ความสำเร็จไม่ต้องรอปาฏิหาริย์ ศรัทธา(เชื่อมั่นในตัวเอง) + ลงมือทำ = ความสำเร็จ

นี่คือบทสัมภาษณ์เพื่อการพัฒนาตนเองของคนไทยสำหรับคนไทยไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในประเทศไทย บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิดทางธุรกิจ คำแนะนำในชีวิต และเคล็ดลับและข้อมูลเพื่อความสุขและความสำเร็จ

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Rattanakorn Gróf หรือ Usa Rattanakorn

จริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นความหมายต่อชีวิตนะค่ะ แต่มันเป็นสิ่งพื้นฐานที่หลายๆก็คงถือคตินี้เหมือนกัน ก็คือ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ใช้ได้เสมอและตลอดกาลค่ะ เพราะถ้าอยากมีอนาคตที่ดี ก็ต้องทำวันนี้ให้ดี งง ไม๊ง่ายๆเลยนะ ทุกคนบนโลกที่แค่ 3 วัน คือ เมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้

วันนี้ผมจะมาคุยกับคุณ Rattanakorn คุณ Rattanakorn ตอนนี้กำลังทำช่อง ยูทูป ชื่อช่อง Happy life by Usa เวลาว่างช่วงลูกหลับหรือลูกไปเรียน คุณ Rattanakorn ก็จะลองทำขนม ทำอาหาร ใหม่ๆ เรื่อยๆ บางครั้งปรับจากสูตรตัวเองที่มีอยู่ แต่ลองปรับและดัดแปลงไปเรื่อยๆ สนุกดีค่ะเธอเกิดและเติบโตที่จังหวัดสุรินทร์ประเทศไทยแต่ตอนนี้อาศัยอยู่กับสามีของเธอที่แประเทศเบลเยียม

ช่วยบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อยได้ไหม ช่อง YouTube ของคุณเกี่ยวกับอะไร และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่อง YouTube และเรื่องราวชีวิตได้อย่างไรครับ

ก่อนอื่นต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่เคยคิดจะทำยูทูปเลยค่ะ
ชื่อช่อง : Happy life by Usa ค่ะ ใช้ชื่อตัวเองตั้งชื่อช่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มี และสมัครไว้นานมากแล้วค่ะ ไว้เป็นอีเมล์สำรอง เมื่อก่อนใช้ Hotmail แต่อยู่มาวันหนึ่ง YouTube ส่งเมล์มาให้ตั้งชื่อช่อง เลยได้ใช้อีเมล์นี้มาตลอดค่ะ โดยความหมายของช่อง คือ อยากให้ทุกคนมีความสุข เพราะความสุขสร้างได้ด้วยตัวคุณเอง จริงๆตั้งใจที่จะอัพโหลดวีดีโอไว้ เพื่อจะได้กลับมาดู เนื่องจากเมมโมรี่โทรศัพท์เต็ม พยายามหลายๆวิธี และซื้อเมมเพิ่มเรื่อยๆ แต่ก็ไม่พอค่ะ เนื่องจากไม่ได้ต้องการลบรูปหรือคลิปเก่าๆทิ้งค่ะ แต่พอลองอัพในยูทูปแล้วมีคนมาดู และมีคนติดตามช่องมากขึ้น ทั้งที่คลิปเราก็ไม่ได้น่าสนใจสักเท่าไหร่ เลยลองเปลี่ยนเป็นทำคลิปในชีวิตประจำแทน แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งพอไปลองดูจากช่องอื่นๆ โห…เขาทำได้ดีมากๆ ซึ่งเราเทียบไม่ติด แต่พยายามทำและปรับปรุงมาเรื่อยๆ และทำตามความถนัดของตัวเองค่ะ เช่น ทำสวน ทำกับข้าว ชวนเดินเล่น และบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่พบเจอ ซึ่งบางเหตุการณ์เจอกับตัวเอง บางเหตุการณ์รับข่าวสารมา เลยอยากบอกต่อ เพราะอาจจะเป็นประโยชน์กับบางท่านได้ค่ะ

YouTube: Happy Life by Usa

ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปได้ในวัย 18 ปี (ซึ่งคุณรู้อะไรต่างๆในตอนนี้แล้ว) คุณจะให้คำแนะนำอะไรแก่ตัวเองบ้างเพื่อที่จะช่วยคุณในเรื่องการใช้ชีวิต, การงานและความรัก

