บทความ: อยากไปทำงานญี่ปุ่นควรทำอย่างไร

มีคำถามมากมายจากผู้ติดตามเพจและบล็อก เกี่ยวกับกับเรื่องการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ผมจึงได้เชิญคุณ Aoy มาช่วยเขียนบทความและช่วยตอบคำถามเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจทุกท่านครับ ผมขอเรียกบทความพิเศษเหล่านี้ว่า “คุณอ้อยตอบคำถาม”

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ Aoy Rattiya

ย้ายมาอยู่ประเทศจีน (China)

บทความ: อยากไปทำงานญี่ปุ่นควรทำอย่างไร
••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ใครที่ฝันอยากมาทำงานในประเทศญี่ปุ่น หรือ กำลังมองหาประสบการณ์ในต่างแดนนั้น และมีความพร้อมและคุณสมบัติในทักษะและอาชีพตามเงื่อนไขที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการ ดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีในการเดินออกจาก comfort zone เพื่อมาเจอความท้าทายใหม่ๆ

การทำงานต่างประเทศเราควรไปแบบถูกกฏหมาย เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของตัวเอง เนื้อหาทั้งหมดที่นำมาเสนอเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ขอให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจที่จะไป และอย่าลืมว่า “ภาษา” ก็เป็นอึกหนึ่งปัจจัยหลักในการไปทำงานต่างประเทศ

การทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมีข้อจำกัดมากมาย เช่น การหางาน การเช่าอะพาร์ตเมนต์ที่อาจจะยังไม่ได้มีการเปิดกว้างให้คนต่างชาติมากนัก แต่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานและอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจ้างงานและเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพพร้อมทักษะในการทำงานและภาษาที่ดีมาเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน

และด้วยปัญหานี้จึงทำให้รัฐบาต้องเร่งแก้ไขปัญหา และได้มีการกำหนดนโยบายใหม่เพื่อการว่าจ้างแรงงานชาวต่างชาติและพิจารณาการขยายโอกาสเพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่น

ความเตรียมพร้อมของประเทศญี่ปุ่นในการรับชาวต่างชาติมาทำงาน จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ได้มีความพยายามในการปรับปรุงความพร้อมทางด้านต่าง ๆ ภายในประเทศเพื่อรองรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงข้อสอบวัดระดับทางภาษาญี่ปุ่น โดยมีแผนจะเพิ่มข้อสอบชุดใหม่เข้ามาเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการจะทำงานอย่างแท้จริง

และล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแบบใหม่สำหรับแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง หรือ Specified Skills tokutei ginou) ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2019 ซึ่งก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับสถานะของวีซ่าแบบใหม่ เรามาทำความรู้จักกับวีซ่าแบบเดิมที่ใช้กันอยู่แล้วในปัจจุบันกันก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับวีซ่าได้ดียิ่งขึ้น

วีซ่าที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ประเภท:
1. Working Visa (วีซ่าทำงาน)

2. Non-working Visa (วีซ่า (ที่ไม่ใช่) ประเภททำงาน)

3. Family-related Visa (วีซ่าติดตามครอบครัว)

ในกรณีที่ถือวีซ่าทำงานอยู่และได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น จะได้รับอนุญาตให้เลือกระหว่างวีซ่าทำงานหรือวีซ่าสมรสอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

สำหรับผู้ที่ต้องการได้วีซ่าทำงาน จะต้องจบการศึกษาและมีทักษะความรู้ในระดับสูง การที่จะได้ผู้สปอนเซอร์วีซ่านั้น ผู้สมัครจะต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือมีประสบการณ์ในประเภทงานที่ทำอยู่

❖ วีซ่าทำงาน : แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่
———————————–
วีซ่าประเภทนี้สำหรับผู้ที่ทำงานในหน่วยงานของเอกชนต่าง ๆ ได้แก่

1. Engineer/Specialist in Humanities/ International Services (วิศวกร/ ผู้เชี่ยวชาญในด้านมนุษยชน/ หน่วยงานด้านบริการระหว่งประเทศ) ผู้สมัครต้องจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หรือมีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี ในสองประเภทแรก และมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี หรือมีวุฒิการศึกษารับรอง สำหรับประเภทสุดท้าย

2. Intra-company Transferee (ย้ายมาประจำสำนักงานจากต่างประเทศ) เป็นวีซ่าที่มีเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องเคยทำงานในสำนักงานที่ต่างประเทศมาแล้วมากกว่า 1 ปี

