เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 57

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 57

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 36 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้คำกริยาแบบสะท้อนกลับ ในรูปแบบที่ไม่เจาะจงว่าเป็นใครเป็นคนทำค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 36.
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!
ฉันสบายดีมากๆ เลยค่ะ!
– Oggi è venerdì sera e non mi va di stare a casa, il venerdì sera si esce!
วันนี้เป็นวันศุกร์ตอนเย็น และฉันก็ไม่อยากอยู่ที่บ้าน วันศุกร์ตอนเย็นคนเขาต้องออกไปข้างนอกกันค่ะ!
– Infatti, io sono pronta per uscire.
ก็นี่ไงค่ะ ฉันพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้วค่ะ
– Ma stasera dove si va?
แต่ว่าเย็นนี้คนเขาไปที่ไหนกันหล่ะ
– “Dove si va stasera?” è il titolo della trentaseiesima lezione del corso oneworlditaliano video.
“เย็นนี้คนเขาไปไหนกันคะ” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่สามสิบหก ของหลักสูตร oneworlditaliano วิดีโอค่ะ
– Bene, che cosa impariamo oggi?
ดีค่ะ วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Allora, tante belle cose!
เอาหล่ะค่ะ ก็หลายสิ่งหลายอย่างที่มีประโยชน์มากมายค่ะ!
– Prima di tutto, che il venerdì sera non si resta a casa ma si esce.
อย่างแรกเลยค่ะ วันศุกร์ตอนเย็นคนเขาไม่อยู่บ้านกัน คนเขาจะออกไปข้างนอกกันค่ะ
– A casa ci si annoia.
อยู่ที่บ้านคนเขาก็จะเบื่อกันค่ะ
– Si guarda la tv, è davvero noioso. Ok!
คนเขาก็ดูทีวีกัน น่าเบื่อจริงๆ ค่ะ โอเค!
– Seconda cosa, vediamo un po’ dove si va, che cosa si fa, e poi tante nuove parole e tante nuove espressioni.
อย่างที่สอง พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะว่า คนเขาไปที่ไหนกัน คนเขาทำอะไรกัน แล้วก็เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ หลายคำ และวิธีการพูดแบบใหม่ๆ ด้วยค่ะ
– Allora, adesso inizio la mia lezione.
เอาหล่ะ ตอนนี้ฉันจะเริ่มบทเรียนละค่ะ
– Prima di tutto tolgo la suoneria, così posso fare la mia lezione in santa pace.
อย่างแรกเลยฉันขอปิดเสียงเรียกเข้าก่อนค่ะ แบบนี้ฉันจะได้สอนอย่างสงบสุขค่ะ
– Ok, un attimo solo ragazzi.
โอเค รอแป๊บนึงนะคะเพื่อนๆ
– Oh no! Tolgo la suoneria e suona il telefono fisso!
โอ้ ไม่นะ! ฉันปิดเสียงเรียกเข้า แล้วเสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นแทน!
– Scusate ragazzi.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะเพื่อนๆ
– Pronto!
สวัสดีค่ะ!
– Ciao ciao… sì, tutto bene grazie. Scusa un secondo.
สวัสดีค่ะ… ใช่ค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอโทษนะ แป๊บนึงค่ะ
– Allora ragazzi scusate, lo so, io sono già pronta per uscire, spero di non trascurarvi ma sono gli amici che mi chiamano per organizzare bene la serata.
เพื่อนๆ คะ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ฉันรู้ค่ะ ฉันพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้ว ฉันก็หวังว่า ฉันจะไม่ทอดทิ้งพวกเธอค่ะ แต่ว่าพวกเพื่อนๆ ของฉัน พวกเขาโทรหาฉันเพื่อที่จะจัดงานสำหรับเย็นนี้ให้ดีค่ะ
– Devo dedicargli qualche minuto.
