ฉันเริ่มต้นชีวิตที่สองอย่างไรในอิตาลี ?

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศอิตาลี เธอคือคุณ Athitaya Tuentendi  และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศอิตาลี

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Athitaya Tuentendi จาก Page : Io vivo in Italia (Athitaya live in Italy 🇮🇹 )

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy)

เมือง: Bologna

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Athitaya Tuentendi

คำเริ่มต้น

If you want to be powerful ,educate yourself !!
เมื่อต้องจากบ้านเกิดมาอยู่ในต่างประเทศ อทิตยาเชื่อว่าทุกคนย่อมต้องเคยประสบกับปัญหาต่างๆ ทั้งการปรับตัว การใช้ชีวิต ภาษา อากาศ การเปลี่ยนแปลง เมื่อเราเลือกที่จะมาอยู่ที่อิตาลี เราก็ต้องพร้อมตัวเตรียมใจรับมือกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้เลย
ส่วนเราจะรับมือกับมันได้อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง หากคุณเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้วปัญหาทุกอย่างย่อมต้องพบทางออกที่ดีได้หากเรารู้จักเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ให้ได้ และต้องเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันแรกที่คุณมาถึง เพราะถ้าเราเริ่มต้นช้าไปหนึ่งวันอนาคตของเราก็จะสำเร็จได้ช้าไปอีกหนึ่งวัน !!!!
…il futuro dipende da quello che fai oggi…
( อนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำในวันนี้)

บทสัมภาษณ์

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศอิตาลี เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศอิตาลีครับ

ย้ายมาอยู่อิตาลีเพราะว่าแต่งงานกับหนุ่มอิตาเลียนค่ะ อยู่ที่เมือง Bologna เป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกตั้งอยู่ นั่นคือ มหาวิทยาลัย Bologna มีนักเรียนนักศึกษามาเรียนต่อที่นี่จากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งเป็นเมืองแห่งอาหารขึ้นชื่อของประเทศอิตาลีอีกด้วย เช่น mortadella ที่รสชาติคล้าย โบโลน่า ของ 7-11 อีกทั้งเป็นหัวเมืองหลัก ของแคว้น Emilia-Romagna มีเมืองเล็กๆที่มีชื่อเสียงเช่น Modena แหล่งผลิตรถ Ferrari ,Ducati และมหาวิทยาลัย ไอติม Gelato มาที่ Bologna ต้องกินไอติม Gelato ค่ะ ประเทศอิตาลีมีทั้งหมด 20 แคว้นในแต่แคว้นจะใช้ชีวิตแตกต่างกันไปทางเหนืออาการเย็นทางใต้อากาศอุ่นกว่า และมีภาษา,อาหารท้องถิ่นแตกต่างกันไป ดังนั้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอิตาลี ค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีครบทุกอย่างเลย : ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร ภูเขาไฟ ทะเล ชายหาด เกาะเล็กๆ หรือเกาะขนาดใหญ่ เช่น Sicilia และ Sardegna เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มากเลยค่ะ

และเกาะเล็กๆที่ขึ้นชื่อ อย่าง Capri ที่อยู่ทางใต้ของอิตาลี อีกทั้งเมือง Napoli หรือ เนเปิ้ล ที่เป็นแหล่งกำเนิดของพิซซ่า พิซซ่า นั้นเดิมทีมีแค่ รส Margherita น้ำมะเขือเทศเคี่ยวคนงวด กับ mozzarella ชีส (ชีสสดชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากนมควาย) และใบ Basil 🌿 หากใครไปที่เนเปิ้ล ต้องจัดพิซซ่าหน้านี้ไม่อย่างนั้นคุณยังมาไม่ถึงอิตาลีค่ะ

📍Piazza Maggiore จัตุรัสกลางเมือง Bologna แหล่งนัดหมายของผู้คน
📍Le due torri หอคอยสัญลักษณ์ของเมืองนี้
📍Bologna la città dei portici ที่เมืองนี้จะมีทางเดินในเมืองที่มีใต้ถุนอาคารแบบนี้รอบเมือง ได้ชื่อว่า เมืองที่ฝนตกคุณไม่ต้องพกร่มมา เดินช้อปปิ้งได้ใต้ตึก กำลังอยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียน UNESCO
📍La fontana del Nettuno น้ำพุเนปจูน ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบเฝ้าเมือง
📍Piccolo Venezia หน้าต่างเล็กๆสร้างระลึกถึงลำคลองต่างๆใน center ที่ถูกถมทำถนนแทน เพราะครั้งหนึ่งเมืองนี้ล้วนเต็มไปด้วยคลองเล็กๆสำหรับขนส่งสิ้นค้าและสัญจรภายใตตัวเมืองมาก่อน จึงเหลือแค่คลองเล็กๆนี้เป็นที่ระลึกเท่านั้น ชื่อ Reno
📍Santuario della Madonna di San Luca โบส์ถที่ประทับของพระแม่ มารี Madona ตั้งอยู่ บนเขาข้างตัวเมือง สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล หากใครมาทางด่วนจะสามารถเห็นโบสถ์แห่งนี้ และถือได้ว่าคุณกำลังจะถึงเมือง Bologna แล้ว
📍Basilica di San Petronio โบสถ์ใจกลางจุสตุรัส piazza Maggiore เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ. คุณเกิดและเติบโตที่ไหนในประเทศไทย และชีวิตวัยเด็ก

อทิตยาเกิดที่จังหวัดสุรินทร์ ที่อยู่ทางภาคอีสานตอนล่าง ติดกับประเทศ กัมพูชา บ้านอยู่ชานเมือง ใกล้สถานีรถไฟ ชีวิตวัยเด็กค่อนข้างสบายๆพ่อแม่ตามใจ เพราะเป็นลูกคนเล็กสุดของบ้าน เกิดมาพ่อแม่อายุมากแล้ว พี่ๆโตหมดแล้ว มีพี่น้อง 7 คน อทิตยาคือ คนที่ 7 ; พี่สาว 2 คน ,พี่ชาย 4 คน

