เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 52

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 52

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 33 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเรื่องการใช้คำกริยาในรูป futuro composto ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 33
บทเรียนที่ 33
– Ciao a tutti! Oh mio Dio!
สวัสดีค่ะทุกคน! โอ้พระเจ้า!
– Uff, come state? Io malissimo!
อุฟฟ พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับฉันแย่มากๆ เลยค่ะ!
– Ho anche la febbre alta. Oh Dio!
ฉันมีไข้สูงด้วยค่ะ โอ้พระเจ้า!
– Come perché? Vi ricordate? Guardate quante medicine.
ทำไมเหรอคะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ พวกเธอดูยาพวกนี้ซิคะ
– Ohi… vi ricordate l’incidente della volta scorsa?
โอ้ย… พวกเธอจำอุบัติเหตุครั้งที่แล้วกันได้ไหมคะ
– Sì, sì, sono caduta, ho sbattuto la testa e mi fa ancora malissimo.
ใช่ค่ะ ใช่ ตอนนั้นฉันหกล้มหัวกระแทกอ่ะค่ะ และฉันยังเจ็บมากๆ อยู่เลยค่ะ
– E in più dopo tanto stress, mi è anche salita la febbre.
และยิ่งไปกว่านั้น หลังจากความตึงเครียดมากๆ มันทำให้ฉันไข้ขึ้นด้วยค่ะ
– Oh, è altissima ragazzi, come faccio?
โอ้ มันสูงมากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ ฉันจะทำอย่างไรดีคะ
– Eee… purtroppo è così.
เออ… น่าเศร้าที่มันเป็นแบบนี้ค่ะ
– Allora vi ricordate? La tabella di marcia non fa proprio per me, via! Niente più stress!
เอาหล่ะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ ตารางการทำงานมันไม่เหมาะกับฉันเอาซะเลย เอาทิ้งไปค่ะ! ไม่ควรมีความเครียดแล้วค่ะ
– Ma adesso sono a casa, sono ammalata.
แต่ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้าน ฉันป่วยค่ะ
– Non vedo l’ora uff… non vedo l’ora di guarire.
ฉันรอไม่ไหวแล้วค่ะ อุฟฟ… ฉันรอไม่ไหวที่จะหายป่วยแล้วค่ะ
– Penso sempre a quando sarò guarita.
ฉันคิดอยู่ตลอดถึงตอนที่ฉันจะหายป่วยค่ะ
– A quando questa malattia sarà finalmente finita.
คิดว่าเมื่อไหร่โรคนี้จะหายไปซะทีค่ะ
– Uffa… e quindi io adesso sono a casa ammalata, sono andata anche dal dottore, dal mio medico, il quale mi ha detto “dica 33”.
อุฟฟ่า… และแบบนี้ ตอนนี้ฉันป่วยอยู่ที่บ้านค่ะ ฉันไปหาหมอมาแล้วค่ะ หมอประจำตัวของฉัน คนที่บอกฉันว่า “คุณจงพูดว่า 33 ค่ะ”
– Infatti questa è la 33esima lezione del corso One World Italiano video, e il titolo è “che cosa farò quando sarò guarita?”
นี่ไงค่ะ นี่คือบทเรียนที่ 33 ของหลักสูตร One World Italiano video ค่ะ และชื่อเรื่องคือ “ฉันจะทำอะไร ตอนที่ฉันหายป่วยแล้วค่ะ”
– Eh sì, io dato che in questi giorni sono a casa, penso sempre a tutto quello che farò dopo che sarò guarita, quando finalmente sarò guarita.
เอ้ย… ค่ะ เนื่องด้วยช่วงนี้ ฉันก็อยู่ที่บ้าน ฉันก็คิดถึงสิ่งที่ฉันจะทำ หลังจากที่ฉันหายป่วยแล้วตลอดเวลาเลยค่ะ คิดถึงวันที่ฉันจะหายป่วยซะทีอ่ะค่ะ
– Perché adesso diciamo, non ho niente da fare, niente da pianificare.
