เคล็ดลับในการหางานและการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในสวีเดน

มาดูกันต่อถึงเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่คนไทยผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือให้เห็นถึงความแตกต่างในแต่ละประเทศ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การอยู่อาศัย, การทำงานในประเทศต่างๆ, การเรียนภาษา, การท่องเที่ยวและความสัมพันธ์

วันนี้เราจะพาคุณเรียนรู้เกี่ยวกับสวีเดน การทำงานในสวีเดนและการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในสวีเดน

ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศสวีเดน

ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหลวงสตอกโฮล์ม

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดน

คุณ Palahan ชื่อเล่น…รุ่ง /Rung

ดิฉันได้วีซ่ามาอยู่ประเทศนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2016 แต่ติดตามแฟนซึ่งมีบ้านพักร้อนอยู่ประเทศทางยุโรปใต้ทำให้ไปมาระหว่างสองประเทศบ่อยมาก แต่พอเดินทางบ่อยจึงทำให้เริ่มเบื่อ และจึงทำให้มาเริ่มต้นหางานทำที่สวีเดนจริงจังในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 แต่เพราะดิฉันพูดภาษาสวีดิชไม่ได้จึงทำให้การหางานค่อนข้างยาก ไปสมัครเรียนไว้แต่ก็ต้องรอคิวยาวเพราะในเมืองใหญ่คนมาอยู่กันเยอะ ดิฉันได้ไปติดต่อที่สำนักงานจัดหางานของเมืองนี้ และได้เห็นประกาศรับสมัครงานของร้านอาหารไทยจึงลองไปสมัครและผลปรากฏว่าเขารับเข้าทำงาน เพราะดิฉันพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีและแม่ครัวก็เป็นคนไทยและเจ้าของเป็นคนบังคลาเทศก็พูดภาษาอังกฤษ แต่ดิฉันต้องฝึกงานอยู่สามอาทิตย์โดยไม่ได้รับค่าแรงแค่หลังจากฝึกเสร็จก็จะได้ค่าแรงหนึ่งร้อยสิบโครนต่อชั่วโมงแต่กินอาหารที่ร้านได้ฟรีและทั้งวัน ด้วยความที่คิดว่าตัวเองพูดภาษาสวีดิชไม่ได้จึงยอมรับและฝึกงานไปจนครบสามอาทิตย์ แต่พอฝึกครบเจ้านายก็บอกว่าจะจ่ายเงินทุกอาทิตย์แต่เป็นเงินดำ ดิฉันก็ตกใจแต่ก็ยอมทำต่อเพราะก็ฝึกงานฟรีไปตั้งสามอาทิตย์แล้ว แต่พอทำงานครบอาทิตย์กลับจ่ายเงินดิฉันไม่ครบตามจำนวนวันที่ทำงานและบอกว่าจะจ่ายในอาทิตย์ถัดไป จึงทำให้แฟนโกรธและให้เลิกทำเพราะกลัวเขาหลอกให้ทำงานฟรี ที่จริงก็ว่าจะทำรอไปจนได้ใบรับรองจากโรงเรียนเพื่อนำไปยื่นขอความช่วยเหลือจากกรมแรงงานแล้วเจ้านายจึงจะจ่ายเงินขาวและเสียภาษีตามกฎหมาย ดิฉันจึงต้องจบงานร้านอาหารไปโดยปริยาย ซึ่งทำไปได้เพียงเดือนเดียว

หลังจากเลิกทำงานร้านอาหารก็ได้พบพี่สาวคนไทยใจดีที่พบและทักทายกันโดยบังเอิญและได้แนะนำงานโรงแรมให้และเนื่องด้วยที่ดิฉันพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร จึงได้งานทำที่โรงแรมทันที แต่ก็เป็นงานเฉพาะช่วงหน้าร้อน แต่ก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้มีงานทำก็ดีใจแล้วค่ะและที่นี่ได้จ่ายเงินและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายทำให้ดิฉันรู้สึกสบายใจ และที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้ดิฉันได้ฝึกพูกภาษาสวีดิชไปในตัวด้วยค่ะ ส่วนงานซึ่งก็ค่อนข้างหนักแต่สำหรับคนตัวเล็กๆอย่างดิฉันค่ะ แต่พอเห็นค่าแรงแล้วความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

