เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 46

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 46

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 29 นี้ ครูเวโรนิค่าจะทำบทสรุปตั้งแต่วิดีโอที่
1-28 และจะสอนเกี่ยวกับคำสรรพนามแบบตรงและแบบไม่ตรงกับการผันคำ participio ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 29
บทที่ 29
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io bene! E voi che cosa mi raccontate?
ฉันสบายดีค่ะ! แล้วพวกเธอมีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังบ้างคะ
– Come niente? Ma dai.
ไม่มีได้ไงคะ เอ้า เล่าหน่อยค่ะ
– Non mi dite che non avete niente da raccontarmi.
พวกเธออย่ามาบอกกับฉันนะคะ ว่าพวกเธอไม่มีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังอ่ะค่ะ
– Non avete niente da raccontarmi. Va bene.
พวกเธอไม่มีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังกันเลย ไม่เป็นไรค่ะ
– Allora parlerò io come sempre. Bla bla bla bla bla.
ถ้างั้น ฉันก็จะพูดคนเดียวเหมือนเดิมค่ะ บลา บลา บลา บลา บลา
– Benissimo. Allora che cosa vi posso raccontare? Vediamo un po’, vediamo un po’.
ดีมากค่ะ เอาหล่ะ ฉันจะเล่าอะไรให้พวกเธอฟังกันดี พวกเรามาดูกันสักหน่อย พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ
– Vediamo un po’. Ok.
พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ โอเค
– Vi racconto che cosa vi ho insegnato in tutte queste lezioni.
ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟังกันว่า ฉันได้สอนอะไรให้กับพวกเธอไปบ้างแล้ว กับบทเรียนทั้งหลายนี้ค่ะ
– Abbiamo fatto quasi 30 lezioni.
พวกเราได้เรียนกันมาเกือบ 30 บทเรียนแล้วนะคะ
– “Che cosa vi ho insegnato?” è il titolo della ventinovesima lezione del corso One World Italiano video.
“ฉันได้สอนอะไรให้กับพวกเธอไปบ้างแล้ว” คือบทเรียนที่ยี่สิบเก้าของหลักสูตร One World Italiano video ค่ะ
– Ci siamo quasi, siamo quasi a 30, che bello!
พวกเราเกือบแล้วค่ะ พวกเราเกือบจะถึงบทเรียนที่ 30 แล้วค่ะ มันดีมากๆ เลย!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Impariamo. Rifacciamo un riepilogo di tutto quello che abbiamo fatto finora, che vi ho insegnato, che vi ho spiegato.
พวกเรามาเรียน พวกเรามาทำสรุปบทเรียน ที่พวกเราได้เคยเรียนกันไปแล้วทั้งหมด จนถึงตอนนี้ซ้ำกันอีกค่ะ
สิ่งที่ฉันได้สอนพวกเธอไปแล้ว สิ่งที่ฉันเคยอธิบายให้พวกเธอฟังกันไปแล้วอ่ะค่ะ
– Ok! Così vi ricordate tutto quanto.
โอเค! แบบนี้พวกเธอจะได้ทบทวนความจำทุกสิ่งอย่างกันค่ะ
– Allora senza perdere il tempo inizio subito.
เอาหล่ะค่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาฉันจะเริ่มทันทีเลยนะคะ
– Allora prima di tutto io vi ho insegnato a fare una presentazione.
อย่างแรกเลยนะคะ ฉันได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับการแนะนำตัวเอง
– A presentare voi stessi.
เกี่ยวกับการแนะนำตัวพวกเธอเองอ่ะค่ะ
– Chi siete, di dove siete.
พวกเธอเป็นใครคะ พวกเธอมาจากที่ไหนคะ
– Per esempio io sono di Cagliari, vi ricordate?
ตัวอย่างเช่น ฉันมาจากเมืองคาลยิอาริ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Ok. Io sono di Cagliari e voi dove siete?
โอเค ฉันมาจากเมืองคาลยิอาริ และพวกเธอมาจากที่ไหนกันคะ
– Bene! Poi vi ho insegnato a descrivere voi stessi.
ดีค่ะ! แล้วฉันก็ได้สอนให้พวกเธอบรรยายลักษณะตัวของพวกเธอเองค่ะ
– I capelli. Come avete i capelli, gli occhi ecc.
เส้นผม พวกเธอมีเส้นผมอย่างไรคะแล้วดวงตาหล่ะคะ ฯลฯ
– Poi vi ho insegnato a esprimere le vostre preferenze.
แล้วฉันก็สอนให้พวกเธอพูดถึงสิ่งที่พวกเธอชอบมากกว่าค่ะ
– Preferite l’amore, la casa, la famiglia, vi ricordate?
พวกเธอชอบความรักมากกว่า ชอบบ้านมากกว่า ชอบครอบครัวมากกว่า พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Tanto tempo fa.
มันนานมากแล้วค่ะ
– Quanto tempo, quanti ricordi.
นานมากเลยนะคะเนี่ย มีเรื่องราวให้จำมากมายเลย
– Bene, poi vediamo che cosa vi ho insegnato.
ดีค่ะ แล้วพวกเราก็มาดูกันค่ะว่า ฉันได้สอนอะไรกับพวกเธอไปบ้าง
– Poi vi ho insegnato a contare: uno, due, tre, quattro, ecc.
แล้วฉันก็สอนพวกเธอเกี่ยวกับการนับ: หนึ่ง สอง สาม สี่ ฯลฯ
– Eee… Vi ho insegnato io.
เออ… ฉันเป็นคนสอนพวกเธอเองเลยนะ
– Bene, poi vi ho insegnato il tempo.
ดีค่ะ แล้วฉันก็สอนพวกเธอเกี่ยวกับเรื่องเวลาด้วย
– A parlare del tempo. Vi ho parlato del tempo.
เกี่ยวกับการพูดเรื่องเวลา ฉันเคยพูดเรื่องเวลากับพวกเธอไปแล้วนะคะ
– Il tempo cronologico e il tempo atmosferico
เวลาแบบตามลำดับเหตุการณ์ และเวลาแบบสภาพอากาศค่ะ
– Benissimo. Poi le stagioni, i mesi, i giorni della settimana ecc.
ดีมากค่ะ แล้วก็เกี่ยวกับฤดูกาลต่างๆ เดือนต่างๆ วันต่างๆ ในหนึ่งสัปดาห์ ฯลฯ
– Poi mi aiuto un po’ con gli appunti e con lo smartphone perché è veramente tanto quello che abbiamo fatto.
ฉันขอดูไอ้ที่ฉันจดไว้ในมือถือหน่อยค่ะ เพราะว่าพวกเราเรียนกันไปเยอะมากจริงๆ ค่ะ

Quindi vediamo un po’.
ดังนั้น พวกเรามาดูกันหน่อยค่ะว่า
– Vi ho mostrato tanti oggetti, per esempio il quaderno, il libro, vi ho mostrato la penna, la matita, la borsa, la bottiglia. Ok.