เพราะว่าตอนนี้ ก็พูดได้ว่า ฉันไม่มีอะไรทำเลย ไม่มีอะไรที่จะต้องวางแผนเลยค่ะ
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันคะ
– Emm… allora impariamo a pianificare il futuro, a pianificare gli eventi futuri che accadranno dopo altri eventi futuri.
อืม… เอาหล่ะ พวกเราจะมาเรียนเกี่ยวกับการวางแผนในอนาคตกันค่ะ การวางแผนเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต ที่พวกมันจะเกิดขึ้นหลังจากอีกเหตุการณ์นึงในอนาคตค่ะ
– Io lo so che state pensando.
ฉันรู้ค่ะว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรกันอยู่
– Veronica, la febbre, la caduta e i cerotti ti hanno fatto male.
เวโรนิค่า เธอมีไข้ เธอหกล้ม และก็มีที่ปิดแผลพวกนี้อีก พวกมันทำให้เธอป่วยไม่สบาย
– Eee… sì è vero ma non fino a questo punto.
เออ… ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องจริง แต่ว่ามันยังไม่ถึงจุดนั้นค่ะ
– Tutto questo ha un senso, non preoccupatevi.
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันมีความหมาย พวกเธอไม่ต้องกังวลกันค่ะ
– Allora emm… quindi io vi ho detto “in questi giorni non ho niente da pianificare”, perché sono a casa, sto male e che cosa faccio?
มาดูกันค่ะ อึม… ดังนั้น ฉันได้พูดกับพวกเธอไปแล้วว่า “ในช่วงนี้ ฉันไม่มีอะไรให้วางแผนเลย” เพราะว่าฉันอยู่ที่บ้าน ฉันไม่สบาย และฉันทำอะไรคะ
– Emm… guardo la tv, leggo un po’ di libri, e pianifico le prossime lezioni con il mio tablet, ous… navigo su internet, preparo un po’ di materiale per le prossime lezioni, divento ancora più scema con i social network e basta però eh.
อึม… ฉันดูทีวี ฉันอ่านหลังสืออีกนิด และฉันก็วางแผนเกี่ยวกับบทเรียนต่อๆ ไป ด้วยแท็บเลตของฉันค่ะ อุ้ย… ฉันเล่นอินเตอร์เน็ต ฉันเตรียมอุปกรณ์การสอนสำหรับบทเรียนต่อๆ ไปค่ะ แล้วฉันก็ยิ่งกลายเป็นคนโง่ขึ้นไปอีก กับพวกสังคมออนไลน์นี้ค่ะ พอแค่นี้แหละค่ะ
– Non va bene.
มันไม่ดีเลยค่ะ
– E quindi non mi resta che pensare a quello che farò dopo che tutto questo sarà finalmente finito.
และดังนั้น ก็เหลือแค่การคิดถึงสิ่งที่ฉันจะทำหลังจากที่ทั้งหมดนี้มันจะสิ้นสุดลงซะทีค่ะ
– Emm… che cosa farò?
อึม… แล้วฉันจะทำเหรอคะ

– Io ritornerò a lavoro, eh sì però almeno mi muoverò, farò qualcosa di costruttivo.
ฉันจะกลับไปทำงาน ใช่ค่ะ แต่อย่างน้อย ฉันก็จะได้ขยับตัวบ้างค่ะ ฉันจะทำอะไรสักอย่างที่สร้างสรรค์ค่ะ
– E poi quando davvero sarà tutto tutto finito, sarò finalmente guarita e non ne posso più davvero, emm… io potrò anche andare in palestra.
และเมื่อถึงตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสิ้นสุดลงจริงๆ ในที่สุดฉันก็จะหายป่วย ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ จริงๆ นะอึมม… ฉันก็จะไปยิมได้ซะทีค่ะ
– Farò ginnastica, che bello!
ฉันจะออกกำลังกาย มันเลิศมากเลยค่ะ!