ฉันต้องให้เวลาสักสองสามนาทีกับพวกเขาค่ะ
– Per favore abbiate un po’ di pazienza, grazie.
ได้โปรดนะคะ อดทนกันหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
– Sì sì, tutto bene grazie.
ใช่ค่ะใช่ ทุกอย่างโอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ
– Dai dimmi dimmi.
เอาหล่ะ บอกฉันมาสิ
– Non posso stare troppo tempo al telefono perché sto facendo lezione.
ฉันไม่สามารถคุยโทรศัพท์ได้นานนะคะ เพราะว่าฉันกำลังทำการสอนอยู่ค่ะ
– Ok, benissimo.
โอ ดีมากค่ะ
– Sì, sì sì sì sì sì sì, ok.
ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ ใช่ ใช่ ใช่ ใช่ โอเค
– Allora quindi sì, dove si va stasera?
แล้วแบบนี้ ใช่ค่ะ เย็นนี้คนเขาจะไปที่ไหนกันหล่ะคะ
– Che cosa si fa?
คนเขาทำอะไรกันเหรอคะ
– Ah ok, benissimo!
อ่า โอเคดีมากค่ะ

– Allora prima si va a mangiare la pizza.
เอาหล่ะอย่างแรกเลย คนเขาไปกินพิซซ่ากัน
– Mmm, che buona.
อืมม อร่อยค่ะ
– Che bello!
เลิศค่ะ!
– Ah no no no no. Ah ok.
อ่า ไม่ ไม่ ไม่ อ่า โอเค
– A Giovanni non va la pizza.
จิโอวานนีเขาไม่อยากกินพิซซ่า
– Ok… ascoltate, propongo una cosa.
โอเค… พวกเธอฟังนะ ฉันขอเสนออะไรอย่างนึงนะ
– Io propongo, sapete che cosa?
ฉันขอเสนอ พวกเธอรู้ไหมคะว่ามันคืออะไร
– Un’apericena.
เครื่องดื่มพร้อมอาหารเรียกน้ำย่อยที่เยอะมากจนเป็นอาหารเย็นได้อ่ะค่ะ
– Sì, sì sì propongo un’apericena.
ใช่ค่ะ ใช่ๆ ฉันขอเสนอเครื่องดื่มกับอาหารเรียกน้ำย่อยที่เยอะมากจนเป็นอาหารเย็นได้ค่ะ
– Allora, uno ordina da bere, e poi c’è un buffet dove si ci serve liberamente.
เอาหล่ะ แต่ละคนก็สั่งเครื่องดื่ม แล้วก็จะมีบุฟเฟ่ต์ พวกเราตักกินกันเองได้เต็มที่ค่ะ
– E si paga solo 10 euro.
และจ่ายแค่ 10 ยูโรเองนะ
– Secondo me è una bella idea.
ฉันคิดว่า มันเป็นความคิดที่ดีเลยค่ะ
– Se si ha ancora fame si va al ristorante, perché no?
ถ้าคนเขายังหิวกันอีก คนเขาก็ไปที่ร้านอาหารต่อ ทำไมจะไม่ได้หล่ะ
– Possiamo fare così.
พวกเราทำแบบนี้ก็ได้นะ
– E poi dopo si va per esempio in un pub per bere qualche cosa.
แล้วหลังจากนั้นคนเขาก็ไป ตัวอย่างเช่น ในผับ เพื่อดื่มอะไรบางอย่าง
– Dai… che cosa ne pensi?
ว่าไง… เธอคิดว่ามันดีไหมหล่ะ
– Ok, benissimo.
โอเค ดีมากค่ะ
– Che cosa si fa dopo?
แล้วคนเขาทำอะไรกันหลังจากนั้นเหรอคะ
– Dopo si può andare a ballare.
หลังจากนั้นคนเขาก็ไปเต้นรำกันได้ค่ะ
– E se non ci va di andare a ballare, si può andare a un concerto.
