เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 61

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 61

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 40 นี้ ครูเวโรนิคะจะอธิบายความแตกต่างของ l’imperfetto และ il passato prossimo ให้พวกเราฟังค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 40
บทที่ 40
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io sono stanchissima ragazzi.
ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะเพื่อนๆ
– È già sera e sono appena ritornata dalle vacanze.
นี่มันก็เย็นแล้วค่ะ ฉันเพิ่งกลับมาจากการเที่ยวพักร้อนค่ะ
– Un attimo, appoggio tutte le mie cose, l’ombrellone, la valigia, la borsa e anche il mio cappello.
แป๊ปนึงนะคะ ฉันขอวางข้าวของต่างๆ ก่อนค่ะ ร่มกันแดดอันใหญ่ กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ แล้วก็หมวกของฉันด้วยค่ะ
– Eccomi qua di nuovo.
ฉันกลับมาแล้วอีกครั้งนึงค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Adesso appoggio un po’ tutto quanto.
ตอนนี้ฉันขอวางทุกสิ่งทุกอย่างก่อนค่ะ
– Allora vi ricordate?
เอาหล่ะค่ะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Tempo fa io pianificavo le mie vacanze.
เมื่อก่อนตอนนั้น ฉันเคยวางแผนการเที่ยวพักร้อนของฉันไว้ค่ะ
– Mare, montagne.
ทะเล ภูเขา
– E alla fine ho deciso di andare al mare.
และตอนท้ายฉันก็ได้ตัดสินใจไปทะเลค่ะ
– Nel bellissimo Resort, vi ricordate?
ในรีสอร์ทที่สวยงามมากๆ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– A Torlì.
ที่เมืองโตรลิค่ะ
– È stata una vacanza bellissima.
มันก็เป็นการเที่ยวพักร้อนที่สวยงามมากๆ ค่ะ
– Bellissima, indimenticabile.
สวยงามมากที่สุด ลืมไม่ได้เลยค่ะ
– E quindi alla fine niente ho deciso di rimanere in Sardegna.
แล้วในตอนท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะ ฉันได้ตัดสินใจว่าฉันจะอยู่ที่เกาะซาร์เดนหย่ะค่ะ
– La vacanza purtroppo adesso è già finita.
น่าเสียดายที่ตอนนี้วันหยุดพักร้อน มันได้จบไปแล้วค่ะ
– Che bello!
เลิศค่ะ!
– Andavo tutti i giorni al mare e un giorno sono andata anche in montagna.
ตอนนั้นฉันได้ไปทะเลทุกวัน และวันนึงฉันก็ได้ไปบนภูเขาด้วยค่ะ
– Ho fatto una gita in montagna.
ฉันได้ไปเที่ยวบนภูเขาค่ะ
– Ma, Veronica, perché a volte dici andavo e altre volte sono andata?
แต่ว่า เวโรนิค่า ทำไมบางครั้งเธอบอกว่า ตอนนั้นฉันได้ไป (andavo) และครั้งอื่นๆ ฉันได้ไปแล้วครั้งนึง (sono andata) หล่ะคะ
– Eh… infatti oggi vediamo questo.
ค่ะ… นี่ไงคะ วันนี้พวกเราจะมาเรียนเรื่องนี้กันค่ะ
– È un terribile dubbio amletico che oggi sveliamo.
มันเป็นข้อสงสัยที่สงสัยกันมาก และวันนี้พวกเราจะมาไขปัญหากันค่ะ
– Infatti, “Andavo o sono andata?” è il titolo, ragazzi della quarantessima lezione del corso oneworlditaliano video.
ด้วยเหตุนี้ “ตอนนั้นฉันได้ไป หรือฉันได้ไปมาแล้ว” จึงเป็นชื่อเรื่องของบทเรียนที่สี่สิบ ในหลักสูตร oneworlditaliano video ค่ะ
– Brindiamo col Cannonua, dato che ritorno dall’Ogliastra e a questa quarantessima lezione.
พวกเรามาชนแก้วฉลองกับไวน์คานนอนูอา กันค่ะ เพื่อฉลองการกลับมาของฉันจากเมืองโอลยิอาสตระ และก็ฉลองบทเรียนที่สี่สิบนี้ค่ะ
– Perché siamo arrivati a quota 40.
เพราะว่าพวกเราได้มาถึงบทที่ 40 แล้วค่ะ

– È tanto, avete imparato veramente tanto.
มันเยอะมาก พวกเธอได้เรียนรู้กันไปแล้วเยอะมากจริงๆ ค่ะ
– E che cosa impariamo oggi?