– Em… sì, non come l’altra volta, senza stress.
อึม… ค่ะ มันจะไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วค่ะ ไม่เครียดค่ะ
– Farò pilates e yoga.
ฉันจะทำพิลาทิสและโยคะค่ะ
– Che bello, non vedo l’ora!
เลิศมากเลย ฉันรอไม่ไหวแล้วค่ะ!
– E poi, quindi ritornerò a lavorare finalmente e farò ginnastica e ritornerò in palestra, vedrò finalmente altra gente, e poi rivedrò i miei amici.
และในที่สุด ฉันก็จะได้กลับไปทำงาน และฉันก็จะออกกำลังกาย และฉันก็จะกลับไปยิม ฉันจะได้เห็นผู้คนซะทีค่ะ แล้วฉันก็จะได้เห็นพวกเพื่อนๆ ของฉันอีกค่ะ
– Li rivedrò finalmente dal vivo e non sui social network.
ฉันจะได้เจอพวกเขาตัวเป็นๆ ไม่ใช่เจอกันบนโลกโซเชียล เน็ตเวิร์กค่ะ
– Eh… è così!
อืม มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ!
– Perché è noioso ragazzi, mi sto annoiando.
เพราะว่ามันน่าเบื่อค่ะ เพื่อนๆ คะ ฉันกำลังเบื่อค่ะ
– Mi annoio a casa.
ฉันเบื่อที่จะอยู่บ้านค่ะ
– E quindi, dopo che avrò rivisto i miei amici, organizziamo tante cose.
และดังนั้น หลังจากที่ฉันจะได้เห็นพวกเพื่อนๆ ของฉันอีก พวกเราก็จะวางแผนจัดการสิ่งต่างๆ ค่ะ
– Organizzeremo delle uscite, degli aperitivi, emm… andremo al mare, andremo al cinema, andremo a ballare.
พวกเราจะวางแผนการออกไปข้างนอก ไปดื่มอะไรกันสักหน่อย อืม… พวกเราจะไปทะเล พวกเราจะไปดูหนัง พวกเราจะไปเต้นรำกันค่ะ
– Faremo tante cose insieme finalmente.
พวกเราก็จะได้ทำอะไรด้วยกันซะทีค่ะ
– Ci vedremo dal vivo e non su Facebook.
พวกเราจะได้เจอกันจริงๆ และไม่ใช่เจอบนเฟซบุ๊ค่ะ
– Per favore.
ได้โปรดเถอะค่ะ
– Eee… va bene!
เออ… โอเคค่ะ!
– Quindi quando tutto questo stress sarà finalmente finito, potrò fare tante cose.
ดังนั้น เมื่อความตึงเครียดทั้งหมดนี้มันจะจบลงไป ฉันก็จะสามารถทำอะไรได้ซะทีค่ะ
– E io penso a quando finalmente sarò guarita ma penso anche a cosa dirò quando avrò terminato questo discorso.
และฉันก็คิดถึงตอนที่ฉันจะหายป่วย แล้วฉันก็คิดด้วยว่า ในตอนนั้นฉันจะพูดอะไร ในตอนท้ายของบทสนทนานี้ค่ะ
– Vi dirò tutto quello che abbiamo imparato oggi.
ฉันจะบอกพวกเธอทุกสิ่งอย่างที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้ววันนี้ค่ะ
– Quindi nonostante il mio stato di salute, la mia malattia, la mia febbre, sono ancora un po’ in grado di insegnarvi qualcosa.
ดังนั้น ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่ในสภาพนี้ ความเจ็บป่วยของฉัน ไข้ของฉัน ฉันก็ยังสอนอะไรบางอย่างให้พวกเธอได้อยู่นะคะ
– Speriamo!
พวกเราก็หวังว่าได้ค่ะ!
– Allora abbiamo imparato, oltre alle parole e alle espressioni nuove, emm… come per esempio “non vedo l’ora”, che abbiamo già visto o “non ne posso più”.
