เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 55

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 55

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนเกี่ยวกับคำกริยาในรูปก่อนผัน และคำกริยาที่เป็นการสั่งหรือการเชิญให้ทำตามกันค่ะ
มาเริ่มกันด้วยคำกริยาในรูปก่อนผันกันค่ะ คำกริยาในรูปก่อนผันก็คือคำกริยาในรูป infinito ค่ะ แล้วคำกริยาในรูป infinito ก็คือคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, และ -ire ค่ะ
คำกริยาในรูป infinito จะมี 2 ช่วงเวลา คือ รูปแบบปัจจุบันและรูปแบบอดีตค่ะ มันสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ เรามาดูตัวอย่างประโยคในแต่ละรูปแบบกันค่ะ

1. Infinito presente
คำกริยาก่อนผันในรูปปัจจุบัน

1.1 Non mangiare la mela!!!
แปลว่า เธอห้ามกินแอ๊ปเปิ้ลนะคะ เอาคำว่า non มาวางไว้ข้างหน้าคำกริยาในรูป infinito มันคือรูปแบบของการสั่งคนที่เราพูดด้วย (เธอคนเดียว) ไม่ให้ทำอะไรสักอย่างนึงค่ะ

1.2 Quanto ci piace mangiare!!!
แปลว่า พวกเราชอบการกินกันมากๆ เลยนะคะ (เราต้องวางคำกริยาก่อนผันไว้ข้างหลังคำกริยาช่วยที่ผันแล้วค่ะ) ประโยคนี้คือรูปแบบที่ใช้กับคำกริยาช่วยค่ะ แล้วคำกริยาช่วยมีอะไรบ้างคะ มี dovere-ต้องทำ, potere-ทำได้ และ volere-อยากทำค่ะ

1.3 Mangiare in modo corretto è importante.
แปลว่า รับประทานอาหารในแบบที่ถูกต้องนั้นมันสำคัญนะคะ (วางคำกริยาก่อนผันไว้ต้นประโยคแบบนี้ จะเห็นบ่อยในคู่มือที่ให้ความรู้แบบต่างๆ เช่น ภาษาในการสอนทำอาหาร ใบอธิบายการทานยา หรือแนวทางการปฏิบัติตามกฏต่างๆ ค่ะ

1.4 Come smettere di mangiarsi le unghie?
แปลว่า ทำอย่างไรถึงจะหยุดกินเล็บตัวเองได้คะ (คำกริยาก่อนผัน smettere ใช้เป็นข้อแนะนำให้ทำตามแบบข้อ 1.3 ส่วน Mangiare + si = mangiarsi คือคำกริยาแบบสะท้อนกลับ มันต้องอยู่ในรูปคำกริยาก่อนผัน เพราะว่ามันตามหลังคำบุพบท di อยู่ค่ะ) สรุปคือ ถ้ามีคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังมาจะต้องอยู่ในรูปก่อนผันค่ะ

1.5 Io metto il mangiare in tavola.
แปลว่า ฉันวางอาหารไว้บนโต๊ะอาหารนะคะ (ใช้คำกริยาก่อนผันเป็นคำนามเพศชาย เอกพจน์ก็ได้ค่ะ) แต่ปกติแล้ว เราจะใช้คำว่า il cibo มากกว่าค่ะ

2 Infinito passato
มาดูการใช้คำกริยาก่อนผันในรูปอดีตกันค่ะ

2.1 Dopo avere mangiato ti racconterò una favola.
แปลว่า หลังจากที่กินเสร็จแล้ว ฉันจะเล่านิทานให้เธอฟังค่ะ (คำว่า avere mangiato คือคำกริยาก่อนผันในรูปอดีตค่ะ)

2.2 Deve avere mangiato pesante!
แปลว่า เขาคงจะกินเข้าไปเยอะแน่ๆ เลยค่ะ

2.3 Non ci credo di aver mangiato metà pizza.
แปลว่า ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าฉันกินพิซซ่าไปครึ่งนึงค่ะ

Imperativo
คือ คำกริยาที่ใช้สั่ง หรือเชิญให้ทำตามค่ะ ตัวอย่างเช่น
Mangia questa mela adesso!!!
แปลว่า เธอจงกินแอ๊ปเปิ้ลลูกนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ!

