เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 48

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 48

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 31 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้คำกริยาช่วย ร่วมกับคำสรรพนามแบบตรงและแบบไม่ตรง และก็เรียนเกี่ยวกับคำกริยาแบบสะท้อนกลับมาที่ตัวเองด้วยค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 31
บทเรียนที่ 31
– Oh buongiorno!
โอ้ว อรุณสวัสดิ์ค่ะ!
– Oh no, che vergogna!
โอ้ว ไม่นะ มันน่าอายจังเลยค่ะ!
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io ho un po’ di sonno, che vergogna!
ฉันยังง่วงอยู่เลยค่ะ มันน่าอายจังเลยค่ะ!
– Ma che ore sono? Oddio!
ว่าแต่ว่าตอนนี้กี่โมงแล้วคะ โอ้วพระเจ้าช่วย!
– Sono le 10 ragazzi e io sono ancora a letto!
10 โมงแล้วค่ะเพื่อนๆ และตอนนี้ฉันยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลยค่ะ!
– Questa volta ho superato me stessa!
ครั้งนี้ ฉันได้ทำลายสถิติตัวเองแล้วค่ะ!
– Brava Veronica!
เก่งมาก เวโรนิค่า!
– Che vergogna, che vergogna!
มันน่าอายจริงๆ มันน่าอายมากๆ ค่ะ!
– Eh lo so, io da domani devo svegliarmi presto e devo alzarmi, anzi e mi devo alzare subito!
ค่ะ ฉันรู้ค่ะ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะต้องตื่นนอนแต่เช้า และฉันจะต้องลุกขึ้น นั่นสิ ฉันต้องลุกขึ้นทันทีค่ะ!
– Questo è il titolo della 31esima lezione del corso One World Italiano video.
นี่คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ 31 ของหลักสูตร One World Italiano video ค่ะ
– Che vergogna ragazzi.
มันน่าอายจังค่ะเพื่อนๆ
– Io sono ancora nel mio letto!
ฉันยังอยู่บนเตียงของฉันอยู่เลยค่ะ!
– Ahaha…
ฮ่าฮ่าฮ่า…
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Prima di tutto a non fare quello che faccio io.
ก่อนอื่นเลยค่ะ อย่าทำสิ่งที่ฉันทำอยู่ค่ะ
– Cioè ad essere seri, rigorosi, precisi e puntuali come voi svizzeri e tedeschi.
คือ จะต้องจริงจังค่ะ เข้มงวด แม่นยำและตรงต่อเวลา เหมือนกับพวกเธอที่เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ และชาวเยอรมันค่ะ
– Seconda cosa impariamo tante cose.
อย่างที่สอง พวกเราจะได้เรียนรู้อะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ
– Prima di tutto ad organizzare sempre il nostro tempo, la nostra giornata, a pianificare la nostra giornata ma in modo serio e rigoroso!
อย่างแรกเลยก็คือการจัดระเบียบเวลาของพวกเรา ตลอดทั้งวันของพวกเรา เกี่ยวกับการวางแผนในสิ่งที่เราต้องทำตลอดทั้งวันของพวกเราค่ะ แต่ว่าในรูปแบบที่จริงจังและเข้มงวดค่ะ
– Questo è uno dei miei buoni propositi.
นี่คือความตั้งใจที่ดีของฉันอย่างนึงค่ะ
– Speriamo bene!
พวกเราก็หวังว่าจะทำได้ดีนะคะ!
– Allora iniziamo a pensare a che cosa devo fare oggi.
ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาเริ่มคิดกันค่ะว่า วันนี้ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ
– Allora, prima di tutto mi devo svegliare.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลย ฉันจะต้องตื่นซะทีค่ะ
– 1…2…3… Veronica olè!
1…2…3… เวโรนิค่า โอเล่!
– Seconda cosa devo alzarmi dal letto.
อย่างที่สอง ฉันจะต้องลุกขึ้นจากที่นอนค่ะ
– È molto difficile.
คือมันยากมากเลยค่ะ
– In realtà io mi voglio sdraiare nel letto e voglio continuare a dormire.
จริงๆ แล้ว ฉันอยากจะนอนเอนบนที่นอน และฉันอยากจะหลับต่อค่ะ
– Ma so che non è possibile, perché ho tante cose da fare.
แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะว่าฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องทำค่ะ
– Poi mi devo lavare sotto la doccia.