คุณ Netnapha Bunming

ตอนมาอยู่เริ่มแรกปี 2003 ก็ยังไม่ได้ทำอะไรค่ะเป็นคุณแม่ พอปี 2005 ก็เริ่มไปเรียนภาษาสวีเดนค่ะเรียนฟรีแถมทาง คอมมูน (คล้ายๆอำเภอบ้านเรา) ช่วยค่ารถโดยสารไปเรียนด้วยค่ะเพราะว่าต้องไปเรียนคนละเมืองกับที่ๆอยู่ค่ะ งานแรกที่เริ่มทำก็คือ รับซื้อเห็ดตามฤดูกาลค่ะจะเป็นงานแค่ช่วงฤดูร้อนค่ะ หลังจากนั้นก็ได้ทำงานที่โกดังสินค้าค่ะ ซึ่งส่วนมากสินค้าจะเป็นพวกของใช้ประจำวันค่ะ ส่งประเทศ นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศสและในสวีเดนเองค่ะ ซึ่งก็ทำมาได้ประมาณสิบปีค่ะ เพิ่งลาออกไปเมื่อต้นปีที่แล้วจากปัญหาความเจ็บป่วยค่ะ

คุณ Annie Anniholm

ตอนอยู่เมืองไทยก็เป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่กับร้านอาหารตามสั่งและทำวงดนตรีเล่นสดในเธคและผับทั่วไปคือเวลาว่างไม่มีเลยค่ะ มาอยู่สวีเดนก็เริ่มจากการเป็นช่างถ่ายภาพและล่ามให้กับบริษัทแฟนที่ทำโฆษณาและเว็บไซต์กิจการครอบครัวค่ะและเวลาส่วนใหญ่เอาไปเรียนภาษาสวีเดนเรียนจนจบ high school ของที่นี่และจบมาก็ทำงานในร้านอาหารไทยหกเดือนจากนั้นก็เปิดร้านทำสปากับเพื่อนและหันมาทำคอนเสิร์ตจัดคอนเสิร์ตไทยในยุโรปไปทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินดังๆมากมายจากเมืองไทยโดยเราเป็นผู้จัดและโปรโมเตอร์เองทำมาสามปีแล้วค่ะ ณ ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยของเราเองและยังจัดคอนเสิร์ตอยู่เป็นระยะๆอาจไม่บ่อยเหมือนสองปีที่ผ่านค่ะ

คนไทยทำงานอะไรในสวีเดนได้บ้าง?

คุณ ” คักอีหลีชีวิตดี๊ดีที่ขั้วโลก ” อธิบายเพิ่มเติมในวิดีโอนี้

วีดีโอ: อาชีพคนไทยในสวีเดน – คักอีหลีชีวิตดี๊ดีที่ขั้วโลก

เปรียบเทียบค่าครองชีพที่ไทยและสวีเดน

เปรียบเทียบค่าครองชีพที่กรุงเทพและสตอกโฮล์ม

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดน

คุณ Anong Lindell

อาชีพตั้งแต่มาอยู่สวีเดนเลย ก็เรียนภาษาไปด้วยหลังเลิกเรียนไปทำงานพิเศษที่ร้านแมคโดนัลค่ะ เป็นพนักงานทำแฮมเบอร์เกอร์ พอเรียนภาษาจบ มาเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ไม่สามารถทำงานหลังเลิกเรียนได้ก็เปลี่ยนเป็นทำงานทำความสะอาดโรงแรมเสาร์อาทิตย์แทนค่ะ จากนั้นก็เรียนผู้ช่วยพยาบาลได้เทอมหนึ่งหลังจากฝึกงานเสร็จ ก็สมัครทำงานดแลคนไข้ตามบ้านค่ะ และทำงานนี้ตลอดจนเรียนจบ และทำงานนี้มา13ปีแล้วค่ะ เป็นทั้งหัวหน้าดูแลพนักงานและสั่งซื้อของที่ต้องใช้ในงานค่ะ เคยเรียนบริหารและการบัญชีมาด้วยแต่ไม่ได้ทำงานสายนี้ค่ะ

ภาษาสวีดิชพูดอ่านเขียนได้ดีพอสมควรค่ะ เรียนภาษายากใหม ก็ยากนะคะ แต่ถ้าเราฝึกบ่อยๆก็พูดได้เร็วค่ะ ส่วนตัวเรียนภาษาได้ค่อนข้างเร็วค่ะ มาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว6เดือนไปเรียนภาษา4เดือนก็พอพูดได้แล้วแต่สำเนียงยังไม่ดีค่ะ พอได้ทำงานดูแลคนไข้ก็ได้ฝึกภาษาทุกวันสำเนียงก็เปลี่ยนเองค่ะ พูดได้ไทย สวีดิช และอังกฤษแต่ภาษาอังกฤษไม่เก่งค่ะเรียนมาแต่ไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ

ตอนนี้เป็นอาสาสมัครเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปภาคีสวีเดนค่ะ คอยให้คำปรึกษากับหญิงไทยที่มาอยู่แล้วมีปัญหาทั้งปัญหาครอบครัวมรดกและอื่นๆด้วยค่ะ เราประสานงานทางสถานฑูตไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมที่ไทยค่ะ แล้วแต่จะมีคนมาขอความช่วยเหลือค่ะ ดิฉันทำงานอาสาสมัครกับหน่วยงานของสวีเดนด้วยค่ะ

