หญ้าที่เนเธอร์แลนด์ไม่ได้สวยเขียวมากไปกว่าหญ้าที่ไทยเลย

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอคือคุณ พณิดา และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเนเธอร์แลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ พณิดา ย่อมมี / Phanida Yommee – ชื่อเล่น:ไก่

ย้ายมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์

เมือง:ร็อตเตอร์ดัม

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ พณิดา ย่อมมี
รูปโครงการสอนแกะสลักเบื้องต้นเพื่อเป็นวิทยาทานที่วัดพุทธาราม เมืองwaalwijk(ภาพหมู่คือนักเรียนจากรุ่นที่1 และรุ่นที่2) – รูปจิตอาสาจัดพุ่มแกะสลักในวาระต่างๆที่วัดพุทธาราม – จิตอาสาจัดพุ่มแกะสลักที่วัดพุทธบารมีอัมสเตอร์ดัม- จัดซุ้มแกะสลักให้กับสถานทูตไทยในเนเธอร์แลนด์ – จิตอาสาเป็นวิทยากรสอนแกะสลักที่วัดพุทธบารมีเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.2562(จัดกิจกรรมโดยสถานทูตไทยฯ) – รูปงานแกะสลักต่างๆ – รูปงานเดคูพาจ หนึ่งในหลายกรรมกรรมในยามว่าง – กิจกรรมในยามว่าง:ปั่นจักรยาน และรู่ปคู่กับสามี – พาเพื่อนๆจากเมืองไทยชมเมืองร็อตเตอรดัม:รูปปั้น The destroyed city,Rotterdam ,และหน้าศาลโลกที่เมืองเดอะเฮก และต้อนรับเพื่อนๆจากเมืองไทย

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเนเธอร์แลนด์ครับ

ดิฉันตัดสินใจมาย้ายมาอยู่ที่เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ยุโรป:เมืองร็อตเตอร์ดัม ที่ประเทศเนเธอแลนด์ เพราะสามีไม่สามารถย้ายไปอยู่ที่ไทยได้ เนื่องด้วยเขามีงานและธุรกิจส่วนตัวที่ต้องรับผิดชอบค่ะ หลังจากปรึกษากันเรื่องการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน พวกเราคงไม่สามารถเทียวไปเทียวมาระหว่างเนเธอร์แลนด์-ไทย-เนเธอร์แลนด์-ไทยได้ในระยะยาว
ในที่สุดจึงได้ข้อสรุปว่าดิฉันจะเป็นฝ่ายเสียสละ คือสละทุกอย่างที่ไทยแล้วย้ายมาอยู่กับเขาที่เนเธอร์แลนด์ค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษโดยกำเนิด :เกิดและเติบโตที่หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในชนบท ห่างจากตัวจังวหวัดประมาณ60 กิโลเมตรค่ะ
การใช้ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย คล้ายๆกับเด็กๆในต่างจังหวัดโดยทั่วๆไปคือใช้ชีวิตเรียบง่าย…อยู่กับธรรมชาติ ถูกสอนให้รู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการให้เพราะชีวิตผู้คนในสังคมชนบทจะอยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังต้องเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเองตั้งแต่เล็กๆค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วยบอกเรางานของคุณเป็นอย่างไรครับและคุณพูดภาษาดัตช์ได้ไหม คุณคิดว่าภาษาดัตช์ยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาดัตช์จนเข้าใจได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหมครับ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

ช่วงแรกๆเป็นแม่บ้านและช่วยงานสามีที่คลีนิคสัตวแพทย์เป็นครั้งคราว ไม่เป็นประจำค่ะ
ปัจจุบันเป็นครูสอนงานฝีมือ คือสอนทำเดคูพาจ และสอนแกะสลักผักผลไม้ค่ะ

ช่วยบอกเรางานของคุณเป็นอย่างไรครับ

การสอนทำเดคูพาจ (Decoupage)คือการใช้วัสดุที่มีลวดลายอยู่แล้วเช่นกระดาษสาหรือกระดาษแน๊พกิ้นส์ทำการผนึกเข้าพื้นผิววัสดุต่างๆทั้งที่เป็นไม้ แก้ว พลาสติก เทียน เซรามิค ผลิตภัณฑ์จากพวกผักตบชวา ฯลฯ ซึ่งการทำเดคูพาจนี้จะทำให้ได้ชิ้นงานที่สวยงามเช่น ถาดไม้ โต๊ะไม้ แจกัน กล่องใส่ซองชา กล่องทิชชูฝังลาย เทียนฝังลาย เป็นต้นค่ะ
นอกจากนี้ยังเป็นครูสอนแกะสลักผักผลไม้

