ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงไทยและผู้ชายนอร์เวย์-ผู้ชายนอร์เวย์เป็นอย่างไร

แขกรับเชิญของเราที่อยู่ในประเทศนอร์เวย์ได้พูดถึงข้อดีข้อเสียของการความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงไทยและผู้ชายนอร์เวย์และเกี่ยวข้องกับผู้ชายนอร์เวย์เป็นอย่างไร

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

Pol.sen.sgt.maj. Pariyapon Panruk (ดอกไม้เหล็ก) – เมือง: Stranda ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

เกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ในความคิดของดิฉันเท่าที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการแชร์ประสบการณ์ และให้คำปรึกษาคนไทยที่อาศัยที่นอร์เวย์ ปัญหาที่มีพบในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวนอร์เวย์ การสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน 100% ทำให้เป็นความยากมากขึ้นเป็นสองเท่ากับใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างชาวไทยกับชาวนอร์เวย์ วัฒนธรรมที่ต่างกันทำให้เกิดปัญหาสังคมไทยเป็นสังคมครอบครัวใหญ่อยู่ร่วมกัน และลูกทุกคนต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงดูแลพ่อแม่ สอนให้มีความกตัญญูตอบแทนบุญคุณ เพราะสวัสดิการของรัฐให้การช่วยเหลือไม่เพียงพอถ้าบางคนที่มาอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์แล้วค้องส่งเงินเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวที่ประเทศไทยก็จะลำบาก ทำงาน ทำงานและทำงาน จนเกิดปัญหาความไม่เข้าใจชาวไทยค่ะ

ผู้หญิงไทยอาศัยที่ขั้วโลกเหนือ ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนประเทศนอร์เวย์

ผู้ชายชาวนอร์เวย์มีลักษณะนิสัยสุขุมเยือกเย็น จิตใจดีและเป็นสุภาพบุรุษ มีความรับชอบ รักความเป็นส่วนตัวและชอบอิสระค่ะ สำหรับดิฉันเองที่เลือกใช้ชีวิตกับผู้ชายชาวนอร์เวย์เพราะความบังเอิญ หรือฟ้าลิขิตให้แฟนมาได้พบ และเจอะที่สถานที่ทำงานจากการพูดคุยศึกษาดูใจ องค์ประกอบที่เราเข้ากันได้คือมีความชอบคล้ายๆกัน เรามีการศึกษาดีพอที่จะคุยกันรู้เรื่อง และมีเหตุผลรับฟังกัน ช่วงอายุที่ห่างกันประกอบแฟนผ่านประสบการณ์ชีวิตรักและมีครอบครัวมาก่อน จึงทำให้เข้าใจชีวิตดี เราต่างพร้อมที่จะศึกษาความแตกต่างกันและกันทั้งเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา แฟนรักประเทศไทย อาหารไทย นิสัยความมีน้ำใจของคนไทย ดิฉันคิดว่าผู้ชายนอร์เวย์เหมาะสมที่จะเลือกเป็นคู่ชีวิต

จากที่ได้เรียนรู้หรือพบเห็นเคยได้ยินมา ปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างทำให้มีปัญหากันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายชาวนอร์เวย์1.ปัญหาอาหารการกิน คนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั้นจะชอบทำอาหารไทยกินเองและมีกลิ่นแรงด้วยเครื่องเทศทำให้มีปัญหากันแต่บางครอบครัวยอมรับมีภรรยาไทยก็จะดีใจและมีความสุขกับภรรยาที่มาอาศัยต่างประเทศก็สามารถทำอาหารไทยกินได้ 2.ความเป็นส่วนตัว อิสระทางด้านเงินเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคลต่างคนก็ต่างทำงานเก็บเงินใช้ส่วนตัว ส่วนใช้จ่ายในบ้านก็แชร์ช่วยกัน เพราะส่วนมากวัฒนธรรมไทยจะให้ภรรยาเป็นึนเก็บและบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆในครอบครัว 3.วัฒนธรรมไทยสอนให้มีกตัญญู ลูกต้องดูแลพ่อแม่และครอบครัว จึงต้องทำงานและส่งเงินกลับไทยเพื่อดูแลครอบครัวพ่อแม่ เพราะสวัสดิการที่รัฐช่วยเหลือไม่มี ในตามแก่เฒ่าลูกต้องปรนบัติดูแลพ่อแม่ ซึ่งวัฒนธรรมและสวัสดิการแตกต่างกันกับชาวนอร์เวย์

