ธุรกิจชีวิตสไตล์ครูดิอร ณ อเมริกา

นี่คือบทสัมภาษณ์เพื่อการพัฒนาตนเองของคนไทยสำหรับคนไทยไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในประเทศไทย บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิดทางธุรกิจ คำแนะนำในชีวิต และเคล็ดลับและข้อมูลเพื่อความสุขและความสำเร็จ

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ ครูดิอร ณ อเมริกา

หากเรายังไม่สำเร็จจงทำมันต่อไป ใช้ความตายเป็นตัวกำหนด” นี้เป็นคติประจำใจของตนเอง เพราะมนุษย์ทุกคนต้องตาย ความตายนั้นแหละคือจุดสิ้นสุดของการต่อสู้ของดิฉัน จะดิฉันคิดเสมอๆว่า “หากเรามีอากาศ เรามีโอกาส

วันนี้ผมจะมาคุยกับครูดิอร ณ อเมริกา ครูดิอรสอนน้องท่องโลก ชีวิตทั่วๆไป และโดยเฉพาะครบเครื่องเรื่องของผู้หญิงๆ ชอบสอนภาษาอังกฤษมากที่สุด เพราะมันรู้สึกว่าเราได้แจกจ่ายความรู้ที่เรามีแด่คนไทยด้วยกัน และเราได้เรียนรู้จากพวกนักเรียนไปด้วย เพื่อเราจะได้พัฒนาตนเองให้กลายเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ ครูดิอรเกิดที่บ้านดอกรักใหญ่ ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย แต่ตอนนี้อาศัยอยู่กับสามีของเธอที่สหรัฐอเมริกา

ช่วยบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อยไหม คุณให้บริการอะไรแก่คนไทยบ้าง และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของคุณทางออนไลน์ได้อย่างไรครับ

🔴ตอบ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันครูดิอร ณ อเมริกา

อดีตข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจทองเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นเวลา 10ปี

ปัจจุบันดิฉันย้ายตามสามีมาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และดิฉันกลับไปศึกษาต่อในสายทางสุขภาพ และปัจจุบันนี้ดิฉันเป็นผู้ช่วยหมอผ่าตัดหัวใจในอเมริกาทางเหนือเป็นเวลา 10 ปีแล้ว

และดิฉันยังสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ ให้กับนักเรียนไทย ที่สนใจอยากจะพูดภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเป็นงานอดิเรก เพราะภาษาอังกฤษเปลี่ยนชีวิตดิฉันไปในทางที่ดีขึ้น และดิฉันมั่นใจว่าภาษาอังกฤษก็สามารถที่เปลี่ยนชีวิตของคนอื่นๆได้เช่นกัน

ในปลายเดือนธันวาคมนี้ดิฉันจะเปิดสอนภาษาอังกฤษรายปี และคอร์สของดิฉันรับประกันการพูดได้ ดิฉันจบการสอนภาษาอังกฤษให้กับคนที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หรือฝรั่งเรียกว่า ESL จากสถาบัน Oxford Seminars, U.S.A. และดิฉันยังเรียนการพูดภาษาอังกฤษ แบบคนอเมริกันท้องถิ่นจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะอีก 3 ท่าน

และขณะนี้ดิฉันก็ยังเรียนรายปีกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษแบบคนท้องถิ่นอยู่ ดิฉันแผนเอาไว้ว่าจะเรียนภาษาอังกฤษไปตลอดชีวิต เพราะยิ่งเรียนเยอะเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนมันมีอีกเยอะที่จะต้องเรียน ดิฉันอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษแบบอเมริกันท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของตัวเองและคนไทยอีกมากมาย ที่สนใจเรื่องการพูดภาษาอังกฤษแบบอเมริกันท้องถิ่น

และดิฉันยังมีเพจสาธารณะในเฟสบุ๊ค เพื่อเขียนบทความ เกียวกับชีวิตในด้านต่างๆในอเมริกา ตลอดออกมาไลฟ์สไตล์ครูดิอร เพื่อให้ความรู้และการบันเทิงผสมแง่คิดในการดำเนินชีวิตในอเมริกา เพื่อปูทางให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อให้พวกเขามองเห็นโอกาสได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ตลอดดิฉันให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับโรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 อย่างไรให้เป็นสุข ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือในเวลาว่างจากงาน