ซึ่งแบ่งการสอนออกเป็น3ประเภทคือ
1 .สอนการแกะสลักระดับพื้นฐานเพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่คนไทยและบุคคลทั่วไปที่สนใจ ซึ่งดิฉันได้เสนอทำโครงการสอนแกะสลักที่วัดไทยชื่อวัดพุทธาราม ตั้งอยู่เมืองวาลไวค์ เนเธอแลนด์ค่ะ โครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก และมีทั้งคนไทยและชาวดัตช์ให้ความสนใจเข้าร่วมเรียนแกะสลักระดับพื้นฐานในโครงการนี้ค่ะ ผู้ที่สนในเรียนชำระค่าวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลัก โดยไม่ต้องจ่ายค่าสอน และรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ได้นำถวายสบทบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของวัดทั้งหมด

2.รับสอนแกะสลักคอร์ส่วนตัวระดับพื้นฐาน ระดับกลางและระดับสูง ที่บ้านตัวเองในเมืองร็อตเตอร์ดัมค่ะ

3.ในอนาคตอันใกล้นี้ กำลังวางแผนจะเปิดสอนคอร์สส่วนตัวผ่านทางวีดีโอค่ะ
ตัวอย่างงานแกะสลักในเฟสบุ๊คค่ะ

Phanida Yommee

และคุณพูดภาษาดัตช์ได้ไหม

ดิฉันพูดภาษาดัตซ์ได้ในระดับหนึ่ง เพราะดิฉันต้องเรียนภาษดัตซ์ตามกฏของการย้ายมาอยู่ถาวรซึ่งต้องใช้ใบประกาศนียบัตรประกอบการยื่นขอสัญชาติดัตช์
ดิฉันสอบผ่าน4ทักษะ:ฟัง พูด อ่าน และเขียนในระดับ NT2 (การเรียนนภาษาดัตซ์เป็นภาษาที่2)…แต่เนื่องด้วยสมาชิกในบ้านจะพูดภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เลยทำให้การพูดภาษาดัตซ์ของดิฉันไม่ลื่นไหลเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ

คุณคิดว่าภาษาดัตช์ยากสำหรับคุณไหม

ในความคิดส่วนตัว ดิฉันมองว่าภาษาดัตช์ เป็นภาษาที่ค่อนข้างยาก
โดยเฉพาะเรื่องการใช้ไวยกรณ์ ,การวางคำในประโยค(sentence structure)
ทั้ง2อย่าง จะค่อนข้างแตกต่างกับการใช้ไวยกรณ์.และการวางลำดับคำในภาษาอังกฤษ
เช่นในไวยกรณ์ดัตซ์จะไม่มีกาล(tense)ที่กำลังเกิดอยู่(ทั้ง present continuous tense และ past continuous tense) ส่วนตัวคิดว่าถ้าคนที่พอจะคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ก่อนแล้ว การมาเริ่มเรียนภาษาดัตซ์อาจจะทำให้เกิดการสับสนได้ แต่จะได้เปรียบในเรื่องการจำคำศัพท์ได้ง่ายเพราะคำภาษาดัตซ์จะคล้ายกับภาษาอังกฤษทั้งการออกเสียงและการสะกดคำ

คุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาดัตช์จนเข้าใจได้

ใช้เวลานานพอสมควรค่ะ เรียนอยู่เป็นปีเต็มกว่าจะพอฟังและพูดได้เข้าใจ
(สำหรับดิฉันการอ่านและเขียนจะง่ายกว่าการฟังและพูดค่ะ เพราะอ่านและเขียน เรามีเวลาคิด แปล ทำความเข้ใจ แต่การพูดต้องอาศัยการฟังที่ต้องเข้าใจถึงจะโต้ตอบได้ในทันที )
แต่ในปัจจุบันการพูดภาษาดัตซของดิฉันก็ไม่ได้พัฒนาชี้นมากกว่าเดิมมากมาย ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ค่อยได้ใช้ภาษาดัตซที่บ้านค่ะ;เมื่อไม่ได้ฝึกฝนบ่อยๆ ทักษะก็ไม่เกิดการพัฒนา…
แต่โชคดีที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ระบบการศึกษาเป็นบังคับให้นักเรียนเรียนเสมือนเป็นภาษาที่2 นอกเหนือจากภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศสและสเปน
ชาวดัตช์แทบทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ ดิฉันเลยไม่ได้รู้สึกว่าการสื่อสารเป็นปัญหาในการดำรงชีวิตอยู่ที่ฮอนแลนด์ค่ะ

คุณพูดภาษาอื่นได้อีกมั๊ยครับ

ภาษาอังกฤษ และภาษากัมพูชา(ภาษาเขมร) ค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเนเธอร์แลนด์ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

โดยส่วนตัวคิดว่าการปรับตัวไปใช้ชีวิต”แบบชาวดัตช์”เลยเป็นไม่ง่ายแน่นอนค่ะ เพราะคนใหญ่ส่วนใหญ่มีอายุมากพอสมควรเมื่อย้ายเข้ามาที่นี่ พวกเราเกิดและโตที่ประเทศไทย ใช้ชีวิตแบบคนไทยใต้วัฒนธรรมไทยมาโดยตลอดก่อนจะย้ายมาที่นี่ คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบไทยๆ เช่นคนไทยทานข้าวในมื้ออาหาร3มื้อต่อวัน เราคุ้นเคยกับการทานอาหารหนักๆ(hot meal)ตั้งแต่ตอนเช้า แต่คนดัตช์ทานhot meal เฉพาะตอนเย็น
แต่เรื่องการทานอาหารคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่อยู่ในฮอนแลนด์ก็ยังสรรหาวัตถุดิบ เครื่องปรุงมาทำอาหารและเลือกทานอาหารแบบไทยๆที่ตัวเองคุ้นเคยเหมือนเดิมรวมทั้งตัวดิฉันด้วยค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

ร็อตเตอร์ดัมมีคนไทยอยู่เยอะพอสมควร เท่าที่รู้และเห็นจากคนรู้จัก ส่วนมากก็มีชีวิตอยู่สุขสบายตามอัตภาพของตัวเองและครอบครัว คนส่วนใหญ่ที่ดิฉันรู้จักมีงานทำ มีรายได้จับจ่ายเป็นของตัวเอง (อาจจะรายได้ไม่สูงมากทุกคน แต่ก็เป็นการแบ่งเบาภาระของสามีได้ในระดับหนึ่ง)ค่ะ

อะไรที่คนเนเธอร์แลนด์ชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างไร(บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างไรและครอบครัวของคนเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างไร

คนดัตช์ชอบการปั่นจักรยาน การเดิน และการออกกำลังกายกลางแจ้ง ทุกๆครอบครัวจะมีจักรยาน: บางครอบครัวมีจักรยานเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนสมาชิกในครอบครัว เด็กๆจะได้รับการปลูกฝังและถูกสอนตั้งแต่เล็กๆให้ปั่นจักรยานค่ะ
ผู้ชายเนเธอแลนด์ โดยส่วนใหญ่ จะมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวสูง พยามแบ่งเบาช่วยเหลืองานบ้านต่างๆ และพวกเขาจะชอบการวางแผนการใช้ชีวิตไว้ล่วงหน้า เช่นมีการวางแผนการใช้จ่ายเงินและการดำรงชีวิตหลังเกษียณไว้ล่วงหน้า
ส่วนนิสัยใจคอบุคคลิกลักษณะผู้ชายดัตช์ในด้านอื่นๆ ส่วนตัวคิดว่าก็คงไม่ต่างอะไรมากกับผู้ชายชาติอื่นๆ คือมีทั้งบวกและลบ บางคนจิตใจดี ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่บางคนก็ไม่ใช่
ผู้หญิงดัตช์ จะปฏิบัติตัวเสมอภาคกับผู้ชายแทบจะทุกๆเรื่อง และส่วนมากก็ทำงานนอกบ้านเช่นเดียวกับผู้ชาย

