เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 44

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 44

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 28 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเรื่องคำสรรพนามแบบตรงและแบบไม่ตรง และพวกคำกริยาที่ต้องมีกรรมหรือมีเป้าหมายไปที่ใครมารองรับค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 28
บทเรียนที่ 28
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!!
ฉันสบายดีมากค่ะ!!
– Spete? Mi hanno appena telefonato i miei parenti, e mi hanno invitata a casa loro per il fine settimana.
พวกเธอทราบไหมคะ พวกญาติๆ ของฉัน เขาพึ่งโทรศัพท์มาหาฉัน และพวกเขาก็ได้เชิญฉัน ไปที่บ้านของพวกเขาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยค่ะ
– Quindi sono contentissima.
ฉันดีใจมากเลยค่ะ
– Ma, sono indecisa.
แต่ว่าฉันก็ยังไม่แน่ใจค่ะ
– “Che cosa gli regalo?” Questo è il titolo della ventottesima lezione del corso One World Italiano video.
“ฉันจะให้ของขวัญแบบไหนกับพวกเขาดีคะ” นี่คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ยี่สิบแปด ของหลักสูตร One World Italiano วิดีโอค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Tante cose, allora prima di tutto che i parenti non sono i genitori.
หลายสิ่งหลายอย่างค่ะ อย่างแรกเลย พวกญาติๆ นี่ พวกเขาไม่ใช่พ่อแม่นะคะ
– Non sono papà e mamma, ma possono essere gli zii, i cugini, i nonni, ecc.
พวกเขาไม่ใช่พ่อและแม่ แต่สามารถเป็นพวกลุง ป้า น้า อา พวกลูกพี่ลูกน้อง พวกปู่ ย่า ตา ยาย และอื่นๆ ค่ะ
– E poi impariamo a fare dei regali, nel senso, a decidere che cosa regalare, a scegliere il regalo adatto, per amici e parenti in diverse situazioni.
แล้วพวกเราก็มาเรียนเกี่ยวกับการให้ของขวัญต่างๆ กันค่ะ หมายถึง การตัดสินใจเลือกว่าจะให้ของขวัญแบบไหนดี จะเลือกของขวัญแบบไหนให้มันเหมาะสมดี คือให้กับพวกเพื่อนๆ และพวกญาติๆ ในสถานการณ์ต่างๆ อ่ะค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– E poi tante parole nuove e tante espressioni nuove.
แล้วก็เรียนคำใหม่ๆ หลายๆ คำ และก็เรียนวิธีการพูดแบบใหม่ๆ ด้วยค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Allora, adesso vi racconto, vi spiego un po’ la situazione, e voglio dei consigli da voi.
เอาหล่ะ ตอนนี้ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟัง ฉันจะอธิบายสถานการณ์ให้พวกเธอฟังกันสักหน่อยค่ะ และฉันก็ต้องการคำแนะนำต่างๆ จากพวกเธอด้วยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Allora, come sapete tutti ormai mi conoscete, io sono di Cagliari, e abito a Cagliari.
เอาหล่ะ ก็อย่างที่พวกเธอรู้กัน ก็มาถึงป่านนี้แล้ว พวกเธอก็รู้จักฉันแล้วว่า ฉันเป็นคนคาลยิอาริ และฉันก็อาศัยอยู่ที่เมืองคาลยิอาริ
– Ma ho dei parenti che abitano nelle Marche, ad Ascoli Piceno.
แต่ว่าฉันมีพวกญาติๆ ที่อาศัยอยู่ที่เมือง Marche และเมือง Ascoli Piceno ด้วยค่ะ
– E li saluto!
และฉันขอทักทายพวกเขาค่ะ สวัสดีค่ะ!
– Loro abitano proprio qui.
พวกเขาอาศัยอยู่กันตรงนี้เลยค่ะ
– Quindi loro mi hanno telefonato e mi hanno invitato a casa loro per un fine settimana.
คือว่า พวกเขาโทรมาหาฉัน แล้วพวกเขาก็เชิญฉันไปที่บ้านของพวกเขาในช่วงสุดสัปดาห์ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ
– Io gli voglio portare dei regali, ma, e davvero, da una parte sono contenta perché non vedo l’ora di rivederli, ma, davvero dall’altra non so cosa gli posso portare.
ฉันอยากจะหาของขวัญต่างๆ ไปให้พวกเขาด้วย แต่ว่า จริงๆ นะ ใจนึง ฉันก็ดีใจนะ เพราะว่าฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เจอพวกเขาอีกครั้ง แต่ว่าอีกใจนึง ฉันก็ไม่รู้ว่า ฉันจะเอาอะไรไปฝากพวกเขาดีค่ะ
– Quindi, come sempre vi chiedo aiuto, e vi chiedo un favore, mi date dei consigli?