และวันนี้พวกเราจะมาเรียนรู้เรื่องอะไรกันคะ
– Tante belle cose.
สิ่งดีๆ หลายๆ อย่างค่ะ
– Allora, prima di tutto vi racconto, vi racconto la mia vacanza.
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟัง ฉันจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนของฉันให้พวกเธอฟังกันนะคะ
– A raccontare eventi passati, specialmente una vacanza.
เกี่ยวกับการเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องวันหยุดพักร้อนค่ะ
– E poi niente, tante belle cose, parole ed espressioni nuove.
แล้วก็ไม่มีอะไรค่ะ สิ่งดีๆ หลายสิ่ง คำศัพท์ และวิธีการพูดแบบใหม่ๆ ค่ะ
– Allora, inizio a raccontarvi tutto quello che ho fatto.
เอาหล่ะค่ะ ฉันจะเริ่มเล่าถึงสิ่งที่ฉันได้ทำไปแล้วทั้งหมดให้พวกเธอฟังกันค่ะ
– E poi dopo sveliamo il terribile dubbio amletico: “Andavo o sono andata?”
แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็จะมาไขข้อสงสัยที่แย่มากๆ เกี่ยวกับ “ตอนนั้นฉันไป หรือว่า ฉันได้ไปมาแล้ว” กันค่ะ
– Bene, allora cosa c’è da dire?
ดีค่ะ เอาหล่ะ มีอะไรที่ต้องพูดคะ
– È stata una vacanza bellissima.
มันเป็นวันหยุดพักร้อนที่สวยงามมากๆ ค่ะ
– Rilassante e divertente allo stesso tempo.
ผ่อนคลายและสนุกสนานในเวลาเดียวกันค่ะ
– Perché? Perché mi alzavo, mi alzavo tutti i giorni con calma.
ทำไมเหรอคะ เพราะว่าตอนนั้นฉันได้ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอย่างใจเย็นทุกวันเลยค่ะ
– Pensate che di solito alle 9 di mattina sono già a scuola ma lì io dormivo ancora.
พวกเธอคิดดูนะคะว่า ปกติแล้วตอน 9 โมงเช้า ฉันก็อยู่ที่โรงเรียนแล้วค่ะ แต่ว่าที่นั่นฉันยังนอนอยู่เลยค่ะ
– Alle 9 di mattina dormivo ancora.
ตอน 9 โมงเช้าตอนนั้นฉันยังนอนอยู่เลยค่ะ
– Non mi alzavo mai prima delle 10.
ตอนนั้นฉันจะไม่ตื่นก่อน 10 โมงค่ะ
– Quindi mi alzavo con calma, poi facevo, facevo colazione, sempre in santa pace e poi andavo al mare.
ดังนั้น ฉันก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอย่างใจเย็นค่ะ แล้วฉันก็ทานอาหารเช้า ในความสงบตลอดเลยค่ะ แล้วฉันก็ค่อยไปทะเลค่ะ
– Mi sdraiavo, non pensavo a niente, ascoltavo la musica, leggevo, leggevo libri, riviste, avevo lo smartphone e tutto quanto.
ตอนนั้นฉันก็กึ่งนั่งกึ่งนอน ฉันไม่คิดถึงอะไรเลยค่ะ ฉันฟังเพลง อ่านหนังสือ นิตยสาร ตอนนั้นฉันมีโทรศัพท์และมีทุกอย่างเลยค่ะ
– Eh… diciamo che sì, sì, che sono stata benissimo e poi è stato anche divertente perché la sera uscivo con gli amici, incontravo gente, davvero una bella vacanza.
ค่ะ… ก็เรียกว่าใช่เลยค่ะ ฉันได้มีช่วงเวลาที่ดีมากที่สุดค่ะ แล้วมันก็ได้เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานด้วยค่ะ เพราะว่าตอนเย็นนั้นฉันได้ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ พบปะผู้คน เป็นวันหยุดพักร้อนที่สวยงามจริงๆ ค่ะ
– Addirittura un giorno, con gli amici abbiamo organizzato una gita in montagna.
แล้วมีวันนึงกับพวกเพื่อนๆ พวกเราได้จัดทริปเที่ยวบนภูเขากันด้วยค่ะ
– Ci siamo divertiti tantissimo.
พวกเราสนุกสนานกันเป็นอย่างมากค่ะ
– Perché in quella zona, nella zona dell’Ogliastra è possibile andare al mare, ma ci sono anche delle montagne e quindi è possibile anche fare delle gite in montagna.