ในระหว่างที่ทั้งเรียนและทำงานก็ไปตั้งท้องและมีลูกด้วยค่ะค่อนข้างที่จะลำบากพอสมควร แต่สามีช่วยเหลือทุกอย่างทั้งทำงานบ้านและช่วยเลี้ยงลูกค่ะ ดิฉันทำงานตอนเย็น สามีทำงานตอนเช้า เปลี่ยนกันดูแลลูกค่ะ ตัวดิฉันเองทำงานหลายที่ทั้งดูแลคนไข้ตามบ้านสองที่ร้านอาหารสองที่และเรียนด้วยรวมทั้งเรียนทำใบขับขี่รถยนตร์ที่สวีเดนในเวลาเดียวกันด้วยค่ะ ต้องแบ่งเวลาให้เป็นถึงจะรอดค่ะ เรียบเรียงเอาเองนะคะ

ตอนนี้เป็นผู้ช่วยพยาบาลค่ะทำงานช่วยคนไข้ตามบ้าน ทำงานสามสี่ที่บุ๊คเต็มทุกเดือนค่ะ จะบุ๊คงานล่วงหน้าสองเดือนค่ะ

คุณ Phimphan Sweden

มาอยู่สวีเดนแล้วก็เข้าสู่ระบบ ปรับตัวเอง
1. อากาศ
2.อาหาร
3.ภาษา
4. วัฒนธรรม สังคม
มันไม่ใช่แล้วอารมณ์เหงา คิดถึงลูก ครอบครัวที่เมืองไทย
อยากกลับไปเมืองไทย
ไม่อยากอยู่สวีเดน ขอเขากลับเมืองไทยเขาก็ไม่ให้กลับ เหงามากและก็อดทนมาก และก็ได้ไปเรียนพอมีเพื่อนก็พอคลายเหงาได้ เรียนได้สักพักก็อยากมีรายได้ส่งครอบครัวที่เมืองไทย ก็เปิดบริษัทนวด ทำที่บ้านเสียภาษีถูกต้อง งานก็ไปดีแต่เราเริ่มอยากมีงานใหม่เพราะว่าเมืองที่เราอยู่ยังไม่มีอาหารไทย แต่จะทำยังไงล่ะ ทุนก็สูง มีผู้มีพระคุณที่จะไม่ขอลืมเลยในชีวิตเราพี่น้อยให้รถสำหรับขายอาหารไทย อุปกรณ์ครบพร้อมขาย ก็ลองดูเปิดชื่อร้านพิมพ์ครัวไทย หรือ Pims Thaikök ลูกค้าตอบรับดีมากมายก็เลยหาสถานที่เปิดเป็นร้านอาหาร นี่ก็จะได้ครบ 10 ปีหน้าร้อนนี้ และเรื่องเรียนก็เรียนไม่จบ
แต่ก็พออ่านได้และพอพูดได้ไม่ถึงกับพูดเก่ง ร้านอาหารก็ไปได้ดีมาก ทำงานหนักมากเพราะต้องเลี้ยงดูแลครอบครัวที่เมืองไทย ต้องขยัน ทุกอย่างไปได้ดี และแล้วชีวิตมีปัญหาแทบจะล้มละลาย โดนโกงเพราะความไว้ใจ แต่คนที่เราคิดว่าเราฝากชีวิตพอจะเป็นที่เพิ่งยามเรามีปัญหามีทุกข์ 11 ปีที่อยู่ด้วยกันมานะตอนนั้นมันเหมือนว่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิ เราได้รับมันเขาบอกเลิกเขาไม่สามารถอยู่กับเราได้ เพราะเราจนหมดตัว เป็นหนี้สิน ต้องทำใจ ตายก็ไม่ได้ เพราะเรามีลูกมีหลานมีครอบครัวต้องดูแล ตั้งสติแต่มันเหนื่อยนะ
เราจะรอดมั้ย ทุกข์มาก คิดถึงยาย ถามฟ้าถามดินว่าลูกทำกรรมอะไรไว้ เท่าที่จำได้ก็ไม่เคย สติ ตั้งหน้าทำงานหนัก
และฟ้าก็ส่งคนใจดีๆ สามีคนปัจจุบัน Stellan มาช่วยเหลือ

คุณ Gina

เคยทำอาชีพครูสอนภาษาไทย ได้4 ปี และล่าม ทำธุรกิจส่วนตัวด้านความสวยงามด้านสปาค่ะ
พูดภาษาอังกฤษ ภาษาสวิดิชได้ค่ะ ใช้เวลาเรียนภาษาสวีดิช 1ปี แล้วไปเรียนต่อด้านล่ามค่ะ ได้รับงานอยู่ถ้ามีงานเรียกค่ะ ภาษาไม่ยากเท่าไหร่คะเพราะว่ามีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่บ้าง แล้วเป็นคนชอบเรียนด้านภาษาค่ะ
ทุกอย่างอยู่ทีฝึกฝนค่ะ ต้องกล้าพูด กล้าถาม อีกอย่างมีลูกๆคอยคุยด้วยค่ะ เลยไปได้เร็วนิดหน่อยค่ะ

ทำงาน – เงินต่อเดือนเท่าไหร่ในสวีเดน?

