เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 40

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 40

สวัสดีค่ะ เรามาเริ่มเรียนในระดับ A2 กันค่ะ ในวิดีโอที่ 26 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเรื่อง i pronomi diretti ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 26
บทเรียนที่ 26
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Come state? Io bene!
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ ฉันสบายดีค่ะ!
– Ma come sempre, io sono a casa mia, in camera mia, come vedete, in chat con i miei amici, per organizzare, vi ricordate?
มันก็เหมือนเดิมค่ะ ฉันอยู่ที่บ้านของฉัน ในห้องของฉัน อย่างที่พวกเธอเห็นกัน ฉันก็แชทกับพวกเพื่อนๆ ของฉันเพื่อจัดงาน พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Una festa a sorpresa!
งานเลี้ยงเพื่อเซอร์ไพร์สค่ะ!
– La festa per il compleanno che organizziamo per il compleanno della mia amica Eleonora.
ก็เป็นงานวันเกิดที่พวกเราจัดให้เพื่อนของฉัน เอเลโอโนร่า ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– E quindi, con i miei amici, adesso io sono ancora in chat.
ดังนั้น ตอนนี้ฉันก็ยังอยู่ในแชทกับพวกเพื่อนๆ ของฉันอีกหลายคนค่ะ
– Uff! Abbiamo fatto queste chat di gruppo tra whatsapp, sms, facebook, non capisco più niente!
อุ๊บ! พวกเราได้ทำกลุ่มแชทคุยเรื่องพวกนี้ที่ whatsapp, sms, facebook มันหลายที่ฉันก็งงแล้วค่ะ!
– E niente, con i miei amici, adesso ci organizziamo, perché abbiamo deciso che ognuno di noi porta qualcosa.
ก็ไม่มีอะไรค่ะ กับพวกเพื่อนๆ ของฉัน ตอนนี้พวกเราก็จัดเตรียมงานอยู่ แล้วพวกเราก็ได้ตัดสินใจว่า พวกเราแต่ละคน ก็เอาของมาคนละอย่างค่ะ
– Per esempio: io porto la torta.
ตัวอย่างเช่น ฉันเอาขนมเค็กไปค่ะ
– E Giovanni porta il vino.
และ จิโอวานนี ก็เอาไวน์ไป
– E Roberta porta le bevande. Ok.
และ โรเบรต่า ก็นำพวกเครื่องดื่มต่างๆ ไป โอเคตามนี้ค่ะ
– E siete invitati anche voi!
ก็ขอเชิญพวกเธอให้มาร่วมงานด้วยนะคะ!
– E voi, che cosa portate?
แล้วพวกเธอหล่ะ พวกเธอจะนำอะไรไปร่วมงานด้วยคะ
– E tu? Che cosa porti?
แล้วเธอหล่ะ เธอจะนำอะไรไปด้วยคะ
– “Tu che cosa porti?” è il titolo della ventiseiesima lezione del corso oneworlditaliano video.
“เธอจะนำอะไรไปด้วยคะ” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ยี่สิบหก ของหลักสูตร oneworlditaliano video ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะเรียนเรื่องอะไรกันเหรอคะ
– Tante cose!
หลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ!
– Allora, prima di tutto, prima di tutto come organizzare una bella festa, con tanto di cappellini!
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลย ก็เรียนเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงให้สนุกสนาน เราควรทำอย่างไรคะ ก็ใช้พวกหมวกเล็กๆ นี่ด้วยไงค่ะ!
– Come organizzare una festa. Bene!
เราจะจัดงานเลี้ยงได้อย่างไรค่ะ ดีค่ะ!
– E poi, tante nuove parole, tante cose, come sempre.
แล้วเราก็จะได้เรียน คำศัพท์ใหม่ๆ หลายๆ คำ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเหมือนเดิมค่ะ
– Perfetto! Benissimo!
เยี่ยมมากค่ะ! ดีมากค่ะ!
– Allora, iniziamo ad organizzare questa festa.
เอาหล่ะ พวกเรามาเริ่มจัดงานเลี้ยงนี้กันค่ะ
– Scusate, io sono ancora un po’ in chat, perché devo capire, allora, un po’ chi porta che cosa.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะ ฉันยังแชทอยู่ค่ะ อีกแป๊บนึงนะคะ คือ ฉันต้องรู้ว่าใครนำอะไรมาบ้างค่ะ
– Ricapitoliamo!
พวกเรามาดูใหม่ทั้งหมดอีกรอบค่ะ!
– Allora, chi porta la torta?
เอาหล่ะ ใครนำขนมเค็กมาเหรอคะ
– Adesso mi segno tutto nel cellulare così non lo dimentico.
ตอนนี้ฉันขอจดทุกอย่างไว้ในมือถือก่อนนะคะ ฉันจะได้ไม่ลืมค่ะ
– Chi porta la torta?
