เตรียมพร้อมเพื่อรับและปรับตัวกับความต่างด้านวัฒนธรรมไทย-ดัตช์

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ พณิดา  อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ พณิดา  จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนเนเธอร์แลนด์ และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศเนเธอร์แลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ พณิดา ย่อมมี / Phanida Yommee – ชื่อเล่น:ไก่

ย้ายมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์

เมือง:ร็อตเตอร์ดัม

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวเนเธอร์แลนด์บ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก 3 ข้อ

ดิฉันได้ศึกษาหาอ่านข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับฮอนแลนด์ก่อนย้ายมาอยู่ เลยไม่ค่อยช็อคเท่าไหร่ค่ะ แต่ในช่วงแรกก็รู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่หลายอย่าง เช่น
-การที่ได้ยินเด็กๆในบางครอบครัวเรืยกพ่อและแม่ด้วยชื่อ และโดยไม่มีคำนำหน้าใดๆทั้งสิ้น…คนไทยส่วนมากค่อนข้างจะถือและให้ความสำคัญกับคำนำหน้าที่ใช้เรียกผู้ที่มีอายุสูงกว่า และเราจะไม่เรียกพ่อและแม่ด้วยชื่อเฉยๆเพราะถือว่าเป็นการแสดงถึงความไม่เคารพบิดามารดา(ไม่ทราบว่าคนรุ่นใหม่ที่ไทยในปัจจุบันมีการรับวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้เรียกพ่อแม่ด้วยชื่อหรือเปล่านะคะ…แต่ในยุคในรุ่นของดิฉัน ไม่เคยได้ยินค่ะ) …อีกอย่างคือเคยเห็นคนดัตช์บางคน(ที่มีหน้าที่การงานดีมาก)ใช้เท้าชี้สิ่งของต่างๆ และเดินมาเฉียดแบบชนิดที่แทบจะก้าวข้ามหัวเรา อันนี้มีเอ๋อไปนิดหน่อยตอนเห็นครั้งแรก😮
-เรื่องที่คนดัตช์พูด..ทักท้วง หรือพูดแสดงความเห็นแบบชัดและตรงมากๆ.. ถึงแม้จะรู้มาก่อนว่าคนดัตช์ส่วนมากจะพูดตรงมากแต่บางครั้งก็ไม่ค่อยจะชิน(แต่ไม่ถึงขนาดช็อคนะคะ) ด้วยที่นิสัยส่วนตัวก็จะเป็นคนพูดค่อนข้างตรงๆเหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่พูดแบบขวานผ่าซากไปทุกเรื่องกับทุกๆคน… และอาจจะเป็นเพราะโตมากับวัฒนธรรมการพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น(คนไทยหลายๆคนใช้วีการพูดแบบอ้อมภูเขาแทนการเดินผ่ากลางเขาก่อนที่จะถึงปลายทางหรือที่คนตะวันตกเรียกว่า beat around the bush(?))เลยรู้สึกแปลกๆบ้างในบางครั้งเมื่อเจอคนดัตช์ที่พูดแบบไม่ไว้หน้าพระอินทร์พระพรหมเลย😅

รูปแม่น้ำ Maas ใจกลางเมื่องร็อตเตอร์ดัมค่ะ(cr.ภาพ:คุณศิลา)

-สิ่งที่ทำใจให้คุ้นเคยไม่ได้อีกอย่างคือ การเห็นผู้สูงอายุเลือกที่จะอยู่คนเดียว และต้องดูแลช่วยเหลือตัวเองโดยไม่เรียกร้องให้ลูกหลานมาดูแล: ตัวอย่างที่เจอคือคุณย่าอายุ91 ปี ที่เดินไม่ค่อยสะดวก ต้องใช้รถช่วยพยุงเดิน แถมมีโรคประจำตัวหลายอย่าง เวลาไปเยี่ยมเยือนท่าน ท่านจะไม่ชอบให้พยุงเดินหรือไปให้ความช่วยเหลือโดยที่ท่านไม่ได้ร้องขอ …และตามซุปเปอร์ร้านขายของต่างๆ จะเห็นผู้สูงวัยเหล่านี้ออกไปจับจ่ายซื้ออาหาร ซื้อข้าวของเอง(ทั้งๆที่บางท่านก็เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นก็มี)เห็นบ่อยๆและทุกครั้งจะรู้สึกไม่ชินและอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้

