สะใภ้นอร์เวย์เกี่ยวกับการปรับตัวที่จะใช้ชีวิตแบบคนนอร์เวย์จริงๆ

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศนอร์เวย์ เธอคือ คุณ ปทิตตา และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศนอร์เวย์

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับ คุณ ปทิตตาหรือ จะเรียกว่า ป้าย่า  จากเพจ สะใภ้นอร์เวย์ By Paya

ย้ายมาอยู่ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

เมือง: ริงกะบู Ringebu เขต Innlandet

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ ปทิตตา

YouTube: สะใภ้นอร์เวย์ By Pa ya

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศนอร์เวย์เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศนอร์เวย์ครับ

สวัสดีค่ะก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะชื่อ ปทิตตา อนันเต่า หรือเรียกว่า ป้าย่า ก็ได้ค่ะ ย้ายมาอยู่นอร์เวย์ได้ 5 ปีแล้วค่ะด้วยวีซ่าติดตามคู่สมรสคือแต่งงานกับคนนอร์เวย์ ก่อนที่จะแต่งงานกันเราก็ตกลงกันไว้ก่อนค่ะว่าถ้าแต่งงานแล้วเราต้องเป็นฝ่ายย้ายติดตามสามีมาอยู่ที่นอร์เวย์แต่ก่อนที่จะย้ายมานั้นเราก็ลองมาอยู่ก่อนว่าเราสามารถอยู่ที่นอร์เวย์ได้ไหมหลังจากนั้นเราถึงตกลงย้ายมาอยู่ถาวรค่ะ

เมือง ริงกะบู Ringebu เขต Innlandet
Ringebu ตั้งอยู่ใจกลาง Gudbrandsdalen เทศบาลมีผู้อยู่อาศัย 4,393 คน (ไตรมาสที่ 1 ปี 2020) และเป็นเขตเทศบาลที่มีธรรมชาติที่สวยงามชีวิตทางธุรกิจที่หลากหลายและชีวิตทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย
ในปี 2010 ศูนย์ Ringebu ได้รับการประกาศให้เป็นหมู่บ้านและในปี 2554 Ringebu ได้รับ Statens Bymiljøpris หมู่บ้าน Ringebu ยังอยู่ในรอบสุดท้ายโดยเป็นหนึ่งในห้าของการคัดเลือกสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดของนอร์เวย์ในปี 2013 นี่คือการแข่งขันระหว่างสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อ 358 แห่งในนอร์เวย์

ยังจำได้ดีปีแรกที่ย้ายมาอยู่คนนอร์เวย์หลายๆคนถามกับป้าย่า
ว่าคุณรู้สึกยังไงที่ได้ย้ายมาอยู่เมืองนี้?
ป้าย่าได้ตอบกลับไปว่ารู้สึกดีมากค่ะเป็นเมืองเล็กๆที่อบอุ่นด้วยมิตรไมตรี ผู้คนเป็นมิตรและใจดีให้โอกาสกับคนต่างชาติอย่างเราที่ย้ายเข้ามาใหม่รู้สึกขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นมากๆค่ะ

มา​นอร์เวย์​ครั้งแรกค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

เป็นคนอีสานค่ะจังหวัดบ้านเกิดเลยคือจังหวัดชัยภูมิ ชีวิตวัยเด็กครอบครัวเรามีกันทั้งหมดพี่น้องรวมเราด้วย 5 คน ป้าย่าเป็นคนที่ 4 ครอบครัวเราเป็นครอบครัวค่อนข้างยากจนแต่ก็อบอุ่นเราดูแลซึ่งกันและกันจนถึงทุกวันนี้ ยังจำได้ตอนเด็กๆเรียนประถมศึกษาเราและพี่ได้อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายเหมือนกับเด็กต่างจังหวัดหลายๆคนเพราะพ่อกับแม่ไปทำงานที่ต่างเมืองประมาณ 4-5 เดือนพอพ่อแม่กลับมาเราก็กลับมาอยู่ที่บ้านเราเหมือนเดิม

