คำแนะนำในการปรับตัวเข้ากับชีวิตในเดนมาร์ก

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเดนมาร์ก แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด และเมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

1. คุณ Skillfulviolet – เมือง: Hundested

ในมุมมองของดิฉันการปรับตัวเพื่ออยู่ในเดนมาร์กไม่ค่อยยากค่ะ เนื่องด้วยไลฟ์สไตล์ของดิฉันชอบอยู่ในเมืองที่เงียบๆ สงบๆ อยู่แล้ว แต่ต้องเพิ่มการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณีของชาวแดนิช สิ่งที่ยากที่สุดในการอาศัยอยู่ที่เดนมาร์กน่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ภาษาแดนิช ซึ่งกว่าจะเข้าใจและสื่อสารได้ค่อนข้างจะใช้เวลา แต่เราจะเห็นได้ว่าที่เดนมาร์กคุณสามารถเรียนรู้ภาษาได้จากการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐบาล รวมทั้งที่เดนมาร์กยังมีอาสาสมัครในแต่ละคอมมูนที่พร้อมจะช่วยเหลือในเรื่องของการเรียนรู้ภาษาค่ะ คนเดนมาร์กค่อนข้างจะใช้ชีวิตเรียบง่าย สงบ นอกจากนี้อาจจะมีเรื่องของอากาศ ที่เดนมาร์กอากาศจะค่อนข้างเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศค่อนข้างเย็นกว่าที่เมืองไทย นอกจากนี้ก็คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับชาวแดนิชค่ะ

เมืองที่อยู่มีคนไทยค่อนข้างเยอะค่ะ รวมทั้งเมืองใกล้เคียงด้วย ส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่สบายดีกันเกือบทุกคนค่ะ มีนัดเจอกับคนไทยที่สนิทกันบ้างค่ะแต่ไม่บ่อยนักเพราะแต่ละคนต่างยุ่งกับงานและครอบครัวและเวลาว่างไม่ค่อยตรงกันค่ะ เพราะลักษณะงานของตัวเองมักจะมีเวลาเข้างานและวันหยุดไม่ค่อยตรงกันกับคนอื่นนักค่ะ

2. คุณ Nip – เมือง: โคเปนเฮเกน (Copenhagen)

ถามว่ายากในการปรับตัวไหม ไม่ค่อยค่ะ หากปกติในไทยคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตมีกฏมีเกณฑ์ให้ตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ที่ไม่ใช่หลักลอยไปวันๆมันจะไม่ยาก ทั้งปกติดิฉันก็เป็นคนพูดโผงผางอยู่แล้วค่อนข้างที่จะกล้าคิดกล้าทำกับคนแปลกหน้า พูดค่อนข้างตรงเลยไม่ต้องได้ปรับอะไรมาก ตอนที่ดิฉันมาเหยียบเดนมาร์กใหม่ๆภาษาอังกฤษของดิฉันก็เข้าขั้นที่ถือว่าโอเคแล้ว การปรับตัว สังคม การเข้ากับผู้อื่นรอบข้างมันเลยไม่ค่อยเป็นปัญหา เป็นคนสนุกสนานเฮฮาบ้าๆ บอๆอยู่แล้ว ซึ่งจุดนี้มันทำให้ดิฉันเข้ากับเพื่อนๆต่างชาติได้ง่ายทุกคน และเรื่องการนัดหมายสำหรับต่างชาติส่วนมากไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆเค้าถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่านัดใหญ่หรือเล็ก อย่างที่ทุกๆคนรู้ๆกันว่าทั่วๆไปนิสัยของต่างชาติ คือ นัดปุ๊ป เค้าล็อควันให้เราปั๊ป การผิดนัดหรือมาสายมากๆเลยถือว่าน่าเกลียดมากๆ ในการใช้ชีวิตกับเพื่อนร่วมโลกที่นี่สำหรับดิฉัน ถ้าบอกมาก็มา บอกกี่โมงก็คือเป๊ะๆซึ่งดิฉันก็เคารพในจุดนี้เสมอมา ไม่ฉุกเฉินจริงๆดิฉันจะไม่ผิดคำพูดทั้งกับเพื่อนและครอบครัวทุกอย่างมันเลยดูราบรื่นในการปรับตัว ถ้าจะมีอายบ้างมาช่วงแรกๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องอายุและการติเตือนผู้สูงอายุค่ะ นั่นคือเรื่องยากในการปรับที่ดิฉันคิดว่ายากตอนมาใหม่ๆเพราะที่ประเทศไทย พวกเราโดนปลูกฝังมาให้เคารพผู้ใหญ่ในระดับที่ล้นเกินไป ล้นจนบางทีผู้ใหญ่ผิดเด็กก็ไม่มีสิทธิ์ว่าก็เห็นมาเยอะ ตอนนั้นย้อนกลับไปตอนมาใหม่ๆดิฉันยังไม่ชินที่จะตบหัวเพื่อนเล่น เช่นเพื่อนอายุเหยียด 50 เป็นต้น ฮ่าๆ หรือเวลาผู้ใหญ่ในบ้านหรือญาติทำผิดก็ตินิดๆ จบ ไม่กล้าติตรงๆ นั่นคืออายช่วงแรกแต่พออยู่นานไปเราเริ่มจะเข้าใจการใช้ชีวิตของที่นี่มากขึ้นว่าไม่ว่าคนๆนั้นเค้าจะอายุเท่าไหร่ หากเค้าผิดเรามีสิทธิ์ตักเตือนเค้า 100% และหากเราคือเพื่อนกันไม่ว่าจะอายุห่างกันแค่ไหนเราก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้เพราะเพื่อนคือเพื่อน มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและมีสิทธิ์ที่จะทำเท่ากัน อายุไม่เกี่ยว ซึ่งดิฉันชอบในจุดนี้มากค่ะ แค่ช่วงที่มาแรกๆคิดว่าเป็นอะไรที่ยากที่จะปรับเพราะอายนิดหน่อย ก็ตั้งแต่เด็กดิฉันโดนปลูกฝังมาอีกแบบ พอมาเห็นสังคมข้างนอกในที่ๆเจริญแล้ว เลยทำให้เขินๆ