ฉันได้โชว์วัถตุมากมายให้พวกเธอดูกันไปแล้ว ตัวอย่างเช่น สมุดจด หนังสือ ฉันได้โชว์ปากกา ดินสอ กระเป๋า และขวดให้พวกเธอดูกันไปแล้ว โอเคค่ะ
– Oggetti vicini, oggetti lontani, questo/quello, ecc.
วัตถุที่อยู่ใกล้ วัตถุที่อยู่ไกล สิ่งนี้ สิ่งนั้น
– Bene, poi vi ho mostrato anche la mappa, adesso se la trovo, eccola qua, la mappa del nostro bellissimo mondo.
ดีค่ะ แล้วฉันก็ได้โชว์แผนที่ให้พวกเธอดูกันไปแล้วอีกด้วย ถ้าฉันหามันเจอตอนนี้นะ มันอยู่นี่ค่ะ แผนที่ของของโลกที่สวยงามที่สุดของเราค่ะ
– Vi ho parlato dei cinque continenti, delle Nazioni, delle Regioni, vi ricordate? Che bello!
ฉันได้พูดกับพวกเธอไปแล้วเกี่ยวกับ ทวีปทั้งห้า เกี่ยวกับประเทศชาติต่างๆ เกี่ยวกับภูมิภาค พวกเธอจำกันได้ไหมคะ มันเลิศมากค่ะ!
– Eee… bene, poi che cosa abbiamo fatto?
เอออ… ดีค่ะ แล้วพวกเราได้ทำอะไรกันอีกคะ
– Poi alla decima lezione sono impazzita, e vi ho cantato una canzone degli anni 80.
แล้วในบทเรียนที่สิบ ฉันได้เป็นบ้าไปแล้วค่ะ และฉันได้ร้องเพลงไปเพลงนึงในยุคปี 80 ค่ะ
– Odio non rivedere la decima lezione perché lì sono proprio impazzita.
โอ้พระเจ้า อย่าไปดูบทเรียนที่สิบซ้ำนะคะ เพราะว่าวิดีโอนั้นฉันบ้ามากจริงๆ ค่ะ
– Dopodiché vi ho offerto una tazza di tè e vi ho parlato del tempo libero.
แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ได้เชิญพวกเธอดื่มชาถ้วยนึง และฉันก็ได้พูดกับพวกเธอเกี่ยวกับเรื่องของเวลาว่าง
– Una lezione un pochino più tranquilla la lezione 11.
เป็นบทเรียนนึงที่ค่อนข้างเรียบง่าย และสงบดี ในบทเรียนที่ 11 ค่ะ
– Poi che cosa abbiamo fatto?
แล้วพวกเราได้ทำอะไรกันอีกคะ
– Vediamo un po’ lo smartphone.
พวกเรามาดูที่สมาร์ทโฟนกันสักหน่อยค่ะ
– Ah sì, sì, vi ho presentato due studenti simpaticissimi.
อ่าๆๆ ใช่ค่ะ ใช่ๆ ฉันได้แนะนำนักเรียนสองคนที่น่าคบมากๆ ให้พวกเธอได้รู้จักค่ะ
– Vi ricordate? Gilberto e Susanna, che simpatici!
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ จิลแบรโตะและซูซานน่า ที่น่าคบ และเป็นกันเองมากๆ เลยค่ะ!
– Li saluto! Ciao ragazzi!
ฉันขอทักทายพวกเขาค่ะ! สวัสดีค่ะเพื่อนๆ!
– Poi vediamo un po’ che cosa, che cosa abbiamo fatto.
แล้วพวกเราก็มาดูกันสักหน่อยค่ะว่า มีอะไรที่พวกเราได้ทำกันไปแล้วบ้างค่ะ
– Ah sì, vi ho mostrato la mappa non solo del mondo, dell’Italia, ma anche la mappa di Cagliari. Sì, vi ho fatto vedere la mia città.
อ่า ใช่ค่ะ ฉันได้โชว์แผนที่ให้พวกเธอดู ไม่ใช่แค่แผนที่โลกหรือแผนที่ประเทศอิตาลีอย่างเดียวนะคะ แต่ก็ดูแผนที่เกี่ยวกับเมืองคาลยิอาริอีกด้วยค่ะ ใช่ค่ะ ฉันได้โชว์ให้พวกเธอดูแผนที่เมืองของฉันค่ะ
– Bene, poi vi ho portato a casa mia.
ดีค่ะ แล้วฉันก็ได้พาพวกเธอมาที่บ้านของฉันด้วยค่ะ
– Vi ho fatto vedere la mia cucina, adesso siamo in camera da letto.
ฉันได้โชว์ห้องครัวของฉันให้พวกเธอดู ตอนนี้พวกเราอยู่ในห้องนอนค่ะ
– Come sempre dopo questo video andrò a dormire.
เหมือนเช่นเคยค่ะ หลังจากจบวิดีโอนี้ ฉันก็จะไปนอนค่ะ
– E vi ho portato in cucina e vi ho insegnato a cucinare un buon piatto di pasta.
แล้วฉันก็ได้พาพวกเธอไปในครัวและฉันก็ได้สอนพวกเธอทำพาสต้าจานอร่อยด้วยค่ะ
– Omm…. Vi ricordate? Avete provato a cucinarlo.
อืม… พวกเธอจำกันได้ไหมคะ พวกเธอได้ลองทำพาสต้ากันไปแล้วนะคะ
– E poi successivamente vi ho proposto di andare al ristorante perché non avevo più voglia di cucinare.
แล้วก็ต่อมา ฉันก็ได้เสนอให้พวกเธอไปที่ร้านอาหารกัน เพราะว่าฉันไม่อยากทำอาหารแล้วค่ะ
– È troppo stress.
มันเครียดเกินไปค่ะ
– E poi vi ho insegnato come pianificare le giornate.
แล้วฉันก็ได้สอนให้พวกเธอวางแผนกับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันค่ะ
– Bene, e poi vi ho insegnato… Ah sì, c’è stata la lezione sulla superstizione.
ดีค่ะ แล้วฉันก็ได้สอนให้พวกเธอ…. อ่า ใช่ค่ะ มีบทเรียนนึงเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อด้วยค่ะ
– Vi ho insegnato a non dire ai superstiziosi come me, quella frase che non ripeto, ma dire in bocca al lupo e poi crepi. Vi riordate?
ฉันได้สอนให้พวกเธอห้ามพูดกับพวกคนที่เชื่อเรื่องโชคลางอย่างฉัน เกี่ยวกับประโยคนั้น ที่ฉันจะไม่พูดซ้ำ แต่ว่าให้พูดว่าในปากของหมาป่าแทน แล้วก็พูดตอบว่า หมาป่ามันตายแล้ว พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Rivedete la lezione non dico il numero.
