เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 66

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 66

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 45 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้คำว่า ci ในรูปแบบต่างๆ ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 45
บทที่ 45
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Ehm… io così, così in tutti i sensi.
เอิม… สำหรับฉันก็เรื่อยๆ ในทุกๆ ด้านเลยค่ะ
– Perché oggi sono così?
ทำไมวันนี้ฉันถึงเป็นแบบนี้เหรอคะ
– Sì, lo so, sono sempre la solita, ogni lezione c’è una sorpresa, ma aspettate, vi spiego!
ใช่ค่ะ ฉันรู้ค่ะ ฉันก็เป็นแบบเดิมตลอดอ่ะค่ะ ในแต่ละบทเรียนก็จะมีเซอร์ไพร์ส แต่พวกเธอรอก่อนนะคะ ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังค่ะ!
– Eh… io ho provato a fare degli esercizi di ginnastica fai da te.
เอิม… ฉันได้ลองออกกำลังกายด้วยตัวเองแล้วค่ะ
– Ho fatto dello stretching da sola e questo ragazzi è il risultato, guardate!
ฉันได้ทำการยืดตัวด้วยตัวเองคนเดียว และสิ่งนี้คือผลลัพธ์ค่ะ เพื่อนๆ พวกเธอดูสิคะ!
– Oddio, non riesco, non riesco a liberarmi da questa posizione!
โอ้ว ฉันไม่สามารถ ฉันไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองออกจากท่านี้ได้ค่ะ!
– Non ci riesco proprio.
ฉันไม่สามารถจริงๆ ค่ะ
– Aiutatemi, non ce la faccio più!
พวกเธอช่วยฉันด้วยนะคะ ฉันทนไม่ไหวแล้วคะ!
– Aspettate, aspettate, forse ci riesco.
พวกเธอรอก่อน พวกเธอรอก่อน บางทีฉันอาจจะทำได้ค่ะ
– E uno… oh ahi ahi ahi…
และหนึ่ง… โอ้ว อายะ อายะ อายะ…
– E due… sì sì sì, ci sono riuscita!
และสอง… ค่ะ ค่ะ ค่ะ ฉันเอาออกได้แล้วค่ะ
– Ecco ce l’ho fatta! Ahi ahi ahi!
นี่ค่ะ ฉันทำมันได้แล้วค่ะ! อายะ อายะ อายะ!
– Ragazzi non va bene questo.
เพื่อนๆ คะ แบบนี้มันไม่ดีเลยค่ะ
– Ok, questa è la lezione numero 45, la 45esima lezione, eh sì, Veronica è sempre così non cambia neanche dopo 45 lezione ragazzi.
โอเคค่ะ นี่คือบทเรียนหมายเลขที่ 45 ค่ะ บทเรียนที่ 45 ใช่แล้วค่ะ เวโรนิค่าก็เป็นแบบนี้ตลอดค่ะ ไม่เคยเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย แม้จะผ่านมาแล้ว 45 บทเรียนค่ะเพื่อนๆ
– Eh va beh, io ci ho provato ma… questo è il risultato!
เอิม ช่างเถอะ ฉันได้ลองแล้วนะคะ แต่ว่า… นี่คือผลลัพธ์ค่ะ!
– Eh va beh, va beh, l’importante è che sia andato tutto a buon fine.
เอิม… ช่างเถอะค่ะ สิ่งที่สำคัญคือมันควรจบแบบสวยๆ ค่ะ
– Ho la schiena un po’ rotta ma va bene.
หลังของฉันมันหักนิดหน่อย แต่ก็โอเคค่ะ
– Allora che cosa impariamo oggi?
เอาหล่ะค่ะ วันนี้พวกเราจะมาเรียนเรื่องอะไรกันคะ
– Prima di tutto, come sempre, a non seguire il mio esempio.
ก่อนอื่นเลย เหมือนอย่างเช่นเคย คือ อย่าทำตามแบบฉันค่ะ
– Quindi se dovete fare ginnastica, o siete dei bravi atleti, ma se siete come me andate da persone esperte.
ดังนั้น ถ้าพวกเธอต้องเล่นยิมนาสติก หรือว่าพวกเธอเป็นนักกีฬาที่เก่งกัน แต่ว่าถ้าพวกเธอเป็นคนธรรมดาเหมือนกับฉัน พวกเธอควรให้ผู้มีประสบการณ์หรือเทรนเนอร์ช่วยสอนนะคะ
– Quindi oggi impariamo a chiedere informazioni in palestra.
ดังนั้น วันนี้พวกเรามาเรียนเรื่องการถามข้อมูลต่างๆ เพื่อเข้ายิมกันค่ะ
– Infatti io adesso guardo un po’ il mio tablet scelgo una buona palestra con degli esperti istruttori che ci aiutino, ok?
นี่ไงคะ ตอนนี้ฉันขอดูแทบเล็ตของฉันนิดนึงก่อนนะคะ ฉันเลือกยิมที่ดีพร้อมกับโค้ชผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยพวกเราได้ โอเคนะคะ
– Va bene, perché c’è bisogno di istruttori esperti per persone come me.
โอเคค่ะ เพราะว่าจำเป็นต้องมีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ สำหรับคนแบบฉันค่ะ
-Va beh, se non ci facciamo male ragazzi.
มันก็โอเค ถ้าพวกเราไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวค่ะเพื่อนๆ
– Adesso vediamo un po’.
ตอนนี้พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ
– Allora, questo mi piace!
เอาหล่ะค่ะ สิ่งนี้ฉันชอบค่ะ!
– Sì, mi piace questa palestra.
ค่ะ ฉันชอบยิมนี้ค่ะ
– Sì perché no?
ค่ะ ทำไมจะไม่หล่ะคะ
– Wow, ci sono un sacco di attività.
ว้าว มันมีกิจกรรมเยอะเยอะไปหมดเลยค่ะ
– Em… ok ragazzi ascoltate però, guardate un po’ questa attività.
อืม… โอเคค่ะเพื่อนๆ แต่ว่าพวกเธอฟังนะคะ พวกเธอดูกิจกรรมนี้กันนิดนึงค่ะ
– Io non ci capisco niente.
