ญี่ปุ่นในมุมมองของสะใภ้ไทยที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่กับพ่อแม่สามี

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศญี่ปุ่น เธอคือคุณ ปิ๋ว และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ ปิ๋ว จากเพจ  สัพเพเหระของสะใภ้ไทยในญี่ปุ่น

ย้ายมาอยู่ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

เมือง: ฮิโรชิม่า (Hiroshima)

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ ปิ๋ว

YouTube: Japanเหลาpew story

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศญี่ปุ่นเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศญี่ปุ่นครับ

🔴ตอบ

ตอนแรกหลังแต่งงานในปี2556ก็อยู่ที่กรุงเทพ..จนมีลูกคนที่2จริงมีความคิดอยากจะให้ลูกได้อยู่ในที่อากาศดีและรัฐใส่ใจเด็กๆ..จึงคิดเรื่องย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นประกอบกับกรุงเทพในสายตาเรากับสามีไม่ได้น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว..ยิ่งพอมีลูกเล็กๆมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมีที่สำหรับเด็กน้อยมาก แต่ที่ญี่ปุ่นตรงข้ามแทบทุกอย่างเลย พอความคิดเรากับสามีเห็นตรงกันเลยตัดสินใจย้ายมาอยู่จังหวัดฮิโรชิม่า(บ้านเกิดสามี)เมื่อพย.2019 พร้อมทั้งหมาพันธุ์ชิสุห์อีก1ตัว..ที่นี่ถูกจริตและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากเพราะติดทะเลและภูเขาอากาศดีมีคาเฟ่ที่พวกเราชอบ(ชอบกินกาแฟในบรรยากาศที่ดี)

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

🔴ตอบ

ชีวิตในวัยเด็กเราเกิดที่สุรินทร์ มีพี่น้อง4คนเราเป็นคนโตและมีน้องชาย3คน พ่อแม่ทำนายากจนพอจบม.ต้นอายุ15แม่เลยให้มาอยู่ที่โคราชกับลุง(ให้ลุงส่งเรียน)ด้วยว่าเป็นเด็กเรียนเก่งเลยได้ทุนเรียนมหาลัยฟรี(ระหว่างเรียนก็ทำงานพาทไทม์ไปด้วย)..จนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยในโคราชแล้วจึงมาหางานทำที่กรุงเทพ..มาได้ดีที่อาชีพเซลล์ขายรถยนต์และเจอสามีและแต่งงานตอนอายุ29ค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและที่อื่นๆ ก่อนมาญี่ปุ่นครับ / คุณพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไหม คุณคิดว่าภาษาญี่ปุ่นยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

🔴ตอบ

ตอนยังไม่มีลูกคนที่สอวเป็นเซลล์ขายรถยนต์ค่ะ..พอมีลูกคนที่สองก็ออกมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกค่ะ..หลังจากย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วก็เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น(สามีพูดไทยคล่องการสื่อสารเลยภาษาไทยมากกว่า)..ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับแค่พอสื่อสารได้..แพลนว่าภายในปีหน้าต้องสื่อสารและทำงานได้

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่น แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

🔴ตอบ

ส่วนตัวคิดว่าแล้วแต่คนหน่ะค่ะ..แต่สำหรับเราคิดว่าไม่ยากไลฟ์สไตล์แทบไม่เปลี่ยนเลย..ด้วยนิสัยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเข้าสังคมและเฮฮาแนวคนไทยอยู่แล้ว..ถ้าจะยากคงเป็นการที่เราไม่สามารถเข้าถึงนิสัยใจคอของคนชาตินี้มากกว่า..และเขายังคงมองเราเป็นคนต่างชาติที่ไม่ใช่พวกเดียวกันกับเขา..แต่ประเด็นนี้สำหรับเราก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรค่ะ

ลักษณะนิสัยคืออะไรของคนญี่ปุ่นทั่วไปแล้วคนในญี่ปุ่นชอบทำอะไร และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายญี่ปุ่นเป็นอย่างไร(บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงญี่ปุ่นเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร

🔴ตอบ

คนญี่ปุ่นเก็บความรู้สึกเก่ง..ปัญหาของใครคนนั้นต้องแก้เองการจะไปขอคำปรึกษาใครถือเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีอย่างมากประมาณว่าถ้าต้องไปขอความช่วยเหลือคนอื่นนี่ขอยอมตายดีกว่า..พอคนไม่มีทางออกรึทางระบายก็จะเลือกฆ่าตัวตาย ยิ่งเจอสังคมรอบข้างที่มองคนล้มเหลวเป็นคนที่แย่..ใช้ไม่ได้เข้าไปอีกยิ่งแต่ผลักไสให้คนที่มีปัญหาอยู่ยากจนนำไปสู่การประชดสังคมเสียเลยที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้

คนญี่ปุ่นในสังคมชนบท เขาชอบทำอะไรตามๆกันจะไม่ค่อยมีใครกล้าแหวกแนว รึทำอะไรที่แตกต่างเพราะพวกเขากลัวการถูกแอนตี้รึแบ่งแยกจากสังคม(หน้าบาง)

ผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ขี้อาย ต้องให้ผญ.เป็นฝ่ายเริ่มรึเข้าหาก่อน มีความรับผิดชอบ แต่ค่อนข้างเย็นชา(เก็บอารมณ์เก่ง)..กรณี้นี้ภรรยาควรเป็นคนที่ซัพพอร์ททางด้านความรู้สึกให้ดี (เย็นชา,เรียบเฉยไม่ใช่แปลว่าไม่รู้สึก)จุดนี้ต้องเน้นให้มากไม่เช่นนั้นชีวิตคู่ไม่มีความสุข

ผญ.ญี่ปุ่นเก่งมากนิสัยเดียวกันกับผช.เลย เก็บความรู้สึกเก่ง..งานบ้านเลี้ยงลูกเก่งมากแต่นั่นแหละสามีต้องมีเงินให้ดูแลอย่างดีด้วยเหมือนผลประโยชน์ต่างตอบแทน

ครอบครัวคนญี่ปุ่นยกตัวอย่างแถวบ้าน,อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ก็เยอะ(ประหยัดคชจ) และแม่บ้านเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่เลี้ยงลูกอย่างเดียวแล้วต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์ช่วยสามีอีกแรง

ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่น เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

🔴ตอบ

ที่คิดว่าแพงคือพวกค่าน้ำ,ค่าไฟฟ้า,ค่าแก๊ส..อย่างน้ำนี้ไม่น่าจะแพงแต่ก็แพงทั้งๆที่ญี่ปุ่นน้ำเยอะ..อย่างไฟฟ้าก็เข้าใจได้..ส่วนค่าครองชีพนี่สมเหตุสมผล..ก่อนหน้านี้ใครๆก็ว่าญี่ปุ่นค่าครองชีพสูง..ไม่เถียงค่ะถ้าคุณอยู่โตเกียวรึเมืองใหญ่ แต่ถ้าอยู่ตจว.แทบจะไม่แตกต่างจากไทยเลย..ก็ไม่แปลกใจ..ประเทศญี่ปุ่นคนรวยกับคนจนถึงไม่ค่อยเหลื่อมล้ำกันมาก..เช่นอาหารการกินซื้อมาทำเองนี่คือถูกมาก

ข้อดีข้อเสนอ 3 ข้อในการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อเสนอของการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นครับ

🔴ตอบ

จะใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นให้มีความสุขคือ
1. คนญี่ปุ่นทำยังไงก็ทำตามเขา
2. รักษากฎหมายและกฎเกณฑ์ของสังคม
3. คำว่า”ไม่เป็นไร” กับ”ช่างมัน” จะมีประโยชน์มากเมื่อคุณรู้สึกแย่ในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

ข้อเสีย
1. หนาวมาก คนไทยคงไม่ชิน
2. อย่าพยายามเป็นคนที่หวังดีแบบผิดที่ผิดเวลา เพราะมันอาจทำให้คนบางคนเขาไม่พอใจ คนญี่ปุ่นไม่ได้ใจดีเหมือนในทีวี
3. ญี่ปุ่นไม่พูดภาษาอังกฤษ ดังนั้นถ้าภาษาไม่ดีมาก อาจจะอึดอัดหน่อย

ในมุมมองของคุณคุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่นอะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