หลังจากเรียนจบมัธยมต้นก็ได้ย้ายไปอยู่กับพี่สาวที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะเรียนต่อเราเลือกที่จะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยโดยการไปเรียนรอบค่ำจนจบปริญญาตรี ก็เพราะชีวิตวัยเด็กเรารู้ว่ามันเป็นยังไงเราถึงพยายามที่จะเรียนรู้ให้มากๆรวมถึงพี่น้องเราเองพี่ชายก็จบปริญญาตรีด้วยการส่งเสียตัวเองเรียนส่วนน้องชายก็เรียนจบปริญญาโทและรับราชการจนทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับรางวัลคุณพ่อคุณแม่ดีเด่นของจังหวัดทั้งสองคน และนั่นคือความภูมิใจของลูกๆอย่างพวกเรา

ฟาร์ม​แกะของเพื่อนคนเยอรมัน​ย้ายมาอยู่นอ​ร์เวย์ค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ครับ / คุณพูดภาษานอร์เวย์ได้ไหม คุณคิดว่าภาษานอร์เวย์ยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษานอร์เวย์จนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ตอนนี้เป็นยูทูปเบอร์ช่อง สะใภ้นอร์เวย์ By…Pa ya และ เพจสะใภ้นอร์เวย์ By…Pa ya จะให้ความรู้เกี่ยวกับการทำวีซ่ามานอร์เวย์และให้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ที่นอร์เวย์ให้กับคนใหม่ๆที่คิดจะย้ายมาอยู่นอร์เวย์ว่าต้องเตรียมตัวยังไงและอาจจะมีสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นและเราจะรับมือกับมันอย่างไรเป็นต้น ส่วนงานหลักตอนนี้ทำอาชีพเป็นลูกจ้างชั่วคราวของเทศบาลที่อาศัยอยู่ค่ะคืองานทำความสะอาดและกำลังเรียนเอาใบประกอบวิชาชีพในสายงานนี้ ที่นี่เขาเรียกว่า ฟากเบรฟ (Fagbrev) ใบประกอบวิชาชีพ ที่นอร์เวย์สำคัญมากมันแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นผู้มีฝีมือและมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงานที่ได้รับนอกจากได้ค่าแรงขึ้นตามแล้วคุณอาจจะได้รับบรรจุเป็นพนักงานประจำก็ได้หรือมีโอกาสหางานได้ง่ายเพราะหลายๆที่ก็ต้องการคนที่มีใบประกาศนียบัตรด้วยกันทั้งนั้น

อย่างที่บอกป้าย่าย้ายมาอยู่นอร์เวย์เดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 งานแรกที่ได้ทำคือการได้ไปติดต่อขายปอเปี๊ยะทอดที่ถนนคนเดินในเทศบาลที่อาศัยอยู่เขาจะมีตลาดนัดช่วงซัมเมอร์จะขายเฉพาะวันเสาร์เท่านั้นคนที่นี่นิยมรับประทานปอเปี๊ยะทอดมากถือว่าเป็นเมนูยอดนิยมเลยก็ว่าได้

หลังจากนั้นปี 2017 ถึงได้รับโอกาสในการไปฝึกงานที่เทศบาลในตำแหน่งทำความสะอาดโดยการฝึกงานผ่านสวัสดิการแรงงานเป็นผู้จ่ายค่าฝึกงานให้ในระยะเวลา 2 เดือนและได้รับโอกาสได้งานเป็นวีคาร์หรือพนักงานชั่วคราว หลังจากฝึกงานเสร็จและได้รับการเรียนวิชาชีพต่ออย่างที่กล่าวมาข้างต้น
และในปีนี้หลังจากที่เราได้เรียนภาษานอร์เวย์สามารถติดต่อสื่อสารและเข้าใจได้ในระดับหนึ่งและเรียนจบแล้วจึงได้ไปสมัครทำงานที่ร้านอาหารไทยนอร์คซึ่งเจ้าของเป็นคนไทยได้ให้โอกาสรับเข้าทำงานโดยที่เราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนถือว่าเป็นการให้โอกาสที่ดีสำหรับเรา หน้าที่ที่รับผิดชอบเลยก็คือรับออเดอร์และก็เก็บล้าง

