สิ่งที่คนไทยต้องรู้ก่อนมาอยู่ประเทศอังกฤษ

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศอังกฤษ เธอคือคุณ เเพท ปวริศา และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษ

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ เเพท ปวริศา จากเพจ ข้าวเหนียว อิงแลนด์ Khao Niew England

ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษ (England)

เมืองหลวง: ลอนดอน (London)

YouTube: ข้าวเหนียวKhaoNiew England

เครดิต ภาพถ่าย: คุณ เเพท ปวริศา

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศอังกฤษเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศอังกฤษครับ

จะบอกว่า เหมือนพรมลิขิตรักข้ามเเดน น่ะค่ะ เรื่องของเรา แพทรู้กับสามีที่ร้านทำผมชื่อดัง Toni&Guy Siam Discovery Bangkok คือเราไปสมัครเป็นช่างที่นั้น แล้ว Boss ก็เปลี่ยนชื่อให้ Patty เพราะชื่อเล่นเดิมเราดันไปซ้ำกับช่างอีกคนค่ะ ตอนนั้นเราจริงจังกับงานมากเพราะ29ปีแล้ว อยากเป็นช่างที่เก่งและมีร้านของตัวเอง เริ่มเบื่อเรืองความรักมากๆ ณ ตอนนั้นค่ะ เหมือนพักเรื่องรักไว้ก่อน และ ทุกวันที่ทำงานทุกคนต้องเปลี่ยนกันทำผมสวยๆ แต่งตัวสวยๆด้วย เเล้วเราก็โพสต์ลงเฟสบุ๊คทุกวัน ตอนนั้นเปิดสาธารณะ มีอยู่วันหนึ่ง คุณสามีก็เข้ามา คอมเม้น บอกว่า “คุณสวยจัง” …ฮาฮา คุณสามีจีบเราก่อน เราก็เข้าไปเช็คดูในเฟสเขา ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะภาพส่วนใหญ่มีแต่เที่ยวในผับ หน้าตาก็ธรรมดา ฮาฮา เราชอบคนหล่อ แล้ววันต่อมาเขาก็มาคอมเม้นอีก ว่า” ถ้าคุณมาทำงานที่อังกฤษจะรวยเลยน่ะ ช่างผม น่ะ “เราเลยเข้าไปคุยในอินบล๊อค บอก ถ้าอยากรู้จัก ก็โทรมาคุย ให้เบอร์ไป เขาโทรมาจริงๆ แล้วโทรมาทุกวันเลย แล้วคุยแบบเห็นหน้าด้วย เขาใช้ Ipnone รุ่นแรกๆ บางคนอาจสงสัยว่าทำไมเขาถึงหาเราเจอในเฟส คำตอบคือ สามี เขารู้จักช่างผมคนอิตาเลียนที่ทำงานในลอนดอน เขาบอกมีสาขาที่ไทย สามีเลย หาในเฟส แล้วมาเจอเฟสเรา ค่ะ เพราะเขามีเเพลนจะมาเที่ยวไทยเดือนพฤศจิกายน สองสัปดาห์ เเล้วเราก็ได้เจอกัน เขาก็มาที่ร้าน มาตัดผมด้วย เลี้ยงน้ำ ขนมพนักงานในร้าน มานั่งเฝ้าเราตั้งแต่ เช้าจนเลิกงานเลย จนเพื่อนๆบอก ทำได้ไง จากนั้นเขาก็มาอีก ช่วงคริสต์มาส สองวีค มาคุยปรึกษาเรื่องวีซ่า ไปสถาทูตด้วยกัน แล้ว มาอีกที่ สงกรานต์ อยู่ หนึ่งเดือน จดทะเบียน ไปเยี่ยมบ้านนอก แล้ววีซ่าผ่าน ก็มาลอนดอนเลยค่ะ จะบอกเตรียมเอกสารด้วยกันไม่ได้จ้างเลยค่ะ ทำไมเราตัดสินใจแต่งงานกับเขาทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขา ไม่ได้รวย ไม่มีบ้านในอังกฤษด้วย ? เป็นเหมือนคนต่างด้าวที่ทำงานในอังกฤษ เอาง่ายๆ คำตอบ เรารู้สึกว่าเขาดูอบอุ่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ปลอดภัย เหมือนเขาสามารถปกป้องเราได้ จะบอกว่า เหมือน แฟน พี่ชาย เหมือนพ่อ และ เจ้านาย เพราะเขาสามารถให้คำปรึกษาเราได้ทุกเรื่องและเขาเป็นคนฉลาด มีความคิด ทะเยอะทะยาน มีอะไรคล้ายเรา และยอมรับวัฒนะธรรมไทยด้วย ไม่สูบหรี ไม่ดื่มกาแฟ ไม่เล่นการพนัน ไม่เจ้าชู ไม่ติดเหล้า เราเลยคิดว่า จะมาสร้างครอบครัวด้วยกัน เพราะอย่างน้อยก็มีร้านกาแฟเล็กทำแล้วขยาย ตอนนั้นที่เเพลนน่ะค่ะ สามีไม่ใช่คนอังกฤษน่ะค่ะ เป็นคนยุโรป ประเทศบัลแกเรีย แต่เขามาเรียน ทำงาน เป็นช่างอิเลคทอนิค และ เปิดร้านขายกาแฟเล็กที่ วิคตอเรีย ลอนดอน กับพี่เขยเขาค่ะ เราเลยต้องได้มาอยู่อังกฤษด้วย เลยไม่ได้ไปอยู่ที่บัลแกเรีย ….First Time to London. ปี 2011 เราไม่ตื่นเต้นเลย เเปลกมาก พอมาถึงสองทุ่มบ้านเขาพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย เรางง เพราะมาเดือน พฤศษภาคม นั่งรถไฟจาก ฮิทโธ มา ย่าน Tooting Broadway ทางตอนใต้ของลอนดอน เป็นย่านที่มีแต่คนอินเดียซะส่วนใหญ่ เราก็งง ทำไมคนอินเดียเยอะจัง พอเราอ่านประวัติศาสตร์เลยรู้ว่า อินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของ อังกฤษ และยังมี หลายชาติ สรุปคือ อังกฤษคนคนมาอยู่หลายชาติมากๆค่ะ แต่เราโอเคน่ะ เพราะเราเคยชินกับการอยู่กรุงเทพ เเต่ลอนดอนเป็นเมืองเก่า ไม่ค่อยมีตึกใหญ่เหมือนบ้านเรา จะมีก็ในตัวเมืองลอนดอนเลย คือเหมือนเขาจะอนุรักษ์ในแบบของเขา บ้านเมืองก็จะสีแบบจะคล้ายๆกัน เราได้รู้จักคนไทยคนแรกเพราะได้ไปส่งหลานสาวสามีที่โรงเรียนเพราะลูกเขาอยู่ชั่นเดียวกันเลยไม่เหงา และพี่เขาเป็นช่างผมด้วยกันเลยได้ตัดผมทำสวยเเลกกันและพี่เขาก็แนะนำลูกค้าคนไทยให้เราก็ได้ไปปตัดผมทำสีตามบ้านค่ะ คือทุกเช้าเราจะไปส่งหลานด้วย ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษด้วย บางวัน บางวันก็ไปขายกาแฟช่วยน้องสาวสามี สนุกดีค่ะ นั่งรถไฟเป็นว่าเล่น ลอนดอนมีคนไทยอยู่เยอะมากๆค่ะ อยู่Tooting Broadway ได้9 เดือนเราต้องย้าย เพราะมีปัญหากับเพื่อนสนิทของสามีที่เช่าบ้านด้วยกันเป็นฝรั่งชาวยุโรป คือเขาสกปรก จัดปารีตี้ มีขโมยของกิน เครื่องปรุงบ้าง เพราะ วัยรุ่นน่ะ คือตอนเเรกเราก็ถูกกันดีน่ะค่ะ พออยู่ไปนานๆเเล้วต่างนิสัยอะน่ะ เเรกเราก็ไม่ชิน ที่จะต้องมาเเชร์ครัว ห้องน้ำด้วย แต่บ้านหลังใหญ่ และมีส่วนหลังบ้าน 5ห้องนอน ค่าเช่าบ้านทั้งหลัง(1,300£=65,000บาท)อยู่ใครมันก็โออยู่เพราะยังไม่มีลูกน่ะ และน้องสาวสามีกับลูกสาวเขา5ขวบมาเรียนที่นี่อยู่ด้วย เราเลยไม่เหงาค่ะเป็นพี่เลี้ยงหลาน ย้ายมาเช่าเเฟลซ ที่ Crystal Palace ทางตอนใต้ ลอนดอน ก็แชร์ห้องครัว ห้องน้ำค่ะ ค่าเช่า 500£ (25,000บาท)เเชร์คู่สามีคนจีน น่ารักมาก เราได้ไปทานอาหารไทย และได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่นั้น 3วันต่อาทิตย์ เพราะเหงามาก และเอาเวลาไปเรียนภาษาด้วย รับตัดผมให้พนักงานในร้านด้วย มิตรภาพคนไทยต่างแดนมีเสมอค่ะ วันอาทิตย์ต้องไปขายกาแฟที่ร้านสามีค่ะ ตอนนั้นเราทำCV หาสมัครงานช่างผมมีร้านเรียกเราด้วยน่ะค่ะ แต่พอสัมภาษณ์งาน ภาษาเราไม่ผ่านเราเลยไม่ได้ทำต้องไปเรียนภาษาเพิ่ม สุดท้ายเรามาได้งานเพราะพี่คนไทยลูกค้าประจำที่เราตัดให้ที่บ้านเขาแนะนำบอกมีพี่คนไทยเปิดร้านที่Wimbledon Parkติด Wimbledon ซึ่งเป็นย่านใกล้วัดไทย และสนามเทนนิสที่เขามาเเข่งกันทุกปี เขาประกาศในเฟสกลุ่มคนไทยในลอนดอนเราเลย ที่อังกฤษจะเฟสกลุ่มคอยช่วยเหลือคนไทยหลายเรืองน่ะค่ะ ไม่เหงาค่ะ เราโทรไป และได้งานประจำที่นั้นและย้ายบ้านอีก ครั้ง 3 Colliers Woods ทาง SouthWest London อยู่ใกล้ๆที่ทำงาน เป็นบ้านเช่าทั้งหลัง แต่เราปล่อยเช่า 2 ห้อง เเชร์ครัว ห้องน้ำ เราเลือกคนที่มาเช่าน่ะค่ะ เอาคนที่รุ้จักกันค่าบ้าน (1,250£=62,500บาท) ถามทำไมต้องเเชร์ ต้องปประหยัดค่าเช่าน่ะค่ะ ทำจนถึง2ปี สนุกมากค่ะ ได้เจอเพื่อนคนไทยเยอะ รู้จักพี่สนิทที่นั่นด้วย มีสังคม กิน เที่ยว แต่มาท้อง เลยไม่ได้ทำต่อ ฮาฮา ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ทำช่องยูทูป ด้วย ช่อง KhaoNiew England