เพราะว่าในพื้นที่นั้น ในพื้นที่ของเมืองโอลยิอาสตระ จะไปทะเลได้ค่ะและก็มีภูเขาด้วย แล้วก็ไปเที่ยวบนภูเขาได้ด้วยค่ะ
– È un panorama bellissimo!
มันเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดค่ะ!
– Vi racconto però, vi racconto un episodio.
ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟังตอนนึงค่ะ
– Infatti, come sono ritornata, appena sono ritornata dalla gita in montagna, abbiamo raccontato tutto a parenti, amici, quelli che non erano venuti con noi.
ด้วยเหตุนี้ พอฉันได้กลับมาแล้ว ทันทีที่ฉันได้กลับมาจากการเดินทางบนภูเขา พวกเราก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับญาติพี่น้อง เพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่ตอนนั้นไม่ได้ไปกับพวกเราฟังกันค่ะ

– Specialmente questo episodio.
โดยเฉพาะตอนนี้ค่ะ
– Allora, mentre camninavamo, lì in montagna oh mio Dio! Ad un certo punto, che cosa abbiamo visto?
เอาหล่ะค่ะ ตอนนั้นในขณะที่พวกเรากำลังเดินกันอยู่บนภูเขานั่น โอ้พระเจ้า! เมื่อถึงจุดๆ นึง พวกเราได้เห็นอะไรคะ
– Ve lo faccio vedere nel tablet.
ฉันจะโชว์มันให้พวกเธอดูในแท็บเล็ตนะคะ
– Abbiamo visto un cinghiale.
พวกเราได้เห็นหมูป่าตัวนึงค่ะ
– Aiuto!
ช่วยด้วย!
– Che cos’è un cinghiale?
อะไรคือหมูป่าคะ
– È questo qui.
มันคือตัวนี้ ตรงนี้ค่ะ
– Io ero terrorizzata.
ตอนนั้นฉันขวัญเสียเลยค่ะ
– Inizialmente, ho avuto tanta, tanta paura.
ตอนแรกฉันกลัวมากๆ ค่ะ
– Poi, poverino, alla fine aveva più paura lui di noi ed è scappato via.
แล้วก็ น่าสงสารค่ะ ท้ายสุดมันกลัวพวกเรามากกว่าที่พวกเราจะกลัวมันอีกค่ะ แล้วมันก็วิ่งหนีไปเลยค่ะ
– Ma, ragazzi, ho avuto veramente un momento di panico.
แต่ว่า เพื่อนๆ คะ มีช่วงนึงที่ฉันตกใจช็อคจริงๆ ค่ะ
– Però poverino, no, no, no, non gli abbiamo sparato.
แต่ว่า น่าสงสารค่ะ ไม่ค่ะ ไม่ พวกเราไม่ได้ยิงมันค่ะ
– Non gli abbiamo sparato, l’abbiamo lasciato correre nel bosco, poverino.
พวกเราไม่ได้ยิงมันค่ะ พวกเราได้ปล่อยให้มันวิ่งเข้าไปในป่าค่ะ น่าสงสารค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– E quindi, dopo questo racconto, eh niente, adesso sono ritornata alla vita normale e vi spiego che cosa abbiamo imparato oggi.
และดังนั้น หลังจากเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรค่ะ ตอนนี้ฉันได้กลับมาสู่ชีวิตปกติแล้วค่ะ และฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟัง ว่าวันนี้พวกเราได้เรียนอะไรกันไปแล้วบ้างค่ะ
– Allora, tante belle cose.
เอาหล่ะค่ะ สิ่งดีๆ หลายอย่างเลยค่ะ
– Abbiamo parlato sempre al passato.
พวกเราได้พูดถึงเรื่องในอดีตตลอดเลยค่ะ
– Io vi ho raccontato le mie vacanze poi raccontatemi le vostre.
ฉันได้เล่าเรื่องวันหยุดพักผ่อนของฉันให้พวกเธอฟังกันไปแล้ว และพวกเธอก็เล่าเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพวกเธอให้ฉันฟังกันด้วยนะคะ
– Come sono andate?
ว่าพวกมันเป็นอย่างไรบ้างคะ
– Vi siete divertiti?
พวกเธอรู้สึกสนุกสนานกันไหมคะ
– E ho usato il passato prossimo e anche l’imperfetto.
และฉันได้ใช้ il passato prossimo และก็ l’imperfetto ด้วยค่ะ
– Infatti, inizialmente il titolo di questa lezione era “Andavo o sono andata?”