และถ้าเขาไม่อยากไปเต้นรำกัน คนเขาก็ไปดูคอนเสิร์ตได้ค่ะ
– Sì, perché c’è tanta scelta al Poetto, sulla spiaggia di Cagliari.
ใช่ค่ะ เพราะว่ามีตัวเลือกมากมายที่โปเอตโต่ บนชายหาดของคาลยิอาริ ค่ะ
– Eh sì, sì sì sì.
เอ่ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ ใช่
– Si può andare o a ballare ci sono tanti locali sul mare, oppure si può andare al concerto.
คนเขาก็สามารถไป หรือว่าไปเต้นรำ กันได้ มันมีที่ให้เต้นรำหลายแห่งมากที่ทะเล หรือว่าคนเขาจะไปดูคอนเสิร์ตก็ได้
– Va benissimo, va benissimo.
โอเคดีมากเลยค่ะ โอเคดีมากค่ะเลย
– Poi ho un’altra idea.
แล้วฉันก็มีอีกความคิดนึงนะ
– Se si ha ancora fame, dopo l’apericena, invece di andare anche al ristorante, poi mangiamo troppo come al solito, si può andare dopo in un chiosco sempre lì sulla spiaggia, dove si mangiano panini e patatine.
ถ้าคนเขายังหิวกันอีก หลังจากที่ทานและดื่ม apericena กันแล้วแทนที่จะไปกันที่ร้านอาหาร แล้วพวกเราก็กินกันเยอะเกินไปเหมือนเช่นเคย คนเขาก็ไปที่ร้านเล็กๆ ที่ชายหาดนั่นแหละ พวกเขาก็จะกิน ขนมปังยัดไส้และมันฝรั่งทอดกันได้ค่ะ
– Cosa dite?
พวกเธอว่าไงคะ
– Dai dai… buona idea, perfetto!
นะนะ… เป็นความคิดที่ดีนะ เยี่ยมมากค่ะ!
– Allora, a che ora ci si incontra?
เอาหล่ะ แล้วเขาจะเจอกันตอนกี่โมงคะ
– Ah benissimo, ci si incontra alle 21 in piazza Yenne.
อ่า ดีมากค่ะ ก็มาเจอกันตอนสามทุ่ม ในลานกว้างเยนเน่
– Perfetto, allora devo essere puntuale, quindi ci vediamo più tardi.
เยี่ยมมากค่ะ แบบนี้ฉันจะต้องตรงต่อเวลา งั้นเดี๋ยวเจอกันค่ะ
– Dai adesso termino la lezione.
เอาหล่ะ ตอนนี้ฉันขอจบบทเรียนก่อนนะ
– Dai dai… ciao a dopo, grazie.
เอาหล่ะ เอาหล่ะ สวัสดีค่ะ เจอกันทีหลังนะ ขอบคุณค่ะ
– Abbiate pazienza ragazzi, io ho messo tutta la mia buona volontà, ho tolto la suoneria dallo smartphone, e mi è squillato il telefono fisso.
เพื่อนๆ คะ พวกเธอจะต้องมีความอดทนกันนะคะ ฉันได้ใส่ความตั้งใจที่ดีทั้งหมดของฉันแล้วค่ะ ฉันได้ปิดเสียงเรียกเข้าที่โทรศัพท์มือถือ แต่เสียงโทรศัพท์บ้านมันก็ได้ดังขึ้นมาค่ะ
– Scusate, scusate.
ขอโทษพวกเธอด้วย ขอโทษพวกเธอด้วยค่ะ
– E scusate se vi ho trascurato.
และขอโทษพวกเธอด้วย ถ้าฉันได้ละเลยพวกเธอไปอ่ะค่ะ
– Però, nonostante io vi abbia trascurato un pochino per le mie… per l’organizzazione delle mie uscite, abbiamo imparato qualche cosa.
