เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 63

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 63

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 42 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้ trapassato prossimo ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 42
บทที่ 42
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state? Come sto io piuttosto?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ ฉันเป็นอย่างไรเหรอคะ
– Oggi sono bionda, ho cambiato look!
วันนี้ฉันเป็นคนผมบลอนด์ ฉันได้เปลี่ยนลุคค่ะ!
– Ehm…, non vi vedo tanto contenti e tanto convinti.
อืม… ฉันไม่เห็นว่าพวกเธอจะชอบและเห็นด้วยกับฉันเลยค่ะ
– Che ne dite?
พวกเธอคิดว่ายังไงกันคะ
– Comunque, questa è la lezione 42 e lui… sono dal parrucchiere e lui è Federico!
อย่างไรก็ตาม บทเรียนนี้เป็นบทเรียนที่ 42 และเขาคือ… ฉันอยู่ที่ร้านเสริมสวยค่ะ และเขาคือเฟเดริโคะ ค่ะ!
– Ciao a tutti!
สวัสดีครับทุกๆ คน!
– Ok, lui è il mio parrucchiere di fiducia.
โอเค เขาคือช่างทำผมที่ไว้วางใจของฉันค่ะ
– Eh… sì, e no, non vi vedo tanto contenti, tanto entusiasti del mio nuovo, del mio nuovo look.
อืม… ค่ะ ไม่นะ ฉันไม่เห็นว่าพวกเธอจะดีใจ และตื่นเต้นกับลุคใหม่ของฉันกันเลยค่ะ
– Neanche io lo so.
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
– Allora chiediamo un attimo all’esperto che cosa ne pensa.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาถามผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ว่าเขาคิดอย่างไรค่ะ
– Fede che cosa ne pensi?
เฟเดะ เธอคิดอย่างไรคะ
– Sinceramente l’altra volta mi piacevano di più perché li avevamo fatto in modo naturale, diverso.
จริงๆ แล้ว ฉันชอบแบบครั้งก่อนมากกว่า เพราะว่าตอนนั้นพวกเราได้ทำมันในแบบธรรมชาติ มันคนละแบบอ่ะครับ
– Anche a me.
ฉันก็ว่างั้นค่ะ
– È แล้วvero, è vero, ha ragione.
จริงของเขาค่ะ จริงด้วย เขามีเหตุผลค่ะ
– Io ho voluto fare di testa mia.
ตอนนั้นฉันอยากทำในแบบที่ฉันคิดค่ะ
– Allora ragazzi, il mio sogno è sempre stato quello di essere bionda, fin da bambina.
เอาหล่ะค่ะ เพื่อนๆ คะ ในความฝันของฉัน ฉันอยากเป็นคนผมบลอนด์มาตลอดเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้วค่ะ
– E volevo diventare bionda.
และตอนนั้นฉันก็อยากจะกลายเป็นคนผมบลอนด์ค่ะ
– Lui me l’aveva detto.
ตอนนั้นเขาก็ได้เตือนมันกับฉันแล้วค่ะ
– “Veronica stai meglio con i capelli scuri”.
“เวโรนิค่ะ เธอดูดีกว่ากับผมสีเข้มนะ”
– Ma io non l’ho ascoltato, ho voluto fare di testa mia.
แต่ว่าฉันไม่ฟังเขา ตอนนั้นฉันอยากทำแบบที่ฉันอยากทำค่ะ
– Ho voluto provare a tingermi i capelli di biondo.
ตอนนั้นฉันอยากลองย้อมสีผมบลอนด์ดูค่ะ
– E ragazzi questo è il risultato.
เพื่อนๆ คะ นี่คือผลลัพธ์ค่ะ
– È così, ho voluto fare qualcosa che non avevo mai fatto prima.
มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ ตอนนั้นฉันอยากทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนค่ะ
– E però io non sono contenta, voi non siete contenti, lui non è contento.
แต่ว่าฉันไม่ชอบเลยค่ะ พวกเธอก็ไม่ชอบ เขาก็ไม่ชอบค่ะ
– Ehm… non lo so.