นี่ไงคะ ตอนเริ่มต้นชื่อเรื่องของบทเรียนนี้ก็คือ “ตอนนั้นฉันได้ไป หรือว่า ฉันได้ไปมาแล้ว” ค่ะ
– Quindi passato prossimo o imperfetto?
ดังนั้น passato prossimo หรือว่า imperfetto ค่ะ
– Anzi, imperfetto o passato prossimo?
ยิ่งไปกว่านั้น imperfetto หรือว่า passato prossimo ค่ะ
– Ora lo vediamo.
ตอนนี้พวกเรามาดูมันกันค่ะ
– Allora, rivedete innanzitutto le lezioni, allora, quella del passato prossimo, la lezione 21, la lezione 22 e la lezione 23.
เอาหล่ะค่ะ ก่อนอื่นเลยพวกเธอไปดูบทเรียนพวกนั้นซ้ำกันก่อนนะคะ เอาหล่ะค่ะ บทเรียนของ passato prossimo คือบทเรียนที่ 21 บทเรียนที่ 22 และบทเรียนที่ 23 ค่ะ
– Io qui, in queste tre lezioni spiego tutto.
ตรงนี้ ทั้งสามบทเรียนนี้ ฉันได้อธิบายไว้หมดแล้วค่ะ
– La struttura del passato prossimo, sì, le coniugazioni, i verbi ausiliari, i verbi regolari e irregolari, la scelta degli ausiliari ecc.
โครงสร้างของ passato prossimo ใช่ค่ะ การผันของคำกริยา พวกคำกริยาช่วย พวกคำกริยาที่ผันและไม่ผันตามกฎ การเลือกใช้คำกริยาช่วย เป็นต้นค่ะ
– E anche l’imperfetto, lezioni 38 e 39.
และก็ l’imperfetto บทเรียนที่ 38 และ 39 ด้วยนะคะ
– E quindi spiego in entrambe comunque anche gli usi.
และดังนั้น ฉันก็อธิบายทั้งสองอย่างรวมถึงการใช้แบบต่างๆ ด้วยค่ะ
– Ma adesso ricapitoliamo tutto. Ok?
แต่ว่าตอนนี้ พวกเรามาทำความเข้าใจซ้ำทั้งหมดกันนะคะ โอเคไหมคะ
– Allora, per esempio il passato prossimo.
เอาหล่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น il passato prossimo.
– Io ho messo anche dei piccoli simboli alla lavagna, per esempio delle aste verticali che sono come il passato prossimo, e delle linee orizzontali, l’imperfetto.
ฉันได้ใส่พวกสัญลักษณ์เล็กๆ ไว้ที่กระดานดำด้วย ตัวอย่างเช่น เครื่องหมาย ||| สามขีดแนวตั้ง พวกมันคือ il passato prossimo และ ☰ สามขีดแนวนอน คือ l’imperfetto ค่ะ

– Giusto? Adesso vi faccio vedere perché.
ถูกไหมคะ ตอนนี้ฉันจะทำให้พวกเธอดูว่าทำไมค่ะ
– Quindi ho usato questo.
ดังนั้นฉันได้ใช้สิ่งนี้ไปแล้ว
– Passato prossimo: azioni concluse.
Passato prossimo: การกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– Fatte e finite, va bene?
ได้ทำไปแล้วและก็จบไปแล้ว โอเคไหมคะ
– Per esempio.
ตัวอย่างเช่น
– Io ho bevuto un caffè.
ฉันได้ดื่มกาแฟไปแล้วแก้วนึง
– Ho bevuto un bicchiere di vino.
ฉันได้ดื่มไวน์ไปแล้วแก้วนึง
– Ho mangiato la pizza.
ฉันได้กินพิซซ่าไปแล้ว
– Fatte, eh… azioni fatte e finite.
ได้ทำไปแล้ว ค่ะ… การกระทำที่ได้ทำไปแล้วและเสร็จไปแล้วค่ะ
– Oppure, ho aperto la finestra.
หรือว่า ฉันได้เปิดหน้าต่างไปแล้ว
– Ho chiuso la finestra.
ฉันได้ปิดหน้าต่างแล้ว
– Il passato prossimo si usa spesso anche per azioni immediate,
Il passato prossimo จะใช้บ่อยสำหรับการกระทำที่ทำทันทีค่ะ
mentre va beh, il caffè, la pizza sono azioni concluse, ma non metti un attimo, non impieghi un attimo per compierle.
ในขณะที่ ก็นะ กาแฟ พิซซ่า พวกมันคือการกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ว่ามันไม่ได้ใช้เวลานิดเดียว
– Ma la porta, la finestra.