ใครนำขนมเค็กมาเหรอคะ
– Ah sì, la porto io.
อ้าใช่ค่ะ ฉันเป็นคนเอาไปเองค่ะ (la แทนคำว่า la torta)
– Poi, vediamo un po’, così poi segno tutto.
แล้วก็ พวกเรามาดูกันอีกหน่อยค่ะ แบบนี้ ฉันจะได้จดไว้ให้หมดเลยค่ะ
– E chi porta il vino?
และใครเอาไวน์มาเหรอคะ
– Lo porta Giovannini.
จิโอวานนีนำไวน์มาค่ะ (lo แทนคำว่า il vino)
– Chi porta le bevande?
ใครนำพวกเครื่องดื่มมาเหรอคะ
– Le porta Roberta.
โรเบรต้านำพวกเครื่องดื่มมาค่ะ (le แทนคำว่า le bevande)
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!

– Poi che cosa manca ancora?
แล้วขาดอะไรอีกคะ
– Ah, Roberta non ha l’aranciata, chi porta l’aranciata?
อ่า… โรเบรต้าไม่มีน้ำส้มค่ะ แล้วใครจะนำน้ำส้มมาคะ
– Ah sì, la porta Augusto.
อ่า… ใช่ค่ะ เอากูสโตะ นำน้ำส้มมาค่ะ (la แทนคำว่า l’aranciata)
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Poi, chi scrive gli inviti?
แล้วใครจะเขียนคำเชิญคะ
– Eh, li scrive Alessandra.
อ่า… อาเลสซานดร้าเขียนเชิญพวกแขกที่จะมากันค่ะ ( li แทนคำว่า gli inviti)
– Bene, bene!
ดีค่ะ!
– Poi, vogliamo anche ascoltare un po’ di musica.
แล้วพวกเราก็อยากฟังเพลงกันด้วยค่ะ
– Ah sì, chi porta lo stereo?
อ่า… ค่ะ ใครนำเครื่องเสียงมาคะ
– Ah sì, lo porta… lo portano Isabella e il suo ragazzo.
อ่า… ใช่ เขานำเครื่องเสียงมา… อิสาเบลล่าและแฟนของเขา พวกเขาจะนำเครื่องเสียงมากันค่ะ (lo แทนคำว่า lo stereo)
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Poi che cosa manca ancora?
แล้วขาดอะไรอีกคะ
– Ah, i dolci! Sì!
อ่า… พวกของหวาน! ใช่ค่ะ!
– Chi porta i dolci?
ใครนำพวกของหวานมาคะ
– I dolci li porta Alessio.
อาเลสสิโอนำพวกของหวานมาค่ะ (li แทนคำว่า i dolci)
– Per futuna, perché io li ho quasi finiti.
โชคดีจัง เพราะว่าของหวานที่ฉันมีเกือบหมดแล้วค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Beh, mi sa che siamo al completo, abbiamo tutto.
อืม ฉันคิดว่าเรามีครบแล้วค่ะ พวกเรามีทุกอย่างแล้วค่ะ
– Abbiamo: la torta, i dolci, il vino, le bevande.
พวกเรามี ขนมเค็ก พวกของหวานต่างๆ ไวน์ พวกเครื่องดื่มต่างๆ
– Ehm… e va bene, abbiamo gli inviti, abbiamo l’aranciata, sì! Più o meno abbiamo tutto!
อืม… โอเคค่ะ พวกเราได้เชิญเพื่อนแล้ว พวกเรามีน้ำส้ม ใช่ค่ะ! ก็ประมาณนี้อ่ะค่ะ พวกเรามีครบทุกอย่างแล้วค่ะ
– Poi magari vediamo.
แล้วค่อยมาดูกันอีกทีก็ได้ค่ะ
– Scusate, qui ho il cellulare che continua… uff!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ตรงนี้ ฉันมีโทรศัพท์ที่ดังตลอดเลยค่ะ… อุฟ!
– Mi arrivano continui messaggi per l’organizzazione di questa festa.
มีข้อความส่งเข้ามาหาฉันอย่างต่อเนื่องเลย สำหรับการจัดงานเลี้ยงนี้ค่ะ
– Allora lo so, non è tanto professionale, pensare alla mia festa e ai miei messaggi privati durante la lezione, ma, facciamo così, che io rispondo ai messaggi più urgenti, ok?
ฉันรู้ค่ะว่า มันไม่เป็นมืออาชีพเลย ที่ในระหว่างบทเรียน ฉันคิดเกี่ยวกับงานเลี้ยงของฉัน และคิดเกี่ยวกับพวกข้อความส่วนตัวต่างๆ ของฉัน แต่ว่า เอาแบบนี้ค่ะ ฉันจะตอบแต่ข้อความที่เร่งด่วน โอเคไหมคะ
– Ehm… così finiscono di farmi “stalking” e poi continuiamo la lezione, promesso!