ถ้าย้อนกลับไปได้ตอนนั้น แค่อยากบอกให้ตัวเองใจเย็น และรับฟังคนอื่นให้มากๆค่ะ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แค่ใจร้อนตามประสาวัยรุ่นค่ะ เพราะทุกอย่างก็ปรับเปลี่ยนไปตามเวลา เมื่ออายุมากขึ้น ก็สามารถนิ่งและใจเย็นได้ ตามสถานการณ์ที่พบเจอค่ะ แต่ถ้าย้อนได้จริงๆ คงไม่ขอกลับไป เพราะอาจจะเปลี่ยนแปลงและไม่ได้เจอสามีที่รักและเอาใจใส่ มีลูกๆและครอบครัวที่น่ารักแบบนี้ค่ะ

คำว่า ประสบความสำเร็จหรือกำลังจะประสบความสำเร็จ มีความหมายว่าอย่างไรสำหรับคุณ บางคนเชื่อมโยงความสำเร็จกับเงิน บางคนเชื่อมโยงกับความสุข และบางคนเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นๆ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วนิยามความสำเร็จของคุณคืออะไร

ความสำเร็จ คือ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตามความฝันของแต่ละคนค่ะ ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามความคิด ต่างที่มา แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการความสุขในชีวิต เพราะเมื่อได้ทุกอย่างที่หวัง สุดท้ายจบที่ความสุข แต่การก้าวไปสู่เป้าหมายล้วนมีเส้นทางในแบบของตัวเองค่ะ
ส่วนคนที่กำลังจะประสบความสำเร็จ ก็คือยังไม่สำเร็จจริงๆ บางคนอาจจะท้อและหยุดไม่ทำตามความฝันที่หวัง เพราะอาจจะคิดว่ามันยากเกินความสามารถของตัวเอง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลงมือทำ หรือ ทำแล้ว แต่ทำตามตัวอย่างคนที่เคยทำสำเร็จ แต่ไม่ทุกคนที่จะทำตามคนอื่นแล้วสำเร็จ เพราะหนทางที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้นแตกต่างกันค่ะ ซึ่งบางคนอาจจะสำเร็จแล้ว แต่ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ยังไขว่คว้าหาไปเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันคนชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และถ้าคิดแบบนั้น จะไม่มีวันมีความสุขในชีวิตเลย เพราะตัวเองจะทำให้เหมือนคนอื่นได้แค่ชั่วคราว แต่ถ้าสุขในแบบที่ตัวเองเป็นอยู่จะมีความสุขตลอดชีวิต ไม่ต้องอิจฉา ริษยา บางครั้งคนที่คุณคิดว่าเขามีความสุข เขาอาจจะกำลังอิจฉาความสุขในแบบของคุณอยู่ก็ได้ และบางคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเปลี่ยนความฝันบ่อยๆ คือวิ่งตามคนอื่น ทั้งๆที่ถ้าทำต่อฝันของตัวเองก็สำเร็จแล้ว แต่เจอเพื่อนสำเร็จเร็วกว่า กลับไปลองวิธีของเพื่อน เท่ากับว่าเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรก ฝันหรือความสุขที่ตั้งไว้ ก็ยิ่งไกลกว่าเดิม แถมเหนื่อยเพิ่ม และเสียเวลาอีกเท่าตัวเลยค่ะ

ส่วนตัว เมื่อก่อนก็เคยคิด อยากได้ อยากมี อยากรวย เหมือนคนทั่วๆไป คือ ยังมีกิเลส ตอนนี้ก็ยังเป็นค่ะ แต่ไม่ขอรวยล้นฟ้านะค่ะ แค่มีกินมีใช้ ไม่ขัดสน มีเพียงพอที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ ครอบครัว ให้ได้กินอิ่ม นอนหลับ ได้เที่ยวและพักผ่อน ทานข้าว หัวเราะด้วยกันพร้อมหน้า แค่นั้นก็สุขที่สุดแล้วค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ชีวิตคนเรามันสั้น ทุกคนรู้แค่เพียงวันเกิด แต่ไม่มีใครรู้วันจาก จึงควรทำดีต่อกันให้มากๆ รู้จักรับฟัง มีสติในการใช้ชีวิต ที่สำคัญให้อภัย (แก่แล้ว เริ่มปล่อยวาง ตามหลักคำสอนพระพุทธเจ้า ความสุขและทุกข์อยู่ที่ใจค่ะ เราอยากได้แบบไหนเราก็คิดแบบนั้น คิดบวก พลังบวกก็จะดึงดูดแต่สิ่งดีๆเข้ามา เชื่ออย่างนั้นค่ะ ส่วนความสำเร็จในมุมมองของตัวเองคิดว่า ต้องชนะใจตัวเองก่อนในทุกๆเรื่อง ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นอัติโนมัติ ที่สำคัญไม่ต้องแข่งกับใคร มั่นใจและลงมือทำ เท่ากับสำเร็จค่ะ

