เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 67

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 67

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 46 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้คำขยายนาม คำว่า bello ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 46.
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!
ฉันสบายดีมากๆ ค่ะ!
– E anche questa bella giornata è finita.
และยามเย็นที่สวยงามวันนี้ ก็สิ้นสุดลงแล้วด้วยค่ะ
– Infatti sono a fine giornata, e in questa lezione 46, ricordate livello B1, io penso alla giornata di domani.
นี่ไงคะ ฉันอยู่ในช่วงท้ายของวัน และในบทเรียนที่ 46 นี้ พวกเธอจำระดับ B1 ไว้นะคะ ฉันคิดถึงวันพรุ่งนี้อยู่ค่ะ
– E ragazzi, io ho già guardato il meteo, sarà ancora più bella.
และเพื่อนๆ คะ ฉันได้ดูพยากรณ์อากาศแล้วค่ะ มันจะสวยงามมากขึ้นด้วยค่ะ
– Wow, sarà bellissima veramente.
ว้าว มันจะสวยงามมากที่สุดจริงๆ ค่ะ
– Sarà proprio una bella giornata.
มันจะเป็นวันที่สวยงามจริงๆ ค่ะ
– Ci sarà un bel sole.
มันจะมีแดดที่สวยงาม
– Em… sì sì, proprio bella, wow!
อืม… ใช่ค่ะ ใช่ สวยงามจริงๆ ค่ะ ว้าว!
– Eh… sì, diciamo a Cagliari siamo, siamo molto, molto fortunati.
ค่ะ… ใช่ค่ะ พวกเราก็พูดได้ว่า ที่เมืองคาลยิอารินี่ พวกเราโชคดีกันมากๆ เลยค่ะ
– Eh… si ci sarà un bel sole, quindi che cosa farò domani?
ค่ะ… มันจะมีพระอาทิตย์ที่สวยงาม ดังนั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำอะไรดีคะ
– Tante tante belle cose.
หลายสิ่งหลายอย่างที่สวยงามค่ะ
– Sapete che Cagliari, quando c’è il sole, diventa davvero un bello spettacolo.
พวกเธอทราบไหมคะว่า ที่คาลยิอาริ ตอนที่มีพระอาทิตย์ มันจะกลายเป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ ค่ะ
– Vi ricordate la mia città di cui vi parlo sempre?
พวกเธอจำเมืองของฉัน ที่ฉันพูดถึงให้พวกเธอฟังบ่อยๆ ได้ไหมคะ
– Diventa davvero un bello spettacolo.
มันจะกลายเป็นการภาพที่สวยงามมากจริงๆ ค่ะ
– Poi adesso noi ci siamo trasferiti.
แล้วตอนนี้พวกเราก็ได้ย้ายที่แล้วค่ะ
– La nostra scuola non è più via Sonnino, come vi ho detto nella lezione 13 se non sbaglio.
โรงเรียนของพวกเราไม่ได้อยู่ที่ ซอยซอนนิโหนะแล้วนะคะ ที่ฉันเคยบอกกับพวกเธอไว้ในบทเรียนที่ 13 อ่ะค่ะ ถ้าฉันจำไม่ผิดนะคะ
– Ma ci siamo trasferiti in via Roma, l’angolo con via Roma, in realtà Regina Margherita.
แต่ว่าพวกเราได้ย้ายมาอยูในซอยโรหมะ ตรงหัวมุมของซอยโรหมะ ในความเป็นจริงแล้ว มันคือซอย เรจิหน่ะ มาร์เกริตะ ค่ะ
– E da qui si vede un bellissimo panorama.
และจากจุดนี้ ก็จะได้เห็นวิวที่สวยงามมากๆ ค่ะ
– Proprio un bel panorama.
เป็นวิวที่สวยงามจริงๆ ค่ะ
– Si vede un bell’azzurro, un bel mare azzurro.
ก็จะเห็นสีฟ้าสวยๆ ทะเลสีฟ้าสวยงาม
– Proprio un bell’azzurro.
เป็นสีฟ้าที่สวยจริงๆ ค่ะ
– Ragazzi, state tranquilli, non vi canterò la canzone, se non pioverà.