เราทำควบกัน 2 ที่อยู่ได้ 2 ปีก็ลาออกจากร้านอาหารเพราะว่ารู้สึกร่างกายทำไม่ไหวก็เลยมาโฟกัสที่งานทำความสะอาดที่เทศบาลและเรียนสายอาชีพไปด้วยตอนนี้เรียนจบแล้วและกำลังรอสอบด้านปฏิบัติช่วงนี้คนรอเยอะมากเพราะติดสถานการณ์ไวรัส

ที่นอร์เวย์หากคุณมีวีซ่าติดตามคู่สมรสคุณจะมีสิทธิ์ได้เรียนฟรี 550 ชั่วโมงและวิชาสังคม นอร์เวย์อีก 50 ชั่วโมง หากคุณเรียนครบและสอบผ่านก็ถือว่าจบหลักสูตร ป้าย่าใช้เวลาไม่ถึงปีก็จบหลักสูตรในปีแรกไม่ถึงขั้นว่าเก่งแต่ก็สามารถสื่อสารและเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ภาษานอร์เวย์ไม่ได้ยากอย่างที่คิดหากเราใฝ่เรียนรู้ฝึกฝนอยู่เสมอปัญหาในการเรียนของประโยคคือการออกเสียงซึ่งเราไม่สามารถออกเสียงเหมือนเจ้าของภาษาได้แต่เราก็จะพยายามที่จะฝึกฝนบ่อยๆซ้ำๆกับคำเดิมๆเพื่อที่จะได้ออกเสียงให้ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
นอกจากภาษานอร์เวย์แล้วก็ยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับนึงค่ะแต่ไม่ถึงกับดีมาก

ตลาดนัดถนนคนเดินในเมือง Ringebu ที่ป้าไปขายปอเปี้ยะ​ค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนนอร์เวย์ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด และเมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

ในมุมมองของป้าย่า ป้าย่าคิดว่าการปรับตัวที่จะใช้ชีวิตแบบคนนอร์เวย์จริงๆมันอาจจะง่ายหรือยากขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนชอบไลฟ์สไตล์เหมือนคนนอร์เวย์เขาก็ปรับตัวได้เร็ว ส่วนบางคนอาจจะต้องใช้เวลาบ้างแต่เห็นหลายๆคนก็ปรับตัวกันได้ดี ข้อที่ยากที่สุดที่ป้าย่าเห็นมานี่ก็คือเรื่องของอากาศ และ อาหาร
เราคนไทยมาจากประเทศเมืองร้อนไม่คุ้นเคยกับอากาศเย็นถึงขนาดติดลบฤดูหนาวมืดตลอด บางคนอาจจะถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าเพราะคิดถึงบ้านก็ได้ เรื่องอาหารก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องปรับตัวมากจากที่เรากินข้าวเป็นหลัก มาอยู่ที่นี่กินขนมปัง,ชีส ก็แล้วแต่บุคคลถ้าชอบก็กินเหมือนคนนอร์เวย์ไปเลยแต่ถ้าใครไม่ชอบก็ต้องหาซื้ออาหารไทยตามร้านเอเชียทั่วไป เพราะสมัยนี้อยากกินอะไรก็เหมือนอยู่เมืองไทยเลยง่ายมากค่ะ

ส่วนตัวป้าย่าคิดว่าไม่ยากในการปรับตัวนะคะเพราะเป็นคนง่ายๆใช้ชีวิตง่ายๆ
กินง่ายๆ เหมือนคนนอร์เวย์ คนนอร์เวย์เวลาพักเที่ยงเขากินแค่ขนมปัง 2 ชิ้นกับชีสหรืออะไรก็ได้ก็พอแล้ว ส่วนคนไทยมีร้านค้าต่างๆเยอะแยะให้เราเลือกมากมายมันต่างกันตรงนี้แต่ที่นี่ไม่มีให้เลือกกินแบบนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้ง่ายตามสภาพสังคมที่เราอาศัยอยู่ ยิ่งเรื่องอากาศแล้วด้วยถามว่าลำบากไหมมันก็ลำบากแต่เราก็ต้องปรับตัวไม่ยากเลยค่ะแค่ใส่เสื้อผ้าข้างในหลายๆตัวคนนอร์เวย์เขาทำยังไงเราก็ทำตามเขาอย่างนั้นแหละค่ะเขาใส่ยังไงแล้วก็ใส่เหมือนกับเขาอย่างนั้นแต่เขาอาจจะใส่ 2 ชั้นเราอาจจะใส่ 3 ชั้นค่ะ (555) ถ้าเราปรับตัวได้เร็วมันก็เป็นประโยชน์สำหรับเรานะคะ