แล้วฉันก็ต้องใช้ฝักบัวอาบน้ำให้ตัวเองค่ะ
– E poi mi devo vestire.
แล้วฉันก็ต้องแต่งตัวให้กับตัวเอง
– Poi devo pettinarmi.
แล้วฉันก็ต้องหวีผมให้ตัวเอง
– Emm… devo truccarmi.
อืม… ฉันต้องแต่งหน้าให้ฉันเองค่ะ
– Poi cosa devo fare?
แล้วฉันต้องทำอะไรอีกคะ
– Emm… devo fare colazione.
อืม… ฉันต้องทานอาหารเช้าค่ะ
– Va bene… e…
โอเค… แล้วก็…
– Poi aspettate! Qua ho tante chiamate perse, accidenti.
แล้วก็ พวกเธอรอแป๊ปนะคะ! ตรงนี้ฉันมีโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับสายมากมายเลยค่ะ ให้ตายเถอะค่ะ
– Guardate a che ora mi sono svegliata, accidenti, accidenti ragazzi.
พวกเธอดูนะ ฉันตื่นกี่โมงเนี่ยะ ให้ตายเถอะ ให้ตายเถอะค่ะ เพื่อนๆ
– E… sì. Tante persone mi hanno chiamata e io devo richiamare.
และ… ใช่ค่ะ มีหลายคนที่พวกเขาได้โทรมาหาฉัน และฉันก็จะต้องโทรกลับค่ะ
– Sì, sì sì, posso richiamarle più tardi.
ใช่ค่ะ ใช่ๆ ฉันสามารถโทรกลับหาพวกเขาทีหลังได้ค่ะ
– Oddio, alcune chiamate sono importanti.
พระเจ้าช่วย บางสายมันสำคัญด้วยค่ะ
– Accidenti! Anche io che cosa pretendo, mi alzo a quest’ora.
ให้ตายเถอะค่ะ! ฉันคิดอะไร ทำไมฉันถึงตื่นเวลานี้เนี่ยะ

– Chi dorme non piglia pesci.
ใครหลับก็จับปลาไม่ได้ค่ะ
– E… sì, lo so, lo so. Queste persone forse sono arrabbiate. Oh… no.
และ… ใช่ค่ะ ฉันรู้ค่ะๆ บางทีคนพวกนี้ เขาคงไม่โกรธค่ะ โอว… ไม่นะ
– Devo offrirgli un caffè per farmi perdonare, per scusarmi.
ฉันจะต้องเลี้ยงกาแฟพวกเขา เพื่อให้พวกเขายกโทษให้กับฉัน เพื่อเป็นการขอโทษอ่ะค่ะ
– Cosa dite? Sì, sì. Gli posso dire che ero molto molto impegnata.
พวกเธอคิดว่ายังไงคะ ใช่ค่ะใช่ ฉันสามารถบอกกับพวกเขาได้ว่า ตอนนั้นฉันยุ่งมากๆ ค่ะ
– Sì, a dormire. Ok…
ใช่ค่ะ ยุ่งที่จะนอนค่ะ โอเค…
– Poi che cosa devo fare oltre a richiamare tutte queste persone?
แล้วฉันต้องทำอะไรอีกคะ นอกเหนือจากการโทรกลับไปหาคนพวกนี้แล้ว
– Devo fare la spesa.
ฉันจะต้องไปจ่ายตลาดค่ะ
– Allora, devo comprare il pane.
คือว่า ฉันจะต้องไปซื้อขนมปังค่ะ
– Ne devo comprare mezzo kilo.
ฉันจะต้องซื้อมันครึ่งกิโลค่ะ
– Poi devo comprare anche della frutta.
แล้วฉันก็ต้องซื้อผลไม้อีกด้วยค่ะ
– Devo comprarne un kilo.
ฉันจะต้องซื้อมันหนึ่งกิโลค่ะ
– Bene poi dopo la spesa, sì ovviamente devo lavorare.
ดีค่ะ แล้วหลังจากการจ่ายตลาด ใช่ค่ะ แน่นอนค่ะว่าฉันต้องทำงานค่ะ
– E… oggi ho lezione e ho un corso di gruppo di studenti stranieri.
และ… วันนี้ฉันมีสอน และฉันก็มีหลักสูตรกลุ่มของพวกนักเรียนต่างชาติค่ะ
– Oggi gli devo spiegare il passato prossimo.
วันนี้ฉันต้องอธิบายพวกเขาเกี่ยวกับ คำกริยาในรูปอดีตค่ะ
– Poi dopo ho un lezione individuale con una ragazza polacca.