เพื่อนๆ คะ พวกเธอสบายใจกันได้เลยค่ะ ฉันจะไม่ร้องเพลงให้พวกเธอฟังกันแน่นอนค่ะ ไม่งั้นฝนมันจะตกค่ะ
– Perché si dice se uno canta ed è stonato poi dopo piove, e non voglio rovinare la bella giornata di domani.
เพราะเขาพูดกันว่า ถ้าใครร้องเพลงและร้องเสียงเพี้ยน แล้วอีกสักพักนึงฝนก็ตกค่ะ ฉันก็ไม่อยากที่จะทำลายวันที่สวยงามในวันพรุ่งนี้ค่ะ
– Quindi vi dicevo, dalla scuola si vede davvero un bell’azzurro, un bel mare azzurro.
ดังนั้น เมื่อกี้ฉันได้พูดกับพวกเธอว่า จากโรงเรียนนี้ จะได้เห็นสีฟ้าสวยๆ จริงๆ ค่ะ ทะเลสีฟ้าที่สวยงาม
– Si vede il posto, si vedono le barche, e si vede tutta la città, si vedono le palme.
จะได้เห็นสถานที่นี้ จะได้เห็นพวกเรือต่างๆ และจะได้เห็นเมืองทั้งเมือง จะได้เห็นพวกต้นปาล์มทั้งหลาย
– È davvero un bel spettacolo, davvero.
มันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ จริงๆ เลยค่ะ
– Si vede un bel panorama.
จะได้เห็นวิวที่สวยงาม
– Quindi non vedo l’ora, anche se domani lavorerò e ci sarà una bella giornata, io mi immagino che ogni tanto mi affaccerò alla finestra, e vedrò questo bello spettacolo, davvero.
ดังนั้น ฉันก็รอไม่ไหวแล้ว ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ฉันจะต้องทำงานก็ตาม และมันก็จะเป็นวันที่สวยงามค่ะ ฉันจิตนาการว่า บางทีฉันจะมองออกไปที่หน้าต่าง และฉันก็จะได้เห็นภาพที่สวยงามนี้ค่ะ จริงๆ นะคะ
– Dai a Cagliari siamo davvero fortunati perché è inverno, e abbiamo tante belle giornate.
เอาหน่ะ ที่เมืองคาลยิอารินี้ พวกเราโชคดีมากจริงๆ เพราะว่าตอนนี้คือหน้าหนาว แล้วพวกเราก็ยังมีวันที่สวยงามหลายวันเชียวค่ะ หมายถึงวันที่มีแดดอ่ะค่ะ
– Quella di domani sarà bellissima.
ในวันพรุ่งนี้ มันจะต้องสวยงามมากที่สุดแน่ค่ะ
– Per esempio, io sto già pensando che dopo la lezione, la mia lezione di mattina, io troverò una bella scusa per non cucinare.
ตัวอย่างเช่น ฉันกำลังคิดว่า หลังจากการสอนช่วงเช้าของฉันนั้น ฉันจะหาข้ออ้างที่ดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำอาหารค่ะ
– Eh… con una bella giornata come, come quella di domani, io andrò a mangiare fuori, andrò in bel ristorante o in una bella trattoria.
ค่ะ… กับวันที่สวยงามอย่างวันพรุ่งนี้ ฉันจะไปทานอาหารข้างนอกค่ะ ฉันจะไปที่ร้านอาหารดีๆ หรือว่าไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ดีๆ ก็ได้ค่ะ
– Perché qua vicino, vicino alla scuola, che è proprio al centro di Cagliari, ci sono dei bei ristoranti, delle belle trattorie.
เพราะว่าใกล้ๆ ที่โรงเรียนนี่ ก็อยู่ในตัวเมืองของคาลยิอาริเลยค่ะ มันมีร้านอาหารอร่อยๆ หลายร้าน ร้านอาหารเล็กๆ ดีๆ หลายร้านเลยค่ะ
– Quindi ne sceglierò uno.
ดังนั้น ฉันจะเลือกร้านนึงค่ะ
– E poi molti hanno delle belle terrazze dove si può mangiare, mangiare fuori, e goders

e godersi un bel panorama.