ตรงนั้นฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ
– Qui abbiamo, spiegatemi voi che cos’è, gag, super gag ok, super power tonic, easy line plus, life pump e super cardio tone.
ตรงนี้พวกเรามี พวกเธออธิบายให้ฉันฟังหน่อยค่ะ ว่ามันคืออะไรคะ gag, super gag โอเค super power tonic, easy line plus, life pump e super cardio tone ค่ะ
– Ragazzi, io non ci capisco niente.
เพื่อนๆ คะ ในเรื่องนี้ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ

– Adesso qua, io devo, devo chiamare perché così mi spiegano almeno cosa sono queste cose, perché io non lo so.
ตอนนี้ตรงนี้ ฉันต้อง ฉันต้องโทรถามค่ะ เพราะว่าแบบนี้พวกเขาจะได้อธิบายให้ฉันฟัง ว่าสิ่งพวกนี้คืออะไร เพราะว่าฉันไม่รู้เรื่องเลยค่ะ
– Em… allora, il numero non c’è l’ho, aspettate che lo cerco.
เอิม… เอาหล่ะค่ะ เบอร์โทรฉันไม่มีมันค่ะ พวกเธอรอสักครู่นะคะ ฉันขอหาก่อนค่ะ
– Eh… sono io che non ci vedo bene o qui non c’è il numero?
เอิม… คือฉันที่ดูไม่ดี หรือว่ามันไม่มีเบอร์โทรคะ
– Ah… eccolo, eccolo!
อ้า… มันอยู่นี่ค่ะ มันอยู่นี่ค่ะ!
– Quindi il numero ce l’ho!
ดังนั้นเบอร์โทรฉันมีมันค่ะ!
– Benissimo, voi ci scherzate ma io non ci capisco niente.
ดีมากค่ะ พวกเธอล้อเล่นกัน แต่ฉันไม่เข้าใจมันเลย จริงๆ นะคะ
– Con tutte queste attività, tutti questi nomi, un po’ in inglese, un po’ strani.
กับกิจกรรมต่างๆ พวกนี้ทั้งหมด ชื่อพวกนี้ทั้งหมด เป็นภาษาอังกฤษ แปลกๆ นิดนึงค่ะ
– Eh… va bene, così chiedo informazioni per me e anche per la mia amica Laura.
ค่ะ… โอเคค่ะ แบบนี้ฉันขอถามข้อมูลเพื่อตัวฉันเอง และก็ถามเพื่อเพื่อนสาวของฉันเล่าร่ะค่ะ
– Anche lei ci vuole andare.
หล่อนก็อยากไปด้วยค่ะ
– Sicuramente ci vuole andare in palestra con me, ci vuole andare in palestra con me.
แน่นอนค่ะ หล่อนอยากไปยิมกับฉันค่ะ หล่อนอยากไปยิมกับฉันค่ะ
– Così ci iscriviamo insieme.
แบบนี้พวกเราจะได้สมัครพร้อมกันค่ะ
– Eh… va bene, va bene, va bene, adesso ragazzi chiamo.
เอิม… โอเคค่ะ โอเค โอเค เพื่อนๆ คะ ตอนนี้ฉันขอโทรก่อนนะคะ
– Perfetto! Ecco qua! Va bene.
เยี่ยมมากคะ! นี่ค่ะ! โอเค
– Ci metto pochi minuti, non preoccupatevi.
ฉันจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีค่ะ พวกเธอไม่ต้องกังวลกันนะคะ
– Grazie!
ขอบคุณค่ะ!
– Allora! Eh…
เอาหล่ะค่ะ! เอ่…
– Pronto? Buonasera, salve.
ฮัลโหล สวัสดีตอนเย็นค่ะ สวัสดีค่ะ
– Chiamo per informazioni.
ฉันโทรมาเพื่อสอบถามข้อมูลค่ะ
– Sì, grazie.
ใช่ค่ะ ขอบคุณค่ะ
– Allora, io e una mia amica vorremmo iscriverci in palestra.
เอาหล่ะค่ะ ฉันและเพื่อนสาวของฉัน พวกเราต้องการสมัครเพื่อใช้ยิมค่ะ
– Em… vorrei sapere… mi può per favore spiegare, per esempio, che cos’è super power cardio tone?
เอิม… ฉันต้องการทราบ… คุณได้โปรดช่วยอธิบายให้ฉันฟังได้ไหมคะ ตัวอย่างเช่น super power cardio tone มันคืออะไรคะ
– Ah ok, ho capito. Ohs…
อ้า โอเค ฉันเข้าใจแล้วค่ะ อุ้ย…
– Eh insomma, ascolti, mi sa che ci vuole troppa forza.
ค่ะ… เอาหล่ะค่ะ ฟังนะคะ ฉันคิดว่ามันคงจะต้องใช้แรงเยอะไปค่ะ
– Io non sono così forzuta.
ฉันไม่ใช่คนที่แข็งแรงขนาดนั้นค่ะ
– Invece per esempio, questo super power tonic?
ส่วนอันนี้ ตัวอย่างเช่น super power tonic นี้หละคะ
– O life pump?
หรือว่า life pump หล่ะคะ
– Ah sì sono simili. Ok!
อ้า พวกมันคล้ายๆ กัน โอเคค่ะ
– Ah, ci fate usare i bilanceri.
อ้า พวกคุณจะให้พวกเราใช้พวกบาร์เบลต่างๆ
– I bilanceri… ah no, no, ci vuole troppa forza anche qui.
พวกบาร์เบล… อ้า ไม่ค่ะ ไม่ มันต้องใช้แรงเยอะเหมือนกันค่ะ
– Poi io, allora io le spiego, sa cos’è che io ho avuto qualche problema alla schiena.
แล้วฉัน เอาหล่ะค่ะ ฉันจะขออธิบายให้คุณฟังนะคะ คุณทราบไหมคะ ว่าฉันมีปัญหาที่หลังค่ะ
– Quindi ascolti, invece… quindi forse non è per me.