คุณชอบทำอะไรเมื่อคุณมีเวลาว่าง และกิจกรรมเหล่านั้นเติมเต็มความสุขให้คุณอย่างไร

เมื่อก่อนตอนอยู่ไทย ไม่ค่อยมีเวลา เพราะส่วนมากทำแต่งานๆๆ ฟังดูแทบไม่น่าเชื่อ แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ มีเวลาให้ลูกน้อยมาก บางครั้งลูกต้องไปเที่ยวกับแม่และน้องสาวเราแทน ส่วนเรื่องเวลาหาอะไรทำยิ่งไม่ต้องคิดเลยค่ะ

แต่เมื่อได้มาอยู่เบลเยี่ยม เป็นแม่บ้านเต็มตัว เลี้ยงลูก ช่วงเด็กยังเล็ก เวลาส่วนใหญ่ก็ให้ลูก แต่พอเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน แน่นอนเลยว่า เวลาว่างเริ่มมากขึ้น (หรือเปล่า) จริงๆก็เหมือนเดิมค่ะ เพราะเวลาว่างช่วงลูกหลับหรือลูกไปเรียน ก็จะลองทำขนม ทำอาหาร ใหม่ๆ เรื่อยๆ บางครั้งปรับจากสูตรตัวเองที่มีอยู่ แต่ลองปรับและดัดแปลงไปเรื่อยๆ สนุกดีค่ะ และดีใจเวลาเห็นคนทานมีความสุข บางครั้งทำเค้ก ทำขนม และอาหารต่างๆ เหยื่อก็คือ ลูกๆ เพื่อนสามี และเพื่อนบ้าน ถ้าเด็กๆทานแสดงว่าความอร่อยผ่าน สามารถส่งต่อคนอื่นได้ แต่จริงๆเขาก็ทานหมด และยังได้แบ่งเพื่อนเขาทานด้วย แถมทุกคนชมว่าอร่อยมาก แค่นั้นก็มีความสุข หัวใจพองโต ตามประสาคนว่างงานแล้วค่ะ

แม้แต่คนที่รับมือกับความทุกข์ได้ดีก็ยังมีบางครั้งที่ต้องทุกข์ทนกับความรู้สึกด้านลบ คุณช่วยบอกวิธีรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้สัก 2-3 ข้อที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นและไม่จมปลักอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น

ใช่ค่ะ ทุกคนคงหนีไม่พ้นความคิดลบ อาจจะเกิดจากคนอื่น หรือจากตัวเองที่อาจจะมีแว๊บนึงที่เล่นเข้ามาในสมอง แม้แต่คนที่คิดบวกมากๆยังมีบางมุมที่คิดลบเลยค่ะ อยู่ที่ว่าจะวิ่งได้ไวแค่ไหน หมายถึงวิ่งออกจากความคิดลบค่ะ

ก่อนที่จะรู้วิธีรับมือ ต้องรู้จักก่อนว่า การคิดบวก ไม่ใช่เพ้อฝัน โลกสวย หรือคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การคิดบวก คือ คิดแต่สิ่งที่ดี ที่เป็นไปได้ในโลกความจริง ไม่ใช่การหลอกตัวเอง เช่น คิดว่าจะรวย แต่ไม่ลงมือทำ หรือนั่งรอปาฏิหาริย์เงินหล่นทับ แบบนั้นไม่ใช่การคิดบวก อันนั้นคือ เพ้อฝัน และเพ้อเจ้อค่ะ อันนี้ยกตัวอย่างที่สามารถคิดตามและเห็นภาพง่ายสุด

