคะ
– Le porta Giovanni, per esempio.
จิโอวานนีนำพวกมันมาค่ะ ตัวอย่างตามนี้ค่ะ
– Chi porta la pasta?
ใครนำพาสต้ามาคะ
– La porta Eleonora.
เอเลโอโนร่านำมันมาคะ
– Per esempio.
ตัวอย่างค่ะ
– E tutti questi lo, le, la, che cosa sono?
และทั้งหมดนี้ lo, le, la พวกมันคืออะไรคะ
– Bravi!
เก่งมากค่ะ!
– Sono i pronomi diretti.
พวกมันคือคำสรรพนามแบบตรงค่ะ
– Quindi dal punto di vista grammaticale abbiamo i pronomi diretti.
ดังนั้น จากมุมมองของหลักการใช้ภาษา พวกเราก็มีคำสรรพนามแบบตรง
– Va bene? Perfetto.
โอเคไหมคะ เยี่ยมมากค่ะ
– Nella lezione 27 invece, c’è sempre la stessa festa, come argomento comunicativo, eh… ma io mi sto preparando e non so cosa indossare.
ส่วนในบทเรียนที่ 27 ก็เป็นงานเลี้ยงเหมือนเดิมในส่วนของบทสนทนา… แต่ว่าฉันกำลังเตรียมแต่งตัวอยู่ และฉันก็ไม่รู้ว่าจะใส่อะไรดีค่ะ
– E quindi chiedo consiglio a voi.
และดังนั้น ฉันก็ขอคำแนะนำกับพวกเธอค่ะ
– Quindi che cosa em… che ho indossato?
ดังนั้น อะไร อืม… ฉันได้ใส่อะไรไปงานคะ
– No, scusate, non so che cosa indossare l’ho detto nella lezione 24.
ไม่ใช่ค่ะ ขอโทษพวกเธอด้วยค่ะ ฉันไม่รู้ว่าจะใส่อะไร ฉันพูดไปแล้วว่าในบทเรียนที่ 24
– Avete ragione!
พวกเธอพูดถูกค่ะ!
– Nella 24, ci sono i verbi riflessivi che appartengono al programma di livello A1.
ในบทเรียนที่ 24 มันมีพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับ ที่พวกมันอยู่ในโปรแกรมของระดับ A1 ค่ะ
– Bravi, grazie!
เก่งมากค่ะ! ขอบคุณค่ะ!
– Eh… io non sapevo che cosa indossare.
เอิ่ม… ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าจะใส่อะไรดีค่ะ
– Come mi vesto?
ฉันแต่งตัวอย่างไรดีคะ
– Invece qua, nella 27, ho racconto la festa dopo che c’è già stata, ok, e vi dico che cosa ho indossato.
ส่วนตรงนี้ ในบทเรียนที่ 27 ฉันเล่าถึงงานฉลอง หลังจากที่มันได้เกิดขึ้นไปแล้วค่ะ โอเค และฉันก็บอกกับพวกเธอว่า ฉันได้สวมใส่ชุดอะไรไป
– Perché vi ricordate?
ทำไมคะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– L’altra volta c’era il dubbio.
ครั้งก่อนนั้น มันมีข้อสงสัยค่ะ
– Il vestito verde, il vestito nero, il vestito blu.
ชุดสีเขียว ชุดสีดำ หรือชุดสีน้ำเงินค่ะ
– Eh… nella lezione 27, vi racconto che ho indossato il vestito verde.
เอิ่ม… ในบทเรียนที่ 27 ฉันเล่าให้พวกเธอฟังว่า ฉันได้ใส่ชุดสีเขียวค่ะ
– E che cosa abbiamo fatto.
และพวกเราได้ทำอะไรกันคะ
– Per esempio ci siamo divertiti, ecc.
ตัวอย่างเช่น พวกเราได้สนุกสนานกันค่ะ ฯลฯ
– Qui abbiamo i pronomi diretti nei tempi composti.
ตรงนี้พวกเรามีพวกคำสรรพนามแบบตรง ในช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 คำค่ะ
– Perché per esempio dico “ho indossato il vestito verde”.
เพราะว่า ตัวอย่างเช่น ฉันพูดว่า “ฉันได้ใส่ชุดสีเขียว”
– L’ho indossato perché il verde porta fortuna.
ฉันได้ใส่มัน เพราะสีเขียวมันทำให้โชคดีค่ะ
– Eh… ah sì, ho indossato gli orecchini.
เอิ่ม… อ้า ใช่ค่ะ ฉันได้ใส่ต่างหูค่ะ
– Li ho indossati perché si abbinavano al vestito.
ฉันได้ใส่มัน เพราะว่าพวกมันเข้ากันกับชุดค่ะ
– Quindi gli stessi pronomi diretti ma con i tempi composti.
ดังนั้น ก็เป็นพวกคำสรรพนามแบบตรงเหมือนกัน แต่ว่าใช้กับช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 ตัวค่ะ
– Li ho indossati.
ฉันได้ใส่พวกมันค่ะ
– E qui c’è la regola dell’accordo del participio e andate a rivedere tutto.
และตรงนี้ ก็มีกฎข้อตกลงของ participio ค่ะ พวกเธอก็กลับไปดูซ้ำกันให้ครบนะคะ
– Bene, passiamo alla lezione 28.
ดีค่ะ พวกเรามาดูบทเรียนที่ 28 กันค่ะ
– Allora, il viaggio ad Ascoli Piceno, vi ricordate?
เอาหล่ะค่ะ การเดินทางไปที่ อาสโคลิ ปิเชโน่ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ

– Purtroppo non si è concluso bene ma non vi anticipo niente.
น่าเสียดาย ที่มันจบไม่สวยค่ะ แต่ฉันจะไม่เกริ่นให้ทราบกันค่ะ
– Em… io vi ho chiesto consiglio di nuovo.
อืม… ฉันก็ได้ขอคำแนะนำกับพวกเธออีกครั้งค่ะ
– Che cosa regalerò ai miei parenti?
ฉันจะให้ของขวัญอะไรกับพวกญาติๆ ของฉันดีคะ
– Ok, quindi ho fatto vedere diverse cose.
โอเค แล้วฉันก็ให้ดูสิ่งของต่างๆ ค่ะ
– Il regalo per mio zio, per mia cugina, per mia zia ecc.
ของขวัญสำหรับลุงของฉัน สำหรับลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของฉัน สำหรับป้าของฉัน ฯลฯ
– Qua vediamo i pronomi indiretti.