ดังนั้น ฟังนะคะ ถ้างั้น… ดังนั้นบางทีมันอาจจะไม่เหมาะสำหรับฉันค่ะ
– Invece questo gag?
ส่วน gag นี้หล่ะคะ
– Gag o super gag?
Gag หรือว่า super gag หล่ะคะ
– Ah, sì sì sì, questo forse mi piace.
อ้า ค่ะค่ะค่ะ บางทีอันนี้ฉันชอบค่ะ
– Ah ho capito, sono le iniziali, gambe-addominali-glutei. Yuuh!!!
อ้า ฉันเข้าใจแล้วค่ะ พวกมันเป็นแบบเริ่มต้น ขา-หน้าท้อง-ก้น ยู้ย!!!
– Questo mi piace!
ฉันชอบมันค่ะ!
– Sì sì sì, perfetto.
ค่ะ ค่ะ ค่ะ เยี่ยมมากค่ะ
– Questo sicuramente è perfetto per me.
แน่นอนค่ะ สิ่งนี้มันเยี่ยมมากสำหรับฉันค่ะ
– Sì sì sì, va bene.
ค่ะค่ะค่ะ โอเคค่ะ
– Ascolti sì, ci penso per il gag perché mi sembra molto interessante.
ฟังนะคะ ค่ะ ฉันคงจะเล่น gag เพราะฉันคิดว่ามันน่าสนใจมากค่ะ
– Ascolti ho altre domande: gli istruttori ci seguono?
ฟังนะคะ ฉันยังมีคำถามอื่นๆ อีกค่ะ จะมีพวกโค้ชมาสอนพวกเราไหมคะ
– Perché sa, io ho avuto qualche problemino alla schiena.
เพราะว่าอย่างที่คุณทราบอ่ะค่ะ ฉันมีปัญหาบางอย่างที่หลังค่ะ
– Un po’… Ah benissimo.
นิดหน่อยค่ะ…อ้า ดีมากเลยค่ะ
– Sì sì sì, sono molto esperti.
ค่ะค่ะค่ะ พวกเขามีประสบการณ์มาก
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– E poi un’altra cosa, un’altra cosa
แล้วก็อีกอย่างนึงค่ะ อีกอย่างนึงค่ะ
– Ah… ci date dei consigli immagino, in base, in base alla corporatura, in base al peso, allo stile di vita.
ค่ะ… พวกคุณคงจะให้คำแนะนำต่างๆ กับพวกเรานะคะ ฉันวาดภาพไว้เช่นนั้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย น้ำหนัก และเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ด้วย

– Ah… benissimo, sì sì sì, è quello di cui ho bisogno.
อ้า… ดีมากๆ ค่ะ ใช่เลยค่ะ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการเลยค่ะ
– Va bene!
ดีค่ะ!
– Ascolti poi un’altra domanda.
รบกวนฟังนิดนะคะ แล้วก็มีอีกคำถามนึงค่ะ
– Sicome non ci sono mai stata, come ci si arriva?
คือแบบว่า ดิฉันยังไม่เคยไปที่นั่นเลย แล้วจะไปที่นั่นได้อย่างไรคะ
– Ah… sì?
อ้า… เหรอคะ
– Posso arrivarci in autobus o a piedi.
ฉันสามารถไปที่นั่นโดยรถเมล์ หรือจะเดินไปก็ได้
– Sa, io abito al centro.
คุณทราบไหมคะ ฉันอาศัยอยู่ในตัวเมืองค่ะ
– Ah sì? Dal centro posso anche arrivarci a piedi. Ottimo!
เหรอคะ จากในตัวเมือง ฉันเดินไปที่นั่นได้ สุดยอดค่ะ!
– Benissimo! Sì sì sì!
ดีมากค่ะ! ค่ะ ค่ะ ค่ะ!
– Sì, ci vogliono solo 15 minuti.
ค่ะ ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเองค่ะ
– Perfetto, benissimo!
เยี่ยมมากค่ะ ดีมากค่ะ!
– Va bene, quindi non è lontano, ottimo.
โอเคค่ะ ดังนั้น มันอยู่ไม่ไกลค่ะ สุดยอดเลยค่ะ
– Ci sono… un’altra cosa, ci sono le docce?
ที่นั่นมี… ยังมีอีกอย่างนึงค่ะ มีพวกฝักบัวให้อาบน้ำไหมคะ
– Ah benissimo!
อ้า ดีมากค่ะ!
– Em… ok, sì… benissimo!
เอิม… โอเค… ค่ะ ดีมากค่ะ!
– Ah… sì sì sì, ho capito.
อ้า… ค่ะค่ะค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ
– Ho capito, ci vuole un asciugamano.
ฉันเข้าใจแล้วคะ มันต้องใช้ผ้าขนหนูค่ะ
– Ah… sì sì sì, ce l’ho asciugamano personale.
อ้า… ค่ะ ค่ะ ค่ะ ฉันมีผ้าขนหนูใช้ส่วนตัวค่ะ
– Va benissimo.
ดีมากๆ ค่ะ
– Ah… sì sì sì, poi, ci vogliono le scarpe da ginnastica.
อ้า… ค่ะ ค่ะ ค่ะ แล้วก็ต้องใช้รองเท้าผ้าใบค่ะ
– Da usare… ce le ho, da usare solo in palestra.
สำหรับใช้… ฉันมีมันค่ะ สำหรับใช้ในยิมเท่านั้น
– Va bene, ah ci vuole anche il certificato medico.
โอเคค่ะ อ้า มันต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วย
– Eh… quello non ce l’ho, ma lo posso fare domani o nei prossimi giorni.
เอิม… อันนั้นฉันไม่มีมันค่ะ แต่ว่าฉันก็สามารถไปทำวันพรุ่งนี้หรือว่าในวันถัดไปได้ค่ะ
– Em… va bene, ah… davvero posso fare una lezione di prova?
เอิม… โอเคค่ะ อ้า… จริงเหรอคะ ฉันสามารถทดลองเรียนก่อนได้เหรอคะ
– Sì sì sì, che bello!
ค่ะ ค่ะ ค่ะ เลิศมากค่ะ!
– Sì, va bene, ci verrò volentieri, perfetto!