เมืองที่ป้าย่าอยู่มีคนไทยประมาณ 10 คนค่ะส่วนใหญ่แล้วทุกคนอยู่มานานกว่าป้าย่าอีกค่ะ หลายคนอยู่มาเกือบจะ 20 ปีและทุกคนส่วนใหญ่แล้วก็จะมีงานประจำทำกันทั้งนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ก็สุขสบายกันทุกคน เราคนไทยก็อาจจะมีนัดสังสรรค์กันบ้างเฉพาะเทศกาลสำคัญสำคัญค่ะอาจจะไม่บ่อยค่ะเพราะว่าบางคนก็มีหน้าที่และภาระที่ต้องทำค่ะ

วิวเมือง Ringebu หน้าหนาวเวลาประมาณ​ 9 โมงเช้าค่ะ

อะไรที่คนนอร์เวย์ชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายนอร์เวย์เป็นอย่างไร(บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงนอร์เวย์เป็นอย่างไรและครอบครัวของคนนอร์เวย์เป็นอย่างไร

พูดถึงว่าคนนอร์เวย์ชอบอะไรเหรอ อันนี้ต้องขอออกตัวก่อนนะคะว่าเป็นมุมมองของป้าย่านะคะ หลังจากที่ได้มาอยู่นอร์เวย์ 5 ปี ได้รู้ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวหรืออยู่ในสื่อโซเชียลต่างๆสิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือ คนนอร์เวย์ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งชอบออกไปดื่มด่ำธรรมชาติ ชอบกีฬาสกีมากๆ และชอบดื่มกาแฟ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ มีมนุษยสัมพันธ์ดีมากค่ะ คนไม่รู้จักเขาก็ทักทายกันแต่ส่วนใหญ่แล้วเขาก็จะรู้จักกันทั่วเมืองเลย เพราะเมืองที่อาศัยอยู่เป็นเมืองเล็กๆค่ะคนส่วนใหญ่จะรู้จักกัน และอีกอย่างเลยคือคนนอร์เวย์ชอบเปิดให้โอกาสผู้คน ให้ความเท่าเทียมและไม่มีอคติ แต่ที่มีก็ส่วนน้อยนะคะ

ผู้ชายนอร์เวย์ก็จะเหมือนกันกับผู้ชายทั่วโลกค่ะมีทั้งดีและไม่ดีบางคนก็ให้ความเท่าเทียมกับผู้หญิงผู้ชายนอร์เวย์ช่วยเหลืองานบ้านได้สามารถเลี้ยงดูลูกได้และทำกับข้าวได้ ส่วนลักษณะนิสัยบางคนขี้อายไม่ค่อยพูดไม่ค่อยมีความโรแมนติก (อันนี้วัดเอาคนที่บ้านมั้ง555 ) แต่ไม่เจ้าชู้นะ

นับถือนิสัยหญิงนอร์เวย์มีความมั่นใจในตัวเองสูง บางคนทำงานเก่งเหมือนผู้ชายนอร์เวย์ได้เลยหลายๆอย่างเขาไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย เช่น ทำงานช่างไม้ ช่างปูน ทำถนน ขับรถแทรกเตอร์ ขับรถบัส บางคนชอบความเท่าเทียมกับผู้ชาย จนผู้ชายบางคนเขาก็อาจจะชอบผู้หญิงอ่อนหวานอ่อนโยนอ่อนแอเพื่อที่จะปกป้องก็ได้อันนี้ความคิดส่วนตัวค่ะ

ครอบครัวของคนนอร์เวย์เป็นครอบครัวจริงๆที่ลำดับได้ เช่น ปู่ทวดย่าทวด ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ พี่น้อง หลานเหลน การดูแลและไปมาหาสู่กันก็อบอุ่นดีค่ะส่วนใหญ่แล้วเขาจะยึดครอบครัวแค่สายเดียวสายตรงไม่เหมือนกับคนไทยซึ่งนับวงศาคณาญาติเยอะมาก

