อยู่สวิสเซอร์แลนด์ : สุขภาพ, ความเป็นอยู่ดี และได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เธอคือ ดร.ธนภรณ์ โตโสภณ และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ ดร.ธนภรณ์ โตโสภณ ชื่อเล่นแอน (Dr Thanaporn Tohsophon – Ann)

ย้ายมาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เมืองหลวงเบิร์น (Bern)

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของ ดร.ธนภรณ์ โตโสภณ

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ครับ

ดิฉัน ดร.ธนภรณ์ โตโสภณ ชื่อเล่นแอนค่ะได้ย้ายมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ 10 ปีแล้ว ตอนอยู่ประเทศไทยดิฉันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและได้แต่งงานกับสามีชาวอิตาเลียนซึ่งเป็นนักวิจัย ที่มหาวิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ เราเดินทางไปๆมาๆหากันทุกๆ 3 เดือน เมื่อลูกอายุครบ 2 ขวบ ดิฉันจึงตัดสินใจลาออกจากงานและย้ายมาอยู่กับสามีในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันค่ะ ปัจจุบันดิฉันอยู่เมืองเบิร์นซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

พื้นเพของดิฉันเป็นคนอุตรดิตถ์ค่ะ เติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ พ่อมีอาชีพเป็นทหารและแม่เป็นข้าราชการครู พอดิฉันอายุได้ 12 ปี พ่อก็เสียชีวิต และอีก 5 ปีต่อมาแม่ก็เสียชีวิตอีกคน ดิฉันเติบโตมาจากการดูแลตนเอง ตัดสินใจชีวิตตนเองมาตั้งแต่เด็ก ดิฉันได้เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี และปริญญาโทด้วยความมุ่งมั่น จนสำเร็จการศึกษาและได้ทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ต่อมาก็ได้ทุนการศึกษาจากรัฐบาลมาเรียนต่อระดับปริญญาเอกและได้พบกับสามีขณะทำวิทยานิพนธ์ที่ประเทศเยอรมันค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ช่วยบอกเรางานของคุณเป็นอย่างไรครับและคุณพูดภาษาเยอรมันได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเยอรมันยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาเยอรมันจนเข้าใจได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหมครับ

หลังจากที่ดิฉันได้ย้ายมาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ 2ปีแรกดิฉ้นยังไม่ได้ทำงานค่ะ เพราะต้องเลี้ยงลูกเองและเรียนภาษาเยอรมัน เมื่อลูก 4 ขวบดิฉันได้เป็นนักวิจัยที่สถาบัน EPFL Neuchatel โดยได้รับการคัดเลือกให้รับทุนวิจัย MHV (Marie Heim Voetlig) จาก SNF (Swiss National Science Foundation) ซึ่งเป็นโครงการที่ให้นักวิทยาศาสตร์หญิงกลับมาทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์หลังจากที่มีการพักเบรคเนื่องจากการย้ายถิ่นฐานหรือการดูแลบุตร ดิฉันได้ทำวิจัยเกี่ยวกับแผ่นฟิล์มบางโปร่งใสและนำไฟฟ้าที่ใช้ในโซลาเซลล์ จากนั้นดิฉันก็เป็นนักวิจัยทางด้านซุปเปอร์คอนดักเตอร์ใน University of Bern ค่ะ

ปัจจุบันอาชีพนักวิจัยเของดิฉันป็นอาชีพเสริมนะคะ เพราะดิฉันมีธุรกิจส่วนตัว โดยเป็นพาทเนอร์กับบริษัทสัญชาติอเมริกาที่มีผลิตภัณฑ์ย้อนวัยระดับเซลล์เป็นนวัตกรรมต่อยอดมาจากงานวิจัย

anna1459.jeunesseglobal.com/ โดยเป็นทีมที่ปรึกษาให้นักธุรกิจค่ะ

และมีร้าน FaceLift without Surgery (Facebodylift.com)
ซึ่งเปิดบริการนวดยกกระชับใบหน้า ปรับหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม
ดิฉันสนับสนุนให้หญิงไทยในต่างประเทศมีรายได้เป็นของตนเองจึงเปิดสอนให้ผู้สนใจด้วยค่ะ

ดิฉันยังเป็นครูอาสาโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดศรีนครินทรวราราม สอนภาษาไทยสำหรับผู้ใหญ่และสอนกศน. (การศึกษานอกโรงเรียน)ให้ชาวไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

สำหรับภาษาดิฉันใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสารอาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ที่ดิฉันเป็นนักวิจัย จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ดิฉันคิดว่าภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ค่อนข้างยากค่ะ เมืองที่ดิฉันอยู่พูดภาษาเยอรมัน แต่เมืองที่ดิฉันไปทำงานในช่วงแรก พูดภาษาฝรั่งเศส ที่บ้านดิฉันพูดกัน 3 ภาษาคือ ไทย อิตาเลียนและภาษาอังกฤษค่ะ เลยทำให้ดิฉันใช้ภาษาเยอรมันน้อยมาก แต่ดิฉันก็ไม่ได้ทิ้งภาษาเยอรมันนะคะ พอพูด อ่าน เขียนได้ ในระดับหนึ่งค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวิสเซอร์แลนด์ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ดิฉันคิดว่าคนไทยและคนสวิสมีลักษณะนิสัยต่างกันมาก คนไทยเป็นคนง่ายๆ สบายๆ โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ไม่ตรงเวลา ส่วนคนสวิสเป็นคนจริงจัง ไม่อลุ่มอล่วย ตรงเป็นนาฬิกา และส่วนใหญ่ไม่รู้จักการให้ คนไทยที่มาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ต้องปรับตัวมากค่ะ โดยเฉพาะเรื่องการตรงต่อเวลา และการยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น ตอนที่ดิฉันมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ใหม่ๆ ก็ยอมรับว่าเครียดค่ะ ต้องปรับตัวเยอะมาก

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหมอย่างไร

เมืองที่ดิฉันอยู่คือเมือง Bern ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีคนไทยอยู่เยอะค่ะ ทั้งประเทศมีคนไทยอยู่ประมาณ 30,000 คน ดิฉันคิดว่าคนไทยที่มาอยู่ที่นี่มีหลากหลายมาก มีพื้นฐานครอบครัวและการศึกษาต่างๆกัน บางคนก็มีชีวิต ความเป็นอยู่ดี แต่ส่วนใหญ่มีชิวิตที่ไม่ค่อยสบายนัก อันนี้ขึ้นกับว่าสามีเป็นอย่างไรด้วยนะคะ

โดยพื้นฐานแล้วคนสวิสมีอัตราการหย่าร้างสูงมาก มักอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว และมีความเครียดสูง หญิงไทยหลายคนที่เผชิญกับปัญหาการหย่าร้างนี้ก็มักจะมีชีวิตที่ไม่สุขสบายนักเพราะต้องทำงานเหาเลี้ยงตัวเอง และยังต้องส่งเงินไปจุนเจือครอบครัวที่ไทยอีก และมีรายจ่ายสาระพัด ค่าครองชีพที่นี่สูงมากค่ะ

ดิฉันคิดว่าหลายๆคนมีความเครียดในการใช้ชีวิตอยู่ในสวิสนะคะ อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา ภาษาก็ไม่เก่ง และต้องทำตามกฎระเบียบที่เคร่งครัดมากๆอีก แต่เรื่องความปลอดภัยในชีวิต หลักประกันทางสังคม และเงินสวัสดิการช่วยเหลือต่างๆจากรัฐบาลนี่แหละค่ะ ที่ทำให้หลายๆคนยังต้องการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อ

อะไรที่คนสวิตเซอร์แลนด์ชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างไร ผู้หญิง สวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างไร

คนสวิสชอบธรรมชาติและกีฬาค่ะ ที่นี่มีกีฬาหลากหลายมาก อาจเป็นเพราะลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อมาก ดิฉันมักเห็นบ่อยๆที่จะมีการรวมกลุ่มไปเดินเขา ปั่นจักรยาน หรือวิ่ง คนสวิสจึงมีรูปร่างสมส่วน ไม่ค่อยอ้วน

คนสวิสนิยมของ Made in Switzerland มากค่ะ เค้าเชื่อมั่นในคุณภาพของที่ทำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

แต่สิ่งที่ดิฉันรู้สึกหดหู่ใจมากก็คือการอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวของชาวสวิส เมื่อลูกโตขึ้นก็จะย้ายออกจากบ้านไปอยู่ตามลำพัง พ่อแม่ก็อยู่กันเอง นานๆก็ไปมาหาสู่กันที หากลูกอยู่ด้วยในชายคาบ้านเดียวกัน ก็มักแยกเป็นสัดส่วน และบางครอบครัวก็คิดค่าเช่าบ้านกับลูกด้วย

เมื่อพ่อแม่อายุเยอะขึ้นก็ไปย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา และเสียชีวิตที่นั่น หลายๆคนขณะทำงานมีเงิน ก็จะเก็บเงินส่วนหนึ่ง เพื่อจะไปจ่ายให้บ้านพักคนชราในอนาคต ชาวสวิสไม่เคยคิดที่จะให้ลูกหลานมาดูแลเหมือนคนไทยค่ะ ซึ่งต่างกับครอบครัวไทยโดยสิ้นเชิง แต่ดิฉันว่ามันเศร้านะ เหมือนกับเป็นความล้มเหลวของสถาบันครอบครัวเลย

นี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนสวิสเครียด เพราะการแยกกันอยู่ จะไม่มีใครคอยปลอบโยน ไม่มีใครคอยให้กำลังใจ เพราะดิฉันเชื่อว่าสถาบันครอบครัวเป็นตัวเยียวยาที่ดีในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตค่ะ