ในด้านครอบครัว;คนดัตช์ส่วนใหญ่จะอยู่แบบครอบครัวเดี่ยว คือเป็นครอบครัวเล็กๆของตัวเองมีพ่อ แม่และลูกๆ (จะมีน้อยมากที่ครอบครัวจเมีปู่ ย่า ตา ยาย มาอยู่ด้วย)
เมื่อลูกๆเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ส่วนใหญ่เด็กๆก็จะเริ่มย้ายออกจากครอบครัวเพื่อไปเรียนต่อที่อื่น หรือย้ายออกไปอยู่ห้องเช่าที่อื่น มัชีวิตของตัวเองไป จนเรียนจบ หรือมีงานทำหรือมีครอบครัวของตัวเอง
พ่อ แม่ ก็จะใช้ชีวิตขอบตัวเองไป จนเริ่มเข้าสู่วัยชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนดัตช์ส่วนใหญ่ก็จะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายในนั้น จะมีส่วนน้อยหรือแทบไม่มีเลยที่พ่อแม่อยู่กับลูกหลายจนแก่ชรา หรือให้ลูกหลานต้องดูแล ซึ่งข้อนี้จะแตกต่างกันมากๆกับครอบครัวคนไทยที่อยู่รวมกันหลายคน และคนไทยถือเป็นการทดแทนบุญคุณที่ได้ดูแลพ่อแม่ยามท่านแก่ชราลง

ค่าครองชีพที่เนเธอร์แลนด์ เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพในเนเธอร์แลนด์ถือว่าสูงถึงสูงมากถ้าเทียบกับร่าครองชีพในประเทศไทย ช่วงแรกๆที่พึ่งย้ายมาอยู่ที่เนเธอแลนด์ มีความรู้สึกว่าของทุกอย่างแพงไปหมด ก่อนจะซื้ออะไร ในหัวจะเริ่มคำนวนเป็นเงินบาท แล้วก็เกิดความรู้สึกว่า”โหหหห ทำไมแพงมากอย่างนี้! ” แต่พออยู่มาหลายๆปีก็เริ่มรับสภาพและปรับทัศนคติให้เริ่มคิดว่ามันก็ไม่ได้แพงจนไม่สมเหตุสมผล ราคาส่วนมากดูเหมือนจะมีเหตุมีผลในตัวมันเอง
แต่ก็ยังมีสิ่งที่คิดว่าแพงเกินไปอยู่หลายอย่าง ขอยกตัวอย่างมา3อย่างนะคะ

1) การเก็บภาษีของรัฐฯ :สิ่งนี้ยังรู้สึกว่าแพงเกินไป เพดานการจ่ายภาษี(บางอย่าง)สูงสุดของคนเนเธอแลนด์คือมากกว่า50%ของรายได้ที่ได้มา (คิดง่ายๆว่าถ้าเราหาเงินมาได้ 100 บาท ต้องหักจ่ายให้รัฐมากกว่า50บาท…เราเหลือเงินน้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของรายได้…และยังต้องจ่ายภาษีอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่นภาษีรถยนต์ ภาษีในการใช้ทางด่วน และอื่นๆฯลฯ หักไปหักมา เงินที่ได้มา100บาท อาจจะเหลือเข้ากระเป๋าแค่30-40บาทเท่านั้น…ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันแพงมาเกินไป
2).ค่าบริการรถแท็กซี่ จะแพงมากๆ
3)การใช้บริการจ้างคนมาทำสวน เช่นการจ้างคนมาตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ 1ต้น …เราจะต้องจ่ายหลายร้อยยูโรหรือบางทีเป็นพันยูโร ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการปีนป่ายขึ้นไปตัด ซึ่งดิฉันว่ามันแพงเกินไป(อดเทียบกับเมืองไทยไม่ได้ว่า ถ้าเราจ้างคนมาแค่1พันบาท ก็คงตัดได้หลายต้นแล้ว,แต่ที่เนเธอแลนด์ ต้นไม้ใหญ่จะต้องหาคนที่เชี่ยวชาญหรือบริษัทการทำสวนมาตัดให้ เจ้าของบ้านส่วนมากจะไม่เสี่ยงปีนขึ้นตัดเอง)