Cube Houses – Blaak,Rotterdam

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศสักระยะเนเธอร์แลนด์แล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนเนเธอร์แลนด์ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

-ในความคิดของดิฉัน วัฒนธรรมไทยที่เปลี่ยนไปและอาจจะถือว่าแปลกมากกว่าเคยเป็นถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบหรือยี่สิบกว่าปีที่แล้วคือผู้หญิงมีสิทธิเสรีในด้านต่างๆมากขึ้นทั้งในสังคมนอกบ้านและในบ้าน…วัฒนธรรมที่ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง ต้องมีหน้าที่ดูแลลูก สามี อยู่บ้านทำอาหารได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้น ผู้หญิงเลือกทำงานนอกบ้านมากขึ้น ผู้ชายรับภาระแบ่งเบาช่วยทำงานบ้าน ดูแลลูกเต้าช่วยกันสิ่งเหล่านี้มีให้เห็นมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแต่ในเมืองใหญ่แต่ในต่างจังหวัดรอบนอกก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน

สวนKeukenhof, Netherlands

-สิ่งที่คนดัตช์ทำและดิฉันชอบมากกว่าแบบที่คนไทยทำคือความเสมอภาคระหว่างชาย/หญิงและการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบภายในบ้านกันอย่างชัดเจน(สิ่งเหล่านี้ถึงจะมีมากขึ้นที่ไทยในปัจจุบันแต่ก็ยังเห็นความแตกต่างระหว่างชาย/หญิงอยู่ในบางสังคม)
– ที่ชอบอีกอย่างคือคนดัตช์ส่วนมากจะชัดเจนไม่เหลาะแหละ,จะยึดถือคำพูดและรักษาสัญญา คนส่วนมากเมื่อทำอะไรก็จะทำอย่างจริงจัง…คนไทยหลายคนมีนิสัยชอบผลัดวันประกันพรุ่ง และบางครั้งไม่กล้ารับความจริงและชอบพูดบ่ายเบี่ยง เช่นจะเห็นได้ว่าคำว่า”ไม่เป็นไรๆ”(ทั้งๆที่บางครั้งคนพูดอาจจะรู้สึกไม่โอเคเลย) จะถูกนำมาใช้ในแทบทุกบริบท เพื่อเป็นการเลี่ยงการพูดแบบตรงๆ……แต่คนดัตช์บางคนที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาก็มีเหมือนกันนะคะ
-ดิฉันได้เรียนรู้ว่าคนดัตช์ส่วนมากชอบการวางแผน โดยเฉพาะแผนการดำรงชีวิต สิ้งนี้ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความมั่นคง มองเห็นแพลนในวันหน้าและมีจุดหมายในชีวิต ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดี

Kinderdijk, Netherlands

เมื่อคุณมาถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวเนเธอร์แลนด์เมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

-อาหารดัตช์มีไม่ค่อยหลากหลายถ้าเทียบการอาหารไทยซึ่งในแต่ละมื้อจะมีผัด ทอด ต้ม แกง…แต่เมนูดัตช์ส่วนมากจะเป็นเมนูง่ายๆที่ประกอบไปด้วยแป้ง ผักและพวกโปรตีนรวมอยู่ในจานเดียว เช่นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อคือมันบดผสมผักเคลใส่เบคอนหรือไส้กรอกรมควัน(Boerenkool stamppot)
-เมนูที่รูสึกแปลกใจในการลองทานครั้งแรกคือเมนูที่ชาวดัตช์ทานกันในในช่วงฤดูหน่อไม้ฝรั่งสีขาว…เมนูนี้ประกอบด้วยหน่อไม้ฝรั่งสีขาว มันเทศต้ม ไข่ต้ม แฮม และซอส(ขั้นตอนการทำของแต่ละครอบครัวอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่หลักๆจะประกอบด้วยวัตถุดิบที่กล่าวมาเหล่านี้) ว่ากันว่าเมนูนี้มีแหล่งกำเนิดจากเยอรมันและฝรั่งเศส แต่เป็นที่นิยมในหลายๆประเทศในโซนยุโรปรวมทั้งในเนเธอแลนด์ ช่วงที่มีหน่อไม้ฝรั่งชนิดนี้ออกสู่ตลาดจะมีเวลาประมาณ1เดือนในแต่ละปี…ตอนลองครั้งแรกนึกสงสัยในใจว่าจะกินยังไงน้อ… แต่พอทานไปทานมาก็อร่อยดี เป็นเมนูที่เบาๆไม่หนัก และตอนนี้เมนูนี้กลายเป็นของโปรดของดิฉันไปแล้ว