แต่ว่า ถึงแม้ว่าฉันจะได้ละเลยพวกเธอไปนิดนึงกับเรื่องต่างๆ ของฉัน… เรื่องการวางแผนออกไปเที่ยวของฉัน แต่พวกเราก็ได้เรียนอะไรบางอย่างไปแล้วนะคะ
– Che cosa?
อะไรเหรอคะ
– Allora, prima di tutto, tante parole nuove.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลย ก็เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ หลายๆ คำ
– Anche espressioni.
แล้วก็วิธีการพูดแบบต่างๆ ด้วยค่ะ
– Per esempio, che cosa significa “non mi va di stare a casa di fronta alla tv?”
ตัวอย่างเช่น คำนี้มันหมายความว่าอะไรเหรอคะ “ฉันไม่อยากอยู่ที่บ้านที่หน้าทีวี”

– Bravi, significa che non voglia di stare a casa.
เก่งมากค่ะ มันหมายความว่า ฉันไม่อยากอยู่ที่บ้านค่ะ
– Come sono contenta di andare a mangiare fuori perché non ho voglia di cucinare.
ฉันมีความสุขที่ได้ออกไปทานอาหารข้างนอก เพราะว่าฉันไม่อยากทำอาหารค่ะ
– Non mi va di cucinare.
ฉันไม่อยากทำอาหารค่ะ
– Andate a vedere i pronomi indiretti, quindi non mi va a me di cucinare.
พวกเธอไปดูเรื่องคำสรรพนามแบบไม่ตรงกันนะคะ ดังนั้นคำว่า non mi va หมายถึง ฉันไม่อยาก ค่ะ
– Benissimo, poi ho detto anche “se non ci va di andare a ballare, se non vogliamo, se non abbiamo voglia di andare a ballare, si può andare al concerto”, per esempio.
เก่งมากๆ ค่ะ แล้วฉันก็ได้พูดไปว่า ตัวอย่างเช่น “ถ้าพวกเราไม่อยากไปเต้นรำ ถ้าพวกเราไม่อยาก ถ้าพวกเราไม่อยากไปเต้นรำ ก็ไปดูคอนเสิร์ตได้
– Poi, ho parlato di Giovanni.
แล้วฉันก็ได้พูดถึงจิโอวานนิ
– Non gli va la pizza, oppure posso dire a Giovanni non va la pizza.
เขาไม่อยากทานพิซซ่า หรือฉันจะพูดว่า จิโอวานนีไม่อยากทานพิซซ่าก็ได้ค่ะ
– Quindi rivedete i pronomi indiretti.
ดังนั้น พวกเธอก็ไปดูเรื่องคำสรรพนามแบบไม่ตรงซ้ำกันอีกนะคะ
– Bene, quindi potete usare bene queste espressioni quando non volete, non avete voglia di fare qualcosa.
ดีค่ะ ดังนั้นพวกเธอก็จะสามารถใช้การพูดเหล่านี้ได้ดีแล้วนะคะ เอาไปใช้ตอนที่พวกเธอไม่อยาก หรือไม่ต้องการทำอะไรบางอย่างนะคะ
– Quindi questa è una cosa che abbiamo imparato.
ดังนั้น นี่คือสิ่งนึงที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วนะคะ
– Ma la cosa più importante che abbiamo imparato è la forma di impersonale.
แต่ว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้วคือ รูปแบบที่ไม่เจาะจงว่าเป็นใครค่ะ
– Veronica, che cosa dici adesso?
เวโรนิค่า ตอนนี้เธอพูดอะไรออกไปคะ
– Adesso vediamo.
ตอนนี้ พวกเรามาดูกันค่ะ
– Io qua alla lavagna ho scritto degli esempi, molto simili a quelli che ho utilizzato nel mio dialogo.