วัฒนธรรมดินแดนสุดขอบโลก (ประเทศนอร์เวย์)ที่แตกต่างจากวัฒนธรรมไทย

คุณ ดอกอ้อสาวบาร์ดอทคอม – อาศัยอยู่ที่: เมือง: Brumunddal ประเทศนอร์เวย์ (Norway) – มาจาก: เกิดที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

อาจจะอยู่ที่ภาษาค่ะ ที่สาวส่วนมากไม่ค่อยใช้เวลาเรียนรู้นิสัยใจคอให้ ดี ก่อนตัดสินใจมา ที่นี้คนต่างชาติเขาก็คนมีเลือดเนื้อ โกธร โมโหเป็น ไม่ได้ต่างจากคนชาติไหนๆ จะมาด้วยจุดประสงค์ใดอ้อก็อยากให้ ดูให้ดีๆ อย่ามา แค่เพียงฐานะของฝรั่งเขาดี คิดว่าตัวเองจะสบาย ทุกคนหวังในจุดนี้ อ้อทราบดี รักคนที่เขาหากินเป็น ดูแลเรายามป่วยไข้ ช่วยเหลือให้กำลังใจคือข้อสำคัญที่ คนทั้ง2ชาติควรมีแก่กัน อ้อเริ่มที่ความเป็นเพื่อน มันก็เลยไม่ได้มากมายอะไร ขอแค่เข้าใจ ไม่ตบตีเรา ให้เกียรติเรากับลูก ก็คงเพียงพอแล้ว ปัญหาจะไม่เกิดหากเราแก้ไขถูกจุด อยากได้ อยากดีกันทุกคน อยู่ที่เราจะเอาส่วนไหนออกมาใช้กับคู่ชีวิต เราต้องมีเป้าหมาย
มีการวางแพลน อย่าอยู่ใช้ชีวิตไปวันๆ เก็บออม ค่าอะไรบิลมาก็ต้อง จ่าย อย่าทิ้งภาระให้กับใครเพียงคนเดียว เรือจะไปถึงฝั่งหากเราสองคนช่วยกันพาย

ชีวิตคู่จะประสบผบสำเร็จ อนาคตตัวอ้อเอง อ้อไม่ทราบ อ้อทราบแต่ว่าอ้อมีความสุขกับปัจจุบันที่เป็นอยู่ค่ะ

เสน่ห์นอร์เวย์ .. เมืองแห่งความเสมอภาค อารยธรรมและธรรมชาติอันงดงาม

คุณ Mia Thanchanok – อาศัยอยู่ที่: เมือง: ออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ (Norway) -มาจาก: จังหวัดนครราชสีมา

ผู้ชาย​นอร์เวย์​ใน​มุม​ของ​ตัวเอง​และ​ที่​เจอ​มา​ทั้ง​จาก​ครอบครัว​ที่​เคย​อาศัย​อยู่​และ​ที่​ทำ​งาน​นะคะ…. จะ​ค่อนข้าง​ขี้อาย.. ไม่​ค่อย​กล้า​พูด.. แต่​ถ้า​ได้​รู้จัก​แล้ว​จะ​nice มาก​ๆ​ค่ะ.. ค่อนข้าง​สุภาพ… มี​มารยาท​

ความ​สัมพันธ์​ที่​เป็น​ปัญหา​ใหญ่​คือ​สำหรับ​ตัวเอง​คือ​ใน​เรื่อง​ภาษา​และ​วัฒนธรรม.. เพราะ​มัน​แตกต่าง​กัน​มาก​ๆ.. ทำให้​บางครั้ง​ความ​เห็น​ไม่​ตรงกัน.. การ​ไม่​พูด​คุย​กัน​ทำให้​เกิด​ปัญหา​ใหญ่​ขึ้น​ไป​อีก​ค่ะ​

ช่วงเวลาพิเศษที่จับต้องได้ผ่านรูปถ่ายในออสโล ประเทศนอร์เวย์

คุณ Manilla Larsen – อาศัยอยู่ที่: เมือง: (Hokksund) ประเทศนอร์เวย์ – มาจาก: อุดรธานี