ดังนั้น ฉันก็มาขอความช่วยเหลือจากพวกเธอเหมือนเดิมไงคะ พวกเธอช่วยแนะนำให้ฉันหน่อยนะคะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Allora, è una famiglia di quattro persone, i miei zii e i miei cugini.
เอาหล่ะ เป็นครอบครัวที่มีสี่คน ได้แก่ ลุง ป้า ของฉัน และพวกลูกพี่ลูกน้องของฉันค่ะ
– E io ho pensato di portare, una bottiglia di vino Cannonau della Sardegna a mio zio.
และฉันคิดว่าจะนำ ไวน์คานโนเนาจากเกาะซาร์เด่นหย่ะขวดนึงไปให้ ลุงของฉันค่ะ
– Sì, sì, sì. Gli regalo il Cannonau.
ใช่ค่ะ ใช่ๆ ฉันจะให้ไวน์คานโนเนาเป็นของขวัญกับเขาค่ะ
– Perché gli piace molto, ogni volta che viene in Sardegna lo beve volentieri.
เพราะว่าเขาชอบมันมาก ทุกครั้งที่เขามาที่เกาะซาร์เดนหย่ะ เขาก็ดื่มมันเพลินเลยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ

– Invece a mia zia, ok, allora, le piacciono i fiori e le piante, e le regalo una pianta come questa. Cosa dite?
ส่วนป้าของฉัน โอเค เขาชอบพวกดอกไม้และพวกต้นไม้ต่างๆ ฉันจะให้ต้นไม้เป็นของขวัญกับเขา อย่างต้นนี้ พวกเธอว่าดีไหมคะ
– Omm… però c’è un problema.
อืม… แต่ว่ามันมีปัญหานึงค่ะ
– Non so come portarla in aereo.
ฉันไม่รู้ว่าจะนำมันขึ้นเครื่องบินได้อย่างไรค่ะ
– Perché, vedete, dalla Sardegna io devo prendere l’aereo.
ทำไมเหรอคะ พวกเธอดูนะ จากเกาะซาร์เดนหย่ะ ฉันจะต้องขึ้นเครื่องบินไปค่ะ
– Allora, le regalo, le regalo, sì, sì, sì, regalo una collana.
เอาหล่ะ ฉันจะให้เขา ฉันจะให้เขา ใช่ค่ะใช่ๆ ฉันจะให้สร้อยคอเป็นของขวัญค่ะ
– Una collana come questa.
สร้อยคอเส้นนึงแบบนี้
– Sicuramente sarà contenta, perché le piacciono anche i gioielli.
แน่นอนค่ะว่า เขาจะต้องดีใจแน่ๆ เพราะว่าเขาก็ชอบพวกเครื่องเพชรพลอยด้วยค่ะ
– Poi la compro nel negozio della mia amica, vicino a scuola.
แล้วฉันก็จะไปซื้อมันจากร้านเพื่อนของฉัน ที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียนอ่ะค่ะ
– Bene, bene, bene!
ดีค่ะ ดีๆ!
– Quindi ai miei zii adesso so cosa regalare.
ดังนั้น กับลุงและป้าของฉัน ตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญดีค่ะ
– Per quanto riguarda invece i miei cugini, che cosa gli regalo?
ส่วนลูกพี่ลูกน้องของฉัน ฉันจะให้อะไรกับพวกเขาดีคะ
– Allora, mio cugino Riccardo gli piace leggere, e gli regalo un libro.
เอาหล่ะ ริคคารโดะ ลูกพี่ลูกน้องชายของฉัน เขาชอบอ่านหนังสือ และฉันก็จะให้หนังสือกับเขาค่ะ
– Sì, sì, buona idea!
ใช่ค่ะใช่ เป็นความคิดที่ดีค่ะ!
– Penso che gli porterò un libro.
ฉันคิดว่า ฉันจะนำหนังสือไปให้เขาเล่มนึงค่ะ
– O questo o un libro simile.
หรือว่าเล่มนี้ หรือว่าหนังสือเล่มนึงที่คล้ายๆ กันค่ะ
– Invece, a mia cugina Giorgia, che cosa piace?
ส่วนจิออรจิอา ลูกพี่ลูกน้องสาวของฉัน เขาชอบอะไรเหรอคะ
– Ah, le piacciono i prodotti naturali.
อ่า… เขาชอบพวกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติค่ะ
– E le regalo una crema per il corpo.
และฉันจะให้ครีมบำรุงผิวเป็นของขวัญกับเธอค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Quindi perfetto!
แบบนี้เยี่ยมมากค่ะ!
– E poi mia cugina mi ha anche invitato ad uscire con le sue amiche.
แล้วลูกพี่ลูกน้องสาวของฉัน ก็ได้เชิญฉันออกไปข้างนอกกับพวกเพื่อนๆ สาวของเขาอีกด้วยค่ะ
– Che gentile!
