เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 47

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 47

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 30 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเรื่องการไปจ่ายตลาด และการใช้ ne ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 30
บทเรียนที่ 30
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!
ฉันสบายดีมากๆ ค่ะ!
– Oggi faccio la spesa.
วันนี้ฉันจะไปจ่ายตลาดค่ะ
– Compro mele, pane, uova e tante cose buone.
ฉันจะไปซื้อแอปเปิ้ล ขนมปัง ไข่ และอย่างอื่นที่อร่อยๆ อีกค่ะ
– E vi presento il signor Ugo!
และฉันขอแนะนำคุณอูโก้ให้พวกเธอได้รู้จักกันค่ะ!
– Ugo Deplano.
อูโก้ เดปลาโนะ
– Benissimo, quindi oggi sono nella bottega del signor Ugo.
ดีมากค่ะ ดังนั้น วันนี้ฉันอยู่ในร้านของขายชำของนายอูโก้ค่ะ
– Oggi voglio fare la spesa.
วันนี้ฉันอยากจะไปจ่ายตลาดค่ะ
– Oggi come ho detto compro pane, frutta, pomodori, uova e tante cose buone.
วันนี้ อย่างที่ฉันได้บอกไปว่า ฉันจะซื้อขนมปัง ผลไม้ มะเขือเทศ ไข่ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อร่อยๆ ค่ะ
-Ugo: Desidera altro?
คุณต้องการอย่างอื่นอีกไหมครับ
-Eh, aspetti, prima mi deve servire, Signore.
อุ้ย รอก่อนค่ะ คุณต้องบริการฉันก่อนค่ะ
-Mi deve chiedere quanto ne voglio.
คุณต้องถามฉันว่า ฉันต้องการมันเท่าไหร่ค่ะ
-Ugo: Quanto ne vuole?
คุณต้องการเท่าไหร่ครับ
-Allora, io vorrei del pane.
เอาหล่ะ ฉันต้องการขนมปังนะคะ
-Ne vorrei un kilo.
ฉันต้องการมันหนึ่งกิโลค่ะ
– Ecco qua il pane.
อยู่นี่ค่ะขนมปัง
– Benissimo! Bene!
เยี่ยมมากค่ะ! ดีค่ะ!
-Poi vorrei della frutta, che cosa mi consiglia?
แล้วฉันก็ต้องการผลไม้ค่ะ คุณจะแนะนำอะไรให้กับฉันได้บ้างคะ
-Ugo: Ho mele, meloni, albicocche.
ผมมีแอปเปิ้ล, แคนตาลูป และแอปริคอตครับ
-Mmm… che buone!
อืม… น่าทานจังค่ะ!
-Allora, io vorrei delle albicocche.
ถ้าอย่างนั้น ฉันขอแอปริคอตค่ะ
-Ugo: Quanto ne vuole?
คุณต้องการมันเท่าไหร่ครับ
-Bene, ne voglio una cassetta. Benissimo.
ดีค่ะ ฉันขอหนึ่งกล่องค่ะ เยี่ยมมากค่ะ
-Ugo: Va bene.
โอเคครับ
-Poi vorrei delle mele.
แล้วฉันก็ขอแอปเปิ้ลค่ะ
-Ugo: Quante?
เท่าไหร่ดีครับ
-Ne voglio 3. Va bene?
ฉันขอ 3 ลูกค่ะ ได้ไหมคะ
-Ugo: Va bene.
โอเคครับ
-Vanno bene 3 mele.
แอปเปิ้ล 3 ลูก กำลังดีค่ะ
-Ugo: Va bene.
โอเคครับ
-Poi vorrei dei pomodori.
แล้วฉันก็ขอมะเขือเทศค่ะ
-Ugo: Quanti?
เท่าไหร่ดีครับ
-Ne voglio mezzo kilo.
ฉันขอครึ่งกิโลค่ะ
-Ugo: Ok.
โอเคครับ
-Perfetto.
เยี่ยมมากค่ะ
-E poi vorrei anche delle uova.
แล้วฉันก็ต้องการไข่ไก่ด้วยนะคะ
-Ugo: Quante ne vuole?
คุณต้องการกี่ฟองดีครับ
-Ne voglio sei.
