การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ให้ใช่สติในการเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ขยัน มั่นใจและมั่นคง

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศอเมริกา เธอคือคุณ Ranida Benchachirat(มาดามอุ้ม) และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศอเมริกา

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Ranida Benchachirat มาดามอุ้ม

ย้ายมาอยู่ประเทศอเมริกา

Tallahassee รัฐ ฟลอริด้า (Florida), ประเทศอเมริกา

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Ranida Benchachirat (มาดามอุ้ม)

Youtube: มาดามอุ้ม 23Channel

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศอเมริกาเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศอเมริกาครับ

เดินทางมาอเมริกาเมื่อเมษายน 2021โดยย้ายติดตามสามีอเมริกันซิติเซ่น เราสองคนทะเบียนสมรสที่ไทยเมื่อปี 2018 และได้ยื่นทำวีซ่าแต่งงาน (Cr.1) เพื่อจะมาอาศัยที่ประเทศอเมริกา
ซึ่งใช้เวลาในการรอวีซ่านานถึง 2 ปีครึ่ง เพราะในขั้นตอนเกือบจะสุดท้าย เกิดโควิดระบาดทำให้สถานฑูตอเมริกาในไทยปิดทำการเป็นระยะ และจำกัดจำนวนคนเข้าสัมภาษณ์ ทำให้มีคิวในการรอสัมภาษณ์ใช้เวลานานขึ้น
ทำให้ต้องรอนานกว่าปกติ จนทำให้เกิดผลดี คือได้ปรับสถานะเป็น Ir.1 (เพราะจดทะเบียนสมรสเกิน 2 ปี) ซึ่งการปรับสถานะมีผลตอนที่เราเดินทางเข้าอเมริกาและได้กรีนการ์ด 10 ปีเลย รอนานมากค่ะและก็ได้คิวสัมภาษณ์เดือนมีนาคม2021 และได้เดินทางมาอเมริกากลางเดือนเมษายน 2021และได้อาศัยอยู่ที่เมือง Tallahassee รัฐ Florida ค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเกิดและโตที่กรุงเทพ แต่คุณแม่คุณพ่อเป็นคนต่างจังหวัด ที่มาทำงานในโรงงานที่กรุงเทพและพบรักกัน การเป็นอยู่ก็บ้านเช่าข้าวซื้อ หาเช้ากินค่ำ มีน้องชาย 1 คน ความเป็นลูกคนโตก็จะต้องช่วยงานครอบครัวด้วย ทำให้เริ่มทำงานตั้งแต่วัยเด็ก
หลังจากแม่ออกจากงานที่โรงงาน แม่ก็มายึดอาชีพค้าขาย ก็ได้ช่วยแม่ทำงานทำงานบ้านและช่วยขายของ ตั้งแต่ช่วงประถม และแม่นะแหละเป็นครูคนแรกที่สอนเรื่องการทำนั่นนี่และการค้าการขาย
ฉลาดไหวพริบก็ได้จากแม่นี่แหละมา
สมัยโน้นการเข้าโรงเรียนในกรุงเทพนะเป็นเรื่องยากในการแข่งขันกันเพื่อที่จะได้เข้าโรงเรียนของรัฐบาลเพื่อที่ค่าใช้จ่ายจะน้อย และขอบอกด้วยความภาคภูมิใจว่าได้เรียนในโรงเรียนรัฐบาลมาตั้งแต่ประถมถึงพาณิชยการ (ปวช.) โรงเรียนที่ดิฉันสอบเข้าสมัยนั้นเป็นโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงซึ่งมีความกดดันมากค่ะ จากที่แม่ได้บอกว่าถ้าดิฉันสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลไม่ได้ ก็คงจะไม่ได้เรียนต่อ เพราะน้องชายเรียนในโรงเรียนเอกชนแล้ว เราไม่มีเงินพอ
และมาลงเรียนใน ม.รามคำแหง พร้อมทำงานในบริษัทต่างๆ ไปด้วย เพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบค่ะ
และช่วงที่มีความสุขมากคือช่วงเรียนพาณิชย์นี้แหละค่ะ เพราะเริ่มได้หางานทำในช่วงปิดเทอมและมีเงินเป็นของตัวเอง และได้สนุกกับเพื่อนๆ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศอเมริกาครับ / คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม คุณคิดว่าภาษาอังกฤษยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ที่เมืองไทย ทำงานฟรีแลนด์ เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ตลาด หากขยันก็มีงานมีเงินตลอดไม่เดือดร้อน ส่วนเมื่อย้ายถิ่นฐานมาอเมริกา ได้ประมาณ 5เดือนค่ะ (เมษายน2021) อยู่ในช่วงปรับตัวและการเรียนรู้การใช้ชีวิตในอเมริกา ยังไม่ได้ทำงาน กำลังมองหางานว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง จะทำงานอะไร ก็ต้องมีการติดต่อสื่อสารค่ะ ภาษาสำคัญ