ไปเที่ยว Geirangerfjorden กับสามีค่ะ

ค่าครองชีพที่นอร์เวย์ เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

นอร์เวย์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงติดอันดับต้นๆของโลก สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆในเมืองที่ป้าย่าอยู่ ได้รู้ ได้เห็นและเจอมา 3 สิ่งคือ

1. ค่าเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์และค่าบุหรี่ ได้ยินมาว่าคนนอร์เวย์ชอบข้ามฝั่งไปซื้อของที่สวีเดนซะส่วนใหญ่ในส่วนของเครื่องดื่มและบุหรี่

2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าน้ำมันรถที่นอร์เวย์แพงมากถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีบ่อน้ำมันของตัวเองแต่คนในประเทศก็ถือว่าได้ใช้น้ำมันแพงมากนะคะ และค่าแท็กซี่เป็นอะไรที่แพงมากนะคะ เพื่อนป้าย่าเคยเรียกแท็กซี่จากเมืองที่อยู่ไปอีกเมืองนึงระยะทางเกือบ 60 กิโลเมตรเขาคิดราคาที่ 1,000 โครน (1000X3.5) ในปี 2017

3. ค่าหมอฟันเอกชน เพราะว่าป้าย่าเคยไปใช้บริการหมอฟันตรวจสภาพฟันแล้วก็อุดฟันแค่รูเดียวหมอนัด 4 ครั้งและเสียเงินในการทำครั้งละเกือบ 3,000 โครน (3000×3.5) ปี 2021

ส่วนราคาสินค้าที่คิดว่าเป็นราคาที่รับได้และเหมาะสมกับราคาคือ

1. สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันอย่างเช่น ค่าขนมปัง นม เนย ชีส ผักผลไม้ต่างๆถือว่าเป็นราคาที่รับได้ค่ะ

2. ค่ารักษาพยาบาล ที่นอร์เวย์มีการกำหนดการรักษาต่อปีถ้าถึงยอดที่กำหนดก็จะได้รับการรักษาฟรีจากรัฐบาลหากไม่ถึงกำหนดก็จ่ายแค่ค่าหมอ ส่วนค่ายาสามารถขอให้หมอออกใบสั่งได้ก็จะได้ถูกกว่าซื้อตามร้านขายยาเอง

3. เสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาวเพราะจำเป็นมากๆที่ต้องใช้ของที่ดีมีคุณภาพในการที่จะใช้เพื่ออบอุ่นร่างกาย ถึงแม้นว่าจะราคาแพงแต่ก็ใช้ได้หลายปี

นอร์เวย์​ขึ้นชื่อ​ธรรมชาติ​สวยงาม วิวป้าย่าถ่ายระหว่างทางไปเที่ยว Geirangerfjorden

ข้อดีข้อเสนอ 3 ข้อในการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อเสนอของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์ครับ

ข้อดีที่จะกล่าวถึงเลยคือ
1. เรื่องสวัสดิการอย่างที่รู้ว่านอร์เวย์เป็นประเทศที่มีลักษณะดีการดีเป็นอันดับต้นของโลกก็ว่าได้ไม่ว่าจะเรื่องของการรักษาพยาบาล การดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเรียนจบระดับสูง สวัสดิการเกี่ยวกับแรงงานต่างๆ เและอีกสวัสดิการอื่นๆหลายๆอย่าง
2. ในความรู้สึกนอร์เวย์เป็นประเทศที่ปลอดภัยไม่ค่อยมีข่าวอาชญากรรมผู้คนเป็นมิตรอัธยาศัยดี
3. นอร์เวย์ขึ้นชื่อว่าธรรมชาติสวยงามติดอันดับโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สวยงามไปหมดมีสถานที่ท่องเที่ยวดังๆและระดับโลกอยาก อย่างเมืองที่ป้าย่าอยู่ เมืองเล็กๆยังสวยทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ

มาดูข้อเสียกันค่ะ
1. ค่าครองชีพสูงมาก รายจ่ายต่างก็สูงตามไปด้วย เช่น การเสียภาษีสูง ค่าสินค้าอุปโภคบริโภคสูง ฉะนั้นการที่จะใช้ชีวิตอยู่นอร์เวย์ให้ได้ดีต้องวางแผนในการใช้เงินให้มากๆค่ะ

2. เรื่องของอากาศนอร์เวย์เป็นประเทศที่อยู่ขั้วโลกเหนือมีฤดูหนาวยาวนานมากกว่าฤดูอื่น โดยเฉพาะเขตที่ป้าย่าอาศัยอยู่จะยาวนานมากกว่าเขตอื่นในนอร์เวย์ ฉะนั้นการใช้ชีวิตก็ต้องปรับตัวและดูแลตัวเองให้มากๆเพราะอากาศจะมืดยาวนานกว่า คนนอร์เวย์ถึงเป็นโรคซึมเศร้าเยอะและสถิติการฆ่าตัวตายสูงอันนี้อยากฝากให้สำหรับคนที่ย้ายมาใหม่พยายามหากิจกรรมอะไรทำและก็ปรับตัวให้ได้เร็วที่สุด

3. การแข่งขันการหางานสูง นอกจากคุณจะแข่งขันกับคนนอร์เวย์เองแล้วคุณยังต้องแข่งขันกับคนอพยพที่ย้ายถิ่นฐานมาด้วย ฉะนั้นการจะอยู่เมืองเล็กหรือเมืองใหญ่การหางานก็เป็นเรื่องที่จำเป็นมากเพราะการดำรงชีพอยู่ได้เราก็ต้องมีงานทำและมีเงินเดือนไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

จริงๆข้อดีที่นอร์เวย์เยอะมากๆเลยนะคะถ้าจะเอามาเขียนจริงๆแต่เลือกมา 3 ข้อรู้สึกจะเลือกยากมากเหมือนกันค่ะ

วันทำงานในฤดูหนาว​ คนนอร์เวย์​ชอบพูดว่า “ไม่มีหรอกที่ว่าอากาศ​ไม่ดีนะ มีแต่เสื้อผ้า​ไม่ดีต่างหาก”

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวนอร์เวย์

สำหรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคู่รักชาวไทยและชาวนอร์เวย์ก็คือ “ความเข้าใจ” ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในเรื่องของ ภาษา และ วัฒนธรรมซึ่งเป็นปัญหาหลักและเป็นปัญหาใหญ่เลยตลอดจนหลายๆด้าน
หากคุณไม่เก่งภาษาดีพอ การสื่อสารกันจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดและอาจจะทำให้มีปัญหาตามมา ยกตัวอย่างเช่น คุณหมายความถึงอย่างหนึ่งแต่เขาตีความไปอีกอย่างหนึ่งเป็นต้น
ในด้านของวัฒนธรรมสำคัญมากเพราะว่าถ้าหากคู่ชีวิตไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของแต่ละฝ่ายแล้วปัญหาก็จะตามมาอย่างเช่นที่ไทย คนไทยมีวัฒนธรรมในการดูแลครอบครัวเพราะโดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า ลูกต้องมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ต้องดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่ดูแลพี่น้อง ฉะนั้นถ้าหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจวัฒนธรรมนี้ก็จะเป็นปัญหาใหญ่ในครอบครัวว ในส่วนของวัฒนธรรมทางนอร์เวย์เช่นกันเราก็ต้องเข้าเอาใจเขามาใส่ใจเราไม่ใช่ว่าจะให้เขาเข้าใจเฉพาะในส่วนของตัวเองการเรียนรู้ซึ่งกันและกันทำให้เกิดความเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี

บ้านพักบนเขาของคนนอร์เวย์ เรียกว่า ฮีต๊า (Hytta)

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวนอร์เวย์บ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