ใจดีมากเลย!
– Ho pensato di portare un pensiero anche a loro.
ฉันคิดว่า ฉันจะนำของที่ระลึกไปให้พวกเขากันด้วยค่ะ
– Gli posso portare dei dolci sardi.
ฉันจะเอาพวกขนมหวานของเกาะซาร์เดนหย่ะไปให้พวกเขาค่ะ
– Perché no? Sì, sì, buona idea!
ทำไมจะไม่ได้หล่ะคะ ได้ซิ เป็นความคิดที่ดีค่ะ!
– Quindi adesso ho più o meno un’idea. Sì, sì, sì.
ดังนั้นตอนนี้ ฉันก็พอจะมีไอเดียแล้ว ใช่ค่ะ ใช่ๆ
– Ho più o meno un’idea su che cosa regalare ai miei parenti.
ฉันก็พอจะมีไอเดียเกี่ยวกับพวกของขวัญ ที่จะให้กับพวกญาติๆ ของฉันแล้วค่ะ
– Però, per favore, mi consigliate qualcosa?
แต่ว่า ได้โปรด พวกเธออยากจะให้คำแนะนำอะไรกับฉันไหมคะ
– Che cosa dite? Questi regali sono adatti, o dovrei portare altre cose?
พวกเธอว่าดีไหมคะ ของขวัญเหล่านี้มันเหมาะสมกับพวกเขาไหมคะ หรือว่าฉันควรจะให้ของอย่างอื่นดีคะ
– Mentre aspetto i vostri consigli, e vediamo che cosa abbiamo imparato oggi.
ในขณะที่ฉันรอคำแนะนำต่างๆ ของพวกเธออยู่ พวกเรามาดูกันค่ะว่า วันนี้พวกเราได้เรียนอะไรกันไปบ้างแล้วค่ะ
– Allora, prima di tutto, I PRONOMI INDIRETTI.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลย ก็พวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Che cosa sono?
พวกมันคืออะไรเหรอคะ
– Allora, sono questi qui.
เอาหล่ะ พวกมันคือสิ่งเหล่านี้ค่ะ
– Ricordate, nella lezione 26, nella lezione 26 abbiamo imparato i pronomi diretti.
พวกเธอจำได้ไหม ในบทเรียนที่ 26 ในบทเรียนที่ 26 พวกเราได้เรียนเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบตรงกันอ่ะค่ะ
– Vi ricordate? I pronomi diretti reggono il complemento oggetto.
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ พวกคำสรรพนามแบบตรง พวกมันจะต้องมีกรรมมารองรับด้วยอ่ะค่ะ
– Chi? Che cosa?
ที่มันจะตอบคำถามว่า ใคร หรืออะไร อ่ะค่ะ

– Ma, i pronomi diretti si usano con dei verbi che reggono il complemento oggetto.
พวกคำสรรพนามแบบตรงมันจะใช้กับพวกคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับค่ะ
– I pronomi indiretti, invece, si usano con i verbi intransitivi.
ส่วนพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรง จะใช้กับพวกคำกริยาที่ต้องบอกเป้าหมายของการทำอ่ะค่ะ
– Oddio, Veronica, che cosa sono i verbi intransitivi?
โอ้วพระเจ้า เวโรนิคา พวกคำกริยาที่ต้องบอกเป้าหมายของการทำ มันคืออะไรคะ
– Non vi spaventate!
พวกเธอไม่ต้องตกใจกันนะคะ!
– La grammatica non è così difficile!
หลักไวยากรณ์มันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ!
– Sono soltanto discorsi che facciamo tutti i giorni.
พวกมันก็คือคำสนทนาที่พวกเราพูดกันทุกๆ วันอ่ะค่ะ
– E semplicemente pensiamo un po’ a quello che diciamo, con la grammatica.
เอาแบบง่ายๆ นะคะ พวกเราก็แค่คิดถึงสิ่งที่พวกเราพูดกันทุกวันกับหลักไวยากรณ์ค่ะ
– Quindi i verbi intransitivi. Quindi, a chi? A che cosa?
ดังนั้น พวกคำกริยาที่ต้องบอกเป้าหมายของการทำ มันจะตอบคำถามว่า ไปที่ใคร หรือไปที่อะไรค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Quindi che reggono il complemento di termine. Che corrisponde a chi, a che cosa.
ดังนั้น มันจะบอกถึงเป้าหมายว่า ไปที่ใคร หรือไปที่อะไรอ่ะค่ะ
– Per esempio, allora un esempio importante.
ตัวอย่างเช่น เอาหล่ะ มันเป็นตัวอย่างนึงที่สำคัญทีเดียวค่ะ
– Allora l’altra volta abbiamo visto il verbo chiamare.