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเนเธอร์แลนด์

ข้อดีในการใช้ชีวิตที่เนเธอแลนด์ตามความคิดเห็นส่วนตัวมีหลายอย่างค่ะ แต่ขอยกตัวอย่างมา3ข้อนะคะ

1)ในกรณีที่ตกงาน/ไม่มีงานทำ จะได้รับการดูแลที่ดีมากๆจากรัฐบาล รัฐบาลจะให้ค่าเลี้ยงดู70%(ของเงินเดือนที่เคยได้)เป็นเวลา2ปี และหลังจาก2ปีถ้ายังไม่ได้งานทำจะได้รับเงินเลี้ยงดูรายเดือน(ในจำนวนที่สามารถดำรงชีวิตได้ )จนกว่าจะหางานได้
2)ถึงอากาศจะหนาวในหน้าหนาว แต่โดยทั่วๆไปอากาศที่ฮอนแลนด์จะดีมาก มลพิษแทบจะไม่มี
3)ความสะอาดของธรรมชาติ ป่า สวนสธารณะที่มีอยู่ในทุกๆเมือง ประชาชนช่วยกันรักษาความสะอาดอย่างดี

นี่คือคำตอบนะคะ

ข้อเสีย3ข้อตามความคิดเห็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตในฮอนแลนด์
1)เพื่อนบ้านและคนทั่วไปเป็นมิตรก็จริง แต่การดำรงชีวิตจะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ขาดความคุ้นเคยใกล้ชิดกัน การเอ่ยปากขอความช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆไม่ได้ง่ายเหมือนวิถีชีวิตของคนในชนบทของเมืองไทย
2)ระบบการเข้าถึงบุคคลากรด้านการแพทย์จะมีขั้นตอนหลายอย่าง ซับซ้อนและบ่างครั้งใช้เวลานาน เช่น ถ้าไม่สบายต้องนัดไปดูอาการกับหมอประจำบ้านก่อน จากนั้นหมอประจำบ้านจะตัดสินใจว่าควรจะส่งต่อไปหาหมอเฉพาะทางที่อื่นหรือไม่ อยู่ๆปวดหัวตัวร้อนแล้วอยากเดินไปคลีนิคหรือโรงพยาบาลเอกชนเลย เป็นไปไม่ได้ที่ฮอนแลนด์
3).ข้อเสียเรื่องการหาซื้อพืชผักผลไม้ของเอเชียหรือวัตถุดิบอื่นๆค่อนข้างยาก ส่วนที่มีขายที่ฮอนแลนด์จะค่อนข้างสูง เช่นมะละกอดิบ ราคาลูกขนาดย่อมๆก็ตกไปหลายร้อยบาท (ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีชาวไทยนำสินค้าอาหารต่างๆมาจำหน่ายให้กลุ่มคนไทยด้วยกัน ทำให้มีความสะดวกในการซื้อหามากขึ้นแต่ราคาก็ค่อนข้างสูงเหมือนเดิม)

