ข้อดีและข้อเสียของการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนอร์เวย์

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

คุณ Nuna

ย้ายมาอยู่เมือง: ออสโล (Oslo)

มาจาก กรุงเทพฯ

ข้อดี

อากาศ-ธรรมชาติ สวย สะอาด บริสุทธิ์ หายใจโล่งปอด และปลอดโปร่ง
สวัสดิการสังคม จ่ายภาษีแพงแล้ว อะไรดีๆ ก็ตามมาค่ะ เช่น ทุกคนที่ทำงานจ่ายภาษีจะได้รับบำนาญ, หากใครตกงานและอยู่ในข้อกำหนดของรัฐ ก็จะได้เงินช่วยเหลือรายเดือนในกำหนด, มีเงินคนป่วยด้วย, หรือใครป่วยบ่อย หาหมอบ่อยเกินวงเงินที่เค้ากำหนดใน 1 ปี ก็จะได้ส่วนลดเพราะรัฐให้ความช่วยเหลือ, พ่อได้สิทธิ์หยุดงานเลี้ยงดูลูกอ่อนได้ด้วย เป็นต้น
ความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ เพศ ผิว ชาติเผ่าพันธุ์ หรือตำแหน่งหน้าที่การงานใดๆ เช่น เงินเดือนของพนักงานทำความสะอาด พนักงานห้างร้าน เด็กเสิร์ฟ(ที่ไม่ใช่ร้านเอเซีย) มีเงินเดือนที่ดีพอๆ กับพนักงานออฟฟิตเลย หรือมากกว่าก็มี

ข้อเสีย

งานหายากมากๆ คนนอร์เวย์แท้ๆ ยังตกงานกันมาก งานประจำก็หาได้ยาก หลายที่รับสมัครแบบแบ่งเปอร์เซนต์กัน เช่น รับสมัครพนักงาน 30%, 50%, 70% ฯลฯ คือมันจะแบ่งซอยเพื่อให้รับพนักงานได้หลายๆ คน อาทิตย์นึงทำ 2- 3 วัน บ้างเป็นต้น
จ่ายภาษีราคาสูง 30% กว่า ของเงินเดือน พอสลิปเงินเดือนออกมา ดูยอดภาษีจ่ายแล้วลมแทบจับทุกที ด้วยความเสียดาย
ค่าครองชีพสูง แต่ถ้าอยู่แบบประหยัดๆ ก็สามารถอยู่ได้ คือ ซื้ออาหารมาทำกินเองที่บ้านทุกวัน จะประหยัดเงินได้เยอะมากๆ

การใช้ชีวิตในออสโล นอร์เวย์

คุณ ดิว

อาศัยอยู่ที่: เมือง: เชสโมโครเชส (Skedsmokorset) ประเทศนอร์เวย์

มาจาก: กรุงเทพฯ

ข้อดีข้อเสียนี่คือขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคนนะคะ ความคิดจะแตกต่างกัน ดิวขอยกตัวอย่างละกันนะคะ

ข้อดี
รู้สึกปลอดภัย ถึงแม้ว่าที่นอร์เวย์จะมีปัญหาการลักขโมยบ้าง หรือมีการทำร้ายกัน แต่ถ้าเทียบกับที่ไทยแล้ว ที่นี่ก็ยังรู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่มากๆค่ะ ไปไหนดึกดื่น เดินเที่ยวในป่า ก็ยังสามารถทำได้แบบไม่ต้องคอยเดินห่วงหน้าภะวงหลัง ความกดดันและความระแวงน้อยกว่ามากๆ

อากาศและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ นอร์เวน์เป็นประเทศที่รักษาธรรมชาติและความสมดุลได้ดีมาก ประชากรให้ความสนใจและรักษา คนนอร์ชชอบไปอยู่บ้านพักตากอากาศในวันหยุด บางที่ไม่มีไฟฟ้าด้วยซ้ำ ทางรัฐบาลก็ดูแลและอนุรักษ์ธรรมชาติได้ดีค่ะ ตื่นเช้ามาเจออากาศสดชื่น สูดหายใจแบบเต็มปอด มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีพลังมากขึ้น

ขับรถดีมีมรรยาทและเคารพกฏจราจร ต้องชื่นชมเลยว่า ที่นอร์เวย์ขับรถกันดีมากๆ และมีน้ำใจต่อกัน และกฏหมายจราจรที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดมาก ดังนั้นทุกคนต้องช่วนกันดูแลและประคองใบขับขี่ให้ดีค่ะ หากพลาดไปปัญหาเกิดขึ้นได้ทันที ขับรถเร็วโดนปรับและยึดใบขับขี่ เมาแล้วขับโดนยึดใบขับขี่ ทุกคนจึงเคารพกฏและพยายามทำให้ดีค่ะ