อทิยาเกิดมาพวกพี่ๆเค้าก็แยกย้ายกันมีครอบครัวกันหมดแแล้ว

มีพี่ชายอยู่ที่กรุงเทพและภูเก็ต โตมาด้วยการเดินทางไปมาบ่อยๆระหว่าง สุรินทร์ -กรุงเทพ-ภูเก็ต ค่อนข้างมีอิสระ พ่อแม่สอนให้เห็นคุณค่าของเงิน ตอนอายุ 13 ไปทำงานร้านส้มตำหลังเลิกเรียนและเสาร์อาทิตย์ ถูกเลี้ยงมาแบบคนโตแล้วเพราะพี่ๆเค้าให้เรา ทำงานหาเงินเอง อยากได้อะไรทำงานแลกเอาเช่น พ่อให้เงินไปโรงเรียนวันละ 5 บาทแต่ ถ้าล้างจานตอนเย็นก็จะได้เงินไปเรียนเพิ่มเป็น 10 บาท

พอ อายุ 12 ไปทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้าที่ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ช่วงปิดเทอม และเรียนภาษาอเมริกันด้วย พอเริ่มหาเงินได้ก็ติดใจ กลับมาเรียนก็ไปทำงานร้านส้มตำหลังเลิกเรียน เคยเลี้ยงหมาตัวหนึ่งที่พี่เขยชาวอเมริกันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด พอมีหมาชิสุห์ตัวนี้ เราเลยรู้สึกถึงการรับผิดชอบต่อชีวิตหนึ่งขึ้นมา เพราะเป็นหมาพันธุ์ที่ดูแลยาก ค่าใช้จ่ายสูง การทำงานรับผิดชอบหมาจึงทำให้อทิตยา โตขึ้นมาก เห็นคุณค่าของเงิน พ่อสอนเสมอว่า อทิตยา เกิดมาตอนพ่อแม่อายุมากแล้วสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ประมาณว่าตัวเล็ก กว่าคนอื่น ตอนนี้อายุ 32 ปีน้ำหนักแค่ 36 กิโลกรัม ดังนั้นพ่อบอกเราไม่มีแรงมากพอที่จะไปแบกปูนหรือ ยกกระสอบข้าวสารเหมือนคนอื่น ก็ต้องเลือกเก่งในด้านที่ร่างกายเราสามรถทำได้ นั่นก็ คือใช้สมอง พ่อบอกว่า ไม่มีอะไรจะให้นอกจากความรู้ ที่ลูกจะสามารถเอามาใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินในวันที่ไม่มีพ่อแม่แล้ว อทิตยา ก็จดจำและทำได้ค่ะ

ทุกวันนี้เลยอุทิศตัวให้ความรู้แก่คนอื่นด้วยการเปิดคอร์สสอนภาษาอิตาเลียนออนไลน์ ในใจอยากสอนฟรีแต่ชีวิตเรามีต้นทุน ต้องทำงานรับผิดชอบ ส่งเสียลูกๆที่ไทย หากทำงานก็ไม่มีเวลาทำตรงนี้ เลยตัดสินใจเอาสิ่งที่ชอบมาทำเป็นงาน ปัจจุบันมีเพจแบ่งปันภาษาชื่อ Io vivo in Italia และเพจให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคนไทยชื่อ บ้านสะใภ้อิตาลี หากใครที่กำลังศึกษาข้อมูล หรือกำลังคบหาดูใจกับชาวอิตาเลียนสามารถมาเข้าร่วมกลุ่มปิด เพื่อแลกเปลี่ยนคำถามประสบการณ์กับคนไทยในอิตาลีได้เลย

📍จังหวัดสุรินทร์บ้านเกิด เมืองช้าง ผ้าไหม เครื่องเงิน และแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิไทย

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศอิตาลีครับ และคุณพูดภาษาอิตาลีได้ไหม คุณคิดว่าภาษาอิตาลียากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาอิตาลีจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ปัจจุบันเป็นติวเตอร์สอนภาษาอิตาเลียนออนไลน์ เป็นคอร์สเรียนออนไลน์ร่วมกับครูชาวอิตาเลียน ไม่ได้สอนคนเดียว และทำ Facebook content รับงานโฆษณา รีวิวสินค้า จากเอเจนซี่ต่างๆ (ไม่อาจเปิดเผยชื่อเพจได้) งานประเภทนี้เมื่อมีผู้ติดตามเพจเราตั้งแต่ 50,000คนขึ้นไป จะเริ่มมีเอเจนซี่ติดต่อมาค่ะ เพจอทิตยามีคนติดตามประมาณนึง ค่าโฆษณาแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไปค่ะ

เริ่มทำงานตอนอายุ 17 ปี ที่ 7-11 ร้านสะดวกซื้อในเครือ บริษัทของ PTT อายุ 20 ปีก็เป็นผู้จัดการสาขา และย้ายสาขาประจำการไปทุกจังหวัด

แต่ต่อมาอทิตยาได้รู้จักกับสามี และตัดสินใจคบหาดูใจกัน ก็ตัดสินใจเปลี่ยนสายงานไปทำงานด้านท่องเที่ยวและโรงแรมในตำแหน่ง Front office เพราะมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควร

เป็นโชคดีของอทิตยาด้วย เพราะสมัยเด็กๆสามีของพี่สาวคนที่สองเป็นชาวอเมริกัน เคยส่งไปเรียนภาษาอเมริกันในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเลยได้ภาษาอังกฤษ-เมกัน

หลังจากย้ายสายงานมาทำงานด้านโรงแรมที่กรุงเทพก็คบหากับสามีชาวอิตาเลียน จนกระทั่งตัดสินใจแต่งงานแล้วย้ายมาอิตาลีถาวร

อทิตยาสามารถพูดภาษาอิตาเลียนได้ค่ะ สำหรับอทิตยาภาษาอิเลียนยากมากค่ะ แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะเรียนรู้ได้ เพียงแค่ต้องอาศัยความขยัน และต้องพบเจอระบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเอง

อทิตยาเคยทดลองเรียนภาษามาแล้วทุกโรงเรียนใน Bologna และการเรียนรู้ทุกด้าน ตั้งแต่ YouTube, Facebook, ครูอิตาเลียนสอนพิเศษ ส่วนโรงเรียนกวดภาษาเรียนมาแล้ว ตั้งแต่เรียนฟรีจนกระทั่งเสียเงินแพงลิบลิ่ว ภายใน 6 เดือน สบความสำเร็จด้านภาษาในระดับที่สื่อสารได้เอง และหลังจากมาอยู่อิตาลีได้ 1 ปีก็สมัครงานและได้งานทำในคลีนิคทันตกรรมแห่งหนึ่งใกล้บ้าน ระหว่างทำงานก็เรียนภาคค่ำเอาวุฒิการศึกษาไปด้วย และค่อยพัฒนามาเรื่อยๆ เพราะว่าไปเรียนต่อในสถาบันการศึกษาของอิตาลีจะต้องเรียนรู้หลายวิชาที่ต้องทำความเข้าใจให้ได้เช่น

บัญชี, กฎหมาย , เศรษฐศาตร์ ,คณิตศาตร์ ,สถิติ ,ฟิสิกส์, เคมี และภาษาฝรั่งเศส ,อังกฤษ และวิชาบังคับอื่นๆ

ในปี 2019 ก็เรียบจบและได้รับวุฒิ diploma สาขา Administration- Finacial and Marketing ( il diploma in amministrazione finanza e marketing)

📍ปัจจุบันเป็นติวเตอร์สอนภาษาอิตาเลี่ยน ออนไลน์แก่คนไทย และทำ Facebook content (รับงานโปรโมท ภาพยนตร์และซีรีส์ และที่อิตาลีเป็นฟรีแลนซ์จัดหาซื้อขายบ้านให้ บริษัท Remax
📍เคยทำงานที่อิตาลีที่เดียวคือ คลีนิคทันตกรรมในเมือง Bologna ชื่อ COS Centro Odontoiatrico Sforza
📍เรียนหนังสือที่อิตาลีมาแล้วทุกสถาบัน ตั้งแต่โรงเรียนรัฐบาล จนถึงสถาบันกวดภาษา จึงสามารถพูดภาษาอิตาเลียนได้อย่างทุกวันนี้ มีเพื่อนๆจากหลายๆทางจากสถาบันภาษาจากโรงเรียนภาคค่ำและโรงเรียนเอกชนต่างๆ เพื่อร่วมงานคนในสายงานทันตกรรม หมอฟัน เป็นต้น

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอิตาลี แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ในมุมมองส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตที่นี่ไม่ยากเลยสำหรับคนไทย เพราะหากเราศึกษาข้อมูลมาก่อนที่จะย้ายมาที่อิตาลีเราจะทราบข้อมูลทุกอย่างล่วงหน้า อาจจะยากหน่อยในช่วงแรกๆสำหรับการเรียนรู้ภาษาและการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของชาวอิตาเลียน คนไทยแต่ละคนน่าจะมีปัญหาแตกต่างกันไปค่ะ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

✅สิ่งที่ต้องปรับตัว :

➡️สามี ครอบครัวสามี เมืองที่อยู่ สภาพแวดล้อมโดยรอบ บางคนอยู่ในเมือง เช่นอทิตยาเป็นต้น ก็ไม่ขาดอะไรเลย มีร้านขายสินค้าไทย ทุกชนิด การเดินทางสะดวก เดินเอาหรือจะนั่งรถเมล์ รถไฟ แท็กซี่โทรเรียกเอาก็สะดวก บางคนบ้านสามีอยู่ในป่าเขา หรือเมืองเล็กๆห่างไกลผู้คน ก็ลำบากจะไปไหนก็ไม่ได้ บริการรถสาธารณะไม่มี หรือถ้ามีในช่วงที่ยังไม่ได้ภาษาก็ไปไหนไม่ได้ เพราะคนอิตาเลียนยุคเก่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ โดยส่วนตัวคิดว่าถ้ามีการวางแผนดีๆก่อนย้ายถิ่นฐานมาอิตาลีจะช่วยได้มากในการปรับปรับตัว

จริงๆเรื่อง สถานการณ์ทางการเงินฝ่ายชายชาวอิตาเลียนก็สำคัญมาก เพราะการที่จะพาผู้หญิงคนหนึ่งย้ายมาที่อิตาลี :

📍ล้วนต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่าย

-การศึกษา ภาษา

-ค่าใช้จ่ายด้านสินค้าไทย เพราะคนไทยยังไงก็ต้องทานอาหารไทย

-ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เสื้อผ้า รองเท้า สำหรับฤดูกาลต่างๆ

-แม้แต่ค่าเดินทางไปกลับประเทศไทย ที่ทุกคนต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด

**ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น ถ้ามีลูก หรือเจ็บป่วยจุกจิก ถึงแม่จะมีสวัสดิการจการัฐแต่บางอย่างก็จำเป็นต้องสำรองจ่าย ในกรณีฉุกเฉิน

➡️ภาษาสำคัญที่สุด หากไม่ได้ภาษาก็ทำอะไรไม่ได้ จะอยู่อิตาลีทั้งชีวิตแบบไม่รู้ภาษาได้ยังไง การสื่อสารคือสิ่งสำคัญ ขนาดเด็กแรกเกิดยังต้องหัดร้องไห้บอกความต้องการเลย ถ้าบอกว่าโครงสร้างภาษามีความแตกต่างมากจริงๆ เช่น คำกริยาผันตามประธานของประโยคมีเพศมีพจน์ แต่ก็แปลกทำไมคนจีนทำได้ ในเมื่อภาษาจีนก็ไม่เหมือนภาษาอิตาเลียนเลยเหมือนกันกับภาษาไทย ดังนั้นเรา ต้องลองเรียนรู้ในทุกวิธีทางค่ะ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ จากประสบการณ์ที่สอนภาษาอิตาเลียนแก่คนไทย บางคนอายุมากก็กลัวและกดดัน บางคนก็กังวล ความช้าเร็วในการเรียนรู้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น มีนักเรียนคนหนึ่งมาอยู่อิตาลีเพราะติดปัญหาตอนโควิท มาเรียนกับอทิตยา 60 ชั่วโมงคอร์สแรกเค้าก็พอจะออกจากบ้านทำอะไรเองได้ บางคนอยู่อิตาลีมานาน เรียนกับเท่ากับอีกคนห้องเดียวกัน เค้าเรียนซ้ำชั้นรอบที่สองจึงจะได้ผลลัพธ์เกือบเท่านักเรียนอีกคน คนเราช้าเร็วไม่เท่ากันขอเพียงตั้งใจทำได้แน่นอน