” คลิปนี้นุชตั้งใจทำมากๆอยากจะเล่าประสบการณ์ทำงานที่สวีเดนให้เพื่อนๆฟัง เผื่อเป็นประโยชน์และแนวทางในการทำงานได้ ”

วีดีโอ: เรียน+ทำงาน + เงินเดือนที่สวีเดน |ประสบการณ์การทำงานต่างแดน – Nuchy Thai Sweden

แผนที่ประเทศสวีเดน

แผนที่เมืองหลวงสตอกโฮล์ม

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดน

คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

เริ่มแรกตั้งแต่ย้ายมาก็เริ่มเรียนภาษาสวีเดนวันจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ทิตย์ทำงานรับจ้างเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องตามโรงเเรม ที่เมืองเล็กๆทางเหนือสวีเดนค่ะ ชื่อเมือง Lycksele Hotell Lapplandค่ะ. แฟนทำงานเป็นหัวหน้าคคนงานคุมเหมืองทองตอนนั้นส่วนหน้าร้อนก็เก็บผลไม้ขาย หารายได้เสริมค่ะ . เรียนประมานปีกว่าก็จบขั้นพื้นฐาน ตั้งใจจะต่อผู้ช่วยพยาบาล จนพ่อแฟนป่วยหนักจึงทำให้ต้องย้ายกลับลงมาอยู่ทางใต้ ใกล้ๆพ่อแม่แฟน ชื่อจังหวัด Norrköping ค่ะ เริ่มเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาลปีครึ่งจบ ระหว่างเรียนก็ทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวที่บ้านพักคนชรา ใจชอบค่ะเพราะสงสารคนแก่ หลังจากนั้นเจ้านายก็ให้เป็นพนักงานชั่วคราวเลยค่ะ จนตอนนี้ทำมาสี่ปีแล้วค่ะ

คุณ Pranee

อาชีพตอนอยู่เมืองไทยหนูเคยเป็นพนักงานบริษัท 7 eleven ค่ะ แล้วก็เป็นพนักงานเสริฟของบริษัทGulliver ทั้งที่สุขุมวิทและสาขาถนนข้าวสารค่ะแต่ตอนนี้สาขาข้าวสารน่าจะปิดตัวลงค่ะและอันสึดท้ายก็เป็นพนักงานรีเซฟชั่นของ Kaosan palace in กับ Rambuttri house และ ของ Thai cozy house ก็เคยทำงาน่ะเป็น Reception หมดเลยค่ะ เพราะต้องการฝึกฝนภาษาอังกฤษไปในตัวเพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดทำงานส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยแต่ไม่มีเงินที่จะส่งตัวเองเรียนภาษาค่ะ !!

พอได้มาอยู่สวีเดนก็เริ่มสมัครงานตั้งแต่ทำความสะอาดค่ะเพราะไม่รู้ภาษาสวีเดนได้แต่ภาษาอังกฤษค่ะแต่ไม่มีบริษัทไหนรับค่ะ.

ก็เริ่มท้อเลยตั้งสติใหม่ อ่านข่าวหางานไปเรื่อยจนไปลองสมัครเป็นกุ๊กทำกับข้าวค่ะเอาแบบฝึกหัดก่อนเพราะหนูไม่เคยทำงานเป็นกุ๊กมาก่อนสรุปว่าเขารับค่ะแต่ทำงานให้บริษัทฟรี3 เดือนค่ะได้เงินจากรัฐบาลสวีเดนราวๆๆ 6500-7000 บาทต่อเดือนค่ะตีเป็นเงินไทยค่ะแต่ที่ร้านเขามีติปให้ก็ยังโอเครค่ะปีนั้นติปถือว่าดีระดับนึงค่ะ ตกเดือน10000-20000 บาทเลยค่ะ!! ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นกุ๊กไปแล้วค่ะในเวลา 10 ปีที่อยู่สวีเดนจนถึงตอนนี้ค่ะ

คุณ Penpayom Poolkett – ชื่อเล่น (ส้ม)

เป็นผู้ช่วยพยาบาล, เป็นกุ๊กประจำของเมืองที่อยู่ (แต่ตอนนี้กำลังเรียนเอาใบ”educate ” เพื่อประกอบอาชีพอยู่ค่ะ จบมกราคมปีหน้า) เป็นล่ามภาษาสวีดีชและไทย , แต่งหนังสือและเป็นอาสาสมัครด้านจิตวิทยา ของกรมสังคมสงเคราะห์ ค่ะ