3. Skilled Labor (ทักษะแรงงาน) ต้องมีประสบการณ์การทำงาน 3-10 ปีขึ้นไปในประเภทที่เกี่ยวข้อง

4. Business Manager (ธุรกิจ) ต้องมีหลักฐานการเงินสำหรับดำเนินกิจการในประเทศญี่ปุ่น

Highly-Skilled Professional (วีซ่าสำหรับทักษะระดับสูง เริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2012 สำหรับผู้ที่มีความสามารถระดับสูงขึ้นไป
ประเภทของวีซ่านี้สำหรับผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้าน เช่น นักหนังสือพิมพ์, ผู้สื่อข่าว, อาจารย์, ศิลปิน
ในประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีวีซ่าสำหรับพนักงานเสิร์ฟ, ช่างทำผม, สไตลิสต์, งานก่อสร้าง เป็นต้น

❖ วีซ่า (ที่ไม่ใช่) ประเภททำงาน) Non-working Visa
————————————
วีซ่าประเภทนี้สำหรับ นักเรียน, ผู้ติดตาม, ผู้ฝึกหัดงาน เป็นต้น (คู่สมรส/ บุตรของพลเมืองที่มีวีซ่าทำงาน/ วีซ่านักเรียนในประเทศญี่ปุ่น) สามารถทำงานได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมง เมื่อได้รับอนุมัติจากตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทราบก็คือ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทนี้จะไม่สามารถเข้าฝึกงานหรือใช้สิทธิแบบวีซ่าท่องเที่ยวได้

❖ วีซ่าติดตามครอบครัว Family-related Visa
————————————
วีซ่าประเภทนี้ จะเป็นของคู่สมรสหรือบุตรของพลเมืองญี่ปุ่น หรือผู้ที่ถือวีซ่าระยะยาว เป็นต้น วีซ่านี้ไม่ได้มีกฎข้อห้ามในเรื่องของการทำงานและมีอิสระในการทำงานที่ถูกกฎหมายทุกประเภท

❖ วีซ่าสำหรับแรงงานเฉพาะทาง: Specified Skills/ tokutei ginou
——————————–
แบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ

1. วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 ( Specified Skills No.1) เป็นแบบที่ได้ขยายเวลาการพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 ปี (แต่ไม่สามารถพาครอบครัวมาอยู่ได้) ต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่น เป็นวีซ่าสำหรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถึง 14 สาขา เช่น การเกษตร, งานพยาบาล, ก่อสร้างเรือ, งานบริการ เป็นต้น สามารถต่อวีซ่าได้ หรือถ้ามีทักษะที่พัฒนาอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ก็สามารถขอยื่นสมัครวีซ่าทักษะเฉพาะทาง 2 ได้

2. วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 2 (Specified Skills No.2 ) อันนี้เป็นแบบที่เพิ่มเข้ามาสำหรับแรงงานที่มีทักษะระดับสูงกว่าแบบแรก เงื่อนไขในการทำวีซ่าประเภทนี้ จะต้องผ่านการสอบวัดผลต่าง ๆ ตามสายอาชีพที่ทำอยู่ โดยข้อดีของวีซ่าตัวนี้ก็คือ จะได้รับอนุญาตให้ต่ออายุวีซ่าได้ไม่จำกัด และอนุญาตให้ครอบครัวเดินทางมาอาศัยในประเทศญี่ปุ่นได้ ซึ่งเป็นอีกโอกาสที่จะได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอย่างถาวรด้วยเช่นกัน
นอกจากวีซ่าทำงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนก็คือ การพัฒนาความพร้อมในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีการจ้างชาวต่างชาติมาทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพอีกด้วย

ด้วยวีซ่าแบบใหม่ที่จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในปีหน้านี้ น่าจะส่งผลให้มีสายงานอีกมากมายที่จะกลายมาเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หลังจากการแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่อาจจะตามมาก็คือ การแข่งขันกันแย่งงานระหว่างชาวต่างชาติและชาวญี่ปุน มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือก็คือ การจัดการเรื่องของจำนวนชาวต่างชาติที่จะเปิดรับเข้ามาให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานภายในประเทศด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งงานกันของคนต่างชาติและคนญี่ปุ่นในอนาคต รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การจัดการระบบต่าง ๆ ด้านสังคมเพื่ออำนวยสะดวกให้กับชาวต่างชาติ พร้อมทั้งปรับปรงคุณภาพของระบบการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นซึ่งถือว่าสำคัญมาก ๆ เช่นกัน