ข้อเสีย
รถบัสมาเป็เวลา ถ้าใครไม่ทีรถหรืออยู่ไกล ชีวิตจะลำบากนิดนึง เพราะที่นอร์เวย์รถมาเป็นเวลาและบางที่นานๆมาที บาที่มาถี่แต่ขับอ้อมโลก พอตกดึกหารถได้น้อยและสายรถไม่มากเหมือนบ้านเรา ยังดีที่รถจะมาค่อนข้างตรงเวลา ดังนั้นจะไปไหนมาไหนต้องเช็ครถ ต้องเผื่อเวลาให้ดีค่ะ

วินเตอร์ต้องกลายเป็นตัวละครในดิสนีย์ออนไอซ์ในนอร์เวย์ ใช่ค่ะที่นอร์เวย์หนาวและหิมะเยอะ พอมีหิมะทีพ่อคุณแม่คุณเอ๊ย หิมะมาพอไถ พอแข็ง พื้นกลายเป็นน้ำแข็ง ขับรถ เดินนี่คือ สวมวิญญาณเอลซ่ากันเลยทีเดียวค่ะ ต้องใช้ตัวช่วยใต้รองเท้าไว้เกาะหิมะเวลาเดิน รถก็ต้องค่อยๆขับ ขับๆอยู่บางทีเห็นรถคันหน้าหมุนติ้วๆออกถนนไป เราคนขับตามเหงื่อท่วมค่ะถึงข้างนอกรถจะ -15 องศาก็ตามที โอยย ตื่นเต้นมากค่ะ

หมอพบตัวยากยิ่งกว่าเจมส์ บอนด์ 007 ที่สติเลอะเลือน และหวานเย็นยังกับหมีขาวจำศีล คือระบบการรักษาของที่นอร์เวน์นี่คือ ช้าม่กิหากป่วยจะไปเจอหมอเลยไม่ได้ ต้องโทรเข้าชิงคิว แถมได้ยากได้เย็น ครั้งไหนป่วยมีบุญหนุนนำก็จะได้คิวค่ะ แต่พ่อคุณแม่คุณทั้งหลายใจเย็นสุดๆ ไม่เป็นไรรอดูอาการ รักษาธรรมชาติ ไม่ให้ยานี่คือคำตอบสุดฮิต และบางครั้งบางคราว หมอจะวินิจฉัยโรคเราไม่ถูก หรือต้องเปิดกูเกิ้ลเป็นตัวช่วย และส่วนมากเราควรจะพิจารณาอาการของเราไปก่อนหรือโทรคุยกับหมอที่ไทย แล้วค่อยไปบอกหมอนอร์เวย์ค่ะ ดังนั้นถ้าไม่จำเป็น จะไม่ค่อยไปเจอหมอกันค่ะ ไปแล้วนอกจากไม่หาย ยังอารมณ์เสียด้วย แต่จริงๆหมอเก่งก็มีค่ะ แต่ช้าค่ะ

จาก Business development เปลี่ยนมาเป็น นักพัฒนาเด็กที่นอร์เวย์

คุณ Manilla Larsen

อาศัยอยู่ที่: เมือง: (Hokksund) ประเทศนอร์เวย์

มาจาก: อุดรธานี

ข้อดีของการใช้ชีวิตในนอร์เวย์

สวัสดิการทางสังคมดี มีการคุ้มครองผู้ป่วยที่ดี ในกรณีของดิฉันที่มีลูกสาวที่เกิดมาพิการตลอดชีวิต การอยู่ที่นอร์เวย์ทำให้ดิฉันและลูกสาวได้รับความสะดวกสบายมากมายในการดำรงชีวิตที่นี่