แล้วหลังจากนั้น ฉันก็มีสอนตัวต่อตัว กับสาวชาวโปแลนค่ะ
– Devo spiegarle i possessivi.
ฉันจะต้องอธิบายเขาเกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของค่ะ
– Bene… e voi che cosa dovete fare?
ดีค่ะ… และพวกเธอต้องทำอะไรกันบ้างเหรอคะ
– E noi che cosa abbiamo imparato oggi?
และพวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปบ้างคะวันนี้
– Tante belle cose.
สิ่งดีๆ หลายสิ่งหลายอย่างเลยค่ะ
– Iniziamo! Veronica alzati! Ok.
พวกเรามาเริ่มกันเลยค่ะ! เวโรนิค่า เธอจงลุกขึ้นมาค่ะ! โอเค
– Ora devo alzarmi, è una cosa molto difficile.
ตอนนี้ฉันต้องลุกขึ้นมาแล้วค่ะ มันเป็นเรื่องยากมากเรื่องนึงค่ะ
– Eccomi qua! Mi metto le ciabatte.
ฉันอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ! ฉันใส่รองเท้าแตะก่อนนะคะ
– E mi alzo finalmente dal mio letto, dal mio amato letto.
และฉันก็ลุกขึ้นจากที่นอนของฉันได้สักที จากที่นอนอันเป็นที่รักของฉันค่ะ
– Perfetto! Allora che cosa abbiamo imparato oggi?
เยี่ยมมากค่ะ! ดังนั้น วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันบ้างเหรอคะ
– Tante cose!
หลายสิ่งหลายอย่างเลย!
– Sì lo so, questa lezione a parte il mio letto, sembra simile a tante altre. Perché?
ใช่ค่ะ ฉันรู้ค่ะว่า ในบทเรียนบทนี้นอกจากเตียงของฉันแล้ว มันก็ดูคล้ายๆ กับบทเรียนอื่นๆ อีกมากมายค่ะ ทำไมเหรอคะ
– Perché pianifico la mia giornata, ho sempre il cellulare pieno di chiamate, perché uso i verbi modali, i pronomi, ma andiamo a rivedere proprio i verbi modali e i pronomi.
เพราะว่าฉันวางแผนวันของฉันค่ะ ฉันมีโทรศัพท์มือถือที่เต็มไปด้วยสายเรียกเข้าตลอดเลย ทำไมฉันถึงใช้พวกคำกริยาช่วย และพวกคำสรรพนามเหรอคะ พวกเธอไปดูซ้ำกันนะคะโดยเฉพาะพวกคำกริยาช่วยและพวกคำสรรพนามค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Come avete notato, se l’avete notato, ho costruito diverse frasi.
อย่างที่พวกเธอได้สังเกตเห็นกันไปแล้ว ฉันได้สร้างประโยคแบบต่างๆ ที่แตกต่างกันไว้หลายประโยคเลยนะคะ
– Alcune frasi in modo diverso.
บางประโยค ก็พูดในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
– Per esempio io ho parlato delle chiamate e ho detto “le posso richiamare più tardi”. Ok?
ตัวอย่างเช่น ฉันได้พูดถึงสายเรียกเข้าต่างๆ และฉันบอกว่า “ฉันค่อยโทรกลับหาพวกเขาทีหลังค่ะ” เข้าใจไหมคะ
– Mi riferivo a le persone. Ok.
คำว่า le หมายถึงคนที่โทรมาหาฉันค่ะ โอเคค่ะ
– Però ho parlato anche dei miei studenti e ho detto “devo spiegargli il passato prossimo”.
แต่ว่า ฉันก็ได้พูดเกี่ยวกับพวกนักเรียนของฉันอีกด้วย และฉันบอกว่า “ฉันจะต้องอธิบายให้กับพวกเขาฟังเกี่ยวกับคำกริยาในรูปอดีตค่ะ”
– Ho parlato della mia studentessa polacca e ho detto “le devo spiegare i possessivi”.
ฉันได้พูดถึงนักเรียนหญิงชาวโปแลน และฉันบอกว่า “ฉันต้องอธิบายให้หล่อนฟังเกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของค่ะ”
– Veronica ma perché tu a volte metti questi pronomi prima altre volte dopo? Come funziona?