ฉันขอหกฟองค่ะ
-Ugo: Va bene sei uova.
ตกลงครับ ไข่หกฟองครับ
-Benissimo!
เยี่ยมมากค่ะ!
-Siamo a posto…
พวกเราพอละ…
-Ugo: Serve altro?
คุณต้องการอย่างอื่นอีกไหมครับ
-Per adesso, per adesso no.
สำหรับตอนนี้ พอแค่นี้ค่ะ
-Ugo: Qualche dolce?
จะรับของหวานสักอย่างไหมครับ
-Mmm… cosa mi consiglia?
อืม… คุณช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
-Ugo: Pabassinas.
ปาบาสสินาส
-Queste qua, che buone!
พวกนี้ตรงนี้ อร่อยมากค่ะ!
-E sì, sì, signore, mi ha proprio convinta, vorrei sì, sì, sì, queste pabassinas.
ตามนั้นค่ะ ฉันคล้อยตามละค่ะ ฉันขอปาบาสสินาสค่ะ
-Le vorrei tutte, buonissimo!
ฉันขอหมดนี้เลยค่ะ อร่อยมากๆ ค่ะ!
-Eee…. va bene! Quanto fa in totale?
เออ… โอเคค่ะ! ทั้งหมดนี้ราคาเท่าไหร่ คะ
-Ugo: 9.50€.
9.50 ยูโรครับ
-Ecco qua 10 euro.
นี่ค่ะ 10 ยูโรค่ะ
-Ugo: Grazie!
ขอบคุณครับ!
-Grazie a lei.
ขอบคุณๆ ด้วยค่ะ
-Ugo: Ecco a lei il resto.
นี่ครับ เงินทอนของคุณครับ
-Grazie, grazie signore!
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะคุณ!
-E grazie singor Ugo per avere partecipato alla nostra lezione, saluti, saluti gli studenti.
และขอขอบคุณคุณอูโก้ ที่มาช่วยสอนค่ะ สวัสดีนักเรียนทั้งหลายด้วยค่ะ
-Ugo: Ciao ragazzi!!
สวัสดีครับเพื่อนๆ!!
-E grazie e arrivederci.
และขอบคุณ และพวกเรามาพบกันใหม่ค่ะ!

-Ugo: Arrivederci!
พวกเรามาพบกันใหม่ครับ!
-Arrivederci!
พวกเราพบกันใหม่ค่ะ!
– Benissimo, quindi che cosa abbiamo imparato oggi?
เยี่ยมมากค่ะ ดังนั้น วันนี้พวกเราได้เรียนอะไรไปบ้างคะ
– Abbiamo imparato oggi tante belle cose.
วันนี้พวกเราได้เรียนหลายสิ่งหลายอย่าง ดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
– Allora, prima di tutto abbiamo conosciuto il simpaticissimo signor Ugo, e seconda cosa, abbiamo imparato a fare la spesa!
เอาหล่ะ อย่างแรกเลย พวกเราได้รู้จักกับคุณอูโก้ ที่เป็นกันเองมากๆ ค่ะ และอย่างที่สอง พวกเราได้เรียนรู้เรื่องการจ่ายตลาดกันค่ะ!
– Siete contenti?
พวกเธอดีใจกันไหมคะ
– Abbiamo imparato ad effettuare un pagamento, in contanti questa volta l’abbiamo fatto in contanti, e poi a chiedere che cosa vogliamo.
พวกเราได้เรียนรู้การจ่ายเงิน ด้วยเงินสดค่ะ ในครั้งนี้พวกเราได้จ่ายเป็นเงินสดค่ะ แล้วก็การถามว่า พวกเราต้องการอะไรบ้างค่ะ
– Abbiamo usato vorrei, vi ricordate?
พวกเราได้ใช้คำว่า ฉันรบกวนขอ (การพูดแบบสุภาพ) พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Abbiamo già visto, la prima persona del condizionale, vorrei, studieremo il condizionale più in là.
พวกเราได้เห็นกันไปแล้วนะคะ คำว่า vorrei เป็นบุคคลแรกในช่อง condizionale ต้องการ (อยากแบบสุภาพ) ค่ะ พวกเราค่อยมาเรียน il condizionale กันคราวหน้าค่ะ
– Per adesso, quando abbiamo bisogno di qualcosa in un negozio, noi diciamo vorrei, vorrei la frutta, vorrei del pane, benissimo!