เป็นช่องเกี่ยวกับเเชร์ประสบการ์ณ กิน อยู่ เที่ยว เลี้ยงลูก ถ้าเพื่อนๆอย่ารู้เพิ่มก็ติดตามได้น่ะค่ะ เรามีช่วยสามีเรื่องเอกสารบ้าง เรามีลูกหัวปีท้ายปีเลยค่ะเพราะด้วยอายุต้องรีบมี พอมีคนที่สองก็ย้ายบ้านครั้งที่4 มาที่ Stoneleigh Station อยู่Southwest London เพราะ อยากมีบ้านที่ใหญ่ขึ้น และมีสวนหลังบ้าน อากาศฝั่งนี้ก็ดีกว่า โรงเรียน สังคมฝั่งนี้ดีกว่าด้วย คือที่อังกฤษมันจะเขต เราก็จะเช็คว่า เขตนี้คนชาติไหนอยู่บ้าน ปลอดภัยไหม พอมีลูกคิดเรื่องโรงเรียนดีๆ ลูก. บ้านเช่า (1,750£=87,500บาท ) เราไม่เเชร์ จะบอกว่าพอท้องสามีก็หันมาเปิดบริษัท รับเหมาก่อสร้าง และได้งานใหญ่ทำ30แฟลต ช่วงนั้นก็เริ่มดีขึ้น ก็เริ่มเก็บเงินว่าจะซื้อบ้านกันค่ะ และไม่ได้ไปทำร้านกาแฟ เพราะให้น้องสาวสามีบริหารคนเดียวไปเลย ร้านเล็กๆค่ะ เราเช่าอยู่ได้แค่ปีเดียว เจ้าของบ้านขึ้นราคาบ้านและขอให้จ่ายล่วงหน้าหนึ่งปี. เพราะตอนเราย้ายเราจ่ายล่วงหน้าไปเลย หนึ่งปี สามีโอเค แต่ขอให้เขาเปลี่ยนฮิตเตอร์ใหม่ให้ เพราะอันเก่ามาก และเตาอบ เขาไม่ยอมเปลี่ยน และมาจู้จี้เรื่อง ตัดหญ้า ดูแลสวนให้เขาดีๆ ไม่ให้ลูกเล่นหินหน้าบ้านเอย เราเลยรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเลย หาบ้านใหม่ มาได้ หลังปัจจุบันที่Worcester Park South West London อยู่ห่างมาอีกสถานีหนึ่ง ซึ่งบ้านที่เขาประกาศขาย แต่เราขอเช่าและเหมาจ่ายทุกปีเจ้าของบ้านคนอังกฤษ ค่าเช่า เดือนละ(2,000£=100,000บาท)คือ ที่อังกฤษ นอกจากค่าบ้านแล้วยังมี ค่าCouncil Tax ค่าเก็บขยะ ค่าTv Licence ค่าครองชีพสูงมากๆการที่สามีเป็นคนยุโรป เเล้วมาทำงานที่นี่ไม่ง่ายเลยที่จะซื้อบ้านได้สำหรับเราน่ะ เลยอธิบายเรื่องเช่าบ้านละเอียดหน่อย เผื่อ สามี หรือแฟนของเพื่อนๆมาอยู่ที่นี่จะได้เข้่าใจน่ะค่ะ เราอยากเป็นตัวเเทนของสะใภ้ยุโรปที่มาอยู่อังกฤษคนหนึ่งที่แชร์ประการ์ณการเป็นอยู่ที่นี่แบบไม่มีบ้าน เช่าบ้าน ต้องสู้ยังไงบ้างและเป็นกำลังใจให้น่ะคะว่าเราทำได้ค่ะ เราต้องช่วยกันแบ่งหน้าที่กันทำ เเละเข้าใจสามีว่าเขาเป็นคนยังไง เพราะ ชีวิตอาจะไม่หวานเหมือนตอนแรกๆ เพราะยิ่งมีลูกด้วยกัน มีภาระ ต่างๆ มากขึ้น ปัจจุบันเราสองคนได้สัญชาติอังกฤษแล้วค่ะ และเรามีเเพลนจะซื้อบ้านหลังนี้ เดือนกันยายนนี้ค่ะ เพราะสามีได้โปรแจคอีก 16 แฟลต.ฝันเป็นจริง รอมา 10 ปี ย้ายมา 5ครั่ง เจอปัญหาเยอะทั้งเรื่องบ้าน เรื่องงาน แต่ก็สู้มาด้วยกันค่ะ โดยเฉพาะมาเจอโควิดด้วย เป็นกำลังใจให้สู้โควิดเราต้องรอดไปด้วยกันค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

เป็นคน2จังหวัด ร้อยเอ็ด และฉะเชิงทรา แต่ เกิดที่ร้อยเอ็ด หนองพอก ในหมู่บ้านคาทอลิก เพราะเราเป็นคาทอลิคค่ะ ที่บ้านทำนา แม่มีลูกสาว 4คนหัวปีท้ายปีทั้งสี่คนเลยค่ะ ฮาฮา พ่ออยากได้ลูกชาย เราเป็นลูกคนที่2 พ่อกับแม่ห่วงมากๆ และสนับสนุนให้เรียนทุกคนไม่อยากให้ลูกลำบาก ตอนอยู่ป.2ย้ายไปปฉะเชิงทราตามคุณตา ยาย และญาติฝั่งแม่ อยู 5ปีมาช่วงนั้นก็จะติดพูดภาษาไทยเพราะคนที่นั้นพูดไทยกัน ย้ายกลับร้อยเอ็ด ช่วงปลาย ป.6 แล้ว ม.1แม่ให้ไปเรียนที่อุบล ตามพี่สาวคนโต เรียนโรงเรียนคอนเเวนซ์คาทอลิค คณะของคนฝรั่งเศลสตรีล้วนๆ ไม่ได้รวยน่ะคะ เราอยู่หอใน ซิสเตอร์เขาจะหาฝรั่งอุปภัมภ์ค่าเทอมให้ เราแค่ช่วยเรื่อง ส่งข้าวให้ทุกเทอม เหมือนเราเรียนฝึกเป็นนักบวชไปด้วย แต่ เราอยู่ได้แค่4ปี เรารู้ว่าไม่มีกระเเสเรียกเลยออกมาอยู่หอนอก เรียนอาชีวะอุบล เอกคอมพิวเตอร์ อยู่อุบล 8ปีค่ะ กลับบ้านช่วงปิดเทอม เรามาต่อ ป ตรี ที่ มหาลัยสวนสุนันทา กรุงเทพ ภาคสมทบ เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ทำหลายอย่างค่ะ ทำเป็นเลขาบริษัทแว่นตา ขายแว่นตา และเราชอบทำผม เลยได้รู้จักเจ้าของร้านเพราะไปทำประจำ เขาบอกว่าเขาทำรายได้มากกว่าสามีเลยน่ะ เราเลยสนใจ เอาเวลาว่างไปเรียนเบื่องต้น เเละไปทำอีเว้นกับเพื่อนๆ ของบริษัท รอลีอัล ตามห้างที่เขาจัด เงินดีมากๆได้วันละ900บาท หน้าที่คือ สระ ได้ผม เก้าผม ให้ พิตตี้ และลูกค้าที่มาซื้อผลิตภัณ แถมเราได้เปอร์เซอร์จากการขายอีกค่ะ เราเรียนจบตรี แล้วทำงานที่ช่อง 11 เก่า สัญญาจ้าง 1 ปี เราทำประสานงานให้นักข่าว เงินเดือน ต่าง ๆ รับจอบทำผมให้นักข่าวนอกพื้นที่ด้วย หมดสัญญาเราไม่ต่อ เพราะ เบื่อ เลยหันมาทำผมเต็มตัวละ เพราะตอนนั้น เรา รุ้จักพี่คนหนึ่ง เขามีสามีเป็นคนออสเตรเลียนเเละสามีเขากับเพื่อนต้องมาประชุมที่ไทยทุกๆ 3 เดือนเขาทำบริษัทรับทำบัญชี การศึกษาดี มีฐานะดีด้วย หล่อ ยังไม่เเก่ด้วย ฮาฮาชอบคนหล่อ เขาแนะนำเรารู้จักเพื่อนของสามี นั้นเป็นฝรั่งคนแรกที่เราเริ่มคบฝรั่ง จริงๆ ชอบสายฝอ มาตั้งแต่อยู่อุบลแล้วค่ะ เพราะชอบ ดาราลูกครึ่ง ตอนนั้น แมทธิว ดีน ดังมากๆ เราชอบ ถึงขนาดซื้อเทปไว้เลย คอนเสริตก็ไปค่ะ ฮาฮา เราอยากมีลูกเป็นลูกครึ่ง เพราะดาราเด็กก็น่ารัก อะน่ะ ตอนนั้นแค่ฝัน ไม่คิดว่าจะเป็นจริงน่ะ เพราะเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราไม่ใช่คนชอบเที่ยว ภาษาก็ไม่ค่อยเก่งด้วยน่ะ ช่วงคบ เเรกๆก็ดีค่ะ แต่ครบไปมาเหมือนจะไปกันไม่ได้ แต่ก็คบมาเรื่อยๆ ฝึกภาษา เขาชอบให้เราแต่งตัวแบบเซ็กซี่ด้วย แต่เราอยากเป็นตัวของเราสุดท้ายเรารู้สึกว่ายากน่ะที่จะมีแฟนต่างชาติ เลย ห่างๆ เเละมาจริงจังเรื่องงาน เราก็ไปเรียนซอยผมเพิ่มที่โรงเรียนทำผมย่านลาดพร้าวและได้งานที่นั้นแต่สาขาทาวน์ อิน ทาวน์ เอาเวลาไปว่างวันไหนไม่ได้ทำงานเรียนเพิ่มเติมที่ ศูนย์ฝึกอาชีพดินแดง เพราะไม่เเพง ได้เจอเพื่อนคนหนึ่งเขาทำงาน ที่ร้านToni &Guy เขาแนะนำให้เราไปทำที่นั้น เราชอบ แบรนด์นี้ เลยตัดสินใจไปทำที่นั้น เเละได้เจอสามีที่นั้นค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษครับ / คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม คุณคิดว่าภาษาอังกฤษยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

เป็นช่างทำผม หรือเสริมสวยค่ะ แต่ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน ช่วยงานด้านเอกสารของบริษัทสามีด้วย ทำยูทูปช่อง (KhaoNiew England) และมีตัดผมให้เพื่อนๆและลูกค้าประจำบ้างค่ะ ตอนมาอยู่แรก ทำงานที่ร้านขายกาแฟของคุณสามี ที่ London Victoria Station ซึ่งเป็นสถานีศูนย์กลางรถไฟ รถไฟฟ้าใต้ดิน และ Coach Station เป็นรถบัสที่เดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงค่ะ หน้าที่ก็ทำทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่เปิดร้าน ขายกาแฟ เค้ก เเซนวิส ทำแซนวิสด้วยน่ะค่ะ แต่เค้กและ ของชำอย่างอื่นเราสั่งมาขายค่ะ. ปี2 ทำงานพนักงานเสริฟ พาร์ทไทม์ ที่ร้านอาหารไทย ย่าน Crystal Palace station ทางใต้ลอนดอน ช่วงนั้นย้ายบ้าน เลยเหงา เราไปเรียนภาษาเช้า บ่าย 5.5โมงเย็น ก็เข้างานเลิกก็ เกื่อบเที่ยงคืน เหนื่อย แต่สนุกค่ะ ได้เรียนรู้ประสบการ์ณ เราไม่เคยทำเสริฟเลยต้องไปปท่องเมนูอาหาร 200 เมนู ค่าเเรงอาจจะถูกกว่า ทำกับร้านฝรั่ง แต่เมื่อเที่ยบกับเราไม่มีประสบการ์ณ และเจอเพื่อนคนไทย ได้กินอาหารไทยฟรีแถมยังห่อกับบ้านด้วย ได้ทิปด้วย เพื่อน มันคุ้มมากเลยค่ะ ทำได้ 2 เดือนก็ได้งานช่างผม งานช่างผมที่ร้านซาลอนคนไทยเป็นสปาด้วย ที่Wimbledon Park ติด กับ Wimbledon Station ซึ่งเป็นสถานีใกล้สนามเทนนิสของอังกฤษและใกล้วัดไทยค่ะ การทำงานก็ทำทุกอย่างที่ร้านทำผมเขาทำกัน แต่ต้องมาปรับเรื่อง การทำผมให้ฝรั่ง กับผมคนไทย นิดหน่อย แต่เราจะเคยชินกับงานที่ซาลอนในไทยเพราะเป็นร้านดดัง มีฝรั่งมาทำเลยโอเคย วันหยุดก็เอาเวลาไปเรียนภาษาเพิ่มค่ะ สนุกสนานค่ะ ได้รู้จักทั้งเพื่อนคนไทยและต่างชาติ ช่วงนั้น มีสังคมบ้าง แต่ทำได้แค่ 2 ปีมาตั้งท้องเลยไม่ได้ทำต่อค่ะ