➡️สภาพอากาศในแต่ละภูมิภาคของอิตาลีแตกต่างกันมาก หากอยู่ภาคเหนือก็หนาวแน่นอน

ภาคใต้อากาศอบอุ่นกว่า คนไทยไม่มีภูมิต้านทานความหนาวเย็น ต้องใช้เวลาสัก 1-2 ปีเพื่อให้เกิดความเคยชิน

➡️ครอบครัว สามีหรือลูก และครอบครัวของชาวอิตาเลียน เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่ปัญหามาจากภาษาเป็นหลัก และค่อยๆต่อเนื่องไปยังวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ต้องค่อยๆเรียนรู้ไป

ขึ้นอยู่กับเมืองที่อยู่ด้วย เช่นทางใต้สังคมค่อนข้างเปิดกว้างสไตล์คนใต้ เฮฮา สนุกสนาน เข้าถึงง่ายแต่ถ้าเป็นภาคกลางขึ้นไปทางเหนือค่อนข้างนิ่งๆ สงบกว่า

แต่คนอิตาเลียนนี่หากรู้จักเรียนรู้ที่จะเข้าหาปรับตัวได้ค่อนข้างใจดีมากๆ คนอิตาเลียนให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานเหมือนที่มีข้อบัญติในรัฐธรรมนูญ ข้อที่ 1 แห่งสาธารณรัฐอิตาลีใจความว่า

“L’Italia è una Repubblica democratica fondata sul lavoro ”

La sovranità appartiene al popolo…… ที่หมายความว่า สาธารรัฐอิตาลี เป็นประเทศประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน เป็นหลัก หมายถึงทุกคนทำงานเสียภาษีจึงมีรายได้บริหารประเทศและทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับสวัดิการต่างๆที่ดีเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่น เงินเกษียณ เงินผู้สูงอายุ ระบบสาธารณสุข และคมนาคม

(บางประเทศใช้ Harmony ความสามัคคี แต่อิตาลีการทำงาน ดังนั้นคนที่ทำงานคือคนที่อิตาลียกย่อง )

วรรคถัดมา คนที่เป็นพระราชาของประเทศก็คือ ประชาชนชาวอิตาเลียน ทุกคน

ดังนั้นหากไม่ได้ภาษา ก็ไม่มีงานทำ เมื่อไม่มีงานทำสำหรับคนอิตาเลียนก็เหมือนคนไร้ค่า

พูดถึงครอบครัวบางครอบครัวที่ต้องทำมาหากินช่วยกัน บางครอบครัวที่ฐานะดีก็คงไม่จำเป็นก็ได้

➡️อาหารการกิน ความเป็นอยู่ เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ด้วยเงิน เรื่องวัตถุดิบ หากสถานะทางการเงินดี สามารถหาซื้อได้หมดทุกอย่างค่ะ

แต่หากทำกับข้าวไม่เป็นเช่นอทิตยา ก็ต้องค่อยๆเรียนรู้กันไปเช่นกัน

จริงๆอาหารอิตาเลียนหากเรียนรู้ที่จะกิน ก็อร่อยมาก

สามารถเลือกเมนูที่เหมาะสมกับรสปากคนไทยได้ เช่นทางภาคใต้ทานเผ็ดได้ จริงๆปรับตัวง่ายมากค่ะ

แต่อทิตยามีปัญหามากเพราะทำอาหารไม่เป็นเลย

แต่ก็หาซื้อได้ค่ะ จากคนไทยในอิตาลีที่ทำอาหารไทยขาย หรือไม่ก็ไปทานอาหารจีนและญี่ปุ่นแทนเอา

✅ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของคน

📍สำหรับอทิตยา ปรับตัวยากที่สุดคือ อาหาร แต่พอเราปรับตัวได้ก็พบว่าอาหารอิตาเลี่ยนนั้นอร่อยมากค่ะ
📍อีกอย่างคือ สภาพอากาศ ที่ไม่คงที่เลย หนาวมาก ร้อนมาก ในฤดูหนาวเราฝึกแต่งตัวเลือกเสื้อผ้าและวัสดุให้ความอบอุ่นได้ดี เราก็จะสามารถค่อยๆปรับตัวได้ค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่

สุขสบายดีไหม อย่างไร

เมือง bologna มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะพอสมควร

คนไทยที่นี่ส่วนใหญ่อยู่มานานหลายสิบปีแล้ว ไม่ค่อยทราบรายละเอียดมากนัก เพราะไม่รู้จักคนไทยทุกคนที่นี่ แต่คนไทยที่รู้จักใช้ชีวิตที่อิตาลีเหมือนคนอิตาเลียนเลย ทานอาหารไทยบ้างอิตาเลียนบ้าง โดยรวมอยู่ดีมีสุขกันทุกคน ส่วนใหญ่คนที่รู้จักล้วนได้ภาษาอิตาเลียน

📍เมืองที่อาศัยอยู่และเมืองใกล้เคียงมีคนไทยอาศัยอยู่เยอะค่ะ มีสมาคมต่างๆที่คนไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือกัน เช่น คุณ อีส วิยะดา ที่เมือง Cervia มักจะมีงานกิจกรรมที่มีประโยชน์สำหรับคนไทย และยังให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิตาลี มีหลายคนค่ะ เช่น แถวมิลาน และตูริน มีคนไทยแคว้น Lombardia และ Piemonte มีมากมาย คนไทยในอิตาลีต่างเข้าใจสถานการณ์และช่วยเหลือกันดี ในเรื่องต่างๆ