อืม…แบบนี้พวกเขาจะได้เลิกทำให้ฉันเป็นคนเสียมารยาทซะที จากนั้นพวกเราก็จะได้เรียนต่อซะที ฉันขอสัญญาค่ะ!
– Non incrocio le dita, promesso!
ฉันจะไม่สัญญาโดยการเอานิ้วไขว้กัน ฉันขอสัญญาค่ะ!
– Bene! Allora!
ดีค่ะ! ดังนั้น!
– Vediamo un po’, faccio velocemente, ve lo prometto!
พวกเรามาดูกันค่ะ ฉันจะทำอย่างรวดเร็ว ฉันสัญญาค่ะ!
– Allora, vediamo un po’.
เอาหล่ะ พวกเรามาดูกันค่ะ
– A lui scrivo “ti chiamo dopo”.
กับเขา ฉันจะเขียนว่า “เดี๋ยวฉันโทรหาเธอนะ”
– Bene!
ดีค่ะ!
– A quest’altra invece scrivo, “mi chiami tu più tardi?”
ส่วนคนนี้อีกคน ฉันจะเขียนว่า “แล้วเธอค่อยโทรมาหาฉันอีกทีนะ”
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Poi vediamo un po’, i più urgenti così finalmente finisco la lezione.
ขอดูข้อความที่ด่วนๆ อีกหน่อยค่ะ แล้วฉันก็จะสอนต่อให้จบค่ะ
– Ah! Questo sì, questa è una chat di gruppo, “Vi chiamo dopo”.
อ่า! อันนี้ใช่ค่ะ อันนี้คือแชทกลุ่ม “ฉันค่อยโทรหาพวกเธอทีหลังนะคะ”
– Dopo, e questi chi sono adesso?
ต่อไป แล้วพวกนี้ เขาเป็นใครกันคะ
– Questi io non li conosco!
พวกนี้ ฉันไม่รู้จักพวกเขาค่ะ!
– Devono essere, sì ok, amici di amici, e però io gli scrivo, scusate, vi conosco? Boh! Perché!
พวกเขาน่าจะเป็น… ใช่ค่ะ โอเค พวกเพื่อนๆ ของเพื่อนๆ ฉันขอเขียนหาพวกเขาว่า ขอโทษนะคะ ฉันรู้จักพวกเธอไหมคะ โบะ! ทำไมเนี่ย!
– Sono tutti sconosciuti, vabbè! Capita!
พวกเขาเป็นคนแปลกหน้าทั้งหมดเลย ช่างเถอะ! มันเกิดขึ้นได้ค่ะ!
– E poi vediamo.
แล้วก็มาดูกันค่ะ
– Ah! Questo è un messaggio formale, questo lo devo scrivere. Ops!
อ่า! อันนี้คือข้อความแบบสุภาพ อันนี้ฉันต้องเขียนมัน อุ๊บส์
– Oddio cos’è?
โอ้พระเจ้า เกิดอะไรขึ้นคะ
– Ok, scusate, qua c’è una pubblicità che si è attivata, va bene!
โอเค ขอโทษพวกเธอด้วยนะ นี่มันมีโฆษณาที่เปิดโชว์เองด้วยอ่ะค่ะ ไม่เป็นไร!
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!

– Allora, questo è un messaggio formale, sì, prima che si attivasse la pubblicità, è un messaggio formale, ehm… ok.
ดังนั้น อันนี้คือข้อความที่ต้องเขียนแบบสุภาพ ใช่ค่ะ ก่อนที่โฆษณามันจะมาอีก มันคือข้อความที่ต้องเขียนอย่างเป็นทางการค่ะ เอม…โอเค
– E quindi, io scrivo “La ringrazio”.
และดังนั้น ฉันขอเขียนว่า “ดิฉันขอขอบคุณมากค่ะ”
– Mi raccomando “L” maiuscola, con la lettera maiuscola.
อย่าลืมนะคะ เขียนตัว “L” ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ค่ะ
– La ringrazio perché questo è il proprietario del locale dove facciamo la festa.
ดิฉันขอขอบคุณ เขียนด้วยตัว L พิมพ์ใหญ่ เพราะว่า เขาคือเจ้าของสถานที่ ที่พวกเราจะไปจัดงานเลี้ยงกันค่ะ
– E, ovviamente, un messaggio formale va scritto in modo formale.
และแน่นอนค่ะว่า ข้อความที่เป็นทางการ จะต้องเขียนในรูปแบบสุภาพค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Dai… finiamo questa chat.
เอาน่า… พวกเรามาคุยกันให้จบๆ ไปค่ะ
– Ah… i miei amici, mi scrivono “quando vedi Eleonora e Giovanni?”