ประสบการณ์หางานทำในสวีเดน

คุณ ” Angsana ” อธิบายเพิ่มเติมในวิดีโอนี้

วีดีโอ: ประสบการณ์หางานทำในสวีเดน – Angsana K. Lindberg

สถานทูตไทยในสตอกโฮล์ม (เฟซบุ๊ก)

สถานทูตสวีเดนในกรุงเทพฯ

สถานทูตสวีเดนในกรุงเทพฯ (เฟซบุ๊ก)

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ถ้าจะถามว่ายากไหมคงจะต้องตอบตรงๆว่ายากถึงยากมากค่ะ เอาเป็นว่ามีคนไทยในสวีเดนฆ่าตัวตายมาหลายคนแล้วค่ะ ที่ยากที่สุดในความคิดของดิฉันเรื่องที่ยากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง วัฒนธรรมค่ะ เรื่องภาษาหรือว่าการใช้ชีวิตหรือว่าการทำงานทั่วไปเราปรับตัวได้ค่ะ ส่วนเรื่องภาษาถ้าตั้งใจจริงๆก็ไม่ยากค่ะ ส่วนเรื่องวัฒนธรรมคุณต้องเข้าใจก่อนว่าคนไทยส่วนมากมาอยู่ที่นี่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (ไม่รวมเด็กที่ติดตามพ่อหรือแม่มาตอนยังเล็ก) เราถูกหล่อหลอมมาในวัฒนธรรมหนึ่ง พอเรามาอยู่ที่นี่เราก็มาเจอกับวัฒนธรรมอีกอย่างของคนสวีเดน ซึ่งบางทีมันยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่นี่ คงจะเป็นเพราะว่าเราถูกสอนหรือว่าปลูกฝังมาในอีกแบบหนึ่งน่ะค่ะ

ลืมไปเรื่องนึงค่ะ เพราะว่าตอนที่ตอบนั่งอยู่ในบ้านค่ะ เมื่อกี้ออกไปข้างนอกแล้วมันหนาวมากแถมหิมะตกอีกต่างหากก็เลยนึกขึ้นได้เรื่องอากาศค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นความลำบากอีกอย่างนึงของคนที่มาอยู่สวีเดนค่ะ เพราะว่าถ้าเป็นหน้าหนาวนี่อากาศก็จะหนาวตามสไตล์ขั้วโลกเหนือแหละค่ะ ยิ่งถ้ามีลูกเล็กด้วยก็ยิ่งลำบาก จะออกไปไหนทีก็ต้องใส่เสื้อผ้าป้องกันความหนาวซะมากมายค่ะ แล้วบรรยากาศก็จะเงียบๆทึมๆน่ะค่ะทำให้คนไทยที่เคยชินกับวิถีชีวิตที่บ้านเรากลายเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะค่ะ – คุณ Netnapha Bunming

ดิฉันคิดว่าไม่ยากค่ะเพราะคนชาตินี้จะมีความเป็นมิตรและเปิดใจสำหรับชาวชาติอื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศเขามากๆ ถึงแม้มองจากภายนอกจะดูว่าเขาต่างคนต่างอยู่แต่พอได้เข้าไปสัมผัสและคุ้นเคยพวกเขาแล้วน่ารักมาก —และพวกเขาก็มีอารมณ์ขันและมีความตลกอย่างมากมายค่ะ – คุณ Palahan ชื่อเล่น…รุ่ง /Rung

เรื่องการใช้ชีวิตและการปรับตัวแบบคนสวีเดนในความคิดเห็นส่วนตัวของแอนนี่คิดว่าเราควรทำ เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับคนไทยค่ะและควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะไม่ว่าเราจะอยู่บ้านเมืองไหนเค้าก็ใช้กฎหมายของบ้านเมืองนั้นในการตัดสินอยู่แล้ว ก็เหมือนการดำรงชีวิตที่นี่ไม่ยากเลยง่ายๆสบายๆต่างคนต่างอยู่ไม่วุ่นวายซึ่งกันและกัน จะรู้สึกเหงาๆแต่ถ้าเราปรับตัวเพื่อเข้ากับสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวเราก็จะรู้สึกดีค่ะ สำหรับแอนนี่คนไทยไม่ยากในการปรับตัวเข้ากับคนที่นี่เพราะเราเป็นคนเปิดใจและรับสิ่งใหม่ๆง่ายเพียงแค่อย่างยึดติดกับอะไรมากไปค่ะ เรื่องยากคือความหนาวจะปรับยากสำหรับคนไทยเพราะเมืองเราเป็นเมืองร้อนและอีกอย่างคือนิสัยส่วนตัวขี้งอนชอบทำตัวแบบไม่พูดไม่จาถ้าโกรธและการอดทนอดกลั้นในสิ่งที่ไม่ควรทำคือการทุบตีกัน แม้เราจะเป็นหญิงที่นี่สวีเดนสิทธิเท่าเทียมกันคุณเป็นหญิงไปตีเค้าก่อนเราก็ผิดนะคะ การใช้ชีวิตในประเทศสวีเดนอิสระเสรีเรามีสิทธิ์เท่ากันและไม่มีใครใช้อำนาจเหนือใครที่นี่เพราะฉะนั้นแค่เราทำตามกฎหมายและเปิดใจรับวัฒนธรรมของเค้ามาใช้บ้างเราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ – คุณ Annie Anniholm