ตรงนี้ พวกเราก็ได้ดูเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงกันค่ะ
– Perché dico “che cosa gli regalo?”
เพราะฉันพูดว่า “ฉันให้ของขวัญอะไรกับพวกเขาคะ”
– Quindi che cosa io regalo a loro.
ดังนั้น ฉันให้ของขวัญอะไรกับพวกเขา
– Ok, andate a rivedere i pronomi indiretti che sono diversi, perché qua c’è la preposizione in mezzo.
โอเค พวกเธอกลับไปดูเรื่องคำสรรพนามแบบไม่ตรงอีกนะคะ มันมีความแตกต่าง เพราะว่าตรงนี้มีคำบุพบทอยู่ด้วยค่ะ
– Bene, la lezione numero 29.
ดีค่ะ บทเรียนหมายเลข 29 ค่ะ
– Allora, il riepilogo, questo è il riepilogo di 28 lezioni.
เอาหล่ะค่ะ บทสรุป นี่คือบทสรุปทั้ง 28 บทเรียนค่ะ
– Non dettagliato come questo, ma parlo in generale.
มันจะไม่ละเอียดเท่ากับแบบนี้ แต่ฉันจะพูดแบบรวมๆ ค่ะ
– Che cosa ho fatto, specialmente parlo di argomenti comunicativi.
ฉันได้ทำอะไรไปคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันจะพูดถึงเรื่องบทสนทนาค่ะ
– Tipo comunicativo, che cosa ho fatto le volte precedenti ecc.
ประเภทที่บอกว่า จะต้องพูดอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ คราวก่อนฉันทำไปบ้างคะ ฯลฯ
– E poi abbiamo imparato i pronomi diretti e indiretti nei tempi composti.
แล้วพวกเราก็ได้เรียนรู้เรื่องคำสรรพนามแบบตรงและแบบไม่ตรงในช่วงเวลาที่มีคำกริยาสองคำค่ะ
– Quindi vediamo quando c’è l’accordo del participio e quando non c’è.
ดังนั้น พวกเราก็ดูว่าเมื่อไหร่ที่เราจะต้องผันคำลงท้ายของ participio และเมื่อไหร่ที่ไม่ต้องผันค่ะ
– Andate a rivedere tutto.
พวกเธอไปดูทั้งหมดซ้ำกันนะคะ
– Lezione numero 30.
บทเรียนที่ 30 คะ
– In bottega!
ในร้านค้า!
– Saluto il signor Ugo, molto simpatico, il quale si è prestato a questa simpatica lezione.
ฉันสวัสดีคุณอูโก้ค่ะ เขาใจดีน่าคบมากเลย เขาช่วยทำบทเรียนที่น่ารักนี้ด้วยค่ะ
– Perché ho fatto lezione nella sua bottega.
ก็เพราะว่าฉันได้ทำบทเรียนในร้านค้าของเขาอ่ะค่ะ
– Eh… e qua vi ho insegnato come fare la spesa.
เอิ่ม… และตรงนี้ ฉันได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับการจ่ายตลาดค่ะ
– E abbiamo imparato il pronome ne.
และพวกเราก็ได้เรียนคำสรรพนาม ne ค่ะ
– Per esempio il signor Ugo mi ha chiesto, “quanto ne vuole?”
ตัวอย่างเช่น คุณอูโก้เขาได้ถามฉันว่า “คุณต้องการมันเท่าไหร่ครับ”
– Di frutta, di pane, ecc… di dolci.
เกี่ยวกับผลไม้ เกี่ยวกับขนมปัง เกี่ยวกับของหวาน และอื่นๆ ค่ะ
– Ok, quindi qua imparato il pronome ne.
โอเค ดังนั้น ตรงนี้ก็เรียนเรื่องคำสรรพนาม ne ค่ะ
– Bene, ovviamente andate a rivederla.
ดีค่ะ แน่นอนค่ะว่าพวกเธอต้องกลับไปดูซ้ำกันนะคะ
– Lezione numero 31
บทเรียนที่ 31 ค่ะ
– Alzarsi tardi, ho scritto.
การตื่นสายด้วยตัวเอง ฉันได้เขียนไว้
– Perché quel giorno non ha suonato, non è suonata la sveglia, e mi sono alzata… non ce l’ho quella sveglia, ve l’avrei fatta vedere.
เพราะว่าในวันนั้นมันไม่ส่งเสียงร้องค่ะ นาฬิกาปลุกมันไม่ปลุกค่ะ และฉันได้ตื่นตัวเองขึ้นมา… ฉันไม่มีมัน นาฬิกาปลุกอันนั้น ถ้ามีฉันก็คงจะโชว์มันให้พวกเธอดูกันค่ะ
เรียนภาษาอิตาลี
เรียนภาษาอิตาลี
– E mi sono alzata… sì sì sì, eccola, è qua!
และฉันได้ลุกตัวเองขึ้นมา… ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ นี่ไง มันอยู่นี่ค่ะ!
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– La sveglia quel giorno purtroppo non è suonata e mi sono alzata tardi.
นาฬิกาปลุกนี่ ในวันนั้น น่าเสียดายที่มันไม่ปลุก และฉันก็ตื่นสายค่ะ
– E vi ho detto oh no, che vergogna!
และฉันก็ได้บอกกับพวกเธอว่า โอ้ว ไม่นะ มันช่างน่าอายจริงๆ ค่ะ!
– E quindi, e poi ad organizzare la giornata, perché diciamo un po’ di fretta ho dovuto organizzare la mia giornata dalle 10 in poi.
และต่อจากนั้น ก็วางแผนสิ่งที่ต้องทำตลอดวัน เพราะว่า ก็พูดได้ว่า มันต้องรีบๆ หน่อยที่จะต้องวางแผนถึงสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่ตอน 10 โมงเช้าเป็นต้นไปค่ะ
– E qui vediamo i verbi modali con i pronomi diretti, indiretti, riflessivi ecc.
และตรงนี้ พวกเราก็ได้เรียนคำกริยาช่วยกับพวกคำสรรพนามแบบตรง แบบไม่ตรง แบบสะท้อนกลับ และแบบอื่นๆ กันค่ะ
– Eh, perché ci sono diverse regole, e quindi li andate a rivedere, va bene?
ค่ะ เพราะว่ามันมีกฎต่างๆ มากมาย และดังนั้น พวกเธอต้องกลับไปดูพวกมันซ้ำกันนะคะ ตกลงไหมคะ
– Lezione numero 32
บทเรียนที่ 32 ค่ะ
– Tabella di marcia!