พวกเธอไปดูบทเรียนนั้นซ้ำกันนะคะ ฉันจะไม่พูดตัวเลขนั้นนะคะ
– 17, bene, ok. Non si dice, facciamo le corna.
17 ค่ะ ดีค่ะ โอเค ห้ามพูดนะคะ พวกเราทำมือเป็นรูปเขาควายกัน เป็นการแก้เคล็ดค่ะ
– Bene, poi che cosa abbiamo fatto?
ดีค่ะ แล้วพวกเราได้ทำอะไรกันไปอีกคะ
– Allora la lezione 18 qual era?
เอาหล่ะ บทเรียนที่ 18 มันคืออะไรนะคะ

– Aiutatemi perché ne ho fatto talmente tante.
พวกเธอช่วยฉันนึกหน่อยค่ะ เพราะว่าฉันได้ทำมันไว้เยอะมากจริงๆ ค่ะ
– Ah… poi mi avete anche dato una mano nella lezione 18, nelle faccende domestiche. Vi ricordate?
อ่า… แล้วพวกเธอก็ช่วยฉันในบทเรียนที่ 18 ในการทำงานบ้าน พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Mi sono lamentata tutto il tempo perché non avevo voglia di fare le faccende domestiche.
ฉันได้บ่นตลอดเวลา เพราะว่าฉันไม่อยากทำงานบ้านค่ะ
– E voi mi avete dato una mano, almeno mi avete un po’ divertita, così.
แต่พวกเธอก็ได้ช่วยฉันไว้ อย่างน้อยพวกเธอก็ช่วยให้ฉันสนุกขึ้น แบบนี้อ่ะค่ะ
– Em… va bene, poi vi ho insegnato ad organizzare una giornata al mare.
อืมม… โอเค แล้วฉันก็ได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับการวางแผนไปเที่ยวทะเลค่ะ
– Con l’ombrellone, con la borsa, con il cappello, vi ricordate? Che bello!
กับร่มกันแดดอันใหญ่ กับกระเป๋า และหมวก พวกเธอจำกันได้ไหมคะ มันเพลินมากเลยค่ะ!
– Quindi abbiamo organizzato insieme la giornata al mare.
ดังนั้น พวกเราได้วางแผนเที่ยวที่ทะเลด้วยกันค่ะ
– Poi vediamo un po’ che cosa abbiamo fatto.
แล้วพวกเราก็มาดูกันอีกนิดค่ะว่า มีอะไรที่พวกเราได้ทำกันไปแล้วบ้าง
– Ah sì, sì, poi mi ha telefonato mia madre.
อ่า ใช่ค่ะ ใช่ๆ แล้วแม่ของฉันก็ได้โทรศัพท์มาหาฉันค่ะ
– Vi ricortate quando mi ha telefonato mia madre e mi ha ricordato del pranzo della domenica?
พวกเธอจำกันได้ไหม ตอนที่แม่ของฉันได้โทรศัพท์มาหาฉัน และเขาก็ได้เตือนฉันอย่าลืมไปร่วมทานอาหารกลางวันในวันอาทิตย์อ่ะค่ะ
– Sì, sì, sì. È vero, vero.
ใช่ค่ะ ใช่ๆ มันถูกต้องค่ะ
– Poi nella lezione 21, 22 e 23 vi ho raccontato tutto quello che ho fatto.
แล้วในบทเรียนที่ 21, 22 และ 23 ฉันได้เล่าให้พวกเธอฟังเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้ทำไปทั้งหมดค่ะ
– Ho lavorato, ho studiato, ho fatto lezione, sono uscita, ho incontrato gli amici, sono andata in palestra e quindi sapate tutto tutto di me e poi vi ricordate nelle lezioni 21 e 22?
ฉันได้ทำงานไปแล้ว ฉันได้เรียนไปแล้ว ฉันได้เตรียมบทเรียนแล้ว ฉันได้ออกไปข้างนอกแล้ว ฉันได้พบปะกับเพื่อนๆ ของฉันแล้ว ฉันได้ไปยิมแล้ว และดังนั้น พวกเธอก็รู้หมดแล้วว่าฉันทำอะไรไปบ้าง แล้วพวกเธอจำบทเรียนที่ 21 และ 22 กันได้ไหมคะ
– Nelle lezioni 21 e 22 vi ho fatto vedere il panorama dal mio balcone perché eravamo nelle mia cucina, e dal mio balcone, si vede il bellissimo centro storico di Cagliari.
ในบทเรียนที่ 21 และ 22 ฉันได้โชว์วิวให้พวกเธอดูจากระเบียงบ้านของฉัน เพราะว่าตอนนั้นพวกเราอยู่ในห้องครัวของฉันกันค่ะ และจากระเบียงบ้านของฉัน ก็จะเห็นใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยงามมากๆ ของเมืองคาลยิอาริค่ะ
– Indimenticabile, quella lezione è stata davvero indimenticabile.
เป็นอะไรที่ลืมไม่ได้เลย ในบทเรียนนั้นเป็นบทเรียนที่น่าจดจำจริงๆ ค่ะ
– E poi sì, Nella lezione 23, oltre ad avervi raccontato tante cose, no, sì, sì, era la lezione 23 scusate se faccio un pochino di confusione, no era la lezione 24, em… più o meno.
แล้วก็ ใช่ค่ะ ในบทเรียนที่ 23 นอกจากการเล่าเรื่องต่างๆ ให้พวกเธอฟังแล้ว ไม่สิ ใช่สิ ใช่ๆ มันคือบทเรียนที่ 23 ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ฉันทำให้เกิดความสับสนนิดหน่อยค่ะ ไม่ใช่สิ มันคือบทเรียนที่ 24 ค่ะ อืม… ก็ประมาณนี้หล่ะค่ะ
– Però mi avete asciugato le lacrime. Perché?
แต่ว่า พวกเธอได้เช็ดน้ำตาให้กับฉัน ทำไมเหรอคะ
– Perché l’Italia ha perso. No Veronica, non ricominciamo.
เพราะว่าทีมชาติอิตาลีเขาแพ้ไงค่ะ ไม่นะเวโรนิค่า พวกเราอย่าเริ่มพูดถึงมันอีกเลยค่ะ
– Va bene, non ricordiamo quella lezione, però grazie per avermi asciugato le lacrime.
ตกลงค่ะ พวกเราอย่าไปจำบทเรียนนั้นเลยค่ะ แต่ว่าขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเช็ดน้ำตาให้กับฉันอ่ะค่ะ
– Va bene, e poi sì, che cosa abbiamo fatto?
โอเคค่ะ แล้วก็ ใช่ค่ะ พวกเราได้ทำอะไรกันอีกคะ
– Ah sì, nella lezione 25 io ho parlato delle mie vacanze, vi ho raccontato dei miei progetti futuri, per andare in vacanza al mare, in montagna, a Parigi, a Londra, è vero, vero, vero.