เอาหล่ะ พวกเราได้เรียนไปแล้ว นอกจากพวกคำต่างๆ และวิธีการพูดแบบใหม่ๆ เออ… อย่างเช่น “ฉันรอไม่ไหวแล้ว” อย่างที่พวกเราได้เห็นกันไปแล้ว หรือว่า “ฉันรับมันไม่ไหวแล้วค่ะ”
– Non ne posso più quando non posso più sopportare una situazione come questa, ragazzi.
ฉันรับมันไม่ไหวแล้ว คือตอนที่ฉันไม่สามารถทนกับสถานการณ์แบบนี้ได้อีกต่อไปแล้วค่ะ เพื่อนๆ คะ
– Sono in pigiama, sono a casa, non posso muovermi, ragazzi scusate.
ฉันอยู่ในชุดนอน ฉันอยู่ที่บ้าน ฉันไม่สามารถขยับตัวเองได้ เพื่อนๆ คะขอโทษนะคะ
– Ok… e poi abbiamo imparato il futuro composto.
โอเค… แล้วพวกเราก็ได้เรียนเกี่ยว il futuro composto (กับคำกริยาอนาคตในอนาคต แบบที่มีคำกริยา 2 คำติดกันค่ะ)
– Veronica, ce l’hai già insegnato nella lezione 25.
เวโรนิค่า เธอได้สอนไปแล้วในบทเรียนที่ 25 ค่ะ
– No ragazzi, allora sto male, ho sbattuto la testa, ho la febbre, ma non sono impazzita a questo punto.
ไม่นะ เพื่อนๆ เอาหล่ะ ฉันไม่สบายค่ะ ฉันเอาหัวกระแทกอะไรสักอย่าง ฉันมีไข้ แต่ว่าฉันไม่ได้บ้านะคะในจุดนี้
– Nella lezione 25 abbiamo imparato il futuro semplice.
ในบทเรียนที่ 25 พวกเราได้เรียนเกี่ยวกับอนาคตแบบธรรมดาค่ะ
– Quindi finora noi abbiamo pianificato eventi futuri come le vacanze, vi ricordate?
ดังนั้น มาถึงตอนนี้ พวกเราก็ได้วางแผนเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต เช่น พวกวันหยุดผักผ่อน พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Eventi futuri, progetti, tutto quello che faremo in futuro.
เหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต โครงการ ทุกสิ่งที่พวกเราจะทำในอนาคตกันค่ะ
– Ma questa volta io prima di tutto ho un obbiettivo.
แต่ว่าครั้งนี้ ก่อนอื่นเลยฉันมีเป้าหมายนึงนะคะ
– Cioè la guarigione, la fine di questa malattia.
คือ การหายไข้ การสิ้นสุดของการเป็นโรคนี้ค่ะ
– E quindi una volta che avrò raggiunto ok…, futuro composto, e questo obbiettivo, penserò a tutto quello che farò.
และดังนั้น เมื่อฉันจะไปถึงจุดนั้นได้แล้ว มันก็จะโอเคค่ะ… อนาคตในอนาคตที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน และเป้าหมายนี้ ฉันจะคิดเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันจะทำต่อค่ะ
– Uscirò, andrò a lavorare, andrò in palestra, frequenterò gli amici.
ฉันจะออกไปข้างนอก ฉันจะไปทำงาน ฉันจะไปยิม ฉันจะไปพบปะเพื่อนๆ ค่ะ
– E quindi dopodiché potrò usare anche il futuro semplice.
ฉันจะใช้อนาคตแบบธรรมดาก็ได้เหมือนกันนะคะ
– Quindi normalmente

– Quindi normalmente io dico “dopo che sarò guarita, ritornerò al lavoro”. Ok.
ดังนั้น โดยปกติแล้วฉันจะพูดว่า “หลังจากที่ฉันจะหายป่วยในอนาคต ฉันจะกลับไปทำงานอีกครั้งค่ะ” โอเคนะคะ
– Quindi futuro composto e futuro semplice.