สำหรับติ๊กคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากในการปรับตัว เพราะมันทำให้เรากลายเป็นคนอีกคนไปเลย เมื่อก่อนเป็นเด็กบ้านๆใช้ภาษาบ้านๆ แต่พอมีสามีสวีเดนย้ายมา ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมความเป็นอยู่ของที่นี่ เข้าสังคมพบปะผู้คน ทำตัวให้คนเคารพนับถือ ด้วยหน้าที่การงานของสามี. แต่ที่ยากที่สุดคือการเข้าหาผู้ใหญ่ค่อนข้างจะยากมากในช่วงแรกๆ แต่เราก็ทำสำเหร็จโดยทำให้เค้ารับรู้ว่าเราเป็นคนดีขยันไม่ได้มาหวังสมบัติหรือหลอกลวงเงินจากใคร เราหางานหาเงินด้วยตัวเราเอง และ ด้วยความคิดของเราคิดว่าเค้าจะรังเกียจที่เราผ่านการแต่งงานมาแล้ว มีลูกมาแล้วแต่ที่จริงแล้วไม่ดลยค่ะ ครอบครัวต่ารักกันทุกคน ชอบอาหารไทยชอบในแบบที่เราเป็นและรักลูกของเราด้วย. ในที่ทำงานก็เช่นกันเราต้องปรับตัวทำงานร่วมกับคนสวีเดนและชาติอื่นๆ ซึ้งไม่ง่ายเลยที่จะทำงานร่วมกันได้ แต่ก็บ้างที่ความเห็นไม่ตรงกันแต่เราก็ไม่เอามาใส่ใจคือคิดสะว่าบทเรียนหรือบททดสอบความอดทนค่ะ – คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

ประสบการณ์ชีวิตในสวีเดนคืออะไร?

คุณ ” Bowwie Channel ” อธิบายเพิ่มเติมในวิดีโอนี้

วิดีโอ: แชร์ประสบการณ์มาอยู่สวีเดน/มาอยู่ได้ยังไง?ใช้ชีวิตยังไง? – Bowwie Channel

ในมุมมองของหนูตอนแรกๆๆหนูยังไม่ชินยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมภาษาเขาหนูก็คิดว่ายากพอสมควรค่ะแต่พออยู่ไปมาก็เริ่มชินค่ะ , อันที่หนูคิดว่ายากสำหรับหนูคือตอนที่หนูยังไม่เข้าใจภาษาของเขาค่ะ

และคนที่นี่ถ้าเป็นเด็กเขาก็ของใครของมันเงินใครเงินมันค่ะทุกอย่างเป็นเงินหมดค่ะบางทีเขาก็แบ่งเพื่อนพี่น้องบางทีเขาก็ไม่แบ่งค่ะอันนี้ก็แล้วแต่ครอบครัวของเขาค่ะ

แต่พอเข้าใจแล้วก็ดีมากสำหรับตัวหนูเองค่ะยากที่สุดคือเวลาค่ะเพราะคนสวีเดนเขาเป็นคนตรงต่อเวลามากๆๆค่ะในมุมมองของหนูน่ะถ้านัดแล้วคือนัดค่ะห้ามเลื่อนถ้าเลื่อนก็ต้องล่วงหน้า 1 อาทิตย์ค่ะแล้วแต่เคสด้วยค่ะ – คุณ Pranee