อ่า ใช่ค่ะ ในบทเรียนที่ 25 ฉันได้พูดเกี่ยวกับเรื่องวันหยุดพักผ่อนของฉันค่ะ ฉันได้เล่าให้พวกเธอฟังเกี่ยวกับโปรแกรมในอนาคตด้วย เรื่องการไปพักผ่อนที่ทะเล ที่ภูเขา ที่ปารีส ที่ลอนดอน เออจริงด้วยค่ะ ใช่ค่ะๆ
– E poi che cosa abbiamo fatto?
แล้วพวกเราได้ทำอะไรกันอีกคะ
– Sì, c’è stata la festa della mia amica Eleonora e voi mi avete consigliato che cosa portare.
ใช่ค่ะ ตอนนั้นมีงานเลี้ยงของเพื่อนของฉัน เอเลโอนอร่า แล้วพวกเธอก็ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันต้องนำไปร่วมงานด้วยอ่ะค่ะ
– Portare del vino, portare la torta, i dolci, vi ricordate?
นำไวน์ไป นำขนมเค้กไป นำขนมต่างๆ ไป พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– E poi vi ho raccontato che cosa ho portato successivamente.
แล้วต่อมา ฉันก็ได้เล่าให้พวกเธอฟังว่า มีอะไรบ้างที่ฉันจะนำไปด้วยในอนาคตอ่ะค่ะ
– E per ultimo, io vi ho portato… Ah sì, sì, io guardo un po’ lo smartphone per ricordarmi, guardo gli appunti, perché abbiamo fatto veramente tanto. È vero!
และอย่างสุดท้าย ฉันได้นำไปให้พวกเธอ อ่า ใช่ค่ะใช่ๆๆ ฉันขอดูที่โทรศัพท์เป็นการเตือนความจำนิดนึงนะคะ ฉันขอดูสิ่งที่ฉันจดไว้หน่อยค่ะ เพราะว่าพวกเราได้ทำไว้เยอะมากจริงๆ ค่ะ
– E per ultimo, mi avete consigliato di nuovo che cosa regalare ai miei zii.
และสำหรับสุดท้ายนี้ พวกเธอได้ให้คำแนะนำกับฉันอีกครั้ง ว่าของขวัญอะไรที่ฉันจะให้กับพวกลุงป้าของฉัน
– Gli ho comprato delle cose bellissime.
ฉันได้ซื้อของสวยๆ ต่างๆ ให้กับพวกเขาแล้วค่ะ

– È vero perché mi aveva telefonato mia zia, mi aveva invitato ad Ascoli Piceno e poi ho comprato dei regali. È vero, vero, vero!
จริงๆ ด้วยค่ะ เพราะว่าตอนนั้นป้าของฉันได้โทรศัพท์มาหาฉัน เขาได้เชิญฉันไปที่ อาสโคลิ ปิเชโน แล้วฉันก็ได้ซื้อของขวัญต่างๆ เออจริงๆ ด้วยค่ะ ใช่ค่ะๆๆ !
– E ci ritorniamo adesso, nella lezione 29 che abbiamo imparato tante cose.
และตอนนี้พวกเราก็กลับมาต่อกัน ในบทเรียนที่ 29 ค่ะ ที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยนะคะ
– Vi ho insegnato tante cose dai.
ฉันได้สอนพวกเธอไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างเลยนะ
– Si, sono un po’ matta, sono distratta, sono ritardataria e tutto, però vi ho insegnato tanto, ammettetelo.
ใช่ค่ะ ฉันดูเป็นคนบ้านิดนึง ฉันเป็นคนวอกแวก ฉันเป็นคนมาสาย และทั้งหมดทั้งมวลนี้ อย่างไรฉันก็ได้สอนพวกเธอไว้เยอะแยะเลยนะ พวกเธอยอมรับมันกันเถอะค่ะ
– Bene, che cosa? Allora, allora, allora.
ดีค่ะ อะไรนะคะ ถ้างั้นค่ะ เอาหล่ะ
– Prima di tutto facciamo un altro riepilogo più piccolo di questo.
อย่างแรกเลยค่ะ พวกเรามาทำบทย่อสรุปอีกอัน ที่สั้นกว่าอันนี้กันค่ะ
– E qui io ho messo alla lavagna i pronomi diretti e i pronomi indiretti.
และตรงนี้ ฉันได้ใส่พวกคำสรรพนามโดยตรง และคำสรรพนามแบบไม่ตรงไว้ที่กระดานดำค่ะ
– Veronica ce li hai già spiegati.
เวโรนิค่า เธอได้อธิบายพวกมันกับพวกเราไปเรียบร้อยแล้วนะ
– Aspettate! Allora nella lezione 26, io ho spiegato i pronomi diretti. Bene.
พวกเธอรอก่อนค่ะ! เอาหล่ะค่ะในบทเรียนที่ 26 ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามโดยตรง ดีค่ะ
– Nella lezione 27, i pronomi diretti nei tempi composti.
ในบทเรียนที่ 27 พวกคำสรรพนามโดยตรงในช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน
– Vi ricordate il famoso accordo del participio anche se abbiamo l’ausiliare avere? Ok?
พวกเธอจำข้อตกลงที่มีชื่อเสียงของ participio ที่ใช้กับคำกริยาช่วย avere-การมี ได้กันไหมคะ
– Nella lezione 28 vi ho insegnato i pronomi indiretti.
ในบทเรียนที่ 28 ฉันได้สอนพวกเธอเกี่ยวกับคำสรรพนามแบบไม่ตรง
– Questa volta, prima di tutto, vediamo tutto uno scherma per non fare confusione.
ครั้งนี้ ก่อนอื่นเลยค่ะ พวกเรามาดูการตีกรอบ เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนกันนะคะ
– Ragazzi, sì lo ammetto, sono difficili.
เพื่อนๆ ค่ะ ฉันยอมรับค่ะ ว่าพวกมันก็ยากอยู่ค่ะ
– Perché anche molti italiani fanno errori e confondono i pronomi diretti con i pronomi indiretti.
เพราะว่าคนอิตาเลียนหลายๆ คน ก็ยังทำผิดพลาด และก็ยังสับสนกับพวกคำสรรพนามแบบตรง และแบบไม่ตรงกันอยู่ค่ะ
– Ma voi non fate, perché ve lo dico io.
แต่พวกเธอห้ามงงกันนะคะ เพราะว่าฉันจะบอกมันกับพวกเธอเองคะ
– Bene, e quindi adesso vediamo tutto lo scherma dei pronomi diretti e indiretti nei tempi composti, ma abbiamo visto i pronomi indiretti solo nei tempi semplici, non ancora ai tempi composti.
ดีค่ะ และตอนนี้ พวกเรามาดูการตีกรอบของคำสรรพนามแบบตรงและคำสรรพนามแบบไม่ตรงในช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 คำติดกันๆ ค่ะ แต่พวกเราได้เห็นพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงกันไปแล้ว แต่แค่ในช่วงเวลาธรรมดาๆ ยังไม่ได้เรียนช่วงเวลาที่มีคำกริยาที่ 2 คำติดกันค่ะ
– E oggi li vediamo, proprio lì nei tempi composti e non solo lì impariamo ma lì confrontiamo con i pronomi diretti.