ตางรางที่บอกว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างค่ะ!
– Allora, al contrario di quello che ho fatto nella lezione 31.
เอาหล่ะค่ะ ตรงข้ามกับสิ่งที่ฉันได้ทำไปในบทเรียนที่ 31 ค่ะ
– Nella lezione 32 cerco di essere un po’ disciplinata.
ในบทเรียนที่ 32 ฉันพยายามที่จะเป็นคนมีวินัยขึ้นอีกหน่อยค่ะ
– Infatti ho un fischietto e cerco proprio di darmi una regolata, una disciplina.
ก็นี่ไงคะ ฉันมีนกหวีดอันนึง และฉันก็พยายามทำให้ตัวเองรักษากฏ และมีวินัยค่ะ
– E mi sono organizzata la giornata perfettamente, nei minimi dettagli.
และฉันก็ได้วางแผนวันได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยค่ะ รวมถึงในรายละเอียดเล็กๆ ด้วยค่ะ
– Dalle 6 di mattina fino a tarda notte.
ตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้าจนถึงตอนดึกๆ เลยค่ะ
– Non è stata un’ottima, un’ottima idea perché alla fine mi sono stressata davvero tanto.
มันก็ไม่ใช่ไอเดียที่ดีที่สุดค่ะ เพราะว่าพอหมดวันแล้วฉันก็เครียดมากจริงๆ ค่ะ
– E però intanto abbiamo imparato i verbi modali e i verbi riflessivi nei tempi composti.
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องคำกริยาช่วย และคำกริยาที่สะท้อนกลับในช่วงเวลาที่มีคำกริยาสองคำด้วยค่ะ
– Quindi abbiamo anche imparato tanto.
ดังนั้น พวกเราก็ได้เรียนรู้หลายเรื่องมากมายเลยค่ะ
– Perché magari avrei dovuto fare in una i verbi modali, nell’altra i verbi riflessivi nei tempi composti.
เพราะว่าบางทีฉันน่าจะทำ พวกคำกริยาช่วยวิดีโอนึง และอีกวิดีโอนึงก็ทำเรื่องคำกริยาแบบสะท้อนกลับในช่วงเวลาที่มีคำกริยาสองตัว
– Ho fatto tutte e due perché quel giorno avevo voglia di strafare.
ฉันทำทั้งสองอย่างในหนึ่งวิดีโอ เพราะว่า วันนั้นฉันอยากจะทำให้มากกว่าปกติ อยากหักโหมค่ะ
– Ma in realtà perché comunque i verbi riflessivi sono molto semplici e l’avevo già detto.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับ มันง่ายมากค่ะ และฉันก็พูดอธิบายมันไปแล้วค่ะ
– Avevo detto quando ho spiegato il passato prossimo, che quando c’è un verbo riflessivo ci vuole l’ausiliare essere.
ตอนนั้นฉันได้บอกไว้ว่า ตอนที่ฉันอธิบายเรื่อง il passato prossimo ว่าเมื่อไหร่ที่มีคำกริยาแบบสะท้อนกลับ มันต้องใช้คำกริยาช่วย essere ค่ะ
– Ovviamente se c’è l’ausiliare essere c’è l’accordo del participio.
แน่นอนค่ะว่า ถ้ามีคำกริยาช่วย essere มันก็ผันตามเพศตามจำนวนค่ะ

– Quindi quello era molto semplice.
ดังนั้นสิ่งนั้นมันง่ายมากๆ ค่ะ
– Non volevo fare così poco e ho aggiunto anche i verbi modali nei tempi composti.
ตอนนั้นฉันไม่อยากทำแบบน้อยๆ และฉันก็เลยเพิ่มพวกคำกริยาช่วย ในช่วงเวลา composti ไว้ด้วยค่ะ
– Bene, lezione numero 33, vi ricordate?
ดีค่ะ บทเรียนที่ 33 พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– 33 come quello che dico al medico quando mi visita.
บทเรียนที่ 33 ตอนที่ฉันบอกกับคุณหมอ ตอนที่เขาได้ตรวจฉันค่ะ
– Perché ero ammalata!
เพราะว่าตอนนั้นฉันไม่สบายค่ะ!
– Avevo la febbre!
ตอนนั้นฉันมีไข้ค่ะ!
– Eh sì, sì sì, qui ero proprio malata.
ค่ะ ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ ตรงนี้ ตอนนั้นฉันไม่สบายจริงๆ ค่ะ
– E qua impariamo il futuro composto, perché?
และตรงนี้ พวกเราเรียนเรื่องคำกริยาในช่วงเวลาอนาคตที่มีคำกริยาสองตัวค่ะ ทำไมคะ
– Perché io in quella lezione pensavo che, ok adesso non lo potrei dire quello che avrei fatto.
เพราะว่าฉันในบทเรียนนั้น ตอนนั้นฉันคิดว่า โอเค ตอนนี้ฉันก็ไม่ควรพูดถึงสิ่งนั้นที่ฉันน่าจะทำตอนนั้นค่ะ
– E dirò quando em… dicevo quando sarò guarita, farò, tornerò a lavorare, tornerò in palestra, uscirò con gli amici ecc.
และฉันจะพูดเมื่อ อืม… ตอนนั้นฉันพูดว่าเมื่อไหร่ที่ฉันหายป่วย ฉันจะทำ ฉันจะกลับไปทำงาน ฉันจะกลับที่ยิม ฉันจะออกไปข้างนอกกับพวกเพื่อนๆ ค่ะ ฯลฯ
– E quindi qua impariamo il futuro composto.
และดังนั้น ตรงนี้พวกเราก็ได้เรียนเรื่อง il futuro composto กันค่ะ
– Lezione numero 34, ancora tanto shopping!
บทเรียนที่ 34 ก็ยังอยู่ที่การช๊อปปิ้งอีกค่ะ!
– Questa volta della mia cara amica Eleonora, la quale ha una gioielleria.
ครั้งนี้ไปช๊อปที่ร้านเพื่อนรักของฉัน เอเลโอโนร่าค่ะ คนที่มีร้านขายเครื่องประดับค่ะ
– La saluto!
ฉันขอสวัสดีนางค่ะ!
– Eh sì, dalla quale ho comprato anche i miei accessori.
อ้า ใช่ค่ะ ซึ่งฉันก็ได้ซื้อพวกเครื่องประดับของฉันด้วยค่ะ
– E sì, qui ho comprato dei nuovi accessori e impariamo il futuro semplice nelle ipotesi.