ในความคิดของดิฉันปัญหาที่มีขึ้นหรือเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ หรือคู่รักระหว่างชาวไทยกับชาสนอร์เวย์นั้น คือความคาดหวังที่สูงเกินไปในความสัมพันธ์ของเรา ไม่ใช่ทุกคู่ที่ได้ได้สามีที่ตามใจเรา (happy wife happy life) และก็ไม่ใช่ว่าภรรยาจากเอเชียทุกคนที่จะคอยเป็นแต่ช้างเท้าหลัง เป็นแม่บ้าน หรือจะดูแลลูกและสามี
บางคนบางคู่ความสัมพันธ์ในช่วงแรกๆดีไปหมด แต่พอช่วงหลังๆมาเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่รู้จักกันดีพอ รับตัวตนที่แท้จริงของกันและกันไม่ได้ จากความรักหวานแหววไม่มีการพัฒนาเป็นความรักที่ดีและสมบูรณ์ ( just in love, than over, never next level to be true love) บางคนบางความสัมพันธ์มองชีวิตคู่เหมือนเกมส์ หาแต่คนรวยๆหล่อๆ โพร์ไฟล์ หรูๆเริ่ดๆมีแต่ความปลอมแปลงในความสัมพันธ์ บางคนบางคู่มองความสัมพันธ์เป็นเพียงแค่ธุรกิจ บางคนมองว่าถ้าได้แฟนแก่กว่ารวยกว่า หน้าที่การงานดี ถือว่าดีแล้วฉันมีที่พึ่ง ผู้ชายบางคนก็เสาะแสวงหาภรรยาที่อ่อนกว่าตัวเอง ขยันขันแข็ง กระตือรือล้น รักครอบครัว ทำงานเก่ง เพื่อว่าเมื่อวันหนึ่งเขาจะได้มีที่พึ่งเหมือนต่างฝ่ายต่างหาประโยชน์จากกัน

ทำไมดิฉันมองว่าความคาดหวังที่สูงเกินไปในความสัมพันธ์เป็นปัญหา เพราะว่าสภาพสังคมของชาวนอร์เวย์นั้นมันถูกสร้างมาด้วยกฎหมายที่ระบุว่าคู่สมรสมีหน้าที่รับผิดชอบต่อกัน ดูแลซึ่งกันและกัน แต่ชีวิตสมรสของชาวไทยมันคือผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง คู่สมรสในนอร์เวย์จะใช้บัญชีร่วมกัน ใช้จ่ายร่วมกัน หรือไม่ก็บัญชีของใครของมัน
แต่คู่สมรสชาวไทยส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นฝ่ายที่ทำงานนอกบ้านแต่เงินเดือนจะต้องให้ภรรยาเป็นคนดูแล ดังนั้นหากคู่สมรสระหว่างสาวไทยกับสามีชาวนอร์เวย์ต่างมีแนวความคิดเรื่องการเงินที่แตกต่างกันแบบนี้ ปัญหาในคู่สมรสก็จะเกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะถ้าคุณคาดหวังว่าสามีคุณจะเข้าใจในจุดนี้และคุณจะได้เป็นดูแลเงินเดือนของเขาด้วยแล้ว คุณยิ่งจะผิดหวังมาก และต่างฝ่ายต่างผิดหวังในกันและกัน ในส่วนของชาวนอร์เวย์บ่อยครั้งที่ดิฉันจะได้ยินคือพวกเขาเบื่อหน่ายเหลือเกินที่ผู้หญิงชาวนอร์เวย์พูดถึงความเสมอภาคในชีวิตสมรส ทำให้พวกเขารู้สึกถูกกดขี่ หมดความแมนเพราะต้องทำทุกอย่างรับผิดชอบทุกอย่างด้วยกัน เช่นเรื่องงานบ้านหรือการดูแลลูก พวกเขาจริงเสาะแสวงหาหญิงสาวชาวไทยหรือเอเชียมาเป็นคู่สมรส ด้วยที่ภรรยาที่มาจากเมืองไทยหรือเอเชียมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนมากกว่าภรรยาชาวนอร์เวย์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย มีบ้างที่เป็นความจริงว่าพวกเขาผิดหวังจากภรรยาชาวนอร์เวย์ เหมือนกันกับภรรยาชาวไทยที่ผิดกับสามีคนไทยที่เจ้าชู้ ใช้ความรุนแรง เพราะฉะนั้นคู่สมรสในแต่ละคู่ควรปรับระดับความคาดหวังตรงนี้ มองหาความจริงใจ ความรัก ความหวังดีต่อกันมาเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตคู่ค่ะ อย่าคาดหวังในเงินตรา สิ่งของ ความสุขความสบายที่เขาจะให้ หรือเขาเองก็อย่าคาดหวังว่าเราจะเป็นภรรยาที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนและยอมเขาตลอดเวลา อย่าหลอกตัวเองหรือยอมโดนหลอมกับความจอมปลอม คำหวาน คำสัญญาที่ไร้ซึ่งความจริงใจความหวังดี อย่ามองหาผลประโยชน์ในตัวเขา เพราะเขาเองก็มองหาผลประโยชน์จากตัวคุณเช่นกัน