สำหรับตอนนี้ เมื่อพวกเราต้องการของอะไรบางอย่างในร้านขายของ พวกเราต้องพูดว่า ฉันรบกวนขอผลไม้นั่นค่ะ ฉันรบกวนขอขนมปังหน่อยค่ะ เยี่ยมมากค่ะ
– Poi quindi abbiamo imparato a fare la spesa, a gestire una conversazione, una conversazione in un negozio di alimentari, in una bottega.
แล้วพวกเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจ่ายตลาด เรียนการสนทนาในร้านขายอาหารร้านนึง ในร้านขายของชำค่ะ
– Allora, cari amici spagnoli, ricordate che la bottega è un negozio di generi alimentari, quindi di cibo.
ดังนั้นค่ะ พวกเพื่อนๆ ชาวสเปนที่น่ารักทุกคนคะ พวกเธอจำกันไว้นะคะ ว่า bottega คือ ร้านขายอาหารทั่วไปค่ะ ดังนั้นเกี่ยวกับอาหารค่ะ
– Pane, frutta, uova e anche prodotti confezionati, anche dolci, anche del vino, ma non è un negozio di vino.
ขนมปัง ผลไม้ ไข่ และก็ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในหีบห่อด้วยค่ะ พวกขนมหวานก็ด้วยค่ะ ไวน์ก็ด้วยค่ะ แต่ว่าไม่ใช่ร้านขายไวน์นะคะ
– Ricordate bene questo, e poi ricordate che fare la spesa significa comprare cibo.
พวกเธอจำกันไว้ให้ดีนะคะ แล้วพวกเธอก็ต้องจำด้วยว่า fare la spesa หมายถึง การซื้ออาหารค่ะ
– Io posso fare la spesa al supermercato, al mercato e in bottega, come oggi.
ฉันสามารถไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์มาเก็ต ที่ตลาดก็ได้ และในร้านขายของชำได้ค่ะ เหมือนกับวันนี้ค่ะ
– Va bene?
ตกลงไหมคะ
– Quindi non è fare shopping.
ดังนั้น มันไม่ใช่การไปช็อปปิ้งนะคะ
– Fate la spesa è comprare cibo e tutto quello che vendono al supermercato, al mercato e in bottega.
พวกเธอทำการจ่ายตลาด คือการไปซื้ออาหาร และสิ่งอื่นๆ ที่พวกเขาขายในซุปเปอร์มาเก็ต ที่ตลาด และในร้านขายของชำนะคะ
– Ricordate bene queste cose.
พวกเธอจำสิ่งพวกนี้กันไว้ให้ดีนะคะ
– E poi ricordate, scusate ho dimenticato, che questa è la lezione 30 è la trentesima lezione del corso oneworlditaliano video.
แล้วพวกเธอก็จำกันไว้นะคะ ขอโทษพวกเธอด้วย ฉันลืมไปว่า เราเรียนกันมาถึงบทเรียนที่ 30 ของหลักสูตร oneworlditaliano video แล้วค่ะ
– Ho dimenticato di diglielo prima.
ตอนแรกฉันลืมบอกไปค่ะ
– Benissimo!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Poi che cosa impariamo oltre a tutto questo?
แล้วนอกจากนี้ พวกเราได้เรียนอะไรไปอีกคะ
– Oltre a gestire un pagamento, gestire una conversazione, in una bottega?
นอกจากเรียนการจ่ายเงิน เรียนการพูดคุยในร้านขายของชำ แล้วมีอะไรอีกคะ
– Impariamo una cosa nuovissima.
พวกเราได้เรียนสิ่งใหม่มากๆ สิ่งนึงค่ะ
– Vi ricordate? Io ho simulato un po’ il dialogo con il signor Ugo, quindi Veronica, Ugo… vorrei del pane. Ok?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ ฉันได้จำลองเหตุการณ์การพูดคุยกับคุณ อูโก้ไว้เมื่อกี้ ดังนั้น เวโรนิค่าพูดว่า อูโก้คะ… ฉันรบกวนขอขนมปังสักหน่อยได้ไหมคะ
– Del pane significa (anche questo è un partitivo), un po’ di pane.