แล้วหลายๆ ร้าน เขาก็มีระเบียงที่สวยงาม ที่เราสามารถนั่งทานอาหารข้างนอก และเพลิดเพลินไปกับวิวที่สวยงามได้ด้วยค่ะ
– Eh… sì, sì, sì, buona idea, buona idea.
ค่ะ… ใช่ค่ะ ใช่ๆ มันเป็นความคิดที่ดี มันเป็นความคิดที่ดีค่ะ
– E cosa farò?
แล้วฉันควรจะทำอะไรดีคะ
– Allora, prima di tutto prenderò un bell’aperitivo.
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ฉันจะดื่มเครื่องดื่มก่อนอาหารค่ะ
– Salute!
ไชโย ชนแก้วค่ะ!
– Il mio bell’aperitivo, poi ordinerò dei begli antipasti, hmm… non vedo l’ora!
เครื่องดื่มก่อนอาหารของฉัน แล้วฉันก็จะสั่งพวกอาหารเรียกน้ำย่อย อร่อยๆ อืมม… ฉันรอไม่ไหวแล้วคะ!
– E poi vediamo un po’.
แล้วพวกเราก็ค่อยว่ากันอีกทีค่ะ
– E poi, e poi, e poi, prenderò un piatto, ordinerò un bel piatto grande come questo, perché immagino che all’ora di pranzo avrò fame.
แล้วก็ แล้วก็ แล้วก็ ฉันจะสั่งจานนึง ฉันจะสั่งอาหารจานใหญ่แบบนี้ค่ะ เพราะว่าฉันก็คิดว่าตอนเที่ยงฉันคงจะต้องหิวแน่ๆ ค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– Poi sì, ovviamente mi rilasserò.
แล้วก็ ค่ะ แน่นอนค่ะ ว่าฉันจะพักผ่อนค่ะ
– Poi dopo pranzo farò una bella passeggiata in centro per vedere le vetrine dei bei negozi.
แล้วหลังจากที่ทานอาหารเที่ยงเสร็จฉันก็จะไปเดินเล่นให้เพลินในตัวเมือง เพื่อดูของหน้าร้านค้าสวยๆ ต่างๆ ค่ะ
– Poi io vi dico che la città, in un orario per esempio dalle 2 alle 4 sarà tutta per me.
แล้วฉันก็ขอบอกพวกเธอว่า เมืองนี้ตอนบ่าย 2 โมงถึงบ่าย 4 โมง มันจะเป็นของฉันทั้งหมดเลยค่ะ
– È tutta mia la città, che è un’altra canzone che non vi canto se no domani piove davvero.
มันเป็นเมืองของฉันทั้งหมดเลย ซึ่งเป็นอีกเพลงนึงที่ฉันจะไม่ร้องให้พวกเธอฟัง ไม่งั้นพรุ่งนี้ฝนจะตกจริงๆ ค่ะ
– Eh… vabbè. Va bene.
อืม… ช่างมันเถอะค่ะ โอเคค่ะ
– E quindi immagino si farà una bella passeggiata in centro,
และดังนั้น ฉันคิดว่าจะเดินเล่นในเมือง
perché sapate, Cagliari non è una città frenetica,
เพราะว่าอะไร พวกเธอรู้ไหมคะว่าเมืองคาลยิอาริไม่ใช่เมืองที่ฉุกละหุก วุ่นวาย
è una città molto tranquilla e la gente, molta gente a ora di pranzo ritorna a casa, cucina, di solito lo faccio anch’io ma domani no.
มันเป็นเมืองที่สงบ และผู้คนหลายคนในช่วงเวลาพักเที่ยงนี้ เขาก็จะกลับไปที่บ้าน เขาทำอาหาร โดยปกติแล้วฉันก็ทำ แต่ว่าพรุ่งนี้ไม่ทำค่ะ
– Cucina un bel pranzo, poi prendiamo, prendiamo un bel caffè,
เขาทำอาหารกลางวันที่อร่อย แล้วพวกเราก็ดื่มกาแฟที่แสนอร่อยกันค่ะ
poi sì, molti si riposano dopo pranzo, e poi ritorniamo a lavorare.
แล้วก็ ค่ะ หลายคนพวกเขาจะพักผ่อนกันหลังทานอาหารเสร็จ แล้วพวกเราก็จะกลับไปงานกันค่ะ
– Quindi più o meno in un orario dalle 2 alle 4 la città sarà davvero, davvero tranquilla, ci sarà una bella tranquillità.