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวเนเธอร์แลนด์

ส่วนตัวคิดว่าเรื่องภาษา การสื่อสาร น่าจะเป็นปัญหากับคู่ที่ฝ่ายหญิงไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาดัตช์ได้ในช่วงแรกๆ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาได้สำหรับบางคู่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับทุกคู่ และต่อมาภายหลังส่วนมากฝ่ายหญิงก็ต้องเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติมอยู่ดี
แต่ปัญหาอีกอย่างที่ได้ยินบ่อยๆคือความแตกต่างด้านประเพณีวัฒนธรรมในการเลี้ยงดูลูกๆ โดยเฉพาะถ้าฝ่ายหญิงมีลูกติดตามมาจากเมืองไทย การมาถูกเลี้ยงดูให้เติบโตที่ฮอนแลนด์ เด็กๆจะถูกแม่ชาวไทยโดยส่วนมากเลี้ยงดูแบบไม่ใช่วิถีทางแบบดัตช์ล้วนๆ แต่ฝ่ายคู่ครองชาวดัตช์ที่ต้องทำหน้าที่ช่วยดูแลก็จะเลี้ยงแบบชาวดัตช์ หลายๆคนอาจจะได้โต้เถียงและไม่เห็นด้วยกับความคิดและวิธีการของอีกฝ่าย
การที่ฝ่ายหญิงไทยต้องดูแลส่งเสียครอบครัวทางไทย คนใหญ่ส่วนใหญ่จะเติบโตขึ้นมาแบบ”เอาพี่ เอาน้อง หรือการที่ต้องดูแลพ่อแม่พี่น้อง” สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นปัญหาของบางคู่ที่ฝ่ายชายชาวดัตช์ไม่เห็นด้วยและไม่เข้าใจในความต่างในวัฒนธรรมครอบครัวด้านนี้ค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันยังมีสมาชิกครอบครัวอยู่ที่ไทย แต่ด้วยเพราะความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี การเข้าถึงกัน การติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต การโทรผ่านวีดีโอ เห็นหน้าตากันทั้ง2ฝ่าย ทำให้ไม่มีความรู้สึกว่าห่าง หรือไกลกันเกินเอื้อม แต่ก็เป็นธรรมดาที่ยังมีความรู้สึกว่าคิดถึงเมืองไทยอยู่บ่อยๆค่ะแต่ก็ไม่ได้มากจนมีความคิดว่าไม่อยากอยู่ฮอนแลนด์ ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ
ส่วนสถานที่ในไทยที่ชอบไปเที่ยวตอนกลับมาไทยคือจังหวัดทางภาคเหนือ และจังหวัดภาคตะวันออก แต่สถานที่ที่ชอบไปคือบ้านเกิดที่ภาคอีสานค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเนเธอร์แลนด์ครับ

โดยนิสัย เป็นคนที่ระแวดระวังอยู่แล้ว บางครั้งคิดถึงขั้นระแวง…ทั้งๆที่อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกและคิดว่าไม่ปลอดภัยในขณะที่อยู่ฮอนแลนด์ค่ะ

แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้นขณะที่อาศัยอยู่ที่เนเธอแลนด์ …แต่เคยประสบเหตุการณ์ที่รถจักรยานของสมาชิกในครอบครัวโดนขโมยไป7ครั้งในรอบ10ปี…ซึ่งเหตุเกิดในสถานที่ต่างๆกัน เช่นหน้าสถานีรถใต้ดิน โรงเรียน ตลาดและที่สาธารณะอื่นๆ แต่มีหนึ่งครั้งที่หน้าบ้านตัวเอง(อัตราการสูญหายหรือจักรยานโดนขโมยที่ฮอนแลนด์ค่อนข้างสูง:อาจจะเป็นเพราะจักรยานเป็นพาหนะที่แทบทุกคนใช้ที่ฮอนแลนด์ ความต้องการในตลาดมืดยังมีอยู่สูง การขโมยจักรยานเพื่อส่งต่อเลยยังมีตลอดเวลา(ความเห็นส่วนตัวค่ะ)

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ และสถานที่ไหนในเนเธอร์แลนด์ที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ส่วนตัวชอบงานศิลปะทุกอย่าง…สิ่งไหนที่ไม่ถนัด ทำไม่ได้ก็ชอบดู ชอบศึกษาข้อมูลต่างๆ
ชอบใช้เวลาว่างที่สวนหลังบ้านในการปลูกผักทำสวนครัว ปลูกดอกไม้ ทำอาหาร
รักการใช้เวลาว่างในการแกะสลักและทำเดคูพาจค่ะ

สถานที่ชอบไปมีหลายที่ แต่โดยปกติไม่ชอบสถานที่ที่คนพลุกพล่าน ยกเว้นตลาดในตัวเมืองที่มีทุกๆวันเสาร์และอังคาร ชอบไปเดินดูบรรยากาศตอนเช้าๆแต่ไม่บ่อยนานๆไปที และที่ขอบมากคือการปั่นจักรยานในป่านอกเมือง
และถ้าต้องไปเที่ยวในฮอนแลนด์ ก็จะเลือกขับรถไปต่างจังหวัด ไปเมืองเล็กๆและหลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ที่คนเยอะๆค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ประเทศเนเธอร์แลนด์จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้าง