และวันนี้ พวกเรามาดูพวกมันกันเลย ค่ะ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน และไม่ใช่แค่เรียนนะคะ แต่พวกเราจะมาเปรียบเทียบกับคำสรรพนามแบบตรงกันด้วยค่ะ
– Allora vediamo degli esempi.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูตัวอย่างต่างๆ กันค่ะ
– Iniziamo con i pronomi diretti, quindi andate a rivedere lezione 26 e 27.
พวกเรามาเริ่มด้วยคำสรรพนามแบบตรงกันค่ะ ดังนั้น พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 26 และ 27 ซ้ำกันด้วยนะคะ
– Per esempio se io chiedo “scusa ma mi hai chiamata?”
ตัวอย่างเช่น ถ้าฉันถามว่า “ขอโทษนะคะ แต่เธอโทรมาหาฉันไม่ใช่เหรอคะ”
– Hai chiamato chi? Me.
เธอโทรหาใครคะ หาฉันไงคะ
– Sì, ti ho chiamata.
ใช่ค่ะ ฉันได้โทรหาเธอค่ะ
– Quindi questo ti significa te.
ดังนั้นคำว่า ti หมายถึง เธอ
– Allora i pronomi indiretti prima seconda persona sono uguali, nel senso che si scrivono e si pronunciano come i pronomi diretti, ma hanno funzione diversa.
เอาหล่ะ คำสรรพนามแบบไม่ตรง สำหรับบุคคลแรกและบุคคลที่สอง พวกมันจะเหมือนกันค่ะ ในความหมายที่ว่าพวกมันเขียน และออกเสียงเหมือนกันกับคำสรรพนามแบบตรงค่ะ แต่ว่าพวกมันมีหน้าที่ๆต่างกันค่ะ
– Pronomi diretti, complemento oggetto.
คำสรรพนามแบบตรง จะมีกรรมมารองรับประโยค ทำให้ประโยคสมบูรณ์
– Chi? Che cosa?
จะตอบคำถามว่า ใครคะ อะไรคะ
– Pronomi indiretti, complemento di termine.
คำสรรพนามแบบไม่ตรง จะบอกเป้าหมายของคำกริยานั้น จะส่งผลไปที่ใคร หรือที่อะไรค่ะ
– A chi? A che cosa?
จะตอบคำถาม ไปที่ใครคะ ไปที่อะไรคะ
– Va bene? Ricordate bene questo.
เข้าใจไหมคะ พวกเธอจำสิ่งนี้กันไว้ให้ดีนะคะ
– Che cosa fa la differenza? La terza persona.
อะไรที่มันแตกต่างไปเหรอคะ บุคคลที่สามค่ะ
– Non sbagliate come fanno anche molti italiani, vi prego. Ok!
พวกเธออย่าทำผิดแบบคนอิตาลีหลายๆ คนนะคะ ฉันขอร้องพวกเธอนะคะ โอเค!
– Perché gli errori in italiano sono veramente brutti.
เพราะว่าข้อผิดพลาดต่างๆ ในภาษาอิตาลีนั้น พวกมันน่าเกลียดจริงๆ ค่ะ
– Allora qui sarebbe lo, ma siccome abbiamo la H muta e poi la vocale, vi ricordate la mia bacchetta magica?
เอาหล่ะ ตรงนี้น่าจะเป็น lo แต่ว่าพวกเรามีตัว h ที่ไม่ออกเสียง แล้วก็ตามด้วยสระ พวกเธอจำไม้กายสิทธิ์ของฉันกันได้ไหมคะ
– Ho fatto una magia, ho tolto la vocale.
ฉันได้ร่ายเวทมนตร์ ฉันได้เอาสระตัวนั้นออกไป

– Quindi l’ho portato, per esempio il vino. Ok?
ดังนั้น ฉันได้นำมันไป (มัน ในที่นี้คือไวน์ค่ะ ตัว l’ ไม่มีตัว o และ portato ลงท้ายด้วยตัว o เพราะ il vino เป็นเพศชายค่ะ) โอเคนะคะ
– L’ho portata, la borsa, per esempio.
ฉันได้นำมันไป (ลงท้ายด้วย a เพราะว่ากระเป๋าเป็นเพศหญิงค่ะ)
– Va bene? Abbiamo visto questi esempi. Mi è caduta la bacchetta.
เข้าใจไหมคะ พวกเราได้เห็นตัวอย่างเหล่านี้กันไปแล้ว ฉันได้ทำไม้กายสิทธิ์ตกค่ะ
– L’ho portato/ l’ho portata, quindi togliamo la vocale e mettiamo l’apostrofo.
ฉันได้นำมันไป (ลงท้ายด้วย o) / ฉันได้นำมันไป (ลงท้ายด้วย a) ดังนั้นพวกเราถอดตัวสระออกและพวกเราก็ใส่เครื่องหมายลูกน้ำลงไปค่ะ (‘)
– E qua è obbligatorio l’accordo del participio.
และตรงนี้มันเป็นข้อบังคับการใช้ participio ค่ะ
– Quindi maschile singolare, femminile singolare.
ดังนั้น เพศชายเอกพจน์ เพศหญิงเอกพจน์
– Ok ragazzi? Abbiamo già visto tutto questo nelle scorse lezioni.
ตกลงไหมคะเพื่อนๆ พวกเราได้เห็นสิ่งนี้กันไปแล้ว ในบทเรียนที่ผ่านๆ มาอ่ะค่ะ
– Invece qui il pronome indiretto al maschile, quindi a lui cambia, non è più lo ma è gli e significa a lui.
ส่วนตรงนี้ คำสรรพนามแบบไม่ตรงที่เพศชาย ดังนั้น ที่เขาผู้ชาย (a lui) มันเปลี่ยนไปค่ะ มันไม่ใช่คำว่า lo อีกต่อไป แต่ว่ามันเป็นคำว่า gli หมายถึง ที่เขาผู้ชาย ค่ะ
– Per esempio “gli ho regalato una bottiglia di vino.”
ตัวอย่างเช่น “ฉันได้ให้ไวน์ขวดนึงเป็นของขวัญกับเขาค่ะ”
– A mio zio, va bene?
ให้กับลุงของฉัน โอเคนะคะ
– Quindi a chi? A mia zia, a mio zio scusate.
ดังนั้น ให้กับใครคะ ให้กับป้าฉันไง อุ๊ยไม่ใช่ค่ะ ให้กับลุงฉันไงคะ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ พูดผิดค่ะ
– Le ho dato un consiglio, per esempio.
ฉันได้ให้คำแนะนำกับเขาผู้หญิง ตัวอย่างค่ะ
– A chi? A lei, a mia cugina, per esempio.