สังคมของนอร์เวย์เป็นสังคมที่สอนให้เราต้องช่วยเหลือตัวเอง วันรุ่นส่วนมากเมื่ออายุราวๆ 18 ปีพวกเขาจะย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ไปศึกษาต่อ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ตรงนี้ดิฉันเห็นด้วยมันทำให้วัยรุ่นหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่เรียนรู้การสร้างชีวิตมาด้วยตัวเอง เพราะการดำรงชีวิตมันศิลปะและเป็นศิลปะของแต่ละบุคคล และหลายๆคน ค้นหาตัวเองจนเจอได้ทำงานที่ตัวเองรัก ได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ถึงแม้จะมีค่อนข้างเยอะที่หาตัวเองไม่เจอแต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตที่ตัวเองลิขิตเองได้ และก็มีบางส่วนที่ล้มเหลวติดยาเสพติด ติดเหล้าและเป็นพวกเร่ร่อนไร้ที่อยู่อาศัย แต่ดิฉันก็ถือแนวทางการดำเนินชีวิตด้วยตัวเองนี้ว่าเป็นข้อดีค่ะ และทำให้แต่ละบุคคลต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยตัวของเขาเอง

ชีวิตการทำงาน ชีวิตการทำงานในนอร์เวย์เป็นชีวิตที่ดี มีกฎหมายแรงงานที่เข้มแข็งรองรับ มีการจ่ายค่าแรงเป็นรายชั่วโมง มีกฎหมายการลาคลอดรองรับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้วมันเป็นอะไรที่แตกต่างมาก หลายๆคนที่มาจากเมืองไทยพอใจในตรงนี้และคงจะเห็นด้วยกับดิฉัน ด้วยที่ว่าที่นอร์เวย์จ่ายค่าแรงเป็นรายชั่วโมงทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังศึกษาอยู่สามารถรับจ็อบ part time ไปด้วยได้ ซึ่งที่เมืองไทยทำได้แค่งานที่ทำกันช่วงหลังเลิกเรียนเท่านั้น ทำให้นักศึกษาต้องทำงานหนักกว่านักศึกษาของนอร์เวย์และค่อนข้างที่จะบั่นทอนสุขภาพของตัวเอง และกฎหมายแรงงานที่เข้มแข็งทำให้ชีวิตการทำงานในวัยทำงานเป็นชีวิตที่ดีมีคุณภาพ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนกฎหมายลาคลอดและอยู่บ้านเลี้ยงลูกบอกเลยว่าดีมากๆ สำหรับคนไทยที่ย้ายมาอยู่นอร์เวย์มีเงินเดือนคุณแม่รองรับ เด็กๆได้สวัสดิการเด็ก เพราะช่วงปีแรกๆของชีวิตคุณแม่หรือคุณพ่อได้รับโอกาสในการเลี้ยงดูลูกน้อยเป็นอย่างดี ครอบครัวอบอุ่นเป็นครอบครัวที่มีสมรรถภาพ แต่ที่เมืองไทยกฎหมายลาคลอดแย่มากทีเดียว ทำให้มีช่องว่างระหว่างแม่และเด็กหรือพ่อและเด็กมากมาย ยิ่งถ้าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวด้วยแล้วทำให้ชีวิตในวัยทำงานของคนไทยหนักหน่วงเลยที่เดียว ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีกฎหมายใหม่ที่เข้ามาช่วยเหลือจุดนี้ก็ตาม

ข้อเสียของการใช้ชีวิตในนอร์เวย์

ห่างไกลครอบครัวที่โตมาด้วยกัน หลายคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่จะแต่งงานติดตามสามีมา แรกๆพวกเราต้องห่างจากลูก (ถ้ามีลูกและผ่านการแต่งงานมาก่อน) และจากคนที่รัก เพื่อนสนิทมา สภาพอากาศที่ร้อน อาหารร้านค้าที่สะดวกสบายหาซื้อได้ตามข้างถนน พอย้ายมาที่นอร์เวย์ สิ่งเหล่านี้หายากที่เดียวที่นอร์เวย์ มันทำให้หลายๆคนเกิดอาการห่อเหี่ยว หดหู่ใจ เหงา หลายคนเป็นต่อเนื่องทำให้มีอาการเป็นโรคซึมเศร้าเลยทีเดียว สังคมนอร์เวย์เป็นสังคมเดี่ยวๆด้วย ครอบครัวเล็ก บางบ้านห่างไกลผู้คนห่างไกลตัวเมืองทำให้หลายๆคนเกิดอาการคิดถึงบ้านเกิด มีการบั่นทอนทางจิตใจเกิดขึ้น ซึ่งถ้าคนไหนที่อยู่ทางเหนือของนอร์เวย์ด้วยแล้วมันยิ่งทำให้อาการเหล่านี้รุนแรงและเรื้อรัง เพราะฤดูหนาวของทางเหนือที่นอร์เวย์หนาวและยาวมากแทบจะตลอดทั้งปีเลย สำหรับคนไทยแล้วสภาพอากาศของนอร์เวย์ก็กลายเป็นข้อเสียข้อที่สองของการอยู่นอร์เวย์