ค่าครองชีพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพในสวิตเซอร์แลนด์สูงมากค่ะ เป็นอันดับหนึ่งของโลกเลย ทุกอย่างแพงหมด ดิฉันคิดว่าอาหารที่ผลิตในสวิสไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ นี่แหละค่ะที่แพงเกินไป อาจเป็นเพราะต้นทุนในการผลิตสูง แต่เมื่อเทียบกับอาหารที่ผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน ราคาต่างกันลิบลับ จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อไปซื้อตุนอาหารจากประเทศเพื่อนบ้านค่ะ

สำหรับของที่มีคุณค่าเหมาะสมกับราคาสำหรับดิฉันแล้วตอนนี้ยังไม่เจอค่ะ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของ การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อดีการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือ
1.การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ความสวยงามของภูมิประเทศ แค่ออกจากบ้านไปก็ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามนี้แล้วค่ะ
2. ความปลอดภัยในชีวิตรวมถึงรัฐสวัสดิการต่างๆที่รัฐให้กับประชาชน
3.รายได้ประชากรต่อหัวซึ่งถ้ารู้จักเก็บก็เป็นเศรษฐีย่อยๆได้ถ้ากลับไปอยู่เมืองไทย

สำหรับข้อเสียในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คือ
1.ไกลบ้าน ไกลครอบครัว
2.ครอบครัวเดี่ยว มีความเครียดสูง
3.เพื่อนน้อย

ในมุมมองของคุณคุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนสวิตเซอร์แลนด์อะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ดิฉันมองว่าเรื่องเงินและความไม่เข้าใจกันนี่แหละค่ะ คือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ คนไทยโดยเฉพาะหญิงไทยมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่ไทยมาก ต้องส่งเงินกลับไปช่วยเหลือจุนเจือพ่อ แม่ พี่น้องที่ไทยเป็นประจำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวสวิสและคนยุโรปชาติอื่นไม่เข้าใจ ซึ่งนี่อาจเป็นปัญหาได้

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันยังมีน้องชายอีก 1 คนที่อยู่ไทยค่ะ อย่างที่เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้น พ่อกับแม่ของดิฉันเสียชีวิตตั้งแต่ดิฉันยังเด็ก ตอนนี้ก็เหลือเพียงป้าอีก 1 คนที่ดิฉันยังดูแลอยู่ ดิฉันคิดถึงครอบครัวที่ไทยมาก ตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวทุกปีค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์โดยทั่วไปครับ

ดิฉันมีความรู้สึกปลอดภัยที่อยู่ในประเทศนี้ค่ะ ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คนส่วนใหญ่ซื่อสัตย์และไม่เอาของของคนอื่น ถนนหนทาง ป้ายต่างๆ สำหรับการคมนาคมก็ทำไว้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยมากค่ะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สิ่งที่ดิฉันรักคือการท่องเที่ยวผจญภัย เปิดโลกทัศน์ใหม่ ได้เข้าใจวิถีชีวิตและผู้คนมากยิ่งขึ้น และเป็นการชาร์จพลังงานให้กับตัวเองค่ะ ยามว่างดิฉันชอบอ่านหนังสือ แต่ในยุคนี้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นอ่านจากโทรศัพท์มือถือแทน เพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ ต่างก็ปิดตัวลงจากวิถีชีวิตคนที่เปลี่ยนไปค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันชอบมากคือการเข้าป่าหาเห็ด มันสนุกมากค่ะ เวลาเจอเห็ดทีเหมือนเจอขุมทรัพย์เลยค่ะ เป็นการคลายเครียดที่ดีด้วย

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่สวิสเซอร์แลนด์ จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่คิดว่าการแต่งงานกับชาวต่างชาติจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น ซึ่งดิฉันก็อยากแนะนำว่าชีวิตของหญิงไทยที่อยู่ที่นี่ไม่ได้งดงามเหมือนที่คิดไว้นะคะบางคนทำงานหนักมาก ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน ต้องอยู่อย่างอดทน เรียกว่าหน้าชื่น อกตรมเลยละคะ ถ้าได้สามีที่มีฐานะ ชีวิตก็สบายหน่อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนชนชั้นกลาง และหลายคนค่อนข้างขี้เหนียวด้วย ทุกอย่างหาร 2 หมดแม้กระทั่งค่าเช่าบ้าน ไม่ได้รับผิดชอบเลี้ยงดูเราอย่างชายไทยนะคะ และที่สำคัญอัตราการหย่าร้างของชาวสวิสสูงมากค่ะ ประมาณ 40% เลยทีเดียว ต้องเตรียมใจกับจุดนี้ด้วยค่ะ

Facebodylift.com

anna1459.jeunesseglobal.com/

 

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ย้ายไปอยู่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

หาคู่ชาวต่างชาติ

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

One thought on “อยู่สวิสเซอร์แลนด์ : สุขภาพ, ความเป็นอยู่ดี และได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s