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่;
Facebook Page: ดิอรสอนน้องท่องโลก Thai in USA ( สะดวกที่สุด )

Youtube: ครูดิอรสอนน้องท่องโลก ชีวิตทั่วๆไป และโดยเฉพาะครบเครื่องเรื่องของผู้หญิงๆ

Youtube: Dion’s Englishaholic สำหรับวิดีโอการฝึกภาษาอังกฤษของนักเรียน และ การสอนคลิปสั้นๆ แต่ก็ยังไม่วิดีโอมากเท่าไหร่ เพราะดิฉันเอาอาชีพหลักมาก่อน งานด้านการสอนหรือด้านมีเดียต่างๆ คืองานอดิเรก ดิฉันจะทำเพื่อความจรรโลงใจของตนเอง แต่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและตัวเองไปด้วย

หลายคนมีความฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับคนที่อยากจะมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง ผมรู้ว่าทุกวันนี้เพราะโควิดทำให้อะไรต่างๆเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามคุณช่วยบอกเคล็ดลับและคำแนะนำที่จำเป็นสัก 3 ข้อสำหรับเริ่มต้นธุรกิจของคุณ

🔴ตอบ
ดิฉันเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์แบบไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง เช่น:
การเจอสามีชาวอเมริกันทางเว็บไซต์อย่างไรในยุคอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่เขาคิดค่าบริการการใช้อินเทอร์เน็ตชั่วโมงละ 15 บ. คุยกันกับสามีได้แค่ 3 อาทิตย์ทั้งๆที่ภาษาอังกฤษก็แตกหักติตลบขั้นเจ้า แต่เขาก็ยังขอแต่งงานก่อนเจอจริงได้อย่างไร

แต่งงานเสร็จกลับไปเรียนต่อในอเมริกาในวัยเกือบ 40 ต้นๆ ทั้งๆที่ภาษาอังกฤษติดลบสุดๆ แต่ดิฉันอ่านพอได้พอแปลออก ส่วนแกรมม่าร์ไม่ต้องพูดถึงแย่มากๆ แต่ดิฉันเป็นคนเรียนรู้ค่อนข้างไว ประกอบกับนิสัยที่เป็นคนที่ได้กัดแล้วมักไม่ปล่อย หากจะถอยขอเปลี่ยนชื่อจาก “ วิชุอร ที่แปลว่า หญิงเหล็ก “ ดีกว่า ดังคำกล่าวที่ว่า “ โชคเข้าข้างผู้กล้า : Fortunate favors the bold” ของนักปราชญ์ชื่อ Aristotle (แอริสตอเติล

ดิฉันเล่าเกี่ยวกับขบวนการเรียนในอเมริกา ที่เกือบจะลาออกเป็นร้อยไรอบ แต่โชคดีที่สามีชาวอเมริกันของดิฉัน ชี้แนะแก้ไขปัญหาให้มองว่า “ ทุกปัญหาแท้ที่จริงมันก็แค่กำแพงขวางกั้น ระหว่างความล้มเหลวกับความสำเร็จเท่านั้นเอง “
หากเราผ่านมันไปได้ 1 ปัญหา ความชนะก้าวเข้ามาใกล้เราอีก 1 ก้าว

ดิฉันเล่าขบวนการต่อต้านปัญหานาๆชนิด และวิธีพิชิตกับนาๆชาติในสถาบันการศึกษาในอเมริกาได้ จนเรียนจบด้วยเกียรตินิยมดับดับ 3 และยังได้รับเข้าทำงานในแผนกหัวใจ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของรัฐ ก่อนเรียนจบอีก 2 เดือน ในขณะที่เพื่อร่วมชั้นชาวอเมริกันแท้ๆ อีก 95% ของห้องยังไม่ได้งาน และอีกครึ่งห้องที่ยังสอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่านในรอบแรก ดิฉันแชร์เทคนิคต่างๆนาๆที่จะพาแฟนคลับของดิฉันไปสู่จุดหมายของพวกเขาให้เร็วที่สุด เพราะเวลาคือสิ่งเดียวที่ประเมินค่าไม่ได้