อืม… ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ
– Che cosa facciamo Fede?
พวกเราควรจะทำอย่างไรกันดีคะเฟเดะ
– Ho trovato la soluzione che mi ero già immaginato prima di tingerteli di biondo.
ผมพบทางออกแล้วครับ ตอนนั้นผมคิดเอาไว้ก่อนที่จะย้อมผมสี
บลอนด์ให้ครับ
– Quale?
ยังไงคะ
– Andiamo, ci spostiamo un attimo.
พวกเราไปกันค่ะ พวกเราย้ายไปตรงนั้นกันแป๊บนึงค่ะ
– Ok.
ตกลงค่ะ
– Ragazzi aspettate un attimo, vado a ricambiare il look, attendete un attimo solo.
เพื่อนๆ คะ รอแป๊บนึงนะคะ ฉันขอไปเปลี่ยนลุคก่อนค่ะ พวกเธอรอกันสักครู่นะคะ
– Ok.
โอเค
– Eccomi di nuovo!
ฉันกลับมาแล้วค่ะ!
– Sono tornata come prima.
ฉันกลับมาเหมือนเดิมแล้วค่ะ
– Adesso Fede mi da una sistemata ai capelli.
ตอนนี้ เฟเดะ เขาจะแก้ไขทรงผมให้กับฉันค่ะ
– Qua ho una forcina.
ตรงฉันฉันมีกิ๊บดำตัวนึงค่ะ
– Ok, la togliamo, va bene.
โอเค พวกเราถอดมันออก ดีกว่าค่ะ
– Va bene. Ok, cosa dici?
ดีละค่ะ โอเค เธอว่าไงคะ
– Cosa fai adesso, mi dai un tocco di finish?
ตอนนี้เธอจะทำอะไรคะ เธอเซ็ทผมให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ
– Sì, diamo un tocco di finish.
ได้สิ พวกเรามาเซ็ทผมกันครับ
– Prima li avevamo tinto di scuro, abbiamo fatto lo shatush in modo da sfumarli sempre più chiaro fino alle punte,
ตอนแรกนั้น พวกเราได้ทำสีเข้มกัน แล้วพวกเราก็ได้ทำการกัดสีให้สว่างขึ้นไล่ไปจนถึงปลายผม

li abbiamo lavati, phonati, piastrati, adesso facciamo il finish.
พวกเราได้สระผม เป่าผม หนีบผม ตอนนี้พวกเราก็จัดแต่งผมเป็นขั้นตอนสุดท้ายกันครับ
– Ok, perfetto, mi spruzza un po’ di lacca per dare un tocco di finish.
โอเคค่ะ เยี่ยมมากค่ะ คุณพ่นสเปรย์เพื่อเซ็ทผมเป็นขั้นตอนสุดท้ายให้ฉันด้วยค่ะ
– Bellisimi!
สวยมากครับ!
– Sì, anche a me piacciono tanto.
ค่ะ ฉันก็ชอบมากเช่นกันค่ะ
– Grazie Fede.
ขอบคุณนะเฟเดะ
– Grazie a te.
ขอบคุณเธอเช่นกันครับ
– Mi ha salvato la vita.
เขาได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ค่ะ
– Benissimo, grazie ci vediamo dopo.
ดีมากๆ ค่ะ ขอบคุณนะ แล้วพวกเราค่อยมาพบกันทีหลังนะคะ
– Ciao!!!
บ๊ายบาย!!!
– Che bello ragazzi, sono tornata come prima.
เพื่อนๆ คะ มันเลิศมากค่ะ ฉันกลับมาเหมือนเดิมแล้วค่ะ
– Oh… come sono felice!
โอ้ว… ฉันมีความสุขมากเลยค่ะ!
– Grazie anche a voi dei consigli, sì, è vero, siete stati sinceri.
ขอบคุณพวกเธอด้วยนะคะ สำหรับคำแนะนำดีๆ ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องจริงค่ะ ก็พวกเธอบอกความจริงมาไงคะ
– Io non stavo bene bionda platino come Madonna.