ขนมปังจำนวนนึง หมายถึง (แค่จำนวนนึงจากทั้งหมดที่มีค่ะ) ขนมปังสักหน่อยค่ะ
– Il signor Ugo mi chiede: Quanto ne vuole?
คุณอูโก้เขาถามฉันว่า: คุณต้องการมันเท่าไหร่ครับ
– Ne voglio un kilo.
ฉันต้องการมันหนึ่งกิโลค่ะ

– Ma che cos’è questo ne? Ok.
ว่าแต่ว่า คำว่า ne มันคืออะไรคะ โอเค
– Ne si riferisce a delle quantità.
คำว่า ne มันหมายถึง จำนวนนึงค่ะ
– Avete visto che alla fine ho comprato anche dei dolci?
พวกเธอได้เห็นแล้วว่า ตอนสุดท้ายฉันก็ได้ซื้อพวกขนมหวานมาด้วยค่ะ
– Mmm… sono molto buoni e mi tentano sempre.
อืม… พวกมันอร่อยมากๆ และพวกมันก็ยั่วยวนใจฉันตลอดเลยค่ะ
– Emm… io ovviamente non li posso comprare tutti, perché abbiamo visto i pronomi diretti e dico “io li compro”, perché ho già la vaschetta piena di dolci, quindi li compro tutti.
อืม… แน่นอนค่ะว่า ฉันไม่สามารถซื้อพวกมันได้ทั้งหมดค่ะ เพราะว่าพวกเราได้เรียนพวกคำสรรพนามแบบตรงไปแล้ว และฉันได้พูดว่า “ฉันจะซื้อพวกมันทั้งหมด” เพราะว่าฉันมีถาดที่เต็มไปด้วยขนมหวานเรียบร้อยแล้วค่ะ ก็แปลว่า ฉันได้ซื้อพวกมันมาทั้งหมดเลยค่ะ
– Però, non li mangio tutti, spero di no, perché altrimenti mi sento male, e io magari ne mangio 3 o 4 al massimo, alla volta, poi si alla fine li mangerò tutti, perché sono golosa.
แต่ว่า ฉันจะไม่กินพวกมันทั้งหมดนะคะ ฉันก็หวังว่าไม่นะคะ เพราะว่าไม่เช่นนั้น ฉันก็คงจะรู้สึกไม่ดีค่ะ และบางทีฉันอาจจะกินมันแค่ครั้งละ 3 หรือ 4 ชิ้นอย่างมากสุดค่ะ แล้วก็ใช่ค่ะ ท้ายที่สุดฉันก็จะกินพวกมันทั้งหมดค่ะ เพราะว่าฉันชอบกินมากค่ะ
– Però, magari, se faccio merenda ne mangio 3.
แต่ว่า ถ้าฉันทานเป็นของว่าง ฉันจะกินมัน 3 ชิ้นค่ะ
– Ok, quindi mangio una parte di tutti questi dolci.
โอเคค่ะ ดังนั้น ฉันกินแค่ส่วนหนึ่งของพวกขนมหวานทั้งหมดพวกนี้ค่ะ
– In questo caso, se faccio merenda, non posso dire li mangio, perché significa li mangio tutti, ma ne mangio 2, ne mangio 3.
ในกรณีนี้ ถ้าฉันทานเป็นของว่าง ฉันไม่สามารถพูดว่า li mangio ซึ่งแปลว่า ฉันจะกินพวกมันทั้งหมดได้ค่ะ แต่ว่า ฉันจะกินมันแค่ 2 ชิ้น ฉันกินมันแค่ 3 ชิ้นค่ะ
– E questo pronome partitivo ne serve proprio per le quantità.
และคำสรรพนามที่บอกว่า แค่ส่วนหนึ่งนะ มันก็ใช้บอกปริมาณโดยเฉพาะค่ะ
– Se io per esempio ho una torta, io ne mangio una, due fette, non la mangio tutta. Ok?
ถ้าฉันพูดว่า ตัวอย่างเช่น ฉันมีขนมเค็กก้อนนึง ฉันจะกินมันชิ้นนึง หรือสองชิ้น ฉันไม่ได้กินมันทั้งหมด เข้าใจไหมคะ
– Quindi per indicare le quantità.