ดังนั้นโดยประมาณแล้วในช่วงเวลาบ่าย 2 โมงถึงช่วงบ่าย 4 โมงเย็น มันจะเป็นเมืองที่สงบจริงๆ ค่ะ
– Eh… sì, sì, sarò in pieno relax.
ค่ะ… ใช่ค่ะ ใช่ ฉันก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ค่ะ
– Eh… a proposito di relax.
ค่ะ… พอพูดถึงการพักผ่อน
– Non rilassiamoci troppo e vediamo che cosa abbiamo imparato oggi.
พวกเราอย่าพักกันมากเกินไปนะคะ และพวกเราก็มาดูกันค่ะว่า วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปแล้วบ้างคะ

– Allora niente di così tanto difficile sinceramente.
เอาหล่ะค่ะ จะพูดกันจริงๆ แล้ว มันก็ไม่มีอะไรยากเลยค่ะ
– Perché io a quest’ora non vi insegno niente di difficile di troppo difficile perché sono stanca.
เพราะว่าในช่วงเวลาแบบนี้ ฉันจะไม่สอนเรื่องยากๆ หรือเรื่องที่ยากเกินไปให้กับพวกเธอหรอก เพราะว่าฉันเหนื่อยค่ะ
– Va bene.
โอเค
– Però vediamo che cosa abbiamo imparato oggi, vediamo dei begli esempi.
แต่ว่า พวกเรามาดูกันค่ะ ว่าวันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปบ้างแล้ว พวกเรามาดูตัวอย่างดีๆ กันค่ะ
– Bravi, forse l’avete già capito.
เก่งมากค่ะ บางทีพวกเธออาจจะเข้าใจกันแล้วค่ะ
– Abbiamo imparato l’aggettivo bello, che è un aggettivo particolare, perché?
พวกเราได้เรียนเรื่องคำขยายนามคำว่า bello ที่มันเป็นคำขยายนามที่พิเศษ ทำไมเหรอคะ
– Allora, nella lezione 1, che non vi dico di rivedere perché questo è il livello B1,
เอาหล่ะค่ะ ในบทเรียนที่ 1 ที่ฉันจะไม่บอกให้พวกเธอกลับไปดูซ้ำ เพราะว่าเราอยู่ในระดับ B1 แล้วค่ะ
io vi ho insegnato l’aggettivo che termina in o.
ฉันได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับคำขยายนามที่ลงท้ายด้วย o ค่ะ
– E bello comunque termina in o.
และคำว่า bello มันก็ลงท้ายด้วย o ค่ะ
– Quindi bello bella belli belle, ok?
ดังนั้น bello bella belli belle เข้าใจไหมคะ ผันตามเพศและตามจำนวน
– Questo dovreste saperlo.
สิ่งนี้พวกเธอควรจะรู้แล้วนะคะ
– Però la particolarità dell’aggettivo bello è che, messo prima, davanti al sostantivo, alla parola, cambia diversamente agli altri aggettivi.
แต่ความพิเศษของคำขยายนามคำว่า bello คือ เวลาที่เราใส่ไว้ข้างหน้าคำนาม มันจะแตกต่างจากคำขยายนามคำอื่นๆ ค่ะ
– E segue la stessa regola dell’aggettivo quello, che abbiamo imparato nella lezione 8.
มันจะเป็นกฎเดียวกันกับคำขยายนาม quello ที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในบทเรียนที่ 8 ค่ะ
– Quindi, anche se questa è la lezione 46, voi andate a rivedere la lezione 8,
ดังนั้น แม้ว่าบทเรียนนี้คือบทเรียนที่ 46 พวกเธอกลับไปดูบทเรียนที่ 8 ซ้ำกันนะคะ
l’aggettivo quello perché la regola è la stessa, anzi questo è anche molto più facile,
คำขยายนามคำว่า quello เพราะว่ากฎมันเหมือนกันค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น อันนี้มันง่ายมากกว่าอีกค่ะ
perché la lezione 8, oddio all’inizio secondo me spiegavo troppo.