จุดเริ่มต้นของนักธุรกิจออนไลน์ที่ไร้สังกัดของดิฉัน:
ในขณะที่ดิฉันเล่าประสบการณ์ชีวิตในอเมริกา ในเฟสบุ๊คตามกลุ่มต่างๆ จนคุณพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งชื่อ คุณพี่มาดามไทยหรือพี่หนัน เสนอเปิดเพจสาธารณะในเฟสบุ๊คให้อย่างเป็นทางการ ในขณะนั้นดิฉันไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ดิฉันทำตามความชอบและถนัดของตัวเอง และดิฉันขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณคุณพี่หนันมาดามไทยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ในเวลา 7 ปีที่ผ่านมาดิฉันไม่มีประสบการณ์ด้านงานออนไลน์เลย แต่พอดิฉันได้เริ่มงานตรงนี้แล้วเป็นเวลาเกือบ 7 ปี ไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไรมากมาย ทำไปในเวลาว่างจากงานหลักๆ ว่างก็สอนภาษาอังกฤษหรือออกมาไลฟ์สไตล์ครูดิอร

ในเวลาจะเปิดสอนภาษาอังกฤษทีก็จะทำการโฆษณาที ถือว่าตอบแทนบุญคุณ คุณ Mark Zuckerberg ที่ให้เช่าพื้นในการทำธุรกิจออนไลน์ง่ายๆเรียบๆ และดิฉันไม่ได้มีระบบระเบียบในการโพสต์ หรือการออกมาไลฟ์แต่อย่างใด ดิฉันเอาตามความสะดวกและสบายใจของตัวเองเป็นหลัก

ดิฉันเอาธุรกิจออนไลน์มาเป็นเครื่องมือในการหาความสุขทางใจและให้ความรู้แก่สมอง มากว่าเอามาเป็นธุรกิจทางการเงิน ดิฉันจะไม่หยุดการเรียนรู้ตราบใดที่ดิฉันยังไม่หยุดการหายใจ ความรู้ที่ดิฉันมีทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้กับคนไทยทั่วโลก ที่เขาสนใจที่จะศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิต ที่ไม่รู้จักเหนื่อยหน่ายหรือท้อแท้ในตัวดิฉัน

ส่วนรายได้จากการสอนภาษาอังกฤษ หรืองานสัมมนาแต่ละครั้ง ทางทีมงานก็จะนำไปบริจาคให้กับองค์ต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย หรือบางโอกาสในอเมริกาเช่น ศูนย์วิจัยโรคมะเร็ง เพราะดิฉันเคยเป็นโรคมะเร็ง ตามกำลังศรัทธาของทีมงาน

พอดิฉันมีช่องทางในการออกอากาศ ที่เปรียบเสมือนการมีทีวีเป็นช่องของตัวเอง และมีผู้ติดตามตามอัธยาศัย ที่ชอบใจและอุดมการณ์ของดิฉัน ดิฉันก็ใช้เทคนิคการค้าตัวนี้เข้ามาช่วย “ มนุษย์ซื้อความพอใจ “

แน่นอนในโลกออนไลน์ยังมีคนเก่งๆและสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ แถมมีชาวต่างชาติอีกมากมายที่เขาไปใช้ชีวิต และสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย แต่สไตล์ใครสไตล์มัน ดิฉันเชื่ออย่างแรงว่ามนุษย์ทุกคน มีความเก่งกาจที่แตกต่างกัน

ฉะนั้นมนุษย์ซื้อความพอใจจงขายในสิ่งที่คุณมี เพราะคนอื่นๆไม่มีเหมือนคุแน่นอน ทักษะและความคิดแตกต่างเหมือนรายนิ้วมือ ฉะนั้นอย่ากลัวคู่แข่งจงกลัวใจตัวเองดีกว่า

ดิฉันมีจุดยืนตรงที่เราเป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศ แถมมาเรียนพูดภาษาอังกฤษในตอนแก่ แต่ประสบผลสำเร็จ แถมยังทำงานกับคนอเมริกันและนาๆชาติมาเป็นเวลาตั้ง 10 ปี

บวกกับเคยเป็นผู้เรียนเพื่อพูดภาษาอังกฤษ และยังเป็นคนที่ใช้ภาษาที่เรียนมาพูดกับเจ้าของภาษาจริงๆ แถมรู้ปัญหาที่แท้จริงของคนไทย ที่เกิดกับตัวเองในเวลาที่พูดภาษาอังกฤษกับนาๆชาติมาเป็นเวลา18ปี

จนสังเกตเห็นว่าคนอเมริกันเขามีเทคนิคการพูดที่แตกต่างจากนาๆชาติ จะสังเกตุได้อย่างเห็นได้ชัด คือการออกเสียง T เป็นเสียง D เช่น water – วอดเด้อ และอื่นๆอีกมากมาย