อะไรที่คนอิตาลีชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอิตาลีเป็นอย่างไร ผู้หญิงอิตาลีเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอิตาลีเป็นอย่างไร

➡️คนอิตาเลียนชอบคนทำงาน ขยัน ทำมาหากิน

และชอบคนที่พัฒนาตัวเอง และค่อนข้างภูมิใจในอาหารของประเทศตัวเองมาก นิสัยชาวอิตาเลียนคือ ย้อนแย้ง😂 คือ เดี๋ยวบอกอีกอย่างทำอีกอย่าง ดูไม่สุดสักทาง แต่มันคือเสน่ห์เช่นกัน

➡️ผู้ชายอิตาเลียน ส่วนใหญ่ มีนิสัยอ่อนโยน โรแมนติกมาก ค่อนข้างไปทาง sensitive เลย ,Family man ช่วงวัยรุ่นค่อนข้างเหลวไหลมาก แต่พอวัย 30 ขึ้นเริ่มลงตัวก็จะสุขุม มีความคิดเป็นผู้ใหญ่

แต่ลักษณะนิสัยขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนที่มาจากแคว้นใด ภาคใดด้วย

➡️พ่อแม่ชาวอิตาเลียน มักเลี้ยงลูกหลานตามใจ ดูแลดีเกินไป ลูกไม่โตสักที ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเจอคนอิตาเลียนบางคนอยู่ในบ้านพ่อแม่จนอายุ 40-50 บางคนมีครอบครัวบางคนยังไม่มี ที่นี่เรียกว่า *Mammone หรือลูกแหง่ นั่นเอง แต่อาจจะมีบางคนที่พ่อแม่อายุมาก (มีลูกตอนอายุเฉลี่ย 35-45 ปี)

เลยต้องอยู่ดูแลใกล้ชิด หรือไม่ก็อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน คอนโดเดียวกัน แต่คนละชั้นก็มี

ในช่วงสุดสัปดาห์มักจะไปหาพ่อแม่กินข้าวด้วยกันเป็นประจำ บางคนที่รับไม่ได้เพราะไม่มีเวลาส่วนตัวในช่วงวันหยุด รวมทั้งคนไทยบางคนก็ไม่ถนัดทานอาหารอิตาเลียนนัก

*คนอิตาเลียนไม่นิยมแต่งงานจดทะเบียนสมรส ว่าด้วยเรื่องกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายหญิงมากเกินไป หากฝ่ายชายผ่านการแต่งงานมาและมีลูกติดด้วย ต้องมีรายจ่ายสำหรับส่งเสียภรรยาเก่าจนกว่าลูกจะโตกันเลยทีเดียว

เรทการจ่ายขึ้นอยู่กับรายรับ

*การหย่าร้างทำได้ยากมาก หากตกลงกันไม่ได้บางคู่ขึ้นศาลยาวนานหลายปี ต่ำๆ 3-5 ปี

➡️คนอิตาเลียนให้ความสำคัญกับวันเทศกาลต่างๆมาก

คริสต์มาส ,ปีใหม่, อีสเตอร์ และวันจุกจิก เช่น

วันเกิดครบรอบ 18 และ 50 ปี ,วาเลนไทน์ ,วันสตรีสากล เป็นต้น ซื้อของขวัญกันเป็นประเพณีไปเลย

➡️ที่อิตาลี เคารพคนที่มีอายุมากกว่า คล้ายไทย คนที่อิตาลีอายุค่อนข้างยืน ไม่ต้องแปลกใจที่เจอคุณพ่อวัย 50 ขึ้นไปมีลูกเล็กๆ ที่อิตาลีไม่นิยมมีลูก อีกทั้งยังมีภาวะมีบุตรยากสูง ส่วนใหญ่จะมีลูกคนเดียว เท่านั้นและชอบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเช่น หมา , แมว ,เต่า ฯลฯสัตว์เลี้ยง คนอิตาเลียนนิยม

➡️ผู้หญิงอิตาเลียนน่ารัก แต่หลายๆคนก็เห็นแก่ตัวมาก ที่อิตาลีมีผู้หญิงทำงานน้อยกว่าผู้ชายมาก

ส่วนใหญ่ผู้หญิงอิตาเลียนเองไม่ค่อยได้ทำงาน เนื่องจากต้องเลี้ยงลูกเอง ปู่ย่าตาไม่ช่วยเต็มที่เหมือนกันที่ไทย อีกทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับ สถานเลี้ยงเด็กราคาแพงและหาใกล้บ้านยาก เลยไม่คุ้มค่ากับการจ้างพี่เลี้ยง

📍คนอิตาเลียนค่อนข้างดูเหมือนเข้าถึงยาก แต่เราต้องพยายามพูดสื่อสารภาษาอิตาเลียนกับเค้าให้ได้ พอเราสื่อสารเข้าใจได้ คนทุกคนล้วนให้การต้อนรับคุณ เพราะคนอิตาเลียนไม่ใช้ภาษาอังกฤษกันกลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษเหมือคนไทนั่นแหละค่ะ ครอบครัวชาวอิตาเลียนรักลูกมาก หวงลูกก็มี สามีอทิตยามีลูกชายกับอดีตภรรยาชาวอิตาเลียนเราเห็นรูปแบบการเลี้ยงลูกว่าค่อนข้างตามใจ คนสูงอายุชาวอิตาเลียนชอบให้อ้อนค่ะ คุยเก่งบอกว่าชอบอาหารอิตาเลียนจานโน่นนี้โอ้ยบ้ายอค่ะ ยิ่งถ้าอยากพูดคุยกับคนอิตาเลียนใช้เรื่องประวัติศาสตร์ นักเขียน กวีเอก Dante ,Pirandello หรืออาหารในภาคต่างๆ ไวน์ รับรองคุยได้สามวันไม่จบ

ค่าครองชีพที่อิตาลีเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

➡️ค่าครองชีพ ที่อิตาลีถือว่า ระดับปานกลาง ค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากันในแต่ละสายงาน ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดจากกระทรวงแรงงาน ต่อสายงานแต่ละประเภท

และในแต่ละแคว้นและภูมิภาค ล้วนแตกต่างกัน

แคว้น Emilia-Romagna ค่าจ้างทั่วไป ประมาณ €850-1500 แบบทั่วไปเลยก็ €1000-1100 ต่อเดือน

รายรับ net แล้ว ที่อิตาลีนายจ้างต้องเสียภาษีสูงพอสมควร อีกทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจการเมืองที่ไม่ลงตัว หนี้สาธารณะที่สูง ตัวเลขคนว่างงานสูงถึง ประมาณ 20% ของจำนวนคนวัยทำงาน

➡️3 สิ่งที่แพงเกินไป

1)ภาษี ต่างๆ รถ ,ขยะ ,….