มาดูกันค่ะ ครั้งก่อนพวกเราได้เรียนคำกริยา chiamare การเรียก การโทร กันไปแล้วนะคะ
– Chiamare qualcuno, un verbo transitivo.
การโทรหาใครบางคน เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับประโยคค่ะ
– Cioè che regge il complemento oggetto.
คือจะต้องบอกว่า โทรหาใครอ่ะค่ะ แล้วคนฟังก็จะเข้าใจ ถ้าพูดแค่ว่า โทรหา ประโยคมันไม่สมบูรณ์ คนฟังก็จะงงค่ะ
– Oggi abbiamo visto il verbo telefonare.
วันนี้พวกเราได้เห็นคำกริยา การโทรศัพท์
– In questo caso hanno lo stesso significato, ma ricordate bene. Chiamare qualcuno, verbo transitivo.
ในกรณีนี้ 2 คำนี้มันมีความหมายเหมือนกันค่ะ แต่ว่าพวกเธอจำไว้ให้ดีนะคะว่า คำกริยา chiamare การเรียก ใครบางคน การโทร หาใครบางคน จะต้องมีกรรมมารองรับประโยคนะคะ คือต้องบอกว่าโทรหาใครค่ะ
– E ho bisogno dei pronomi diretti, lezione 26.
และฉันก็มีความจำเป็นที่ต้องจะใช้พวกคำสรรพนามแบบตรง ในบทเรียนที่ 26 อ่ะค่ะ
– Telefonare a qualcuno, pronomi indiretti, lezione 28.
คำกริยา telefonare การโทรศัพท์ไปที่ใครบางคน ต้องใช้คู่กับคำสรรพนามแบบไม่ตรง เรียนซ้ำได้ในบทเรียนที่ 28 ค่ะ
– Ricordate bene! Ok!
พวกเธอจำกันไว้ให้ดีนะคะ! โอเคนะคะ!
– Poi abbiamo visto il verbo regalare, qualcosa a qualcuno.
แล้วพวกเราก็ได้เห็นคำกริยา regalare ด้วย การให้ของขวัญ คือการให้ของบางอย่างกับใครบางคนอ่ะค่ะ
– Portare qualcosa a qualcuno.
คำกริยา portare การนำ การเอา คือการนำอะไรบางอย่างมาให้ใครบางคนค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Chiedere qualcosa a qualcuno.
คำกริยา chiedere การถาม คือถามอะไรบางอย่างกับใครบางคนค่ะ
– Dare qualcosa a qualcuno.
คำกริยา การให้ คือให้อะไรบางอย่างกับใครบางคน
– Piacere, ha bisogno dei pronomi indiretti.
คำกริยา piacere การชอบ คือมันจะต้องใช้คู่กับคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Vi ricordate? Lezione 18.
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ มันอยู่ในบทเรียนที่ 18 ค่ะ
– Nella lezione 18 io ho insegnato il verbo piacere, giusto, alla prima persona, per esprimere le preferenze, mi piace/ non mi piace.
ในบทเรียนที่ 18 ฉันได้สอนเกี่ยวกับคำกริยา piacere การชอบ ถูกต้องค่ะ ที่บุคคลแรก (ผู้พูด) เพื่อการแสดงออกถึงสิ่งที่ชอบ เช่น ฉันชอบ/ ฉันไม่ชอบ ค่ะ
– E adesso vediamo bene i pronomi indiretti, quindi non soltanto la prima persona come l’altra volta.
และตอนนี้พวกเรามาดูพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงแบบดีๆ กันอีกรอบค่ะ ดังนั้น มันจะไม่ใช่แค่กับบุคคลแรกแบบครั้งก่อนนะคะ
– Però rivedete la lezione 18.
อย่างไรก็ตาม พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 18 ซ้ำกันอีกนะคะ
– Consigliare qualcosa a qualcuno.
คำกริยา consigliare การแนะนำ คือแนะนำอะไรบางอย่างกับใครบางคนค่ะ
– Che cosa mi consigliate voi?
อะไรคือสิ่งที่พวกเธอจะแนะนำให้กับฉันคะ
– Offire qualcosa a qualcuno.
คำกริยา offrire การให้ฟรี คือการให้ของบางอย่างกับใครบางคนฟรีๆ ค่ะ
– Io gli offro dei dolci.
ฉันเลี้ยงขนมให้กับพวกเขาค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!

– Quindi questi sono degli esempi.
ดังนั้น พวกนี้คือตัวอย่างต่างๆ ค่ะ
– Io lo so che cosa pensate!
ฉันรู้ว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรกันอยู่ค่ะ!
– Abbiamo visto il verbo portare anche con i pronomi indiretti, perché in quel caso io dicevo, chi porta la torta?
พวกเราได้เห็นคำกริยา portare การนำมา การนำไป กับพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงกันไปแล้วนะคะ เพราะว่าในกรณีนั้น ฉันได้พูดไปว่า ใครนำขนมเค็กมาคะ
– La porto io.