และใช่ค่ะ ที่นี่ฉันได้ซื้อพวกเครื่องประดับใหม่ๆ และพวกเราก็เรียนรู้เรื่อง il futuro semplice ในการตั้งสมมติฐานกันค่ะ
– Perché inizialmente io ho visto i suoi accessori e ho detto che belli!
ในตอนแรก ฉันได้เห็นพวกเครื่องประดับของหล่อน และฉันก็ได้บอกว่า มันสวยมากค่ะ!
– Per esempio quanto costerà questo anello?
ตัวอย่างเช่น แหวนวงนี้น่าจะมีราคาเท่าไหร่นะ
– Per esempio.
นั่นคือตัวอย่างค่ะ
– E poi ho chiesto a lei e non le ho chiesto quanto costerà ma quanto costa.
และฉันก็ได้ถามหล่อน และฉันไม่ได้ถามหล่อนว่า มันจะมีราคาเท่าไหร่นะในอนาคต แต่ฉันถามว่า มันมีราคาเท่าไหร่ในปัจจุบันนี้ค่ะ
– Quindi ho usato il futuro inizialmente per fare delle ipotesi.
ดังนั้นฉันผันคำกริยาในช่วงเวลาอนาคตในตอนแรก เพื่อตั้งสมมติฐานค่ะ
– Bene, Lezione numero 35
ดีค่ะ บทเรียนที่ 35
– Em… che cosa ho mangiato?
อืม… ฉันได้กินอะไรเข้าไปคะ
– Come argomento comunicativo.
ในส่วนของบทสนทนา คือ
– La cena ci è piaciuta.
ตอนนั้นพวกเราชื่นชอบอาหารเย็นค่ะ
– Infatti io ho raccontato emm… che ero appena tornata dal ristorante, e avevo mangiato tante, tante cose buonissime.
นี่ไงคะ ฉันได้เล่าเรื่อง อืม… ว่าตอนนั้นฉันเพิ่งกลับมาจากร้านอาหาร และตอนนั้นฉันก็ได้กินเยอะมากๆ หลายสิ่งหลายอย่างที่อร่อยมากๆ ค่ะ
– E ho raccontato la cena e ho detto che mi è piaciuta!
และฉันได้เล่าเกี่ยวกับอาหารเย็นนั้น และฉันได้บอกว่า ตอนนั้นฉันชอบมันค่ะ!
– Quindi vediamo il verbo piacere con i tempi composti.
ดังนั้น พวกเราก็ได้ดูเรื่องคำกริยา การชอบ กับช่วงเวลาที่มีคำกริยาสองตัวกันค่ะ
– Va bene?
โอเคนะคะ
– E quindi ci sono delle regole ben precise.
และดังนั้นพวกมันก็มีกฎที่เจาะจงชัดเจนอยู่ค่ะ
– Lezione numero 36
บทเรียนที่ 36
– Al telefono con amici.
เรื่องการคุยโทรศัพท์กับพวกเพื่อนๆ ค่ะ
– Dove si va?
ไปที่ไหนกันดีคะ
– E qui infatti, dove si va, impariamo la forma impersonale anche con i verbi riflessivi.
และตรงนี้ นี่ไงคะ ไปที่ไหนกันดีคะ พวกเราก็ได้เรียนเกี่ยวกับรูปแบบการพูดที่ไม่ระบุว่าใครเป็นคนทำ กับพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับด้วยค่ะ
– Quindi la forma impersonale e anche la forma impersonale con i verbi riflessivi.
ดังนั้นมันคือ รูปแบบที่ไม่ระบุว่าใครเป็นคนทำ และก็ตอนที่ใช้กับพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
เรียนภาษาอิตาลี
เรียนภาษาอิตาลี
– Ci si diverte molto.
ตรงนั้น ใช้คำว่า ci คนเขาก็ทำตัวเองให้สนุกสนานกันมากๆ ค่ะ
– Non dico si si diverte molto, ma ci si diverte.
ฉันไม่ได้พูดว่า si si แต่พูดว่า ci si ตรงนั้น ผู้คนก็ทำตัวเองให้สนุกสนานกันมากๆ ค่ะ
– Andate a rivedere la lezione numero 36.
พวกเธอกลับไปดูบทเรียนที่ 36 ซ้ำกันนะคะ
– Bene, allora datemi un secondo per togliere il primo foglio.
ค่ะ เอาหล่ะ พวกเธอให้เวลาฉันหน่อยนะคะ เพื่อที่จะเอากระดาษแผ่นแรกออกค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– E vediamo la lezione numero 37.
และพวกเราก็มาดูบทเรียนที่ 37 กันค่ะ
– Eccoci qua.
อยู่นี่ไง ตรงนี้ค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– L’ho messo un po’ male ma va bene.
ฉันวางมันไม่ดีเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรค่ะ
– Quindi vediamo la lezione numero 37.
ดังนั้น พวกเราก็มาดูบทเรียนที่ 37 กันค่ะ
– Allora, bisogna, è necessario studiare!
เอาหล่ะค่ะ มันต้อง มันจำเป็นต้องศึกษาค่ะ!
– Quel giorno avevo gli occhiali e vi ho fatto un bel po’ di prediche, vi ricordate?
วันนั้นฉันใส่แว่นตา และฉันก็ได้ทำการบ่นกับพวกเธอค่อนข้างมาก พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Perché avevo appena corretto un vostro, un vostro compito, ed era pieno di errori.
เพราะว่าตอนนั้นฉันเพิ่งได้ตรวจการบ้านของพวกเธอ และมันก็เต็มไปด้วยข้อผิดพลาดค่ะ
– Vi ho detto ragazzi, vi prego, bisogna studiare!!!
ฉันได้พูดกับพวกเธอว่า เพื่อนๆ คะ ฉันขอร้องนะคะ จำเป็นต้องเรียนค่ะ!!!
– Non sì può andare avanti così.
มันไม่ควรจะไปต่อแบบนี้ค่ะ
– Ero un po’ antipatica!
ตอนนั้นฉันไม่น่าคบสักเท่าไหร่ค่ะ!
– Avevo gli occhiali e vi ho un po’ rimproverati.
ตอนนั้นฉันใส่แว่นตา และฉันก็ได้พูดถึงสิ่งที่พวกเธอทำผิดค่ะ
– Bisogna, è necessario studiare!