มีค่ะ ค่อนข้างเยอะเลยแหละในโคเปน สงสัยอาจจะเป็นเพราะทุกๆเมืองในเดนมาร์กขนาดย่อมเยาด้วยมั้งคะ ประเทศเค้าเล็กมากไปไหนมาไหนก็แทบจะเหยียบเท้ากันเลย เหมือนก้าวขาออกบ้านทีไรยังไงก็เจอคนไทยคนเอเชียระหว่างทาง ดิฉันก็มีคบพอประมาณค่ะ ปันจุบันไม่นิยมคบเยอะค่ะ ปวดหัว ไม่รู้สิดิฉันเจอมาเยอะเจ็บมาเยอะ กับการกระทำของเพื่อนคนไทยในต่างแดนเลยเลือกคบน้อยๆ ส่วนชีวิตของคนที่ดิฉันไม่รู้จักมันคงจะตอบและอธิบายเป็นตัวหนังสือยาก เอาเป็นว่าดิฉันขอเล่าเอาแค่พอเป็นตัวอย่างและแง่คิดกับกรณีของครอบครัวคนรอบข้างที่เคยคลุกคลีและเห็นกับตามาจริงก็แล้วกันนะคะ ดิฉันเห็นชีวิตเมียฝรั่งที่นี่หลากหลายแบบ ในแบบที่บางทีดิฉันก็แอบปลื้มใจแทนเพราะสามีเค้าดีมาก ดูแลภรรยาดีมาก แต่อีกมุมบางคนมาแล้วก็ไม่ได้มาสบายอย่างใครๆคิด ผู้หญิงไทยบางคนมาลำบากมากจนบางทีเพลอนึกไปว่านี่ละครหรือ ชีวิตจริง

3. คุณ Tanya Nongsin (ทันย่า นองสินธุ์) – เมือง โคเปนเฮเกน (Copenhagen)

สำหรับทันย่าเองปรับตัวไม่ยากค่ะ เพราะตอนที่อยู่เมืองไทยก็มีเพื่อนคนต่างชาติส่วนใหญ่ และทันย่าเป็นคนปรับตัวง่ายกับทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอยู่อาศัย หรือ ในเรื่องของอาหารการกินค่ะ แต่ทันย่าคิดว่าสำหรับคนไทยหลายๆ คนที่ย้ายมาอยู่ต่างแดน อย่างแรกเลยที่คนไทยจะปรับตัวได้ยาก น่าจะเป็นเรื่องอาหารค่ะ เพราะคนไทยเติบโตมากับการทานข้าวในทุกช่วงเวลาอาหาร ไม่ว่าจะเป็น เช้า กลางวัน และเย็น ซึ่งที่เดนมาร์กไม่ได้ทานแบบนั้นค่ะ ที่เดนมาร์กจะดื่มกาแฟ และทานขนมปังหรือ oatmeal (ไม่แน่ใจภาษาไทยเรียกว่าอะไร) และทาน Dark bread สำหรับอาหารกลางวัน และอาหารเย็นก็จะเป็นสลัด และพวกเนื้อสัตว์ค่ะ
และอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยอาจจะปรับตัวยากมากๆ ก็คือในเรื่องของภาษากับหน้าที่การงานค่ะ เพราะที่เมืองไทยคุณอาจจะมีหน้าที่การงานที่ดี แต่พอมาอยู่เดนมาร์ก สายงานส่วนมากเลยคือคุณต้องสื่อสารภาษาแดนิชได้ และการทำงานที่เดนมาร์ก คุณจะคอยเลือกงานไม่ได้ อย่างที่เขาว่า “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” ค่ะ
และด้วยความที่โคเปนเฮเก้นเป็นเมืองหลวงของเดนมาร์ก ก็จะพบเจอคนไทยเยอะมากค่ะในตัวเมือง เหมือนเป็น Thai town ย่อยๆ เลยค่ะ มีร้านขายของนำเข้าจากไทย อาหารไทย และหลายๆ อย่างที่เป็นไทยค่ะ และคนไทยที่เดนมาร์กส่วนมากนิสัยน่ารัก โอบอ้อม อารีกันมากค่ะ