จากประสบการณ์ตรงจากชีวิตของดิฉันนะคะ สำหรับดิฉัน นั้นการปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตแบบสวีเดน ตอนแรกก็ยากสักหน่อย เพราะเป็นเด็กที่มีโลกส่วนตัวสูงมากค่ะ และเป็นคนถือตัวมาก (ที่บ้านสอนมาในระบบไทยโบราณมากค่ะ) เช่นการเล่นหัว/ศีรษะของคนอื่นนั้นไม่เป็นที่นิยมของเรา หรือใช้เท้าเขี่ยตัวคนอื่นฯลฯ สิ่งพวกนี้ ตัวดิฉันเองยังไม่กล้าที่จะทำจน ณ ปัจจุบันค่ะ แต่เรื่องอาหารการกิน ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะชินกับอาหารฝรั่งตั้งแต่อยู่ประเทศไทย สำหรับคนไทยที่อยู่สวีเดนนั้น เท่าที่เห็นมา เรื่องอาหารนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และที่มีปัญหากับสามีหรือปัญหาครอบครัว ก็เรื่องนี้ค่ะ คือคนไทยเราจะเน้นทานอาหารไทยเป็นสำคัญ โดยให้เหตุผลว่า อาหารฝรั่งเลี่ยนบ้าง ทานแล้วไม่อิ่มบ้าง ฯลฯ ซึ่งทำให้ผลตามมาคือ ฝ่ายสามี ก็อยากให้ภรรยาได้ทานอาหารของเขาบ้าง คล้ายๆกับเขาเองก็ภูมิใจในวัฒนธรรมด้านอาหารของเขาเหมือนกัน มีบางครอบครัวสามีอุตส่าห์ลงมือทำเอง แต่พอจะทานหรือบางทีทานเสร็จ ภรรยากลับบอกไม่อร่อย

ที่สำคัญคือ อาหารไทยราคาจะสูงกว่าอาหารที่นี่ค่ะ ทีนี้ก็ส่งผลถึงเศษฐกิจของครอบครัว ตอนแรกทางสามีก็อดทนเอาใจภรรยา แต่นั่นแหละค่ะ มันกลายเป็นสิ่งที่สะสมไว้เยอะมาก พอภรรยาอยู่ได้ สัก 2-3 ปี เขาก็จะเริ่มคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้วที่ภรรยาควรที่จะอยู่กินแบบชาวสวีเดนบ้าง ฝ่ายภรรยาก็จะหาว่าสามีหมดรัก เลยไม่ตามใจอีก และสิ่งอื่นๆก็จะตามมา ที่เขียนมาทั้งหมดคือจากประสบการณ์ที่
เห็นมาค่ะ

วิถีชีวิตชาวสวีเดน เท่าที่รู้จักนะคะ ส่วนมาก ถ้าสมมุติว่า สามีทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ว่างเสาร์อาทิตย์ เขาก็ต้องการอยู่บ้าน พักผ่อน กับครอบครัว ทำอะไรสบายๆ เพราะถือว่าเราทำงานหนักทั้งสัปดาห์แล้ว จะมีการสังคมบ้าง แต่ก็ไม่ทุกวันหยุด ส่วนคุณภรรยาไทย พอหยุดก็ต้องการสังคมกับเพื่อนๆคนไทยด้วยกัน ก็มีจัดปาร์ตี้ ทำอาหารกัน บางคนบางกลุ่มก็สุรา เล่นไพ่ ทุกเสาร์อาทิตย์ นี่ก็อีกเรื่องที่อยากให้คนไทยได้คิดบ้างค่ะ บางครั้งสามีก็เหนื่อยใจ

ครอบครัวเรา วันอาทิตย์คือวันของครอบครัวจริงๆ ตอนลูกๆยังเล็กอยู่ เราจะทำกิจกรรมกันเอง

อยากจะขอฝากสำหรับคนที่จะมาอยู่สวีเดน ขอให้สละเวลา หาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนี้ก่อน เช่นว่า คนสวีเดนชอบทำอะไร อาหารประจำชาติของเขาคืออะไร นิสัยเป็นไงบ้าง ฯลฯ แล้วรับรองว่า ปัญหาระหว่างครอบครัวจะลดลงมากค่ะ

อีกอย่างค่ะ พยายามหัดทานอาหารฝรั่งบ้างพอเวลามาถึงต่างประเทศ จะได้ไม่เลี่ยนปาก

อาหารที่ชาวสวีเดนชอบส่วนใหญ่จะชอบอาหารทุกอย่าง แต่ถามว่า อาหารพื้นเมืองหรืออาหารประจำบ้าน ก็อาจจะเป็น Swedish meatboll ส่วนมากจะเป็นอาหารประจำฤดูกาล ที่หาได้ของแต่ละฤดูค่ะ และตามแต่อากาศอำนวย อย่างเช่น หน้าร้อนก็จะทานอาหารที่ปรุงแบบเย็นๆหน้าหนาวก็จะเน้นที่มีไขมันมากเพราะไปช่วยอุณหภูมิในร่างกายให้ร้อน – คุณ Penpayom Poolkett – ชื่อเล่น (ส้ม)