เวโรนิค่า แต่ว่าทำไมบางครั้งเธอใส่พวกคำสรรพนามพวกนี้ไว้ข้างหน้า แล้วบางครั้งเธอก็ใส่ไว้ข้างหลังคะ มันใช้งานอย่างไรเหรอคะ
– Lo vediamo.
พวกเรามาดูมันกันค่ะ

– Prima di tutto andate a rivedere la lezione 15, non so se vedete il numero, comunque è scritto qua, devo spiegare i verbi modali.
ก่อนอื่นเลย พวกเธอต้องไปดูบทเรียนที่ 15 ซ้ำกันค่ะ ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอเห็นตัวเลขกันไหม อย่างไรก็ตาม มันได้เขียนเอาไว้ตรงนี้ค่ะ ฉันต้องอธิบายเกี่ยวกับพวกคำกริยาช่วยค่ะ
– I verbi modali? Ma dai sono facilissimi!
พวกคำกริยาช่วยเหรอคะ เอาหน่ะพวกมันง่ายมากๆ เลยค่ะ!
– Dovere, potere, volere. Rivedete la lezione 15. Bene.
ต้องทำ ทำได้ อยากทำ พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 15 ซ้ำนะคะ ดีค่ะ
– Seconda cosa dovete rivedere tutti i pronomi che abbiamo imparato in tutte queste lezioni.
อย่างที่สอง พวกเธอต้องไปดูพวกคำสรรพนามที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วในบทเรียนเหล่านี้ทั้งหมดซ้ำกันนะคะ
– In 31 lezione.
ใน 31 บทเรียนค่ะ
– Sì, abbiamo imparato per prima cosa i pronomi soggetto.
ใช่ค่ะ พวกเราได้เรียนรู้พวกคำสรรพนามบุคคลกันไปแล้วเป็นอย่างแรกค่ะ
– Però per adesso ci riferiamo ai pronomi diretti, lezione 26 e 27.
แต่ว่า สำหรับตอนนี้พวกเราจะอ้างถึงพวกคำสรรพนามแบบตรงกันค่ะ บทเรียน 26 และ 27 ค่ะ
– Lezione 26 con i tempi semplici, lezione 27 con i tempi composti. Ok?
บทเรียนที่ 26 กับช่วงเวลาที่มีคำกริยาคำเดียว บทเรียนที่ 27 กับช่วงเวลาที่ประกอบด้วยคำกริยา 2 คำติดกันค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Poi andate a rivedere i pronomi indiretti.
แล้วพวกเธอก็กลับไปดูเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงซ้ำกันอีกนะคะ
– Lezione 28 e 29.
บทเรียนที่ 28 และ 29 ค่ะ
– Idem, lezione 28 tempi semplici, lezione 29 tempi composti.
เหมือนกันค่ะ บทเรียนที่ 28 ช่วงเวลาธรรมดา บทเรียนที่ 29 ช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 คำติดกันค่ะ
– Bene, poi andate a rivedere anche i verbi riflessivi.
ดีค่ะ แล้วพวกเธอก็กลับไปดูเกี่ยวกับพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับมาที่ผู้กระทำซ้ำกันด้วยนะคะ
– Lezione 24: io mi alzo, io mi sveglio, per esempio.
บทเรียนที่ 24: ตัวอย่างเช่น ฉันลุกตัวฉันเองขึ้นมา ฉันตื่นตัวเองขึ้นมาค่ะ
– Quindi qui usiamo i pronomi riflessivi, che devo abbinare ai verbi riflessivi.
ดังนั้นตรงนี้ พวกเราใช้พวกคำสรรพนามแบบสะท้อนกลับ ที่ฉันต้องเอามารวมกับพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับค่ะ
– E poi andate a rivedere anche l’ultima lezione, la lezione 30, dove spieghiamo, dove vediamo il pronome ne, il partitivo.
แล้วพวกเธอก็กลับไปดูบทเรียนล่าสุดซ้ำด้วยนะคะ บทเรียนที่ 30 ค่ะ ที่ซึ่งพวกเราได้อธิบาย ที่ซึ่งพวกเราได้เรียนคำสรรพนาม ne การบอกถึงปริมาณบางส่วนค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Quindi come usare i verbi modali con tutti questi pronomi?
ดังนั้น ควรจะใช้พวกคำกริยาช่วยกับพวกคำสรรพนามแบบต่างๆ นี้ได้อย่างไรคะ
– Ricordate la particolarità dei verbi modali sempre nella lezione 15? Qual è?