ต่อไปก็มาถึง การรับมือกับความรู้สึกลบๆ ก็คือ ลบออกให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ค่ะ พูดง่ายเนอะ แต่ทำยากมาก ยากแต่ต้องพยายาม เพราะมันเป็นสิ่งท้าทายความสามารถค่ะ เช่น ถ้ามีเพื่อนที่พูดแต่สิ่งลบๆ วันๆ นั่งพูดแต่สิ่งลบๆ ทำไมสิ่งไม่ดีต้องเกิดแต่กับเราบ้าง, ดูคนโน้นทำไมได้สิ่งนั้นทั้งที่ควรเป็นเรา บลาๆๆๆ ก่อนเลิกค่ะ เลิกคบเพื่อนคนนั้นไม่ได้ ก็ค่อยๆถอยห่างออกมา หรือมีปฎิสัมพันธ์ให้น้อยลง และพาตัวเองไปเสพในสิ่งดีๆ ที่สร้างสรรค์ และควรชื่นชมคนอื่นจากใจ ไม่ใช่การอิจฉาหรือวิจารณ์ และเปรียบเทียบ ถ้าทำได้ ชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้น หรือ

พยายามยิ้ม หัวเราะ ให้มากๆ บางครั้งอาจจะต้องฝืนทำ แต่ต้องทำให้ได้ ทำบ่อยๆจะชินค่ะ พยายามหากิจกรรม, ดูหนัง หรือ อะไรที่คลายเครียดได้ เพราะบางคน ทำงานหรืออาจจะเจอความเครียดสะสมในทุกวันโดยไม่รู้ตัว ก็ต้องหาวิธีคลายเครียดในแบบของตัวเอง เพราะความเครียดจะนำพาความคิดลบเข้ามาได้เช่นกันค่ะ หรือ

นำพาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่คิดบวก ยังไงเหลอค่ะ ไม่ใช่ต้องย้ายบ้านหรือ ไปหาเพื่อนใหม่ต่างที่นะค่ะ ถ้าแบบนั้นเพิ่มความเครียดมากกว่า ง่ายมากเลย เพราะคนส่วนมากเดี๋ยวนี้ติดโซเชียลมีเดีย หรือไม่จริง เช่น เฟซบุ๊ค หรือ ท่องเว็บไซต์ต่างๆ หาคุณกดไลค์สิ่งบวกๆ ที่เป็นพลังบวก ความสุข ก็จะมีสิ่งเหล่านั้นเด้งขึ้นในหน้าเฟสบุ๊คของคุณเรื่อยๆ และมากขึ้น อาจจะทำให้คุณยิ้มได้ด้วยนะ แต่ถ้าไปกดไลค์สิ่งลบๆ คำคมอกหัก คำคมเศร้าๆ ก็จะมีแต่สิ่งลบๆเหล่านั้นเด้งขึ้นมาบ่อยๆ ดังนั้น จะบวกหรือลบก็อยู่กับตัวคุณเอง แค่ปลายนิ้วสัมผัส ไม่เชื่อลองดูสิค่ะ

คุณช่วยบอกได้ไหมว่า สุภาษิต คติพจน์ หรือคำพูดใดที่คุณชื่นชอบและมีความหมายต่อชีวิตคุณ

จริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นความหมายต่อชีวิตนะค่ะ แต่มันเป็นสิ่งพื้นฐานที่หลายๆก็คงถือคตินี้เหมือนกัน ก็คือ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ใช้ได้เสมอและตลอดกาลค่ะ เพราะถ้าอยากมีอนาคตที่ดี ก็ต้องทำวันนี้ให้ดี งง ไม๊ง่ายๆเลยนะ ทุกคนบนโลกที่แค่ 3 วัน คือ เมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้

เมื่อวาน คือ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว หรือ อดีต และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปทำอะไรได้อีก

วันนี้ คือ ปัจจุบัน หรือสิ่งที่กำลังทำตอนนี้ หากคุณอยากให้อดีต หรือ อนาคตของคุณดี ก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด เท่าที่คุณสามารถทำได้และไม่เบียดเบียนใคร

พรุ่งนี้ คือ สิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือ อนาคต แต่ถ้าลองคิดดีๆ ไม่มีใครที่สามารถล่วงรู้ได้ว่า พรุ่งนี้หรืออนาคตมีอยู่จริงหรือไม่ เพราะบางคนอาจไม่มี บางคนเท่านั้นที่โชคดีและยังมีลมหายใจไปถึงพรุ่งนี้

อย่างที่บอกค่ะ ให้พยายามเก็บเกี่ยวความสุขให้ตัวเองให้ได้มากที่สุด กับ พ่อแม่ คนที่เรารัก ครอบครัว และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน สุขในแบบของเรา สุขที่ได้หัวเราะ สุขที่ไม่เจ็บป่วย สุขที่ได้กินอิ่มนอนหลับ จะเป็นความสุขที่ยังยืนค่ะ

#Just keep moving forward will make your life different.