อ่า… พวกเพื่อนๆ ของฉัน พวกเขาเขียนมาฉันว่า “เมื่อไหร่ที่เธอจะเจอเอเลโอโนร่าและจิโอวานนีอ่ะ”
– Li vedo domani al cinema.
ฉันจะเจอพวกเขาวันพรุ่งนี้ที่โรงหนังค่ะ (li แทนคำว่า loro)
– Vediamo un po’ chi manca, sì, sì, sì.
พวกเรามาดูอีกหน่อยค่ะ ว่าขาดใครบ้าง ใช่ค่ะ ใช่ๆ
– Quando vi chiamano i vostri amici?
พวกเพื่อนๆ ของพวกเธอจะโทรหาพวกเธอเมื่อไหร่คะ
– Ah… ci chiamano domani.
อ่า… พวกเขาจะโทรหาพวกเราวันพรุ่งนี้ค่ะ
– Ok! Perfetto!
โอเค! เยี่ยมมากค่ะ!
– Va bene, va bene, va bene.
โอเคค่ะ โอเค
– A questo ho scritto mi chiami dopo, ti chiamo più tardi, vi chiamo dopo, perfetto! Bene, bene, bene.
ตรงนี้ฉันได้เขียนไว้ว่า เธอโทรหาฉันทีหลังนะ ฉันโทรหาเธอทีหลังนะ ฉันโทรหาพวกเธอทีหลังนะ เยี่ยมค่ะ! ดีค่ะ ดีๆ
– Adesso lascio un attimo il cellulare, qua ci sono anche pubblicità, che cos’è…
ตอนนี้ฉันจะวางโทรศัพท์แป๊ปนึงค่ะ ตรงนี้มันมีพวกโฆษณาด้วย อะไรกันเนี๊ยะ…
– Ok! Finito col cellulare, così finalmente possiamo iniziare a spiegare bene la mia lezione.
โอเค! พอแล้วกับโทรศัพท์ค่ะ แบบนี้เราจะได้เริ่มอธิบายบทเรียนของฉันซะทีค่ะ
– Scusate, grazie della comprensione.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ และขอบคุณที่เข้าใจค่ะ
– Sì, lo so, Veronica, il cellulare si usa al di fuori della lezione, ma, durante l’organizzazione della mia festa, della festa di Eleonora, e abbiamo imparato tante cose.
ใช่ ฉันรู้ค่ะ เวโรนิค่า เขาใช้โทรศัพท์กันนอกเวลาเรียนนะ แต่ว่าในระหว่างการจัดงานเลี้ยงของฉัน งานเลี้ยงของเอเลโอโนร่านั้น พวกเราก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากมายนะคะ
– Quali? Per esempio, i pronomi diretti.
อะไรบ้างคะ ตัวอย่างเช่น พวกคำสรรพนามโดยตรงค่ะ
– Oddio Veronica, che parola è questa?
โอ้ว เวโรนิคา คำนี้คืออะไรคะ
– Non c’è niente di difficile.
ไม่มีอะไรยากเลยค่ะ
– Anzi, i pronomi semplificano la comunicazione, e la rendono più breve, quindi vi aiutano!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกคำสรรพนามมันยังช่วยลดความซับซ้อนในการสื่อสารลง และทำให้ประโยคดูกระชับสั้นขึ้นด้วยค่ะ ดังนั้นพวกมันช่วยพวกเธอนะคะ!
– Che cosa sono i pronomi prima di tutto?
อย่างแรกเลย พวกคำสรรพนามคืออะไรคะ
– I pronomi si usano al posto del nome.
พวกคำสรรพนามจะใช้แทนที่คำนามค่ะ
– Per esempio, faccio subito per esempio.
ตัวอย่างเช่น ฉันจะยกตัวอย่างขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ
– Chi porta il vino?
ใครนำไวน์มาคะ
– Lo porta Giovanni.
จิโอวานนีนำมันมาค่ะ (lo คือคำสรรพนามแทนคำว่า il vino ไวน์ค่ะ)
– Se io devo ripetere Giovanni porta il vino, questa comunicazione non finisce mai.
ถ้าฉันต้องพูดซ้ำว่า จิโอวานนีนำไวน์มา การสื่อสารนี้มันก็จะยาวไป ไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ
– Quindi, il pronome mi aiuta.
ดังนั้น คำสรรพนามมันช่วยฉันค่ะ
– Quale il verbo ho usato?
คำกริยาคำไหนที่ฉันได้ใช้ไปแล้วคะ
– Ho usato il verbo portare.
ฉันได้ใช้คำกริยาคำว่า การนำไปหรือการนำมาค่ะ
– Portare, che è un verbo transitivo.