ตอนนั้นฉันดูไม่ดีกับผมสีบลอนด์แพลทินัมแบบมาดอนนะอ่ะค่ะ
– È così, e voi avete imparato qui tante cose.
มันก็เป็นแบบนี้ค่ะ และในจุดนี้ พวกเธอก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างกันไปแล้วนะคะ
– Avete imparato prima di tutto la terminologia che si usa dal parrucchiere,
พวกเธอได้เรียนรู้กันไปแล้ว อย่างแรกเลย คำศัพท์ที่ใช้ในร้านเสริมสวยค่ะ
per esempio schiarire i capelli, tingere i capelli, lui ha detto, come vedete lui ha usato la piastra per lisciare o in questo caso per rendere mossi i capelli.
ตัวอย่างเช่น การทำให้ผมสว่างขึ้น การย้อมสีผม เขาได้บอกไปแล้วว่า ก็อย่างที่พวกเธอเห็น ว่าเขาได้ใช้เครื่องหนีบผมให้ตรง หรือว่าในกรณีนี้ เพื่อทำให้ผมหยักโค้งเป็นลอนค่ะ
– Lo shatush, che è una colorazione che ha spiegato Federico, una specie di degradé, però si parte da una colorazione più scura sulle punte e poi si schiarisce.
สีไฮไลท์ มันเป็นการทำสีผมแบบนึง ที่เฟเดริโคะเขาได้อธิบายไว้แล้วค่ะ เป็นการไล่สีผมค่ะ แต่ว่ามันจะเริ่มจากสีเข้ม แล้วไล่สีจางลงที่ปลายผมค่ะ
– Quindi avete imparato tante cose.
ดังนั้น พวกเธอได้เรียนรู้กันไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ
– E avete imparato anche il trapassato prossimo.
และพวกเธอก็ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับ il trapassato prossimo กันอีกด้วยนะคะ
– Che cos’è?
มันคืออะไรเหรอคะ
– Adesso lo vediamo.
ตอนนี้พวกเรามาดูมันกันค่ะ
– Allora, dovete prima di tutto rivedere le lezioni 21, 22, 23. Bravi.
เอาหล่ะค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะพวกเธอต้องกลับไปดูบทเรียนที่ 21, 22, 23 ซ้ำกันค่ะ เก่งมากค่ะ
– Quando abbiamo studiato il passato prossimo.
ตอนที่พากเราได้เรียนรู้เรื่อง il passato prossimo กันค่ะ
– Perché? Perché è un misto tra il passato prossimo e l’imperfetto.
ทำไมคะ เพราะว่ามันคือการผสมกันระหว่าง il passato prossimo และ l’imperfetto ค่ะ
– Quindi rivedete, rivedete il passato prossimo nella lezione 21, 22, 23 e l’imperfetto nella lezione 38.
ดังนั้น พวกเธอก็ไปดูซ้ำกันนะคะ พวกเธอไปดูเรื่อง il passato prossimo ในบทเรียน 21, 22, 23 และ l’imperfetto ในบทเรียนที่ 38 ซ้ำกันนะคะ
– Perché? Infatti abbiamo due ausiliari.
ทำไมเหรอคะ นี่ไงค่ะ พวกเรามีคำกริยาช่วย 2 คำค่ะ (คำกริยาช่วย essere การเป็น อยู่ คือ และคำกริยาช่วย avere การมี ค่ะ)
– La struttura è sempre quella del passato prossimo, bravi ma cambiano soltanto gli ausiliari, essere e avere.
โครงสร้างมันเป็นแบบ passato prossimo เก่งมากค่ะ แต่ว่าเปลี่ยนแปลงแค่คำกริยาช่วยเท่านั้นค่ะ
– Quindi non più al presente ma all’imperfetto.
ดังนั้น ไม่ใช้ในช่วงเวลา presente อีกแล้ว แต่ว่าใช้ในช่วงเวลา imperfetto ค่ะ
– E infatti rivedete l’imperfetto nella lezione 38.