คำถามแนะนำชีวิต
🔴ตอบ
จงขายเอกลักษณ์ของตัวเองเป็นหลัก เน้นความประสบและผลสำเร็จ ความอดทนกับการรับมือกับอุปสรรค เน้นการใช้ความคิดที่เป็นบวกเพื่อสู้กับปัญหาหรือทุกสถานการณ์ที่จะผ่านมา ทั้งในรูปแบบที่จงใจหรือไม่จงใจในชีวิต

จงเป็นผู้ให้ก่อนจะเสนอขายอะไร ดิฉันจะพยายามเป็นผู้ให้ต่อผู้ใช้บริการ จนกว่าพวกเขาเกิดความเชื่อใจและศรัทธาก่อน ต่อไปเราจะทำอะไรมันก็ง่ายขึ้น

ทำไปเรื่อยๆได้หรือไม่ได้ก็ทำต่อไป อย่างน้อยๆมันก็ได้แง่คิดได้ประสบการณ์ ใช้เวลาอย่างต่ำ5ปี อย่างสม่ำเสมอมันจะเกิดความชำนาญเอง ดิฉันไม่เครียดแต่กลับชอบ เพราะดิฉันไม่เน้นการทำธุระกิจเพื่อการเงิน แต่เพื่อการตอบแทนแฟนคลับ เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ช่วยบำรุงจิตใจและช่วยให้สมองตนไม่ตายก่อนวัยชรา

จงขายความรู้เพราะมันเป็นของคู่โลก แถมไม่บูดไม่เน่าไม่ต้องการหน้าร้านขาย ไม่ต้องการโกดังไว้เก็บของ และความรู้มันจะพัฒนาทั่งตนเองและผู้อื่นในเวลาเดียวกัน
📌อย่าลืม!มนุษย์ซื้อความพอใจ หากมีคนขายเยอะแล้วไงล่ะ!

ถ้าคุณย้อนเวลากลับไปได้ในวัย 18 ปี (ซึ่งคุณรู้อะไรต่างๆในตอนนี้แล้ว) คุณจะให้คำแนะนำอะไรแก่ตัวเองบ้างเพื่อที่จะช่วยคุณในเรื่องการใช้ชีวิต, การงานและความรัก

🔴ตอบ
18 ปีหากจะย้อนกลับไปที่ประเทศไทย เพราะดิฉันมาอยู่อเมริกาได้ 18 ปีแล้ว
ดิฉันจะบอกเธอว่า:
“ ขอบคุณมากมายที่ผ่านมาได้ทั้งทางบวกและทางลบ ทุกอย่างที่เธอทำจะด้วยสติหรืออารมณ์ มันก็ล้วนแต่เป็นความรู้เป็นบทเรียน ที่หาเรียนที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มันเป็นบทเรียนที่ประเมินค่าไม่ได้ เป็นบทเรียนที่ไม่ถูกบันทึกลงสิ่งพิมพ์ใดๆ แต่มันเป็นรอยสักที่ฝังใจให้เรียนรู้ และจดจำไว้เป็นบทเรียนชั้นเยี่ยมไปชั่วชีวิต

จะไม่ขอตำหนิหรือติเตือนการกระทำของตน จะสมควรหรือไม่สมมาพาควร ไม่ว่าจะกระทำด้วยความจงใจหรือหลวมตัว ก็ล้วนถูกอภัยจากใจของเจ้าตัวในวัย 55 ปี เพราะอะไรๆที่ถูกทำลงไปในวัยเยาว์มันคือการเตรียมตัวที่จะเป็น ครูดิอรฉบับแก้ไขจากอดีตอย่างสมบูรณ์แบบ

ขอกล่าวขอบคุณตัวเองในวัยไร้ประสบการณ์
ขอบพระคุณนะหนูอรที่ทำทุกอย่างเพื่อ ครูดิอรคนนี้ให้เธอได้มีวันนี้ ไม่เสียใจไม่คิดจะแก้ไข เพราะนั่นดิฉันเชื่อว่าเป็นแรงจงใจจากเบื้องบน ขออบกอดและชื่นชมตัวเองใน 18 ปีที่แล้ว ที่ฟันฝ่าอุปสรรคมานาๆนับประการ ผ่านสงครามชีวิตอย่างลุ่มๆดอนๆ จนตอนนี้ประสบผลสำเร็จอย่างสูงสุดในชีวิตแล้ว