ตอนที่มาอยู่ที่ สวีเดนใหม่ๆ สิ่งแรกเลย ปรับตัวเอง มันเหงาใจนะคิดถึงลูก ครอบครัว เพราะอยู่กันคนละซีกโลกเลย ที่ทำให้คลายเหงาได้บ้างก็ทำงานให้มากและก็หน้าร้อนก็ปลูกผัก สวนครัวเหมือนที่ยายพาปลูกตอนเป็นเด็ก ก็ได้มาทำที่สวีเดน มีเวลาก็ไปเรียนบ้าง ทำงานด้วย เพราะเราต้องส่งเงินให้ครอบครัวที่เมืองไทย สำหรับเรามันไม่ได้ยากมากเพราะเราไม่ได้ต้องเหมือนเขา เราก็เป็นเรา มันก็กลมกลืนไป เพราะว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็คือคนไทย ความอ่อนน้อม วัฒนธรรมของเรา ชาติไหนก็ไม่เหมือนเรา – คุณ Phimphan Sweden

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ยากใหมในการปรับตัวอันนี้แล้วแต่คนและแล้วแต่พื้นฐานครอบครัวที่ไทยและครอบครัวที่สวีเดนด้วยค่ะ ส่วนตัวเป็นคนปรับตัวได้เร็ว ครอบครัวที่ไทยอบอุ่นไม่มีปัญหา พ่อแม่คอยสอนคอยแนะนำ ไม่เคยบังคับให้ทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ ส่วนครอบครัวที่สวีเดนอบอุ่นค่ะ พ่อแม่สามีและสามีใจดีรักเราและคอยสอนคอยชี้แนะ แต่ไม่เคยบังคับค่ะ เหมือนพ่อแม่แท้ๆที่ไทย ส่วนที่ต้องปรับตัวคือเรื่อง ภาษา การดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ถ้าเราคิดบวกก็จะปรับตัวได้ง่ายค่ะ สามีให้เกียรติ ให้อิสระในการใช้ชีวิตค่ะ ด้วยความที่เราสร้างครอบครัวมาด้วยกัน คือใช้ชีวิตด้วยกันตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งคู่ค่ะ เป็นคนทีชอบศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา จึงได้ภาษาและชอบอ่านหนังสือค่ะ ตอนนี้เลยทำงานอาสาสมัคร คอยให้คำปรึกษากับคนไทยที่มาใหม่รวมทั้งให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัวและเรื่องกฏหมายทั่วไปของสวีเดนค่ะ ในนามเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปภาคีสวีเดน มีเพจชื่อ กลุ่มเพื่อนหญิงไทยในสวีเดน TWNS ค่ะ

คนไทยบางส่วนมาสวีเดนยังไม่ได้เรียนภาษาก็อยากจะทำงาน เพราะมีภาระที่ไทยต้องส่งเงินกลับไทย งานอาจจะหาได้แต่ถ้าจะเปลี่ยนงานที่หลังจะยากเพราะสื่อสารไม่เข้าใจ บางคนมีปัญหาครอบครัวเพราะไม่เข้าใจภาษา บางคนเอานิสัยแบบคนไทยมาใช้ที่สวีเดน ปัญหาคือ อิจฉากัน นินทากัน และทะเลาะกันเองในหมู่คนไทย เป็นเรื่องที่น่าอายมาก สวีเดนเป็นประเทศเสรีในการใช้ชีวิต ทุกคนมีค่าเท่ากันหมด ไม่แบ่งชนชั้นค่ะ ถ้าคิดบวกจะปรับตัวง่ายแต่ถ้าคิดลบยังก็ปรับยากค่ะ สวีเดนให้โอกาสกับทุกคนถ้าเป็นคนของเขาแล้วเรียนฟรีจนถึงป.เอกเลย รักษาพยาบาลฟรีค่ะ – Anong Lindell

ในมุมมอง ไม้ได้ยากค่ะ ที่จะอยู่ที่สวีเดน อย่างแรกเลยคือต้องไปเรียนภาษาสวิดิชให้ได้ หมั่นศึกษาหาความรู้ และ พยายามคุยกับคนเยอะๆ อย่าปิดกั้นตีกรอบให้ตัวเอง เพราะคุณอาจจะมีความสามารถที่ซ่อนอยู่ ต้องกล้าเสี่ยง กล้าทำ ถ้าไม่ใช่ก็หาหนทางใหม่ สู้ๆไป คนอื่นอยู่ได้เราต้องอยู่ได้ค่ะ – คุณ Gina

ฉันขอเป็น aupair ในสวีเดนได้ไหม?

” คลิปนี้กวางและน้องปุ๊กมานั่งจับเข่าคุยเมาท์มอยกับชีวิตออแพร์ที่ประเทศสวีเดน น้องน่ารักมากเป็นกันเองขำตลอด ”

วิดีโอ: Au Pair in Sweden | ออแพร์เมาท์มอย,ชีวิตในสวีเดน – Ohideer

เพิ่มเติม

ย้ายไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสหรือกำลังคิดจะย้ายไปอยู่ประเทศสวีเดน

หาคู่ชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s