พูดภาษาอังกฤษได้ปานกลางค่ะ สามารถไปทำธุรกรรมทางธนาคาร โรงเรียน โรงพยาบาล ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งคนแปล เรามาอยู่10 ปีแล้วไง ฮาฮา มันซึมซับน่ะ อีกอย่าง มีลูกเรียนไปกับลูกด้วยค่ะ ภาษาอังกฤษไม่ไม่อยากเท่าไหร่น่ะ ถ้าเราต้ังใจเราทำได้ค่ะ แต่สำเนียงคนอังกฤษฟังยากมาก สำหรับเราน่ะมันเน่อๆ คนที่นี่พูดไม่เหมือนในทีวีหรืออาจาร์ยที่สอนเลย มาช่วง 6เดือนแรกคือไปเรียนในลอนดอนเลยค่ะ จันทร์ถึงศุกร์เลยค่ะ เลิกบ่ายโมง เพราะ เราอยากทำงาน มันเหงามากๆ เราต้องรีบหาอะไรทำเราอยากมีรายได้ด้วย เราไม่ชินกับสำเนียงอังกฤษ อีกอย่างสามีเราไม่ใช่คนอังกฤษด้วย ใช้เวลาฝึก 1ปี ค่ะ เราก็สามารถสื่อสารในการทำงานน่ะค่ะ แต่โชคดี งานเรา เป็นงานทำผม อาจจะไม่ต้องพูดหรืออธิบายมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ชอบความเป็นส่วนตัว อาจจะมีถาม ดินฟ้า อากาศบ้างแค่นั้นค่ะ แต่เราก็ยังต้องฝึกเเละเรียนรู้ตลอดน่ะค่ะ ที่นี่ก็มีเรียนฟรีด้วยน่ะค่ะ ตามโบสถ์ หรือ ตาม Community ที่เราอยู่น่ะค่ะต้องลองถามเพื่อนคนไทย หรือปัจจุบันก็จะมี เฟสบุคกลุ่มที่เราสามารถถามอะไรได้ทุกอย่าง จะมีคนไทยที่มีประสบการ์ณมาแชร์ ให้น่ะค่ะหรือสามีเราดู เพราะภาษามันสำคัญมาก ยิ่งเก่ง งานยิ่งดี และมีโอกาศที่ดีมากขึน อยากให้เพื่อนๆรู้เลยค่ะ ภาษาสำคัญมาก ใครเก่งได้เปรียบหลายด้านเลยค่ะ ยิ่งถ้าเรามีลูก การติดต่อทางโรงเรียน ส่วนใหญ่จะทางออนไลน์เกื่อบหมด เราต้องอ่านเช็คเองทุกอย่างค่ะ ยิ่งตอนนี้ก็กำลังจะอ่านสอบทำใบขับขี่อยู่ค่ะ ยากอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรใจสู้ต้องทำได้ค่ะ สามารถพูด และเข้าใจภาษาบัลแกเรียนได้นิดหน่อย เพราะสามีเป็นคนบัลแกเรียนค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอังกฤษ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

การปรับตัว :ส่วนตัวว่าไม่ยากน่ะค่ะ คิดว่าทุกคนทำได้ค่ะ ปีแรกจะยากทุกคน ปีที่ต้องปรับตัว เรื่องแรกคือ อากาศหนาวนี้ละค่ะ เราต้องสู้กบมันเพราะเราคนเมืองร้อนน่ะ เพราะอากาศที่นี่จะเปลี่ยนทุก2 ซม.ดูในมือถือเชื่อได้ครึ่งน่ะค่ะ หนึ่งวันมี หนาว ลม ฝน ครึ้ม แดดออกบ้าง บางวันหิมะ ถ้าหนาวน่ะค่ะ เราต้องเตรียมเสื้อกันหนาวที่คิดว่าเราอุ่นน่ะ ผ้าพันคอด้วย หมวก ถุงเท้าอุ่น ถุงมือน่ะ เรามีประสบการ์ณ มาอยู่ หนึ่งอาทิตย์ เราป่วย เป็นทอมซิลอักเสษค่ะ สาเหตุ คือ ไม่ชินกับอากาศ สามีพาไปเที่ยวในตัวเมืองลอนดอน ไปเช้ากลับค่ำ เอาเสื้อกันหนาวไม่อุ่นพอ เพราะ ตรงแม่น้ำเทมส์มันหนาวก็ที่บ้านเป็นแม่น้ำ กลับมาป่วยเลย แล้ว โรงพยาบาลที่นี่ก็ช้าๆ เพราะหมอ เเพทย์ ไม่เพียงพอ ถ้าสามารถรวย ก็สามารถเข้าเอกชนได้เลยน่ะ แต่เเพงมากๆสำหรับเรา. เพราะเฉพาะนั้น คนที่นี่จะรู้กันดีว่า ต้องดูเเลตัวเองดีๆ อย่าให้ป่วย ยิ่งตอนนี้ช่วงไวรัสน่ะ อะไรก็เปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ที่สำคัญดูแลตัวเองเรื่องอากาศ ดีที่สุดค่ะ (เวลาจะออกข้างนอกฤดูหนาว อย่าอาบน้ำน่ะค่ะ ปีแรกน่ะ )เพราะมันจะหนาวกว่าเดิม ให้อาบก่อนนอน เพราะตอนเรามาอยู่เเรกชินกับการอาบน้ำทุกเช้า พอเราเข้าบ้านรีบดื่ม ชา อบอุ่นร่างกาย ชาอังกฤษอร่อยค่ะ คนอังกฤษชอบดื่มชา ปรับตัวเรื่องภาษา ปีแรกไม่ชินสำเนียง ยิ่งอังกฤษมีหลายชาติมาอยู่น่ะ สำเนียงอาจจะฟังยากออกไปอีก แต่ผ่านปีเเรกก็ชินค่ะ

เรื่องอาหาร หากินง่ายน่ะ แต่ระวังเรื่องกลิ่น น้ำปลา ปลาร้า อาหารกลิ่นเเรงๆ อันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องด้วย เราก็มี สามีไม่ชอบกลิ่นปลาร้า น้ำปลา แต่ก็ไม่ได้ห้าม เราก็ทำกินตอนเขาไม่อยู่ ที่อยู่อาศัย คนที่ชอบความเป็นส่วนตัว มีระเบียบ วินัยและ สะอาดน่ะค่ะ ถ้าเราปรับทำได้ก็จะไม่มีปัญหา เช่น หลังสี่ทุ่มไม่ส่งเสียงดัง วันอาทิตย์ไม่ทำเสียงดัง หรือ การจอดรถหน้าบ้าน เราเช็คกฏหมายบ้านเขา คือ เพื่อนบ้านอาจ รีพอร์ท เราได้ เราอาจจะมีจดหมายเตือนหรือเสียค่าปรับค่ะ หรือ ถ้าเรามีลูกน่ะค่ะ คนที่นี่กฤหมายคุ้มครองเด็กเเรง จะไม่ตีลูก ไม่ใช้ความรุนแรง ถ้าข้างบ้านได้ยินหรือเห็นเขาก็อาจจะรีพอร์ทเราได้ เรื่องสังคมวัฒธรรมก็ไม่อยากค่ะ ที่นี่ให้ความสำคัญเรื่อง คริส์มาสกับ อิสเตอร์ เขาก็จะมีเขียนการ์ค แลกของขวัญกันค่ะแต่เราว่าไม่อยาก สิ่งที่ยากสุดคือ เรื่องอากาศและภาษาในปีแรกๆนีละค่ะ อื่นๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสังคมและที่ๆเราอยู่ด้วยน่ะค่ะ ที่นี่ก็จะมีย่านที่ไม่ปลอดภัยอยู่บ้างก็ถามๆสามีดู เราก็เลือกๆอยู่ เลี่ยงๆ เพราะบางทีก็อาจจะมีการบลูลี่คนเอเชียอย่างเราบ้าง แต่โดนส่วนตัวยังไม่เคยเจอน่ะ เราก็จะมีเซนส์อยู่ว่าไม่ปลอดภัยและไม่โอเค ก็ห่างๆออกมา ยังไงก็ขอเป็นกำลังให้ทุกคนน่ะค่ะ ไม่มีอะไรยาก ง่าย ถ้าใจเราสู้น่ะค่ะ ถ้าสู้ไม่ไหว ที่มีมีกลุ่มคนไทยในเฟสบุคคอยช่วยมีหลายกลุ่มค่ะ เราจะไม่รู้สึกโดดเดียวค่ะ เพราะที่นี่กฤหมายสิทธิก็เเรงน่ะค่ะ เราคิดว่า การได้มาอยุ่ที่นี่คือ โอกาสค่ะ ถ้ามาแล้วต้องสู้ อดทน ขยัน ประหยัด สร้างอนาคตได้แน่นอนค่ะ เพราะสวัสดิการบ้านเขาดีค่ะ ค่าเงินก็เยอะน่ะ ฮาฮา การศึกษาบ้านเขาก็ดี สิ่งที่แพลนไว้น่ะ คือ ลูกเรียนจบ เรากับสามีจะย้ายกลับไทย มาแล้วต้องสู้ค่ะ

ลักษณะนิสัยคืออะไรของคนอังกฤษโดยทั่วไปแล้วคนในอังกฤษนชอบทำอะไร และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอังกฤษเป็นอย่างไร(บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงอังกฤษเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอังกฤษเป็นอย่างไร

นิสัยคนอังกฤษทั้วไป :ส่วนตัว ถ้าเราไม่รู้จัก น้อยคนมากจะทักทายหรือยื้ม อาจจะมีบ้าง คนสูงอายุทักทายเรา หรือ ผู้ชายน่ะ แต่ถ้าเรารู้กัน คนอังกฤษโดยส่วนมากจะรักษามารยาท ปากหวานต่อหน้า แต่เราไม่รู้หรอว่าจริงใจใหม? ไม่อวยรวย สะอาด พูดชื่นชม และให้กำลังใจ และรักความเป็นส่วนตัวมากๆ ค่ะ และชอบพูด ขอโทษ เวลาไปห้าง เดิน ชน หรือ รบกวนเราอะไรประมาณนี้ คิดว่านิสัย แตกต่างกันตามอายุน่ะค่ะ เด็กอังกฤษ ก็จะแตกต่างกันส่วนมากจะเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเองมากๆ ไม่เคยสนใจคนรอบข้าง เพือนๆ ถ้าเขาคิดว่าเขาถูกน่ะ แต่เขาจะฟังแม่เขาน่ะ สิ่งที่ชอบ คือ เขาทำผิดเขาจะฟังแม่และยอมขอโทษ เราเคยมีประสบการ์ณ เวลาพาลูกไปเล่นพาร์ค ถ้าลูกเขามารังแกลูกเรา เราเห็นเราสามารถไปบอกเขาดีๆ เขาก็ฟังน่ะ ถ้าไม่ฟัง เราสามารถไปบอกพ่อแม่เขาได้ พ่อแม่เขาก็จะสอนลูกเขาให้ขอโทษถ้าผิด แต่เขาจะถามลูกเขาก่อนว่าทำไม วัยรุ่น เท่าที่เจอตอนทำงานช่างผม มั่นใจในตัวเองมากๆ มั่นใจที่ทำได้ทั้งที่ก็ไม่ใช่จะออกมาดี เขาจะรับผิดหน้าที่ดี ตรงต่อเวลา เรื่อง ความสะอาดบางคนขึ้เกียจ บางคนก็โอเค ไม่ค่อยคุยอวด ไม่ชอบนินทาคนอื่นด้วยน่ะ มีอะไรก็พูดตรงๆ สมุติถ้าโกรธ พรุ่งก็หาย พูดดคุยทักทายเหมือนเดิม ผู้ใหญ่ กลุ่มแม่ๆน่ะค่ะ สุภาพ มารยาทดี ไม่โอ้อวด พูดจาดี บางคนก็หยิ่ง แต่จะตรงต่อเวลา มีระเรียบ สะอาด จัดการอะไรทำตั้งแต่เนินๆ เคยไปบ้านเพื่อนของลูก เขาชวนไปดื่มที บ้านช่องสะอาด เขาจะทานเป็นเวลา