แต่ว่าประตูกับหน้าต่างใช้เวลานิดเดียวค่ะ
– Per esempio ho aperto la porta e poi dopo ho chiuso la porta.
ตัวอย่างเช่น ฉันได้เปิดประตูแล้ว และหลังจากนั้นฉันก็ได้ปิดประตูแล้วค่ะ
– Eh… quanto tempo impieghi?
ค่ะ… เธอใช้เวลานานเท่าไหร่คะ
– Veramente poco.
น้อยมากจริงๆ ค่ะ
– Quindi sono azioni fatte, finite, concluse, molto spesso anche immediatamente.
ดังนั้น พวกมันคือการกระทำที่ได้ทำไปแล้ว เสร็จสิ้นไปแล้ว จบลงไปแล้ว และบ่อยครั้งก็ใช้เวลาแป๊บเดียวค่ะ
– Non così l’imperfetto, infatti dopo lo vediamo.
สำหรับ l’imperfetto มันไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ พวกเราค่อยมาดูทีหลังค่ะ
– L’imperfetto è tutto il contrario.
การใช้ l’imperfetto นั้นมันตรงข้ามกันหมดเลยค่ะ
– Le azioni con l’imperfetto sono azioni estese nel tempo.
การกระทำที่ใช้กับ l’imperfetto พวกมันคือการกระทำที่กินเวลาค่ะ
– Adesso vediamo.
ตอนนี้พวกเรามาดูกันค่ะ
– Invece il passato prossimo si usa, abbiamo detto, in azioni concluse.
ส่วน passato prossimo จะใช้มัน พวกเราได้พูดไปแล้ว กับการกระทำที่ได้เสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– Per esempio: “ho dormito 8 ore”.
ตัวอย่างเช่น: “ฉันได้นอนไปแล้ว 8 ชั่วโมง” ค่ะ
– Un’azione fatta e finita.
การกระทำที่ทำไปแล้วและเสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– In azioni successive concluse.
ในการกระทำที่ต่อเนื่องและสิ้นสุดไปแล้วค่ะ
– Cosa significa?
มันหมายความว่าอะไรเหรอคะ
– Ho fatto un esempio: “ho mangiato e poi ho lavato i piatti”.
ฉันได้ทำไว้ตัวอย่างนึงค่ะ: “ฉันกินเสร็จแล้ว และฉันก็ได้ล้างจานไปแล้วค่ะ”
– Quindi dopo che ho finito di mangiare, che bello! Ah ah!
ดังนั้น หลังจากที่ฉันได้กินเสร็จแล้ว เลิศค่ะ! ฮ่า ฮ่า!
– Ho lavato i piatti.
ฉันก็ล้างจานไปแล้วค่ะ
– Quindi prima ho fatto una cosa e poi ne ho fatto un’altra.
ดังนั้น ตอนแรกฉันได้ทำไปอย่างนึง แล้วหลังจากนั้นฉันก็ได้ทำอีกอย่างนึงค่ะ
– Anche nel mio racconto ho fatto degli esempi.
ในเรื่องเล่าของฉัน ฉันก็ได้เตรียมตัวอย่างต่างๆ ไว้ด้วยค่ะ
– Per esempio ho detto “appena sono ritornata dalla gita in montagna, ho raccontato tutto ai miei amici”. Ok?
ตัวอย่างเช่นฉันได้บอกว่า “ทันทีที่ฉันได้กลับมาจากการท่องเที่ยวบนภูเขานั่นแล้ว ฉันก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับพวกเพื่อนๆ ของฉันฟังค่ะ” โอเคนะคะ
– Quindi prima ho fatto la gita in montagna e poi l’ho raccontata. Bene.
ดังนั้นอย่างแรกฉันได้ทำการท่องเที่ยวบนภูเขา แล้วฉันก็ได้เล่าเรื่องนั้น ดีค่ะ
– Questo il passato prossimo. Va bene?
นี่คือ il passato prossimo ค่ะ โอเคนะคะ
– E l’imperfetto invece, come vi ho detto.
และส่วน l’imperfetto ก็อย่างที่ฉันได้บอกพวกเธอไปแล้ว
– Vedete?
พวกเราเห็นกันไหมคะ
– Il passato prossimo, fatto e finito.
Il passato prossimo ทำไปแล้วและเสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– L’imperfetto invece sono azioni lunghe ed estese.
ส่วน l’imperfetto คือการกระทำที่ยาวและกินเวลานานค่ะ
– Infatti si usa nella descrizione di cose, persone, situazioni al passato.