📌ครูดิอร ณ อเมริกา คือเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบของผู้หญิงบ้านนาที่ชื่อ สิบตำรวจเอกหญิงวิชุอร แก้วฮ่องคำ ดูเพรย์

คำว่า ประสบความสำเร็จหรือกำลังจะประสบความสำเร็จ มีความหมายว่าอย่างไรสำหรับคุณ บางคนเชื่อมโยงความสำเร็จกับเงิน บางคนเชื่อมโยงกับความสุข และบางคนเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นๆ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วนิยามความสำเร็จของคุณคืออะไร

🔴ตอบ
ความสุขในต้นฉบับของพจนานุกรมฉบับ ครูดิอร ณ อเมริกา คือ:
ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน พอตัวเองมีหน้าที่การงานที่มั่นคง และเป็นที่ต้องการของตลาด แถมเป็นงานที่ได้ช่วยเหลือมวลมนุษย์ด้วยกัน อีกทั้งเป็นงานที่ท้าทายและสะใจจิตวิญญาณของตนในเวลาเดียวกัน มันคือความความสุขที่เหนือความคาดหมาย มันเป็นความสุขเกินมาตรฐานที่ตนกำหนดไว้ เพราะเป็นงานที่ร่างกายและจิตวิญญาณของดิฉันผูกไว้ด้วยกัน นั้นแหละคือความสุขที่แท้จริง

การศึกษาก็ถือว่าเป็นความประสบผลสำเร็จตามที่ตนปรารถนาเอาไว้ เพราะสมัยเด็กๆอยากเป็นนักเรียนนอก ปัจจุบันดิฉันเรียนจบและทำงานตลอดใช้ชีวิตในประเทศที่ตนต้องการ นั้นคืออีกความสุขชนิดหนึ่งของดิฉัน

ความรัก สามีเปรียบเทียบอ๊อกซิเจน และใจดีมีความเมตตา เป็นทั้งพ่อเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งไลฟ์โค๊ช เป็นทั้งครูสอนภาษาอังกฤษ และสอนการดำชีวิตในอเมริกันอย่างคนท้องถิ่นให้ภรรยา เป็นทั้งหมอใจใกล้เตียงในยามอ่อนล้า และและเป็นหมอกายในเวลาที่เจ็บป่วยมา ขอบคุณเทวดาประจำชีวิต William H Duprey มีสามีดีเท่ากับมีประกันชีวิตชั้นเลิศ

ครอบครัว แม้จะเกิดในครอบครัวที่ยากจน แต่รวยน้ำใจและแบ่งปัน พ่อแม่ของดิฉันรักลูกท่านให้ความอบอุ่นไม่จนรู้สึกไม้ขาด
ส่วนลูกชายของดิฉันทั้งคู่แต่งงานมีหลานมีครอบครัวที่อบอุ่นกันไปแล้วดิฉันหมดกังวล ถือว่าประสบผลสำเร็จเหมือนกัน อันนี้ดิฉันก็นับเป็นความสุขชนิดหนึ่งเช่นกัน

การเงิน สามีเป็นเลขาและการเงินส่วนตัวให้ทุกเดือน สามีเป็นคนมองการณ์ไกลของชีวิต วางแผนการเงินให้กับครอบครัว และมั่นใจได้ว่าครอบครัวจะมีเงินใช้ไปจนถึงอายุ 120ปี ตามแผนที่วางเอาไว้ เพราะทั้งคู่ทำงานจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล เกษียณไปยังมีรายได้ไม่ขาดสาย บวกกับทั้ง 2 คนมีเงินฝากทั้งคู่ แถมมีความรู้เอาไว้ขายในวัยเกษียณ ถือว่าหมดความกังวล = ประสบผลสำเร็จ
ทั้งหมดนี้เป็นความสำเร็จขั้นพื้นฐาน ที่ตนต้องมีไว้เพื่อเป็นยาไวตามินบำรุงชีวิต

แต่ยอดแห่งความสำเร็จจริงๆ คือตนมีความสุขมีความพึงพอใจในจุดที่ตนอยู่และเป็น อันนี้คือการมีสำเร็จทางใจหากมันได้เกิดขึ้นกับใครๆ ขอบอกไว้ว่าท่าน จบปริญญาเอกชีวิตแล้ว