ทำRoutine ให้ลูกเขา ว่าต้องทำอะไรบ้างแต่วัน เหมือนฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย ทานข้าวก็เป็นเวลา เขาจะไม่ตะโกน ใส่ลูกเขาน่ะ แต่จะพูดจาดีกับลูก เท่าที่เจอน่ะ มีเคยเจอ อีกผู้หญิงวัยกลางคน พูดจา ไม่รู้เรียกว่าบลูลี่เราไหม ตอนนั้นเรา ไปซื้อของในห้าง และเรามีพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวคนบัลแกเรีย ขณะรอคิวจ่ายตังค์ เราก็พูดคุยกับพนักงานเพราะเราคุ้นเคยกัน พนักถามเราว่าน้องคนนี้ใคร?เราตอบว่าพี่เลี้ยงลูก ผู้หญิงวัยกลางคนนั้นพูดขึ้นมา ว่า” หวังว่าเขาคงจ่ายค่าแรงเธอในราคาที่โอเคน่ะ”เราได้ยินก็แคมองหน้าเขาไม่ได้พูดอะไรค่ะ คือ อยากบอกว่า บอกที่เราอาจจะ เเบบนี้บ้าง ก็เลี่ยงๆน่ะค่ะ ถ้าไม่ได้รุนแรงอะไรมาก คนสูงอายุเวลาเห็นตามถนน ส่วนมากจะพูดทักทายเราก่อน โดยเฉพาะถ้าเรามีลูกไปด้วยเขาจะคุยกับเด็ก เวลาเขาพูดก็จะสร้างอาร์มตื่นเต้น เช่น เธอเก่ง เธอโชคดีที่สุด ว้าว !!เยี่ยม เด็กก็จะชอบ คนอังกฤษส่วนใหญ่ชอบเด็ก ให้ความสำคัญกับเด็กมากๆ และกฏษหมายคุ้มครองเด็กที่นี่เคร่งมากด้วยค่ะ เขาชอบช่วยแม่ลูกอ่อน คนท้อง หรือคนชราน่ะ เขาจะถามเลยว่าคุณโอเคไหม เคยตอนนั้นเราต้องยกรถเข็นลงบันได้ ก็จะมีคนช่วยเสมอ หรือยกกระเป๋าเวลาเดินทางในสถานีรถไฟมีคนมาช่วยยก หรือถามเราเลย ตอนท้องหรือบางทีเห็นเราถือของหนักบ้างน่ะ แต่บางทีเราก็เจอ คนชรามีบ่นให้เรา คือ ตอนนั้นเราจอดรถเข็นจะหยิบกระดาษมาเช็ดน้ำมูกให้ลูก เขาก็นั่งรถWheelchair มาบ่นว่า มาจอดขวางอะไรตรงนี้ คนเขาจะไป บลาๆ คือ บ่นเยอะมาก เราก็ถ่อยให้แล้วน่ะ ครูที่โรงเรียน เขาฝึกหรือสอนเด็กให้มีวินัยดีมากๆ วินัยในการอยู่ในสังคม การเข้าคิว รอคิวก่อถ้าอยากเล่น จะไม่สอนให้ใช้อารมณ์ในแก้ปัญหา สอนให้เด็กเชื่อมั่นในตนเอง เราชอบระบบโรงเรียนของที่นี่มากหรือเขาให้ความสำคัญกับเด็กมากๆค่ะ ทุกเรื่องเลย สรุปโดยรวมๆ เราถือว่าคนอังกฤษน่ะ นิสัยโอเคน่ะค่ะ เราชอบน่ะค่ะ เพราะทุกที่ก็มีดีไม่ดีบ้างแต่รวมๆที่นี่คนมารยาทดีค่ะ คนอังกฤษชอบออกมาตากแดด ปิกนิกที่พาร์ค และ บาบิคิวถ้าอากาศดี เขาจะเเพลนแต่เนินๆเช็คอากาศไว้เลย ชอบสรรค์สรร และดื่มมากๆ ถ้าไม่ติดโควิด ทุกพาร์คเต็ม หรือผับน่ะ ช่วงสปริงกับซัมเมอร์จะคึกครื่นมากๆและเขาชอบดื่มชา มากๆ เขาจะมเวลาดื่มชาTea break และชาบ้านเขาก็อร่อยน่ะค่ะขนม เค้กด้วย เขาให้ความสำคัญกับคริสต์มาสและอิสเตอร์ มีฮัลโลวีนด้วย ก็จะมีกิจกรรมให้เราได้ทำ ร่วมกับครอบครัว คริสต์มาสก็มีการ์ด ของขวัญ ทำกับข้าว จะให้ได้ตามห้าง จัดตกแต่ง มีของมาขายแต่เนิ่นๆเลย ค่ะ ทางโรงเรียนก็จะมีกิจกรรม ด้วย เชื่อมกับหมู่บ้านที่เราอยู่ ตกแต่งไฟตามบ้าน และเราร่วมทำด้วยสนุกดีน่ะค่ะถ้าเรามีลูกน่ะ อิสเตอร์ ก็กิจกรรมต่างๆพวก หาไข่ช็อคโคเเล็คเราก็เอาไปซ่อนตามสวนในบ้านเด็กก็ถือตะกร้าไปหา หรือไปก็พาเด็กไปที่พาร์ค เราเอาไปซ่อนให่้เด็กตามหาไข่ มีดินเนอร์ คล้ายๆวันคริสต์มาสแต่อาจจะไม่มีของขวัญ แต่จะเป็นพวกไข่หรือกระต่ายช็อคโกแล็กแทน หรือถ้าชาวคริสต์จริงอาจจะเข้าโบสถ์ในวันคริสต์มาสและอิสเตอร์ด้วยเพราะชาวอังกฤษบางคนก็เคร่งน่ะค่ะ โดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนโบสถ์เขาจะเคร่งมากๆให้เด็กมีร้องเพลงในโบสถ์มีสอนคัมภ์ไบเบิลด้วย เพราะแถวบ้านก็จะมีพวก คอมมิวนิตี้อยู่ 2แห่ง เขาจะมี อาสาสมัคร มาสอนภาษา สอนพิเศษให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆฟรี มีกิจกรรมต่าง มีของเล่น เขาก็ไม่ได้บังคับให้เราเขาศาสนาน่ะ ถ้าได้มาอยู่ โบสถ์คริสต์นี่ละค่ะ จะมีสอนภาษาฟรี กิจกรรมต่างเกี่ยวกับเด็กด้วยครูอาสาก็อรรถยาศัยดีทุกคนเลยค่ะเขาสามารถให้คำแนะนำเราดีมากๆ เอาง่ายถ้าอยากฝึกภาษาก็มาที่โบสถ์แถวบ้านคุณนั้นและค่ะเราก็ทำแบบนั้นช่วงปีแรกๆค่ะอีกที่คือ ห้องสมุดค่ะ มีกิจกรรมต่างด้วยน่ะ โบสถ์และห้องสมุด วันฮัลโลวีน ก็จะมีกิจกรรมต่าง ทางโรงเรียน หรือ ที่บ้านค่ะ มีแต่งผี พาเด็กไปเคาะประตูขอขนมตามบ้าน ที่เขาติดไฟ ฟักทองฮัลโลวีนกันน่ะ สนุกมากๆเด็กชอบ ส่วนผู้ใหญ่แต่งผีก็ไปเที่ยวผับกัน ตามห้างนร้านก็ขายของเกี่ยวกับฮัลโลวีนประดับร้านกันค่ะ ปีใหม่ก็สนุกมากๆ ที่นี่ก็ฉลองกันยันเช้า รถไฟ บัสก็ฟรีน่ะช่วง 23:30ตี่4.30 จุดพุไฟ ดื่มเเชมป์เปญกัน

ครอบครัวคนอังกฤษ เขาจะรักครอบครัว มาเป็นอันดับหนี่งเลยค่ะ ไม่สนใจคนรอบข้างชอบความเป็นส่วนตัวมากๆไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นค่ะ บางครอบครัวนี้เป็นส่วนตัวมากๆ เราต้องดูน่ะค่ะ บางคนเขาไม่ชอบพูดคุยมาก แค่ทักทายตามมารยาทจบ เวลาเราไปพาร์คก็ต้องดูลูกด้วยว่าจะไปจับของเล่นลูกเขาไหม บางครอบครัวเขาถือมากๆน่ะค่ะ บางครอบครัวเขาก็ชอบความเป็นส่วนตัว เราอาจจะไม่ใช่สะใภ้อังกฤษ แต่ก็อยู่อังกฤษมา 10 ปีน่ะ และหมู่บ้านเราอยู่ก็เพื่อนบ้านก็จะคนอังกฤษอยู่ซะส่วนใหญ่เวลาเห็นเราบางคนทักทักทายตามมารยาทแต่บางคนก็ไม่ทักเลยอยู่ใครมัน คือที่นี่น่ะค่ะ จะไม่ใช้ความรุนแรง ทะเลาะกันน่ะ ถ้ามีอะไรก็จะ รีพอร์ท เคยเจอ คือ สามีจอดรถตู้ขางถนนหน้าบ้าน เป็นถนนส่วนบุคคลน่ะค่ะ เรามีรถสองคน รถเก่งจอดหน้าบ้าน เราโดน เจ้าหน้าที่มาเคาะประตูบอกเพื่อนบ้าน รีพอร์ท ว่า จอดรถตู้บดบังวิวเขา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าใคร ที่นี่จะมีระเบียน วินัยเยอะมากๆ เราต้องศึกษาน่ะค่ะว่า สังคมและสภาพเเวดล้อมที่เราอยู่เป็นยังไง ดู สังเกตดูค่ะ เพราะมีอะไรให้เราได้ปรับตัวเยอะมาก แต่ในทางที่ดีน่ะค่ะ เราชอบน่ะ เพราะคนที่อยู่กันหลายชาติ และกฏหมายเคารพสิทธิและการเหยียดก็เคร่งเหมือนกันค่ะ

คนบัลแกเรียน นิสัยคล้ายๆ คนไทยน่ะค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงก็บางคนหยิ่งบ้าง โดยร่วมเเล้ว ตลก อาร์มณ์ดี คล้ายๆคนไทย ผู้ชาย บางคนก็เจ้าชู ดื่ม สูบบุหรี่บ้างแต่สามี ไม่เจ้าชู้ รักครอบครัว ก็ไม่ชอบดื่มเหล้า ไม่เจ้าชู้ ไม่สูบบุหรี่ รักลูกและครอบครัวมากๆ แต่เเค่เขาจะไม่ทานเผ็ด ชอบทาน โยร์เกริตกับ นมสด ทานอาหารที่สะอาดมากๆ เคยไปประเทศเขารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้มากๆ อาหารที่สะอาด ร้านที่ขายพวกอาหารค่ะแต่คนบัลแกเรียนส่วนใหญ่สูบบุหรีกันเยอะน่ะค่ะ สามีและครอบครัวไม่สูบน่ะ คนบัลแกเรียน ชอบไปทะเลมาก ชอบอาบแดดกันหน้าร้อน เพราะหน้าหนาวบ้านเขาก็ติดลบ20+ขึ้นไปเลยค่ะ พวกเขาชอบทานมะเขือเทศกับแตงกวา กับซีสเค็มสี่ขาว ไม่ชอบทานเผ็ด ชอบทาน เหล้า ระเคีย ที่ทำจากองุ่นสะกัด ทานก่อนอาหาร ห้า นาที คิดว่านิสัย ฝรั่งยุโรปน่ะก็จะคล้ายๆกันน่ะค่ะ ต่างคนเอเชีย โดยเฉพาะ คนไทย สยามเมืองยิ้ม นอบน้อม ถ่อมต้น อัทธยาศัยดี เป็นมิตร ฝรั่ง ส่วนมากจะไม่ค่อยยิ้มให้่ก่อน ถ้าใครมาอยู่ก็ต้องเข้าใจไว้น่ะค่ะ แต่เราคนไทย ยิ้มให้ก่อน ทักก่อน ไม่มีปัญหาเลยค่ะ เเต่ดูก่อนว่าเขาโอเคระดับไหน เเพทเอง เจอพวกเเม่ๆที่โรงเรียน เจอครู คนรุ้จก เราจะยิ้ม และทักเขาก่อนเสมอค่ะ บางทีเขาก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง อีกอย่าง คือการแบ่งปันน่ะค่ะ เวลาเราไปรับลูกเราชอบเเบ่งขนมให้เพื่อนๆของลูกฝึกให้ลูกเราเเบ่งปันแต่เราต้องถามแม่เขาก่อนว่าได้ไหม เพราะบางคนเขาก็ไม่ชอบให้ลูกทานของจากใคร หรือลูกเขาอาจจะเเพ้ หรือเราไปพาร์คเราก็ชอบเอาขนมหรือของเล่นไปเผื่อเพื่อนของลูกๆ เเต่ต้องเลือกแบบห่อแบบไม่เเกะน่ะค่ะ บางคนเขาถือ แต่บางคนก็ไม่ถือค่ะ มันเป็นการสร้างมิตรน่ะค่ะ มิตรภาพต่างแดนเราเริ่มก่อน ไม่อยากให้คิดมาก ฝรั่งเขาลืมเร็วน่ะค่ะ ไม่เข้าใจกัน โกรธ เคลียร์ จบ พรุ่งมาก็ลืมค่ะ