ฉันนำมันมาค่ะ
– Che cosa porto? La torta.
ฉันนำอะไรมาคะ ขนมเค็กค่ะ
– Invece questa volta voglio sapere a chi porto che cosa.
สำหรับครั้งนี้ ฉันอยากจะรู้ว่า ฉันนำอะไรไปให้ใครค่ะ
– Per esempio, che cosa porti a tuo cugino?
ตัวอย่างเช่น เธอนำอะไรไปให้ลูกพี่ลูกน้องชายของเธอคะ
– Gli porto questo libro.
ฉันนำหนังสือเล่มนี้ไปให้เขาค่ะ
– Porto a lui questo libro.
ฉันนำไปให้เขา หนังสือเล่มนี้ค่ะ
– Infatti adesso vediamo i pronomi indiretti.
นี่ไงค่ะ ตอนนี้พวกเรามาดูพวกคำสรรพนามแแบบไม่ตรงกันค่ะ
– Un’altra cosa.
อีกอย่างนึงค่ะ
– Le prime due persone, si scrivono e si pronunciano allo stesso modo, rispetto ai pronomi diretti, lezione 26.
สองบุคคลแรก (ผู้พูดและผู้ฟัง) ก็จะเขียนและจะออกเสียงแบบเดียวกัน เมื่อเทียบกับคำสรรพนามแบบตรงในบทเรียนที่ 26 ค่ะ
– Diciamo sono uguali, ma non hanno la stessa funzione.
ก็พูดได้ว่า พวกมันเขียนและอ่านเหมือนกัน แต่ว่ามีการใช้งานไม่เหมือนกันค่ะ
– Perché in questo caso, mi significa a me.
เพราะว่าในกรณีนี้ mi หมายถึง a me มาที่ฉันค่ะ
– Per esempio, mi hanno telefonato.
ตัวอย่างเช่น พวกเขาได้โทรศัพท์มาหาฉันค่ะ
– Hanno telefonato a chi? A me!
พวกเขาโทรศัพท์ไปหาใครคะ มาหาฉันค่ะ!
– Bene!
ดีค่ะ!
– Quindi ti hanno telefonato.
ดังนั้น พวกเขาได้โทรศัพท์ไปหาเธอแล้ว
– A chi? A te!
ที่ใครคะ ที่เธอไงคะ!
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Perché telefonare ha bisogno del pronome indiretto.
เพราะว่าคำกริยา telefonare การโทรศัพท์ นั้นต้องการคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– E intranditivo. Ok!
คือต้องบอกว่า มีเป้าหมายไปที่ใครอ่ะค่ะ ok นะคะ!
– Però la terza persona fa la differenza.
แต่ว่าบุคคที่สามนั้น (คนที่เราพูดถึง) มันจะมีความแตกต่างค่ะ
– Che cosa porto a mio zio?
ฉันจะนำอะไรไปให้ลุงของฉันคะ
– Gli porto una bottiglia di vino.
ฉันจะนำไวน์ขวดนึงไปให้เขาค่ะ
– A chi? A lui!
ไปที่ใครคะ ไปที่เขาผู้ชายไงคะ!
– Che cosa porto a mia zia?
ฉันจะนำอะไรไปให้ป้าของฉันคะ
– Le porto una collana.
ฉันจะนำสร้อยคอไปให้เขาค่ะ
– A chi? A lei!
ไปที่ใครคะ ไปที่เขาผู้หญิงไงคะ!
– Questo vale anche per la forma di cortesia.
กฏนี้ ใช้ได้กับรูปแบบการพูดแบบสุภาพด้วยนะคะ
– Ricordate quando è forma di cortesia, di scriverlo con la lettera maiuscola.
พวกเธอจำกันได้ไหมคะว่า เมื่อมันอยู่ในรูปแบบสุภาพ จะต้องเขียนมันด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ค่ะ
– Va bene?
เข้าใจนะคะ
– Che cosa ci regalate? Per esempio.
พวกเธอให้ของขวัญอะไรกับพวกเราคะ ตัวอย่างค่ะ
– Vi regaliamo dei dolci.
พวกเราให้ขนมเป็นของขวัญกับพวกเธอค่ะ
– Quindi ci in questo caso significa a noi, vi in questo caso significa a voi.
ดังนั้น ci ในกรณีนี้หมายถึง a noi มาที่พวกเรา และ vi ในกรณีนี้หมายถึง a voi มาที่พวกเธอค่ะ
– La differenza, come ho detto, è sempre la terza persona, singolare e plurale.
ก็อย่างที่ฉันบอก ความแตกต่างมันจะอยู่ที่ บุคคลที่สาม ที่เอกพจน์และที่พหูพจน์เสมอค่ะ
– Allora, io ho detto, per esempio, che cosa gli regalo?