ค่ะ โอเคค่ะ ฉันจะไปที่นั้นด้วยความยินดีอย่างแน่นอนค่ะ เยี่ยมมากค่ะ!
– Ah… va bene, va benissimo, quindi ci vediamo domani alle 18:00 per la lezione di prova gag.
อ้า… โอเค โอเคมากค่ะ ดังนั้นพวกเราพบกันวันพรุ่งนี้ตอนหกโมงเย็น สำหรับทดลองเรียนหลักสูตร gag ค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Em… così parleremo anche dei prezzi e dell’iscrizione.
เอิม… แบบนี้พวกเราก็จะได้พูดถึงเรื่องราคาและการสมัครกันด้วยค่ะ
– Benissimo, grazie, grazie mille e a domani.
ดีมากค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากค่ะ และพบกันวันพรุ่งนี้ค่ะ
– Bene, grazie, è stata gentilissima.
ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ นางใจดีมากๆ เลยค่ะ
– Arrivederci, a domani.
สวัสดีค่ะ แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ
– Perfetto ragazzi, da domani nuovo ritmo.
เยี่ยมมากค่ะเพื่อนๆ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ก็จะเริ่มจังหวะใหม่ค่ะ
– Benissimo, perfetto, mi sento già in perfetta forma. Ohs…
ดีมากค่ะ เยี่ยมมากค่ะ ฉันรู้สึกว่าร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วค่ะ โอ๊ส…
– Che bello, bello, a parte la schiena un po’ rotta ma dai…
เลิศมากค่ะ ดีค่ะ ยกเว้นหลังของฉันมันเจ็บนิดหน่อย แต่ว่าก็โอเคค่ะ…
– Abbiamo anche imparato un bel po’ di cose.
พวกเราก็ยังได้เรียนหลายสิ่งหลายอย่างด้วยนะคะ
– Eh… sicuramente voi vi chiedete quanti “ci” ci sono in italiano e ce ne sono molti ragazzi.
เออ… แน่นอนค่ะ พวกเธอก็จะถามกันว่า คำว่า “ci” มีมากเท่าไหร่ในภาษาอิตาลี และมันก็มีเยอะมากเลยค่ะ เพื่อนๆ คะ
– Infatti nella mia telefonata e anche nel mio dialogo con voi anche quando ero così, abbiamo imparato tante cose.
นี่ไงคะในการคุยโทรศัพท์ของฉัน และก็ในบทสนทนาของฉันกับพวกเธอ ถึงแม้ว่าตอนนั้นฉันจะอยู่ในสภาพนี้ แต่พวกเราก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ
– Adesso vediamo un po’ di esempi che ho scritto alla lavagna.
ตอนนี้พวกเรามาดูกันนิดนึงเกี่ยวกับตัวอย่างที่ฉันได้เขียนไว้ที่กระดานดำค่ะ
– Bene, allora mi metto qua.
ดีค่ะ เอาหล่ะค่ะ ฉันจะอยู่ตรงนี้ค่ะ
– All’inizio, non lo rifaccio se no rimango di nuovo… wah… rimango di nuovo come prima.
ในตอนแรก ฉันจะไม่ทำมันซ้ำนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันก็จะอยู่ในท่านั้นซ้ำอีกค่ะ อ้าว… ฉันก็จะอยู่ในท่าเดิมเหมือนครั้งก่อนอีกค่ะ

– Ci rimango!
ฉันก็จะค้างอยู่แบบนั้นค่ะ!
– Ho detto “non ce la faccio più!”
ฉันได้บอกไปแล้วว่า “ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ!”
– Cosa significa?
มันหมายความว่าอย่างไรคะ
– Che non potevo più sopportare quella situazione.
หมายความว่า ตอนนั้นฉันไม่สามารถทนกับสถานการณ์นั้นได้อีกต่อไปค่ะ
– Ero così ragazzi, ero bloccata.
ตอนนั้นฉันเป็นแบบนี้ค่ะ (ท่าประสานมือไว้ที่หลัง) ตอนนั้นฉันติดอยู่ในท่านี้ค่ะ
– Eh… poi ho detto “ci vuole calma”, infatti con un po’ di calma sono riuscita a sbloccarmi.
เอิม… แล้วฉันก็ได้บอกว่า “มันต้องใจเย็นๆ ค่ะ” ด้วยเหตุนี้ไงคะ ก็ต้องใจเย็นนิดนึง แล้วฉันก็สามารถเอามือออกจากกันได้ค่ะ
– Em… poi alla fine quando ci sono riuscita ho detto “ce l’ho fatta”.
อืม… แล้วตอนสุดท้าย ตอนที่ฉันสามารถเอาแขนออกจากกันได้ ฉันก็พูดว่า “ฉันทำมันได้แล้วค่ะ”
– “Ce l’ho fatta” e “ci sono riuscita” è la stessa cosa.
“ฉันทำมันได้แล้วค่ะ” และ “ฉันสามารถทำมันได้แล้วค่ะ” มันมีความหมายเดียวกันค่ะ
– Cioè sono riuscita a raggiungere un obbiettivo.
คือ ฉันไปถึงเป้าหมายนั้นแล้วค่ะ
– Eh… sono tutte espressioni particolari, quindi questo ci, che come abbiamo imparato nelle lezioni passate, em… vicino ad un altro pronome diventa ce.
เอิม… ทั้งหมดนี้มันคือวิธีการพูดแบบเฉพาะค่ะ ดังนั้นคำว่า ci นี้ อย่างที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในบทเรียนที่ผ่านๆ มา อืม… คำว่า ci ถ้าอยู่ใกล้กับคำสรรพนามคำอื่น มันก็จะกลายเป็นคำว่า ce ค่ะ
– Per questioni di fonetica, perché “ci la faccio”, “non ci la faccio” suona proprio male in italiano.
ด้วยเหตุผลทางการออกเสียง เพราะว่าคำว่า ” ชิ ลา ฟัคโชะ (ฉันทำมันได้)”, “นน ชิ ลา ฟัคโชะ (ฉันทำมันไม่ได้)” ถ้าพูดแบบนี้ มันฟังแล้วขัดหูมากในภาษาอิตาลีค่ะ
– Em… anche “non ci l’ho fatta”.