ด้วยเหตุนี้ พวกเธอจึงต้องกลับไปดู l’imperfetto ในบทเรียนที่ 38 ซ้ำกันค่ะ
– Quindi essere, sì, bravi, doveste conoscere gli ausiliari all’imperfetto, ero, eri, era, eravamo, eravate, erano.
ดังนั้นคำกริยา essere ใช่ค่ะ เก่งมากค่ะ พวกเธอควรจะรู้จักพวกคำกริยาช่วยในรูป imperfetto นะคะ ตอนนั้นฉันเป็น อยู่ คือ, ตอนนั้นเธอเป็น อยู่ คือ, ตอนนั้นเขาเป็น อยู่ คือ, ตอนนั้นพวกเราเป็น อยู่ คือ, ตอนนั้นพวกเธอเป็น อยู่ คือ, ตอนนั้นเขาเป็น อยู่ คือ ค่ะ
– Sono stata gentile che li ho riscritti.
ตอนนั้นฉันใจดี ที่ฉันเขียนมันไว้แล้วค่ะ
– Avevo, avevi, aveva, avevamo, avevate, avevano. Bravi.
ตอนนั้นฉันมี, ตอนนั้นเธอมี, ตอนนั้นเขามี, ตอนนั้นพวกเรามี, ตอนนั้นพวกเธอมี, ตอนนั้นพวกเขามี ค่ะ เก่งมากค่ะ

– Poi qua abbiamo sempre i soliti participi passati regolari -are, -ere, -ire, -ato, -ito, -uto.
แล้วตรงนี้พวกเราก็เหมือนเดิมมีพวก participi passati ที่ผันตามกฎ ที่ลงท้ายด้วย are, -ere, -ire, -ato, -ito, -uto ค่ะ
– Quindi se i participi irregolari, rivedete ritrovate nella lezione 23.
ดังนั้นถ้าเป็น i participi ที่ผันไม่ตามกฎ พวกเธอก็ไปดูซ้ำ พวกเธอไปดูได้ในบทเรียนที่ 23 กันนะคะ
– Vi ricordate? Bravissomi.
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ เก่งมากๆ ค่ะ
– Bene, adesso quindi, questa è la struttura ed è semplicissima.
ดีค่ะ ดังนั้นตอนนี้ นี่คือโครงสร้างและมันก็เรียบง่ายธรรมดาค่ะ
– Il “difficile” tra virgolette è sapere quando utilizzarlo.
อันที่ “ยาก” ในวงเล็บนะคะ คือการรู้ว่าเมื่อไหร่เราควรจะใช้มันค่ะ
– Infatti qua ho scritto degli esempi che ho usato io, che ho usato con il nostro amico Federico, nel nostro, durante il nostro dialogo.
นี่ไงคะ ตรงนี้ฉันได้เขียนพวกตัวอย่างที่ฉันได้พูดไปแล้วค่ะ ที่ฉันได้ใช้กับเพื่อนชาย เฟเดริโคะ ในบทสนทนาของพวกเราค่ะ
– Vediamo un attimo.
พวกเรามาดูกันแป๊บนึงค่ะ
– Per esempio io ho detto “lui mi aveva detto, stai meglio con i capelli più scuri”.
ตัวอย่างเช่น ฉันได้พูดไปแล้วว่า “ตอนนั้นเขาได้บอกกับฉันว่า เธอดูดีกว่ากับผมสีเข้มนะ”
– Va bene?
ตกลงไหมคะ
– Quindi “aveva detto” esatto è un trapasso prossimo, quindi non ho detto lui mi ha detto ma avevo detto prima di tingermeli di biondo.
ดังนั้น “ตอนนั้นเขาได้บอกไว้แล้ว” แน่นอนค่ะมันเป็น trapassato prossimo ค่ะ ดังนั้น ฉันไม่ได้พูดนะคะ เขาได้บอกกับฉันไปแล้ว แต่ฉันบอกเขาไปก่อนแล้วว่าจะย้อมสีผมบลอนด์ค่ะ
– Solo che io gli ho detto “Federico, io voglio i capelli biondi!”
ก็แค่ ฉันได้บอกกับเขาไปว่า “เฟเดริโคะ ฉันอยากได้ผมสีบลอนด์ค่ะ!”