เอาหล่ะค่ะ ฉันได้พูดไว้ว่า ตัวอย่างเช่น ฉันจะให้ของขวัญอะไรกับพวกเขาดีคะ
– È il titolo di questa lezione.
มันคือชื่อเรื่องของบทเรียนนี้ค่ะ
– Che cosa regalo a loro?
ฉันให้ของขวัญอะไรกับพวกเขาคะ
– Plurale, bene.
พหูพจน์ หลายคนค่ะ ดีค่ะ
– Quindi in questo caso parlo di una famiglia di quattro persone con uomini e donne.
ดังนั้น ในกรณีนี้ ฉันพูดถึงครอบครัวนึง ที่มีสี่คน คือมีพวกผู้ชายและพวกผู้หญิงรวมกันค่ะ
– Ma, io ho detto, che cosa regalo alle amiche di mia cugina?
แต่ว่า ฉันได้พูดว่า ฉันจะให้ของขวัญอะไรกับพวกเพื่อนๆ ของลูกพี่ลูกน้องสาวของฉันดีคะ

– Quindi a mia cugina e alle amiche, ed è femminile plurale.
ดังนั้นกับลูกพี่ลูกน้องสาวของฉัน และกับพวกเพื่อนๆ สาว คือ เพศหญิงพหูพจน์ค่ะ
– Gli regalo, gli porto dei dolci.
ฉันจะให้ของขวัญกับพวกเขา ฉันจะนำขนมไปให้พวกเขาค่ะ
– Quindi gli, la buona notizia è che gli, si riferisce al maschile plurale e anche al femminile plurale.
ดังนั้นคำว่า gli ข่าวดีค่ะ คำว่า gli มันหมายถึง ไปที่เพศชาย พหูพจน์ และไปที่เพศหญิงพหูพจน์ค่ะ คำเดียวกันใช่ได้กับทั้งสองเพศเลย ถ้าเป็นพหูพจน์ค่ะ
– Ottimo!
เยี่ยมมาก!
– Però vi dico una cosa, questa è una semplice conversazione, quindi in questa conversazione io posso usare il pronome indiretto gli al maschile plurale e al femminile plurale.
แต่ว่า ฉันขอบอกอะไรอย่างนึงกับพวกเธอหน่อยค่ะ นี่คือการพูดคุยแบบกันเองนะคะ ดังนั้นในการสนทนานี้ ฉันก็สามารถใช้คำสรรพนามแบบไม่ตรงได้ คือ gli ที่ใช้กับเพศชายพหูพจน์และเพศหญิงพหูพจน์ค่ะ
– E in questo caso è accettato.
และในกรณีนี้ มันก็ใช้แบบนี้ได้ค่ะ
– Ma, se è un linguaggio formale, io dovrei dire, io regalo loro, o io porto loro dei dolci.
แต่ว่าถ้ามันเป็นภาษาสุภาพแบบเป็นทางการ ฉันก็ควรพูดว่า ฉันให้ของขวัญกับพวกเขา หรือว่า ฉันนำพวกขนมไปให้พวกเขา (ไม่ใช้ gli แต่ใช้ loro ค่ะ)
– Quindi loro, si usa in un linguaggio formale.
ดังนั้น จะใช้คำว่า loro ในภาษาพูดอย่างเป็นทางการค่ะ
– Gli, in un linguaggio informale come questo.
ใช้คำว่า gli ในภาษาพูดแบบกันเองแบบนี้ค่ะ
– Perché io sto parlando con voi, e io parlo di situazioni quotidiane, quindi non è necessario che dica “io regalo loro dei dolci”.
เพราะว่าฉันกำลังพูดอยู่กับพวกเธอ และฉันก็พูดถึงเหตุการณ์ประจำวัน ดังนั้น มันจึงไม่จำเป็นต้องพูดว่า “ฉันให้ของขวัญเป็นขนมกับพวกเขา” โดยใช้ loro ค่ะ
– Sarebbe un italiano un po’ troppo formale per questa situazione.
มันคงจะเป็นภาษาอิตาลีที่เป็นทางการมากเกินไปสักหน่อยสำหรับสถานการณ์นี้ค่ะ ถ้าใช้ loro
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Quindi questi sono i pronomi indiretti.
ดังนั้น สิ่งเหล่านี้คือพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Vi faccio un altro esempio.
ฉันจะให้เธอดูอีกตัวอย่างนึงนะคะ
– L’esempio della pizza.
ตัวอย่างเกี่ยวกับพิซซ่าค่ะ
– È molto buona, questo esempio funziona con i miei studenti e spero che funzioni anche con voi.
มันอร่อยมาก ตัวอย่างนี้มันใช้ได้ผลกับพวกนักเรียนของฉันค่ะ และฉันก็หวังว่า มันจะได้ผลกับพวกเธอด้วยนะคะ
– Per esempio: allora, io mangio la pizza.