โอกาสดีที่ได้รับ เมื่อมาอยู่นอร์เวย์

ผู้ชายนอร์เวย์ก็เป็นเหมือนผู้ชายทั่วไปตามโซนยุโรปค่ะ มีทั้งคนดี ไม่ดี เจ้าชู้ ไม่เจ้าชู้ปะปนกันไปค่ะ ลักษณะโดยส่วนใหญ่ของผู้ชายชาวนอร์เวย์หรือชาวนอร์สเขาก็จะมีรูปร่างกายสูง ใหญ่ ผิวขาว ผมบลอนด์ ตาสีฟ้าหรือสีน้ำข้าวที่คนไทยเรียกกัน แต่ถ้าเป็นนอร์เวย์ที่เป็นลูกผสมก็จะมีสีผิวและสีตาที่เปลี่ยนไปค่ะ โดยส่วนใหญ่ชาวนอร์เวย์เป็นคนที่รักสงบ มีอิสรภาพทางด้านต่างๆเยอะแยะมันจึงเป็นผลให้ผู้คนชาวนอร์เวย์มีลักษณะบุคลิกภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้ชายชาวนอร์เวย์ก็เช่นกัน พวกเขาจะมีบุคลิกภาพแตกต่างออกไป ลักษณะนิสัยก็เช่นกันค่ะ โดยส่วนตัวดิฉันชอบลักษณะนิสัยผู้ชายชาวนอร์เวย์ ถึงแม้ว่าดิฉันจะมองว่าดิฉันประสบความสำเร็จในชีวิตคู่น้อยมาก ดิฉันผ่านการหย่าร้างและผ่านความสัมพันธ์ในรูปแบบคู่รักมาหลายครั้ง (3ครั้ง) มันจึงไม่ง่ายเลยสำหรับดิฉันที่ตอบว่าผู้ชายชาวนอร์เวย์เหมาะไหมกับผู้หญิงไทยที่จะเลือกพวกเขามาเป็นคู่ชีวิต เพราะคำว่าคู่ชีวิตเป็นคำสั้นๆที่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ และมีหลากหลายเหตุผลมาประกอบกัน การเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายชาวนอร์เวย์หรือจากประเทศอื่นๆ
สำหรับดิฉันแล้วดิฉันมองหาผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่รักดิฉันที่ดิฉันเป็นดิฉัน ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความจริงใจและซื่อสัตย์ให้กับดิฉัน ผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนช่วยคิด ช่วยทำและช่วยให้ทุกวันๆที่เรามีกันและกันเป็นวันที่ดีขึ้น เป็นวันเรามีความสุขมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กันและกัน ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่ดีหรือแย่ก็ตาม ดังนั้นดิฉันแนะนำง่ายๆว่าใช้เวลาศึกษากันดีๆก่อนจะตัดสินใจใช่ชีวิตร่วมกัน เพราะการใช้ชีวิตคู่เป็นศิลปะของแต่ละคู่จริงๆค่ะ มันไม่มีคำตอบที่แน่นอนเลยในเรื่องนี้