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi lui aveva detto, prima ok, che mi tingesse i capelli.
ดังนั้น ตอนนั้นเขาได้บอกไว้แล้ว ก่อนที่เขาจะย้อมสีผมให้กับฉันค่ะ
– Lui mi ha tinto i capelli e prima mi aveva detto che stavo meglio con i capelli più scuri.
เขาได้ย้อมสีผมให้กับฉันแล้ว และก่อนที่จะย้อมสีผม เขาก็พูดว่า ฉันดูดีกว่ากับผมสีเข้มค่ะ
– Quindi questa è la prima azione passata.
ดังนั้น นี่คือการกระทำในอดีตอันแรกค่ะ
– Quindi lui mi aveva detto “stai meglio con i capelli scuri”
ดังนั้น ตอนนั้นเขาพูดไว้ว่า “ฉันดูดีกว่ากับผมสีเข้ม”
ma io volevo, imperfetto, seconda azione passata, diventare bionda, e non l’ho ascoltato.
แต่ตอนนั้นฉันอยาก เขียนเป็นรูป imperfetto นะคะ ส่วนการกระทำในอดีตอันที่สอง คือการกลายเป็นคนมีผมสีบลอนด์ และฉันก็ไม่ฟังคำแนะนำของเขาค่ะ
– Anche questa è un’altra azione passata però successa più tardi.
นี่มันก็เป็นการกระทำในอดีตอีกอย่างนึง แต่ว่ามันได้เกิดขึ้นทีหลังค่ะ
– Bene, un altro esempio è “io ho voluto fare qualcosa che non avevo mai fatto”.
ดีค่ะ อีกตัวอย่างนึงคือ “ตอนนั้นฉันอยากทำอะไรบางอย่าง ที่ฉันยังไม่เคยทำมาก่อนค่ะ”
– Quindi, qui abbiamo la seconda azione passata, perché non è la prima,
ดังนั้น ตรงนี้พวกเรามีการกระทำในอดีตอันที่สอง เพราะว่ามันไม่ใช่อันแรกค่ะ
perché lui… io non avevo mai fatto prima di quella volta, prima azione passata, ho voluto fare, seconda azione passata.
เพราะว่าเขา… ตอนนั้นฉันยังไม่เคยทำมาก่อนเลย เป็นการกระทำในอดีตอันแรก ฉันอยากทำไปแล้ว เป็นการกระทำในอดีตอันที่สอง ค่ะ
– Questo perché non dovete andare in ordine.
ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าพวกเธอไม่ต้องไปเรียงตามลำดับก็ได้ค่ะ
– Perché vedete che qua ho usato prima il trapassato prossimo e poi ho usato l’imperfetto e anche il passato prossimo.
เพราะว่าพวกเธอดูตรงนี้นะคะ ฉันได้ใช้ il trapassato prossimo ก่อน แล้วฉันก็ค่อยใช้ l’imperfetto แล้วก็ il passato prossimo ค่ะ
– Invece qua al contrario.
ส่วนตรงนี้ มันตรงข้ามกันค่ะ
– Ho usato prima il passato prossimo e poi trapasso prossimo.
ฉันได้ใช้ il passato prossimo ก่อนแล้วก็ค่อยใช้ trapassato prossimo ทีหลังค่ะ
– Perché io posso dire le stesse cose.
เพราะว่าฉันสามารถบอกสิ่งเดียวกันได้ค่ะ
– Io, per esempio, sì, volevo diventare bionda, anche se lui mi aveva detto stai meglio con i capelli scuri.
ฉัน ตัวอย่างเช่น ใช่ค่ะ ตอนนั้นฉันอยากกลายเป็นคนผมสีบลอนด์ค่ะ แม้ว่าตอนนั้น เขาจะบอกกับฉันว่า เธอดูดีกว่ากับสีผมเข้มนะ
– Posso anche invertire l’ordine.
ฉันเอาประโยคหลังมาไว้ข้างหน้าได้ค่ะ
– L’importante è che voi capiate qual è la prima azione passata e la seconda azione passata.