Bulgarian Traditional Salad – สลัดบัลแกเรีย – Photo Pixabay.com

ค่าครองชีพที่อังกฤษ เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองซีพ 1.ค่าเช่าบ้าน และ ราคาบ้านอย่างเเรกเลยค่ะ สูงมากๆ โดยเฉพาะในเขตในลอนดอนน่ะค่ะ ไม่ว่าจะเกิดสถานะการ์ณอะไรขั้น ก็ยังเเพง เช่น ค่าเช่าบ้านที่เเพทอยู่น่ะค่ะ 5ห้องนอน ค่าเช่าเดือนละ สองพันปอนด์ เงินไทยก็แปดหมื่นห้าพันบาทไม่รวมค่าน้ำไฟ เเก๊ส หรือค่า ภาษีบ้านก็แพงค่ะ เขตที่เเพทอยู่ก็เดือนละสองพันกว่าปอนด์ต่อปีเงินไทย ประมาณเก้าหมื่นห้าค่ะ มันจะมีค่า ขยะ ทีวี หรือ บางทีมีค่าจอดรถ ด้วยค่ะ ทุกอย่างที่ว่ามาคือเเพงค่ะ แต่ถ้าซื้อ ราคาอยู่ที่ห้าแสนแปดหมื่นห้าพันปอนด์เงินไทย ยี่สิบสี่ล้านห้าแสนกว่าบาทไทยค่ะ ราคาขึ้นทุกปีเลยน่ะค่ะ เรียกได้ว่าใครมีเงิน ทำธุรกิจ เช่าบ้าน ขายบ้านนี้รวยจริงๆค่ะ สงสารแต่คนเช่านี้เเหละ ฮาฮา คือต้องทำงานหนักมาจ่ายค่าเช่าบ้าน คนที่นี่ส่วนใหญ่ ถึงเเบ่ง เเชร์ให้เช่าเพื่อนลดค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ แต่ราคาก็ต่างกันออกไปตามเขตที่คุณอยู่น่ะคะ 2. ค่าเดินทาง เเพง ถ้าเดินทางรายวันเเพงมาก แต่ถ้าจ่ายเป็นรายเดือนจะถูกลงมาหน่อย ที่นี่จะใช้บัตร Oyster Card ใช้ได้ทั้งรถเมล์ ไฟและรถไฟใต้ดิน จะเลือกเป็นเติมเงินหรือ หรือจ่ายรายวีค หรือ เดือน ได้หมด ที่นี่จะเเบ่งเป็นโซน 1-9 ถ้าคุณไป หรือผ่านโซน 1-3 (Zone 1เป็นโซนในลอนดอน Zone2-3 อยู่ย่านเศรษฐกิจ) จะแพงค่ะ จะซาร์ทในบัตรเรา 5-7 ปอนด์ คือ ถ้าจะ ไชน่าทาวน์ หรือเข้าในเมืองดูสะพานลอนดอนหรือพระราชวังน่ะ เตรียมจ่ายเลย ไปกลับ สิบปอนด์ หรือ ห้ารอยบาทไทย เขามีระบบดีมากน่ะค่ะ แตะเข้า อย่าลืมแตะบัตรออกด้วย ถ้าลืม เขาถือว่าโกง เเล้วหักในบัตรคราวต่อไป ปรับดับเบิล เลยน่ะค่ะ เคยหลายครั้งมากเพราะเรามีลูก บางทีลืมแตะบัตรออกค่ะ แต่นั้งรถเมล์จะมีโปร คือถ้าเราต่อรอมากกว่า สามครั้ง เขาจะไม่ชาร์ทครั้งต่อไปค่ะ แต่บางทีก็นานๆน่ะค่ะ 3.ค่าอาหาร เเพงค่ะ ในร้านต่างๆ คนที่นี่ส่วนใหญ่จะเลือก ทำทานกันเองที่บ้าน และจะเลือกไปทานตามโอกาศต่างๆค่ะ เคยจัดเกิดให้ลูก ร้านอาหารไทยหมดไปเกือบห้าร้อยปอนด์ ค่าอาหารเครื่องดื่มน่ะค่ะ อาหารไทยก็แพง จานละ อย่างข้าวผัดแปดปอนด์ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเอเรียน่ะค่ะก็ไม่ต่างกันมาก เเต่เราเข้าใจน่ะค่ะ เพราะค่าเช่าทีเขาก็เเพงค่ะ ไม่แปลกใจว่าฝรั่งทุกคนที่นี่จะทำกับข้าวเป็นเกื่อบทุกคน เพราะฝึกทำกินแต่เล็ก เเพทก็สอนลูกค่ะ พวก เเพนเค้ก คุกกี้ แซนวิส คัพเค้ก บ้างค่ะ เขายังเด็ก พอโตก็เริ่มเมนูมากขึ้น ที่นี่จะชอบห่อข้าวไปทานที่ทำงานน่ะคะจะได้ประหยัด คนที่นี่ใครห่อข้าวไปทาน หมายถึง ที่ทำงานบ้าง หรือ เวลาปิกนิค พาร์ค ข้างนอก เขาจะชม ว้าว คุณโชคดีมาก Lucky you…เขาจะขายของเป็นเวลา เป็นที่ ไม่เหมือนบ้านเราค่ะ เราต้องเตรียมของกิน ของใช้ โดยเฉพาะเรามีลูกค่ะ เพราะในร้านก็จะมีขายพวกเเซนวิสบ้างแต่มันก็ไม่สดน่ะ เรื่องอาหาร ที่นี่ก็มีที่หรือร้านที่ช้่อปราคาถูกค่ะ เราก็เลือกค่ะ มีหลายห้างWaitrose ของจะเเพงหน่อย แต่ของเขาดี อร่อย แต่บางอย่างน่ะ ฮาฮา Sainburry’sราคากลางTesco ,Iceland ,Lidlราคาก็จะถูกลงมาหน่อย Costco ร้านขายส่งดีมากๆ Poundlandขายทุกอย่างหนึ่งปอนด์ เราชอบมากๆ ร้านอินเดียขายของชำ ขายผัก ผลไม้เครื่องเทศที่มาจากเอเซียบ้านเรา ร้านตุรกีขายผักผลไม้เครื่องเทศที่มาจากฝั่งยุโรปแขกขาว บัลแกเรียน กรีซ แต่ร้านนี้จะไม่ขายหมูเป็นอิสลามค่ะ นอกนั้น ร้านเกาหลี ร้านจีน ร้านเวียนนาม ขายของไทย เขาก็มีตลาดคนเดินด้วยน่ะค่ะ ขายปลา ผัก

คล้ายๆ ตลาดบ้านเรา อยู่Fulhamค่ะ ถ้าเราจัดการค่าใช้จ่าย การ กิน อยู่ เลือกซื้อ ทำทานเอง ก็ประหยัด อยู่ได้ แบบสบายเลยค่ะ คำนวนทานไม่หมดก็เเบ่งเข้าช่องเเข็งไว้ค่ะ

ค่าจอดรถ ค่าปรับก็แพงมากๆเลยน่ะค่ะ เข้าใจว่าอังกฤษคนมาอยู่กันเยอะและทุกคนเคารพกฎหมาย ใครฝ่าฝื่นเสียค่าปรับ เขาก็จัดระเบียบบ้านเขาน่ะ

จะบอกว่าที่นี่เเพงหลายอย่างค่ะ มากกว่า สามสิ่งเลยค่ะ (คุณ เเพทหัวเราะ)

1.สิ่งคุณค่า สมราคา อันแรก เเพทว่าค่าแรงเขาโอเคน่ะค่ะที่นี่จ่ายเป็นชั่วโมง ค่าเเรงขั้นตำตอนนี้อยู่ที่ชั่วโมงละ 8.72ปอนด์ขึ้นไป(25ปีขึ้นไป) เงินไทย 350 กว่าบาท วันหนึ่งทำเเค่ 8 ชม.อันนี้เเค่ขั้นต่ำน่ะค่ะ แต่ค่าเเรงถ้าอายุต่ำกว่านี้ก็จะถูกลงมาหน่อยน่ะ สำหรับเเพทว่าโอเค กว่าบ้านเราเยอะเลยค่ะ ภาษี 20% + ประกันสังคน 6% แต่ทุกอย่างที่เขาเก็บมันเป็นเกษียณน่ะค่ะ และรายได้เราต่ำกว่าที่เขากำหนด ก็ได้ภาษีส่วนที่หักไปคืนตอนสิ้นปีค่ะ

2.สิ่งที่สองคือ พวกเสื้อผ้าแบรนด์หรือของใช้ต่างๆ เวลาลดราคา โดยเฉพาะ หลังคริสต์มาสเรารู้สึกว่าได้ของดีเเละคุ้ม เพราะที่ของเขาดี คุณภาพโอเค ที่จะมีอยู่หลายร้าน เท่าที่ทราบก็จะมีTkmaxx เเละอีกร้าน ร้าน Charity Shop อังกฤษ เราชอบไปดู บางมันจะมีของเก่าๆ แบบสไตล์อังกฤษเเท้ๆ ดังเดิม เเละราคาไม่แพง และเงินที่เราจ่ายไปเขาเอาไปช่วยเหลือมุลนิธต่างในอังกฤษด้วยค่ะ ที่ถ้าพวกเสื้อผ้า ของใช้เก่า สภาพดีเขาจะเอาให้ร้าน Charity shop กันค่ะ หรือบ้างคนเขาก็จะเอาออกมาวางไว้หน้าบ้านถ้าเขาไม่ใช้ก็จะมีเขียนบอกหยิบไปได้เลย ซึ่งเราก็เคยทำน่ะ พวก คาร์ซิทเด็ก หรือรถเข็นเด็กเอาไปวางไว้หน้าบ้านกันค่ะ 3.รถมือสองที่นี่ราคาถูกค่ะ ราคามีตั้งเเต่ห้าร้อยปอนด์ขึ้นไป จำได้สมัยก่อนตอนมาอยู่แรกๆสามีซื้อรถมือสองราคาเเค่พันสองปอนด์เงินไทยก็ประมาณห้าหมื่นบาทไทย เเต่ราคาประกันจะเเพงกว่าไทยน่ะ (คุณ เเพทหัวเราะ)

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของ การใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ

ข้อดี1.เป็นโอกาสที่ดีมากๆสำหรับทุกคนที่ได้มาน่ะเพราะที่นี่ถึงจะค่าครองสูงเเต่งาน เงิน สวัสดิการ. กฎหมาย การศึกษา เขาดีมากๆ เเรกเราอาจจะต้องปรับตัวบ้างเเต่พออยู่ไปก็ชินค่ะ อย่าให้ทุกคนวางแผน ถ้ามาอยู่ที่นี้ต้องหาอาชีพให้ตัวเอง เพราะปริญญาบ้านเราใช้กับที่นี่ไม่ได้ค่ะ พวกงานบริการ นวด ช่างผม เล็บจัดดอกไม้ โยค่ะ เเต่งหน้า ทำขนม อะไรพวกนี้ค่ะ งานทำความสะอาด เลี้ยงเด็ก คนชราก็เงินดีน่ะ ที่นี้เขาให้เกียจกันเรื่องการทำงานทุกงานเลยค่ะ ขอเเค่ขยันไม่เลือกงานมีอะไรทำ สามารถทำงานเก็บเงินสร้างอนาคตได้เเน่นอนค่ะข้อ2.เราสวัสดิการรัฐเขาดีมากๆเรื่องการ เด็ก ช่วยเหลือเเม่เลี้ยงเดี่ยว คนชรา คนพิการน่ะ โดยเฉพาะเด็กที่เกิดที่นี่จะรักษา ป่วย โรคประจำตัวอะไรฟรี เเละยังมีสวัสดอการอื่นเรียกว่า Child benefit อาจะไม่ข้อลงรายละเอียดมากเพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับเด็กมากๆค่ะ

ระบบการศึกษาเขาก็ดีมากๆถ้าลูกได้เรียนที่นี่ก็ดีกว่าค่ะข้อ3.ประเทศเขาสวยงามมาก มีเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆบรรยากาศดีช่วงสปริงกับซัมเมอร์ น่ะชอบค่ะ การคมนาคมสะดวกสบายมากๆ จะไปทาง เรือ รถ เครื่องบินสะดวก เที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน หรือยุโรปสบายมากๆเเละค่าเงินเขาเก็สูง ที่นี่จะมีฮอลิเดย์ให้ทุกๆปีคือ ไปเที่ยวเเต่ย้งจ่ายเงินเดือนตามปกติ Holiday payส่วนมาก ฝรั่งคนทำงานเขาก็จะเก็บเงินบวกกับฮอลิเดย์เพล์อันนี้ละค่ะไปเที่ยว พอหมดเงินก็กลับไปทำงานเหมือนเดิม ไม่ได้รวยอะไรอย่างที่เราเข้าใจน่ะค่ะ ว่าฝรั่งรวย เเต่บางคนงานดี เงินดี ก็มีบ้างค่ะ หรือบางคนก็ฐานะดีก็มีบ้างค่ะ เเต่เพียงเเค่ค่าเงินบ้านเขาสูงกว่าค่ะ

ข้อเสีย 1.เรื่องอของอากาศเลยค่ะ มาอยู่ 10 ปีแล้วยังไม่เบื่อกับอากาศค่ะ อากาศจะดี่ปลาย สปริง ปลายซัมเมอร์ ปลายเมษายนถึงปลายสิงหาคม ค่ะ จากนั้น ลม ฝนตก ครึ้มตลอด หนาว ยิ่งช่วงฤดูหนาว หนาวมากๆ เพราะอังกฤษเป็นเกาะกลางทะเลน่ะ ไม่ค่อยมีแดดเลย ขนาดในบ้านมีฮิตเตอร์น่ะ มันก็ยังมีหนาวบ้าง หิมะตกดูสวยอยู่แต่จากนั้นก็จะหนาว การขนส่งติดขัด ต้องเปลี่ยนล้อรถยนต์แบบกันเลื่อน เดินต้องระวังลื่น ถ้าตกแรงถึงขนาดปิดเรียนกันเลย คนก็จะเป็นหวัดกันเยอะช่วงหน้าหนาว แล้วก็มืดเร็วน่ะ บ่าย3 ครึ่ง พระอาทิตย์ตกดินละค่ะ คือทุกคนต้องรีบกลับบ้านกันน่ะ ถ้าไปรับลูกเพราะหนาวค่ะ บางวันมีลม ฝน ลูกเหน็บ แดดเเทบจะไม่มีเลย มันดูเศร้าน่ะ  ถ้าจะออกไปข้างนอกต้องใส่เสื้อผ้า คำนวนดีๆว่าอุ่นพอไหม ฝนจะตกไหม เวลาหนาวคิดถึงอากาศบ้านเรามากๆ แต่เสื้อกันหนาวดีๆ ร้องเท้าดีๆ ผ้าพันคอ หมวก ถุงมือ ดื่มชาอุ่นๆ ช่วยได้่ค่ะ ข้อ 2.เวลาเจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาล ที่นี่จะช้ามากน่ะค่ะ ถ้าเป็นหวัด ไม่ต้องไปหาหมอ ถ้าอาการไม่หนัก ที่นี่จะมี GP เราต้องโทรไปจองคิว เขาจะมีเวลาให้โทร ถ้าวันนั้นไม่มีคิวให้เราก็ ต้องไป Wailk in Hospital .คือเป็นโรงพยาบาลแบบบ้านเรา คือเดินเข้าไปกดบัตรคิวเลย และมีอีกทีคือ A&E เรียกว่า ฉุกเฉิน แต่ ระบบคือรอนานมากๆ แต่โชคดีเขาจะเเยก แผนกเด็กค่ะ เราเข้าใจน่ะค่ะ ว่าที่นี่หมอ และทีมเเพทย์ไม่เพียงพอ เขาจะรักษาคนที่อาการหนักมากๆก่อน ถ้าเราไม่หนักก็รอต่อไป แผนกเด็กก็เหมือนกันค่ะ เคยพาลูกไปหาหมอ ลูกเป็นหวัดไอ เขาจะถ้าลูกเรากิน ดื่มปกติไหม อึ ฉี่ปกติ เขาจะวัดความดัน ฟังเสียงหัวใจ ปอด เเค่นั้น บอกถ้ามีไข้กินพารา จบ หมอบอกเลย ว่าโรคหวัดหายเอง และไม่ต้องทานยาแก้ไขไม่มีประโยชน์ เหมือนเขาจะสอนให้เราต่อสู้กับโรคและหายเองหลังจากนั้นมีภูมิต้านทานอะไรประมาณนี้ คือถ้ามาที่นี่ พยายามดูแล้วตัวเองและครอบครัวอย่าให้ป่วยค่ะ โดยเฉพาะช่วงโควิดน่ะ แต่ก็ไม่อยากให้คิดมากกันค่ะ สวัสดิการเขาดีเรื่องรักษาพยาบาลแค่รอนานหน่อยค่ะ ข้อ3.สังคมอยู่ใครอยู่มัน ที่นี่ต่างกับบ้านเราน่ะค่ะ ผู้คนจะไม่สนใจ เราอาจจะต้องพึ่งตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะช่วงโควิด ทุกคนก็ต่างคนต่างกลัวโดยเฉพาะเราเป็นเอเชียน บางทีก็อาจจะโดนบลูลี่ได้ โดยส่วนตัวยังไม่เคยเจอเเบบหนักๆน่ะค่ะ แต่ตั้งแต่โควิดมาเรารู้เลยว่าสังคมเปลี่ยนมากเราต้องระวังตัวเรื่องนี้ด้วยค่ะ มันขึ้นอยู่กับสังคมและบ้านที่เราอยู่ด้วยน่ะค่ะหมู่บ้านที่เเพทอยู่น่ะโอเคเลยค่ะ ผู้คนถือว่าโอเคเป็นมิตร แต่ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น คนที่นี่เขาจะโทรให้ตำรวจมาจัดการเลย และตำรวจบ้านเขามาเร็วน่ะค่ะ  แต่ไม่ต้องกังวลค่ะเพราะกฎหมายเยียดก็เคร่งค่ะ ถ้ารู้สึกเหงาที่นี่ คนไทยเยอะค่ะ เรามาอยู่ก็เหมือนบ้านหลังที่สองแล้ว มีเฟสกลุ่มให้ปรึกษาหลายกลุ่มน่ะค่ะ เเพทเชื่อน่ะค่ะว่าเพื่อนเพื่อนสู้กับข้อเสียของที่นี่และการปรับตัวได้แน่นอนค่ะอย่างที่เเพทก็สู้มาแล้ว สิบปีแล้วน่ะค่ะ

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวอังกฤษ

ปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ เรื่องเเรกเลย คือเรื่องเงินค่ะ อันดับแรกเลย คือ ค่าสินสอด ที่ฝรั่งไม่เข้าใจ สามีแพทก็ไม่เข้าใจเช่นกัน และเเพทก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้จัดงานแต่งงานค่ะ เเค่จดทะเบียน และผูกข้อต่อแขนเล็กเรียกแค่ญาติสนิทเพราะแต่งแบบกระทันหัน สามีผมรักคุณอยากแต่งงานกับคุณ และพาคุณมาอยู่ที่อังกฤษต้องทำยังไง? เราก็อธิบายว่า แต่งกับหญิงไทย ต้องมีค่าสินสอดน่ะ มันอาจจะต่างกับประเทศคุณหรือชาติอื่น มันเป็ณวัฒนธรรมที่สืบทอดมา ผู้ชายทุกคนแต่งกับหญิงไทยก็ต้องยอมรับวัฒนธรรมนี้ เราได้อธิบายและโชว์รูปภาพ ต่างๆให้เขาดู ว่าสินสอดคือ เป็นวัฒนธรรมที่ดีสมัยโบราณที่ทำสืบต่อกันมา มันหมายถึงความกัตญูต่อพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรา และเราก็ตอบแทนบุญคุณเท่า และคนไทยทุกคนจะมีความกตัญญู เรายกตัวอย่างพ่อกับแม่เราให้เขาฟังว่าที่บ้านเราไม่ได้รวยน่ะ เราต้องดูแลพ่อกับแม่ ถ้าฉันแต่งแล้วไปอยู่กับคุณฉันก็ยังทำหน้าที่ตรงนี้อยู่ตามกำลังน่ะ แต่ว่า ค่าสินสอด สมัยนี่ส่วนมาก พ่อกับแม่จะให้คืนมาส่วนหนึ่ง เป็นเงินทุกให้เราไปสร้างความครัวด้วยกัน และอีกส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ให้ฉัน ถ้าวันหนึ่ง คุณทิ้งฉันกับลูก เพราะคนไทยถือ ถ้าหญิงม้าย แม่ร้าง สามีทิ้ง คือ มีตำหนิ หาสามีใหม่ยาก ถ้าคุณไม่ทิ้งฉัน วันหนึ่งเขาอาจจะคืนเงินให้กับเราก็ได้ ส่วนมาก เงินที่ให้ พ่อกับแม่จะฝาก หรือเอาไปซื้อที่ หรือวัวเลี้ยงเพื่อต่อยอด สุดท้าย มันก็เป็นตกมาเป็นสมบัติเราอยู่ดีภายภาคหน้า สามีเข้าใจ ยอมรับ แต่ตอนนั้นเข้าก็มีเงินแต่งไม่ค่อยเยอะหรอกน่ะค่ะเพราะเขาต้องเอาเงินไปเปิดร้านกาแฟ เราก็อธิบายให้พ่อเเม่ฟัง