เรื่องภาษาก็ได้มีการเตรียมตัวมาจากเมืองไทย พอพูดได้ แต่ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะคะ
ที่เรียนมาและได้ใช้แบบจริงจังก็ตอนที่มาถึงอเมริกา นับตั้งแต่เจอ ตม. ที่สนามบินถึงกับอึ้งค่ะ เพราะนอกจากสำเนียงที่ไม่คุ้นหูและพูดเร็วมากแต่ก็ผ่านมาได้ค่ะ
จึงคิดว่าการเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่มาถึงแล้วซินะ ซึ่งสมัยก่อนนะไม่ชอบภาษาอังกฤษเลย พอชีวิตเปลี่ยนไปและคิดจะมีสามีฝรั่งนี่แหละ จึงได้มาตัดสินใจเดินเข้าไปที่ร้านหนังสือหาหนังสือสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มา 2-3 เล่ม อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง และได้เริ่มฝึกแบบจริงจังก็เมื่อตอนเข้าเว็บเดท ทั้งพิมพ์ทั้งอ่านสิ่งที่เคยเรียนมาก็เริ่มฝุดขึ้นในความทรงจำ จนถึงขั้นกล้าที่จะเปิดกล้องคุยเพื่อจะได้ฟังและโต้ตอบได้
การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ หลังจากจดทะเบียนสมรสก็ได้เริ่มที่จะขยับขั้นลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษทำให้รู้อะไรเยอะขึ้นและพัฒนาชีวิตมากขึ้น
แต่เมื่อมาอยู่อเมริกาอย่างที่ทราบว่าสำเนียงอเมริกันก็จะต่างจากที่เราเรียนมาตอนเด็กๆ หรือจากตามยูทูปมาก
ก่อนมาอเมริกาได้เรียนภาษาที่ รร.สอนภาษา อ.อดัม ซึ่งตอนเรียนจะมีการแทรกการออกเสียงแบบคนอเมริกันให้ด้วย ทำให้ดิฉันเริ่มรู้ถึงความแตกต่างแต่ก็ต้องมานั่งจับสำเนียงอีกเมื่อมาอยู่อเมริกา เพราะอย่างที่ทราบกันว่าอเมริกามีหลายชนชาติ สำเนียงอาจจะไม่ใช้อเมริกันล้วนๆ
ภาษาอื่นที่พูดได้ คือภาษาจีนพูดได้นิดหน่อยค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอเมริกา แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอค่ะ เช่นกันการปรับตัวก็มีทั้งที่ง่ายและยากสลับกันไป
ส่วนตัวสำหรับดิฉัน ขอแยกเป็น 2 ด้าน คือไม่ยากและด้านยากนะคะ
“ด้านที่ไม่ยาก”
-เรื่องอาหารการกิน พยายามกินอาหารให้ได้ทุกรสชาติ อาจจะไม่อร่อยถูกปากเหมือนอาหารไทยที่ไทย แต่เราต้องปรับตัวค่ะอยู่ให้เป็นกินให้ได้ หรือทำทานเองที่บ้าน
-พืชผักสวนครัวไม่มีเหมือนบ้านเรา เราก็ต้องปลูกเองบ้างสั่งซื้อบ้าง เพราะผักสวนครัวบางอย่างหายากหรืออาจจะไม่มีขาย อย่างที่เคยเห็นคนไทยที่อยู่ต่างประเทศปลูกกันถือว่าโชคดีที่ ฟลอริด้าสามารถปลูกพืชผักไทยได้
-ความเหงา ส่วนใหญ่คนต่างชาติต่างคนต่างอยู่ จะไม่เหมือนเมืองไทยที่รู้จักกันหมดหัวซอยท้ายซอย และทักทายพูดคุยกัน ตรงนี้แหละค่ะถ้ามาอยู่แรกๆ อาจจะเหงาถ้าไม่อยากเหงาก็หาอะไรทำมีเยอะแยะเลยค่ะ เช่น เรียนฝึกภาษา ปลูกพืชผักสวนครัว ออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เท่านี้ก็ไม่มีเวลามานั่งเหงาแล้วค่ะ
ซึ่งเดี๋ยวนี้เรื่องของอินเตอร์เน็ต เราก็สามารถพูดคุยกับคนที่บ้านได้เมื่อเราต้องการไม่เหงาได้
“ด้านยาก” ที่ไม่ยากถ้าตั้งใจ
-เรื่องภาษาและสำเนียงของภาษานี้แหละค่ะ เรื่องเดียวเลย เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่าประเทศอเมริกามีหลากหลายชนชาติ ทำให้สำเนียงการพูดแตกต่างกันค่ะต้องให้เวลากับภาษาเยอะมาก อาจจะใช่วิธี ดูข่าว ไปทานข้าวนอกบ้าน ไปซื้อของ เพื่อที่จะได้พบเจอผู้คนได้สนทนาเพื่อฝึกภาษาไปในตัว