มันจะต้อง มันจำเป็นต้องเรียนค่ะ!
– Infatti bisogna, è necessario sono espressioni impersonali.
นี่ไงคะ มันต้อง มันจำเป็นต้อง มันคือการพูดแบบไม่เจาะจงว่าเป็นใคร หรือเป็นการพูดแบบรวมๆ ค่ะ
– E vi ho fatto un esempio di diverse forme impersonali, come è meglio, è necessario, è peggio ecc.
และฉันก็ได้ทำตัวอย่างเกี่ยวกับรูปแบบการพูดแบบรวมๆ เอาไว้ด้วย เช่น มันจะดีกว่า มันจำเป็นต้อง มันแย่กว่านะคะ ฯลฯ
– Numero 38, lezione numero 38.
หมายเลข 38 บทเรียนที่ 38 ค่ะ
– Che bello, qua parliamo di come eravamo.
มันเลิศมากค่ะ ตรงนี้พวกเราพูดถึงเมื่อก่อนพวกเราเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Vi ho fatto vedere le foto della mia infanzia, della mia famiglia.
ฉันได้โชว์พวกรูปภาพในวัยเด็กและรูปครอบครัวของฉันให้พวกเธอดู
– Com’eravamo, i miei genitori, i miei nonni, erano così giovani e io ero piccolina.
ว่าตอนนั้นพวกเราเป็นอย่างไร พ่อแม่ของฉัน ปู่ย่าตายาของฉัน ตอนนั้นพวกเขายังดูหนุ่มสาวกันมากๆ และตอนนั้นฉันก็เป็นเด็กตัวเล็กอยู่ค่ะ
– E infatti, abbiamo imparato l’imperfetto.
นี่ไงคะ พวกเราก็ได้เรียนรู้เรื่อง คำกริยาในช่วงเวลาอดีต ใช้กับการกระทำที่กินเวลายาวนานอยู่พักนึงในอดีตกันค่ะ
– Ok, perché io ero piccolina.
โอเค เพราะว่าตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กเล็กอยู่ค่ะ
– Ok, io andavo al mare con la mia famiglia.
โอเค ตอนนั้นฉันไปที่ทะเลกับครอบครัวของฉันเป็นประจำค่ะ
– Una bella lezione.
เป็นบทเรียนนึงที่สวยงามมากค่ะ
– Lezione numero 39
บทเรียนที่ 39 ค่ะ
– E qua ho spettegolato al telefono con la mia amica Laura, vi ricordate?
และตรงนี้ฉันได้คุยโทรศัพท์ซุบซิบนินทากับเพื่อนสาวเลาร่าของฉันค่ะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– E infatti abbiamo parlato di una situazione in cui c’erano diverse persone, ma chi c’era alla festa?
ก็นี่ไงคะ พวกเราได้พูดถึงสถานการณ์นึง ซึ่งตอนนั้นก็มีผู้คนมากมายหลากหลาย แต่ว่าตอนนั้นมีใครอยู่ในงานเลี้ยงฉลองบ้างคะ
– C’erano diverse persone.
ตอนนั้นก็มีหลายคนเลยค่ะ
– Quindi c’era e c’erano.
ดังนั้น ตอนนั้นมีคนเดียว และตอนนั้นมีหลายคนค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Abbiamo fatto nella lezione numero 5 c’è e ci sono, al singolare e al plurale, quindi al presente indicativo.
พวกเราเคยเรียนในบทเรียนที่ 5 มีอันเดียว และมีมากกว่าหนึ่งอัน เอกพจน์และพหูพจน์ค่ะ ผันคำกริยาแบบเรื่องที่เป็นความจริงในช่วงเวลาปัจจุบันค่ะ
– Qua li vediamo con l’imperfetto.
ตรงนี้ พวกเราก็เรียนเกี่ยวกับการผันคำกริยาในช่วงเวลาอดีตที่กินเวลาช่วงนึงค่ะ
– Per raccontare in qualsiasi momento chi c’è, chi c’era, quante persone c’erano, per esempio.
เพื่อใช้เล่าเรื่องราวในช่วงเวลาใดก็ได้ ตอนนี้มีอันนึง ตอนนั้นมีอันนึง ตอนนั้นมีผู้คนกี่คนคะ นี่คือตัวอย่างค่ะ
– Benissimo.
ดีมากค่ะ

– Eh… numero 40.
ค่ะ… หมายเลข 40 ค่ะ
– Io qua racconto le mie vacanze.
ตรงนี้ฉันเล่าถึงวันหยุดพักผ่อนของฉันค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Qua ho raccontato tutto.
ตรงนี้ฉันได้เล่าทุกอย่างเลยค่ะ
– Sono andata al mare, andavo al mare tutti i giorni.
ตอนนั้นฉันได้ไปที่ทะเลครั้งนึง ตอนนั้นฉันได้ไปที่ทะเลทุกเลยวันค่ะ
– Un giorno invece sono andata in montagna e ho incontrato un cinghiale.
วันหนึ่ง ส่วนประโยคนี้คือ ตอนนั้นฉันได้ไปบนภูเขา และฉันก็ได้เจอหมูป่าตัวหนึ่งค่ะ
– Vi ho raccontato anche questo.
ฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้พวกเธอฟังกันด้วยค่ะ
– Quindi vi ho insegnato a scegliere tra il passato prossimo e l’imperfetto.
ดังนั้น ฉันก็ได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับการเลือกใช้ระหว่าง il passato prossimo ทำครั้งเดียวในอดีต และ l’imperfetto ทำหลายครั้งในอดีตค่ะ
– Quindi quando dovete usare il passato prossimo e quando l’imperfetto.
ก็คือ เมื่อไหร่ที่พวกเธอต้องใช้ il passato prossimo และเมื่อไหร่ต้องใช้ l’imperfetto ค่ะ
– Rivedete tutto.
พวกเธอกลับไปดูซ้ำทั้งหมดเลยนะคะ
– Bene, lezione numero 41.
ดีค่ะ บทเรียน 41 ค่ะ
– A cena con gli amici.
การทานอาหารเย็นกับพวกเพื่อนๆ ค่ะ
– Ok, lì non ero tanto contenta, perché con un gruppo di amici, avevamo programmato di andare a cena.
โอเคค่ะ ตรงนี้ ตอนนั้นฉันไม่แฮปปี้เท่าไหร่ค่ะ เพราะว่ากับกลุ่มเพื่อนๆ พวกเราวางแผนว่าจะไปทานอาหารกันค่ะ
– Solo che chi voleva andare in un posto, chi in un altro.