หนึ่งในเมนูอาหารที่ชาวดัตซ์ชอบทาน:หน่อไม้ฝรั่งขาว

-อีกเมนูที่ส่วนตัวรู้สึกแปลกคือแพนเค๊ก(pannekoeken)-ถ้านีกถึงแพนเค๊ก ก็ต้องนึกถึงอะไรที่หวานๆ เป็นของหวานตบท้ายหลังทานอาหารจานหลักเสร็จแล้ว แต่การไปลองทานแพนเค๊กที่ร้านครั้งแรกคือเป็นการสั่งแพนเค๊กที่ต้องเลือกหน้า (พลอยให้นึกถึงการสั่งพิซซ่าเลยค่ะ)เลือกว่าจะต้องใส่อะไรลงไปบ้าง ซึ่งแต่ละหน้ามีทั้งของคาวและของหวานเช่นชีส แฮม เบคอน แยมต่างๆ ผลไม้เชื่อม เห็ด ฯลฯ ลูกค้าจะเลือกผสมหลายๆอย่างได้ตามชอบ และเมนูทานเป็นอาหารจานหลักได้เลยเพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่และหนัก ก็ถือว่าเป็นเมนูแปลกสำหรับตัวเองในการทานครั้งแรกที่ฮอนแลนด์ ส่วนเมนูที่ไม่ชอบเลย:คือปลาแฮร์ริ่ง:ปลาชนิดนี้ถือว่าเป็นปลาที่มีประโยชน์เพราะมีไขมันปลาประมาณ16%หรือมากกว่า แต่ชาวดัตช์จะนิยมทานปลาชนิดนี้แบบสดๆโรยด้วยหอมซอย ดิฉันเคยลองทานครั้งเดี๋ยวและไม่คิดจะลองอีกเลย

แพนเค๊กดัตช์

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์คุณเคยคิดฝันว่าประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศเนเธอร์แลนด์

-ไม่เคยคิดนะคะว่าทางเดินในประเทศ”ฝรั่ง”นั้นโรยด้วยทองคำ…แต่คิดๆไว้ว่าชีวิตในทุกด้าน(คง)ต้องดีขึ้นกว่าเดิม …ที่มีความคิดแบบนี้ก็ด้วยเพราะว่าชีวิตที่ไทยก่อนย้ายมาเนเธอร์แลนด์นั้นไม่ได้แย่หรือลำบากขนาดที่ต้องดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้าเลยแอบคิดๆว่าชีวิตต่างแดนก็ควรจะดีกว่าเก่า…ถ้าไม่ดีกว่าเดิมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทิ้งทุกอย่างที่ไทยเพื่อย้ายมาอยู่เมืองนอกนี่นา…เดชะบุญที่สิ่งที่คาดคิดไว้ไม่ได้แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นและได้พบเจอ😁 ถือว่าเป็นหนึ่งคนที่อยู่ในกลุ่มที่”ไม่ผิดความคาดหวัง”ค่ะ
-ก่อนย้ายมาเคยมีความคิดว่าคงหางานทำได้ไม่ยาก…แต่พอย้ายมาอยู่แล้วซักระยะเลยถึงบางอ้อว่า…การหางานให้ได้นั้นไม่ยาก…แต่การหางานที่อยากทำให้ได้(ตามสายที่จบมาจากไทย)นั้นไม่ง่ายเลย ทั้งนี้และทั้งนั้นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดที่เป็นตัวช่วยว่าคุณจะหางานได้ หรือจะได้งานที่อยากทำคือภาษาดัตช์:ยิ่งถ้าคล่องได้ทั้ง 4ทักษะ:ฟัง พูด อ่าน เขียน:โอกาสของคุณก็จะกว้างมากขึ้น