คำกริยา การนำ การเอา คือคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับค่ะ
– Oddio Veronica, da una parola difficile all’altra.
โอ้ว เวโรนิคาคะ เมื่อกี้มีคำยากไปแล้วคำนึง ยังไม่พออีกเหรอคะ
– Non c’è niente di difficile, anzi, abbiamo già visto i verbi transitivi, rivedetevi, nella lezione 22, ok?
ไม่มีอะไรยากเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราได้เคยเรียนพวกคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับกันไปแล้ว พวกเธอไปดูซ้ำกันได้ในบทเรียนที่ 22 โอเคนะคะ
– Io nella lezione 22 spiego le regole del passato prossimo, in particolare come scegliere l’ausiliare essere o avere.
ในบทเรียนที่ 22 ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับกฎต่างของ passato prossimo ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการเลือกใช้คำกริยาช่วย essere เป็น อยู่ คือ หรือว่า คำกริยาช่วย avere การมี ค่ะ
– E io dico nella lezione 22 che con l’ausiliare avere molto spesso io uso dei verbi transitivi, cioè che reggono il complemente oggetto.
และฉันได้พูดในบทเรียนที่ 22 เกี่ยวกับการใช้คำกริยาช่วย avere บ่อยครั้ง มันจะต้องมีกรรมมารองรับ มาเติมเต็มให้ประโยคสมบูรณ์ค่ะ
– Io nella lezione 22 dico: “io ho mangiato una mela”.
ในบทเรียนที่ 22 ฉันพูดว่า “ตอนนั้นฉันได้กินแอปเปิ้ลไปแล้วลูกนึง” เป็นเหตุการณ์ในอดีตค่ะ

– Posso dire anche “io mangio una mela” però lì spiegavo il passato prossimo.
ฉันจะพูดแบบนี้ก็ได้ค่ะ “ตอนนี้ฉันกินแอปเปิ้ลลูกนึงอยู่” แต่ว่าตอนนั้นฉันได้อธิบายเรื่อง passato prossimo ก็ต้องเขียนคำกริยาในรูปอดีตค่ะ
– Io oggi dico: “io mangio i dolci”.
วันนี้ฉันพูดว่า “ฉันกินพวกของหวานอยู่ค่ะ”
– Quindi io soggetto, mangio verbo, i dolci complemento oggetto.
ดังนั้น ฉันคือประธาน กินคือคำกริยา พวกของหวาน คือกรรม เพราะถูกกินค่ะ
– Molto semplice!
ง่ายมากค่ะ!
– Quindi, questi pronomi diretti, sostituiscono il complemento oggetto, per non ripetere sempre i dolci, il vino, i miei amici, ok!
ดังนั้น พวกคำสรรพนามโดยตรงเหล่านี้ พวกมันจะแทนที่กรรมในประโยค เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพูดคำว่า ของหวาน ไวน์ พวกเพื่อนๆ ของฉัน ซ้ำๆ ตลอดเวลาค่ะ
– E vanno usati ovviamente con dei verbi transitivi.
และแน่นอนค่ะว่า พวกมันก็ต้องใช้กับคำกริยา transitivi หรือ คำกริยาที่อยู่ตามลำพังไม่ได้ค่ะ
– Quindi, quelli che possono reggere il complemento oggetto.
ดังนั้น มันคือพวกคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับในประโยคค่ะ
– Bene! Quindi vediamo adesso i pronomi diretti, e faccio degli esempi.
ดีค่ะ! ดังนั้นตอนนี้พวกเรามาดูพวกคำสรรพนามโดยตรงกันค่ะ และฉันก็เตรียมไว้หลายตัวอย่างเลยค่ะ
– Io prima ho scritto dei messaggi, e ho scritto, “mi chiami dopo, per favore?”
ตอนแรกฉันได้เขียนข้อความต่างๆ ไว้ และฉันก็ได้เขียนว่า “แล้วเธอค่อยโทรหาฉันทีหลังนะ ได้โปรดเถอะ”
– Quindi ho usato il verbo chiamare, che è transitivo, perché chiamare qualcuno, chiamare chi? Me!
ดังนั้น ฉันได้ใช้คำกริยา chiamare การเรียก การโทรหา คือ transitivo ต้องมีกรรมมารองรับ เพราะว่าโทรหาใครบางคน โทรหาใครคะ โทรหาฉัน! มาที่ฉัน! ไงค่ะ
– Quindi mi chiami dopo.
ดังนั้น เธอโทรหาฉันทีหลังนะคะ
– Ti chiamo più tardi.
เดี๋ยวฉันค่อยโทรหาเธอนะ
– Io chiamo te.
ฉันโทรหาเธอ ฉันคือบุคคลที่หนึ่ง เธอคือบุคคลที่สอง
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– La terza persona si può usare sia con cose sia con persone, quindi, per esempio, chi porta il vino?