คุณชอบทำอะไรเมื่อคุณมีเวลาว่าง และกิจกรรมเหล่านั้นเติมเต็มความสุขให้คุณอย่างไร

🔴ตอบ
ชอบสอนภาษาอังกฤษมากที่สุด เพราะมันรู้สึกว่าเราได้แจกจ่ายความรู้ที่เรามีแด่คนไทยด้วยกัน และเราได้เรียนรู้จากพวกนักเรียนไปด้วย เพื่อเราจะได้พัฒนาตนเองให้กลายเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ หากเป็นครูที่ไม่มีนักเรียนให้สอน ก็อาจจะเป็นครูที่ไม่สมบูรณ์แบบ และที่สำคัญไปกว่านั้น ภาษาอังกฤษสามารถเปลี่ยนชีวิตของดิฉันได้ และดิฉันจะใช้มันเพื่อไปเปลี่ยนชีวิตของคนอื่นๆเช่นกัน
ดิฉันชอบศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษและปรัชญาชีวิต เพื่อนำออกมาแบ่งปันโดยการไลฟ์สดในเพจในเฟสบุ๊ค
ความสุขที่ได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น รู้สึกว่าตัวเองเป็นบุคคลกรที่มีคุณค่า ไม่ได้เกิดมาเพื่อหนักแผ่นดิน หรือเผ่าผลาญอ๊อกซิเจนเล่นไปวันๆ ค่ะ

แม้แต่คนที่รับมือกับความทุกข์ได้ดีก็ยังมีบางครั้งที่ต้องทุกข์ทนกับความรู้สึกด้านลบ คุณช่วยบอกวีธีรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้สัก 2-3 ข้อที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นและไม่จมปลักอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น

🔴ตอบ
คิดเสียว่าปัญหามันมากับความทุกข์และความรู้ หากเราแก้ไขมันได้มันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป มนุษย์ตราบใดที่ยังหายใจ ความทุกข์จะไม่เคยจากไปไหน แค่ใจคิดว่ามันคือส่วนประกอบอันเป็นธรรมชาติของการมีชีวิต เกิดแก่เจ็บตายคือเงื่อนไขของความเป็นมนุษย์ หากเรารู้สึกเจ็บรู้สึกทุกข์ก็ปรับกันที่ใจ โดยการหาเหตุผลมาปลดทุกข์ให้กับตนเอง ไม่ใช่คิดไปในทางลบเพื่อเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง อย่าลืมปัญหาจะนำปัญญามาด้วยเสมอๆ ฉะนั้นอย่ากลัวปัญหา

อ่านหรือฟังนักจิตวิทยาหรือนักพูดจูงใจที่ประสบผลสำเร็จ ที่เขาผ่านความยากลำบากในขบวนการสร้างความสำเร็จมา ซึ่งมีมาย เช่น Jim Rohn และคนอื่นๆใน Youtube ตลอดจะฟังพระเทศน์ที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ตนปล่อยว่าง หรือเลือกฟังนักบวชของคนต่างชาติ ก็ล้วนแต่มีปรัชญาชีวิตที่ให้ข้อคิดดีๆเสมอ ดิฉันชอบเรื่องเกี่ยวกับความสุข หรือการทำงานของร่างกายและความคิด ดิฉันก็จะศึกษาจากนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมองใน Youtube มีมากมายฟรีๆ เช่น Dr. Joe Dispenza

คุณช่วยบอกได้ไหมว่า สุภาษิต คติพจน์ หรือคำพูดใดที่คุณชื่นชอบและมีความหมายต่อชีวิตคุณ

🔴ตอบ
“ หากเรายังไม่สำเร็จจงทำมันต่อไป ใช้ความตายเป็นตัวกำหนด” นี้เป็นคติประจำใจของตนเอง เพราะมนุษย์ทุกคนต้องตาย ความตายนั้นแหละคือจุดสิ้นสุดของการต่อสู้ของดิฉัน จะดิฉันคิดเสมอๆว่า “หากเรามีอากาศ เรามีโอกาส”

แต่อันนี้ดิฉันชอบมากๆ ดิฉันให้ปลอมใจตัวเอง ในเวลาที่ดิฉันเจอปัญหาหนักๆในชีวิต
Don’t wish it was easier wish you were better. Don’t wish for less problems wish for more skills. Don’t wish for less challenge wish for more wisdom.”
— Jim Rohn