ปัญหาที่ผู้หญิงไทยและชายชาวนอร์เวย์เจอบ่อยคือวัฒนธรรมการดูแลครอบครัว โดยส่วนมากชาวไทยจะให้การช่วยเหลือทางการเงินในครอบครัว และเป็นการดูแลที่ต่อเนื่องและบางคนดูแลครอบครัวไปตลอดชีวิต ซึ่งในวัฒนธรรมของนอร์เวย์จะช่วยในระดับหนึ่ง หรือในบางโอกาส ดังนั้นเมื่อชายชาวนอร์เวย์ที่คิดจะใช้ชีวิตคู่กับชาวไทยก็จะเจอปัญหานี้บ่อยมาก บางคู่สามารถรับมือได้แต่บางคู่ถึงต้องเลิกลากันไปเลย

วัฒนธรรมเรื่องการตรงต่อเวลา คนไทยจะมีปัญหาเรื่องนี้มากค่ะ คนนอร์เวย์โดยปกติเป็นคนตรงต่อเวลามาก และถ้าเป็นมารยาทในการทำงานในการนัดหมายแล้วมาก่อนเวลาสัก 5-10 นาทีถือว่าเป็นมารยาทที่ดี ส่วนคนไทยนั้นสาย 10 นาทีถือว่าให้อภัย แต่ถ้าสายกว่านี้มากจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นทันทีค่ะ เช่น ถ้าคนไทยสาย 10 นาที คนนอร์เวย์มาก่อน 10นาที ถือว่าเขารอคนไทยเป็นเวลา 20 นาที ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นปัญหาไปโดยทันที และหากปัญหาเหล่านี้ไม่มีการแก้ไขมันก็จะเป็นปัญหายืดเยื้อทันที และสำหรับคู่รักแล้วมันทำให้ปัญหาแบบนี้เป็นปัญหาที่น่าเบื่อหน่ายเลยทีเดียว

ปัญหาตัวที่สาม คือปัญหาการจัดระเบียบเข้าของภายในบ้าน อาจจะฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่จะกลายมาเป็นปัญหาจุกจิกสำหรับคู่รักหลายๆคู่เลยทีเดียว ยิ่งถ้ามีแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่เจ้าระเบียบ ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นเรื่องจุกจิกที่ไม่จบไม่สิ้นโดยทันที ซึ่งคนไทยเราชินกับการมีบริเวณเปิดโล่ง มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ที่สำหรับบ้านในนอร์เวย์นั้นมีพื้นที่จำกัด และบางบ้านยังมีเพื่อนบ้านแบบฝาชนฝากันเลยทีเดียว มันจึงเป็นสาเหตุให้ชาวนอร์เวย์ต้องจัดบ้านให้เป็นระบบระเบียบเพราะพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดนั้นเอง

ภาษาใจสำคัญในวัฒนธรรมที่แตกต่าง

คุณ ดิว – อาศัยอยู่ที่: เมือง: เชสโมโครเชส (Skedsmokorset) ประเทศนอร์เวย์ – มาจาก: กรุงเทพฯ

จริงๆเรื่องความโรแมนติกเนี่ย จะบอกว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลมากกว่านะคะ จะบอดว่าอะไรคือปัญหาก็ไม่เชิงเพราะคนไทยด้วยกันเองบางทีก็ไม่โรแมนติก หรือคนนอร์ชกับคนนอร์ชก็อาจจะไม่โรแมนติก

แต่ถ้าพูดถึงความโรแมนติกในรูปแบบของการแสดงความรักอย่างเปิดเผย ที่แตกต่างกันอาจจะเพราะ คนนอร์ชสามารถจุ๊บปากกันเบาๆในที่สาธารณะ กอดกัน แสดงความรักต่อกันได้แบบไม่มีคนอื่นมาจ้องมองสนใจ เพราะวัฒนธรรมของเค้าเป็นแบบนั้น แต่ด้วยความที่คนไทยโดนสอนมาว่า เราจะเก็บอาการกิริยาการแสดงออก คนไทยเลยค่อนข้างจะระมัดระวังต่อการแสดงความรักในที่รโหฐานนะคะ