ปัญหาคือ ตอนนั้นก็มีบางคนอยากไปที่นึง แล้วอีกคนก็อยากไปอีกที่นึงค่ะ
– Abbiamo parlato anche di intolleranza alimentari, perché io sono intollerante al lattosio.
พวกเราก็ได้พูดถึงเรื่องการแพ้อาหารด้วยค่ะ เพราะว่าฉันแพ้สารแลคโตสที่อยู่ในนมค่ะ
– Qualcun altro era intollerante al glutine.
บางคนก็แพ้กลูเตนในแป้งค่ะ
– Qualcun altro era vegano e alla fine siamo rimasta a casa.
บางคนก็เป็นมังสวิรัติ และในที่สุดพวกเราก็อยู่บ้านกันค่ะ
– Abbiamo cucinato il riso perché il riso, il riso è di origine vegetale,
พวกเราก็ทำเมนูข้าว เพราะว่าข้าวมันมีต้นกำเนิดจากพืชค่ะ
quindi va bene per i vegani, va bene per chi è intollerante al glutine, per chi è intollerante al lattosio e andava benissimo.
ดังนั้น มันก็โอเคสำหรับพวกคนที่เป็นมังสวิรัติ แล้วก็โอเคสำหรับคนที่แพ้กลูเตน โอเคสำหรับคนที่แพ้แลคโตส และมันก็ผ่านไปด้วยดีมากๆ ค่ะ
– Io non ero tanto contenta perché volevo uscire ma va beh.
ตอนนั้นฉันไม่แฮปปี้เท่าไหร่ เพราะว่าฉันอยากออกไปทานข้างนอกค่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ
– Intanto abbiamo imparato i verbi modali al passato prossimo e all’imperfetto.
ถึงอย่างไรพวกเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพวกคำกริยาช่วยในช่วงเวลา passato prossimo และ imperfetto ค่ะ
– Quindi rivedete tutto.
ดังนั้น พวกเธอกลับไปดูซ้ำทั้งหมดเลยนะคะ
– Quindi avevo detto siamo dovuti restare a casa, per esempio.
ดังนั้น ตอนนั้นฉันก็พูดว่า พวกเราก็เลยต้องอยู่ที่บ้านกันค่ะ นี่คือตัวอย่างค่ะ
– All’inizio volevamo uscire, ma siamo dovuti restare a casa.
ในตอนแรกนั้น พวกเราก็อยากจะออกไปทานข้างนอก แต่พวกเราก็ต้องอยู่ที่บ้านค่ะ
– Lezione numero 41, dal parrucchiere!
บทเรียนหมายเลข 41 ไปที่ร้านเสริมสวยค่ะ!
– Andate a rivedere, che sorpresa!
พวกเธอกลับไปดูซ้ำกันนะคะ มันมีเซอร์ไพร์สค่ะ!
– Anche lì mi vedrete con un look abbastanza diverso.
ตรงนั้นก็ด้วยค่ะ พวกเธอจะได้เห็นฉันในลุคที่ค่อนข้างแตกต่างออกไปค่ะ
– E infatti qui abbiamo imparato il trapasso prossimo.
และด้วยเหตุนี้ ตรงนี้พวกเราก็ได้เรียนเกี่ยวกับการผันคำกริยาในช่วงเวลาอดีตในอดีตค่ะ
– Bene.
ดีค่ะ

– Lezione numero 43, in partenza!
บทเรียนหมายเลข 43 ในการออกเดินทางค่ะ!
– Ho preso tutto?
ฉันเอาไปครบทุกอย่างแล้วใช่ไหมคะ
– Ero pronta per partire.
ตอนนั้นฉันพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว
– Non sapevo ancora che cosa sarebbe successo, e quindi ho fatto un riepilogo delle cose che avevo.
ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และดังนั้น ฉันจึงได้ทำการสรุปเกี่ยวกับสิ่งของที่ฉันมีในตอนนั้นค่ะ
– Per esempio il passaporto.
ตัวอย่างเช่น หนังสือเดินทาง
– Ah ecco, eccolo, ce l’ho!
อ้า นี่ไง มันอยู่นี่คะ ฉันมีมันแล้วค่ะ!
– La valigia?
กระเป๋าเดินทาง เหรอคะ
– Sì, ce l’ho.
ค่ะ ฉันมีมันค่ะ
– Per esempio medicine.
ตัวอย่างเช่น ยาต่างๆ
– Sì sì, ce ne sono tante.
มีค่ะ มี ฉันมีพวกมันเยอะมากค่ะ
– Poi mi ha chiamato mia madre.
แล้วตอนนั้นแม่ฉันก็โทรมาหาฉันค่ะ
– L’hai preso?
เธอเอามันไปแล้วหรือยังคะ
– Sì, ce l’ho, non ce l’ho, ecc.
ค่ะ ฉันมีมันค่ะ ฉันไม่มีมันค่ะ ฯลฯ
– Però purtroppo io alla fine ho perso l’aereo.
แต่ว่าน่าเศร้า ตอนท้ายฉันตกเครื่องบินค่ะ
– Ho perso l’aereo e lo vediamo nella lezione 44.
ฉันตกเครื่องบินแล้ว และพวกเราก็ไปดูมันได้ในบทเรียนที่ 44 ค่ะ
– Eh sì.
เอิ่ม ใช่ค่ะ
– E qui impariamo a dire lo so/non lo so, lo sapevo/ non lo sapevo.
และตรงนี้ พวกเราก็เรียนเกี่ยวกับการพูดว่า ฉันรู้/ฉันไม่รู้ ตอนนั้นฉันรู้/ตอนนั้นฉันไม่รู้ค่ะ
– Per esempio eh… sì, all’aeroporto, all’aeroporto bisogna arrivare presto e lo sapevo!
ตัวอย่างเช่น ค่ะ ที่สนานบิน สำหรับที่สนามบิน จะต้องไปถึงก่อนเวลา และตอนนั้นฉันก็รู้ด้วยค่ะ!
– E nonostante ciò sono arrivata in ritardo.
และถึงแม้กระนั้น ฉันก็ยังไปสายค่ะ
– Eh va bene.
เฮ้อ โอเคค่ะ
– Avevo perso il volo e l’ho saputo troppo tardi.
ตอนนั้นฉันได้พลาดเที่ยวบินแล้ว และฉันก็รู้ตอนที่มันสายเกินไปแล้วค่ะ
– Eh… così, va beh.