ให้กับใครคะ ให้กับเขาที่เป็นผู้หญิง ให้กับลูกพี่ลูกน้องสาวของฉันค่ะ นั่นคือตัวอย่างนะคะ
– Bene, quindi attenzione alla terza persona che cambia.
ดีค่ะ ดังนั้น ต้องระวังดูในส่วนของบุคคลที่สามที่มันจะเปลี่ยนไปนะคะ
– Bene, poi ci e vi stessa cosa.
ดีค่ะ แล้วคำว่า ci-พวกเรา และคำว่า vi-พวกเธอ มันก็แบบเดียวกันค่ะ
– Si scrivono e si pronunciano allo stesso modo, ma hanno funzioni diverse.
พวกมันจะเขียนและออกเสียงเหมือนกันค่ะ แต่ว่าพวกมันทำหน้าที่ต่างกันนะคะ
– Quindi questo ci, per esempio ci hanno aiutati, loro hanno aiutato chi? Noi.
ดังนั้น คำว่า ci-พวกเรา ตัวอย่างเช่น พวกเขาได้ช่วยพวกเราไว้ พวกเขาได้ช่วยใครคะ พวกเราทั้งหลายไงค่ะ ลงท้ายด้วย i
– Quindi loro hanno aiutato noi.
ดังนั้น พวกเขาได้ช่วยพวกเราไว้
– Vi ho invitati, lo ho invitato chi? Voi.
ฉันได้เชิญพวกเธอทั้งหลาย ฉันได้เชิญใครคะ พวกเธอไงค่ะ
– Complemento oggetto.
มีกรรมมารองรับประโยคค่ะ
– Invece questi ci e vi hanno un’altra funzione.
ส่วนคำว่า ci-พวกเรา และคำว่า vi-พวกเธอ พวกมันยังมีหน้าที่อื่นอีกนะคะ
– Complemento di termine. A chi? A che cosa?
คือคำที่บอกเป้าหมายของการกระทำว่า ไปที่ใคร หรือไปที่อะไรค่ะ
– Ci hanno parlato, a noi.
พวกเขาได้พูดถึงพวกเรา ที่พวกเราค่ะ
– Ci hanno parlato di tante cose.
พวกเขาได้พูดถึงพวกเราหลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ
– Loro hanno parlato a noi.
พวกเขาได้พูดถึงพวกเรา
– Bene, invece vi ho spiegato, io ho spiegato a voi.
ดีค่ะ ส่วนฉันได้อธิบายให้พวกเธอฟัง ฉันได้อธิบายให้กับพวกเธอฟังกันค่ะ
– Io vi ho detto. A chi? A voi.
ฉันได้บอกกับพวกเธอ กับใครคะ กับพวกเธอไงคะ
– Io vi ho insegnato tante cose.
ฉันได้สอนพวกเธอหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย
– Quindi a voi. Quindi nel mio dialogo vedete molti esempi con vi, che significa a voi.
ดังนั้น กับพวกเธอค่ะ ดังนั้นในบทสนทนาของฉันวันนี้ พวกเธอจะเห็นตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างกับคำว่า vi ที่หมายถึง กับพวกเธอ ที่พวกเธอค่ะ
– Vi ho detto, vi ho insegnato, vi ho spiegato, ve bene?
ฉันได้บอกกับพวกเธอ ฉันได้สอนให้พวกเธอ ฉันได้อธิบายให้กับพวกเธอฟัง โอเคนะคะ
– E poi anche altri esempi, per esempio “voi mi avete asciugato le lacrime”.
แล้วก็ยังมีตัวอย่างอื่นๆ อีกนะคะ เช่น “พวกเธอได้เช็ดน้ำตาให้กับฉันค่ะ”
– Avete asciugato le mie lacrime, quindi a me.
พวกเธอได้เช็ดน้ำตาของฉัน ดังนั้นกับฉัน ที่ฉัน
– Benissimo, poi per esempio “mia mamma mi ha telefonato”.
ดีมากค่ะ ต่อมาค่ะ ตัวอย่างเช่น “แม่ของฉัน เขาได้โทรศัพท์มาหาฉันค่ะ”
– Ricordatevi che “mi ha chiamata”, ha chiamato me, ma “mi ha telefonato”, ha telefonato a me.
พวกเธอจำกันได้ไหมคะว่า “เขาได้โทรเรียกฉัน” (บอกว่าใคร) แต่ว่า “เขาได้โทรหามาฉัน” (บอกว่าไปที่ใครค่ะ)
– Quindi il verbo telefonare è intransitivo, complemento di termine.
ดังนั้น คำกริยา telefonare-การโทรศัพท์ เป็นคำกริยาที่ต้องบอกเป้าหมายว่า ไปที่ใครหรือไปที่อะไรค่ะ

– Il verbo chiamare è transitivo, chiamare qualcuno complemento oggetto.
คำกริยาคำว่า chiamare การโทร การเรียก เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับประโยค คือบอกว่าโทรหาใครค่ะ
– Non confondiamo. E poi di nuovo, la differenza della terza persona.
พวกเราอย่างงกันนะคะ แล้วอีกอย่าง เรื่องความแตกต่างของบุคคลที่สามค่ะ
– Quindi con i pronomi diretti io dico li per esempio gli orecchini.
ดังนั้น กับคำสรรพนามแบบตรง ฉันพูดว่า li แทนคำว่า gli พวกต่างหูค่ะ
– Li ho comprati nel negozio della mia amica.
ฉันได้ซื้อพวกมันในร้านของเพื่อนของฉันค่ะ
– Dove ho comprato le scarpe?
ฉันซื้อรองเท้าต่างๆ ได้ที่ไหนคะ
– Le ho comprate in un negozio di Cagliari. Va bene?
ฉันได้ซื้อพวกมันในร้านขายของร้านนึงที่เมืองคาลยิอาริ ตามนี้นะคะ
– Quindi li, gli orecchini, le, le scarpe.
ดังนั้นคำว่า li คือ พวกต่างหูต่างๆ คำว่า le คือ พวกรองเท้าค่ะ
– Ovviamente anche le persone.
แน่นอนที่สุด กับผู้คนก็เหมือนกันค่ะ
– Gli amici, li ho visti ieri.
พวกเพื่อนๆ ฉันได้เห็นพวกเขาเมื่อวานนี้ (จาก gli ก็จะกลายเป็น li ค่ะ)
– Le amiche, le ho viste l’altro giorno. Bene.
พวกเพื่อนๆ ผู้หญิง ฉันได้เห็นพวกเขาเมื่อวันก่อน ดีค่ะ
– Gli ho portato, a loro, gli ho portato una bottiglia di vino, è sempre questo, il solito Cannonau.
ฉันได้นำไปให้พวกเขา ฉันได้นำไวน์ขวดนึงไปให้พวกเขา มันคือไวน์นี้เข่นเคยค่ะ Cannonau แบบเดิมค่ะ
– Quindi questa volta il vino l’ho portato a loro.