โบสถ์เก่าแก่:Sint-Laurens Church Blaak,Rotterdam

-สิ่งที่คิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย:
1)อาหารไทยที่หลากหลาย แสนอร่อยและมีอยู่ทุกซอกทุกมุม …การใช้ชีวิตอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ เมื่ออยากทานอาหารไทย และถ้าไม่ออกไปร้านอาหารไทย ก็ต้องทำเองที่บ้าน(รสที่ได้ไม่เหมือนที่ไทย )เลยคิดถึงอาหารไทย และอาหารพื้นบ้านไทยๆอย่างที่สุดค่ะ
2)คิดถึงครอบครัวที่อยู่ที่ไทยบ่อยๆ:ถึงแม้จะติดต่อพูดคุยเป็นประจำ แต่ก็มีคิดถึงการพบปะ การรวมญาติในเทศกาลต่างๆแบบไทยๆอยูบ่อยๆค่ะ
3)ปีไหนที่เจออากาศหนาวมากๆ ก็จะคิดถึงอากาศอุ่นๆที่ไทย …ตอนก่อไฟในเตาผิงที่ฮอนแลนด์ก็มีแอบคิดถึงการก่อไฟด้วยฟืนที่บ้านในต่างจังหวัดในช่วงอากาศหนาวที่ตอนฟืนมอดเหลือแต่ถ่านก็เอาข้าวเหนียวมาปั้นย่างถ่านไฟอ่อนๆได้ด้วย

*ส่วนสิ่งที่คิดว่าจะไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศเนเธอร์แลนด์* คำตอบคือไม่มีค่ะ :อาจจะมีหลายอย่างที่จะคิดถึงบ้างถ้าขาดไป เช่นความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและขนส่งสาธารณะ ,การเดินและปั่นจักรยานที่ฮอนแลนด์ที่ชอบและสามารถทำได้ในทุกฤดูกาล (แต่หน้าร้อนที่ไทยคงเหงื่อตกตั้งแต่5นาทีแรก)และอื่นๆอีกหลายอย่าง…แต่ถึงจะขาดสิ่งเหล่านี้ไปก็ไม่ถึงกับทำให้มีชีวิตอยู่ไม่ได้

คุณ พณิดา

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์สามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

-อิงจากที่กล่าวในข้อ4ด้านบนนะคะ การได้งานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับภาษาดัตช์(หรืองานบางอย่างที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก)…เท่าที่สัมผัสและเห็นคนไทยที่นี่ก็ทำงานประจำกันหลากหลายอย่าง และเท่าที่รู้ค่าตอบแทนก็เหมาะสมกับงานที่ทำ เช่นงานด้านดูแลผู้ป่วย ดูแลผู้สูงวัยซึ่งต้องมีวุฒิและหรือความรู้เฉพาะทาง …ถ้าไม่ต้องอาศัยทักษะด้านภาษามาก ก็จะมีงานโรงงานต่างๆ เช่นแพ็คผัก&ผลไม้,บริษัทไม้ดอก&ไม้ประดับ ฯลฯ โดยส่วนตัวคิดว่าค่าตอบแทนที่ได้รับในแต่ละสายงานสมเหตุสมผลค่ะ

สวนKeukenhof, Netherlands

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์ ล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์

-วีซ่าถาวร:ชนิดระยะยาว(แต่ไม่ถาวรตลอดไปเพราะเมื่อหมดวาระก็ต้องเดินทางออกจากประเทศ)เช่นวีซ่าการมาทำงานและการมาศึกษาต่อ :ถ้าหน่วยงานที่ว่าจ้างคุณมาให้ความร่วมมือและสถาบันที่จะมาเรียนต่อตอบรับ ก็ขอไม่ยากเพียงแต่ต้องเตรียมเอกสารต่างๆตามที่ถูกขอและทุกอย่างมีขั้นตอนชัดเจนตามลำดับ
-วีซ่าถาวร(ตลอดไป)คือถ้าพูดถึงการแต่งงานและอยู่อาศัยกับครอบครัวในฮอนแลนด์แบบถาวรตลอดไป การขอวีซ่าชนิดนี้จะมีเงื่อนไข ขั้นตอนหลายอย่างตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อเข้ามาอยู่ (จนถึงการยื่นขอสัญชาติดัตช์ในที่สุด) มีการเตรียมเอกสารเยอะมาก และต้องใช้เวลา
-ส่วนวีซ่ามาท่องเที่ยว:ส่วนตัวคิดว่าถ้าเตรียมเอกสารต่างๆที่ทางสถาทูตขอให้พร้อม และกรอกแบบฟอร์มอย่างละเอียด ชัดเจน ก็ขอไม่ยาก ได้รับอนุมัติวีซ่ากันเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
-ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเนเธอแลนด์และได้บัตรอยู่อาศัยแล้ว สามารถเปิดบัญชีธนาคารประเภทต่างๆได้อย่างสะดวก(ซึ่งมีให้เลือกหลายธนาคาร)