หากคุณได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับคนดังและได้สิทธิ์ถามคำถามเขา 1 คำถาม คนดังที่คุณอยากร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยคือใคร และคำถามที่คุณอยากถามคืออะไร หรืออาจจะเป็นคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้ คุณอยากจะถามอะไรเขา

Chester Bennington ค่ะ บ้านักร้อง คือ เขาเป็นคนดีและมีความสามารถมากมาย ทั้งร้อง และแต่งเพลง รวมทั้งอื่นๆ โดยรวมๆคือชอบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และสไตล์การแต่งตัว บางทีคนอื่นอาจจะมองว่าก็เขาเป็นคนมีชื่อเสียงทุกคนก็ชอบ แค่อยากถามว่า มันร้ายแรงถึงขั้นต้องฆ่าตัวตายเลยเหรอ มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้

เคยอ่านเรื่องราวของชาวต่างชาติหลายๆคน ที่จบชีวิตและปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย หรือทำผิดแค่ไปโบสถ์เพื่อล้างบาป อะไรประมาณนี้ แต่จริงๆอาจจะมีอะไรที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น

แต่เราชาวพุทธจะถือว่าการฆ่าตัวตาย คือ บาปหนักกว่าสิ่งอื่นๆ และถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่า ต้องเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนหรือทำให้ใครเดือดร้อน รู้จักเอื้อเฟื้อ แบ่งปันผู้อื่นในสิ่งที่เราสามารถทำได้และตัวเองไม่เดือดร้อน เพราะการทำบุญหรือการช่วยเหลือใครแล้วเราเป็นทุกข์จะไม่ได้บุญ และจะเป็นบาปกับตัวเองมากกว่าค่ะ

Linus Pauling กล่าวไว้ว่า วิธีที่จะได้ไอเดียที่ดีที่สุดคือมีไอเดียเยอะๆ วิธีที่คุณทำเพื่อให้เกิดไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์คืออย่างไร ของผม..หลังจากตื่นนอนแล้วผมจะชงชาดื่ม และเลือกหัวข้อที่อยากจะมีไอเดียกับมัน และใช้เวลา 45 นาทีเพื่อคิดหาไอเดีย บางคนหาไอเดียจากการนั่งสมาธิ บางคนหาไอเดียจากการเดิน แล้วคุณล่ะหาไอเดียจากอะไรและเวลาช่วงไหนของวันที่ทำให้คุณเกิดไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด

ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนสมัยเรียน สิ่งที่ช่วยให้มีสมาธิเวลาทำการบ้านมากที่สุดคือ เปิดเพลงดังๆค่ะ แต่ในที่นี้ไม่ได้เดือดร้อนชาวบ้านนะ แค่ในมุมของตัวเอง และทุกคนในบ้านจะทราบว่าเรากำลังทำอะไร เขาก็จะไม่ไปรบกวน ซึ่งทำเช่นนั้น ทำให้มีสมาธิดีมากๆ แค่ช่วงเวลาสั้นๆการบ้านก็เสร็จแล้วค่ะ อาจจะต่างจากคนอื่นๆ คือต้องเงียบ