อืม… แม้แต่คำว่า “นน ชิ โล่ะ ฟาตตะ (ตอนนั้นฉันทำมันไม่ได้)” ก็ฟังแปลกมากด้วยค่ะ
– No no ragazzi, suona male.
ไม่ ไม่นะเพื่อนๆ มันไม่เพราะเลยค่ะ
– Il ci vicino ad un altro pronome diventa ce.
คำว่า ci เมื่ออยู่ใกล้คำสรรพนามคำอื่น มันก็จะกลายเป็นคำว่า ce ค่ะ
– Poi ci riesco/non ci riesco.
แล้วก็คำว่า ชิ ริเอสโคะ (ฉันสามารถทำมันได้)/นน ชิ ริเอสโคะ (ฉันไม่สามารถทำมันได้)
– Però ci riesco/non ci riesco ha un’altra regola.
แต่คำว่า ชิ ริเอสโคะ (ฉันสามารถทำมันได้) และ นน ชิ ริเอสโคะ (ฉันไม่สามารถทำมันได้) มันมีกฎการใช้แบบอื่นค่ะ
– Perché significa a fare qualche cosa.
เพราะว่ามันหมายถึง การทำอะไรบางอย่างค่ะ
– Per esempio non ci riesco, non riesco a liberarmi.
ตัวอย่างเช่น นน ชิ ริเอสโคะ (ฉันไม่สามารถทำมันได้) นน ชิ ริเอสโคะ อะ ลิเบรารมิ (ฉันไม่สามารถทำให้ตัวเองเป็นอิสระได้ค่ะ)
– Poi “oh, ci sono riuscita”.
แล้วก็ “โอ้ว ชิ โซโนะ ริอุสชิตะ (ฉันสามารถทำมันได้แล้วค่ะ”
– Sono riuscita a liberarmi da quella posizione un po’ scomoda.
ฉันทำให้ตัวเองเป็นอิสระจากท่านั้นที่ค่อนข้างอึดอัดได้แล้วค่ะ
– Bene, eh… io ci provo e ci ho provato. Ok?
ดีค่ะ เอิม… ตอนนี้ฉันลองทำมันดู ในรูปปัจจุบัน และตอนนั้นฉันก็ได้ลองทำมันแล้ว ในรูปอดีต โอเคไหมคะ
– Ho provato a fare questo, ho provato a liberarmi.
ตอนนั้นฉันได้ลองทำสิ่งนี้ ตอนนั้นฉันได้ลองทำให้ตัวเองเป็นอิสระค่ะ
– Quindi ci ho provato.
ดังนั้นตอนนั้นฉันได้ลองทำมันแล้วค่ะ
– E poi ci… poi quando ho parlato al telefono con la signorina della palestra, io ho detto “ah che bello, mi ha descritto l’attività del gag e che gambe-addominali-glutei”.
แล้วก็ตรงนั้น… แล้วก็ตอนที่ฉันได้คุยโทรศัพท์กับหญิงสาวจากโรงยิม ฉันได้พูดว่า “อ้า เลิศมากค่ะ หล่อนได้อธิบายเกี่ยวกับการทำ gag ที่ต้องออกกำลังกายบริเวณขา หน้าท้อง และก้นให้ฉันฟังค่ะ”
– E ho detto penso a questo, cioè penso a iscrivermi a questa attività dopo la lezione di prova magari.
และฉันก็บอกไปว่า ฉันคิดถึงสิ่งนี้ ก็คือ ฉันคิดที่จะสมัครร่วมทำกิจกรรมนี้ ก็อาจจะสมัครหลังจากที่ได้ทดลองเรียนไปแล้วค่ะ
-Quindi penso a qualcosa.
ดังนั้น ฉันคิดเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างค่ะ
– Benissimo, quindi in questo caso a qualcosa o a fare qualcosa.
ดีมากค่ะ ดังนั้นในกรณีนี้ ไปที่บางสิ่งบางอย่าง หรือว่าไปที่การทำบางสิ่งบางอย่างค่ะ
– Bene, em… poi ho detto “non ci capisco niente”, perché ho letto un sacco di nomi strani e non ci capivo niente davvero.
ดีค่ะ อืม… แล้วฉันก็ได้บอกว่า “ตรงนั้นฉันไม่เข้าใจมันเลยค่ะ” เพราะว่าฉันได้อ่านชื่อแปลกๆ เยอะแยะไปหมด และตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจมันสักอย่างเลย จริงๆ นะคะ
– Em… va bene, quindi, vi ricordate?
อืม… โอเคค่ะ ดังนั้น พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Ci pleonastico.
คำว่า ci มันไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ค่ะ
– Quella parola famosa e in cui vi ho detto non spaventatevi.
คำที่มีชื่อเสียงนั้น และในที่นี้ ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้วว่า พวกเธอไม่ต้องตกใจค่ะ
– È un ci che se io elimino, la frase ha senso.
มันคือ ci ที่ฉันลบทิ้งได้และประโยคก็ยังคงความหมายเดิมอยู่ค่ะ
– Se io dico “non ci capisco niente” o “non capisco niente” va bene lo stesso. Ok?
ถ้าฉันพูดว่า “ฉันไม่เข้าใจเรื่องนั้นเลย” หรือว่า “ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย” มันโอเคทั้งสองแบบค่ะ เข้าใจไหมคะ

– Ci sono anche degli altri esempi.
มันก็ยังมีตัวอย่างอื่นๆ อีกด้วยค่ะ
– Gli ho fatti anche, vi ricordate, nelle scorse lezioni, quando abbiamo… allora nella lezione 42, quando stavo per partire, va bene… ah… e poi dopo ho perso l’aereo.
ฉันก็ได้ทำพวกมันไปแล้วด้วย พวกเธอจำกันได้ไหมคะ ในบทที่ผ่านๆ มา ตอนที่พวกเรา… เอาหล่ะค่ะ ในบทเรียนที่ 42 ตอนนั้นตอนที่ฉันกำลังจะออกเดินทาง โอเค… อ้า… แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ตกเครื่องบินค่ะ
– Ma dimentichiamo tutto questo.