Rotterdam, Netherlands

ผู้ชายชาวเนเธอร์แลนด์ มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวเนเธอร์แลนด์เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาว เนเธอร์แลนด์มักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

-ส่วนตัวคิดว่าการเลือกคู่ชีวิตที่เหมาะสมสำหรับสุภาพสตรีไทย ไม่จำเป็นต้องเป็นชายชาวดัตซ์ แต่การเลือกคู่ชีวิตควรจะขึ้นอยู่กับนิสัย,ทัศนคติต่างๆและสิ่งอื่นๆระหว่างคนสองคนว่าคล้องจอง คล้ายคลึงพอจะใช้ชีวิตไปด้วยกันได้หรือเปล่า เพราะคนเราชอบและรักต่างกัน ด้่งเช่นมีสุภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า”ลางเนื้อ ชอบลางยา”(ของอย่างเดียวกัน คนหนึ่งอาจจะชอบ แต่อีกคนอาจจะไม่เอา)
แต่สำหรับดิฉัน มีความเห็นส่วนตัวว่าสุภาพบุรุษชาวดัตช์ส่วนใหญ่จริงใจและจริงจัง มีความรับผิดชอบสูง เหมาะที่จะเป็นคู่คิดและเป็นคู่ชีวิต แต่ความเห็นนี้อยู่ในบรรทัดฐานของชีวิตตัวเองที่เจอกับสุภาพบุรุษแบบนี้ในชีวิตจริงค่ะ ท่านอื่นๆถ้าเจอแบบอื่น ก็อาจจะมีความคิดเห็นแปลกแตกต่างออกไป

สวนKeukenhof, Netherlands

-ส่วนปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวดัตช์มักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ เท่าที่เคยได้ยินและได้รับรู้มา พอจะยกตัวอย่างบางข้อได้ดังนี้ค่ะ
1. วัฒนธรรมการดูแล ส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ไทยโดยการส่งเงินทองกลับไปทุกๆเดือน (บางคนมาก บางคนน้อย)ถ้าฝ่ายหญิงมีงานทำมีรายได้ปัญหานี้อาจจะไม่เกิด แต่ถ้าต้องแบมือขอค่าเลี้ยงดูครอบครัวที่ไทยจากฝ่ายชาย และถ้าฝ่ายชายรับไม่ได้หรือไม่เข้าใจความต่างด้านนี้ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหากันได้ หลายๆคู่มีปัญหาถึงกับต้องเลิกรากันไป แต่หลายคู่ฝ่ายชายก็เต็มใจให้ความช่วยเหลือฝ่ายหญิงอย่างไม่มีเงื่อนไข
2. วัฒนธรรมการกิน…การคบหากันระหว่างคนไทย …ส่วนมากเมื่อคนไทยเจอหน้ากัน เราจะถามกันว่า”กินข้าว กินอะไรมาหรือยัง” หลายครั้งเราพูดบริบทแบบนี้แทนคำว่าสบายดีหรือเปล่า…เลยได้ยินบ่อยมากที่เหล่าสามีจะพูดเล่น(แกมเหน็บจริง)ว่า”คนไทย กินได้ทั้งวัน เจอหน้ากันมีแต่เรื่องกินๆๆ” หนึ่งในอาหารที่คนไทยแทบทุกคนชอบทานคือส้มตำ…ปัญหาที่ตามมาที่ได้ยินคือสามีของเพื่อนบางคนไม่ชอบให้มีเพื่อนคนไทยมาบ้านบ่อยๆ บางคนรับกลิ่นปลาร้า กลิ่นกระเทียมไม่ได้เลย…ถึงขนาดไม่ให้มีเก็บมีใช้ในครัวที่บ้าน …กลายเป็นการห้าม:ห้ามคบเพื่อนคนไทย ,ห้ามนั่น นี่ โน่น…แรกๆอาจจะไม่มีอะไรมากมาย ฝ่ายหญิงไทยเออออเพื่อเป็นการตัดปัญหา แต่บ่อยๆเข้าในระยะยาวก็อาจเกิดภาวะการขัดแย้งกันได้ในระดับหนึ่งถ้าไม่มีการปรับเข้าหากันทั้งสองฝ่าย
3. ถึงแม้จะแต่งงาน อยู่กินกันมานานหลายปีและมีลูกเต้าด้วยกันหลายคนแล้ว แต่ยังมีชาวดัตช์จำนวนไม่น้อยยังมีการแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆระหว่างสามีและภรรยาอยู่…ผู้หญิงไทยบางส่วนอาจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ไว้ก่อน (หรือเลือกที่จะไม่คิดเพราะอาจจะคาดคิดว่าผู้ชายฝรั่งต้องจ่ายอยู่แล้ว)หรือไม่ได้มีการพูดคุยกับว่าที่สามีก่อนในเรื่องนี้… พอย้ายมาอยู่แล้วฝ่ายชายอาจจะผลักและดันให้ฝ่ายหญิงหารายได้เพื่อที่จะได้เอามาแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ…ถ้าฝ่ายหญิงยังไม่ได้เตรียมตัวในเรื่องที่ต้องทำงานหารายได้ก่อนย้ายมาอยู่ สิ่งเหล่านี้อาจจะกลายเป็นปัญหาตามมาได้ค่ะ ก็อยากฝากให้คิดว่าผู้ชายชาวต่างชาติไม่ได้ร่ำรวยมีเงินทองล้นหลามกันทุกคน (มีคนรวย คนจน คนพอมีพอกินเหมือนประเทศอื่นๆ)ส่วนมากพวกเขาแทบทุกคนก็ต้องทำงานหนักเพื่อที่จะได้มา…ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างแดนไม่ว่าจะเป็นที่ใด ก็ฝากให้คิดเผื่อไว้หลายๆอย่างนะคะ เพราะ”เมื่อได้ไปอยู่ ไปสัมผัสกับประเทศนั้นๆแล้ว สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด…และสิ่งที่ได้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังไว้” และอาจจต้องอยู่ในสภาวะที่”จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้ จะเดินหน้าต่อก็ลำบาก”