แต่เมื่อโตขึ้น บางอย่างก็เปลี่ยน แต่การฟังเพลงก็ยังคงอยู่ แต่แค่คลอเบาๆ เวลาทำงานบ้าน หรือทำขนมค่ะ การคิดไอเดียใหม่ๆ หรือต้องการสมาธิ คือเปิดเกมส์ในโทรศัพท์ค่ะ (อาการเหมือนเด็กติดเกมส์) แต่ไม่ใช่เกมส์ที่เครียดนะคะ พวกเกมส์ปลูกผัก หรือ puzzle ทั่วไป ง่ายๆ เบาสมอง (สามีโหลดไว้ให้) เพราะไม่ได้เป็นคนที่รู้จักหรือสรรหามาก เกมส์เดียวเล่นตลอดชีวิต คือถ้าคนที่สนิทกันจริงๆ จะทราบ เพราะเวลาเปิดเกมส์ตาอยู่ที่เกมส์ แค่คลิ๊กๆ ลากๆ แต่สมองแล่นมาก (ลากแก้เซ็งไปงั้นๆ) แต่สมองคิดไปไกลแล้วค่ะ ตอนที่ทำงาน จะเปิดช่วงเวลาว่างใกล้ๆจะเลิกงาน พอปิดเครื่องก่อนกลับบ้านจะร่างไว้ในกระดาษก่อน เข้ามาเข้าที่ทำงานเป็นรูปเป็นร่างก็จะนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไปค่ะ

ส่วนตอนนี้ว่างงาน คิดไอเดียใหม่ๆก็คือ ทำขนม อาหาร โดยดัดแปลงทั้งวัตถุดิบและสูตรต่างๆคะ และสามีก็จะทราบเหมือนกันว่าถ้าเล่นเกมส์ สักพักจะมีสิ่งที่จะชวนคุยหรือไอเดียใหม่ๆมาแชร์ตลอดเวลา แต่ไม่ได้เล่นทั้งวันนะค่ะ แค่ตอนว่างช่วงที่ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเองและเราว่างจากทำงานบ้าน และทำขนมเสร็จคะ บางครั้งก็ลามคิดแทนสามีด้วย จริงๆไม่ได้คิดแทน แค่เสนอไอเดียให้ อาจจะปรับใช้ในงานหรือชีวิตประจำวันของเขาได้ด้วยค่ะ บางอย่างเขาก็เห็นด้วยและเป็นประโยชน์เหมือนกันจ้า

การมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี แต่แน่นอนว่าถ้าจะให้ประสบความสำเร็จเราต้องลงมือทำ เรามีหลายสิ่งที่ต้องทำและต้องดูแลในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานทั้งชีวิตส่วนตัว ซึ่งในบางครั้งก็ยากที่จะควบคุมทุกอย่างได้ บางครั้งตั้งใจว่าจะทำอันนี้ๆซึ่งมันก็ไม่มีวันหมดสิ้นเสียทีมันจะมีเพิ่มมาอีกเรื่อยๆ คุณมีวิธีการจัดการกับชีวิตของคุณให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิผลในขณะที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆในชีวิตอย่างไร ช่วยบอกเคล็ดลับมาสัก 3 ข้อ

ส่วนตัวตอนที่ยังทำงานอยู่ จะเขียนใส่กระดาษไว้ว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ได้กลัวลืมนะค่ะ แต่เพื่อสะดวกและง่ายกับตัวเองคะ เพราะถ้าไม่ทำจะมีความคิดใหม่ๆผุดขึ้นมาระหว่างวันเหมือนกับคนอื่นๆ บางครั้งเขียนไว้ในกระดาษแล้ว ถ้ามีงานอื่นที่ด่วนกว่าเข้ามา เราก็ยังสามารถทราบได้ว่าอะไรที่ทำไปแล้ว และยังไม่ทำบ้าง เขียนไม่ได้ยาก เช่น 2Do;
– งานที่ 1
– งานที่ 2
– งานที่ 3
ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำตามลำดับ ตามเวลา แต่ถ้าในชีวิตการทำงานต้องดูว่าอะไรสำคัญและเร่งด่วน เพราะอะไรที่เราสามารถทำได้ก่อน เมื่อทำเสร็จก็ตัดออกไป แล้วก็ทำที่เหลือต่อไป หากไม่สามารถทำได้เสร็จในวันนั้นๆ จะพยายามให้เหลือสิ่งที่ต้องทำน้อยที่สุด และนำสิ่งที่ค้างไปทำเป็นสิ่งแรกในวันที่เริ่มงานวันถัดไปค่ะ

ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ทำงานประจำ ก็ยังทำแบบนี้อยู่ แต่บันทึกในโทรศัพท์แทน ทำเสร็จก็ลบออก และไม่ได้ทำทุกวัน จะทำเฉพาะเวลามีธุระที่ต้องไปข้างนอก หรือมีนัดกับบุคคลอื่นๆค่ะ รวมทั้งจะตั้งนาฬิกาเตือนเวลาไว้ด้วย เพื่อให้เสร็จก่อนเวลาอย่างน้อย 15-20 นาทีก่อนเวลานัดหมายค่ะ