พวกเธอจำความพิเศษของพวกคำกริยาช่วยในบทเรียนที่ 15 ได้ไหมคะ มันคืออะไรคะ
– Sì, vi ricordate bene, bravi!
ใช่ค่ะ พวกเธอจำได้ดี เก่งมากค่ะ!
– Dovere, potere, volere, normalmente sì, abbiamo a un infinito.
ต้องทำ ทำได้ อยากทำ ปกติแล้ว ใช่ค่ะ พวกเรามีคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ตามท้ายด้วยค่ะ
– Per esempio “devo fare colazione”.
ตัวอย่างเช่น “ฉันต้องทานอาหารเช้า”
– Quindi devo, verbo modale dovere, più infinito fare.
ดังนั้นคำว่า ฉันต้อง คือ คำกริยาช่วย บวกกับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ค่ะ
– Invece se io uso il presente “faccio colazione”, ne uso solo uno. Quindi questa è la particolarità dei verbi modali.
แต่ถ้าฉันใช้ในรูปแบบปัจจุบัน “ฉันทานอาหารเช้า” ฉันใช้คำกริยาแค่หนึ่งคำ ดังนั้นสิ่งนี้คือความพิเศษของพวกคำกริยาช่วยค่ะ
– Si devono usare, come vedete si deve usare insieme a un infinito.
พวกมันต้องใช้ อย่างที่พวกเธอเห็นกันว่า มันต้องใช้กับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ค่ะ
– Di solito, il più delle volte.
โดยทั่วไปแล้ว เกือบจะทุกครั้งต้องใช้กฏนี้ค่ะ
– Perfetto, e quindi, quando io ho bisogno dei pronomi, io dove metto questi pronomi?
เยี่ยมมากค่ะ และดังนั้น เมื่อไหร่ที่ฉันต้องการใช้พวกคำสรรพนาม ฉันต้องใส่พวกคำสรรพนามเหล่านี้ตรงไหนคะ
– Prima, dopo, in mezzo?
ก่อน หลัง หรือตรงกลางคะ
– Ok, in mezzo no.
โอเค ตรงกลางไม่ใช่นะคะ
– O prima, o dopo.
จะใส่ก่อนหรือว่าหลังก็ได้ค่ะ
– Però adesso vi spiego come.
แต่ว่าตอนนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังว่ามันเป็นอย่างไรค่ะ
– Io ho parlato delle mie chiamate, delle persone che mi hanno telefonato.
ฉันได้พูดถึงเรื่องสายเรียกเข้าต่างๆ ของฉัน เกี่ยวกับพวกคนที่พวกเขาได้โทรศัพท์มาหาฉัน
– Io ho detto “le posso richiamare più tardi”.
ฉันได้บอกว่า “ฉันค่อยโทรกลับหาพวกเขาทีหลัง” le ไว้ข้างหน้า

– Ma in realtà io posso dire anche “posso richiamarle”.
แต่ในความจริงแล้ว ฉันจะพูดว่า “ฉันค่อยโทรกลับหาพวกเขา” le ไว้ข้างหลังก็ได้ค่ะ
– Quindi pronome diretto. Chi? Che cosa?
ดังนั้น คำสรรพนามแบบตรง จะมีคำถามว่า ใครคะ หรืออะไรคะ
– Le persone.
บุคคลต่างๆ ค่ะ
– Posso metterlo o prima, prima del verbo modale, staccato dal verbo modale.
ฉันสามารถใส่มันไว้ก่อนคำกริยาช่วย โดยที่ไม่ติดกับคำกริยาช่วยก็ได้
– Oppure dopo, attaccato all’infinito.
หรือว่า ใส่มันไว้ข้างหลัง ติดกับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ค่ะ
– Questa regola, molto semplice, vale per tutti gli altri pronomi che abbiamo qui.
กฎนี้มันธรรมดามากค่ะ นำไปใช้ได้กับพวกคำสรรพนามอื่นๆ ที่พวกเรามีกันตรงนี้ได้หมดเลยค่ะ
– Allora, i pronomi indiretti, quindi a chi? A che cosa?
ดังนั้น พวกคำสรรพนามแบบอ้อม จะมีคำถามว่า ที่ใครคะ หรือที่อะไรคะ
– In questa frase mi riferisco agli studenti.
ในประโยคนี้ ฉันหมายถึงพวกนักเรียนค่ะ
– Quindi a loro.
ดังนั้นที่พวกเขาค่ะ
– Gli devo spiegare il passato prossimo.