แต่ว่าพวกเราก็ลืมไปให้หมดนะคะ
– Per esempio ho detto “ce l’ho/non ce l’ho”.
ตัวอย่างเช่น ฉันได้บอกว่า ” ฉันมีมัน/ฉันไม่มีมัน”
– Ok? Posso dire emm… prima ho detto “le scarpe da tennis, da ginnastica? Ce le ho”.
ตกลงไหมคะ ฉันสามารถพูดว่า เอิม… ตอนแรกฉันได้พูดว่า “รองเท้าสำหรับเทนนิส รองเท้าสำหรับเล่นยิมนาสติกเหรอคะ สิ่งเหล่านั้นฉันมีมันค่ะ”
– Potevo dire anche “le ho”. Ok?
ตอนนั้นฉันสามารถพูดว่า “ฉันมีพวกมันค่ะ” โอเคไหมคะ
– Quindi questo ci, che diventa ce perché c’è un pronome, em… è in più perché posso dire anche “le scarpe da ginnastica? Le ho!”
ดังนั้นคำว่า ci นี้ ที่มันกลายเป็นคำว่า ce เพราะว่ามันมีคำสรรพนาม เอิม… คือมันเพิ่มมา เพราะว่าฉันสามารถพูดได้ว่า “รองเท้าสำหรับเล่นยิมนาสติกเหรอคะ เล โอะ! (ฉันมีพวกมันค่ะ)”
– Però nessun italiano dice così, quindi questo ci superfluo, pleonastico, è molto utile nella lingua parlata perché è una forma molto usata.
แต่ว่า จะไม่มีคนอิตาลีคนไหนพูดแบบนี้ค่ะ ดังนั้นคำว่า ci นี้ มันจำเป็นต้องใส่ค่ะ มันมีประโยชน์มากค่ะในภาษาพูด เพราะว่ามันเป็นการพูดรูปแบบนึงที่ใช้มากทีเดียวค่ะ
– Quindi ce le ho, va bene questa è una però se volete vedere anche l’altra, le scarpe da ginnastica eccola qua.
ดังนั้นฉันมีพวกมันค่ะ โอเคอันนี้มันมีแค่ข้างเดียว ถ้าพวกเธออยากดูอีกข้างนึงด้วย นี่ค่ะ รองเท้าสำหรับเล่นยิมนาสติกค่ะ
– Va bene, poi mi hanno detto “mi raccomando l’asciugamano”.
โอเคค่ะ แล้วพวกเขาก็บอกกับฉันว่า “ฉันขอแนะนำว่าให้นำผ้าขนหนูมาเองด้วยนะคะ”
– Sì, ce l’ho.
ค่ะ ฉันมีมันค่ะ
– Posso dire “l’ho”, ma normalmente nella lingua parlata diciamo ce l’ho.
ฉันสามารถพูดว่า “โละ (ฉันมีมัน)” แต่ว่าในภาษาพูดโดยทั่วไปแล้ว พวกเราจะพูดกันว่า เช โละ เรื่องนั้นฉันมีมันค่ะ
– Em… poi il certificato medico?
อืม… แล้วก็ใบรับรองแพทย์เหรอคะ
– Non ce l’ho.
เรื่องนั้นฉันไม่มีมันค่ะ
– Ok? Non l’ho, quindi è un ci in più.
โอเคนะคะ ฉันไม่มีมันค่ะ ดังนั้น ci มันเพิ่มมาค่ะ
– Em… allora, quindi “non ci capisco niente” o “non capisco niente” va bene lo stesso.
เอิม… เอาหล่ะค่ะ ดังนั้น “เรื่องนั้นฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ” หรือว่า “ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ” มันใช้ได้เหมือนกันค่ะ
– “Gli istruttori ci seguono”, questo lo sapete.
“พวกโค๊ชเขาจะตามสอนพวกเราค่ะ” เรื่องนี้พวกเธอรู้มันกันค่ะ
– Seguono chi?
พวกเขาติดตามใครคะ
– Noi.
ติดตามพวกเราค่ะ
– Quindi complemento oggetto.
ดังนั้นมันคือ ส่วนเติมเต็มของประโยคที่เป็นกรรม ที่โดนกระทำค่ะ
– Rivedete la lezione 26, i pronomi diretti.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 26 ซ้ำกันนะคะ เกี่ยวกับคำสรรพนามโดยตรงค่ะ
– Perché seguire qualcuno.
เพราะว่าติดตามใครบางคนค่ะ
– Qui invece, “ci date dei consigli?”
ส่วน ตรงนี้ “พวกเธอให้คำแนะนำต่างๆ กับพวกเราด้วยไหมคะ”
– Date a chi?
พวกเธอให้ ไปที่ใครคะ
– A noi.
ที่พวกเราค่ะ
– Ok, quindi pronome indiretto.
โอเค ดังนั้นมันคือคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Quindi questo ci potrebbe voler dire ovviamente a seconda delle frasi,
ดังนั้นคำว่า ci นี้ เห็นได้ชัดค่ะว่า มันจะแปลว่าอะไร มันก็ขึ้นอยู่กับประโยคนั้นๆ ค่ะ
noi complemento oggetto o a noi, complemento di termine, quando c’è la preposizione a.
พวกเรา ที่ทำหน้าที่เป็น complemento oggetto (โดนกระทำ) หรือ มาที่พวกเรา complemento di termine (ไม่ได้บอกว่าโดนกระทำ แต่บอกว่า ไปที่ใครค่ะ)
– Rivedete la lezione 26 e 28, mi raccomando.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 26 และ 28 ซ้ำกันนะคะ ฉันขอแนะนำให้ไปดูซ้ำค่ะ
– “Come ci si arriva?”
“คนเขาไปที่นั่นได้อย่างไรคะ”
– Allora, io vi faccio vedere due frasi.
เอาหล่ะค่ะ ฉันทำให้พวกเธอดูสองประโยคนะคะ
– È un pochino complicato però lo dovete imparare.