แล้วท่านก็เข้าใจเราสองคนค่ะ เลยผ่าน มันมาได้ เรื่อง ค่าสินสอด เพื่อนท่านไหนจะเอาไปใช้ก็ได้น่ะค่ะ เรื่องที่2 . เงินส่งให้พ่อแม่ที่บ้าน ฝรั่งไม่เข้าใจน่ะค่ะ เราก็ได้มีการตกลงกันเรื่องนี้ คือ เราทำงานเราก็ส่งให้ที่บ้านไปเขาไม่ยุ่ง แต่พอเราไม่ได้ทำงาน เพราะต้องเลี้ยงลูก เพราะเรามาขอเขาเรื่องเงิน ก็เริ่มมีปัญหาละ เราเข้าใจเขาน่ะ เพราะเรามีลูกต้องดูเเล เขาหาเงินคนเดียว คือเราต้องเริ่มจัดการของเราเองละ คือ กรณีเเพทไม่ได้ทำงาน สามีให้เงินใช้จ่ายในบ้าน เเพทก็จะเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วเราก็จะส่งให้ที่บ้านเองเพื่อตัดปัญหานี้ เเต่เราจะขอเขาในวันเกิดพ่อแม่เราน่ะ ให้ขอขวัญโดยการส่งเงินให้เขาซื้อเอง และเทศกาลคริสต์มาสรุป หนึ่งปี สามีจะให้เงินที่บ้าน สามครั้ง คือ คริสต์มาส และวันเกิดค่ะ เราว่ามันก็โอเคเเล้วสำหรับเขาดูเเลเราและครอบครัวน่ะ แต่ถ้าเราเริ่มทำงานได้ก็อีกเรื่อง อันนี้ไม่ใช่ปัญหาเเล้ว เอาง่าย คือ พยายามอย่าคุณเรื่อง ส่งเงินไปที่บ้าน คือเราเก็บเงินเอง จัดการส่งเอง แต่ถ้าบ้านไหนพ่อกับแม่เป็นราชการหรือฐานะโอเค ก็อาจจะดีไป แต่สำหรับเเพทเองยังต้องดูเเลท่านค่ะ

ปัญหาเรื่องลูก. พอมีลูกแล้ว เข้าใจว่าเรารักลูกทั้งสองคน บางทีความคิด และวิศัยทัศน์ในการเลี้ยง วัฒนะธรรม การเลี้ยงการต่างกัน เขาฝรั่ง เราไทย ยังเเพทก็จะเลี้ยงแบบไทย ผสมฝรั่ง บ้างทีเขาก็อาจจะมีขัดบ้าง

เวลาลูกทำผิดเขาจะสอนแบบนี้ เราก็จะสอนแบบนี้ เรื่องก็จะมีเรื่องของอาหารของลูกบ้าง หรือเวลาลูกไม่สบาย บางทีเขาก็อาจจะมีว่าเราบ้าง แพทเข้าใจเลยว่าแต่ละบ้านอาจจะเจอปัญหาเรื่องลูกนี้ละคล้ายๆกัน จะหนัก เบาก็แล้วแต่ครอบครัวน่ะ แต่ท้ายแล้วเขาก็ยอมเราน่ะมีบ่นๆ แต่ด้วยความที่เขาไม่มีเวลา ทำงานเยอะ ก็จะปล่อยเราสอนลูกไปค่ะ

ปัญหาเรืองบุคลที่สาม อันนี้เราหมายถึง ญาติๆน่ะค่ะ คนไหนที่มาแล้วต้องมาอยู่บ้านพ่อแม่สามี ถ้าเจอดีก็ดีค่ะ โชคดี แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็เกิดปัญหาค่ะ เพราะ สามีรัก และยอมรับความเป็นตัวเรา แต่บางที พ่อแม่สามี หรือ พี่น้องเขา อยู่ไปนานเขาอาจจะรับไม่ได้บางเรื่องของเราน่ะค่ะ ฝรั่งส่วนใหญ่จะไม่ปรับ หรือเปลี่ยนแปลงน่ะค ส่วนมากเราน่ะค่ะที่จะต้องปรับและเปลี่ยนตามเขา อย่างเรื่อง อาหาร กลิ่นแรง เรื่องใหญ่มากๆสำหรับฝรั่งบ้านไหนที่ไม่ชอบ แต่จริงๆแล้ว อาหารไทยบางเมนูฝรั่งชอบมากๆค่ะ เราก็จะทำแต่เมนูที่อร่อยที่เขาชอบ แต่อาหารกลิ่นแรงเราก็แอบทำเวลาเขาไม่อยู่ สามีเขาไม่ชอบ กลิ่นปลาร้า มากๆ แต่เขาก็ไม่ห้ามน่ะ เราทำกินทานได้ค่ะ บางทีเรื่องลูกเรา ญาติฝั่งสามีอาจจะสอน แบบบ้านเขา และบางที่เขาอาจจะไม่ชอบให้เราเลี้ยงหลานเขาแบบที่เราสอนอะไรประมาณนี้ค่ะ อันนี้แล้วแต่ครอบครัวน่ะ แต่เราเจอมาค่ะ แต่ก็เคลียร์กันได้ค่ะ คือเป็นไปได้ ถ้าอยู่เป็นส่วนตัวจะมากค่ะ

ส่วนมากก็จะปัญหา เรื่องเงิน ลูก เรื่องเวลา ญาติพี่น้อง นิสัยไปกันได้ไม่ได้ พวกดื่มเหล้า เจ้าชู้ การพนันบ้าง เรื่องบนเตียงบ้าง ทัศนคติไม่ตรงกันบ้าง เเพทว่าก็คล้ายๆคนไทยน่ะค่ะ สุดท้ายเเล้ว ถ้าหมดความอดทน หมดความรักเเล้วก็ต้องจบ เเยกทางค่ะ ก็อยากฝากตรงนี้ไว้ว่า ให้ถามตัวเองว่าความสุขของเราอยู่ตรงไหน คิดดีๆ เพราะเวลามันเดินเร็วมากๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทุกคนจบตรงที่ครอบครัวที่อบอุ่นสร้างไปด้วยกัน ให้อภัย เพราะถ้าเราผ่านปัญหาไปด้วยกันได้ หมายถึงเรายิ่งรักกันมากขึ้นค่ะ เเต่ถ้ามันไม่ความสุขเลยไปต่อก็ทุกข์เรารู้คำตอบว่าจะต้องทำยังไงค่ะ เพราะที่นี่ก็มีกลุ่มคนไทยที่ช่วยให้คำปรึกษาอยู่ค่ะ คนไทยไม่ทิ้งกัน ไม่ต้องกังวลค่ะว่ามาเเล้วเกิดปัญหาเเล้วจะไม่มีทางออกค่ะ ก็อยากให้ข้อคิดเพื่อนค่ะว่า บางทีเรามาอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ให้เตรียมรับมือตรงนี้ด้วย เพราะเวลาเปลี่ยน คนอาจเปลี่ยน เเม้เเต่ตัวเรายังเปลี่ยนเลย บางที่เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าเราเองก็เปลี่ยนเหมือนกัน บางทีเราก็หันมาดูตัวเราก่อนว่าเราเปลี่ยนไปไหม สามีเรายังบอก ตอนที่เเพทไปฝังเข็มคุมกำเนิด หลังจากนั้น อารมณ์เปลี่ยน หงุดหงิด ปล่อย จนเราต้องไปเอาออก เพราะฮอร์โมนค่ะ พอเอาออกเเล้วก็ดีขึ้น มันอยู่ที่เราสองคนต้องบอก คุยและปรับเข้าหากันค่ะเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความความสำเร็จในชีวิตคูต่างแดนน่ะค่ะ

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอังกฤษบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

English Cultural Shock. ข้อแรกน่ะ หน้าร้อนหรือแดดออก คนที่นี่จะออกมาอาบแดดที่พาร์คกันเยอะมากๆ และบ้างคนถึงขนาดถอดบน ถอดล่างไม่อายเลยน่ะ หรือใส่บิกินิ ก็เราเห็นอาจะ ช้อค ฮาฮา แต่ที่นี่ปกติน่ะค่ะ อยู่ไปก็จะชิน เพราะเขา สนุกกับแสงแดด กับอากาศดีค่ะ ข้อสอง ถ้ามาอยู่ที่นี่จะเห็นว่า มีคนมาอยู่หลายชาติ มากๆเเรกจะเดาไม่ออกว่าใครคือ คนอังกฤษ เพราะหน้าตาจะคล้ายๆกันไปเกื่อบหมด และภาษาก็จะสำเนียงแตกต่าง ฟังอยากมากๆ สำเนียงเวลล์ คนสก๊อตเเลนด์ คนไอริซ แถมยังมีคนหลายชาติที่มาจากฝั่งยุโรป สำเนียงอังกฤษยุโรป และหลายๆชาติค่ะ ถึงบอกไงว่ามาที่อยู่ที่นี่ ภาษามันอยากตรงฟังสำเนียงเขานี่ละค่ะ แต่พออยู่ไปก็เริ่มฟังออก ใคร คืออังกฤษเเท้ ค่ะ ไม่อยากเกินไปค่ะสู้ๆน่ะค่ะ ฝึกภาษาไปค่ะ ข้อสาม คนที่นี่จะสุภาพมากๆ ติดพูด sorry, please, thank you ,หรือบางคนที่เป็นผู้ชายพูด Darling , Honey, Sweety Lovely.กับเราก็ไม่ได้หมายถึงเขาชอบเราน่ะ อย่างเวลาเราไปห่าง หรือ ข้างนอก เขาอาจจะถามเรา How are you Darling?มันเหมือนการทักทายที่สุภาพ เเละการเริ่มต้นสนทนาที่ดี มิตรภาพค่ะบางที่ เพื่อนๆผู้หญิงฝรั่ง ก็ ทักทายเรา Hi Lovely, Hi,my darling? ถ้าพูดแบบนี้ก็การเป็นมิตรน่ะค่ะ  จริงมีมากกว่านั้น มีเรื่องของอากาศ อย่างที่บอกไปเบื่องต้น อากาศเปลี่ยนทุก ชั่วโมง วันหนึ่งมี สี่หรือ ห้า ฤดู ก็เตรียมรับมือน่ะค่ะ ฝน ลม หนาว ครึ้ม หิมะ ลูกเหน็บบ้าง และ แดดบ้างค่ะ อังกฤษเขาอนุรักษ์สัตว์น่ะค่ะ บางทีอยู่เมืองการจะเห็น หมาจิงจอง วิ่งไปมาก็อย่าตกใจ หรือ กวาง นก กระรอง ม้า ค่ะ ที่นี่จะฉลอดคริสตมาสใหญ่มากๆและให้ความสำคัญด้วยค่ะ คนที่นี่ชอบดืมชามากๆ ชาร้อนกับนม ถ้าเขาบ้านเข้าไม่ชวนทานข้าวก็อย่าน้อยใจน่ะค่ะ เขาอาจจะเปลี่ยนเป็นชวนดืมชา แทนค่ะ คนอังกฤษส่วนใหญ่ไม่ถอดรองเท้าเวลาเข้าบ้านน่ะค่ะ แต่ถ้าเราบอกเขาแบบสุภาพเขาก็ถอดค่ะ ร้านค้า ร้านอาหาร วันอาทิตย์จะเปิด สี่โมงเย็นน่ะค่ะ จะทำอะไรวันอาทิตย์ต้องวางแผนค่ะ คนที่นี่ส่วนใหญ่รักเด็กน่ะค่ะ ถ้าเรามีลูกถ้าอยู่ข้างนอกห้าใช้ความรุนแรงกับลูกน่ะค่ะ จริงๆก็มีเยอะกว่านี้น่ะ เพราะโดยส่วนตัว สามีไม่ใช่คนอังกฤษน่ะ เอาจากประสบการ์ณที่เจอค่ะ แต่ยังไงก็ตามวัฒนะบ้านเขา ดี มีระเบียบวินัย เราก็พูด หรือทำอะไรก็ ระวัง ศึกษานิดหนึ่งค่ะ แต่เเพทเชื่อว่าทุกคนทำ และปรับตัวได้แน่นอนค่ะ

Bulgarian Cultural Shock. ข้อแรกเลย คนบัลแกเรียนจะมี Name day.หรือวันเกิดของชื่อตัวเองค่ะ สามีก็มี เราต้องจำน่ะ เราก็จะ พูดHappy name
day

ก็อาจจะมีทานดินเนอร์พิเศษพวกเเกะ ดื่มไวน์ หรือระเคียนิดหน่อยค่ะ และผู้หญิง นามสุกลต้องเติม A ตัวสุดท้าย หรือ สระอา เช่น ชาย Yordanov Yordanova หญิง ถ้านามสกุลลงทาย A เรารู้เลยว่าหญิงค่ะ