ตัวอย่างเช่น เอาหล่ะ ฉันกินพิซซ่านั่น
– Che cosa? La pizza.
อะไรคะ พิซซ่าไงคะ
– Quindi io la mangio.
ดังนั้น ฉันกินมันค่ะ (la = พิซซ่า)
– Questo la, sostituisce la pizza.
คำว่า la นี้ ใช้แทนคำว่า พิซซ่าค่ะ
– Lezione 26, pronomi diretti.
บทเรียนที่ 26 คำสรรพนามแบบตรงค่ะ
– Rivedete la lezione 26.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 26 กันซ้ำนะคะ
– E anche la lezione 27, perché spiego i pronomi diretti, quindi complemento oggetto, con i tempi composti.
และก็บทเรียนที่ 27 ด้วยค่ะ เพราะว่าฉันอธิบายเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบตรง ที่มีกรรมมารองรับ และใช้กับช่วงเวลาต่างๆ ที่มันมีคำกริยา 2 คำติดๆ กันค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Qui vabbè, qua non ho scritto che l’esempio con i pronomi indiretti, magari lo scrivo adesso per non creare confusione, quindi pronomi indiretti.
ตรงนี้ อืม ตรงนี้ฉันไม่ได้เขียนเอาไว้ว่ามันเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรง ถ้างั้น ฉันขอเขียนมันตอนนี้เลย เพื่อจะได้ไม่สร้างความสับสน ฉันเขียนว่า คำสรรพนามแบบไม่ตรงค่ะ
– Un altro esempio con la pizza.
อีกตัวอย่างนึงเกี่ยวกับพิซซ่าค่ะ
– Io offro la pizza alla mia amica.
ฉันเลี้ยงพิซซ่าให้กับเพื่อนสาวของฉัน
– Io questo caso io voglio sapere, a chi offro la pizza?
ในกรณีนี้ ฉันอยากจะทราบว่า กับใครที่ฉันเลี้ยงพิซซ่าคะ
– Alla mia amica.
ให้กับเพื่อนสาวของฉันไงคะ
– Io le offro la pizza.
ฉันเลี้ยงพิซซ่าให้กับหล่อนค่ะ
– Quindi, questo le, femminile singolare, si riferisce alla mia amica.
ดังนั้น คำว่า le นี้ เป็นเพศหญิงเอกพจน์ มันหมายถึง ให้กับเพื่อนสาวของฉันค่ะ คนเดียวค่ะ
– Complemento di termine.
บอกว่ามีเป้าหมายไปที่ใครค่ะ
– Quindi soggetto io, verbo offro, che cosa? Complemento oggetto, la pizza.
ดังนั้น ประธานคือฉัน คำกริยาคือ เลี้ยง เลี้ยงอะไรเหรอคะ พิซซ่าค่ะ พิซซ่าเป็นกรรมในประโยคเพราะว่า โดนกินค่ะ
– A chi? Alla mia amica, complemento di termine.
ให้กับใครคะ ให้กับเพื่อนสาวของฉัน ส่วนอันนี้เรียกว่า complemento di termine เพราะมันบอกว่า มีเป้าหมายไปที่ใครค่ะ
– Io le offro la pizza.
ฉันเลี้ยงพิซซ่าให้กับหล่อนค่ะ
– Però che cosa mangio? La pizza.
แต่ว่า ฉันกินอะไรคะ พิซซ่าค่ะ

– Io soggetto, mangio, verbo, la pizza, complemento oggetto.
ฉันเป็นประธาน กินเป็นคำกริยา พิซซ่าเป็นกรรมที่โดนกระทำ คือโดนกินค่ะ
– E quindi uso il pronome diretto.
ดังนั้น ฉันจึงใช้คำสรรพนามแบบตรงค่ะ
– Con la pratica, vediamo un po’, impareremo di più.
กับการฝึกใช้ พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ พวกเราค่อยเรียนเพิ่มกันคราวหน้าค่ะ
– Lo so, però, per adesso non confondeteli, anche perché vi dico che anche molti italiani li confondono,
ฉันรู้ค่ะ แต่ว่าสำหรับตอนนี้ พวกเธออย่างงกันนะคะ ฉันพูดได้เลยว่า คนอิตาลีหลายคนก็ยังงงกับเรื่องพวกนี้เหมือนกันค่ะ
perché, come vi ho detto, le prime due persone al singolare e al plurale, si scrivono e si pronunciano allo stesso modo, sono identiche, ma cambia la terza persona, ed è li che sbagliano.
เพราะว่า ก็อย่างที่ฉันได้เคยบอกกับพวกเธอไปแล้วค่ะว่า สองบุคคลแรก (คือผู้พูดและผู้ฟัง) ในรูปเอกพจน์และในรูปพหูพจน์ พวกมันจะเขียนและออกเสียงเหมือนกันค่ะ แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ บุคคลที่สาม (คนที่เราพูดถึง) และตรงนี้คือสิ่งที่พวกเราใช้ผิดกันค่ะ
– Va bene… è così!