ดังนั้นครั้งนี้ ไวน์ ฉันได้นำมันไปให้พวกเขาค่ะ
– Maschile, femminile, gruppo di amici con uomini e donne, non mi interessa.
ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง กลุ่มของเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ชายหลายคน หรือผู้หญิงหลายคน ฉันไม่สนใจมันค่ะ
– Quindi questo “gli” vuol dire a loro.
ดังนั้นคำว่า gli นี้ หมายถึง ให้กับพวกเขา ที่พวกเขาค่ะ
– In teoria, come ho detto l’altra volta, dovrei dire “io ho portato a loro una bottiglia di vino”.
ในทางทฤษฎี อย่างครั้งที่แล้ว ที่ฉันได้บอกไปว่า ฉันควรจะพูดว่า “ฉันได้นำไวน์ขวดนึงไปให้กับพวกเขาค่ะ”
– Ma è una situazione troppo informale per dire “io ho portato loro una bottiglia di vino”.
แต่คือว่า มันเป็นสถานการณ์แบบกันเองมากเกินไป ที่จะพูดว่า “ฉันได้นำไวน์ขวดนึงไปให้กับพวกเขา” (โดยใช้คำว่า loro ค่ะ)
– Parlate come mangiate e dite “gli ho portato” come bevete! Ok?
พวกเธอพูดคุยเหมือนกับที่พวกเธอกิน และพวกเธอก็พูดว่า “ฉันได้นำมัน (คำว่า gli มันเป็นกันเองดีค่ะ ) ไปให้พวกเขา” อย่างที่พวกเธอดื่มกันค่ะ! ตกลงนะคะ
– E una situazione informale e posso dire gli anche per dire a loro. Perfetto!
และสถานการณ์แบบไม่เป็นทางการ ฉันสามารถพูดคำว่า gli สำหรับการบอกว่า ให้กับพวกเขา ที่พวกเขา ได้เช่นกันค่ะ
– Quindi abbiamo fatto un bel riepilogo molto grande di tutto quello che vi ho insegnato. Ok?
ดังนั้น พวกเราได้ทำบทสรุปที่ดีมาก เป็นบทสรุปครั้งใหญ่ เกี่ยวกับทุกเรื่อง ที่ฉันได้เคยสอนพวกเธอไปค่ะ โอเคนะคะ
– A voi tra parentesi.
กับพวกเธอ ในวงเล็บนะคะ
– E dei pronomi diretti e indiretti.
และที่เกี่ยวกับคำสรรพนามแบบตรงและแบบไม่ตรง
– Che cosa non abbiamo ancora visto?
มีอะไรที่พวกเรายังไม่ได้พูดอีกคะ
– Sì, l’accordo del participio.
ใช่ค่ะ ข้อตกลงของ participio นั่นเองค่ะ
– Allora, con i pronomi diretti, abbiamo visto che il participio si accorda.
เอาหล่ะค่ะ กับพวกคำสรรพนามแบบตรง พวกเราได้เห็นกันไปแล้วค่ะว่า เราจะต้องเปลี่ยนคำลงท้ายของ il participio ค่ะ
– Quindi per esempio l’ho portato. Che cosa? Il vino.
ดังนั้น ตัวอย่างเช่น ฉันได้นำมันไป อะไรเหรอคะ ไวน์นั่นไงค่ะ
– L’ho portata, la torta.
ฉันได้นำมันไป ขนมเค้กค่ะ
– Li ho comprati, gli orecchini.
ฉันได้ซื้อพวกมันมา พวกต่างหูต่างๆ ค่ะ
– Quindi li accordo.
ดังนั้น พวกมันจะต้องผันให้คล้องจองกันค่ะ
– Quindi maschile singolare, femminile singolare.
ดังนั้น เพศชาย เอกพจน์ เพศหญิง เอกพจน์ค่ะ
– Maschile plurale, femminile plurale.
เพศชาย พหูพจน์ เพศหญิงพหูพจน์ค่ะ
– Le ho scelte, le scarpe. Ve bene! Perfetto!
ฉันได้เลือกพวกมัน พวกรองเท้า โอเค! เยี่ยมมากค่ะ
– Poi, allora, io ho accordato anche la prima e la seconda persona singolare e plurale.
แล้ว มาต่อกันค่ะ ฉันได้ผันให้คล้องจองกัน กับบุคคลแรก และก็กับบุคคลที่สอง เอกพจน์และพหูพจน์อีกด้วยค่ะ
– Però non è obbligatorio, ve lo dico.
แต่ว่ามันไม่จำเป็น ฉันจะบอกให้กับพวกเธอฟังค่ะ
– Posso dire anche “mi hai chiamato?”
ฉันสามารถพูดว่า “เธอได้โทรมาหาฉันหรือเปล่าคะ”
– Sì, ti ho chiamato. Ma io preferisco accordarlo.
ใช่ค่ะ ฉันได้โทรไปหาเธอเองค่ะ แต่ว่าฉันอยากให้มันคล้องจองกันมากกว่าค่ะ
– Diciamo qua è un po’ un optional.
พวกเราก็พูดได้ว่า ตรงนี้ มันก็เป็นทางเลือกอ่ะค่ะ
– Anche ci hanno aiutato. Posso dire anche ci hanno aiutato.
พวกเขาได้เคยช่วยพวกเราไว้ ฉันก็สามารถพูดได้ว่า พวกเขาได้เคยช่วยพวกเราไว้ค่ะ
– Vi ho inviato.
ฉันได้เชิญพวกเธอแล้ว

– Ma io preferisco dire ci hanno aiutati, quindi hanno aiutato noi.
แต่ว่า ฉันชอบพูดแบบนี้มากกว่าค่ะ พวกเขาได้ช่วยพวกเราแล้ว (ลงท้ายด้วย i ตามเพศและจำนวนค่ะ) ดังนั้น พวกเขาได้ช่วยพวกเราไว้แล้วค่ะ
– Vi ho invitati, ho inviato voi.
ฉันได้เชิญพวกเธอแล้วค่ะ (ลงท้ายด้วย i ตามเพศและจำนวนค่ะ) ฉันได้เชิญพวกเธอค่ะ
– Però potete anche non accordare.
แต่ว่า พวกเธอไม่ต้องผันให้มันคล้องจองกันก็ได้ค่ะ
– Infatti io l’altra volta, nella lezione 27, vi ho spiegato solo l’accordo del participio alla terza persona singolare e plurale.
อย่างครั้งที่แล้ว ในบทเรียนที่ 27 ฉันได้อธิบายให้พวกเธอฟังกันแค่ข้อตกลงของ participio ของบุคคลที่สาม เอกพจน์และพหูพจน์ค่ะ
– Proprio perché alla prima e alla seconda persona non è obbligatorio.
ก็เพราะว่าที่บุคคลแรก และที่บุคคลที่สองนั้น มันไม่จำเป็นต้องผันให้คล้องจองก็ได้ค่ะ
– C’è una bellissima notizia.