สำหรับ Culture Shock ที่เห็นครั้งแรกที่ย้ายมานอร์เวย์ใหมๆเลยคือ

1. รถจอดให้คนเดินข้ามทางม้าลาย ไม่ต้องกลัวรถจะมาชนเพราะว่าตอนแรกที่เห็นก็เอาตกใจเหมือนกันว่าเอ๊ะทำไมคนที่นี่เขาใจดีจังเลยเราจะข้ามทางม้าลายเขาก็จอดให้เราด้วยความเต็มใจสังเกตหลายๆครั้งต่อมาถึงได้รู้ว่ากฎหมายเขาเข้มงวดมากเกี่ยวกับเรื่องการขับรถ
2. การเก็บเงินมัดจำขวดพลาสติก ที่นอร์เวย์เมื่อเราซื้อเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม น้ำอัดลมต่างๆ เราต้องจ่ายเงินค่ามัดจำก่อนและเราจะได้รับเงินคืนก็ต่อเมื่อเราเอาขวดไปหยอดลงตู้คืนเพื่อที่จะได้ใบเสร็จรับเงินคืน อันนี้แปลกใจมากๆเลยค่ะ เราสามารถเลือกจะรับเป็นเงินคืนหรือเอาไปแลกซื้อของในร้านค้าได้
3. คนนอร์เวย์ถอดเสื้อผ้าอาบน้ำในที่สาธารณะ หรือสามารถถอดเสื้อผ้าโป๊ออกทีวีออกสื่อได้โดยไม่ผิดกฎหมายซึ่งตอนแรกที่เห็นในทีวีก็ตกใจเหมือนกันว่าทำได้ด้วยหรือและ เคยไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกับครอบครัวปรากฏว่าทุกคนที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเขาถอดหมดเลยอันนี้ช็อคมาก เรานี้รีบวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย 55555
4. คนนอร์เวย์จะประดับธงชาติในวันเกิดวัน วันแต่งงานหรือวันสำคัญต่างๆถ้าหากบ้านไหนมีธงชาติหน้าบ้านแสดงว่าเป็นวันเกิดของคนใดคนหนึ่งภายในบ้าน
5. นอร์เวย์เป็นดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน จำได้ว่ามาที่นอร์เวย์ช่วงซัมเมอร์เวลากลางคืนพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย เราต้องปิดผ้าม่านเพื่อที่จะนอนหลับแต่ท้ายสุดแล้วเราก็ปรับตัวได้เหมือนกับคนนอร์เวย์เหมือนกัน

มีอีกหลายๆอย่างเลยค่ะแต่ขอยกตัวอย่างแค่ 5 ข้อนี้นะคะ

นอร์เวย์​ขึ้นชื่อ​ธรรมชาติ​สวยงาม วิวป้าย่าถ่ายระหว่างทางไปเที่ยว Geirangerfjorden

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ /ประเทศนอร์เวย์จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การที่เราได้ย้ายมาอยู่ต่างประเทศหรือที่นอร์เวย์เอง มันก็อาจจะมีทั้งทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือไม่ก็แย่ลงแต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะดีขึ้นจริงๆค่ะ แต่ถ้าใครโชคไม่ดีล่ะจากที่คาดหวังว่าต้องดีกลับกลายเป็นแย่ลงเราจะทำยังไง ฉะนั้นจึงอยากจะแนะนำสาวๆที่คิดจะย้ายมาอยู่ที่นอร์เวย์ เช่น

– เรียนรู้และปรับตัวให้เร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษา สังคมและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะสังคมของคนไทยนอร์เวย์ หรือสังคมของคนนอร์เวย์เอง

– ไขว่คว้าหาโอกาส ในเมื่อเรามีโอกาสที่ย้ายมาอยู่ที่นอร์เวย์เราก็ต้องไขว่คว้าโอกาสให้ตัวเองโดยการตั้งใจเรียนภาษาเพื่อที่จะเป็นใบเบิกทางในการหางานให้เร็วที่สุดเพราะว่าการที่คุณได้งานทำนั่นหมายถึงว่าชีวิตคุณต้องดีขึ้นแน่นอน (กรณีคนที่เดือดร้อนทางด้านการเงินนะคะ)

ไปซื้อของร้านเอเชีย ในเมือง Lillehammer ค่ะ

YouTube

Facebook

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศนอร์เวย์ บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “สะใภ้นอร์เวย์เกี่ยวกับการปรับตัวที่จะใช้ชีวิตแบบคนนอร์เวย์จริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s