หากคุณได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับคนดังและได้สิทธิ์ถามคำถามเขา 1 คำถาม คนดังที่คุณอยากร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยคือใคร และคำถามที่คุณอยากถามคืออะไร หรืออาจจะเป็นคนที่เสียชีวิตไปแล้วก็ได้ คุณอยากจะถามอะไรเขา

🔴ตอบ
พ่อของดิฉันเองท่านตายด้วยโรคมะเร็ง ทานยังไม่เห็นความสำเร็จของดิฉันเลย
ดิฉันอยากจะถามพ่อว่า:
พ่อค่ะพ่อภูมิใจในตัวลูกคนนี้ไหม?
คนที่พ่อคอยเสี้ยมสอนมาแต่เล็กจนโต จนบัดนี้ลูกของพ่อได้ทำหน้าที่ดูแลแม่และคนอื่นๆแทนพ่อ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่พ่อแม่และพี่ๆช่วยกันเลี้ยงดูดิฉันมา เพราะคุณพ่อของดิฉันคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อในตัวดิฉันมากกว่าคนอื่นๆในสมัยที่ดิฉันยังเด็กอยู่

Linus Pauling กล่าวไว้ว่า วิธีที่จะได้ไอเดียที่ดีที่สุดคือมีไอเดียเยอะๆ วิธีที่คุณทำเพื่อให้เกิดไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์คืออย่างไร ของผม..หลังจากตื่นนอนแล้วผมจะชงชาดื่ม และเลือกหัวข้อที่อยากจะมีไอเดียกับมัน และใช้เวลา 45 นาทีเพื่อคิดหาไอเดีย บางคนหาไอเดียจากการนั่งสมาธิ บางคนหาไอเดียจากการเดิน แล้วคุณล่ะหาไอเดียจากอะไรและเวลาช่วงไหนของวันที่ทำให้คุณเกิดไอเดียและความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด

🔴ตอบ
ดิฉันหาไอเดียจากการฟังนักจิตวิทยาจาก Youtube หากดิฉันจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับแรงจูงใจ แต่ดิฉันจะเขียนให้โยงใยเข้าหาประสบการณ์ของตนเอง เพราะมันแตกต่างจากประสบการณ์ของคนอื่นๆ แต่ใช้รูปแบบและไอเดียของผู้อื่นเพื่อเป็นการจุดประกาย

หากเป็นเรื่องภาษาอังกฤษดิฉันมักจะอ่านในหนังสือThe American Accent ที่ดิฉันมีเยอะมากเลย และจะชอบฟังเพื่อนๆชาวอเมริกันพูดกันเพราะพวกเขาใช้ภาษาอังกฤษแบบท้องถิ่นที่ มันแตกต่างจากหนังสือ และสิ่งติพิมพ์อื่นๆ แล้วเอามาเขียนบทความโดยใช้ไอเดียของตัวเองเป็นบรรทัดฐาน

การมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี แต่แน่นอนว่าถ้าจะให้ประสบความสำเร็จเราต้องลงมือทำ เรามีหลายสิ่งที่ต้องทำและต้องดูแลในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานทั้งชีวิตส่วนตัว ซึ่งในบางครั้งก็ยากที่จะควบคุมทุกอย่างได้ บางครั้งตั้งใจว่าจะทำอันนี้ๆซึ่งมันก็ไม่มีวันหมดสิ้นเสียทีมันจะมีเพิ่มมาอีกเรื่อยๆ คุณมีวิธีการจัดการกับชีวิตของคุณให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิผลในขณะที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆในชีวิตอย่างไร ช่วยบอกเคล็ดลับมาสัก 3 ข้อ

🔴ตอบ
ทำแผลนล่วงหน้าในแต่ละวันหรือเดือน เช่นว่าเวลาทำงานหลักของเรามีกี่วัน ตัวอย่างดิฉันทำงาน 3 วันต่ออาทิตย์ มีเข้าเวรด้วย และภายใน 3 วันนี้ ดิฉันจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากทำงานอย่างเดียว ยกเว้นในเวลาเบรคหรือไม่มีงานที่จะต้องช่วยหมอผ่าตัด ดิฉันจะนั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หรือเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเสมอๆ ดิฉันจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดิฉันจะมี 4 วันที่ว่างในแต่ละอาทิตย์ ตอนเช้าสอนภาษาอังกฤษ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ บ่ายๆ เรียนภาษาอังกฤษ 2 ชั่วโมงทางออนไลน์ ค่ำๆ ออกไปยิม 1 ชั่วโมง เย็นๆทำแผลนการสอน 2-3 ชั่วโมง รวมถึงตอบคำถามแฟนคลับ หรือติวให้นักเรียนส่วนตัว หรือเขียนบทความเพื่อโพสต์ในเพจต่างๆ และออกมาไลฟ์สดอาทิตย์ละครั้ง ประมาณนี้ เป็นแผลนคร่าวๆ เปรียบเทียบเสมือนแผนที่ชีวิต