ตรงนี้ที่กระดานดำ ฉันได้เขียนพวกตัวอย่างเอาไว้ ก็คล้ายๆ กับประโยคที่ฉันใช้ในบทสนทนาของฉันอ่ะค่ะ
– Ok, allora io ho detto “che cosa si fa stasera? Dove si va?” Io posso dire anche “che cosa facciamo stasera? Dove andiamo?” Ok?
โอเค เอาหล่ะ ฉันได้พูดไปแล้วว่า “คนเขาทำอะไรกันตอนเย็นนี้เหรอคะ” หรือฉันจะพูดว่า “ตอนเย็นนี้พวกเราทำอะไรกันดีคะ พวกเราจะไปที่ไหนกันดีคะ” ก็ได้เหมือนกันค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Perfetto, poi, in quel ristorante si mangia bene.
เยี่ยมมากค่ะ แล้วในร้านอาหารนั้นทานแล้วอร่อยดีค่ะ
– La gente che va in quel ristorante mangia bene.
คนที่ไปในร้านอาหารนั้น ก็จะได้ทานอร่อยกันค่ะ
– Posso dire anche così.
ฉันจะพูดแบบนี้ก็ได้ค่ะ
– Quindi o lo sostituiamo con noi, oppure in generale la gente. Ok?
ดังนั้น พวกเราจะใช้คำว่า พวกเราหรือจะใช้คำว่า ใครๆ เขา คนเขา ก็ได้ แบบไม่เจาะจงว่าเป็นใครก็ได้ค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Infatti, poi c’è un altro esempio.
นั่นซิ แล้วมันก็มีอีกตัวอย่างนึง
– Uno. Se andiamo lì all’apericena, l’apericena sarebbe un mix tra aperitivo e cena, quindi un grande buffet dove si può servire e anche un drink aperitivo. Ok?
คนนึง ถ้าพวกเราไปที่นั่น ที่ร้านที่ขาย apericena มันคือลูกผสมระหว่างอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารเย็นค่ะ ดังนั้นมันคือบุฟเฟ่ต์ขนาดใหญ่ ที่ๆ ใครๆ ก็ไปตักอาหารกินเองได้ และมีเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยด้วยค่ะ โอเคนะคะ
– Io quando ho parlato dell’apericena, ho detto uno può ordinare da bere.
เมื่อตอนที่ฉันพูดถึง apericena ฉันก็ได้พูดว่า คนๆ นึงก็สามารถไปสั่งเครื่องดื่มได้ที่นึงค่ะ
– Cosa significa? Chi è uno?
หมายความว่าอะไร ใครคือ คนนึง เหรอคะ
– Significa una persona può ordinare da bere.
มันก็หมายถึง คนๆ นึงก็สามารถไปสั่งเครื่องดื่มได้ค่ะ
– E c’è un buffet dove ci si può servire. Ok!
แล้วก็มีบุฟเฟ่ต์ ที่พวกเราไปตักทานกันเองได้ด้วยค่ะ โอเคนะคะ
– Quindi abbiamo la forma impersonale si, ma anche la forma impersonale uno.
ดังนั้นพวกเรามีรูปแบบที่ไม่เจาะจงว่าเป็นใคร คือคำว่า si และ uno ค่ะ
– Come dire una persona qualunque, io, tu, lei, lui, noi.
มันคือการบอกว่า ใครก็ได้ คนไหนก็ได้ ฉัน เธอ หล่อน เขา พวกเรา
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Allora, poi c’è un buffet dove ci si può servire.
เอาหล่ะ แล้วก็มีบุฟเฟ่ต์ที่ๆ พวกเราสามารถบริการตนเองได้ค่ะ
– Ok, Veronica, abbiamo visto si, ma questo ci si, abbiamo mi sa visto troppi ci, infatti, io farò una lezione su questi ci che abbiamo in italiano.
โอเค เวโรนิค่า พวกเราได้เห็นคำว่า si แต่ว่านี่มันมีคำว่า ci si อีก คำว่า ci มันเกินมาหรือเปล่าคะ ค่ะ ฉันจะทำอีกบทเรียนนึง แล้วจะอธิบายคำว่า ci ที่พวกเรามีในภาษาอิตาลีกันค่ะ
– Che possono essere pronomi con diverso significato, va bene?