คือมันจะซับซ้อนนิดนึงค่ะ แต่ว่าพวกเธอก็ต้องเรียนไว้ค่ะ
– Ci sono due frasi e potrebbe sembrare la stessa regola, ma non è così.
มันมีสองประโยคที่อาจจะดูคล้ายกัน ใช้กฏแบบเดียวกัน แต่ว่ามันไม่ใช่ค่ะ
– Per esempio “come ci si arriva?”
ตัวอย่างเช่น “แล้วคนเขาจะไปที่นั่นได้อย่างไรคะ”
– Abbiamo un ci si.
พวกเรามีคำว่า ci และคำว่า si
– “Ora ci si rilassa”.
“ตอนนี้คนเขาก็ทำตัวให้สบายกันค่ะ
– Ho fatto anche un altro esempio.
ฉันได้ทำอีกตัวอย่างนึงไว้ด้วยนะคะ
– Em… come dire “ora rilassiamoci, ora ci rilassiamo”.
อืม… เหมือนกับการพูดว่า “ตอนนี้พวกเรามาทำตัวให้สบายกันค่ะ และ ตอนนี้พวกเรามาทำให้ตัวเองรู้สึกสบายกันค่ะ”

– Em… in questo caso abbiamo due ci si vicini, ma sono situazioni diverse.
อืม… ในกรณีนี้ พวกเรามีคำว่า ci และ si อยู่ใกล้กัน แต่ว่าสถานะการณ์มันต่างกันค่ะ
– Allora, “come ci si arriva”, questo ci significa in un luogo.
เอาหล่ะค่ะ “คนเขาไปที่นั่นได้อย่างไรคะ” คำว่า ci นี้ หมายถึงสถานที่ค่ะ
– Per esempio io “come vai a scuola?”
ตัวอย่างเช่น ฉัน “เธอไปโรงเรียนอย่างไรคะ”
– “Ci vado in autobus”.
“ฉันไปที่นั่นโดยรถเมล์ค่ะ”
– “Ci vado a piedi”.
“ฉันเดินเท้าไปที่นั่นค่ะ”
– Normalmente è una scusa per non dire male, ok?
โดยปกติแล้วมันคือข้ออ้าง เพื่อที่จะได้พูดไม่ผิดค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Va beh… ok… perché normalmente se chiediamo come vai a scuola, bene o male.
เอาหล่ะค่ะ… โอเค… เพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว ถ้าพวกเราถามว่า เธอไปโรงเรียนอย่างไร ประมาณนี้ค่ะ ดี หรือไม่ดี
– E magari lo studente che non è bravissimo dice ah… “ci vado a piedi o in autobus”, per esempio.
และบางที นักเรียนที่ยังไม่เก่งเท่าไหร่ เขาก็พูดว่า อ้า… “ที่นั่นฉันเดินเท้าไป หรือว่า ที่นั่นฉันไปโดยรถเมล์ค่ะ” ตัวอย่างค่ะ
– Quindi questo ci si riferisce ad un luogo.
ดังนั้นคำว่า ci นี้ อ้างถึงสถานที่ค่ะ
– Si è la forma impersonale che abbiamo già studiato nella lezione 36.
คำว่า si คือรูปแบบที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าใครเป็นคนทำ ที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในบทเรียนที่ 36 ค่ะ
– Ok, quindi qui abbiamo un luogo e qui e la forma impersonale, come arriva la gente, in palestra per esempio.
โอเคค่ะ ดังนั้นตรงนี้พวกเรามีสถานที่ และตรงนี้ก็รูปแบบที่ไม่ระบุตัวตนค่ะ ตัวอย่างเช่น ผู้คนจะมาที่ยิมได้อย่างไรคะ
– “Ora ci si rilassa”.
“ตอนนี้เขาก็ทำตัวเองให้สบายกันค่ะ
– Questo è diverso però, anche se è scritto allo stesso modo, che differenza c’è?
แต่ว่าสิ่งนี้มันต่างกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะเขียนเหมือนกัน มันก็มีความแตกต่างกันนะคะ
– Bravi! Allora, arrivare non è un verbo riflessivo,
เก่งมากๆ ค่ะ! เอาหล่ะค่ะ คำกริยาการมาถึง มันไม่ใช่คำกริยาที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองค่ะ
quindi questo non significa noi, pronome riflessivo, ma qua ci si riferisce a un luogo.
ดังนั้น คำนี้มันไม่ได้แปลว่า พวกเรา ไม่ใช่คำสรรพนามที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองค่ะ แต่คำว่า ci นี้ มันหมายถึงสถานที่ค่ะ
– Vedete ci si riferisce?
พวกเธอเห็นคำว่า ตรงนั้นมันอ้างถึง ไหมคะ
– Riferirsi, verbo riflessivo.
กริยาการอ้างถึงมาที่ตัวเอง เป็นคำกริยาสะท้อนกลับค่ะ
– Em… rilassarsi invece è un verbo riflessivo, quindi vi ricordate?
อืม… ส่วนคำกริยาการทำตัวเองให้สบาย คือคำกริยาที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองค่ะ ดังนั้น พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Dovete rivedere la lezione 24 e la lezione 26.
พวกเธอต้องไปดูบทเรียนที่ 24 และ บทเรียนที่ 26 ซ้ำกันนะคะ
– Nella lezione 24 io spiego i verbi riflessivi, quindi come rilassarsi.
ในบทเรียนที่ 24 ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับคำกริยาสะท้อนกลับมาที่ตัวเอง เช่น การทำให้ตัวเองได้พักผ่อนค่ะ
– Nella 36 invece, io insegno la forma impersonale.
ส่วนในบทเรียนที่ 36 ฉันสอนเรื่องรูปแบบที่ไม่ระบุตัวตน คนเขาทำกันค่ะ
– La forma impersonale, quando c’è un verbo riflessivo, invece di dire “si si rilassa”, diciamo “ci si rilassa”.
รูปแบบที่ไม่ระบุตัวตนค่ะ เมื่อมีคำกริยาสะท้อนกลับ แทนที่จะพูดว่า “สิ สิ ริลาสสะ” (เขาทำตัวเองให้ผ่อนคลายค่ะ) พวกเราพูดกันว่า “ชิ สิ ริลาสสะ” (ตรงนั้นเขาทำตัวให้ผ่อนคลายค่ะ)
– “Ci si vede” è come dire “ci vediamo”. Ok?