อาการขึ้นต่อกับสามี หนาวมาจะไปไหนมาไหนต้องให้สามีไปรับไปส่ง โดยเฉพาะคนที่อยู่ไกลตัวเมืองและไม่มีใบขับขี่ จะซื้ออาหารและของใช้เข้าบ้านที ต้องถือของหนักตะลุยหิมะสูงท่วมหัว ดังนั้นเมื่อสามีสามารถขับรถไปรับไปส่งได้จึงเป็นการดี แต่เราต้องขึ้นต่อกับสามี และฤดูใบไม้ผลิหิมะละลายกลายเป็นน้ำแข็ง ถนนหนทางเดินลำบากมาก บางคนถึงกลับบาดเจ็บแขนหัก ขาหัก สะโพกหักจากอุบัติเหตุการลื่นล้มบนน้ำแข็ง ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงฤดูนี้ก็ทั้งมืดทั้งแฉะ อุบัติเหตุเรื่องการถูกรถชนรถเฉี่ยวค่อนข้างเยอะทีเดียว ดังนั้นเรื่องการขึ้นต่อกับสามีในเรื่องการเดินทางและอีกหลายๆอย่างจึงเกิดขึ้น หลายคนยังขึ้นรถไฟเองรถบัสเองไม่เป็นเลยหลังจากมาอยู่นอร์เวย์ ที่ดิฉันเอาตรงนี้มาเป็นข้อเสีย เพราะวันใดที่เราไม่มีสามีไม่ว่าจะตายจากกันหรือหย่าจากกัน ทุกอย่างในการเริ่มต้นใหม่โดยที่ไม่มีเขาหนักมากกว่าหลายๆคนที่ไม่ขึ้นต่อกับสามี โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองหรือร้านค้าและรถโดยสารประจำทางมีน้อย

โอกาสดีที่ได้รับ เมื่อมาอยู่นอร์เวย์

ครูต้อย

อาศัยอยู่ที่: ประเทศนอร์เวย์

มาจาก: พิษณุโลก

การใช้ชีวิตที่นอร์เวย์ในความคิดของดิฉัน เหมือนการใช้ชีวิตที่เดินตามรอยพ่อ คือ พอเพียงและสมดุล การใช้ชีวิตที่พอเพียงที่นอร์เวย์ คือ พอใจในชีวิตที่มีอยู่กับครอบครัว คือไม่ถึงต้องดิ้นรนมากมาย เพราะระบบรัฐสวัสดิการ สอนให้เราใช้เวลาทำมาหากินตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ใช้เวลาให้มีความสุขกับครอบครัวนั้นจะสมดุลกัน ถ้าคุณทำงานหามรุ่งหามค่ำคุณก็เสียภาษีเยอะแล้วไม่มีเวลาให้ครอบครัว อาจทำให้ครอบครัวล้มเหลวและไม่มีความสุข แต่ถ้าคุณทำงานตามปกติและแบ่งเวลาให้ลูกและครอบครัวก็จะทำให้การชีวิตนั้นสมดุล มีเวลาให้กับครอบครัวสถาบันครอบครัวมีความหมายมากค่ะ ต้องมาก่อน

ข้อดี 3 ข้อ ของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์ ได้แก่

ระบบรัฐสวัสดิการที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้จากการบริการของรัฐโดยทั่วหน้ากัน เช่น ระบบการศึกษาของเด็กที่ไม่มีค่าใช้จ่ายการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และทุกคนมีเงินเกษียณยามแก่ชรา ซึ่งจะมากหรือน้อยแล้วแต่ระยะการทำงานและรายได้ในการทำงานของแต่ละคน

การดูแลเด็กและครอบครัว มีฝ่ายคุ้มครองเด็ก มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

มีกฎหมายการขับขี่และการจราจรที่เข้มแข็ง กวดขันมาก ทำให้ทุกคนมีความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนและการเดินทาง

ส่วนข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์

ดิฉันคิดว่าค่าครองชีพแพงมาก การดำเนินชีวิตควรยึดหลักพอเพียง ค่าใช้จ่ายในครอบครัว เช่น ค่าที่อยู่อาศัย ค่าไฟค่าฟืนเพื่อทำความอบอุ่น ซึ่งนอร์เวย์เป็นประเทศที่หนาวเย็น และค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม หลังจากนั้นถึงจะได้มีโอกาสใช้จ่ายสิ่งที่ฟุ่มเฟือยหรือหรูหราได้ ฉะนั้นการใช้ชีวิตจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟุ่มเฟือย