มีข่าวดีมากๆ ข่าวนึงค่ะ
– Oggi dobbiamo brindare perché dopo tutto lo stress della lezione 27, con tutto questo accordo del participio anche se abbiamo l’ausiliare avere.
วันนี้พวกเราต้องมาชนแก้วฉลองแก้เครียดกันหน่อยค่ะ เนื่องจากบทเรียนที่ 27 กับข้อตกลงของ participio ทั้งหมดนี้ แม้ว่าพวกเราจะมีคำกริยาช่วย avere-การมี ด้วยก็ตามค่ะ
– Veronica ci avevi detto che con l’ausiliare avere niente accordo, ma questa volta sì.
เวโรนิค่า เธอได้บอกกับพวกเราไว้ว่า กับคำกริยาช่วย avere มันจะไม่ต้องผันตามข้อตกลง แต่ว่าครั้งนี้ มันต้องผันค่ะ
– Questa volta sì, avete già capito qual è la bella notizia.
แต่ว่าครั้งนี้มันต้องมีค่ะ พวกเธอได้เข้าใจกันแล้วนะคะ ว่าอะไรคือข่าวดี
– Guardate un po’ questi participi, sono tutti uguali.
พวกเธอมาดูคำ participi เหล่านี้ค่ะ พวกมันเหมือนกันหมดเลยค่ะ
– Nel senso che finiscono tutti con o e non li devo accordare.
หมายความว่า พวกมันทั้งหมดลงท้ายด้วย o และฉันไม่ต้องเปลี่ยนพวกมันค่ะ
– Questa è una bella notizia e dobbiamo brindare con un buon Cannonau.
สิ่งนี้เป็นข่าวดีข่าวนึง และพวกเราต้องมาชนแก้วฉลองด้วยไวน์ Cannonau ที่มีรสชาติดีเลิศกันค่ะ
– E questa bella notizia, scusate se posso dirlo è proprio una figata.
และข่าวดีข่าวนี้ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ถ้าฉันจะพูดว่า มันโคตรเจ๋งเลยค่ะ
– Non dobbiamo accordare i participi con i pronomi indiretti.
พวกเราไม่ต้องผันคำลงท้ายของ i participi ถ้ามันเป็นคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Una cosa bellissima.
เป็นสิ่งนึงที่เลิศมากๆ ค่ะ
– Mi ha telefonato. Mia mamma mi ha telefonato.
เขาได้โทรศัพท์มาหาฉัน แม่ของฉันเขาได้โทรศัพท์มาหาฉัน (ไม่ต้องผันตามเพศค่ะ ไม่ต้องใส่ a)
– Anche se mia mamma è donna e anch’io sono una donna, mi ha telefonato.
แม้ว่าแม่ของฉันจะเป็นผู้หญิง และฉันก็เป็นผู้หญิงด้วย เขาได้โทรศัพท์หามาฉันค่ะ (ไม่ต้องผันตามเพศค่ะ ไม่ต้องใส่ a ค่ะ)
– Ti ho detto. A te.
ฉันได้พูดกับเธอ กับเธอ ที่เธอ
– A Marco, ad Anna. Io ti ho detto.
ที่มาร์โค่ และที่อานนา ฉันได้พูดกับเธอแล้ว
– Niente accordo del participio.
ไม่ต้องผันคำ participio ตามเพศและจำนวนค่ะ
– Gli ho regalato. A lui ok.
ฉันได้ให้ของขวัญกับเขา กับเขา โอเคนะคะ
– Lei ho dato, a lei. E il mio participio resta cosi.
ฉันให้กับเขาที่เป็นผู้หญิง กับเขาผู้หญิง และ il participio ของฉันก็คงอยู่แบบนี้ ไม่ต้องไปเปลี่ยนมันค่ะ
– Che bello!! Ci hanno parlato idem, anche se è plurale, loro hanno parlato a noi.
เลิศมากค่ะ!! พวกเขาได้พูดกับพวกเราว่ามันเหมือนกันค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพหูพจน์ พวกเขาได้พูดถึงพวกเราค่ะ
– Tutto plurale, non ci interessa, perché il participio non si accorda.
ทั้งหมดเป็นพหูพจน์ พวกเราไม่ต้องไปสนใจค่ะ เพราะว่าเราไม่ต้องไปผัน il participio ค่ะ
– Idem io vi ho spiegato, vi ho parlato, vi ho insegnato.
เหมือนกันกับ ฉันได้อธิบายให้พวกเธอฟังแล้ว ฉันได้พูดคุยกับพวกเธอแล้ว ฉันได้สอนพวกเธอแล้วค่ะ
– Anche se siete maschile plurale, femminile plurale, maschile e femminile plurale,tutto questo non ci interessa.
แม้ว่าพวกเธอจะเป็นเพศชายพหูพจน์ เพศหญิงพหูพจน์ หรือเพศชายและเพศหญิงพหูพจน์ก็ตาม พวกเราไม่ต้องไปสนใจมันค่ะ
– È bellissimo! Gli ho portato, ho portato a loro, niente accordo del participio.
มันเลิศมากๆ เลย! ฉันได้นำมันไปให้กับพวกเขาแล้ว (แบบกันเอง) ฉันได้นำมันไปให้กับพวกเขาแล้ว (แบบเป็นทางการ) ไม่ต้องไปผันคำ participio ค่ะ
– C’è da dire però che quando vedremo il verbo piacere, i verbi come piacere per esempio, al passato prossimo o nei tempi composti allora ci vorrà l’accordo, ma non anticipiamo i problemi.
แต่ว่า ตอนที่พวกเราจะได้เรียนคำกริยา piacere-การชอบ ในอนาคต พวกคำกริยาแบบคำว่า piacere-การชอบ ในอดีต passato prossimo หรือในช่วงเวลาอื่นที่มีคำกริยา 2 คำติดกัน ในกรณีนี้ พวกเราจะต้องผันตามเพศและจำนวนค่ะ แต่พวกเราอย่าเพิ่งรีบกังวลล่วงหน้าเลยค่ะ
– E brindiamo a questi participi passati non accordati.
แล้วพวกเรามาชนแก้วฉลองกับพวก participi passati เหล่านี้ ที่มันไม่ต้องผันกันค่ะ
– E niente, abbiamo visto tutto quanto.
และก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ พวกเราได้คุยกันไปทั้งหมดแล้วนะคะ

– Ci vediamo la prossima volta.
พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ
– Adesso vado a dormire e continuate a seguirmi su One World Italiano video.
ตอนนี้ฉันไปนอนก่อนนะคะ แล้วพวกเธอก็ติดตามฉันกันได้ที่ One World Italiano video นะคะ
– Ciao a tutti e alla prossima!
สวัสดีค่ะทุกคน แล้วพบกันใหม่ค่ะ!
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนหัวข้อที่เรียนวันนี้ลงไป แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s