ก็เพราะแบบนี้ไงคะ เขาจึงใช้ในการอธิบายสิ่งต่างๆ บุคต่างๆ เหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตค่ะ
– Vi ricordate nella lezione 38?
พวกเธอจำบทเรียนที่ 38 กันได้ไหมคะ
– Quando vi ho parlato di come ero io, di com’era la mia famiglia, era primavera, avevo i capelli mossi, ecc.
ตอนที่ฉันได้พูดกับพวกเธอว่า ตอนนั้นฉันเป็นอย่างไร ตอนนั้นครอบครัวของฉันเป็นอย่างไร ตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ ตอนนั้นฉันมีผมหยักศก เป็นต้นค่ะ

– Per esempio, qua ho fatto un esempio.
ตัวอย่างเช่น ตรงนี้ฉันได้ทำไว้ตัวอย่างนึงค่ะ
– “Era primavera, io ero piccola e la città era deserta”.
“ตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ ตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กอยู่ และเมืองก็ว่างเปล่าเหมือนทะเลทรายค่ะ”
– Ho fatto un esempio qua alla lavagna.
ฉันได้ทำตัวอย่างนึงเอาไว้ตรงนี้ที่กระดานค่ะ
– Quindi, una descrizione di cose, persone e situazioni al passato.
ดังนั้น มันคือการอธิบายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ บุคคลต่างๆ และเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตค่ะ
– Poi per raccontare.
แล้วก็สำหรับการเล่าเรื่องค่ะ
– Ecco, l’imperfetto è molto utile per raccontare eventi che si ripetevano nel passato. Ok?
นี่ไงคะ l’imperfetto มันเป็นประโยชน์มากสำหรับการเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำซ้ำในอดีต โอเคนะคะ
– Quindi, ogni anno d’estate io e la mia famiglia andavamo al mare.
ดังนั้น ทุกๆ ปีของฤดูร้อน ฉันและครอบครัวของฉันพวกเราไปทะเลกันค่ะ
– Quindi un’azione che si ripete nel tempo.
ดังนั้น มันคือการกระทำที่ทำซ้ำๆ ในช่วงเวลานั้นค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Vi ho fatto questo esempio nella lezione 38.
ฉันได้ทำตัวอย่างนี้เอาไว้ในบทเรียนที่ 38 ค่ะ
– Io e la mia famiglia andavamo ogni anno al mare a Tortolì.
ฉันและครอบครัวของฉันตอนนั้นพวกเราไปทะเลที่เมืองโตรโตลิกันทุกๆ ปีค่ะ
– Dove sono stata questa volta, infatti sono molto affezionata a Tortolì. Bene.
ที่ๆ ฉันได้ไปมาครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้ไงคะ คือ ฉันผูกพันธ์กับเมืองโตรโตลิมากๆ ค่ะ ดีค่ะ
– A differenza delle azioni col passato prossimo che sono concluse, quelle con l’imperfetto molto spesso non lo sono.
ซึ่งก็แตกต่างจากการกระทำต่างๆ ที่ใช้ passato prossimo คือ พวกมันได้เสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ กับ l’imperfetto บ่อยครั้งมากที่มันไม่ได้เป็นแบบนี้ค่ะ
– Per esempio: “Ieri all’una pranzavo”.
ตัวอย่างเช่น “เมื่อวานตอนบ่ายโมงฉันได้ทานอาหารกลางวันค่ะ”
– Allora non si sa quando io abbia iniziato a pranzare.
เอาหล่ะค่ะ คือไม่รู้ว่าฉันได้เริ่มทานอาหารเที่ยงเมื่อไหร่ค่ะ
– Per esempio a mezzogiorno e mezzo, all’una meno dieci, quando finito, non si sa.
ตัวอย่างเช่น ตอนเที่ยงครึ่ง หรืออีก 10 นาทีจะบ่ายโมง ทานเสร็จเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ค่ะ
– Sappiamo solo che io all’una pranzavo.
พวกเรารู้แค่ว่าตอนบ่ายโมงฉันทานอาหารกลางวันอยู่ค่ะ
– Quindi un’azione non conclusa. Ok?
ดังนั้นเป็นการกระทำที่ยังไม่เสร็จสิ้นค่ะ ตกลงไหมคะ
– Mentre, ho dormito 8 ore è un’azione conclusa.
ขณะที่ฉันได้นอนไปแล้ว 8 ชั่วโมง มันคือการกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– Ho dormito da mezzanotte alle 8 è un’azione conclusa. Ok.