สิ่งที่สำคัญคือ พวกเธอต้องเข้าใจว่าอะไรคือการกระทำแรกในอดีต และอะไรคือการกระทำในอดีตอันที่สองค่ะ
– Qua ho disegnato una linea.
ตรงนี้ฉันได้ขีดเส้นเอาไว้ค่ะ

– Qua siamo al presente, qua passato prossimo o imperfetto, invece qua trapasso prossimo.
ตรงนี้ พวกเราอยู่ที่ปัจจุบัน ตรงนี้ passato prossimo หรือว่า imperfetto ค่ะ ส่วนตรงนี้ trapassato prossimo ค่ะ
– Quindi trapassato prossimo prima azione passata a livello temporale, ok?
ดังนั้นเราจะใช้ trapassato prossimo กับการกระทำในอดีตอันแรก ที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน โอเคไหมคะ
– Passato prossimo e imperfetto seconda azione passata, invece qua siamo nel presente.
แล้วเราก็ใช้ Passato prossimo และ imperfetto กับการกระทำในอดีตอันที่สอง ส่วนตรงนี้พวกเราอยู่ในปัจจุบันค่ะ
– Spero che abbiate capito più o meno.
ฉันหวังว่าพวกเธอน่าจะเข้าใจกันโดยประมาณนะคะ
– Perché vedete ovviamente lui prima mi aveva detto, prima di tingermi i capelli, stai meglio con i capelli più scuri,
เพราะว่า พวกเธอดูกันนะคะ เห็นได้ชัดว่าเขา ตอนแรก ตอนนั้นเขาได้บอกว่า ก่อนที่จะย้อมสีผม เธอดูดีกว่ากับผมสีเข้ม
poi io gli ho detto no, lui mi ha tinto i capelli, passato prossimo.
แล้วฉันก็ได้บอกว่า ไม่นะ เขาก็เลยย้อมสีผมให้กับฉัน คือ passato prossimo ค่ะ
– Va bene?
โอเคไหมคะ
– Quindi posso dire anche lui mi ha tinto i capelli anche se prima mi aveva detto che stavo meglio scura.
ดังนั้น ฉันจะพูดแบบนี้ก็ได้ค่ะว่า เขาได้ย้อมสีผมให้กับฉัน แม้ว่าตอนแรก เขาก็ได้บอกเตือนกับฉันแล้วว่าตอนนั้น ฉันดูดีกว่ากับผมสีเข้มค่ะ
– Ripeto, non dovete andare per ordine
ฉันขอพูดซ้ำนะคะ พวกเธอไม่ต้องไปเรียงตามลำดับก่อนหลังค่ะ
ma dovete capire che cosa è successo prima, trapasso prossimo
แต่ว่าพวกเธอต้องเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก่อน เราต้องใช้ trapassato
e che cosa successo dopo, però nel passato, passato prossimo o imperfetto.
การกระทำที่เกิดขึ้นทีหลังในอดีต เราก็ใช้ passato prossimo หรือว่า imperfetto ก็ได้ค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Ok, questo è quello che abbiamo imparato oggi.
โอเค สิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วสำหรับวันนี้ค่ะ
– Eee… va bene, quindi adesso tutto è tornato alla normalità,
เออ… โอเคค่ะ ดังนั้น สำหรับตอนนี้ทุกอย่างมันก็กลับมาเป็นปกติแล้วค่ะ
eh… niente, vi saluto dal salone del mio parrucchiere di fiducia, vi saluta anche Federico.
เออ… ไม่มีอะไรค่ะ ฉันขอลาพวกเธอจากร้านเสริมสวย ที่ไว้วางใจของฉันค่ะ เฟเดริโคะก็สวัสดีพวกเธอด้วยค่ะ
– Continuate a seguirmi su One World Italiano video.
พวกเธอติดตามฉันกันต่อเนื่องได้ที่ One World Italiano video ค่ะ
oneworlditaliano.com
– Ciao e alla prossima!!!
สวัสดีค่ะและพบกับใหม่ค่ะ!!!
– Ciao ciao!!!
บ๊ายบาย!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s