ข้อสอง Body language. ภาษากาย ถ้าเขาส่ายหน้าคือ ใช่ ถ้า พยักหน้าคือ ไม่ น่ะค่ะ ถ้ากลัวสับสนก็พูดเอาค่ะ บอก ไม่ หรือ ใช่ เอาน่ะค่ะ คนบัลแกเรียนส่วนใหญ่ นิสัยคล้ายคนไทยค่ะ ข้อสามคนบัลแกเรีย ส่วนใหญ่จะสูบบรี่กันน่ะค่ะ ถ้าไปเที่ยวประเทศเขา เป็นเรื่องธรรมดา เขาจะสูบได้ในร้านอาหาร หรือทุกที่กันค่ะ อื่นก็ โดยส่วนใหญ่จะไม่ทานเผ็ดน่ะค่ะ เขาก็จะทานซีส โยเกริต์ ถ้าไปร้านอาหาร ทาน Chips หรือมันฝรั่งทอด เขาจะเสริฟกับ ซีสน่ะค่ะ บางร้านจะราดซีสขาวโปะหน้ามาเลยค่ะ ซอสมะเขือเทศต้องถามค่ะ เวลาเราไปทานอาหาร หรือ ในร้านกาแฟ ต้องให้ทิปนิดหน่อย เพื่อเป็นการบอกว่าบริการโอเคค่ะ ถ้าไม่ให้เขาจะถือว่าร้านเขาการไม่โอเคค่ะ จริงๆแล้วก็มีหลายอย่างอยู่น่ะค่ะ แต่สามีเราเป็นคนง่ายๆเลยค่อยเรื่องมากเรื่องวัฒนธรรม แพทเชื่อว่าชาติไหนก็จะมีอะไรที่แตกต่างน่ะค่ะและเราก็สามารถปรับได้ ที่สำคัญผู้หญิงไทย เป็นที่ต้องตาผู้ชายฝรั่งมากจริงๆค่ะ อาจจะเป็นที่เรายิ้มเเย้ม อ่อมน้อม ซึ่งอาจจะต่างกับผู้หญิงบ้านเขาค่ะ

Indoor market Sofia, Bulgaria – ตลาด โซเฟีย, บัลแกเรีย – Photo Pixabay.com

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ /ประเทศอังกฤษ จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

ดีไหม มันขึ้นอยู่ กับ สามีและเราแค่ สองคนเองค่ะ ถ้าสามี รวย ดี นี่ถือโชคดีเลยค่ะแต่มีผู้หญิงส่วนน้อยมากจะได้คนรวยน่ะ ส่วนมากก็ได้ปรปะมาณฐานะกลางๆ คนทำงาน หรือ ธรรมดา ซึ่งหมายถึง กลุ่มผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะได้นี่ละค่ะ รวมถึงตัวเเพทด้วย นั้่นหมายถึง ถ้าได้สามีดี รักครอบครัว ไม่เจ้าชู้ ไม่เล่นการพนัน ก็ดีไป แต่ยังเจอปัญหาเรื่องฝรั่งไม่เข้าใจ หรือไม่โอเคกับการที่ภรรยาส่งเงินให้พ่อกับแม่ที่ไทย (ในกรณีใครที่ไม่ต้องส่งให้พ่อแม่เพราะ พ่อแม่มีฐานะดีหรือมีงานดีอยู่แล้วก็หมดปปัญหาน่ะค่ะ) คือที่อังกฤษ ค่าครองชีพสูงมากๆ สามี และ เราต้องช่วยการทำงาน เพื่อสร้างครอบครัวด้วยกัน และถ้าเราได้ทำงาน ข้อดี เราอาจจะไม่เหงา มีสังคมบ้าง และได้จัดการเรื่องเงินของเราได้สบาย และมีเงินเก็บน่ะ แต่งานที่เราจะทำ คุณจะต้องเตรียมตัวให้ดีน่ะค่ะ ว่าคุณมาที่นี่สามารถทำอะไรได้บ้าง คุณรู้ตัวเองดีค่ะว่างานและภาษาเราเป็นยังไงแค่ไหน ปริญญาจากไทยเข้าไม่ยอมรับน่ะคะ ถ้าภาษาอังกฤษดีมากๆ บางทีอาจจะได้เอามาเรียนปรับได้หรือ เช่น ทำงานบัญชีและภาษาดีมากอาจจะมารับทำให้บริษัทของคนไทย อย่างเเพทเป็นช่างผม ก็ต้องมาเรียนเอาใบประกาศที่นี่ค่ะ สามีคนบัลแกเรียน จบอิเล็คทอนิค แต่ต้องมาเรียนเอาใบที่นี่ค่ะ งานที่แนะนำ นวด สปา เล็บ ดอกไม้ ตัดเย็บ อาหาร ผม แต่งหน้า ขนม พี่เลี้ยงเด็ก คนชรา โยค่ะ แต่ตอนนี้ก็อาจจะมีพวกขายของออนไลน์น่ะ ถือก็อยากให้ลองมาอยู่ดู ผ่าน 3ปีแล้วจะรู้ว่าไปต่อได้ไหม แต่ถ้าได้มาแล้วก็อยากให้สู้น่ะค เพราะอังกฤษถือหร ช่วงไวรัสโควิดบวกกับอังกฤษออกจากอียูแล้ว ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปน่ะ

คือ ช่วงไวรัส สภาพ สังคมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ ต่างคนก็กลัวโรค เราก็กลัวเขาๆก็กลัวเรา บางทีอาจจะมีระวังเรือง การบลูลี่ด้วย แต่ อังกฤษออกจากอียู คือ ของกินของใช้ อาจจะเเพงกว่าเดิมและ ได้ข่าวมาว่าจะขึ้นภาษีอีกปกติก็เสีย สูงอยู่แล้ว ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่เหงาเงียบเหงามากๆ ซึ่งต่างกับบ้านเราน่ะค่ะ แต่ถ้าเรามีอะไรทำก็ไม่เหงาค่ะ เพราะคนไทยอยู่เยอะน่ะ สิ่งที่อยากเตือน คือ ข้อเเรก ถ้าใครรู้จัก ฝ. ผ่านออนไลน์ ก็อยากให้ดูให้ดูน่ะค่ะ ว่าเป็นสแกมเมอร์ไหม เพราะ คนที่เขาจริงใจจริงๆ แล้ว เขาจะไม่ปิดบังอะไรน่ะค่ะ ไม่มีเลห์เหลี่ยมอะไร โดยเฉพาะเรื่องเงิน จะให้เราออกก่อน และถ้าผู้ชายชอบเราน่ะ เขาจะเป็นฝ่ายลุยในที่นี่คือ มาหาเราเอง ชอบเเล้ว และยอมรับวัฒนะธรรมไทยเราน่ะค่ะ ไม่อยากให้มอง ได้สามี ฝ แล้วจะสสบาย เพราะน้อยมากค่ะ ที่เห็นไปเที่ยวไทยก็แค่ไป ฮอลิเดย์ ผักผ่อนแค่นั้นค่ะ เพราะเรากับสามีก็พาครอบครัวทำกับทุกปี เพราะถ้าได้มาอยู่ที่นี่แล้ว ชีวิตจะไม่เหมือนไปไทยแน่นอน คือ ปกติมาก ฝรั่งทุกคนทำงาน วันหยุดก็ไม่ค่อยเหมือนคนไทยค่ะ เพราะที่นี่เมืองหนาว เขาจะชอบทำงานๆ แล้วเก็บเงินไปเที่ยวเมืองร้อน แล้วก็กลับมาสู้กับอากาศหนาวอีกค่ะ แต่ข้อดี สวัสดีการเขาดี เพราะหักภาษี ประกันสังเยอะ เพราะแก่ เกษียณแล้วรัฐบาลก็เอาเงินตรงที่นั้นเเหละ มาเป็นบำเน็ญบำนาญให้เราค่ะ อีกข้อ สำหรับคนที่มีลูก ลูกติดจากไทย หรือ ลูกเกิดจากที่นี่น่ะ กฏหมายคุ้มครองเด็กที่นี่แรงมากๆค่ะ ห้ามตีหรือใช้ความรุนแรง รัฐบาลเขารู้ เขาอาจจะเอาลูกเราไปน่ะค่ะ เขาจะรู้ได้ยังไง เพื่อนบ้าน หรือคนรอบข้าง หรือจากปากเด็กเอง บางที่เราอาจต้องระวังเรื่องนี้มากๆ เพราะคนที่นี่ไม่มารยาทดีไม่ค่อยแสดงออก คือ ถ้าเขาเห็นหรือไม่ชอบ การกระทำของเขา เขาอาจจะรีพอร์ทเราได้ค่ะ มาอยู่ที่นี่ต้องมีสติ อย่าใช้อารมณ์ มีแต่เสีย เมืองของอะไรก็กฏหมายค่ะ สิ่งที่สำคัญเราต้อง มั่นใจ โชว์ให้ฝรั้่งเห็นว่าเรามีในทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ค่ะ เพราะเรามาอยู่เมืองเขาๆก็ต้องจับตามองเราเป็นพิเศษ เราเคยเจอ สมัยเราทำงาน เรื่องการ การไดร์ผมค่ะ ฝรั่งที่ทำงานด้วยเขาบอกเขาทำได้เราให้เขาไดร์ลูกค้า แต่สรุปแล้ว ลูกค้า ชอปฝีมือเรามากกว่าแล้วกลายเป็นลูกค้าประจำเรา ฝีมือคนไทยเก่ง อยู่แล้วแต่สิ่งที่เราขาดคือ ความมั่นใจ เพราะเราอ่อนภาษา ยังไงก็อยากเป็นกำลังให้กับทุกคนที่มาทางสาย ฝ เลือกในสิ่งที่คุณรัก รักในสิ่งที่คุณเลือกและยอมรับความเปลี่ยนที่จะเผชิญทุกอย่างในต่างแดน เราต้องอดทน เข็มเเข็ง คุณ สอง กว่าอยู่บ้านเลยค่ะ ความสุขอยู่ที่เราเลือกค่ะ มาแล้วก็อย่าเอาตัวไปเปลี่ยนเที่ยบกับใครเพราะตัวคุณเองจะไม่มีความสุข รักสามี เชื่อใจและให้อภัย เป็นกำลังให้กันและกัน แต่ถ้า เขาหมดรักเรา และไม่ซื่อสัตย์กับเรานั้นก็อีกเรื่อง ก็ยังๆไงก็ยังมีกลุ่มของคนไทยในเฟสให้คำปรึกษาหลายกลุ่มค่ะ มาแล้วไม่โดดเดี่ยวแน่นอนค่ะ สมัยนี่ยุคออนไลน์ เทคโนโลยี่ก็ใช้ ให้เกิดประโยชน์ค่ะ หวังว่าประสบการ์ณ 10 ปีที่แชร์ อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยน่ะค่ะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ ติดตามเรืองราว ถามปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุค KhaoNiew England หรือ ช่อง ยูทูป KhaoNiew England ได้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษา แต่ไม่รับหาคู่ให้น่ะค่ะ (คุณ เเพทหัวเราะ) ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน่ะค่ะ

คุณ เเพท ปวริศา

YouTube: ข้าวเหนียวKhaoNiew England – เป็นช่องเกี่ยวกับเรื่องราว คนไทยอีสานคนหนึ่ง (คนร้อยเอ็ด)ที่แต่งงานกับฝรั่ง(ชาวบัลแกเรีย)และมาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนคือ ประเทศอังกฤษ

Facebook: ข้าวเหนียว อิงแลนด์ Khao Niew England – ข้าวเหนียว Khao Niew England สาวร้อยเอ็ดในอังกฤษ

ชีวิตความเป็นอยู่ในสหราชอาณาจักร บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

2 thoughts on “สิ่งที่คนไทยต้องรู้ก่อนมาอยู่ประเทศอังกฤษ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s