มาดูการใช้ imperativo ในแบบอื่นๆ กันอีกค่ะ

1. Imperativo ที่มีคำสรรพนาม Diretto หรือ indiretto ต่อท้ายค่ะ (mi; ti; lo; la; le; gli; ci; vi; li; le) เช่น
Ascoltami! (ascolta me!)
แปลว่า เธอจงฟังฉันนะคะ

Prendilo! (prendi lui!)
แปลว่า เธอจงจับตัวเขาไว้ค่ะ

Seguici! (segui noi!)
แปลว่า เธอจงตามพวกเรามาค่ะ

Credigli! (credi a lui!)
แปลว่า เธอจงเชื่อเขาค่ะ

2. Imperativo ที่สั่งไม่ให้ทำ จะใช้ non + คำกริยาในรูป infinito ค่ะ เช่น
Non ascoltarmi! (non mi ascoltare!)
แปลว่า คุณห้ามฟังสิ่งที่ฉันพูดนะคะ

Non prenderlo! (non lo prendere!)
แปลว่า คุณห้ามจับมันนะคะ

Non seguirci! (non ci seguire!)
แปลว่า คุณห้ามตามพวกเรามาค่ะ

Non credergli! (non gli credere!)
แปลว่า คุณห้ามเชื่อเขานะคะ

3. Imperativo แบบผันแปลกๆ แหวกแนวดีค่ะ คำกริยาเหล่านี้ จะใช้สั่งคนที่เราพูดด้วย และจะมีการผันแบบแปลกๆ เช่น

Andare: Va’ via!
แปลว่า เธอจงไปไกลๆ ค่ะ

Dare: Da’ un po’ d’aiuto!
แปลว่า เธอจงมาช่วยหน่อยค่ะ

Fare: Fa’ la cosa giusta!
แปลว่า เธอจงทำสิ่งที่ถูกต้องค่ะ

Stare: Sta’ buono!
แปลว่า เธอจงทำตัวดีๆ หรืออยู่นิ่งๆ อย่ามายุ่งค่ะ

4. Imperativo แบบพูดแล้วคล่องปากมากขึ้น เพราะเขาจะซ้ำตัวอักษรขึ้นมาเพื่อให้พูดง่ายขึ้นค่ะ เช่น

-Carlo, per favore, dammi (da’ a me) la tua penna!
แปลว่า คารโละ ได้โปรดเถอะค่ะ หยิบปากกาของคุณมาให้ฉันหน่อยค่ะ

-Comportati onestamente e dille (di’ a lei) la verità!
แปลว่า คุณจงทำตัวซื่อสัตย์ และคุณจงไปพูดความจริงกับเธอด้วยค่ะ

-Facci sapere (fa’ sapere a noi) quando vuoi venire da noi!
แปลว่า เธอจงบอกให้พวกเรารู้ด้วยว่า เธออยากจะมาหาพวกเราเมื่อไหร่ค่ะ

5. Imperativo โดยใช้คำกริยา essere และ avere จะมีลักษณะแบบนี้ค่ะ

Essere: (tu สั่งเธอคนเดียว)
Sii paziente!
แปลว่า คุณจงอดทนนะคะ

(voi สั่งพวกเธอทั้งหลาย)
Siate pazienti!
แปลว่า พวกคุณทั้งหลายจงอดทนนะคะ

Avere: (tu สั่งเธอคนเดียว)
Abbi fiducia!
แปลว่า คุณจงมีความเชื่อมั่นค่ะ

(voi สั่งพวกเธอทั้งหลาย)
Abbiate fiducia!
แปลว่า พวกคุณทั้งหลายจงมีความเชื่อมั่นค่ะ

6. Imperativo การสั่งแบบนุ่มนวลและสุภาพมากขึ้น เช่น

-Apri la finestra, per favore.
แปลว่า คุณช่วยเปิดหน้าต่างให้หน่อย ได้โปรดเถอะค่ะ

-Apri la finestra, per piacere.
แปลว่า รบกวนคุณช่วยเปิดหน้าต่างให้ด้วยนะคะ

-Apri la finestra, se non ti dispiace.
แปลว่า ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป รบกวนคุณช่วยเปิดหน้าต่างให้ด้วยค่ะ

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ข่าวสารฟรี : การใช้ชีวิตในอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 55

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s