ชีวิตคือการผจญภัย: การใช้ชีวิตและการทำงานในต่างประเทศ

นี่คือบทสัมภาษณ์เพื่อการพัฒนาตนเองของคนไทยสำหรับคนไทยไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในประเทศไทย บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิดทางธุรกิจ คำแนะนำในชีวิต และเคล็ดลับและข้อมูลเพื่อความสุขและความสำเร็จ

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Apichaya

สรุปความสำเร็จในแบบฉบับของพี่ คือ ไม่หยุดนิ่ง ฝันอะไรไว้ตอนเด็กๆอย่าล้มเลิกเมื่อโตขึ้น อย่าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แค่คุณมีความมุ่งมั่น

วันนี้ผมจะมาคุยกับคุณ Apichaya วันนี้คุณ Apichaya พูดเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียการทำงานเป็นหมอนวดในต่างประเทศ ในยามว่างคุณ Apichaya ชอบอ่านบทความ ชอบเขียนบันทึก เรื่องราวไว้กันลืม ชอบนั่งร้านกาแฟ ชอบคุยกับคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน เป็นผู้หญิงที่รักการเดินทางและทำงานทั่วโลก

ผู้หญิงไทยหลายคนถามถึงการทำงานเป็นหมอนวดในต่างประเทศ อะไรคือข้อดี (3 อย่าง ) และข้อเสีย (3 อย่าง ) ของการทำงานเป็นหมอนวดในต่างประเทศ

อาชีพหมอนวดเป็นอาชีพที่ดีนะค่ะ คนที่เขาไม่เข้าใจวิชาชีพนี้ดีพอ มักจานำไปเปรียบเทียบกันแง่ลบ หมอนวดทุกคน กว่าเขาจาเรียน กระบวนท่านวดไทย ออย เท้า โดยเฉพาะท่านวดไทยนั้น เยอะมาก เขาเสียเงินลงทุนค่าเล่าเรียน กันไม่น้อยเลยนะค่ะ … ข้อดีคือ 1. มีรายได้สามารถเลี้ยงครอบครัว 2. มีโอกาสเดินทางทำงานต่างประเทศเพิ่มพูนประสบการณ์ในวิชาชีพของตนเอง 3. สร้างชื่อเสียงในอาชีพหมอนวดไทยในต่างแดน ค่ะ…

ข้อเสียคือ.1 . เป็นอาชีพที่ทำงานหนัก กรรมกรในร่ม เหมือนที่หลายๆคนบอก มีรายได้ที่เลี้ยงครอบครัวได้ดีจริง แต่ มันยังไม่มากพอ สมกับที่หมอนวดที่นวดหนักๆ ถูกกดราคาค่าแรงในต่างประเทศ ทิป ไม่ได้รับกันทุกรอบนวดนะค่ะ บอกได้เลยจากประสบการณ์กัน ทางไปมี แต่ทางเลือกมีน้อย หมายถึง สามารถไปทำในประเทศที่เราอยากไปได้ แต่ไม่สามารถเลือกร้านที่ดีๆได้ วัดดวงไปกันสำหรับคนที่เดินทางทำงานนอกประเทศ

ข้อ 2 .มันไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยเรา ทั้งๆที่ แรงงานด้านนี้มีความต้องการสูงในต่างประเทศนะ หมอนวด ลงทุนกันเองท้างานจามาด้วยวิธีใดก็ตามแต่ พอมาถึงเป้าหมายกันแล้ว ทำงานกันอย่างหนัก กันทุกคน คุณคิดดูนะ ถ้าภาครัฐไทยเรา มองเห็นสักนิด ช่วยดูเรื่อง เอกสาร ความเป็นธรรม ล่ามภาษาช่วยหมอที่ภาษาเขาไม่ได้ และอื่นๆ เนาะ มันจาดีมาก

ข้อ 3. ข้อเสียคนไทยในต่างแดน ไม่ค่อยรักกัน (คุณ Apichaya หัวเราะ) ข้อนี้มีทุกวงการ อย่าดร่าม่ากันนะค่ะ ไม่ได้บลูลี่ใครด้วยนะ ทุกคนรับรู้อยู่แก่ใจกันดี การทำงานร่วมกัน อยู่บ้านพักหลังเดียวกัน มันย่อมกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปกติเนาะ พวกอีโก้สูงมันก็อยู่ยาก