ลักษณะนิสัยคืออะไรของคนอเมริกาโดยทั่วไปแล้วคนในอเมริกาชอบทำอะไร และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอเมริกาเป็นอย่างไร(บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงอเมริกาเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอเมริกาเป็นอย่างไร

มนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนก็ตาม นิสัยอาจจะขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อม สำหรับนิสัยคนอเมริกันที่สัมผัสมานะคะ พูดจาตรงไปตรงมา มีความคิดและมั่นใจในตัวเอง มีน้ำใจ เคารพกฎหมาย(ดูจากการขับรถ) แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวสูง จะสังเกตุได้คือส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่แต่ในบ้าน รวมถึงอาจสาเหตุมาจากดินฟ้าอากาศก็ได้
ผู้ชายอเมริกา รูปร่างสูงใหญ่และเห็นคนจำนวนมากชอบไว้เครา บางคนเห็นยังเป็นวันรุ่นก็จะเริ่มไว้หนวดไว้เครากันแล้ว การแต่งตัวสบายๆ เช่นมีเสื้อยืดตัวก็ใช้ได้แล้ว มีความเป็นผู้นำและที่สังคมที่ดิฉันพบเขาให้เกียรติผู้หญิง
ผู้หญิงอเมริกา เท่าที่พบเจอนะคะถ้ายังเรียนอยู่หรือเริ่มทำงานจะหุ่นดีมากค่ะ ผอมสวย แต่พอเริ่มมีอายุหรือมีครอบครัว จะเริ่มมีรูปร่างใหญ่ขึ้น ซึ่งใหญ่มากกว่าคนเอเชียมาก เปรียบเทียบนะคะ ดิฉันถ้าอยู่ไทย เสื้อผ้านี้จะต้องไซด์ XL แต่พอมาซื้อเสื้อผ้าที่อเมริกาจะเป็นไซด์ S แต่ถ้า L ก็จะออกหลวมๆ ทำให้รู้สึกว่าเราอยู่ที่อเมริกา ดูเหมือนเราจะผอมนะ แอบดีใจมาก ผู้หญิงมีความคิดและมั่นใจในตัวเองสูงเท่าเทียบกับผู้ชายค่ะ
ครอบครัวขอบคนอเมริกา ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวเดี่ยว คือมี พ่อแม่ลูก น้อยบ้านจะมีปู่ย่าตายายอยู่ด้วย เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นทำงานได้ก็จะย้ายออกไปสร้างชีวิตของเขา ถ้าอยู่ไกลก็จะมาหาในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ลูกมาหาหรือพ่อแม่ไปหาอยู่ที่การนัดกัน

ค่าครองชีพที่อเมริกา เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ถามถึงค่าครองชีพค่อนข้างสูงนะคะ บางอยากก็สูงมากจนเกินไปมากก็มี