สวนKeukenhof, Netherlands

ทั้งนี้และทั้งนั้น สิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวจากมุมมองของตัวเอง ที่บางอย่างอ้างอิงจากความเป็นจริงที่ได้พบ ได้เห็นและได้ยินมา ดิฉันไม่ได้อ้างอิงจากเรื่องราวของตัวเองทั้งหมด แต่พยามมองถึงหลักความเป็นจริง พยามลองมองปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายๆมุมหลายๆด้านเพราะทุกๆอย่างจะเหมือนเหรียญ ที่มี2ด้านเสมอ…ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นอกจากบางท่านที่อาจจะไม่ได้ดั่งที่คาดหวังไว้ แต่ยังมีผู้คนมากมายหลายท่านที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศแล้วมีความสุข สร้างครอบครัวอบอุ่น และประสบความสำเร็จค่ะ

Kinderdijk

ท้ายสุดนี้ ขออนุญาตฝากข่าวสารนะคะ:ดิฉันและเพื่อนได้จัดทำโครงการสอนแกะสลักผักและผลไม้ขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นวิทยาทาน ให้แก่ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเนเธอแลนด์และชาวต่างชาติที่สนใจ โดยจัดสอนเป็นรุ่นๆที่วัดพุทธาราม เมืองวาลไวค์
แต่ช่วงนี้ติดปัญหาสถานการณ์โควิด19 เลยชลอการเปิดสอนรุ่นที่3 ออกไปค่ะ ถ้าชาวไทยที่อาศัยอยู่ในฮอนแลนด์ท่านใดสนใจรายละเอียดการเรียนการสอน กรุณาติดตามข่าวสารได้ในช่องทางนี้นะคะ

เฟสบุ๊ควัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์

คุณ พณิดา ย่อมมี / Phanida Yommee

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

4 thoughts on “เตรียมพร้อมเพื่อรับและปรับตัวกับความต่างด้านวัฒนธรรมไทย-ดัตช์

  1. ขอขอบคุณคุณเทรเวอร์มากๆค่ะที่ให้โอกาสได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างแดนซึ่งจะต้องพบเจอกับวัฒนธรรมหลายๆด้านที่ต่างไปจากวัฒนธรรมไทย หวังว่าเนื้อหาต่างๆคงจะพอเป็นประโยชน์แด่ท่านที่สนใจไม่มากก็น้อย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    Liked by 1 person

    1. ด้วยความยินดีครับ ข้อมูลที่คุณได้ให้มามันยอดเยี่ยมเลยครับ ขอบคุณมากครับ คุณเก่งมากคุณ พณิดา

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s