“ตรงนั้นเขามาเจอกัน” มันก็เหมือนกับการพูดว่า “พวกเราพบกันใหม่นะคะ” โอเคนะคะ
– Questo è un verbo riflessivo reciproco.
นี่คือคำกริยาแบบที่ต่างคนต่างทำให้กันค่ะ
– Quindi che riguarda minimo due persone.
ดังนั้น มันเกี่ยวกับคนสองคนค่ะ
– Rivedete tutto in questo due lezioni.
พวกเธอไปดูทั้งสองบทเรียนนี้ซ้ำกันนะคะ
– Io sto facendo un riepilogo di questo pronome ci che ha diversi significati.
ฉันกำลังทำสรุปเกี่ยวกับคำสรรพนาม ci ที่มันมีความหมายได้หลายแบบค่ะ
– Va bene?
ตามนี้นะคะ
– Va bene, ho detto “noi ci iscriviamo”, lezione 24.
โอเคค่ะ ฉันได้พูดว่า “พวกเราจะไปสมัครให้ตัวเองกันค่ะ” บทเรียนที่ 24 ค่ะ
– Questa è la forma diciamo… questi sono i verbi riflessivi diciamo, senza il si impersonale.
เราก็พูดได้ว่า นี่คือรูปแบบของมันค่ะ… นี่คือคำกริยาที่ทำให้ตัวเองค่ะ พวกเราก็พูดได้ว่า ไม่มีคำว่า si ในรูปแบบไม่ระบุว่าใครเป็นคนทำนะคะ
– Io e Laura ci iscriviamo in palestra.
ฉันและเลาร่า พวกเราไปสมัครให้ตัวเองเพื่อไปยิมกันค่ะ
– Io mi iscrivo in palestra, noi, io e Laura ci iscriviamo, lezione 24.
ฉันสมัครให้ตัวเองเพื่อไปยิม พวกเรา ฉันและเลาร่า พวกเราสมัครให้ตัวเองกันค่ะ บทเรียนที่ 24 ค่ะ
– Ah poi ho detto c’è/ci sono.
อ้า แล้วฉันก็ได้พูดว่า มีอย่างเดียว/มีหลายอย่าง
– C’è il numero./Ci sono le docce?
มีเลขนั้นหนึ่งตัว/มีที่อาบน้ำฝักบัวหลายที่ไหมคะ
– Ci più essere.
คำว่า ci บวกกับคำกริยา เป็น อยู่ คือ ค่ะ
– Vi ricordate all’inizio, inizio, inizio?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ ตอนแรกๆ อ่ะค่ะ

– Ho spiegato, molto semplice, c’è/ci sono.
ฉันได้อธิบายไว้แล้วค่ะ มันง่ายมากค่ะ มีอย่างเดียว/มีหลายอย่าง
– C’è il telefono.
มีโทรศัพท์หนึ่งเครื่อง
– Ci sono le penne.
มีปากกาหลายแท่ง
– Va bene, qualcosa che ho spiegato.
โอเค คือบางสิ่งบางอย่างที่ฉันได้อธิบายไปแล้วค่ะ
– Sul tavolo c’è il telefono.
บนโต๊ะมีโทรศัพท์หนึ่งเครื่อง
– Ci sono i libri.
มีหลังสือหลายเล่ม
– Va bene, molto semplice.
โอเคค่ะ มันง่ายมากค่ะ
– L’ho spiegato all’inizio del mio corso.
ฉันได้อธิบายมันไปแล้วตอนเริ่มหลักสูตรของฉันค่ะ
– E poi ho detto “voi ci scherzate ma io qua non ci capisco niente”.
แล้วฉันก็ได้พูดว่า “พวกเธอล้อพวกเราเล่นกัน แต่ว่าฉัน เรื่องนั้น ฉันไม่เข้าใจมันเลยค่ะ”
– Voi ci scherzate, scherzare con qualcosa o con qualcuno.
พวกเธอล้อพวกเราเล่นกัน คำกริยา การล้อเล่น คือจะล้อเล่นกับอะไรบางอย่าง หรือกับใครบางคนค่ะ
– Ok, quindi questo ci può voler dire con qualcosa o con qualcuno.
โอเค ดังนั้นคำว่า ci นี้ มันก็ยังสามารถบอกได้ว่า กับอะไรบางอย่าง หรือว่ากับใครบางคนค่ะ
– Va bene, io vi ho fatto una panoramica di tutti o quasi tutti gli usi di ci.
โอเคค่ะ ฉันได้อธิบายถึงภาพรวมของการใช้ ci ไว้ทั้งหมดแล้ว หรือไม่ก็เกือบทั้งหมดให้พวกเธอดูกันแล้วค่ะ
– Ae… che può avere diversi, diversi significati a livello grammaticale, a livello di espressioni ecc…
เอิม…ซึ่งมันก็สามารถมีได้หลายแบบ หลายความหมาย ในทางไวยากรณ์ และในระดับของการแสดงความรู้สึก เป็นต้นค่ะ
– Ma adesso ragazzi io finalmente sto meglio, eh… adesso sono libera da questa posizione, eh… adesso ci si rilassa.
แต่ว่าตอนนี้เพื่อนๆ คะ ในที่สุดฉันก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ เออ… ตอนนี้ฉันได้เป็นอิสระจากท่านั้นค่ะ เอิม… ตอนนี้พวกเรามาทำตัวผ่อนคลายได้แล้วค่ะ
– Noi ci rilassiamo e ci vediamo la prossima volta.
พวกเรามาทำตัวผ่อนคลายกัน และพวกเราก็มาพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ
– Mi raccomando, continuate a seguirci su One world italiano video.
ฉันขอแนะนำนะคะ พวกเธอติดตามฉันกันต่อได้ที่ One world italiano video ค่ะ
– Ciao a tutti e buona serata.
สวัสดีทุกคน และขอให้มีช่วงเย็นที่ดีค่ะ

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s