ดังนั้น คำกริยาอนาคตในอนาคตแบบที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน และอนาคตแบบธรรมดา
– Posso però, attenzione, anche invertire.
ฉันจะวางสลับกันก็ได้นะ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังค่ะ
– Em… ritornerò al lavoro dopo che sarò guarita.
อึม… ฉันจะกลับไปทำงานอีกครั้ง หลังจากที่ฉันจะหายป่วยในอนาคตแล้วค่ะ
– Quindi dovete essere bravi a capire qual è la prima azione futura fatta finita e conclusa, e poi quando è la seconda azione futura.
ดังนั้น พวกเธอต้องเก่งพอที่จะเข้าใจว่า อะไรคือการกระทำแรกในอนาคต ที่ได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้ว จบไปแล้ว และอะไรคือการกระทำที่สองในอนาคตที่จะทำต่อหลังจากการกระทำแรกในอนาคตค่ะ
– Quindi potete anche invertirle, l’importante è che voi lo facciate nel modo giusto.
ดังนั้น พวกเธอจะสลับประโยคแรกมาไว้ข้างหลังก็ได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือพวกเธอต้องทำมันในรูปแบบที่ถูกต้องค่ะ
– Quindi prima io sarò guarita, futuro composto e poi uscirò, ballerò, canterò, studierò, lavorerò e farò tante tante cose.
ดังนั้นอย่างแรกเลย ฉันจะต้องหายป่วยก่อนค่ะ ก็ใช้อนาคตในอนาคต ที่มันมีคำกริยา 2 คำติดกันอ่ะค่ะ แล้วฉันก็จะออกไปข้างนอก ฉันจะเต้นรำ ฉันจะร้องเพลง ฉันจะเรียน ฉันจะทำงาน และฉันจะทำอะไรๆ อีกหลายอย่างมากมายค่ะ
– Bene, quindi questa è la costruzione del futuro composto, quindi attenzione nel costruire le frasi.
ดีค่ะ ดังนั้น นี่คือโครงสร้างของคำกริยาอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน ดังนั้น ระวังตอนสร้างประโยคต่างๆ ด้วยนะคะ
– La struttura del futuro composto, se voi avete seguito le mie lezioni è molto semplice,
ในเรื่องของโครงสร้างคำกริยาแบบอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน ถ้าพวกเธอติดตามบทเรียนต่างๆ ของฉัน มันก็จะเข้าใจได้ง่ายมากค่ะ
nel senso che se voi avete seguito specialmente le lezioni 21, 22 e 23,
หมายถึง ถ้าพวกเธอได้ตามเรียนในบทเรียนที่ 21, 22 และ 23 อ่ะค่ะ
sarà… e poi ovviamente anche 25 perché lì inizio a introdurre il futuro futuro semplice, sarà per voi facilissimo costruire il futuro composto se avete seguito bene.
มันก็น่าจะ… แล้วก็แน่นอนว่า รวมถึงบทเรียนที่ 25 ด้วยนะคะ เพราะว่าตรงนั้น ฉันก็เริ่มที่จะสอนเกี่ยวกับคำกริยาในรูปอนาคตแบบธรรมดาค่ะ ถ้าพวกเธอเข้าใจมันดีแล้ว มันก็จะเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับพวกเธอที่จะสร้างประโยคที่ใช้คำกริยาในรูปแบบอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกันได้ค่ะ
– Sì, lo so, voi pensate “ma Veronica, tu nelle lezione 21, 22 e 23 hai spiegato il passato prossimo”.
ใช่ค่ะ ฉันรู้ว่าพวกเธอกำลังคิดว่า “เวโรนิค่าคะ ในบทเรียนที่ 21, 22 และ 23 เธอได้อธิบายเกี่ยวกับ il passato prossimo” ไว้นะคะ
– Ma la struttura è la stessa di tutti i tempi composti.