เพราะว่าบทเรียนที่ 8 โอ้พระเจ้าตอนเริ่มต้น ฉันคิดว่าตอนนั้นฉันได้อธิบายมากเกินไปแล้วค่ะ
– Abbiamo fatto veramente troppo perché vi ho spiegato gli articoli indeterminativi, gli aggettivi e i pronomi questo, quello, e quindi ci mancava solo l’aggettivo bello.
พวกเราได้เรียนเยอะเกินไปจริงๆ ค่ะ เพราะว่าฉันได้อธิบายให้กับพวกเธอได้รู้เกี่ยวกับคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง คำขยายนามและคำสรรพนามคำว่า questo และ quello ดังนั้น ก็ขาดแค่คำขยายนามคำว่า bello ค่ะ
– Non potevo spiegarvi anche l’aggettivo bello, sarebbe stato troppo.
ตอนนั้นฉันไม่สามารถอธิบายคำขยายนามคำว่า bello ได้ เพราะมันจะเยอะเกินไปค่ะ
– Ok, quindi andava bene così.
โอเค ดังนั้นตอนนั้น มันก็โอเคแล้วค่ะ
– Eh… quindi l’aggettivo bello segue la stessa regola dell’aggettivo quello,
อืม… ดังนั้นคำขยายนามคำว่า bello ใช้ตามกฎเดิมของคำขยายนาม quello
ma vi dicevo più facile, perché quello può essere un aggettivo e un pronome, bello può essere solo un aggettivo.
แต่ว่าตอนนั้นฉันได้บอกแบบง่ายๆ ค่ะ เพราะคำว่า quello มันสามารถเป็นคำขยายนามหรือว่าคำสรรพนามก็ได้ค่ะ แต่คำว่า bello มันสามารถเป็นได้แค่คำขยายนามค่ะ
– Quindi è facilissimo.
ดังนั้นมันง่ายมากๆ ค่ะ
– Può essere anche un sostantivo se vogliamo, “il bello del mio lavoro è il contatto con la gente”, per esempio, ok?
มันสามารถเป็นคำนามก็ได้ ถ้าพวกเราต้องการค่ะ ตัวอย่างเช่น “ความสวยงามของงานของฉันคือ การได้พบปะกับผู้คนค่ะ” โอเคไหมคะ
– Però qua lo vediamo come aggettivo ed è molto più facile di quello che abbiamo imparato nella lezione 8.
แต่ว่าตรงนี้ พวกเราให้มันเป็นคำขยายนามค่ะ และมันก็ง่ายกว่าคำว่า quello ที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วในบทเรียนที่ 8 ค่ะ
– Bene.
ดีค่ะ

– Vediamo dei begli esempi.
พวกเรามาดูตัวอย่างดีๆ หลายๆ ตัวอย่างกันค่ะ
– È l’aggettivo bello usato prima del sostantivo.
มันคือคำขยายนาม คำว่า bello ใช้วางไว้หน้าคำนามค่ะ
– Allora vi ho detto ragazzi “domani, che bello, ci sarà un bel sole”.
เอาหล่ะค่ะ ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้วนะคะ เพื่อนๆ คะ “วันพรุ่งนี้ มันช่างเป็นวันที่สวยงาม มันจะมีแสงแดดที่สวยงามค่ะ”
– Perché non dico un bello sole?
ทำไมฉันถึงไม่พูดว่า un bello sole เหรอคะ
– Perché è così, perché adesso vi spiego.
เพราะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ค่ะ เพราะว่า ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังกันนะคะ
– Vi spiego, vi spiego questa regola.
ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟัง ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังกฎนี้กันค่ะ
– Perché dipende dall’articolo della parola.
เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับคำนำหน้านามของคำนั้นๆ ค่ะ
– Ve lo spiego così in parole povere.
ฉันจะอธิบายมันให้พวกเธอฟังแบบนี้ในภาษาแบบง่ายๆ ค่ะ
– Dall’articolo però perché il sole, il diventa bel, come quel sole.
จากคำนำหน้านาม il sole จากคำว่า il จะกลายเป็น bel อย่างเช่น quel sole ค่ะ
– Quel sole è splendente.
พระอาทิตย์นั้นมันช่างเจิดจ้า
– Un bel sole. Ok?