2) สินค้านำเข้า (แพงเพราะภาษีเช่นกัน)

3) ค่าปรับจราจรต่างๆ สูงโหด

📍ฉันและเพื่อนร่วมงานของฉันที่คลินิกทันตกรรมงานแรกของฉันในอิตาลี

➡️3 สิ่งที่ราคาเหมาะสม

1) อสังหาริมทรัพย์

2) อาหารอิตาเลียน

3) ค่าแท็กซี่ มิเตอร์ ค่าบริโดยสารสาธารณะต่างๆ

📍ฉันและเพื่อนร่วมงานของฉันที่โรงเรียนภาษา

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลีตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของ การใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลี

ข้อดี

1)อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ผัก ผลไม้ อาหารอิตาเลียน ในแต่ละที่ล้วนมีลักษณะเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น Speck ที่แคว้น Trentino-Alto Adige ต้อมากินที่นี่จึงจะได้ของท้องถิ่นดั้งเดิม หรือจะเป็น Fiorentina steck เสต็กของแคว้น Toscana (ที่ถูกเก็บไว้เป็นเวลา 24เดือนก่อนนำมาย่าง ด้วยเต่ถ่านไม้หอม) ด้วยอุณหภูมิของแคว้นนี้ทำให้เนื้อออกมารสชาติดีเยี่ยม เรื่องของกินนี่ไม่อดค่ะ

2)ความสะดวกสบายด้านคมนาคม ที่อิตาลีไม่มีรถเดินทางท่องเที่ยวได้สบายด้วยบริการสาธารณะต่างๆ รถไฟไปถึงตัวเมืองใหญ่ทั้งหมดแบกกระเป๋าเที่ยวได้สบาย ช้าบ้างบางที

3)การดูแลจากรัฐทั้งระบบสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยม และการดูแลการขาดรายได้จากประกันสังคม บางครั้งดีเกินไป จนเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ ใช้วิธีทำงาน6 เดือนหยุดกินเงินตกงาน 6 เดือนก็เป็นที่นิยมมาก

ข้อเสีย

1) ขาดอาหารไทย ถึงจะมีวัตถุดิบครบแต่อทิตยา ทำไม่เป็นค่ะ อด

2) อากาศหนาวเย็น หนาวมากจริงๆ อากาศมืดครึ้ม ฝนตกเย็น บรรยากาศหน้าหนาวมันดูหดหู่

3) ห่างจากครอบครัวที่เมืองไทย ด้วยระยะทางที่ห่างไกลหากมีเรื่องฉุกเฉินก็เป็นอุปสรรค

📍โรงเรียนไฮไลท์ของฉันในอิตาลีสถานที่ที่ได้รับวุฒิ diploma สาขา Administration- Finacial and Marketing

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวอิตาลี

อันดับแรกของคำว่า ชีวิตคู่ ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีความรักเป็นพื้นฐานก่อนเลย เพราะรักต่างภาษาต่างวัฒนธรรม จะประสบผลสำเร็จได้ต้องมีความรักยึดเหนี่ยวจิตใจจึงจะก้าวผ่านอุปสรรคปัญหาต่างๆในช่วงปรับตัวเข้าหากันได้สำเร็จ อทิตยาเองทุกวันนี้ก็จิกกัดกันกับสามีเรื่อยๆ ตามประสาสามีภรรยาโชคดีที่เราทั้งคู่ล้วนมีความรักเป็นพื้นฐาน ไม่อย่างนั้นก้าวผ่านปัญหาต่างๆได้ยากพอสมควร เพราะบางครั้งมีความท้อแท้และเหนื่อยด้วย กว่าจะลงตัวเช่นทุกวันนี้ได้ ความรักคือ หัวใจสำคัญของชีวิตคู่

1) ภาษา หลายคนมองข้ามความสำคัญตรงนี้ไป ทั้งๆปัญหาด้านภาษาเป็นสาเหตุของปัญหาทุกอย่าง ด้วยซ้ำไป คนที่จะมาอยู่อิตาลี ถ้าไม่เรียนภาษาอย่ามาเลย

ถ้าไม่พร้อมเรียนรู้ภาษาอิตาเลียน ชีวิตคุณไปไม่รอดแน่ ถึงจะรอดก็อยู่ยากค่ะ

2 ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมประเพณี อันนี้พวกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น กินอาหารที่อิตาลีไม่ใช้ช้อน ยกเว้นพวกซุป สปาเกตตี้นี้ต้องใช้ส้อมทานเท่านั้น ,ไม่นิยม การดื่มกาแฟคาปูชิโน่ตอนบ่าย เพราะชาวอิตาเลียนถือว่าเป็นอาหารเช้า ที่นี่ Breakfast หวาน ไม่ทานของเค็ม ,ไวน์แดงดื่มไม่แช่เย็น (ที่ไทยดื่มเย็น55) ไวน์ขาวดื่มแช่เย็น , การทานอาหารหลายจาน ในร้านอาหารคนไทยเราจานเดียวจบ แต่อิตาเลียนมี จาน 1-2-3 ตบท้ายด้วยของหวาน ประมาณนี้

3) ความไม่เปิดใจระหว่างคู่ชีวิต คนไทยมักเก็บๆและอดทน ในขณะที่คนอิตาเลียนพูดหมด ตรงๆไม่เก็บอารมณ์ การเปิดใจต่อกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการใช้ชีวิตคู่ที่จะนำมาซึ่งความเข้าใจกันในที่สุด