ส่วนบุคคลที่สาม คือ เขาหรือมัน ก็เป็นได้ทั้งพวกสิ่งของหรือพวกคนที่เราพูดถึงค่ะ ดังนั้น ตัวอย่างเช่น ใครนำไวน์มาคะ
– Lo porta Giovanni.
จิโอวานนีนำไวน์มา (lo แทนคำว่า il vino)
– Che cosa? Il vino!
มันคืออะไรคะ ไวน์ไงคะ!
– Può essere lui.
มันสามารถเป็นเขาผู้ชายคนเดียวก็ได้
– Oppure quando vedi il tuo amico?
หรือจะแบบนี้ก็ได้ค่ะ เมื่อไหร่เธอถึงจะได้เจอเพื่อนของเธอคะ (เพื่อนผู้ชายนะคะ ลงท้ายด้วย o)
– Lo vedo domani.
ฉันจะได้เจอเขาวันพรุ่งนี้ค่ะ (lo แทนคำว่า amico ค่ะ)
– Vedo chi? Lui!
ฉันเห็นใครคะ เขาผู้ชายไงคะ!
– Bene! Poi, chi porta la torta?
ดีค่ะ! แล้วใครนำขนมเค็กมาคะ
– La porto io!
ฉันนำขนมเค็กไปค่ะ! (la แทนคำว่า la torta)
– La torta.
ขนมเค็ก
– Ok, per non ripetere porto io la torta, la porta io.
โอเค เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำว่า ฉันนำขนมเค็กไป เราก็พูดแค่ว่า ฉันนำมันไปค่ะ
– Quando vedi la tua amica?
เมื่อไหร่เธอถึงจะได้เจอเพื่อนสาวของเธอคะ
– La vedo domani.
ฉันจะได้เจอเธอวันพรุ่งนี้ค่ะ (la แทนคำว่า amica)
– Quindi può sostituire una cosa o una persona.
ดังนั้น มันใช้แทนของสิ่งนึง หรือคนคนนึงก็ได้ค่ะ
– Poi io, nel mio messaggio formale, al proprietario del locale, gli ho scritto La ringrazio, con lettera maiuscola, con la L maiuscola.
แล้วในข้อความสุภาพของฉัน ที่เขียนหาเจ้าของสถานที่ ฉันก็ได้เขียนหาเขาว่า ฉันขอขอบคุณๆ ค่ะ เขียนด้วยตัว L ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ค่ะ
– Chi ringrazio? Lei!
ฉันขอขอบคุณใครคะ ก็คุณไงคะ!
– Ovviamente non posso dire ti ringrazio, perché non ho confidenza col proprietario del locale, ma La ringrazio.
แน่นอนค่ะว่า ฉันไม่สามารถพูดว่า ฉันขอบใจเธอนะ เพราะว่าฉันไม่รู้จักกับเจ้าของสถานที่ แต่ต้องพูดสุภาพว่า ดิฉันขอขอบคุณๆ ค่ะ
– Bene! Poi, mi hanno scritto qualcosa come tipo, quando vi chiamano i vostri amici?
ดีค่ะ! แล้วพวกเขาก็เขียนหาฉันประมาณว่า พวกเพื่อนๆ ของพวกเธอ พวกเขาจะโทรหาพวกเธอเมื่อไหร่คะ
– Ci chiamano più tardi.
พวกเขาจะโทรหาพวกเราทีหลังค่ะ
– Chiamano me e le altre amiche più tardi.
พวกเขาจะโทรหาฉันและเพื่อนสาวคนอื่นๆ ด้วยอีกที หลังจากนี้ค่ะ
– Quindi chiamano noi.
ดังนั้นพวกเขาโทรหาพวกเราค่ะ
– Poi vi ricordate quella chat strana di persone che non conosco?
แล้วพวกเธอจำแชทแปลกๆ จากคนที่ฉันไม่รู้จักกันได้ไหมคะ
– Io gli ho scritto, ma io vi conosco?
ฉันได้เขียนถึงพวกเขาว่า ฉันรู้จักพวกเธอไหมคะ
– Io conosco voi
ฉันรู้จักพวกเธอ
– Ok? Conoscere qualcuno.
เข้าใจไหมคะ การรู้จักใครบางคน
– Stessa cosa, terza persona, però plurale, quindi, i pronomi diretti alla terza persona però plurale, possono sostituire delle cose o delle persone.
ก็แบบเดียวกันกับบุคคลที่สามเอกพจน์ แต่ว่านี่เป็นแบบพหูพจน์ ดังนั้น มันคือคำพวกสรรพนามโดยตรง ในรูปบุคคลที่สามนั้นที่เป็นพหูพจน์ พวกมันสามารถแทนที่สิ่งของหรือคนก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Mentre gli altri, di solito mi ti ci vi, si riferiscono a persone, ok?