พระอาทิตย์ที่สวยงาม โอเคนะคะ
– Se invece io dico”il sole è bello” allora stessa regola della lezione 1.
ถ้าฉันพูดว่า “il sole è bello แสงแดดมันสวย” ถ้าแบบนี้ก็ใช้กฎเดียวกับบทเรียนที่ 1 ค่ะ
– Bello bella belli belle.
ใช้คำว่า Bello bella belli belle ค่ะ
– Qua invece c’è qualcosa di diverso.
ส่วนตรงนี้มันมีบางอย่างที่แตกต่างกันค่ะ
– Io ho detto “in centro ci sono dei bei ristoranti”.
ฉันได้บอกไปแล้วว่า “ในตัวเมืองมันมีพวกร้านอาหารดีๆ มากมาย” ค่ะ
– Perché non dico dei belli ristoranti?
ทำไมฉันถึงไม่พูดว่า dei belli ristoranti คะ
– Posso dire dei ristoranti belli, ma siccome l’articolo è i, è al plurale, allora diventa bei.
ฉันจะพูดว่า dei ristoranti belli ก็ได้ค่ะ แต่ก็อย่างที่เห็นค่ะ คำนำหน้านามมันคือ i มันเป็นพหูพจน์ แบบนี้มันก็เลยกลายเป็น bei ค่ะ
– Lo so, dovete fare molta attenzione,
ฉันรู้ค่ะ พวกเธอต้องระมัดระวังกันให้มากนะคะ
è qualcosa che magari potevo spiegare anche prima, ma adesso siete al livello B1 e dovete perfezionare, il vosto livello…
มันคือบางอย่าง ที่บางทีตอนนั้นฉันก็น่าจะอธิบายได้ แต่ว่าตอนนี้พวกเราอยู่กันในระดับ B1 แล้ว และพวกเธอจะต้องทำให้ภาษาอิตาลีของพวกเธอมันสมบูรณ์มากขึ้นค่ะ
– Oddio non perfezionare come il B2, C1 e C2, ma dovete iniziare a perfezionare, a correggere i vostri errori.
โอ้พระเจ้า ไม่ใช่สมบูรณ์แบบอย่างระดับ B2, C1 และ C2 นะคะ แต่ว่าพวกเธอก็ต้องเริ่มทำให้มันสมบูรณ์มากขึ้น และแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ของตัวเองได้แล้วนะคะ
– E a parlare bene.
และเกี่ยวกับการพูดที่ดีค่ะ
– Il livello è altino.
ระดับมันสูงขึ้นเล็กน้อยค่ะ
– Che bello spettacolo!
มันช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ!
– Io vi ho detto quando guardo fuori dalla finestra dalla scuola penso che bello spettacolo!
ฉันพูดคำนี้ให้พวกเธอฟังกันไปแล้ว ตอนที่ฉันมองออกไปข้างนอก จากหน้าต่างโรงเรียน ฉันคิดว่ามันเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ค่ะ!
– E qua resta così.
ตรงนี้ มันจะเหมือนเดิมค่ะ
– Che bello spettacolo,
มันช่างเป็นภาพที่สวยงาม วาง bello ไว้ข้างหน้า
lo spettacolo bello,
ภาพมันช่างสวยงาม วาง bello ไว้ข้างหลัง
perché l’articolo è lo, lo spettacolo.
ก็เพราะว่าคำนำหน้านามมันคือ lo ภาพที่สวยงามภาพนั้น
– Quindi resta come sempre.
ดังนั้น มันก็จะคงรูปเดิมค่ะ
– Anche qui, no qui niente! Scusate!
ตรงนี้ก็ด้วยค่ะ ไม่ค่ะ ตรงนี้ไม่ใช่ค่ะ! ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Qui dovete stare anzi molto attenti.
ในส่วนนี้ พวกเธอต้อง ใช่ค่ะ พวกเธอต้องระวังกันให้มากๆ นะคะ
– Io ho detto questi sono dei begli esempi.
ฉันได้บอกไปแล้วว่า พวกนี้มันเป็นตัวอย่างดีๆ มากมายค่ะ
– Ci sono anche degli italiani che direbbero dei belli esempi, ma nooo!