แต่ว่าโครงสร้างมันก็เหมือนกันกับคำกริยาแบบที่มี 2 คำติดกันแบบอื่นๆ อ่ะค่ะ
– Infatti io vi posso dire che se avete studiato tutto quanto, tutto quello che ho detto finora, sarà per voi facilissimo.
จริงๆ แล้ว ฉันก็พูดได้ว่า ถ้าพวกเธอเรียนและเข้าใจทุกอย่างที่ฉันสอนไปตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ พวกเธอก็จะรู้สึกว่ามันจะง่ายมากค่ะ
– E infatti adesso vediamo la struttura del futuro composto.
และตอนนี้ พวกเราก็มาดูโครงสร้างของคำกริยาในรูปแบบอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกันๆ ค่ะ
– Abbiamo come sempre, come nel passato prossimo, due ausiliari: essere e avere.
มันก็เหมือนกันกับ passato prossimo คือมีคำกริยาช่วยสองตัว: essere เป็น อยู่ คือ และ avere การมี ค่ะ
– Ma questa volta e questa è l’unica differenza, nella struttura ovviamente, questa volta abbiamo essere e avere al futuro semplice.
แต่ว่ามีสิ่งเดียวที่แตกต่างกันคือ พวกเราจะใช้คำกริยา essere และ คำกริยา avere ในรูปแบบอนาคตแบบธรรมดาค่ะ
– Quello che ho spiegato nella lezione 25.
นั่นคือสิ่งที่ฉันได้อธิบายไปแล้วในบทเรียนที่ 25 ค่ะ
– Al futuro semplice.
ในรูปแบบของอนาคตแบบธรรมดาค่ะ
– Quindi questi sono essere e avere al futuro semplice, più participio passato.
ดังนั้นในกรณีนี้ พวกเราจะต้องใช้คำกริยา essere และคำกริยา avere ในรูปแบบอนาคตแบบธรรมดา บวกกับ participio passato ค่ะ
– Stessa cosa. Vediamo adesso essere e avere al futuro semplice.
แบบเดียวกันค่ะ ตอนนี้พวกเรามาดู คำกริยา essere เป็น อยู่ คือ และ คำกริยา avere การมี ในรูปของอนาคตแบบธรรมดากันค่ะ
– Quindi il verbo essere io sarò, tu sarai, lui/lei/Lei sarà, noi saremo, voi sarete, loro saranno. Ok?
ดังนั้นคำกริยา essere เป็น อยู่ คือ ฉันจะเป็น เธอจะเป็น เขาผู้ชาย/เขาผู้หญิง/คุณ จะเป็น พวกเราจะเป็น พวกเธอจะเป็น พวกเขาจะเป็น โอเคนะคะ
– Invece vediamo il verbo avere al futuro semplice.
ส่วนคำกริยา avere การมี ในรูปแบบอนาคตแบบธรรมดาได้แก่
– Io avrò, tu avrai, lui/lei/Lei avrà, noi avremo, voi avrete, loro avranno.
ฉันจะมี เธอจะมี เขาผู้ชาย/เขาผู้หญิง/คุณ จะมี พวกเราจะมี พวกเธอจะมี พวกเขาจะมี
– Benissimo, quindi questa è l’unica differenza nella struttura.
เยี่ยมมากค่ะ ดังนั้นสิ่งนี้คือความแตกต่างเดียวของโครงสร้างนี้ค่ะ
– Poi tutto il resto è uguale.
แล้วทั้งหมดที่เหลือมันก็เหมือนกันค่ะ

– Abbiamo i participi passati.
พวกเรามี i participi passati ค่ะ
– I participi passati irregolari che vedete nelle scorse lezioni quindi nella lezione 21.
พวก participi passati แบบผันไม่ตามกฎ พวกเธอก็ไปเรียนได้ในบทเรียนที่ผ่านมา นั่นก็คือในบทเรียนที่ 21 ค่ะ
– Quando i verbi terminano con -are il participio termina in -ato. Ok?