ช่วยยกตัวอย่างบุคคล 2 คนที่คุณชื่นชอบการทำงานของเขาและติดตามอย่างใกล้ชิด และคุณชื่นชอบอะไรในผลงานของพวกเขา

🔴ตอบ
สามีดิฉันเอง เขาเป็นผู้ชายที่ไม่มีเพื่อน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ชอบอ่านหนังสือ ชอบยิงปืน มีระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับการเงินอย่างละเอียด ไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่นินทา ไม่อิจฉา แต่งตัวง่ายๆเรียบ มีความสุขแม้แต่กับเงาของตัวเอง ไม่วุ่นวายกับภรรยา ปล่อยภรรยาให้มีโลกเป็นของตัวเอง ดิฉันจะต้องเป็นแบบเขาให้ได้ เขาเป็นทหารผ่าศึกของสงครามเวียดนาม เคยเป็นตำรวจของอเมริกัน และเคยเป็นผู้บริหารฝ่ายเอนจิเนียร์ของบริษัทไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งหนึ่ง ตอนนี้เขาเกษียณแล้วและกำลังศึกษาการสอนยิงปืน และอยู่ในขบวนการสอบเอาใบอนุญาต เพื่อจะเป็นครูสอนยิงปืนเร็วนี้ เขาไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองแม้แต่ในวัยเกษียณ

คนที่2 คืออาจารย์ Rachel’s English. เพราะเขาทำให้ดิฉันเข้าใจภาษาอังกฤษแบบคนอเมริกันท้องถิ่นได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ดิฉันควรจะค้นพบวิธีพูดภาษาอังกฤษแบบนี้ตั้งแต่ดิฉันเพิ่งหัดพูดภาษาอังกฤษใหม่ๆ ภาษาอังกฤษของดิฉันคงจะพัฒนาไปไกลมากแล้ว อาจารย์คนนี้สอนให้ดิฉันเข้าใจธรรมชาติของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันท้องถิ่นได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเท่าที่ดิฉันเรียนภาษาอังกฤษจากสถาบันต่างๆมา ก็มีแต่การเรียนแกรมม่าร์สะมากกว่า

แน่นอนแกรมม่าร์คือกฎแห่งการพูดภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง พอเราจะพูดเราก็กลัวว่าเราจะพูดผิดกฎของแกรม่าร์ ผลสุดท้ายก็จบลงโดยการไม่พูดเพราะกลัวผิด

แต่ในทางกลับกันอาจารย์สอนการพูดภาษาอังกฤษบอกว่า เด็กๆหัดพูดเขายังไม่รู้แกรมม่าร์ และเขาก็พูดอย่างมั่นใจ ไม่รู้ว่าผิดถูกเป็นอย่าง แต่พ่อแม่ก็เข้าใจภาษาอังกฤษของลูกๆ และสอนให้ลูกพูดให้ถูกต้องภายหลัง พอเติบโตไปก็ค่อยเรียนอย่างถูกต้องตามวัยหรือตามสถาบันต่อไป

ฉะนั้นอย่ากลัวการพูดภาษาอังกฤษ เพราะกลัวพูดผิดแกรมม่าร์ เพราะว่ามนุษย์แหกกันทุกกฎเกณฑ์หากเขามีโอกาส

ขอบคุณที่อ่าน
ครูดิอร ณ อเมริกา

ติดตามได้ในเฟสบุ๊คเพจ: ดิอรสอนน้องท่องโลก Thai in USA

Youtube: ครูดิอรสอนน้องท่องโลก

Youtube: Dion’s Englishaholic

 

บทความเพิ่มเติมโดย ครูดิอร ณ อเมริกา

ชีวิตหญิงไทยสไตล์ดิอร ณ อเมริกา

วิถีชีวิตที่โดดเด่นของชาวอเมริกัน

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s