สิ่งที่คิดว่าแพงเกินไป
1 ค่ารักษาพยาบาลสูงมากค่ะ ตรงนี้ขอเล่าประสบการณ์จริงใหม่ๆเพิ่งเกิดนะคะ
จากประสบการณ์ส่วนตัว ไปเที่ยวชิคาโก เมื่อเดือนกรกฎาคม2021 ที่ผ่านมา และได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ถูกนำตัวส่งที่โรงพยาบาล ปรากฎว่าขาท่อนบนส่วนกลางหัก กระดูกเบ้าสะโพกแตกหลุด มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงคือมีลิ้มเลือดที่ปอด ที่ต้องใส่เครื่องขยายหลอดเลือดเผื่อไม่ให้ลิ้มเลือดเข้าสู่หัวใจ รวมแล้วผ่าตัด 4 ครั้ง และอีก 5 เดือนต้องไปเอาเครื่องที่คุณหมอใส่ออก หลังจากอาการดีขึ้น ถูกส่งตัวต่อไปที่สถานฟื้นฟูกายภาพเพื่อจะต้องกายภาพโดยเร็วแพราะต้องการกลับบ้านที่ฟลอริดา ถ้ายังไม่สามารถช่วยตัวเองได้คุณหมอและทีมนักกายภาพไม่อนุญาตให้ออก อยู่ในโรงพยาบาลจนฟื้นฟูเดือนครึ่ง
ค่าใช่จ่ายคราวๆ บิลจากโรงพยาบาลแจ้งค่าใช้จ่าย 251458 $ หรือ 7-8 ล้านบาทไทย ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมา ที่สถานฟื้นฟูกายภาพอีก ประสบการณ์ครั้งนี้ แพงมากจริงๆ แลกมาด้วยชีวิตและแพงมาก จริงๆ โชคดีที่มีชีวิตปลอดภัยและมีประกันสุขภาพจากสามีที่เคยเป็นทหารอเมริกัน และขอแนะนำคนที่เดินทางไปต่างแดนให้คุณซื้อประกันการเดินทางนะคะถือว่ามีความจำเป็นมากๆ เพราะหากเกิดเหตุจำเป็นมา เราจะได้มีตัวช่วย
2 โรงแรม ค่าโรงแรมในเมืองใหญ่ราคาก็จะสูงกว่านอกเมืองนั้นคะเป็นเรื่องปกติ
แต่บางโรงแรมนอกจากจะเสียค่าห้องหากไม่มีที่จอดรถฟรีบริการลูกค้า ก็ต้องเสียค่าที่จอดรถอีก ทำให้นำมาบวกกันแล้วยิ่งแพงขึ้นไปอีก
3 อินเตอร์เน็ตเมืองนอก ใช่อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เล็กน้อย แต่สำหรับดิฉันคิดว่าคุณภาพไม่เหมาะกับราคา จ่ายเดือนละ 100+$ แต่เวลาโหลดอะไรแต่ละทีแทบใจจะขาดค่ะ บางพื้นที่มีสัญญาณ 5G ก็โชคดีไป ถ้าสัญญาณไม่ดีก็ไม่คุ้มค่ากับที่จ่ายไปเลยค่ะ

คุณค่าเหมาะสมกับราคา
1 รถยนต์ ราคาไม่แพงเลยค่ะสามารถซื้อผ่อนกันได้แบบสบายๆ
2 เครื่องใช้ไฟฟ้า อยากได้อะไรไม่ต้องคิดนาน ไม่ต้องหอบมาจากเมืองไทยเเลยค่ะ เพราะคุณภาพดีและการใช้งานค่อนข้างนาน ที่สำคัญมีประกัน ไม่พอใจสินค้าหรือสินค้ามีปัญหาสามารถเอาไปเคลมกับห้างร้านที่ซื้อมา สามารถเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้เลยในเวลาที่ประกัน ไม่ต้องวิ่งไปที่ศูนย์ของยี่ห้อสินค้า ไม่ต้องมาส่งซ่อมให้เสียความรู้สึกว่าเพิ่งซื้อมาเองทำไมพังเร็วจัง
3 ต้นไม้ เป็นคนชอบต้นไม้ แต่ไม่เพาะเองนะคะ จะไปซื้อจากห้างที่มีเพาะเป็นต้นขายมากกว่า เพราะว่ากว่าต้นไม้จะโตแต่ละต้นต้องใช้เวลานานมาก เมื่อเที่ยบกับราคาที่เขาขายก็คิดว่าไม่แพงเลยค่ะ

ข้อดีข้อเสนอ 3 ข้อในการใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อเสนอของการใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาครับ

ข้อดีของการใช้ชีวิตในอเมริกา
1 เงียบสงบ ดิฉันอยู่นอกเมือง ไม่ใช่ในย่าน downtown จึงยังมีความเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้สูงๆ บ้านไม่ติดกันและมีที่อยู่เป็นสัดส่วน private
2 การเคารพกฎหมาย ที่เราเห็นกันชัดๆคือกฎจราจร ซึ่งจะมีป้ายจำกัดความเร็วแจ้งว่าบริเวณนี้ขับรถสูงสุดเท่าไหร่ และทุกคนก็จะทำตามกฎจราจรและค่าปรับหนักนะ หรือถึงขั้นเพิกถอนใบขับขี่
3 งาน จากที่เห็นที่อ่านมา สำหรับคนที่ทำงานมีงานทำ ถ้ามีความขยันและอดทนอดออม ไม่มีคำว่าอดตายแน่นอนค่ะ และการทำงานที่อเมริกาก็ทำให้มีเงินเก็บถ้ารู้จักการใช้จ่ายเพื่อบั้นปลายชีวิตจะกลับไปอยู่ไทย

ข้อเสียของการใช้ชีวิตในอเมริกา
1 ภาษี การจัดเก็บภาษีค่อนข้างสูงค่ะ บางคนทำงานเสียภาษี และค่าใช้จ่ายต่างๆ แทบไม่เหลือเงินเก็บเลยก็มีเงินต้องรู้จักบริหารให้พอกินพอเก็บ
2 การเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งสมัยก่อนเราจะเคยได้ยินในเรื่องของการเหยียดสีผิว
แต่สมัยนี้มีเพิ่มเติมคือการเหยียดเชื้อชาติ ตามที่เห็นเป็นข่าวว่าคนเอเชียถูกทำร้าย
ทำให้คนเอเชียในอเมริกาต้องคอยระวังตัว เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในนาทีต่อๆ ไป
3 งาน จะต้องมีใบอนุญาตประกอบอาชีพทุกอาชีพ หรือที่เรียกว่า license ถึงแม้ว่าจะเรียนมาจากเมืองไทยแล้ว เช่น นวด ทำเล็บ ต่อขนตา พยาบาล ไม่ว่าจะเรียนมาจบมากี่หลักสูตรหรือทำงานมานานแค่ไหน ถ้าอยากทำงานอาชีพนี้ในอเมริกาก็จะต้องลงคอร์สเรียนที่อเมริกาในรัฐที่คุณอยู่อาศัย เพื่อได้ใบประกอบอนุญาตประกอบอาชีพมาใช้ในการทำงาน

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวอเมริกา

ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ไทย-อเมริกา หรือจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเริ่มต้นค่ะ ต้องรู้จักการเรียนรู้กันและกันปรับตัวเข้าหากันเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดในครอบครัวค่ะ
ภาษา คนไทยใช้ภาษาไทย แต่พอคนไทยมาพูดภาษาอังกฤษแต่สำเนียงไทย ทำให้เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูดต้องใช้เวลากว่าจะเข้าใจกันได้ ภาษาจึงสำคัญมากสำหรับคู่รัก
การส่งเงินกลับไทยเพื่อให้พ่อแม่ คนไทยจะถูกเลี้ยงดูให้มีความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณ ทำงานได้ก็ให้พ่อแม่ไว้กินไว้ใช้ ซึ่งฝรั่งมีสวัสดิการของรัฐดูแลในเวลาเกษียณ
ซึ่งความแตกต่างตรงนี้ต้องพูดคุยกันก่อน เพราะฝรั่งเขาไม่ได้มีค่านิยมที่จะต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ค่ะ หากบางคนไม่พูดไม่กล่าวไม่บอก เมื่อติดตตามสามีไปต่างประเทศแล้วจะส่งเงินกลับบ้านก็กลายเป็นปัญหาครอบครัวกับสามีขึ้นมาได้
หากหาเงินเองได้ก็อาจพูดคุยกันได้ หากหาเงินเองไม่ได้ ไหนเขาจะดูแลเราก็หนักแล้วไหนจะขอเงินเขาส่งไปบ้านอีก
ดังนั้น คนที่มีภาระที่บ้านต้องรีบบปรับตัวหางานทำ
เรื่องอาหารการกิน ดูว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะไม่มีปัญหานะคะ แต่อาหารบางอย่างที่คนไทยทานก็มีกลิ่นที่แรงพอสมควร บางบ้านอาจจะถึงขั้นห้ามทำอาหารแบบนี้อีกก็ได้