ดังนั้นมันใช้บอกถึงปริมาณค่ะ
– E poi il signor Ugo risponde: Ecco a Lei.
แล้วคุณอูโก้ เขาตอบว่า: นี่ครับคุณ
– Ricordate Lei con la lettera maiuscola.
พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า Lei คุณ เขียนด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ค่ะ
– E poi dico, “Grazie, vorrei anche della frutta!”
แล้วฉันก็พูดว่า “ขอบคุณค่ะ ฉันต้องการผลไม้ด้วยค่ะ!”
– Quindi della frutta significa un po’ di frutta. Ok?
ดังนั้น ผลไม้จำนวนนึง มันหมายถึง ผลไม้อีกสักหน่อย เข้าใจไหมคะ
– Vorrei anche della frutta, dei pomodori e delle uova.
ฉันต้องการผลไม้ มะเขือเทศ และไข่จำนวนนึงด้วยค่ะ
– Ok, benissimo!
โอเค เยี่ยมมากค่ะ!
– Quindi, quanto ne vuole?
เอาหล่ะ คุณต้องการมันเท่าไหร่ครับ
– E io dico “ne voglio sei”.
และฉันพูดว่า “ฉันต้องการหกฟองค่ะ”
– E parlo delle uova.
และฉันพูดถึงไข่จำนวนนึงค่ะ
– Ne voglio tre, e parlo delle mele.
ฉันต้องการสามลูกค่ะ และฉันพูดถึงแอปเปิ้ลจำนวนนึงค่ะ
– Posso dire anche voglio tre mele, o vorrei tre mele, vorrei sei uova,
ฉันสามารถพูดว่า ฉันอยากได้แอ๊ปเปิ้ลสามลูก หรือว่าฉันต้องการแอ๊ปเปิ้ลสามลูก ฉันต้องการไข่หกฟองก็ได้
-ma come sempre, i pronomi ci aiutano a velocizzare il dialogo, a sintetizzare, perché altrimenti io dovrei dire sempre “vorrei sei uova, vorrei tre mele.”
แต่ว่าก็อย่างเช่นเคยค่ะ พวกคำสรรพนามมันช่วยให้บทสนทนากระชับและเร็วขึ้นค่ะ เพราะไม่เช่นนั้น ฉันก็ต้องพูดคำว่า vorrei ซ้ำหลายๆ ครั้งค่ะ
– Invece, abbiamo già parlato delle uova?
ส่วนอันนี้ พวกเราได้พูดกันไปแล้วว่าไข่จำนวนนึงใช่ไหมคะ
– Ne vorrei sei.
ฉันต้องการมันหกฟองค่ะ
– Facilissimo! Perché qua dietro, infatti adesso devo fare in fretta perché ci sono altri clienti, e questa conversazione deve essere rapida.
ง่ายมากเลยค่ะ! เพราะว่าตรงข้างหลังนี้ จริงๆ แล้วตอนนี้ฉันต้องรีบแล้วคะ เพราะว่ามีลูกค้าคนอื่นๆ อีกค่ะ และการสนทนานี้ มันต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วค่ะ
– Quante mele vuole?
คุณต้องการแอ๊ปเปิ้ลกี่ผลค่ะ
– Ne vorrei tre. Ok?
ฉันต้องการมันสามลูกค่ะ โอเคไหมคะ
– Senza dire vorrei tre mele.
โดยที่ไม่ต้องพูดว่า ฉันต้องการแอ๊ปเปิ้ลสามลูกค่ะ (ใช้คำว่า ne แทนการพูด mele ซ้ำอีกค่ะ)
– Conversazione troppo lunga.
มันทำให้การพูดยาวเกินไปค่ะ
– I pronomi ci aiutano.
พวกคำสรรพนามมันช่วยพวกเราค่ะ
– Quindi voglio, mezzo kilo, qui ho scritto mezzo kilo, alla fine ne ho preso tre.
ดังนั้น ฉันอยากได้ครึ่งกิโลค่ะ ตรงนี้ฉันได้เขียนไว้ว่า ครึ่งกิโล แต่ตอนท้ายฉันเอามาแค่ 3 ลูกค่ะ
– Emm… poi, quante albicocche vuole?