4) ปัญหาความคลุมเครือ ก่อนย้ายมาอิตาลี คนไทยไม่ได้ศึกษาข้อมูลส่วนตัวฝ่ายชายให้ดีพอ ว่าตัวเองรับได้ไหม ไม่ทำการทดลองอยู่ และขาดความรู้เกี่ยวกับระบบระเบียบกฎหมายต่างๆเช่น ที่อิตาลี ทำร้ายโจรต้องเสียค่าใช้จ่ายให้โจร บางคนฆ่าโจรตายเพื่อป้องกันตัวได้รับโทษติดคุกสูงสุด 25 ปี หรือจะเป็นกฎหมายพานิชย์ การค้าขายเปิดกิจการที่ต้องมีใบอนุญาติที่ถูกต้องครบถ้วนไม่งั้นโดนปรับแบบหนักหน่วงเลย บางคนถูกชาวอิตาเลียนเอาเปรียบดังนั้นต้องคิดให้ดีก่อนย้ายมาอิตาลี

ประเทศนี้เข้าง่าย ออกยาก ซับซ้อน

📍 ถ้ารักกันไม่ว่าอะไรๆก็ทนได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ได้รักกัน …ไม่ว่าอะไรก็ไม่ทน ไม่ดีสักอย่าง ความรักเป็นพื้นฐานของชีวิตคู่รักต่างชาติต่างภาษาและต่างวัย เช่นกันสำหรับคู่ของอทิตยาเอง

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

มีครอบครัวที่เมืองไทย พ่ออยู่ภูเก็ตกับพี่ๆ แม่อยู่สุรินทร์ ไปๆมาๆ กรุงเทพ -สุรินทร์-ภูเก็ต และอทิตยามีลูกที่ไทยด้วย : คนโตอายุ 15 แล้ว คิดถึงครอบครัวค่ะ และก็คิดถึงมาก แต่ก็ปกติค่ะ คนเราทุกคนล้วนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ อีกอย่างในยุคที่มีอินเตอร์เน็ตแบบนี้ไม่มีความรู้สึกว่าระยะทางเป็นปัญหาเลยจริงๆ คิดถึงเมืองไทยค่ะ อากาศร้อนตลอดปี และผลไม้ไทย อาหารไทยอร่อยๆ ที่ไทยปกติแล้วกลับไปอยู่กับครอบครัว มากกว่าไปเที่ยวที่อื่น เวลากลับไปไทยจะอยู่กับลูก (ไม่พาสามีชาวอิตาเลียนไปด้วย เพราะต้องการใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัว) ดูแลลูกทำหน้าที่แม่ให้เค้า ปีละ 40-50 วันในช่วง สิงหาคมของทุกปี และแบ่งเวลาไปเที่ยวนิดหน่อยค่ะ

ปกติชอบ กรุงเทพ ภูเก็ต และบ้านนอกที่จังหวัดอุบลราชธานี จริงๆเมืองไทย มีเสน่ห์เพราะมันคือ บ้านเกิดค่ะ รู้สึกอบอุ่นแล้วแค่ได้ไป ชอบกินค่ะ ไปเพื่อกินอาหาร เพราะทำกับข้าวไม่เป็น

📍คิดถึงครอบครัวและที่คิดถึงมากคืออาหารไทย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบในประเทศไทยคือทะเล

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ใน เมืองของคุณ ประเทศอิตาลี

ที่อิตาลีเป็นประเทศหนึ่งในยุโรปที่โจรชุม คนที่นี่ค่อนข้างไม่สนใจโลก หากมีคนโดนทำร้าย หรือ ถูกโจรขโมยขึ้นมาเค้าไม่ยื่นมือมาช่วยเลย มีบ้างค่ะยามดึกสมัยไปเรียนภาคค่ำ แต่ถ้าเราได้ภาษา เรียนรู้กฎระเบียบ เรื่องความรู้สึกกลัว ไม่ปลอดภัยก็ปล่อยมันไปค่ะ ขอแค่มีสติเสมอเป็นพอ โจรที่อิตาลีมักแอบขโมย ไม่ค่อยมีจี้ปล้นกลางแจ้ง แต่เป็นแนวมิจฉาชีพแอบแฝงมากกว่า แค่ระมัดระวังตัวเสมอ ต้องช่างสังเกตนิดนึง โอเคค่ะ ไม่มีประเทศไหนหรอกที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง

📍อทิตยาเดินทางคนเดียวมาหลายที่แล้วในอิตาลี จากเหนือ-ใต้สุดอิตาลี คนเดียว
ก็เราได้ภาษามีปัญหาเราพูดได้ เถียงได้ ไม่โดนเอาเปรียบ แต่ต้องระวังมิจฉาชีพเท่านั้น

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ชอบลองกินอาหารอิตาเลียนในแต่ละพื้นที่ ที่บ้านเราไม่ทำอาหารอิตาเลียนเลย สามีทานคลีน (อกไก่,ไข่ต้ม ,ข้าวสวย) เราจะได้ทานอาหารอิตาเลียนนอกบ้านเท่านั้น อาหารอิตาเลียนแต่ละเมืองมีเมนูท้องถิ่น ไม่ซ้ำเลย และชอบท่องเที่ยวค่ะเดินทางคนเดียวมาทั่วอิตาลีแล้ว พอเราได้ภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมถึงรากเหง้าของคนอิตาเลียนแล้ว เราก็สามารถใช้ชีวิตได้สบาย เคยเดินทางขึ้นเหนือลงใต้มาแล้วคนเดียวที่ เที่ยวในอิตาลีมีไม่สิ้นสุดค่ะ ด้วยเพราะเรียนที่นี้ด้วยที่เราซึบซับความเก่แก่มนเสน่ห์ของสถานที่โบราณสถานต่างๆ ในสมัยอดีต ตั้งแต่ก่อนคริสตกาลมาจนอาณาจักรโรมัน แอบหลงใหลกับประวัติศาสตร์ของประเทศอิตาลีค่ะ