โอเคค่ะ… มันก็เป็นแบบนี้ค่ะ!
– Anche voi amici spagnoli fate attenzione, perché molti verbi che in italiano sono transiviti, in spagnolo sono intransitivi.
แล้วพวกเพื่อนๆ ชาวสเปนก็ด้วย พวกเธอระวังกันนะคะ เพราะว่าคำกริยาหลายคำในภาษาอิตาลี จะต้องมีกรรมมารับ แต่ว่าในภาษาสเปน พวกมันไม่ต้องมีกรรมมา
รองรับค่ะ
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Però, potete studiare la lingua sarda, ma questo è un corso di italiano per stranieri.
แต่ว่า พวกเธอสามารถเรียนภาษาซาร์เดนหย่ะกันได้นะคะ แต่ว่านี่คือหลักสูตรภาษาอิตาลีสำหรับคนต่างชาติค่ะ
– E quindi, cari amici italiani, questo è un corso di lingua italiana, non di lingua sarda, il mio accento è sardo, come il vostro è romano, milanese, Napolitano, ecc.
และดังนั้น เพื่อนชาวอิตาลีที่น่ารักทั้งหลายคะ นี่คือหลักสูตรภาษาอิตาลี ไม่ใช่ภาษาซาร์เดนหย่ะนะคะ สำเนียงของฉันมันเป็นแบบคนซาร์เดนหย่ะค่ะ ก็เหมือนกับพวกเธอที่มีสำเนียงแบบคนโรม แบบคนมิลาน แบบคนนาโปลิ และสำเนียงตามท้องถิ่นอื่นๆ อีกค่ะ
– Tra parentesi.
ในวงเล็บค่ะ (ก็เป็นที่รู้กัน อย่ามาเยอะให้เสียเวลาค่ะ)
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Quindi mi sa che abbiamo detto tutto, e adesso che cosa mi resta?
ดังนั้น ฉันคิดว่าพวกเราได้พูดกันไปครบหมดแล้วค่ะ และตอนนี้ยังเหลืออะไรอีกคะ
– Ah, poi abbiamo imparato anche tante parole nuove ed espressioni, per esempio “non vedo l’ora di rivedere i miei parenti”.
อ่า… แล้วพวกเราก็ได้เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ หลายๆ คำ และวิธีการพูดแบบใหม่อีกด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น
“ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นพวกญาติๆ ของฉันอีกค่ะ”
– Non vedo l’ora significa non posso aspettare.
ฉันไม่เห็นเวลา หมายถึง ฉันรอไม่ได้แล้วค่ะ
– Eee… sono molto contenta che non posso aspettare di rivederli.
เออออ… ฉันดีใจมากๆ ที่ฉันรอไม่ได้แล้ว ที่จะได้เจอกับพวกเขาอีกค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Quindi abbiamo imparato i pronomi indiretti, che si usano con i verbi intransitivi, nuove parole, tante cose, e adesso che cosa mi resta?
ดังนั้น พวกเราได้เรียนเกี่ยวกับพวกคำสรรพนามแบบไม่ตรง ที่พวกมันจะต้องใช้กับพวกคำกริยาที่บอกว่ามีเป้าหมายไปที่ใครอ่ะค่ะ เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ เรียนอื่นๆ อีกมากมาย และตอนนี้ยังเหลืออะไรอีกค่ะ
– Mi resta solo, eccomi qua, la valigia.
เหลือแค่ นี่ค่ะตรงนี้ค่ะ กระเป๋าเดินทางค่ะ
– Bene, la valigia da preparare.
ดีค่ะ กระเป๋าเดินทางที่จะต้องเอามาจัดเตรียมค่ะ
– Se volete, vi offro un caffè, prima di partire.
ถ้าพวกเธอต้องการ ฉันขอเลี้ยงกาแฟให้กับพวกเธอ ก่อนที่จะออกเดินทางค่ะ
– Altrimenti ci vediamo direttamente la prossima volta, continuate a seguirmi, su oneworlditaliano video.
ถ้าไม่งั้น พวกเราก็มาพบกันใหม่ในครั้งหน้าเลยค่ะ พวกเธอติดตามฉันกันต่อไปได้ที่ oneworlditaliano วิดีโอนะคะ
– Quindi – oneworlditaliano

ดังนั้น – oneworlditaliano

– Ciao a tutti e alla prossima!
สวัสดีค่ะทุกคน และพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ!
– Ciaoo!!
บ๊ายบายค่ะ!!

Risorse Di Italiano Online

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนคำว่า i pronomi indiretti แล้วก็ไปฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 44

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s