โดยทั่วไปคนส่วนมากจะคาดเดาเอาว่าชีวิตของผู้หญิงไทยที่อยู่ต่างประเทศสุขสบาย สวยหรู ร่ำรวย ไม่มีความลำบาก ซึ่งเป็นการมองกระจกจากด้านเดียว เหมือนคำกล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า The grass is always greener on the other side of the fence.(สนามหญ้า(ของเพื่อนบ้าน)ที่อยู่อีกฝั่งของกำแพงนั้นจะมีสีเขียวสดสวยงามกว่าหญ้าในสนามบ้านตัวเอง):คนส่วนมากมักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ เช่นเดียวกับคนที่ยังไม่เคยไปอยู่ต่างประเทศ ก็จะคิดว่าชีวิตที่นั่นสวยงาม และดีกว่าชีวิตที่ไทยในทุกๆด้าน

การย้ายไปปักหลักฐานที่ต่างประเทศ(ฮอนแลนด์)ของแต่ละคนมีผลลัพธ์ต่างกัน และผลลัพธ์ของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างรวมทั้งขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าชีวิตที่เมืองไทยของคุณลำบากแค่ไหน ขนาดต้องดิ้นรน หาเช้ากินค่ำหรือไม่ (บางท่านเหล่านี้อาจจะมีการคาดหวัง มีความคิดว่าไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่ไทย ชีวิตที่เมืองนอกต้องดีกว่าที่ไทยแน่ๆ)
และองค์ประกอบอีกอย่างที่สำคัญคือความพร้อมของคู่รักหรือสามีของคุณว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบช่วยเหลือคุณในช่วงแรกที่พึ่งย้ายไปอยู่หรือไม่ ถ้าเขาไม่พร้อมคุณก็เจอปัญหาตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว คุณอาจจะต้องใช้ชีวิตในแบบที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง เพราะต้องอาศัยพึ่งพาผู้ชายในทุกๆด้าน อาจจะต้องอยูในสภาพคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก

แต่บางคนก็ประสบความสำเร็จ มีความสุขทั้งกายและใจ มีหน้าที่การงานที่ดี มีรายได้ ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องพึ่งพาด้านการเงินจากสามี มีชีวิตที่ดีขึ้น
-หรือบางคนได้สามีร่ำรวย ไม่ต้องดิ้นรน กรณีนี้ก็มีอยู่จริง(แต่อย่าลืมว่าผู้ชายชาวต่างชาติไม่ได้ร่ำรวยกันทุกคน)

แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันอยากจะฝากเตือนให้คิดว่าถ้าการอยากไปอยู่ต่างประเทศของคุณเพราะคิดว่าไปนายเอาดาบหน้าดีกว่า หรือคิดว่าสามีหรือคู่รักของคุณจะช่วยทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นก็อยากเเนะให้คุณคิดให้รอบคอบ คิดหลายๆครั้งเพราะไม่มีอะไรแน่นอนในโลกนี้ อย่าหวังแต่จะพึ่งพาฝ่ายชาย เราต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้ด้วยเพราะวันที่น้ำต้มผักก็ว่าหวาน อาจจะไม่ได้หวานตลอดไปก็ได้

อยากจะบอกว่าหญ้าหลายๆแห่งในเมืองไทยของพวกเรา มีสีเขียวสดสวยงามกว่าหญ้าในหลายๆพื้นที่ในเนเธอร์แลนด์ ถ้าเราพอใจกับสนามหญ้าในบ้านตัวเอง เราก็จะไม่ต้องเปรียบเทียบกับหญ้าของเพื่อนบ้านค่ะ…ยังมีชีวิตที่ไทยในหลายๆด้านที่ส่วนตัวดิฉันคิดว่าดีกว่าชีวิตในต่างแดน…แต่ถ้าคุณตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไป ก็ขอแนะนำให้เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมที่สุด(Hope for the best ,prepare for the worst)โชคดีค่ะ

Phanida Yommee

Paty

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

4 thoughts on “หญ้าที่เนเธอร์แลนด์ไม่ได้สวยเขียวมากไปกว่าหญ้าที่ไทยเลย

  1. ขอขอบคุณ คุณเทรเวอร์ที่ให้โอกาสเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ได้แสดงความคิดเห็นผ่านมุมมองส่วนตัวในหัวข้อในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ หวังว่าบทความนี้จะเกิดประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยแด่ท่านที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ต่างแดน ขอบคุณค่ะ

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s