อืม… แล้วคุณต้องการแอปริคอตเท่าไหร่คะ
– Ne voglio una cassetta.
ฉันอยากได้มันกล่องนึงค่ะ

– Anche una cassetta, una vaschetta anzi, è una quantità.
กล่องนึง ถาดนึง ใช่ค่ะ มันคือจำนวนนึงค่ะ
– Quindi si può usare un kilo, un etto, per esempio, che sono 100 grammi. Ok?
ดังนั้น ก็สามารถใช้คำว่า กิโลนึง กรัมนึง คือ 100 กรัม โอเคนะคะ
– Oppure una vaschetta.
หรือว่าถาดนึงค่ะ
– Oppure con i numeri: ne voglio tre, ne voglio sei, ne voglio dieci.
หรือใช้กับพวกตัวเลขต่างๆ ฉันต้องการมันสามอันค่ะ ฉันต้องการมันหกชิ้นค่ะ ฉันต้องการมันสิบถุงค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– E quindi sei uova.
และดังนั้นไข่หกฟองค่ะ
– Ecco a Lei, con la lettera maiuscola.
นี่ค่ะคุณ Lei ด้วยตัว L ตัวใหญ่ค่ะ
– Grazie!
ขอบคุณค่ะ!
– E poi qua ho scritto” quante cose buone”.
และตรงนี้ฉันได้เขียนเอาไว้ว่า “มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลย”
– Oggi ne ho comprate tante!
วันนี้ฉันได้ซื้อมันไปเยอะมากเลยค่ะ! (ลงท้ายด้วย e)
– Ne ho comprete, ok?
ฉันได้ซื้อพวกมันไปแล้วประมาณนึงเลยค่ะ (ลงท้ายด้วย e) ตกลงนะคะ
– Quindi qua accordo il participio.
ดังนั้น ตรงนี้มีข้อตกลงของ participio นะคะ คือต้องผันตามเพศและจำนวนค่ะ
– E qui vi dovete rivedere, perché la regola è la stessa, la lezione 26 e la lezione 27.
และตรงนี้ พวกเธอต้องไปดูซ้ำกันนะคะ เพราะว่ามันเป็นกฎเดียวกันคะ บทเรียนที่ 26 และบทเรียนที่ 27 ค่ะ
– Io qui insegno i pronomi diretti.
ตรงนี้ ฉันสอนพวกคำสรรพนามแบบตรงค่ะ
– Per esempio, vuole i dolci? Sì, li voglio.
ตัวอย่างเช่น คุณอยากได้พวกขนมหวานด้วยไหมคะ ค่ะ ฉันอยากได้พวกมันทั้งหมดเลยค่ะ
– Perché? Perché li ho presi tutti.
ทำไมเหรอคะ เพราะว่าฉันได้ซื้อพวกมันทั้งหมดเลยค่ะ (li หมายถึงทั้งหมดที่มีอยู่ค่ะ)
– Quindi i pronomi diretti, si riferiscono alla totalità, invece il ne si riferisce a una perte di.
ดังนั้นพวกคำสรรพนามแบบตรง พวกมันจะหมายถึง จำนวนทั้งหมดค่ะ ส่วนคำว่า ne มันหมายถึง ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ
– Vedete? Un kilo di mele.
เห็นไหมคะว่า แอ๊ปเปิ้ลกิโลนึง
– Un kilo di albicocche.
แอปริคอตหนึ่งกิโล
– Un kilo di pomodori. Ok?
มะเขือเทศหนึ่งกิโล เข้าใจไหมคะ
– Invece quando abbiamo già parlato di queste cose, ne voglio mezzo kilo, ne voglio un kilo, ne voglio una vaschetta.
ถ้าพวกเราได้พูดถึงเรื่องพวกนี้กันไปแล้ว เราก็ต้องพูดว่า ฉันอยากได้มันส่วนนึง (ne) ครึ่งกิโลค่ะ
– Ok? Benissimo.
เข้าใจนะคะ เยี่ยมมากคะ
– E quindi abbiamo visto il pronome ne anche nei tempi composti, perché io adesso vi dico che cosa ho comprato.
