เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 36

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลีวันที่ 36

สวัสดีค่ะ ครูเวโรนิค่าสอนเราจนจบระดับ A1 แล้ว นั่นหมายความว่า เราต้องพูดคุย เล่าเรื่องต่างๆ กับคนรอบข้างได้แล้วนะคะ ถ้ายังไม่ได้ ก็กลับไปดูซ้ำในเรื่องที่เรายังจำไม่ได้ และหัดพูดตามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพูดประโยคต่างๆ ได้คล่องค่ะ ก่อนจะเรียนต่อในระดับ A2 ยาขอทบทวนเรื่องแกรมม่าอีกหน่อยนะคะ พยายามจำชื่อเรียกของคำต่างๆ ที่เห็นด้วยค่ะ เพราะเราจะได้ใช้ตลอดการเรียนแกรมม่าแน่ค่ะ มาเริ่มกันเลยค่ะ

รูปนี้เขาสอนเกี่ยวกับโครงสร้างของคำนาม คือมันจะประกอบด้วย ส่วนรากคำ ซึ่งจะคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และส่วนท้ายคำที่สามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ เพื่อทำให้เรารู้ว่า คำนามนั้นมีเพศอะไรและมีจำนวนเท่าไหร่ค่ะ

นอกจากจะมีรากคำกับคำลงท้ายแล้ว บางทีมันก็มีคำที่มาเติมข้างหน้า หรือคำสั้นๆ ที่มาต่อท้ายข้างหลังคำนามเพิ่มอีก พยายามจำชื่อเฉพาะต่างๆ ให้ได้นะคะ

มาเรียนเรื่องเพศของคำนามต่อค่ะ สังเกตให้ดีนะคะ ว่าคำลงท้ายของเพศชายกับเพศหญิง มันต่างกันอย่างไรค่ะ

จำนวนของคำนาม ก็คือ เอกพจน์ มีจำนวนเดียว หรือเป็นแบบพหูพจน์ คือมีมากกว่าหนึ่งค่ะ

คราวนี้เรามาดูเรื่องคำขยายนามกันค่ะ หน้าที่หลักของมันก็คือ ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับคำนามนั้นๆ ว่ามันมีลักษณะอย่างไร หรือให้ข้อมูลแบบเจาะจงว่าเป็นของใคร หรืออะไรอย่างอื่นอีก ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่รูปกันเลยค่ะ

เราต้องผันคำขยายนามให้คล้องจองกับคำนามและคำนำหน้านามด้วยนะคะ

คำขยายนามแบบแรกเป็นแบบที่บอกลักษณะรูปร่างใช่ไหมคะ คราวนี้มาดูคำขยายนามแบบเจาะจง ที่บอกว่าเป็นของใครกันค่ะ

คำขยายนาม นอกจากจะทำหน้าที่ขยายคำนามแล้ว บางทีมันก็ทำหน้าที่เป็นคำสรรพนามด้วยค่ะ มันช่วยให้ประโยคกระชับขึ้น จะได้ไม่ต้องพูดคำเดิมซ้ำๆ บ่อยๆ ช่วยให้พูดได้สะดวกมากขึ้นในชีวิตจริงค่ะ

คำๆ เดียวกัน มันเป็นได้ทั้งคำขยายนามและคำสรรพนาม สังเกตให้ดีนะคะ ถ้ามันทำหน้าที่เป็นคำขยายนาม มันจะอยู่คู่กับคำนามตลอดค่ะ ถ้ามันอยู่ตามลำพัง โดยที่ไม่มีคำนามอยู่ด้วย แสดงว่ามันทำหน้าที่เป็นคำสรรพนามอยู่ค่ะ

ตำแหน่งการวางคำขยายนาม ก็ทำให้ความหมายของมันต่างกันไปด้วยนะคะ มาดูประโยคตัวอย่างในรูปกันค่ะ (ถ้าวางไว้หน้าคำนาม จะเป็นแบบไม่เจาะจง บอกว่ามีหลายเล่ม แต่ถ้าวางไว้หลังคำนาม จะเป็นการเจาะจงทันที ว่าขอเป็นอะไรที่ต่างออกไปค่ะ)

มาดูการใช้คำขยายนามในการเปรียบเทียบดูบ้างค่ะ มีแบบธรรมดาคือพูดถึงเฉยๆ มีแบบเปรียบเทียบ และมีแบบที่บอกว่า มันคือที่สุดของแจ้ คือมากที่สุดค่ะ

แบบแรกก็คือคำขยายนามแบบธรรมดาที่เราเพิ่งเรียนไปเมื่อกี้ ส่วนแบบที่ 2 แบบเปรียบเทียบ ก็เปรียบเทียบได้ 3 ระดับ ดังกล่าวในรูปค่ะ

ส่วนแบบที่ 3 ก็เป็นรูปแบบที่บอกว่า มันสุดๆ ไปเลยค่ะ ดูตัวอย่างเปรียบเทียบทั้ง 3 แบบ จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

มาดูการใช้คำว่า ci กันค่ะ มันมีความหมายหลายอย่าง มาดูตัวอย่างการใช้ทั้ง 7 แบบนี้ดูค่ะ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนค่ะ เรียนกันเยอะละ พักก่อนค่ะ พอหายมึนแล้ว ค่อยกลับมาอ่านและทำความเข้าใจอีกรอบ แล้วก็จดสิ่งที่เราเข้าใจลงสมุดด้วยนะคะ จดแบ่งเป็นหัวข้อ จัดหมวดหมู่ให้ดี ให้เป็นระเบียบ เวลาเราจำไม่ได้ เราจะได้มาเปิดดูซ้ำได้ด้วยความเร็ว จะได้หงุดหงิดน้อยลงค่ะ ก๊าก จริงๆ แล้ว เราก็ต้องเปิดดูซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะจำได้อ่ะค่ะ วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s