คุณจะให้คำแนะนำอะไรแก่ผู้หญิงไทยที่ต้องการทำงานเป็นหมอนวดในต่างประเทศในแนวทางของ….. วิธีการเริ่มต้นและหาประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ และสิ่งที่ควรทราบเมื่อทำงานเป็นหมอนวดในต่างประเทศ

คำแนะนำง่ายๆเลยค่ะ คือการเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆด้วย เช่น สุขภาพตัวเองต้องแข็งแรงและพร้อมที่จาลุยงานหนัก และงบประมาณในการเดินเอกสาร ( พูดง่ายๆก็คือ ค่านายหน้าคนกันเอง หรือ เอเจนซี่ที่เราเชื่อมั่นได้ค่ะ ) อุตสาหกรรม งานนวดมันมีทุกประเทศ ในโลกนี้ บางประเทศ มีหมอนวดไทยไปทำงาน เกือบจะทุกจังหวัดกันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น รัสเซีย ไม่ได้กระจุกตัวเพียงแค่ มอสโคว์
ขั้นตอนแรกในการเริ่มต้น คือไปเรียน ที่วัดโพธิ์ หรือ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ที่เรารู้จัก หรือจากรุ่นพี่ที่เขา เคารพ ที่ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้นี้ให้ จากนั้นก็ไปหาไปประกาศวิชานวดแผนไทย ทั้งสองภาษา ได้ที่ กระทรวงสาธารณสุข เรียนจบแล้ว ต้องไปทำงานที่ร้านนวด ฝึกฝีมือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เทคนิคต่างๆ ลูกค้ามีเคสไม่เหมือนกันเวลามานวด ทำให้เราได้รู้วิธีแก้ไขเพิ่มขึ้น รุ่นพี่ก็คือครูของเรา สังเกตุเอา ครูพักลักจำ นำมาใช้ ให้เก่ง และเป็นตาม
การเดินทางมาทำงานต่างประเทศ เขาใช้ ประสบการณ์ อย่างน้อย 3 -5 ปีขึ้นไป อายุ ไม่เกิน 55 ส่วนทางด้านเอกการทำงาน ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆว่า ต้องการอะไรบ้าง ว่ากันตามเงื่อนไขที่เขาต้องการ เรื่องสัญญางาน ต้องอ่าน ให้ครบ ตรวจตรา ให้ดี ๆ จาได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง ( ข้อนี้ละปัญหาใหญ่ ) ความที่อยากมาทำงานต่างประเทศ …อย่าหาทำนะ …คืออะไรก็ได้ ? หมอนวดไทยมักจาถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง ไม่ข้อใด ก็ข้อหนึ่งเลยนะ คือเรามีความรู้สึกว่าเสียเปรียบกันวันยังค่ำ (ตรงนี้ละที่อยากให้ภาครัฐช่วยดูแลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน สักที )
เวลามีปัญหาขึ้นมา สถานทูตจาได้ช่วย ได้อย่างถูกต้องถูกจุด ยกตัวอย่าง มาผิดกฎหมายทางบ้านเรา แต่มาทำเอกสารแรงงานให้ถูกกฎหมาย ในประเทศปลายทาง พอมีปัญหาขึ้นมา กฎหมายทางไทยช่วยเหลือคนไทยไม่ได้ เลยถูกฝั่งนาย จ้างเอา เปรียบตลอด บลาบลาบลา………?

เมื่อได้มีโอกาสเดินทางมาทำงานต่างประเทศแล้ว ทำตัว อยู่ให้เป็นเย็นให้พอ กับเพื่อนร่วมงาน ต้องเข้าใจว่าทุกคนมาทำงานเป้าหมายเดียวกันค่ะ มาทำงานเก็บเงิน ส่งกลับไทย ใช้หนี้ค่าเดินทาง และ ส่งให้พ่อแม่ ลูก เนาะ เรียนรู้การอยู่เป็นหมู่คณะ ลดการพูดถึงในทาง ลบ คิดบวกให้เป็น ( ถึงได้บอกไงว่าคนไทยน่ากลัวในต่างประเทศ)