ฉันได้นอนไปแล้วตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนถึงตอน 8 โมง มันคือการกระทำที่จบ เสร็จสิ้นไปแล้วค่ะ
– In azioni contemporanee.
ส่วนการกระทำต่างๆ ที่ทำในช่วงเวลาเดียวกัน
– Mentre, il mio hobby preferito.
ในขณะที่ งานอดิเรกงานโปรดของฉัน
– Mentre lavavo i piatti, ascoltavo della musica.
ในขณะที่ตอนนั้นฉันล้างจานอยู่ ฉันก็ฟังเพลงไปด้วยค่ะ
– Quindi sono azioni contemporanee, a differenza delle azioni successive del passato prossimo.
ดังนั้น พวกมันคือการกระทำที่ทำในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากการกระทำของ passato prossimo ค่ะ
– Quindi contemporaneamente facevo due cose insieme, lavavo i piatti e ascoltavo la musica.
ดังนั้น การกระทำที่ทำในช่วงเวลาเดียวกัน ตอนนั้นฉันทำสองอย่างพร้อมกัน ฉันล้างจานและก็ฟังเพลงไปด้วย
– Comunque abbiamo visto gli usi dell’imperfetto nella scorsa lezione.
อย่างไรก็ตาม พวกเราได้เรียนหลักการใช้ของ l’imperfetto ไปแล้วในบทเรียนที่แล้วนะคะ
– Ok, nella scorsa lezione, nella lezione 38, ma adesso ricapitoliamo tutto quanto.
โอเคค่ะ ในบทเรียนที่แล้ว ในบทเรียนที่ 38 ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ พวกเรามาทำสรุปรวมทั้งหมดกันค่ะ
– Adesso, per ultimo, vediamo imperfetto e passato prossimo insieme.
ตอนนี้ สุดท้ายละ พวกเรามาดูการใช้ imperfetto และ passato prossimo พร้อมกันค่ะ
– E diciamo che sono tutti esempi che abbiamo visto nel mio discorso, nel discorso che ho fatto prima, nel mio racconto delle vacanze.
ก็พูดได้ว่า ตัวอย่างทั้งหมดนี้ ที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในบทสนทนาของฉันค่ะ ในบทสนทนาที่ฉันได้ทำไปแล้วตอนแรก ในการเล่าเรื่องของฉันเกี่ยวกับวันหยุดพักร้อนค่ะ
– Allora, in azioni in corso interrotte.
เอาหล่ะค่ะ ในการกระทำต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ แล้วถูกขัดจังหวะค่ะ
– Che cosa significa?
มันหมายความว่าอะไรคะ
– Vi ricordate quando vi ho raccontato prima che ho visto un cinghiale?
พวกเธอจำได้ไหมคะ ที่ตอนแรกฉันได้เล่าไปแล้ว ว่าฉันได้เห็นหมูป่าตัวนึงอ่ะค่ะ
– Oh mamma mia! Ok.
โอ้ ให้ตายเถอะ! โอเค
– Quindi voi immaginate.
ดังนั้น พวกเธอก็จินตนาการตามกันนะคะ
– Un’azione in corso.
การกระทำนึงที่กำลังดำเนินอยู่

– Vedete? Qui ho usato dei simboli.
พวกเธอเห็นกันไหมคะ ตรงนี้ฉันได้ใส่สัญลักษณ์เอาไว้ด้วยค่ะ
– Le linee orizzontali l’imperfetto, e invece quelle verticali il passato prossimo. Ok?
☰ เส้นแนวนอน คือ l’imperfetto และส่วน ||| เส้นแนวตั้งคือ il passato prossimo ค่ะ โอเคนะคะ
– Quindi azioni contemporanee due linee insieme.
ดังนั้นการกระทำต่างๆ ที่ทำในช่วงเวลาเดียวกัน สองเส้นอยู่ด้วยกัน
– Invece qua ho messo, ho disegnato un linea orizzontale che è stata interrotta da una linea verticale.
ส่วนตรงนี้ฉันได้ใส่ ฉันได้วาดรูป ☰ เส้นแนวนอนที่มันโดนขัดจากเส้นแนวตั้ง | ค่ะ
– Ritorniamo al cinghiale.
พวกเรากลับไปที่หมูป่ากันค่ะ
– Allora, mentre noi camminavamo, quindi un’azione estese nel tempo, abbiamo impiegato ore a camminare,
เอาหล่ะค่ะ ขณะที่ตอนนั้นพวกเรากำลังเดินกันอยู่ ดังนั้น มันคือการกระทำที่กินเวลา พวกเราได้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ในการเดินนะคะ
immaginate in montagna, mentre noi camminiamo, oh mio Dio! La nostra canminata è stata interrotta proprio da lui.