อีกอย่างตั้งแต่สมัยโบราณมาผู้หญิงไทยจะถูกสอนให้สงบเสงี่ยมเรียบร้อย เลยทำให้หลายๆคนไม่ชินกับกาจแสดงอารมณ์หรือพูดเรื่องรักใคร่โรแมนติกต่อกัน แต่ใช้การกระทำในการดูแลครอบครัวให้เป็นตัวแสดงออกมากกว่า

แต่โดยส่วนตัว ดิวเป็นคนโรแมนติก และสามีก็เช่นกัน ดิวถือว่าการทำอะไรกุ๊กกิ๊กต่อกัน มันสร้างความตื่นเต้น และความสดชื่นให้กับชีวิตค่ะ เราสองคนก็เลยทำอะไรน่ารัก เซอร์ไพรส์กันอยู่บ่อยๆ

การบอกรัก การกอด แสดงความรักทั้งคำพูดและร่างกายก็ทำตลอด เพราะดิวคิดเสมอว่า ชีวิตคนเรามันสั้น จะจากกันเมื่อไหร่ไม่รู้ วันนี้ยังมีลมหายใจ ยังบอกรักกันได้ ดิวก็ทำมันให้เต็มที่ค่ะ แล้วสามีก็ชอบมีความสุขด้วย

ดิวไม่ได้โรแมนติกเฉพาะกับครอบครัวนะคะ กับครอบครัวที่ไทย ไม่ว่าจะคุณแม่และน้องๆ รวมไปถึงเพื่อนสนิท ดิวก็บอกรัก และทำอะไรเซอร์ไพรส์ดีๆให้พวกเค้าเหมือนกันค่ะ เค้าจะได้รู้ว่าเรารัก ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอกค่ะ

จาก Business development เปลี่ยนมาเป็น นักพัฒนาเด็กที่นอร์เวย์

คุณ Nuna – อาศัยอยู่ที่: เมือง: ออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ -มาจาก: กรุงเทพฯ

ผู้ชายก็มีทั้งดี และไม่ดีปะปนอยู่ทั่วไปทุกประเทศนะคะ ถ้าเอาตามที่เห็นชัดๆ ผู้ชายนอร์เวย์มักช่วยภรรยาทำงานบ้าน และเลี้ยงลูกค่ะ แต่ก็เคยได้ยินว่า บางคนไม่เอาถ่าน ไม่ทำอะไรเลย วันๆ นั่งดูทีวี เล่นเกม ดื่ม บ้างก็เป็นคนหลายใจ บ้างก็ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ จนต้องหนีออกจากบ้าน ก็มีให้เห็นหลายเคส บ้างถึงขั้นฆ่ากันตายก็มี(สามีนอร์เวย์กับภรรยาไทย)
ผู้ชายที่นี่บ่นจะเลิก ก็เลิกเลยนะคะ พวกเค้าจะไม่ทน ถ้าอยู่กันแล้วไม่มีความสุข ก็ไม่ต้องอยู่ มีสาวไทยหลายคนต้องถูกส่งตัวกลับไทย เพราะขณะนั้นพวกเค้ายังไม่มีวีซ่าถาวรค่ะ

ดิฉันจะไม่เปรียบเทียบนะคะ เพราะแต่ละคนมีการแสดงออกที่แตกต่างกันค่ะ
ขอพูดโดยรวมถึงการแสดงความรักของคนประเทศนอร์เวย์ การแสดงความรักของคนนอร์เวย์จะเป็นแบบเปิด รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาอย่างนั้น จะไม่มาเก็บมุบมิบไว้ เช่น เค้าจะชอบสัมผัสกัน กอดกัน เดินจับมือกัน ลูบหัว ลูบไหล่ แบบจริงใจให้ได้ถึงความรัก ความรู้สึก ความใกล้ชิดกัน โดยไม่จำกัดอายุและเพศ หรือพ่อและแม่อยู่ๆ อยากจะเข้ามากอด มาหอมลูกได้ตลอดเวลา คือ มันรู้สึกได้ถึงความรักที่อุ่นได้แบบจริงใจน่ะค่ะ