เฮ้อ… ก็แบบนี้หล่ะค่ะ ช่างมันค่ะ
– Stendiamo un bel velo pietoso!
ลืมๆ มันไป ไม่ต้องไปขุดมันขึ้นมาพูดกันแล้วค่ะ!
– Vediamo la lezione numero 45.
พวกเรามาดูในบทเรียนหมายเลข 45 กันค่ะ
– Em… ah, qua avevo chiesto informazioni per iscrivermi in palestra.
อืม… อ้า ตรงนี้ ตอนนั้นฉันได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเข้ายิมค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Avevo fatto questo esercizio ed ero rimasta così.
ตอนนั้นฉันได้ออกกำลังกายท่านี้ แล้วฉันก็ค้างอยู่แบบนี้ค่ะ
– Avevo fatto un esercizio di stretching ed ero rimasta così.
ตอนนั้นฉันได้ออกกำลังกายแบบยืดเส้น แล้วฉันก็ค้างอยู่แบบนี้ค่ะ
– Mi ero fatta un po’ male.
ตอนนั้นฉันก็ได้ทำตัวเองเจ็บนิดน้อยค่ะ
– Ahi, rischio di nuovo di rimanere così!
โอ้ย ฉันเสี่ยงที่จะค้างอยู่แบบนี้อีกแล้วค่ะ!
– Eh va beh.
เฮ้อ ช่างมันเถอะค่ะ
– Speriamo di no!
พวกเราก็หวังว่าไม่นะคะ!
– E quindi ho deciso di andare a farmi seguire da delle persone esperte, da degli istruttori bravi.
และดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะไปหาผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญเก่งๆ ให้เขาสอนฉันค่ะ
– E quindi ho chiamato per avere informazioni.
และดังนั้น ฉันก็ได้โทรไป เพื่อสอบถามข้อมูลค่ะ
– E ho usato molto nella telefonata il pronome ci.
และฉันได้ใช้คำสรรพนาม ci ในการคุยโทรศัพท์นี้อย่างมากมายค่ะ
– Per esempio, ma gli istruttori ci seguono durante le attività?
ตัวอย่างเช่น แต่ว่าพวกผู้เชี่ยวชาญพวกนี้ เขาจะคอยดูพวกเราตอนทำกิจกรรมไหมคะ
– Per esempio, quante persone ci sono?
ตัวอย่างเช่น จะมีคนกี่คนคะ
– Quindi abbiamo visto in generale tutti gli usi di ci.
ดังนั้น พวกเราก็ได้เห็นการใช้ ci ในทุกๆ รูปแบบเลยค่ะ
– Ok, e poi abbiamo fatto la revisione di tutti i pronomi perché ovviamente per seguire questa lezione dovete seguire tutti i pronomi.
โอเค แล้วพวกเราก็ได้ทำการเช็คเกี่ยวกับคำสรรพนามทุกรูปแบบ เพราะการจะเรียนให้รู้เรื่อง พวกเธอก็ต้องเรียนคำสรรพนามทั้งหมดนี้ให้เข้าใจค่ะ
– Bene, andiamo avanti, abbiamo quasi finito.
ดีค่ะ พวกเราไปต่อกันค่ะ เกือบจะจบแล้วค่ะ

– E così vi lascio al vostro studio per l’esame.
แล้วฉันจะได้ปล่อยให้พวกเธอได้ทำข้อสอบกันค่ะ
– Eccoci qua.
นี่ไง อยู่นี่ค่ะ
– Bene, Lezione numero 46.
ดีค่ะ บทเรียนหมายเลข 46 ค่ะ
– Allora sì, bene, situazione comunicativa, ancora shopping!
เอาหล่ะค่ะ ใช่ค่ะ ดีค่ะ ก็เป็นสถานการณ์เกี่ยวกับการช๊อปปิ้งอยู่ค่ะ
– Ah, vediamo l’aggettivo bello!
อ้า พวกเรามาดูเรื่องคำขยายนามคำว่า bello กันค่ะ!
– Per esempio, che bella borsa! Ok?
ตัวอย่างเช่น กระเป๋าใบนี้ช่างสวยจัง! ตกลงไหมคะ
– Che bella giacca!
แจ็คเก็ตนี้ช่างสวยจัง!
– Quindi l’aggettivo bello è particolare rispetto agli altri, perché la regola è come quella dell’aggettivo quello.
ดังนั้น คำขยายนาม bello มันจะมีความพิเศษมากกว่าคำอื่นๆ ค่ะ เพราะว่ากฎมันจะเหมือนกับคำว่า quello ค่ะ
– Quello e bello seguono la stessa regola.
คำว่า quello และคำว่า bello มันใช้กฎเดียวกันค่ะ
– Rivedete tutto nella lezione numero 46!
พวกเธอกลับไปดูบทเรียนที่ 46 ซ้ำทั้งบทนะคะ
– Lezione 47 invece, faccio di nuovo un riepilogo e vediamo l’imperativo con i pronomi.
ส่วนบทเรียนที่ 47 ฉันทำการสรุปอีกค่ะ เกี่ยวกับการผันคำกริยาในรูปแบบการสั่ง ใช้คู่กับพวกคำสรรพนามค่ะ
– Va bene? Perfetto!
ตามนี้นะคะ เยี่ยมมากค่ะ!
– Em… allora, per esempio la lezione 46, rivedetela!
อืม… เอาหล่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น บทเรียนที่ 46 พวกเธอกลับไปดูมันซ้ำนะคะ!
– Ok? Anche la lezione 47!
โอเคไหมคะ แล้วก็บทเรียนที่ 47 ด้วยค่ะ!
– Quindi questo riepilogo usando l’imperativo con i pronomi.
ดังนั้น มันคือการสรุปการใช้ l’imperativo กับพวกคำสรรพนามค่ะ
– Lezione 48, continuiamo con lo shopping.
บทเรียนที่ 48 พวกเราก็มาช๊อปปิ้งต่อค่ะ
– Questa volta l’abbigliamento.
ในครั้งนี้เกี่ยวกับการซื้อเสื้อผ้าค่ะ
– E uso il condizionale, il condizionale semplice.
และการผันคำกริยาในรูปแบบ ความปรารถนาอยาก ที่มีคำกริยาคำเดียวค่ะ
– Per esempio io dico ah io qua mi comprerei tutto.
ตัวอย่างเช่น ฉันพูดตรงนี้ว่า ฉันก็อยากจะซื้อทุกอย่างเลยค่ะ
– E tutto bellissimo!