เมื่อคำกริยาลงท้ายด้วย -are il participio จะลงท้ายด้วย -ato ค่ะ โอเคนะคะ
– Cantare – cantato.
การร้องเพลง – ร้องเพลงไปแล้วค่ะ
– Quando terminano in -ere terminano in -uto.
เมื่อพวกมันลงท้ายด้วย -ere พวกมันจะลงท้ายด้วย -uto ค่ะ
– Ricevere – ricevuto.
การได้รับ – ได้รับไปแล้วค่ะ
– Quando terminano in- ire, dormire o partire, dormito – partito, abbiamo -ito.
เมื่อพวกมันลงท้ายด้วย -ire การนอน หรือว่าการออกเดินทางไป ก็จะเป็น นอนไปแล้ว – เดินทางออกไปแล้ว มันก็จะลงท้ายด้วย -ito ค่ะ
– Stessa identica cosa.
แบบเดียวกันเลยค่ะ
– Infatti io qua l’ho scritto: stessa regola del passato prossimo.
นี่ไงคะ ตรงนี้ ฉันได้เขียนมันไว้ว่า: มันใช้กฎเดียวกันกับ passato prossimo ค่ะ
– Cambia il verbo degli ausiliare, essere e avere al futuro semplice.
มันไม่เหมือนแค่พวกคำกริยาช่วย essere เป็น อยู่ คือ และ avere การมี ที่จะอยู่ในรูปแบบอนาคตแบบธรรมดาค่ะ
– Lezione 23 invece abbiamo participi passati irregolari e lì andate a rivedere, ok?
ส่วนบทเรียนที่ 23 พวกเราก็มี participi passati ที่ผันไม่ตามกฎ พวกเธอก็ไปดูซ้ำกันนะคะ โอเคนะคะ
– Questi sono da studiare, anzi da ripassare per chi ha studiato le altre volte.
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องเรียน ยิ่งไปกว่านั้น ต้องไปดูซ้ำอีก สำหรับคนที่ได้เรียนไปแล้วค่ะ
– Infatti qua ho scritto rivedi lezione 21, 22 e 23.
นี่ไงคะ ตรงนี้ ฉันได้เขียนไว้ว่า เธอต้องกลับไปดูบทเรียนที่ 21, 22 และ 23 ซ้ำอีกค่ะ
– Quindi semplicemente, abbiamo visto… em… ricapitoliamo.
ดังนั้น มันง่ายมากค่ะ พวกเราได้เห็น… อืม… พวกเรามาสรุปย่อๆ กันค่ะ
– Come utilizzare, avete anche ascoltato i miei esempi, il futuro composto.
จะใช้อย่างไร พวกเธอได้ฟังพวกตัวอย่างต่างๆ เกี่ยวกับคำกริยาในรูปแบบอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกันไปแล้วนะคะ
– Quindi quando io sarò guarita farò tante cose.
ดังนั้น เมื่อไหร่ที่ฉันจะหายป่วย ฉันจะทำอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ
– Posso dire anche farò tante cose dopo che sarò guarita.
ฉันจะพูดว่า ฉันจะทำอะไรหลายๆ อย่าง หลังจากที่ฉันหายป่วยแล้วในอนาคตก็ได้เช่นกันค่ะ
– Ecco, ricordate! Io posso usare dopo che sarò guarita, non appena sarò guarita, appena sarò guarita, spero non se sarò guarita perché è una malattia che dura qualche giorno, non esageriamo!
นี่ไงค่ะ พวกเธอจำกันไว้นะคะ! ฉันจะพูดว่า หลังจากที่ฉันจะหายป่วย ก็ได้ค่ะ ไม่ไช่ทันทีนะคะ เมื่อหายป่วยไปแล้วสักพักนึงค่ะ เพราะว่ามันก็คงจะกินเวลานานถึง 2-3 วันอ่ะค่ะ พวกเราไม่พูดเกินจริงกันนะคะ!