สรุป คือ เอาใจเขา มาไส่ใจเรา โฟกัสที่งานของเรา

การแก้ไข สังคม มันเริ่มต้นได้ที่ตัวเราค่ะ

เป็นกำลังใจให้กับทุกคนเลยนะค่ะที่อยากหาประสบการณ์ การทำงานในต่างประเทศ พี่ลืมอีกข้อแนะนำ คือ ภาษาค่ะภาษา อังกฤษ ต้องได้ต้องเป็น มันสำคัญมากกกก เราต้องสื่อสารงานด้วยภาษากันค่ะ พี้น้อง ต้องไส่ใจ อย่าหวังพึ่งแต่เพื่อนที่เก่งภาษา อย่างเดียวไม่ได้ค่ะ เราต้องพึ่งพาตัวเองก่อนเด้อค่ะ

ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปได้ในวัย 18 ปี (ซึ่งคุณรู้อะไรต่างๆในตอนนี้แล้ว) คุณจะให้คำแนะนำอะไรแก่ตัวเองบ้างเพื่อที่จะช่วยคุณในเรื่องการใช้ชีวิต, การงานและความรัก

Time machine กลับไปได้ ในช่วงอายุ 18 ต้องบอกเลยว่า การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท ในทุกๆด้านสำคัญที่สุด ค่ะ ที่ผ่านมา มีพลาดบ้างเนาะ วัยรุ่น เอาจริงๆ ช่วงวัยรุ่นพี่ทำงานก่อนนะ แล้วพอมีโอกาสก็กลับไปเรียนอีกครั้งจนจบ ป.ตรี ไม่ได้เป็นเด็กเกเร นะ แต่ที่บ้านจนต้องดิ้นรนหาเงินก่อน พี่เป็นคนเรียนรู้ทุกอย่าง ถ้ามีโอกาสอะไรมาให้เรียนรู้ ก็เรียนไปทำงานไป ใช้ชีวิตแบบอเมริกัน ตอนทำงานในร้านอาหาร อเมริกัน ก็ฝรั่ง อเมริกาบ้าง อังกฤษบ้างนี่ละ ต้นแบบชีวิตที่ต้องการ เขาแนะนำดีมากๆ เราก็นำมาปรับใช้กับวิถีชีวิตตัวเองอย่างเรียบง่าย ส่วนความรัก เป็นขาดความรัก ขาดคนรักด้วย (คุณ Apichaya หัวเราะ) พี่ชอบชีวิตอิสระมาก และใช้ชีวิตไม่ยึดติดด้วยละ เลยไม่มีอะไรมากข้อนี้

การมีชีวิตที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ พี่พยามทำให้ดีที่สุด และทำงานให้มีความสุข

คำว่า ประสบความสำเร็จหรือกำลังจะประสบความสำเร็จ มีความหมายว่าอย่างไรสำหรับคุณ บางคนเชื่อมโยงความสำเร็จกับเงิน บางคนเชื่อมโยงกับความสุข และบางคนเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นๆ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วนิยามความสำเร็จของคุณคืออะไร

คำว่า ประสบความสำเร็จ ในความเป็นตัวพี่ ในช่วงแรก เอาเงินเป็นตัววัด เลยค่ะ ข้อนี้ยอมรับกันตรง ๆ ไปเลย เพราะว่าจน มาตั้งแต่เกิด (ตอนนี้ก็ยังจนคุณ – คุณ Apichaya หัวเราะ) )เราดิ้นรน หาเลี้ยงพ่อแม่และน้อง ตามหน้าที่ของลูกคนโต มันเหนื่อยนะ หาเดียว มันเลยทำให้เรา ผลักดันตัวเองขยันทำงานเพื่อครอบครัวเลยคิดว่า การมีเงินแล้ว ครอบครัวจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ที่ผ่าน คำว่าเงินไม่ได้บันดาลความได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นความสำเร็จช่วงแรกของพี่ จึง ล้มเหลวไป

ช่วงที่ 2 หลังจากพ่อแม่ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ความสำเร็จ ความสุขของพี่ มันอยู่ที่การตามฝันในการเดินทางมาต่างประเทศ ที่มุ่งมั่นหาช่องทางทำจนสำเร็จจนได้ ดีใจโคตร โคตร (คุณ Apichaya หัวเราะ) คุณคิดดู พี่ไม่เคยรู้จักใคร ที่เมืองนอก อยากมาทำงานหาเงินที่เมืองนอก อยากเห็นบ้านเมืองแดนไกลบ้าง ขนาดหลวงพระบางพี่ยังไม่เคยไปเลยคุณ เปิดเลยค่ะคุณกูเกิล หาข้อมูลต่างๆนานา มาอ่านก่อน พอทราบถึงวิธีการ เลยเริ่มเรียนนวดคร้าาา ทำจนถึง ฝั่งฝันตัวเองได้แล้ว พอมีเวลานั่งจิบเบียร์ ชิวชิว ที่บาร์แห่งหนึ่ง ในต่างประเทศ คุยในใจตัวเองว่า กูมาได้ไงวะเนี้ยะ (คุณ Apichaya หัวเราะ)