พวกคำอื่นๆ โดยทั่วไปที่ใช้กันคือ mi มาที่ฉัน ti มาที่เธอ ci มาที่พวกเรา vi มาที่พวกเธอ คำพวกนี้จะใช้อ้างถึงคนค่ะ เข้าใจไหมคะ
– I verbi, quelli in terza persona, possono riferirsi a cose o a persone.
ส่วนพวกคำกริยาในรูปบุคคลที่สาม พวกมันจะอ้างถึงสิ่งของหรือคนก็ได้ค่ะ
– Per esempio, chi porta i dolci?
ตัวอย่างเช่น ใครนำพวกของหวานมาคะ
– Li porta Alessio.
อาเลสสิโอ่นำของหวานมาค่ะ (li แทนคำว่า i dolci)

– Chi porta le bevande?
ใครนำพวกเครื่องดื่มมาคะ
– Le porta Roberta.
โรเบร์ต้านำพวกเครื่องดื่มมา (le แทนคำว่า le bevande)
– Quindi, li loro, li, maschile plurale, le, femminile plurale.
ดังนั้น li หมายถึง พวกเขา หรือพวกมัน li เป็นเพศชายพหูพจน์ le หมายถึง พวกเขาหรือพวกมันที่เป็นเพศหญิงพหูพจน์ค่ะ
– Quando mi hanno scritto: “Quando vedi Eleonora e Giovanni?”
ตอนที่พวกเขาได้เขียนหาฉันว่า: “เมื่อไหร่ที่เธอจะได้เจอเอเลโอโนร่าและจิโอวานนีคะ”
– Li vedo domani al cinema.
ฉันจะได้เจอพวกเขาวันพรุ่งนี้ที่โรงภาพยนตร์ค่ะ
– Quindi vedo loro, sono un uomo e una donna, quindi mi serve il maschile plurale.
ดังนั้น ฉันจะได้เจอพวกเขาค่ะ พวกเขาคือ ผู้ชายคนนึงและผู้หญิงคนนึงค่ะ ดังนั้นฉันจำเป็นต้องใช้เพศชายพหูพจน์ค่ะ
– Se mi chiedono: “Quando vedi le amiche?” Le vedo stasera.
ถ้าพวกเขาถามฉันว่า “เมื่อไหร่ที่เธอจะได้เจอพวกเพื่อนสาวคะ” ฉันจะได้เจอพวกเขาตอนเย็นวันนี้ค่ะ ใช้ le ค่ะ
– Quindi vedo loro, femminile plurale.
ดังนั้น ฉันจะได้เจอพวกเขา เพศหญิงพหูพจน์ค่ะ
– Molto semplice!
ง่ายมากค่ะ!
– I pronomi diretti che reggono il complemento oggetto, quindi che sostituiscono un nome al complemento oggetto, una persona o una cosa, delle cose o delle persone, e sono, come ho detto utili, per semplificare la comunicazione.
พวกคำสรรพนามโดยตรง ที่ใช้แทนกรรมในประโยค ก็คือ คำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค อาจจะเป็นคนๆ นึง หรือของสิ่งนึง คนหลายคนหรือของหลายสิ่ง ก็อย่างที่ฉันได้บอกไปแล้วว่า มันมีประโยชน์ค่ะ เพราะมันช่วยลดความซับซ้อนในการสื่อสารลงค่ะ
– Ho scritto qua una lista di verbi, una lista di verbi che possiamo usare con i pronomi diretti.
ฉันได้เขียนรายการของคำกริยาไว้ตรงนี้ เป็นรายการคำกริยาที่ใช้กับพวกคำสรรพนามโดยตรงได้ค่ะ
– Per esempio, chiamare: mi chiami dopo?
ตัวอย่างเช่น การเรียก การโทรหา เธอค่อยโทรหาฉันทีหลังนะ
– Portare: chi porta la torta?
การนำไป/มา ใครนำขนมเค็กมาคะ
– La porto io.
ฉันจะนำมันไปค่ะ (la แทนคำว่า la torta)
– Ringraziare qualcuno.
การขอบคุณใครบางคน
– Quindi abbiamo detto: chiamare qualcuno, una persona, una o più persone.
ดังนั้น พวกเราได้พูดไปแล้วว่า โทรหาใครบางคน เรียกใครบางคน อาจจะเป็นคนเดียว หรือหลายคนก็ได้ค่ะ
– Portare qualcosa.
การนำอะไรบางอย่างไปด้วยค่ะ
– Ringraziare qualcuno.
การขอบคุณใครบางคน
– Io ho scritto “La ringrazio”. Con la lettera maiuscola.