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอเมริกาครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอเมริกาบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

อยากจะเรียกว่าประหลาดใจมาก กับวัฒนธรรมที่แตกต่าง
1 ใส่รองเท้าเข้าบ้าน คนไทยเวลาไปบ้านใคร เราจะถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าบ้าน แต่คนอเมริกาใส่รองเท้าเข้าบ้านไปนั่งคุยกัน
2 การให้ทิป ตอนแรกรู้สึกว่าแปลกจังและทำไมนะ ทุกครั้งที่กินข้าวตามร้านอาหาร หรือไปใช้บริการต่างๆ จะต้องให้ทิปด้วย ไม่ว่าจะจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือเงินสด ซึ่งได้ยินมาว่าบางคนมาทำงานไม่ได้เงินเดือนแต่อาศัยค่าทิปหรือสินน้ำใจแบ่งกัน
3 ต่างคนต่างอยู่ กลับทำงานมาก็เข้าบ้าน บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าคนข้างบ้านชื่ออะไร ทำงานอะไร ไม่เหมือนที่เมืองไทยเลยค่ะที่รู้จักกันหมด เวลาคนต่างถิ่นมาถามหาก็สามารถบอกได้ว่าคนนี้บ้านหลังไหนอยู่ตรงไหน

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ /ประเทศอเมริกาจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การเริ่มต้นไปใช้ชีวิตเมืองนอกไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่รู้จักการวางแผนการใช้ชีวิต
และการที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวเราค่ะ หรือการที่คุณคิดว่ามีสามีอเมริกามาใช้ชีวิตที่อเมริกาแล้วทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นมันไม่ใช่ทุกรายไปนะคะ ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอค่ะ
ถ้าคุณเลือกสามีไม่ดีไม่มีความรับผิดชอบ เมื่อหมดรัก สามีอาจจะเปลี่ยนไปอย่าสิ้นเชิงจากหน้ามือเป็นหลังมือ บางคนไปกันไม่รอดเลิกรากันไป และสาวไทยคนนั้นต้องมาทำงานหนักเพื่อที่จะทำให้ตัวเองอยู่อเมริกาให้ได้มีเยอะนะคะ เราต้องสู้และเพียรพยายามให้มากๆ
ดังนั้นก่อนที่จะตกลงปลงใจย้ายติดตามสามีไปต่างประเทศ ควรศึกษาในเรื่อง ความเป็นอยู่ สภาพอากาศ ว่าเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม ไหวไหม
รู้จักกฎหมายของประเทศเพื่อจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบและขอแนะนำให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มของคนไทยในประเทศนั้น เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีปัญหา เราสามารถ หาคนปรึกษาแนะนำเราได้
ที่สำคัญคือภาษา ที่จะต้องเรียนรู้แบบจริงจังและตั้งใจ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้ เช่นสั่งอาหารทานได้ การใช้ชีวิตประจำวัน การหางานทำได้ ไม่ใช่ว่าแค่พูดเข้าใจกับคนในบ้านเท่านั้น เรายังต้องใช้ชีวิตกับสังคมรอบข้าง เพราะชีวิตเราไม่ได้อยู่เฉพาะในบ้าน

คุณ Ranida Benchachirat (มาดามอุ้ม

ทั้ง 2 ช่องทางนี้สำหรับสาวไทยที่ต้องการค้นหาแฟนฝรั่ง มาดามอุ้มเป็นจิตอาสาช่วยสาวและช่วยชาติไทย ยินดีให้คำชี้แนะและแนวทางและให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
รวมถึงทั้งสองช่องทางนี้จะถ่ายทอดการใช้ชีวิตในต่างประเทศด้วยค่ะ ฝากติดตามและให้กำลังใจด้วยนะคะ

YouTube:  มาดามอุ้ม 23Channel

Facebook: มาดามอุ้ม  แชทหาสามีฝรั่ง By Trainer Aoom

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในสหรัฐอเมริกา บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ให้ใช่สติในการเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ขยัน มั่นใจและมั่นคง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s