ทุกอย่างมันช่างสวยงามมากค่ะ!
– Andate a rivederla.
พวกเธอกลับไปดูมันซ้ำนะคะ!
– Eh… lezione numero 49, ancora, ancora shopping!
ค่ะ… บทเรียนหมายเลขที่ 49 ก็เกี่ยวกับการช๊อปปิ้งอีกค่ะ!
– Queste sono molte lezioni dedicate allo shopping.
บทเรียนพวกนี้เป็นบทเรียนที่เน้นเกี่ยวกับการช๊อปปิ้งจริงๆ เลยค่ะ
– In questo caso le scarpe, il condizionale composto.
ในครั้งนี้เกี่ยวกับการซื้อรองเท้าค่ะ ผันคำกริยาในรูปแบบ condizionale ในช่วงเวลาที่มีคำกริยาสองตัวค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Avrei comprato queste scarpe ma erano troppo care. Ok?
ตอนนั้นฉันน่าจะซื้อรองเท้าคู่นี้ แต่ว่ามันแพงเกินไปค่ะ โอเคไหมคะ
– Quindi avrei comprato queste scarpe, il condizionale composto.
ดังนั้น ตอนนั้นฉันน่าจะซื้อรองเท้าคู่นี้ ผันคำกริยาแบบ condizionale composto ค่ะ
– Em… lezione numero 50 e così finiamo il programma A2.
อืม… บทเรียนหมายเลข 50 และแบบนี้จะได้จบโปรแกรม A2 กันค่ะ
– Festeggiamo la 50esima lezione!
พวกเราก็ฉลองบทเรียนที่ 50 กันค่ะ!
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Io avevo il mio cappellino, il mio cappellino e la torta!
ตอนนั้นฉันมีหมวกใบเล็กๆ หมวกใบเล็กๆ ของฉันและขนมเค้กค่ะ
– Tanti auguri!
กับคำอวยพรมากมายค่ะ!
– Ero così contenta della 50esima lezione di One world italiano video.
ตอนนั้นฉันมีความสุขมาก กับบทเรียนที่ 50 ของ One world italiano video ค่ะ

– E infatti abbiamo imparato allora, il condizionale composto però in questo caso il futuro nel passato.
และแบบนี้ พวกเราก็ได้เรียนเกี่ยวกับ il condizionale composto อีก แต่ว่าในช่วงเวลาอนาคตในอดีตค่ะ
– Perché io ho detto scommetto che non sapevate che imparare l’italiano sarebbe stato così facile.
เพราะฉันได้พูดไว้ว่า พนันได้เลยว่าตอนนั้นพวกเธอก็คงจะไม่รู้ ว่าการเรียนภาษาอิตาลี มันจะง่ายแบบนี้อ่ะค่ะ
– Ho usato il condizionale composto, però con l’uso, l’uso è il futuro nel passato.
ฉันผันคำกริยาในรูปแบบ condizionale composto แต่ว่าเป็นช่วงเวลาอนาคตในอดีตค่ะ
– Andate a rivedere la lezione 50.
พวกเธอกลับไปดูบทเรียนที่ 50 ซ้ำกันนะคะ
– E andate a rivederle tutte ragazzi!
และพวกเธอกลับไปดูทั้งหมดเลยนะคะเพื่อนๆ
– E eh… la prossima volta c’è l’esame.
และ ค่ะ… คราวหน้าจะมีการสอบค่ะ
– Dovete essere pronti, preparati.
พวกเธอต้องพร้อม ต้องเตรียมตัวกันให้ดีนะคะ
– Quindi io adesso vi ho aiutato, vi ho fatto un bel riepilogo di em…, delle 25 lezioni del programma A2.
ดังนั้น ตอนนี้ฉันก็ช่วยพวกเธอแล้วนะคะ ฉันได้ทำบทสรุปดีๆ นี้ ของ อืม… เกี่ยวกับ 25 บทเรียนของโปรแกรม A2 นี้ค่ะ
– Ripeto, se avete difficoltà nelle prime, se avete avuto difficoltà nelle prime 25 lezioni non date ancora questo esame.
ฉันขอพูดซ้ำนะคะ ถ้าพวกเธอยังไม่เก่งในบทเรียนแรกๆ ถ้าพวกเธอยังไม่แม่นใน 25 บทเรียนแรก พวกเธออย่าเพิ่งทำการสอบนี้นะคะ
– Date l’esame A1, rivedete il programma A1, una volta che avrete superato l’esame A1, potrete accedere all’esame A2.
พวกเธอก็ไปทำการสอบของ A1 ให้ผ่าน พวกเธอกลับไปดูโปรแกรม A1 ซ้ำกันนะคะ พอสอบผ่าน A1 แล้ว พวกเธอค่อยทำข้อสอบในระดับ A2 ค่ะ
– Che sarà la prossima volta!
ซึ่งก็คือคราวหน้านี้ค่ะ!
– Benissimo ragazzi, quindi adesso, adesso ah, eccolo qua, continuate mi raccomando a seguirmi e mi raccomando, vi voglio preparati per la prossima volta!
ดีมากๆ ค่ะ เพื่อนๆ ดังนั้น ตอนนี้ ตอนนี้ อ้า มันอยู่นี่ค่ะ ฉันขอแนะนำให้พวกเธอติดตามฉันกันต่อไปนะคะ และฉันขอแนะนำนะคะ ฉันอยากให้พวกเธอพร้อมสำหรับคราวหน้านะคะ!
– Se no non vi posso dare il certificato!
ถ้าไม่งั้น ฉันก็ไม่สามารถให้ใบประกาศนียบัตรนี้กับพวกเธอได้ค่ะ!
– Quindi eccolo qua, io l’ho anche già firmato!
ดังนั้น มันอยู่นี่ค่ะ ฉันเซ็นชื่อลงไปเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ!
– Sono stata fiduciosa!
ฉันก็มั่นใจค่ะ!
– Quindi questa fiducia deve rimanere.
ดังนั้น ความมั่นใจนี้ต้องอยู่ต่อไปค่ะ
– Va bene?
ตามนี้นะคะ
– Continuate a seguirmi su One world italiano video.
พวกเธอติดตามฉันกันต่อที่ One world italiano video นะคะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti e in bocca al lupo per l’esame!!!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน และในปากของหมาป่า ขอให้รอดในการสอบนะคะ
– Ciao!!!
บ๊ายบายค่ะ!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s