ที่พวกมันสามาถเป็นคำสรรพนาม ที่มีความหมายแตกต่างกันได้ โอเคไหมคะ

– Però adesso vediamo questo.
แต่ว่าตอนนี้พวกเรามาดูสิ่งนี้กันค่ะ
– Allora, che cos’è il verbo servirsi?
เอาหล่ะค่ะ อะไรคือคำกริยา servirsi การเสริฟให้กับตัวเอง เหรอคะ
– Bravi, è un verbo riflessivo, servir-si.
เก่งมากค่ะ มันคือคำกริยาที่สะท้อนกลับค่ะ การบริการ-ให้กับตัวเอง
– Però qui se io dico dove si si può servire, perché altrimenti avremo due si.
แต่ว่าตรงนี้ ถ้าฉันพูดว่า ที่ที่คนเขาสามารถบริการให้ตัวเองได้ แล้วเขียนคำว่า si สองคำติดกันแบบนี้
– Uno il pronome riflessivo e l’altro la forma impersonale.
si ตัวแรก คือ คำสรรพนามที่สะท้อนกลับ และ si อีกตัว คือรูปแบบไม่ที่ไม่เจาะจงว่าเป็นใครค่ะ
– Quindi si si può servire è proprio brutto da ascoltare.
ดังนั้น คนเขาก็บริการตนเองได้ คำว่า si si ติดกันแบบนี้ มันฟังแล้วไม่รื่นหูอ่ะค่ะ
– Allora, io, noi italiani prendiamo una bacchetta magica e trasformiamo il primo si, che sarebbe il pronome impersonale, scusate, il pronome riflessivo, lo trasformiamo in ci.
ดังนั้น ฉันและพวกเราคนอิตาลี พวกเราก็นำไม้กายสิทธิ์ มาเปลี่ยนคำว่า si คำแรก ที่น่าจะเป็นคำสรรพนามแบบไม่เจาะจงว่าเป็นใครเป็นคนทำ ขอโทษพวกเธอนะคะไม่ใช่ค่ะ คือคำสรรพนามที่สะท้อนกลับค่ะ พวกเราเปลี่ยนมันให้เป็นคำว่า ci แทนค่ะ
– E quindi il pronome riflessivo diventa ci e il secondo diventa si.
และแบบนี้ คำสรรพนามแบบสะท้อนกลับกลายเป็น ci และคำที่สองก็เป็น si ค่ะ
– In modo da ah…, perché la lingua italiana è così bella?
ในรูปแบบที่ อ่า… ทำไมภาษาอิตาลีมันถึงสวยงามแบบนี้เหรอคะ
– Anche per questi motivi.
ก็เพราะด้วยเหตุผลเหล่านี้ด้วยไงคะ
– Perché la rendiamo più bella con la nostra bacchetta magica.
ก็เพราะว่าพวกเราทำให้มันสวยงามมากขึ้นด้วยไม้กายสิทธิ์ของพวกเราไงคะ
– Bene, la mia bacchetta magica.
ดีค่ะ ไม้กายสิทธิ์ของฉัน
– Quindi la gente ci si può servire.
ดังนั้น คนเขาก็บริการตนเองได้ค่ะ
– Infatti io ho detto anche “a casa ci si annoia”.
ก็นี่ไงคะ ฉันก็พูดไปด้วยว่า “ที่บ้านคนเขาก็จะเบื่อกัน”
– Perché? Perché annoiarsi è un verbo riflessivo.
ทำไมเหรอคะ ก็เพราะว่าคำว่า การทำตัวเองให้เบื่อ คือคำกริยาแบบสะท้อนกลับค่ะ
– Ovviamente non posso dire si si annoia ma il primo si diventa ci.