🔴ตอบ

ผช.ญี่ปุ่นจะขี้อาย..ขี้อายโดยวัฒนธรรม(เก็บความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองไว้ในใจไม่แสดงออก)ไม่บอกว่ารักแต่ใช้วิธีแสดงออกโดยสื่อว่ารักเอง..ซึ่งต่างจากคนไทยดังนั้น ผญ.ต้องเข้าใจธรรมชาติของคนชาตินี้ให้มาก..โดยผญ.ต้องเป็นฝ่ายประนีประนอม..และเข้าอกเข้าใจ..รวมถึงต้องใจเย็นและใช้สติให้มากมิเช่นนั้นจะต้องเลิกรากันในที่สุด

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวญี่ปุ่นบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

🔴ตอบ

1.วัฒนธรรมการอาบน้ำในอ่างเดียวกันของคนในบ้านแบบตามลำดับคิว..คนไทยไม่ชินแน่นอน
2. ถ้าไปเยี่ยมญาติพี่น้องคนญี่ปุ่นถ้าเขาไม่พร้อม..เขาจะปฎิเสธทันที(เจอปฎิเสธจากน้องสาวสามีด้วยเหตุผลว่า ผ้าห่มสำหรับหน้าหนาวไม่เพียงพอสำหรับทุกคน)ต่างจากคนไทยที่เราสามารถไปมาหาสู่กันได้ทันทีการต้อนรับก็เท่าที่มี(ญี่ปุ่นนี่จะต้อนรับแบบเราเป็นแขก..ไม่ใช่แบบสนิทสนมต่อให้เป็นญาติพี่น้องก็เถอะ)
3. การจะไปกดกริ่งหน้าบ้านแบบโดยพละการนั้นไม่ควรทำ เพราะมันอาจจะทำให้บางคนไม่พอใจ..เช่นเรารู้จักใครสักคนแล้วอยากไปคุยทักทายเขา..เราจะเดินไปหาเขาที่บ้านโดยพละการไม่ได้(เราต้องขออนุญาติเขาก่อนที่จะไปกดออดเรียกเขาที่บ้าน)ซึ่งมันต่างจากที่ไทยมาก
4. ขอแถมนะคะ พอดีเพิ่งนึกออก เวลาเจอคนแก่ตามที่ต่างๆไม่ต้องหวังดีไปช่วยเหลือเขา เพราะบางคนเขาอาจจะไม่พอใจ..เพราะญี่ปุ่นสังคมเขาสอนให้ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง..อย่าทำตัวให้เป็นภาระคนอื่น..จุดนี้เหมือนดาบสองคม..ซึ่งมันต่างที่ไทยมาก

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

🔴ตอบ

เห็นด้วยถ้าสามารถย้ายมาอยู่ที่นี่ได้..แต่ต้องมาโดยถูกกฎหมายและมีการวางแผนการใช้ชีวิตอย่างรัดกุม ภาษาควรได้ถึงระดับดี(อ่านออกเขียนได้)..ถ้ามาเป็นวีซ่าคู่สมรส(มีสามีคนญี่ปุ่น)อย่าพึ่งพาสามี100%..เพราะอนาคตไม่แน่นอน ถ้ามีโอกาสทำงานนอกบ้านควรทำ (พาทไทม์จ๊อบ)เยอะแยะ พยายามให้มีรายได้ด้วยตัวเอง เล็กน้อยไม่เป็นไร แต่ระยะยาวดีกว่าตัวเราแน่นอน และพยายามเรียนรู้สิ่งรอบตัว ผูกมิตรกับคนญี่ปุ่นไกล้เคียง อนาคตเขาแนะนำเราได้ อย่าคบแต่คนชาติเดียวกันเพราะภาษาและวัฒนธรรมคุณจะไม่ซึมซับ

ญี่ปุ่นใช้ชีวิตไม่ยาก(ถ้าภาษาดี)คุณภาพชีวิตดีกว่าไทยเยอะ ยอ่งถ้าเป็นคนที่อดทนและขยัน รอดแน่นอน

คุณ ปิ๋ว

FaceBook: สัพเพเหระของสะใภ้ไทยในญี่ปุ่น

เป็นคนสุรินทร์เหลาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและทัศคติของแม่บ้านญี่ปุ่นที่อยู่
ฮิโรชิม่า

YouTube: Japanเหลาpew story

เรื่องราวของแม่ปิ๋วและครอบครัว About my lifestyles and Family life
วันที่ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ 6/3/2020 พร้อมลูกๆและหมาอีก1ตัว

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศญี่ปุ่น บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

One thought on “ญี่ปุ่นในมุมมองของสะใภ้ไทยที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่กับพ่อแม่สามี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s