พวกเธอนึกถึงบนภูเขากันนะคะ ขณะที่พวกเราเดินกันอยู่ โอ้พระเจ้า! การเดินของพวกเราได้หยุดลงเพราะมันค่ะ
– Dal cinghiale, poverino, che ha avuto la sfortuna di incontrare noi. Va bene?
จากหมูป่าที่น่าสงสารค่ะ ที่โชคร้าย ที่ได้เจอพวกเราค่ะ ตามนี้นะคะ
– Quindi quanto tempo impieghiamo per vedere un cinghiale?
ดังนั้น พวกเราใช้เวลานานแค่ไหนตอนที่เราเห็นหมูป่าคะ
– Un secondo è sufficiente per spaventarci, almeno io e i miei amici, specialmente io.
แค่วินาทีเดียวก็เพียงพอ ที่จะทำให้พวกเราตกใจได้ค่ะ อย่างน้อยฉันและเพื่อนๆ ของฉันก็ตกใจแล้วค่ะ โดยเฉพาะฉันค่ะ
– Bene, qua ho fatto un altro esempio diverso da quello del cinghiale.
ดีค่ะ ตรงนี้ ฉันได้ทำอีกตัวอย่างนึง ที่ไม่ใช่หมูป่าตัวนั้นค่ะ
– “Mentre uscivo da scuola ho incontrato un mio amico”.
“ตอนที่ฉันออกจากโรงเรียน ฉันก็เจอเพื่อนชายของฉันคนนึงค่ะ” ใช้ l’imperfetto ค่ะ
– Io non posso dire “Mentre uscivo da scuola incontravo un mio amico”.
ฉันไม่สามารถพูดว่า “ช่วงที่ฉันออกจากโรงเรียน แล้วตอนนั้นฉันก็ได้เจอ incontravo เพื่อนชายของฉันคนนึงค่ะ”
– Ee… quanto tempo impiego per incontrare un amico? Un secondo.
ค่ะ… ฉันใช้เวลานานเท่าไหร่ในการเจอเพื่อนชายคนนึงคะ แค่วินาทีเดียวเท่านั้นค่ะ
– Ciao! Oh, ciao, come stai? Cosa fai da queste parti? Va bene?
สวัสดี! โอ้ว สวัสดี สบายดีไหมคะ เธอมาทำอะไรแถวนี้เหรอ โอเคนะคะ
– Quindi, un’azione con l’imperfetto estese nel tempo,
ดังนั้น การกระทำนึงที่ใช้ l’imperfetto มันจะกินเวลาช่วงนึงค่ะ
“mentre uscivo” è stata interrotta da un’azione fatto e finita col passato prossimo, “ho incontrato un mio amico”. Bene.
ตอนนั้น ในขณะที่ฉันกำลังออกไป กินเวลาช่วงนึง มันถูกหยุดลงด้วยการกระทำที่ได้ทำไปแล้ว และจบสิ้นไปแล้วกับ passato prossimo ค่ะ “ฉันได้เจอเพื่อนชายของฉันคนนึงไปแล้ว” ดีค่ะ
– Spero che questa spiegazione sia stata abbastanza chiara.
ฉันหวังว่าการอธิบายนี้ มันจะชัดเจนเพียงพอนะคะ
– Anche perché sono stanchissima.
ก็เพราะว่าตอนนี้ฉันเหนื่อยมากๆ เลยค่ะ
– Ve l’ho detto sono appena ritornata dalle vacanze e ho pure incontrato un cinghiale.
ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้ว ว่าฉันเพิ่งกลับมาจากการเที่ยวพักร้อน และฉันก็ได้เจอหมูป่าตัวนึงอีกด้วยค่ะ
– Va bene, brindiamo col Cannonau a questa quarantessima lezione.
โอเคค่ะ พวกเรามาชนแก้วฉลองกับไวน์คานโนนาอู สำหรับบทเรียนที่สี่สิบกันค่ะ
– E noi ci vediamo la prossima volta, sempre con tante novità e tante cose da imparare.
และพวกเราก็มาพบกันใหม่ในครั้งหน้า อย่างเช่นเคย กับสิ่งใหม่ๆ และหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ค่ะ
– Continuate a seguirmi.
พวกเธอติดตามฉันกันต่อไปนะคะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti alla prossima!!!
สวัสดีค่ะทุกคน พบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ!!!

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ข่าวสารฟรี : การใช้ชีวิตในอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s