สรุปความสำเร็จในแบบฉบับของพี่ คือ ไม่หยุดนิ่ง ฝันอะไรไว้ตอนเด็กๆอย่าล้มเลิกเมื่อโตขึ้น อย่าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แค่คุณมีความมุ่งมั่น แ

และความพยาม มันล้มเหลวง่าย ไม่ค่อยไปต่อกัน ถ้าคุณมุ่งมั่น มันจะประสบความสำเร็จค่ะ ต่อให้พี่ใช้เวลาทั้งชีวิต พี่ก็ยอมนะ ขอให้ได้มีโอกาสมาเที่ยวเมืองนอกกะเขาบ้างสักครั้งก่อนตายก็ยังดีกว่าไม่ได้มา พี่คิดขนาดนี้เลยนาคุณ (คุณ Apichaya หัวเราะ)

โอกาสมันไม่ได้มีบ่อยๆ เหมือนเช่นคนอื่นเขาเนาะ

คุณชอบทำอะไรเมื่อคุณมีเวลาว่าง และกิจกรรมเหล่านั้นเติมเต็มความสุขให้คุณอย่างไร

ยามว่าง ชอบอ่านบทความ ชอบเขียนบันทึก เรื่องราวไว้กันลืม ชอบนั่งร้านกาแฟ ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน (คุณ Apichaya หัวเราะ)

ที่สำคัญ พี่ชอบคบคนที่มีความคิดแตกต่างจากตัวเอง คุยแล้วได้มุมมองไหม่ๆมาเติมพลังบวก

ไปไหนมาไหนชอบไปคนเดียว ไปหาเพื่อนเอาข้างหน้า

ความสุขของพี่หาได้รอบตัว ตามแต่โอกาส ในแต่ละที่ ที่เราเดินทางไปพบเจอสิ่งนั้นๆค่ะ

แม้แต่คนที่รับมือกับความทุกข์ได้ดีก็ยังมีบางครั้งที่ต้องทุกข์ทนกับความรู้สึกด้านลบ คุณช่วยบอกวิธีรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้สัก 2-3 ข้อที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นและไม่จมปลักอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น

1. มีสติ 2 . ปล่อยวาง 3 ไม่ยึดติด

การมีสติ คิดตรึกตรอง ไม่ฟุ้งซ่าน กับสิ่งยั่วยุไปกับคำพูดคนอื่นที่เราฟังแล้วไม่เป็นผลดีต่อเรา เนาะ

การปล่อยวางของพี่ คือท่องไว้ ช่างศรีษะมาร ( ช่างหัวมันนั่นแหละ ) ปล่อยผ่านไปเลย ใช้เวลาล้วนๆเป็นตัววัดว่า จามีความอดทนแค่ไหนกันคนเรา

และการไม่ยึดติด คิดให้ทุกข์ มันก็ทุกข์ คิดเป็นสุข มันก็สูข ชีวิตจริงไม่ไช่ละคร อยู่กับความเป็นจริงให้เป็น สุข และ ทุกข์ มันอยู่ที่ใจเรา ดั่งพระท่านสอน

ชีวิตพี่ นับ 1 ไหม่ได้เสมอ เริ่มต้นที่ตัวเราเองนี่ละ ไม่โทษใคร ไม่โทษโชคชะตา ชีวิตเป็นของเรา ตายไปก็เผาทิ้ง ฝึกค่ะฝึกมีต้างหลายวิธีที่ทำให้เราหลุดพ้น

เอามาถ้าพี่เซ็งๆเมื่อใด พี่จาพาตัวเอง ไปเล่นพลูกับเพื่อนๆ เล่นไปก็หาวิธีจัดการไป ดื่มตั้งแต่เบียร์ ยันยาดอง และพี่ ไม่ต้องคิดอะไร บันเทิงเข้าไว้ เวลาผ่านไป ทุกอย่างจาดีขึ้นเอง เจอหนทางแก้ไขให้เราหลุดพ้น พี่จะไม่จมปลักอยู่กับสิ่งแย่ๆนะ ดึงตัวเองออกมาให้ไวเลยละ บางทีคนเรา ทำอะไรหลุดออกจาก เฟรม บ้างก็ได้ ไม่มีใครเขาว่าเราบ้าหรอก