การใช้ชีวิตในออสโล นอร์เวย์

ครูต้อย – อาศัยอยู่ที่: ประเทศนอร์เวย์ – มาจาก: พิษณุโลก

ผู้ชายนอร์เวย์ จะชอบอยู่กับครอบครัว ถ้าลูกยังเล็กๆ ก็จะใช้เวลาหลังเลิกงานในการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆของเด็ก เช่น รับส่งลูก งานวันเกิด เล่นดนตรี กีฬาต่างๆ นอกจากนี้ ยังต้องช่วยลูกทำการบ้าน ฉะนั้นผู้ชายนอร์เวย์จะต้องมีส่วนร่วมเต็มตัวกับการสร้างครอบครัว เวลาจะถูกผูกขาดไปกับครอบครัว

ความแตกต่างระหว่างคนไทยและคนนอร์เวย์ โดยทั่วไปก็จะเป็นเรื่องวัฒนธรรมและภาษา ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องใหญ่เมื่อคนไทยต้องโยกย้ายอพยพมาอยู่ต่างประเทศ และโดยเฉพาะย้ายมาเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว

การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่จะเป็นไปได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ถ้าเราเอา ” ความรัก” ซึ่งกันและกันมาวางตรงกลาง เจอกันคนละครึ่งทางระหว่างภาษาและวัฒนธรรม โดยให้เวลาซึ่งกันและกัน แค่นั้นดิฉันว่าความโรแมนติกก็จะจุดประกายทันที

“ความเข้าใจ”ซึ่งกันและกัน บางครั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษามองตากันก็จะเข้าใจกันว่าอีกฝ่ายชอบหรือไม่ชอบ

พอใจหรือไม่พอใจและมีความรู้สึกอย่างไร

ในวัฒนธรรมของไทยเรา จากการอบรมสั่งสอนเด็กเราจะไม่ชอบให้เด็กมองหน้าและสบสายตา เพราะถือว่าไม่สุภาพ ฉะนั้นเด็กผู้หญิงไทยจะไม่มีประสบการณ์ในการใช้สายตาในการสื่อสาร ไม่กล้าแสดงความรู้สึกผ่านสายตา แต่เมื่อโตเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว ผู้ชายไทยก็จะใช้วิทยายุทธ์นี้จีบสาว และเด็กสาวก็จะหลงรักทันที หรือรู้สึกว่าถูกจีบ และคิดว่าผู้ชายแสดงความรักอย่างจริงจังแล้ว

แต่ในวัฒนธรรมของประเทศนอร์เวย์เด็กจะต้องมองผู้ใหญ่ เมื่อถูกอบรมสั่งสอน คนนอร์เวย์จะสื่อสารทางสายตาจากผู้ปกครองถึงลูกๆ และครูก็สั่งสอนและตักเตือนนักเรียนโดยการสื่อสารในการมองหน้ากัน ตอบรับกัน และในเรื่องของความโรแมนติก จะไม่เป็นปัญหา ถ้าคนไทยเข้าใจ “วัฒนธรรม การใช้สายตา”ถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ กับคนในครอบครัวและคนรอบข้าง ก็จะทำให้ความสัมพันธ์และความใกล้ชิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความสุขก็จะตามมา ปัญหาก็จะน้อยลงค่ะ

คนนอร์เวย์ส่วนใหญ่จะเป็นคนโรแมนติก เพราะพวกเขาจะชอบอยู่กับธรรมชาติ รักบ้านและครอบครัว พวกเขาจะแต่งบ้านให้เป็นวิมานของพวกเขา มีความเป็นส่วนตัวสูง นั่นคือมีเวลาให้ครอบครัว พวกเขาจะภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณีของเขามาก โดยเฉพาะ “วันชาติ” และเทศกาลต่างๆ จะยึดถือถ่ายทอดให้เด็กๆ และในช่วงพักร้อนและวันหยุดคนนอร์เวย์ก็จะพาครอบครัวไปพักผ่อนบนเขา เล่นสกี ทำกิจร่วมกันในครอบครัว

“โรแมนติก ” ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นระหว่างหญิงกับชาย แต่สามารถใช้ได้กับทุกคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด เพียงแต่เราเอาใส่ใจให้ความผูกพันใกล้ชิด มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างสิ่งที่ดีมีความสุขให้กันและกัน นั่นคือ โรแมนติกที่แท้จริงแล้วค่ะ

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพิษณุโลกสู่ประเทศนอร์เวย์

 

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนรูปของสถานที่ Pixabay

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s