มีพวกชาวอิตาลีกลุ่มนึงที่พวกเขาอาจจะพูดกันว่า dei belli esempi แต่ว่ามันไม่ถูกต้องนะคะ ห้ามพูดค่ะ!

– Dei begli esempi, perché l’articolo è gli.
คำว่า dei begli esempi คำนำหน้านามมันคือ gli ค่ะ
– Se dico gli esempi sono belli, doppia elle i, allora ok.
ถ้าฉันพูดว่า พวกตัวอย่างดีๆ เหล่านี้ เขียนด้วยตัวเอลเล่สองตัว ll และก็ตัว i แบบนี้โอเคค่ะ
– Perché metto l’aggettivo dopo.
ก็เพราะว่า ฉันใส่คำขยายนามไว้ข้างหลังค่ะ
– Se invece l’aggettivo va prima, dei begli esempi. Ok?
ถ้าคำขยายนามอยู่ข้างหน้า ก็จะกลายเป็น dei begli esempi ค่ะ
– Perché l’articolo è gli.
ก็เพราะว่าคำนำหน้านามมันคือ gli ค่ะ
– Attenzione.
ระวังนะคะ
– Poi io vi ho gia insegnato a distinguere tra gli e li,
แล้วฉันก็ได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับความต่างระหว่างคำว่า gli และ li แล้วนะคะ
vi ho fatto tutta una lezione sulla pronuncia, la storia del palato, della lingua, ecc.
ฉันได้ทำทั้งบทเรียนที่เกี่ยวกับการออกเสียงให้พวกเธอดูแล้ว เรื่องเกี่ยวกับเพดานปากและลิ้นอ่ะค่ะ
– Riguardatela!
พวกเธอกลับไปดูมันซ้ำกันนะคะ!
– Quindi belli, gli esempi sono belli.
ดังนั้นคำว่า belli พวกตัวอย่างต่างๆ มันดีค่ะ
– Apro la bocca, quindi mi vedete la bocca, la lingua e tutto.
ฉันจะเปิดปากนะคะ ดังนั้น พวกเธอเห็นปากของฉันนะคะ เห็นลิ้น และเห็นทุกอย่างเลย
– Invece begli esempi, chiudo un po’ la bocca, non vedete la mia lingua, la lingua va su… la lingua tocca il palato.
ส่วนคำว่า begli esempi ฉันจะปิดปากนิดนึง พวกเธอไม่เห็นลิ้นของฉัน ลิ้นมันอยู่ข้างบน… ลิ้นมันแตะเพดานปากค่ะ
– Va bene.
ดีค่ะ
– Prendiamo un bell’aperitivo.
พวกเราดื่มเครื่องดื่มที่อร่อยก่อนอาหาร
– Vi ricordate la storia della bacchetta magica?
พวกเธอจำเรื่องราวเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์ได้ไหมคะ
– Non dico un bello aperitivo, perché, come sapete, le due vocali insieme non ci piacciono, vicine non ci piacciono.
ฉันจะไม่พูดว่า un bello aperitivo เพราะว่าก็อย่างที่พวกเธอรู้ ว่าสระสองตัวอยู่ใกล้กัน พวกเราไม่ชอบค่ะ
– Allora, prendo la mia bacchetta magica, tolgo la o in questo caso, e diventa un bell’aperitivo.
เอาหล่ะค่ะ ฉันเอาไม้กายสิทธิ์ของฉันมาตัดตัว o ออก ในกรณีนี้ และมันก็กลายเป็น bell’aperitivo ค่ะ
– Va bene.
โอเค
– Perché l’articolo è l’, elle e apostrofo.
เพราะว่าคำนำหน้านามมันคือ l’ เอลเล่และเครื่องหมายลูกน้ำค่ะ
– Bene, che bella giornata, non vedo l’ora.
ดีค่ะ มันช่างเป็นวันที่สวยงาม ฉันรอไม่ไหวแล้วคะ
– Domani sarà una bella giornata.
พรุ่งนี้มันจะเป็นวันที่สวยงามค่ะ
– Anche qua resta così perché l’articolo è la, una bella giornata, la giornata bella.
ส่วนตรงนี้ก็เหมือนเดิมค่ะ เพราะว่าคำนำหน้านามมันคือ la ช่างเป็นวันที่สวยงาม วันที่สวยงามค่ะ
– Qui tutto uguale.