ฟังเพลง ร๊อกบ้าง ฮิปฮอปบ้าง จาเป็นไรไปละ

พี่ 56 ปีแล้ว สมองพี่ไม่ยอมแก่ตามวัยนะ อยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข เพราะพี่ไม่อยากเป็นคนแก่ที่เหี่ยวเฉาตายเหมือนต้นไม้ที่ไม่ได้รดน้ำ

คุณช่วยบอกได้ไหมว่า สุภาษิต คติพจน์ หรือคำพูดใดที่คุณชื่นชอบและมีความหมายต่อชีวิตคุณ

ตนจงเป็นที่พึ่งแห่งตน ค่ะคุณ และ ใช้เท่าที่มี เป็นหนี้เท่าที่จำเป็น

พี่ท่องให้ขึ้นใจตัวเอง มันจาทำให้เราใช้ชีวิตไม่ประมาทค่ะ นี่คือ คติพจน์ที่พี่ใช้กับตัวเองจนถึงทุกวันนี้เลย

และ สิ่งที่จำมาจากการอ่านคือ “ เวลาพูดคนอื่นเขาจะเห็นระดับสติปัญญาของคุณ
ให้เลย รู้เองว่าพูดไม่ค่อยคิด ใจร้อน อะไรประมาณนี้ พออ่านเจอเราชอบมาก เลยนำมาใช้ในชีวิตประวันไปเลย บางทีพูดไม่คิดไม่ทันระวัง ชีวิตเปลี่ยนไปเลยนาคุณ (คุณ Apichaya หัวเราะ)

เวลาจาพูดกับใคร พี่คิดใจละ ว่า เวลาพูดคนอื่นเขาจามองเห็นระดับสติปัญญาของเทอนะ เอาจริงเอาจังคือกลัวพูดไม่เข้าหูผู้อื่น เนาะ

หากคุณได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับคนดังและได้สิทธิ์ถามคำถามเขา 1 คำถาม คนดังที่คุณอยากร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยคือใคร และคำถามที่คุณอยากถามคืออะไร หรืออาจจะเป็นคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้ คุณอยากจะถามอะไรเขา

ที่เมืองไทยพี่เคยเจอดารานักร้องนักแสดงเยอะนะ เพราะว่าเมื่อก่อนพี่ทำงานอยู่ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ เวลาที่เขามาซ้อมละครเวที แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่ตื่นเต้นกับคนดังมากนัก อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร นี่แหละ ค่ะ ที่อยากจะถาม ว่า ทำไมประเทศไทยถึงได้วุ่นวายได้เพียงนี้ เมื่อไหร่จะมีเสถียรภาพ สักที

ถ้าได้นั่ง ทานอาหารกับคนระดับนี้ พี่คงไปไม่เป็นเลยนะ แต่พี่ชอบ แนวคิดเขา คนเรามีดีและไม่ดี เหมือนกันทั่วโลก พี่ก็ยังชื่นชอบท่าน อดีตนายกทักษิณอยู่คือเก่าละ

Linus Pauling กล่าวไว้ว่า วิธีที่จะได้ไอเดียที่ดีที่สุดคือมีไอเดียเยอะๆ วิธีที่คุณทำเพื่อให้เกิดไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์คืออย่างไร ของผม..หลังจากตื่นนอนแล้วผมจะชงชาดื่ม และเลือกหัวข้อที่อยากจะมีไอเดียกับมัน และใช้เวลา 45 นาทีเพื่อคิดหาไอเดีย บางคนหาไอเดียจากการนั่งสมาธิ บางคนหาไอเดียจากการเดิน แล้วคุณล่ะหาไอเดียจากอะไรและเวลาช่วงไหนของวันที่ทำให้คุณเกิดไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด

อะนะ วิธีการมันอาจจาดูคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันแน่นอน พี่ไอเดียเยอะ แต่ดีไซน์แนวคิดสร้างสรรค์มันไปไม่ค่อยสุดทาง งงกับตัวเองอยู่เหมือนกันนะ พี่จะได้ไอเดียจากการเดินชมนก ชมไม้ เดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ เจอผู้คนเยอะๆ การมอง การสังเกตเห็นอะไรไหม่ๆเข้ามา แล้วมันปิ้๊งงงง ขึ้นมา การอยู่คนเดียวและฟังเพลง นี่ละที่ทำให้เกิดไอเดียดีๆเข้ามามากสุดค่ะ

ระหว่างไอเดีย กับความคิดสร้างสรรค์ สำหรับพี่ มีไอเดีย ทำง่ายกว่า คิดได้แล้วลงมือทำเลย แต่แนวคิดสร้างสรรค์ดีดี คิดออกยากมาก บางครั้งคิดออกมาได้ แต่มันต่อยอดแนวคิดไม่ได้ พี่เลยรุสึกว่ามันสร้างสรรค์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

การมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี แต่แน่นอนว่าถ้าจะให้ประสบความสำเร็จเราต้องลงมือทำ เรามีหลายสิ่งที่ต้องทำและต้องดูแลในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานทั้งชีวิตส่วนตัว ซึ่งในบางครั้งก็ยากที่จะควบคุมทุกอย่างได้ บางครั้งตั้งใจว่าจะทำอันนี้ๆซึ่งมันก็ไม่มีวันหมดสิ้นเสียทีมันจะมีเพิ่มมาอีกเรื่อยๆ คุณมีวิธีการจัดการกับชีวิตของคุณให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิผลในขณะที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆในชีวิตอย่างไร ช่วยบอกเคล็ดลับมาสัก 3 ข้อ

ชีวิตพี่ มีแผน A.เริ่มต้นปูทางการทำงานเตรียมตัวพร้อมเครื่องมือพร้อม ลุย
แผน B . ลงมือสร้างสรรค์ผลงานกับสิ่งที่คิดไว้ แผน C.รองรับความเสียหายที่มันผิดพลาด และรีบลงมือแก้ไขทันที จะได้เสียหายน้อยสุด

ABC นี้พี่นำมาใช้ติดตัว กับการทำงาน ในชีวิตประจำวันพี่เสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จ ประสิทธิภาพประสิทธิผล มันขึ้นอยู่กับชิ้นงานนั้นๆ ที่เราได้รับมาค่ะ

ทำสมองและสองมือ ให้ว่างๆทุกวัน เหมือนคนเริ่มต้นเรียนไหม่ๆนั่นละ เพื่อที่เราจะได้ลงมือทำ สมองรับงาน กลไกไหม่เข้ามาเต็มที่

ประมาณนี้ค่ะ กับสิ่งที่พี่ทำเป็นประจำ

ช่วยยกตัวอย่างบุคคล 2 คนที่คุณชื่นชอบการทำงานของเขาและติดตามอย่างใกล้ชิด และคุณชื่นชอบอะไรในผลงานของพวกเขา

ตกม้าตายในข้อนี้แหละคุณเอ๊ยย (คุณ Apichaya หัวเราะ) เพราะว่าไม่เคยติดตามผลงานเขาอย่างไกล้ชิดเลยค่ะ โดยส่วนตัวชื่นชอบคนเก่ง คนฉลาด เพราะคิดว่าตัวเองโง่ เรียนหนังสือมาน้อย ประสบการณ์ก็ไม่ค่อยมีกับเขาเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ยังคงชอบ อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และเจ้าสัวเบียร์ช้าง เจริญ สิริวัฒนภักดี ค่ะ คุณทักษิณ พี่ชอบแนวคิดที่ฉลาด ๆ ของเขาเนาะ ทางด้านเจ้าสัว อยากรู้จัง ทำไมถึงรวยแท้ (คุณ Apichaya หัวเราะ)

เอาจริงๆ คนเก่งคนฉลาด มีเยอะแหละ แต่ สองคน ที่ชอบนั้น เคยอ่าน หนังสือ และบทความเจอ เลยรู้สึกชื่นชอบเท่านั้นเองค่ะ

และขอบคุณ ด้วยเช่นกันนะค่ะ ที่ให้โอกาสตอบคำถามดีดี เช่นนี้ แอบคิดในใจอยู่นะว่า คำถามจิตวิทยาสูงมาก

คุณ Apichaya

สัมภาษณ์: กับคุณ Apichaya

การใช้ชีวิตในประเทศสโลวาเกีย – คือใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศรัสเซีย

 

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s