อุตสาหกรรมธุรกิจอาหาร
•••••••••••••••••••••••
อุตสาหกรรมธุรกิจอาหารอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายใหม่นี้ คุณสามารถได้วีซ่าสำหรับงานทำอาหารต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการได้วีซ่าตัวนี้ก็มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง เพราะคุณจะต้องมีทักษะที่สูงในด้านการทำอาหารต่างประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น จะต้องเป็นเมนูที่ไม่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น คงไม่ใช่งานสำหรับครัวในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแฟรนไชส์อาหารจีนของบริษัทญี่ปุ่นที่ขายราเม็งหรือติ่มซำ หรือแม้แต่แกงกะหรี่ที่มีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่อาจจะต้องตั้งเป้าหมายไปที่ร้านอาหารต่างชาติ เช่น ร้านอาหารอินเดีย ร้านอาหารไทย

ประสบการณ์การทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับวีซ่านี้ คุณต้องมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในร้านอาหารต่างประเทศ นอกจากนี้ยังต้องมีใบรับรองการจ้างงานเป็นหลักฐาน มาถึงตรงนี้ เริ่มรู้สึกแล้วใช่มั้ยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติผ่านเงื่อนไขของวีซ่านี้

ในส่วนของการทำงานในร้านอาหาร วีซ่าทำงานประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น วิศวกร/ ผู้เชี่ยวชาญในด้านมนุษยชน/ หน่วยงานด้านบริการระหว่งประเทศ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ดังนั้น วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพนักงานในร้านอาหารต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการ

เมื่อพูดถึงการขาดแคลนแรงงานในร้านอาหาร เจ้าของกิจการได้จ้างชาวต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนและวีซ่าติดตามมาช่วยเติมเต็มแรงงานในส่วนนี้ได้ แต่ก็ยังติดปัญหาที่ว่า คนเหล่านี้สามารถทำงานได้เพียงแค่ 28 ชั่วโมงต่ออาทิตย์เท่านั้น ดังนั้น ร้านอาหารหลายแห่งจึงต้องหาวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

การสมัครและเงื่อนไขการขอวีซ่าสำหรับ Working Holiday ของญี่ปุ่น มีคุณสมบัติ 8 ประการที่ผู้ขอต้องมีจึงจะสามารถยื่นขอวีซ่า Working Holiday ของญี่ปุ่นได้ คุณสมบัตินั้นมีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เป็นพลเมืองหรือผู้อยู่อาศัยที่อาศัยอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีข้อตกลงกับญี่ปุ่น

2. มีอายุระหว่าง 18-30 ปี (อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเทศหรือภูมิภาค)

3. มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการพักผ่อน

4. ไม่มีเด็กหรือผู้ติดตาม

5. ต้องมีหนังสือเดินทางที่ถูกต้องตลอดระยะเวลาที่คุณอยู่และตั๋วเครื่องบินไปกลับ (หรือมีเงินพอที่จะซื้อตั๋ว)

6. มีเงินพอที่จะใช้ชีวิตในช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังจากมาถึงญี่ปุ่น

7. มีสุขภาพแข็งแรง

8. ไม่เคยได้รับวีซ่า Working Holiday มาก่อน

ควรตรวจสอบคุณสมบัติเหล่านี้ให้ถี่ถ้วนเนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะมาจากประเทศใดก็ตาม

ตัวอย่างงานที่สามารถทำงานได้ใน Working Holiday ของญี่ปุ่น

มีสายอาชีพบางอย่างที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานด้วยวีซ่า Working Holiday ของญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น โฮสต์หรือโฮสเต็ส (พนักงานบริการแขกตามผับ-บาร์) เป็นต้น

ไม่มีข้อจำกัดอื่น ๆ รวมถึงเวลาทำงาน ยกเว้นข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตรฐานแรงงาน คนจำนวนมากที่มาญี่ปุ่นด้วยวีซ่า Working Holiday มักทำงานเเป็นครูสอนภาษาของตนเองกันค่ะ ตัวเลือกยอดนิยมอื่น ๆ ได้แก่ ร้านอาหาร พนักงานโรงแรม และผู้ช่วยตามร้านค้า เนื้อหาการทำงานแตกต่างกันไป เช่น การทำความสะอาดและการบริการลูกค้า การติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศ และการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสัมมนาออนไลน์ที่ถ่ายทอดจากญี่ปุ่นไปต่างประเทศค่ะ

——————————-
หากท่านใดมีคำถามเพิ่มเติม. สามารถเขียนคำถามของคุณไว้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้ค่ะ 👇
——————————-
ขอบคุณข้อมูลจาก: Japan info
นำเสนอบทความโดย: Rattiya.r

คุณ Aoy Rattiya

เพิ่มเติม

ท่านใดมีคำถามสามารถถามได้

บทความจากคำถาม: เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ – คุณ Aoy Rattiya

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ

One thought on “บทความ: อยากไปทำงานญี่ปุ่นควรทำอย่างไร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s