ฉันได้เขียนไว้ว่า “ฉันขอขอบคุณๆ ค่ะ” ด้วยตัวอักษร L พิมพ์ใหญ่ค่ะ
– Ringrazio Lei, formale.
ฉันขอขอบคุณกับคุณ เป็นรูปแบบสุภาพค่ะ
– Oppure posso dire “ti ringrazio”.
หรือฉันจะพูดว่า “ฉันขอขอบใจเธอ” ก็ได้ค่ะ
– Se non è formale, ovviamente.
ถ้าไม่ใช่รูปแบบสุภาพ ก็ได้แน่นอนค่ะ
– Vedere qualcosa o qualcuno.
การเห็นอะไรบางอย่าง หรือว่าการเจอใครบางคน
– Ok? Quando vedi Eleonora e Giovanni?
เข้าใจไหมคะ เมื่อไหร่เธอจะได้เจอเอเลโอโนล่ากับจิโอวานนิคะ
– Li vedo domani.
ฉันจะได้เจอพวกเขาวันพรุ่งนี้ค่ะ (li แทนคำว่า loro ซึ่งก็คือพวกเขาทั้งสองคนค่ะ)
– Conoscere qualcuno. Vi ricordate? Io ho scritto… ho scritto in chat “ma io vi conosco?” “chi siete?”
การรู้จักใครบางคน พวกเธอจำกันได้ไหมคะ ฉันได้เขียนไว้ว่า… ฉันได้เขียนในแชทว่า “ฉันรู้จักพวกเธอเหรอคะ” “พวกเธอคือใครคะ”
– Mangiare, io mangio i dolci.
การกิน ฉันกินพวกของหวาน
– Io li mangio.
ฉันกินพวกมัน (li แทนคำว่า i dolci)
– Avete visto? Vi ho fatto l’esempio l’altra volta col passato.
พวกเธอเห็นไหมคะ ฉันเคยทำตัวอย่างให้พวกเธอดูกันไปแล้วนะคะ กับเรื่องในอดีต
– Io ho mangiato una mela.
ฉันได้กินแอปเปิ้ลไปแล้วลูกหนึ่ง
– Io adesso io mangio i dolci, li mangio. Ok!
ตอนนี้ฉันกินพวกของหวานค่ะ ฉันจะกินพวกมันค่ะ โอเคนะคะ!
– Ascoltare, ascoltare la musica.
การฟัง การฟังเพลง
– Quindi io la ascolto.
ดังนั้นฉันฟังมันค่ะ (la แทนคำว่า la musica)
– Quando ascolti la musica?
เธอฟังเพลงเมื่อไหร่คะ
– La ascolto molto spesso.
ฉันฟังมันบ่อยมากค่ะ
– Guardare, simile a vedere, conosciamo già questi verbi, ma guardare è più simile a osservare, qualcosa o qualcuno.
การเฝ้ามองดู มันคล้ายกับการเห็นค่ะ พวกเรารู้จักกับคำกริยาเหล่านี้กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ แต่ว่าการเฝ้ามองดู มันคล้ายกับการสังเกตมากกว่า การสังเกตอะไรบางอย่าง หรือว่าการสังเกตใครบางคนค่ะ
– Questo è solo un esempio di verbi transitivi, quindi che reggono un complemento oggetto.
สิ่งนี้มันเป็นแค่ตัวอย่างนึงของคำกริยา transitivi หรือคำกริยาที่จะต้องมีกรรมมารองรับในประโยคค่ะ
– A proposito, chi porta il caffè?
จะว่าไปแล้ว ใครนำกาแฟมาคะ
– Lo portate voi?
พวกเธอจะนำมันมาใช่ไหมคะ (Lo แทนคำว่า il caffè)
– Infatti noi impariamo tante belle cose nel tempo di un caffè espresso.
จริงๆ แล้ว พวกเราก็ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ หลายๆ อย่าง แค่ในช่วงเวลาของการดื่มการแฟเอสเปรสโซ่ค่ะ
– Ciao a tutti!! E ci vediamo alla prossima, e mi raccomando continuate a seguirmi, con oneworlditaliano video.

บ๊ายบายค่ะทุกคน!!! แล้วพวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ และฉันขอแนะนำให้พวกเธอติดตามฉันต่อไปกับ oneworlditaliano วิดีโอนะคะ

เราเรียนอยู่ในระดับ A2 แล้วนะคะ แสดงว่า เราต้องพูดได้ ฟังออกบ้างแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น
1.ไปที่ยูทูป แล้วเขียนคำว่า pronomi diretti แล้วก็ฟังครูคนอื่นเขาสอนเรื่องนี้ด้วยอีกหลายๆ รอบค่ะ แล้วอย่าลืมเขียนทุกอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดด้วยนะคะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนก

Corsi di Italiano Online

จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 40

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s