แน่หล่ะค่ะว่า ฉันไม่สามารถพูดว่า si si เบื่อ แต่เปลี่ยนคำว่า si คำแรกให้กลายเป็น ci ค่ะ
– Ci si annoia.
คนเขาทำตัวเองให้เบื่อค่ะ
– Ok, posso dire anche “a casa ci annoiamo”, quindi noi, a casa la gente si annoia. Va bene?
โอเค ฉันจะพูดว่า “ถ้าอยู่ที่บ้าน พวกเราก็จะทำตัวเองให้เบื่อกัน” จะพูดแบบนี้ก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Oppure ci si annoia, uso il verbo annoiarsi.
หรือว่า คนเขาจะทำตัวเองให้เบื่อกัน ฉันใช้คำกริยา การทำตัวเองให้เบื่อค่ะ
– Benissimo.
เก่งมากๆ ค่ะ
– Allora, che altro?
เอาหล่ะ มีอย่างอื่นอีกไหมคะ
– Sì infatti, quello che appena detto l’ho scritto alla lavagna.
ใช่ค่ะ นั่นซิ ก็คือสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไปไงคะ แล้วฉันก็ได้เขียนมันไว้ที่กระดานดำด้วยค่ะ
– A casa ci si annoia. / La gente si annoia. / Ci annoiamo.
ที่บ้านคนเขาจะทำตัวเองให้เบื่อกันค่ะ/ คนเราจะทำตัวเองให้เบื่อกันค่ะ/ พวกเราจะทำตัวเองให้เบื่อกันค่ะ
– Benissimo, quindi abbiamo imparato tante cose.
เก่งมากๆ ค่ะ ดังนั้นพวกเราก็ได้เรียนกันไปหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยนะคะ
– Abbiamo imparato nuove espressioni.
พวกเราได้เรียนวิธีการพูดแบบใหม่ๆ กันไปแล้วนะคะ
– Vi ho detto il venerdì sera si deve uscire, non si deve restare a casa.
ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้วว่า วันศุกร์เย็น คนเขาจะต้องออกไปข้างนอก คนเขาจะต้องไม่อยู่ที่บ้านค่ะ
– Ehm… vediamo un po’, ho detto tutto quanto.
อึม… พวกเรามาเช็คดูกันสักหน่อยค่ะ ฉันได้พูดไปหมดแล้วนะคะ
– Quindi ci si vede la prossima volta.
ดังนั้น พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งต่อไปค่ะ
– Io sono già in ritardo, non arriverò mai alle 9 in piazza Yenne.
ฉันสายแล้วค่ะ ฉันไปไม่ทันแน่ตอนสามทุ่ม ที่ลานกว้างเยนเน่
– Ma tanto mi conoscono, io sono ritardataria, è così.
แต่ว่าพวกเขารู้จักฉันมานานแล้วค่ะ ฉันเป็นคนมาสายตลอด มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ
– Benissimo, quindi continuate a seguirmi.
ดีมากๆ ค่ะ ดังนั้นพวกเธอก็ติดตามฉันกันต่อไปนะคะ
– Ci si vede la prossima volta.
พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งต่อไปค่ะ
– Ora si esce. Continuate a seguirmi su oneworlditaliano video.
ตอนนี้คนเขาออกไปข้างนอกกันค่ะ พวกเธอติดตามฉันได้ที่ oneworlditaliano video ค่ะ
oneworlditaliano.com
oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Buona serata!
ขอให้มีช่วงเย็นที่ดีและน่ารื่นรมย์ค่ะ!
– E buon venerdì sera.
และสวัสดีเย็นวันศุกร์ค่ะ
– Ciao grazie!
บ๊ายบาย ขอบคุณค่ะ!

Corsi di Italiano Online

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไปวันนี้ลงไันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมยนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ นก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ข่าวสารฟรี : การใช้ชีวิตในอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s