ในส่วนของการทำขนม ก็ทำค่ะ แต่จะคิดล่วงหน้าไว้หลายวัน เช่น ถ้าเมื่อไรจะทำขนมเปี๊ยะ ก่อนอื่นต้องทราบจำนวนที่แน่นอน เพราะมีหลายขั้นตอน รวมทั้งการทำไส้ขนมจะไม่เผื่อไว้เยอะ เพราะเสียง่าย และทำไส้ขนมใช้เวลา 1 วันแล้ว ถ้าจะส่งขนมวันพฤหัสบดี จะต้องเริ่มทำไส้ไว้ตั้งแต่วันจันทร์ค่ะ วันอังคารขึ้นรูปขนม วันพุธแพ็คขนม ก็จะประมาณนี้ค่ะ

สามีก็ทำเหมือนกันกับเราค่ะ และทำมานานแล้วเหมือนกัน คิดว่าคนอื่นก็คงทำคล้ายๆกันกับเราเช่นกันค่ะ

ช่วยยกตัวอย่างบุคคล 2 คนที่คุณชื่นชอบการทำงานของเขาและติดตามอย่างใกล้ชิด และคุณชื่นชอบอะไรในผลงานของพวกเขา

คนแรก Victoria Beckham
ชอบตั้งแต่เขาเป็นนักร้องแล้วค่ะ แถมมาแต่งงานกับนักฟุตบอลที่เราชื่นชอบด้วย ยิ่งชอบไปใหญ่ เมื่อก่อนอาจจะติดตามเหมือนๆคนทั่วไปที่ชอบดารานักร้อง และคอยติดตามชีวิตครอบครัวว่าเขาจะประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวนานแค่ไหน เนื่องจากชีวิตรักๆเลิกๆ อยู่คู่กับคนบันเทิงหรือมีชื่อเสียงมาตลอด และพวกเขาก็มีฐานะดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ชื่นชอบ เพราะคุณวิคทอเรียไม่เคยหยุดคิด ที่จะหาอะไรใหม่ๆ ทำ เช่น ธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องสำอาง เป็นต้น และที่สำคัญพวกเขารักครอบครัว ดูแลกันดีมากๆค่ะ

คนที่สอง แจ๊ค หม่า CEO Alibaba
เพราะชื่นชอบที่เขาไม่เคยขี้เกียจ ดูเพื่อเป็นแรงกระตุ้น และแรงบันดาลใจค่ะ ถ้าอ่านจากประวัติ เขามีไม่เท่ากับบางคนด้วยซ้ำ แต่ในมุมกลับกัน คนที่มีมากอาจชะล่าใจ ว่าใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด (คนที่คิดแบบนี้คือไม่ได้ร่ำรวยมหาศาลจริงๆ) เพราะคนที่ร่ำรวยไม่เคยหยุดนิ่ง และหยุดคิด รวมทั้งหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อปรับใช้ตลอดเวลา ที่พูดไม่ได้แค่เรื่องทรัพย์สมบัติของนอกกายนะค่ะ แต่รวมไปถึงความสุขที่พึงมีด้วยค่ะ

ซึ่งทั้งสองท่านที่กล่าวมา เขามีธุรกิจแต่ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งปันเวลาให้ครอบครัว บางคนอาจจะมองว่า เพราะเขารวยแล้ว จะทำอะไรก็ได้ แต่เราไม่คิดแบบนั้น เพราะนั่นคือการประชดประชัน หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า อิจฉา ถ้ามองดีๆ ทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง แต่หากรู้จักแบ่งเวลาเพื่อให้ตัวเองและคนที่เรารักหรือครอบครัวมีความสุขได้ ยังไงก็มีความสุขค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคนบนโลก มีความสามารถที่จะสร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง

คุณ Rattanakorn Gróf

YouTube: Happy Life by Usa

 

สัมภาษณ์: กับคุณRattanakorn

ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเบลเยียม

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

3 thoughts on “ความสำเร็จไม่ต้องรอปาฏิหาริย์ ศรัทธา(เชื่อมั่นในตัวเอง) + ลงมือทำ = ความสำเร็จ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s