4. คุณ Nip – เมือง: โคเปนเฮเกน (Copenhagen)

เกี่ยวกับ Culture Shock

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศเดนมาร์กครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวเดนมาร์กบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ที่ดิฉันรู้สึกว่าแปลกมากๆเลยคือ การส่งพ่อและแม่ไปสถานเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ใช่ค่ะ มันอาจจะเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่มากๆที่จ่ายภาษีมาทั้งชีวิตและในบั้นปลายต้องใช้ให้คุ้ม แต่ดิฉันก็ยังมองว่าเรื่องนี้แปลกอยู่ดี วัฒนธรรมแปลกๆเหมือนไม่มีใครรู้สึกเสียใจหรือคิดว่ามันแปลกเลย ที่พ่อแม่ต้องแยกไปอยู่แบบนั้น ถ้าเป็นดิฉันเอง คนจะทำใจลำบากมากๆที่จะต้องส่งพ่อแม่ของตัวเองไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมลำพัง คอยมีพี่เลี้ยงแวะมาดูแล แทนที่จะเป็นเราที่ต้องคอยดูแลพ่อแม่ และอีกเรื่องเลยคือเรื่องค่าสินสอด ดิฉันทราบดีค่ะว่าทำไมคนไทยถึงต้องการสินสอด แต่ดิฉันอยากให้ประเทศไทยไม่มีเรื่องสิดสอดใดๆทั้งสิ้น อยากให้ทำเหมือนต่างประเทศที่เวลาผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงไม่ต้องหอบเงินเก็บมาทิ้งให้พ่อหรือแม่ของฝ่ายหญิง เม้นท์นี้อาจจะมีคนไทยบางคนอ่านแล้วไม่ชอบนะคะ แต่ดิฉันมองว่ามันเหมือนการซื้อภรรยามาโดยตลอดและมันมีผลมากกับคนหมู่มาก เวลาต่างชาติมองมาที่ผู้หญิงไทยประมาณว่า “แฟนเธอได้ซื้อเธอจากพ่อแม่เหมือนในข่าวหรือเปล่า” ไม่ชอบเลยค่ะ อยากให้ประเทศไม่มีเรื่องสินสอดมันแปลกเกินไปสำหรับคนทั่วโลก

ถ้าเอารุ่นตกใจไปเลยในการเห็นครั้งแรกแบบสะดุ้งประมาณว่า “เฮ้ย เค้าทำกันแบบนี้เหรอ” ก็คงเป็น

ด่า/แย้ง พ่อแม่ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่หรือบุคคลที่ครอบครัวไม่รู้จัก และกอดจูบกันในพื้นที่สารธารณะ
ต่างชาติหารค่าอาหารบนโต๊ะอาหารในมื้อนั้นๆแม้กระทั่งกับพ่อแม่ของตัวเอง (ส่วนตัวมาใหม่ๆตกใจมาก)
ขออนุญาตแม้กระทั่งพ่อและแม่ของตัวเองก่อนจะหยิบอาหารในครัวหรือของในตู้เย็นออกมาทาน

สามข้อนี้แหละค่ะที่มาใหม่ๆ ตกใจรุ่นต้องโทรเล่าให้แม่ฟัง ว่า “อ้อ ต่างชาติเค้าทำกันแบบนี้นี่เอง ชัดเจนดี มีมารยาทมากๆ” เพราะเวลาดิฉันจะหยิบอะไรทานในเขตบ้านแม่ดิฉันก็ทานเลยไม่ได้รอขออนุญาตใคร เพราะเราเติบโตมาแบบอยู่ร่วมกันมีอะไรแบ่งกันกินได้หมด ต่างชาติเค้าก็แบ่งกันกินไม่ต่างจากคนไทยแต่แค่เค้าขออนุญาตพ่อแม่ แม้แต่ในเขตบ้านของตัวเอง อันนี้มาใหม่ๆ แปลกใจรุ่นช็อกเลยละค่ะ

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเดนมาร์ก บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

One thought on “คำแนะนำในการปรับตัวเข้ากับชีวิตในเดนมาร์ก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s