และดังนั้น พวกเราได้เห็นคำสรรพนาม ne (สิ่งนั้นจำนวนนึง) ใน tempi composti (มีคำกริยา 2 คำติดกันค่ะ) ด้วยนะคะ เพราะว่าตอนนี้ ฉันจะบอกว่า ฉันได้ซื้ออะไรไปบ้างค่ะ
– Ho comprato le uova.
ฉันได้ซื้อไข่มาหลายฟอง
– Ne ho comprate sei.
ฉันได้ซื้อมันมาหกฟองค่ะ (ลงท้ายด้วย e ในรูปอดีต)
– Quindi stessa regola della lezione 27, l’accordo del participio, quindi il pronome ne, nei tempi composti, ha bisogno dell’accordo del participio passato.
ดังนั้น ใช้กฎแบบเดียวกันกับบทเรียนที่ 27 ข้อตกลงของ participio ค่ะ คือ ถ้ามีคำสรรพนาม ne (สิ่งนั้นจำนวนนึง) กับคำกริยา 2 คำติดกัน มันจะต้องผันคำลงท้ายของ participio passato ตามเพศและจำนวนของคำนามด้วยค่ะ
– Bene, quanti dolci ho comprato?
ดีค่ะ ฉันได้ซื้อพวกขนมหวานเท่าไหร่คะ
– Ne ho comprati venti.
ฉันได้ซื้อมันมายี่สิบชิ้นคะ (ลงท้ายด้วย i)
– Boh, quindici. Ok?
อุ้ย… สิบห้าชิ้นค่ะ โอเคนะคะ
– Ho comprato una confezione di dolci. Va bene.
ฉันได้ซื้อขนมหวานมาห่อนึง โอเคค่ะ
– Quante mele ho comprato?
ฉันได้ซื้อแอ๊ปเปิ้ลมาเท่าไหร่คะ
– Ne ho comprate tre.
ฉันได้ซื้อมันมาสามลูกค่ะ
– Quante albicocche ho comprato?
ฉันได้ซื้อแอปริคอตเท่าไหร่คะ
– Ne ho comprata una vaschetta. Bene!
ฉันได้ซื้อมันมาถาดนึงค่ะ ดีค่ะ
– Quanto pane hai comprato?
เธอซื้อขนมปังมาเท่าไหร่คะ
– Ne ho comprato un kilo. Ok?
ฉันได้ซื้อมันมาหนึ่งกิโลค่ะ เข้าใจไหมคะ
– Poi dipende…, posso dire anche ne ho comprato una vaschetta.
แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับ… ฉันจะพูดว่า ฉันได้ซื้อมันถาดนึงก็ได้ค่ะ (comprato ลงท้ายด้วย o ค่ะ)
– Io preferirei dire, perché ho comprato una vaschetta di albicocche.
ฉันชอบพูดแบบนี้มากกว่าค่ะ ทำไมฉันได้ซื้อแอปริคอตมาถาดนึงค่ะ โดยใช้ o ลงท้ายคะ
– Benissimo, quindi oggi abbiamo fatto la spesa, abbiamo visto tante belle cose e abbiamo conosciuto il simpatico signor Ugo, e che altro?
เยี่ยมมากค่ะ ดังนั้น วันนี้พวกเราได้ทำการจ่ายตลาดกันไปแล้วนะคะ พวกเราได้เห็นไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างที่สวยงาม และพวกเราก็ได้รู้จักกับคุณอูโก้ที่เป็นกันเองมากๆ แล้วมีอะไรอีกคะ
– Parliamo sempre di cibo e parleremo di cibo anche in altre prossime lezioni e quindi ci vediamo la prossima volta, con oneworlditaliano video.
พวกเราพูดกันแต่เรื่องอาหาร และพวกเราก็จะพูดกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารในบทเรียนต่อๆ ไปอีกด้วยค่ะ และดังนั้น พวกเรามาพบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ กับ oneworlditaliano video ค่ะ
– Continuate a seguirmi, oneworlditaliano. com
พวกเธอก็ติดตามฉันกันต่อไปได้ที่ oneworlditaliano. com ค่ะ
– Ciao a tutti e grazie!!
สวัสดีค่ะทุกคน และขอขอบคุณด้วยค่ะ!!
– Alla prossima!
แล้วพบกันครั้งต่อไปค่ะ!

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s