– E quindi vediamo in questa lezione le espressioni che si usano per introdurre il futuro composto. Va bene?
แล้วในบทเรียนนี้ พวกเราก็มาดูเกี่ยวกับสำนวนการพูดแบบต่างๆ ที่ใช้พูดก่อนที่เราจะใช้คำกริยาในรูปอนาคตในอนาคต ที่มีคำกริยา 2 คำติดกันค่ะ ตกลงไหมคะ
– Poi abbiamo detto che la struttura è come quella del passato prossimo che abbiamo già visto, ma cambiano i tempi degli ausiliari.
แล้วพวกเราก็ได้พูดว่าโครงสร้าง มันก็เหมือนกับ passato prossimo ที่พวกเราได้เห็นกันไปแล้วนั้นเองค่ะ แต่ว่ามันจะต่างกันตรงคำกริยาช่วยแค่นั้นค่ะ
– E poi anche la logica, la regola per scegliere essere e avere è sempre la stessa che ho spiegato nel passato prossimo.
แล้วกฎในการเลือกใช้คำกริยา essere เป็นอยู่ คือ และ avere การมี มันก็เป็นแบบเดียวกันกับสิ่งที่ฉันได้อธิบายไปแล้วตอนสอนเรื่อง passato prossimo อ่ะค่ะ
– Quando ho spiegato il passato prossimo nella lezione 22. Ok
ก็ตอนที่ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับ il passato prossimo ในบทเรียนที่ 22 อ่ะค่ะ โอเคนะคะ
– Per esempio essere con i verbi di movimento, i verbi di cambiamento, i verbi riflessivi e i verbi di stato in luogo.
ตัวอย่างเช่น คำกริยา essere ใช้กับพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว พวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง พวกคำกริยาที่สะท้อนกลับ และพวกคำกริยาที่บอกว่าอยู่ที่ไหนอ่ะค่ะ
– Tutti gli altri con avere, specialmente i verbi transitivi.
แล้วคำกริยาอื่นๆ ก็ใช้กับคำกริยา avere ค่ะ โดยเฉพาะพวกคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับอ่ะค่ะ
– Stessa identica cosa.
มันก็เหมือนกันทุกอย่างค่ะ
– Quindi io vi ho detto “se voi avrete studiato tutto questo sarà per voi facilissimo come un bicchiere d’acqua”.
ดังนั้น ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้วว่า “ถ้าพวกเธอจะตั้งใจเรียนจนเข้าใจทุกอย่างและทั้งหมดนี้ด้วย มันก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายมากๆ สำหรับพวกเธอ ง่ายเหมือนดื่มน้ำแก้วนึงเลยค่ะ”
– Facilissimo. Quindi facile, veloce e divertente, come il mio corso, spero anche come la mia malattia che però vi assicuro che non è per niente divertente.
ง่ายมากที่สุดค่ะ ดังนั้น มันก็ง่ายๆ รวดเร็ว และสนุกสนาน เหมือนกับหลักสูตรของฉันค่ะ ฉันก็หวังว่าโรคของฉันมันจะหายเร็วด้วยเหมือนกัน ฉันพูดได้เลยว่า มันไม่สนุกเลยค่ะ
– Quindi allora io spero che la prossima volta sarò finalmente guarita.
ดังนั้น เอาหล่ะ ฉันหวังว่าครั้งหน้า ฉันน่าจะหายป่วยซะทีนะคะ
– E noi, quindi continuate a seguirmi su oneworlditaliano.com
และพวกเรา ดังนั้น พวกเธอก็ติดตามฉันกันได้ที่ oneworlditaliano.com นะคะ
– Ciao a tutti e alla prossima!
สวัสดีค่ะทุกคน และพบกันใหม่ในครั

Risorse Di Italiano Online

ครั้งหน้าค่ะ!
– Ciao!!!
บ๊ายบาย!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ข่าวสารฟรี : การใช้ชีวิตในอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 52

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s