ความหนาวเย็น ซึ่งนอร์เวย์จะมีอากาศหนาวเย็นและมืดเป็นระยะเวลานานในช่วงของปี และจะมีระยะที่อุ่นหรือมีแสงแดดน้อยร่างกายของมนุษย์ต้องการแสงแดดและความอบอุ่น ฉะนั้นอาจจะทำให้คนที่นอร์เวย์เป็นโรคซึมเศร้าและขาดแสงแดดได้ง่ายและการเดินทางก็ค่อนข้างจะลำบาก ไม่สะดวกในช่วงหน้าหนาว

สังคมในนอร์เวย์จะแคบไม่หลากหลายมีสีสันเหมือนเมืองไทยคนนอร์เวย์จะมีเพื่อนไม่เยอะ รู้จักคนยาก ไม่เปิดใจ และยากที่จะรับเป็นเพื่อนใหม่ แต่ถ้าเป็นเพื่อนแล้ว ก็จะเป็นเพื่อนกันไปจนตาย ถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน ก็จะยังเป็นเพื่อนอยู่ตลอดไปฉะนั้นการใช้ชีวิตที่นอร์เวย์สำหรับคนไทย ก็จะทำให้เกิดความเหงา คิดถึงเพื่อนๆที่เมืองไทย คิดถึงความสนุกเฮฮา ที่เราเคยมี

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพิษณุโลกสู่ประเทศนอร์เวย์

คุณ ดอกอ้อสาวบาร์ดอทคอม

อาศัยอยู่ที่: เมือง: Brumunddal ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

มาจาก: เกิดที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

จะพูดถึงข้อดีคือ
เขาจะให้ค่าแก่เด็กและคนสูงวัย คนที่ถูกทำร้ายมาจะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เสมอ
มีความเป็นระเบียบเรื่องกฏจราจร เมาห้ามขับ กฎหมายไม่หลวม สร้างความเชื่อมั่นในการขับขี่ ของผู้ถือใบขับขี่ในประเทศ
เรื่องประกัน เขาดูแลแบบไม่หย่อนยาน เขาให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ สำหรับคนที่มีประกัน เรื่องไฟไหม้ เรื่องอุบัติเหตุ อะไรที่เสียหายเราจะได้รับสิทธิ์ตามกระบวนการและเงื่อนไขที่มีการเซนต์สัญญา ไว้ก่อนหน้านั้น

ข้อเสีย
คือจ่ายภาษีเยอะ หากรายได้สูง เงินจะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ อพยพ ที่ต้องการเสื้อผ้า ภาษา อาหาร
มีคนต่างชาติเยอะเกินไปที่ไม่ได้ทำงาน รัฐบาลช่วยเหบือโดยหักเงินจากคนที่ทำงานเสียภาษี
อากาศที่หนาวมากๆ อ้อไม่ค่อยชอบ ถ้าร่างกายปรับไม่ทันก็ง่ายมากที่จะป่วยไข้

เสน่ห์นอร์เวย์ .. เมืองแห่งความเสมอภาค อารยธรรมและธรรมชาติอันงดงาม

Pol.sen.sgt.maj. Pariyapon Panruk (ดอกไม้เหล็ก)

เมือง: Stranda ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

เกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ข้อดีในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนอร์เวย์สำหรับผู้หญิงไทย 1.ได้มาอาศัยในต่างประเทศและเรียนรู้ ภาษา ศาสนา สังคม วัฒนธรรม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศไทย 2.ได้มีโอกาสเพื่อประกอบอาชีพและมีรายได้สวัสดิการที่สูงกว่าประเทศไทย 3.ประเทศที่เจริญแล้วการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ความเท่าเทียบของมนุษยชน เปิดโอกาสและยอมรับทุกชนชาติในการมีชีวิตและอยู่อาศัยในต่างประเทศ

ข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในนอร์เวย์ 1.ความคิดถึงครอบครัวบ้านเกิดและทุกอย่างที่อยู่ประเทศไทย 2.ความห่างไกลครอบครัว ญาติ พี่น้อง เพื่อนที่อยู่ประเทศไทย 3.การเป็นประชาชนประเภทที่2 ในการย้ายถิ่นฐานมาอยู่อาศัยที่นี้

ผู้หญิงไทยอาศัยที่ขั้วโลกเหนือ ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนประเทศนอร์เวย์

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s