เวลาว่างชอบดูซีรีส์ และอ่านหนังสือ ออกไปเดินทอดน่องในตัว Center พบปะเพื่อนๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวอิตาเลียน

📍ดูซีรีส์ อ่านหนังสือ และท่องเที่ยวชอบเดินทาง ประเทศอิตาลีมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบไม่มีที่สิ้นสุด เมืองต่างๆที่คนไทยไม่รู้จัก สถานที่ต่างๆประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เจอแต่ประวัติศาสตร์ต่างๆ อทิตยาเดินทางคนเดียวบ่อยๆ ไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้าง สัปดาห์ไหนว่างมักจะหาดูตั๋วรถไฟถูกๆนั่งไปเที่ยว หรือเวลาติดตามสามีไปประชุมสัมมนายังจังหวัดต่างๆอทิตยาก็จะออกเที่ยวคนเดียวค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ประเทศอิตาลีจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การย้ายมาต่างประเทศ สามารถทำให้ชีวิตดีขึ้นได้จริงๆ แต่มันขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละบุคคลด้วย บางคนเอาชีวิตมาจมอยู่ที่อิตาลีก็มี บางคนมาอยู่อิตาลีแบบเอาชีวิตรอดไปวันๆ หรือบางคนก็อยู่บนโลกส่วนตัว(ความฝัน )

มาอิตาลีถ้าคุณไม่เตรียมตัวมาให้พร้อม เวลาที่ต้องถอยหลังมันยากมาก

ในคำว่าชีวิตดีขึ้น มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน เช่น อทิตยา อยู่ไทย มีรายได้ ทำงานสบายๆ พอย้ายมาอิตาลี ต้องเรียนภาษาก่อน พัฒนาตัวเอง เป็นคนไร้งานถึง 1 ปี ตอนนั้นบอกเลยแย่กว่าเดิมค่ะ

ปัจจุบัน แต่ตอนนี้ อทิตยาทำ Facebook content มีรายได้ และไม่ต้องทำงานประจำ มีบริษัท โฆษณาจ้างรีวิวสินค้า ( ไม่อาจเปิดเผยชื่อได้)

และเปิดเพจลงคำศัพท์ภาษาอิตาเลียน เพื่อแบ่งปันความรู้ ทำกลุ่มช่วยเหลือแบ่งปันความรู้แก่คนไทยในอิตาลี ชื่อ บ้านสะใภ้อิตาลี

และยังเปิดคอร์สสอนภาษาอิตาเลียนให้ความรู้แก่คนไทยที่มีแผนที่จะย้ายมาอิตาลี หรือคนที่อยากเรียนภาษาอิตาเลียน ได้เรียนรู้ ว่าต้องเจออะไรบ้าง

แต่กว่าอทิตยาจะมาถึงจุดนี้ ใช้เวลาสร้าง ชีวิตที่สองนี้มา 4 ปี ร้องไห้มาแล้ว ท้อแท้หลายครั้ง

ถ้าใครไม่พร้อมสู้ คิดให้ดีๆ

ถ้าใครคิดที่จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่อิตาลี เพื่อพึ่งพาคนอิตาเลียนเพียงอย่างเดียว แนะนำก่อนอื่นดูสถานการณ์ชาวอิตาเลียนก่อน ว่าศักยภาพมากพอไหม ?

ไม่ได้หมายถึงต้องรวย แต่เค้าไหวไหม เราจะต้องไปตกลงก่อนว่า ถ้าฉันมาเธออยู่ต้องช่วยให้ความรู้ ให้เรียนภาษาช่วยให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลีได้เหมือนบ้านหลังที่สอง และสิ่งเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายเธอต้องช่วยฉันรับผิดชอบ

สิ่งที่ต้องมีเมื่อมาย้ายมาอยู่อิตาลี

-ความรู้ทางภาษา ต้องพูด ฟังอ่านเขียนให้ได้

-ใบขับขี่อิตาลี อทิตยายังไม่ทำ เพราะอยู่ในเมืองไม่จำเป็นแต่ใครที่อยู่นอกเมือง มีลูกมีภาระควรทำ

-การเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ปรับตัวกับสภาพแวดล้อม รวมทั้งมีความพร้อมที่จะเผชิญปัญหา

ถ้าคุณทำได้จะอยู่อิตาลีอย่างมีความสุขเหมือนอทิตยาค่ะ ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ถ้าเราพยายามค่ะ

มาสร้างชีวิตที่สองอีกครั้งในอิตาลี นึกถึงนักเขียนอิตาเลียนยุค 1900 ชื่อ Luigi Piradello ผลงานชิ้นเอกชื่อว่า Il fu Mattia Pascal ที่กล่าวถึงการพยายามละทิ้งชีวิต ตัวตนเก่าเพื่อสร้างชีวิตใหม่ โดยการเปลี่ยนชื่อแซ่ และไปใช้ชีวิตที่อื่นแต่สุดก็หนีความจริงไม่พ้น เพราะคิดว่าชีวิตคงใหม่ดีกว่า จริงๆแล้วคนเราไม่จำเป็นต้องทิ้งรากเหง้าของตน แต่เราสามารถสร้างเพิ่มได้ อยู่อิตาลีกินอยู่อย่างคนอิตาเลียน เรียนรู้วัฒนธรรมกฏเกณฑ์ การเข้าสังคม เมื่ออยู่คนเดียวหรือกับสามีเราเป็นตัวเราอย่างที่ต้องการ เมื่อกลับเมืองไทย เราก็เป็นคนไทยใช้ชีวิตในแบบที่เราคุ้นเคย การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ

อยู่ให้เป็น ชีวิตก็เป็นสุข

Italy is my second home

📍 ถ้าอยากจะอยู่อย่างคนอิตาเลียน จงให้การศึกษาให้ความรู้แก่ตัวเองก่อน แล้วคุณจะได้กุมอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือคุณเองค่ะ

คุณ Athitaya Tuentendi จาก Page : Io vivo in Italia

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศอิตาลี บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “ฉันเริ่มต้นชีวิตที่สองอย่างไรในอิตาลี ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s