ฉันต้องอธิบายให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับคำกริยาในอดีตค่ะ
– Posso dire anche devo spiegargli.
ฉันจะพูดว่า ฉันต้องอธิบายให้พวกเขาฟังก็ได้เหมือนกัน คือเอา gli มาต่อท้ายอ่ะค่ะ
– Quindi o prima del verbo modale staccato, oppure dopo, attaccato all’infinito.
ดังนั้น จะวางไว้ก่อนคำกริยาช่วย ไม่ติดกัน หรือจะวางต่อท้ายติดกับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ก็ได้ค่ะ
– Bene, poi i verbi riflessivi, con i pronomi riflessivi.
ดีค่ะ แล้วก็มีพวกคำกริยารูปแบบสะท้อนกลับมาหาตัวเอง กับพวกคำสรรพนามแบบสะท้อนกลับมาหาตัวเองด้วยค่ะ
– Quindi stessa regola.
ดังนั้น มันก็ใช้กฎแบบเดียวกันค่ะ
– Dove posso mettere il pronome riflessivo o prima del verbo modale, sempre staccato, oppure attaccato all’infinito dopo.
ฉันจะวางคำสรรพนามแบบสะท้อน ก่อนคำกริยาช่วย ไม่ติดกัน หรือจะวางต่อท้ายติดกับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are, -ere, -ire ก็ได้ค่ะ
– Idem per il pronome ne, che è in questo caso si riferisce al pane.
เหมือนกันค่ะ สำหรับคำสรรพนาม ne ที่ในกรณีนี้ มันหมายถึงขนมปังค่ะ
– Quanto pane voglio comprare?
ฉันต้องการซื้อขนมปังเท่าไหร่คะ
– Ne voglio comprare mezzo kilo.
ฉันต้องการซื้อมันครึ่งกิโลค่ะ
– Posso dire anche voglio comprare mezzo kilo.
ฉันจะพูดว่า ฉันต้องการซื้อครึ่งกิโล ก็ได้ค่ะ
– Facile, veloce divertente.
ง่าย เร็ว และสนุกมากค่ะ
– Quindi ho iniziato benino la mia giornata, mi sono alzata un pochettino tardi, però vi ho insegnato tante cose belle e utili e ci siamo divertiti dai.
ดังนั้น ฉันเริ่มต้นวันของฉันได้ดีทีเดียวเลยนะคะ ฉันตื่นสายไปนิดนึง แต่ว่าฉันก็ได้สอนพวกเธอหลายสิ่งหลายอย่างที่ดีๆ และเป็นประโยชน์ และพวกเราก็ได้สนุกสนานกันด้วยนะคะ ยอมรับเถอะค่ะ
– Ormai ragazzi mi conoscete, io sono così e va bene.
ก็มาถึงป่านนี้แล้วนะคะเพื่อนๆ พวกเธอก็รู้จักฉันแล้ว ฉันก็เป็นแบบนี้ และก็โอเคนะคะ
– Quindi io adesso inizio, inizio la mia giornata, sì mi preparo, la prossima volta sarò puntuale, rigorosa e fiscale, come una svizzera.
ดังนั้นตอนนี้ฉันจะเริ่ม ฉันจะเริ่มวันของฉันละนะ ใช่ค่ะ ฉันจะแต่งตัวให้ตัวเองละค่ะ ครั้งต่อไปฉันน่าจะมาตรงเวลา เข้มงวด และเป๊ะเหมือนภาษีที่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ
– Non ci credo neanche io mentre lo dico, ma ho i miei buoni propositi.
ฉันก็ไม่เชื่อในขณะที่ฉันพูดเหมือนกันค่ะ แต่ว่าฉันก็มีความตั้งใจที่ดีนะคะ
– Quindi continuate a seguirmi su oneworlditaliano.com
ดังนั้นพวกเธอติดตามฉันกันต่อได้ที่ oneworlditaliano.com นะคะ
– Inizio la mia giornata e auguro una buona giornata anche a voi.
ฉันจะเริ่มต้นวันของฉันละค่ะ และฉันขอให้พวกเธอมีวันที่ดีตลอดทั้งวันกันเลยนะคะ
– Ciao a tutti e continuate a seguirmi su One World Italiano video.
สวัสดีค่ะทุกคน และพวกเธอก็ติดตามฉันกันต่อได้ที่ One World Italiano video. นะคะ
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

Corsi di Italiano Online

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s