ตรงนี้ทั้งหมดมันเหมือนเดิมค่ะ
– Anche qui, tante belle giornate in questo periodo!
ตรงนี้ก็ด้วยค่ะ วันหลายวันที่สวยงาม ในช่วงเวลานี้ค่ะ!
– Le giornate belle, le belle giornate, perché l’articolo è le.
วันหลายวันที่สวยงาม จะวางข้างหน้าหรือข้างหลังก็เขียนเหมือนกัน เพราะว่าคำนำหน้านามมันคือ le ค่ะ
– Tutto qui ragazzi.
ทั้งหมดมันก็มีแค่นี้ค่ะเพื่อนๆ
– Ricordate però di non sbagliare, perché molte volte vi sento e dite dei belli ristoranti, dei bei ristoranti.
พวกเธอจำไว้นะคะ ว่าห้ามผิดนะคะ เพราะว่ามีหลายครั้งหลายคาที่ฉันได้ยินพวกเธอพูดกันว่า dei belli ristoranti ไม่ใช่นะคะต้องพูดว่า dei bei ristoranti ค่ะ
– Dovete ricordarvi questa regola.
พวกเธอต้องจำกฎนี้กันไว้นะคะ
– Un bello sole, no!
พระอาทิตย์ที่สวยงาม (ไม่ใช่ bello) ไม่ใช่นะคะ!
– Un bel sole.
ต้องพูดว่า พระอาทิตย์ที่สวยงาม ใช้ bel ค่ะ
– Dovete parlare bene come noi, anzi meglio!
พวกเธอต้องพูดให้ดีเหมือนกับพวกเรา ไม่ใช่สิ ต้องดีกว่าค่ะ!
– Perché vi ho detto che ci sono italiani che fanno comunque errori e dovete essere più bravi degli italiani ignoranti.
เพราะฉันเคยบอกพวกเธอไปว่า มีคนอิตาลีหลายคนที่เขาก็พูดผิดอยู่ และพวกเธอต้องเก่งกว่าคนอิตาลีที่ไม่รู้กฎพวกนี้นะคะ
– Ciò non è che gli italiani in Italia non sono ignoranti, di ancuni italiani che non rispettano le regole.
ไม่ใช่ว่าชาวอิตาลีในประเทศอิตาลีเขาไม่รู้กฎนะคะ ชาวอิตาลีบางคนเขาไม่เคารพกฎการใช้ภาษากันค่ะ
– Va benissimo ragazzi.
เยี่ยมมากค่ะ เพื่อนๆ

– Quindi io mi sa che vi ho già detto tutto, perché vi ho detto è tardi e non vi voglio spiegare niente di difficile, vi ho già detto tutto mi sa.
ดังนั้น ฉันคิดว่าฉันได้พูดไปหมดแล้วค่ะ เพราะว่าฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้ว ว่ามันสายแล้ว และฉันก็ไม่อยากอธิบายกับพวกเธอ อะไรที่มันยากๆ แล้ว ฉันได้บอกกับพวกเธอไปหมดแล้วค่ะ ฉันคิดว่านะคะ
– E quindi io vi auguro una buona giornata, anzi una bella giornata!
และดังนั้น ฉันขอให้พวกเธอมีตลอดทั้งวันที่ดีกันนะคะ (ใช้คำว่า buona) ไม่ใช่สิ ขอให้มีช่วงวันที่ดีนะคะ! (ใช้คำว่า bella)
– Una bella serata, o un buon pomeriggio, o una buonanotte.
ตลอดช่วงเย็นที่ดี หรือว่า ช่วงบ่ายที่ดี หรือว่าราตรีสวัสดิ์ค่ะ
– Dipendente dal vostro fuso orario.
จะใช้คำไหน ก็ขึ้นอยู่กับซีกโลกที่พวกเธออยู่กันค่ะ
– Quindi ragazzi continuate a seguirmi.
ดังนั้น เพื่อนๆ คะ พวกเธอจงติดตามฉันกันต่อนะคะ
– Su oneworlditaliano video.
ที่ oneworlditaliano video ค่ะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti e alla prossima!
สวัสดีค่ะทุกวันและพบกันครั้งหน้าค่ะ!
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ !

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s