เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 35

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 35

ในวิดีโอนี้ ครูเวโรนิค่าจะมาเฉลยข้อสอบในระดับ A1 ค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Soluzioni Esame di Livello Elementare.
เฉลยข้อสอบในระดับ A1 ค่ะ

– Ciao a tutti! Come state?
สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเธอสบายดีไหมคะ
– Eh ragazzi, io bene.
เออ เพื่อนๆค่ะ ฉันสบายดีค่ะ
– È che oggi saprete il vostro esito.
มันคือวันนี้ค่ะ ที่พวกเธอจะได้รู้ผลสอบของพวกเธอค่ะ
– Come quale esito?
ผลสอบอะไรเหรอคะ
– Non vi ricordate?
พวกเธอจำกันไม่ได้เหรอคะ
– L’altra volta avevamo l’esame, avevate l’esame!
เมื่อครั้งที่แล้ว พวกเราได้ทำการสอบกัน พวกเธอได้สอบกันไปแล้วไงคะ!
– Quindi oggi saprete se siete stati promossi o bocciati.
ดังนั้น วันนี้พวกเธอก็จะได้รู้ว่า พวกเธอจะสอบผ่านหรือว่าสอบตกกันค่ะ
– Se potete andare avanti e passare al livello A2, oppure se dovete rivedere tutto il livello A1.
จะได้รู้ว่าพวกเธอจะได้เรียนต่อในระดับ A2 หรือว่าพวกเธอต้องกลับไปดูวิดีโอในระดับ A1 ซ้ำทั้งหมดอีกรอบค่ะ
– Bene, oggi se volete mi rimetto gli occhiali, così vi ricordate che siamo all’esame.
ดีค่ะ สำหรับวันนี้ ถ้าพวกเธออยากจริงๆ ฉันก็จะใส่แว่นตาอีก พวกเธอจะได้จำได้ว่า พวกเรายังอยู่ในช่วงสอบอยู่ค่ะ
– Allora, iniziamo e vedere le soluzioni e così vi spiego anche perchè queste sono le soluzioni, dove eventualmente avete sbagliato (spero di no) ecc.
เอาหล่ะ พวกเรามาเริ่มดูคำเฉลยกันค่ะ แล้วฉันก็จะได้อธิบายด้วยว่าทำไมถึงตอบแบบนั้น ในกรณีที่พวกเธออาจจะทำกันผิด (ฉันก็หวังว่า คงไม่เป็นเช่นนั้นนะคะ)
– Bando alle ciance, iniziamo!
เลิกคุยโม้ และพวกเราก็มาเริ่มกันเลยค่ะ!
– Allora, domanda numero 1. Nella prima metà ho già scritto le soluzioni e poi le vediamo insieme.
เอาหล่ะ คำถามหมายเลข 1 ในครึ่งแรก ฉันได้เขียนคำตอบไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วพวกเราก็ค่อยมาดูคำตอบด้วยกันค่ะ
– Allora, Roberto è (come vedete la soluzione è la C).
เอาหล่ะ โรเบร์โต้เป็น (ก็อย่างที่พวกเธอเห็นค่ะว่า คำตอบมันคือ ข้อ C)
– Perché? Perché se avete risposto B allora dovete rivedere bene la prima lezione perché evidentemente c’è un po’ di confusione tra maschile e femminile.
ทำไมเหรอคะ เพราะว่าถ้าพวกเธอได้ตอบข้อ B พวกเธอก็ต้องกลับไปดูบทเรียนแรกให้ดีอีกรอบค่ะ เพราะว่ามันเห็นชัดๆ อยู่แล้วว่าพวกเธอยังงงเรื่องเพศชายและเพศหญิงอยู่ค่ะ
– Monica è un’attrice.
มอนิค่า คือ นักแสดงผู้หญิง แบบนี้ถึงจะถูกค่ะ
– Italiana lo stesso, se avete risposto A dovete rivedere il maschile e il femminile.
เป็นสาวอิตาลี มันก็แบบเดียวกันค่ะ ถ้าพวกเธอได้ตอบข้อ A พวกเธอก็ต้องกลับไปดูเรื่องเพศชายและเพศหญิงซ้ำอีกค่ะ
– Se avete risposto toscano allora va benissimo, Perché lui viene dalla Toscana e toscano è un aggettivo con la o maschile singolare.
ถ้าพวกเธอได้ตอบ เป็นหนุ่มโตสค่าโน่ แบบนี้โอเคมากค่ะ เพราะว่าเขาผู้ชายมาจากเมืองโตสคาน่า และคำว่า โตสค่าโน่ คือ คำขยายคำนาม ที่ลงท้ายด้วยตัว o แสดงว่าเป็นเพศชาย คนเดียวค่ะ
– Se fosse, se avessi detto italiano ci avrei messo la o.
หรือว่า ถ้าตอนนั้นเขียนว่า เป็นหนุ่มอิตาลี ตอนนั้นฉันก็ต้องใส่ตัว o ด้วยค่ะ
– Va bene. E qua un attore, quindi non un’attrice.
โอเคค่ะ และตรงนี้ นักแสดงผู้ชาย ดังนั้น จึงไม่ใช่ นักแสดงผู้หญิงค่ะ
– Quindi questi sono un sostantivo e un aggettivo che riferiscono ad una donna.
ดังนั้น พวกนี้คือคำนาม และคำขยายคำนาม ที่อ้างถึงผู้หญิงคนนึงค่ะ
– Non a un uomo, quindi la risposta giusta è la C.
ไม่ได้อ้างถึงผู้ชายค่ะ ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นข้อ C ค่ะ
– Bene. Monica invece, A) è 48 anni.
ดีค่ะ ส่วนมอนิค่า คำตอบข้อ A) เขาเป็นอายุ 48 ปี
– Come vedete la soluzione è ha i capelli scuri.
อย่างที่พวกเธอเห็น คำตอบที่ถูกต้องคือ เขามีผมสีเข้มค่ะ
– Se avessi risposto A, bravi, avrei dovuto dire ha 48 anni.
สมมุติว่า ถ้าคำตอบคือข้อ A เก่งมากค่ะ ตอนนั้นฉันต้องบอกว่า เขามีอายุ 48 ปีค่ะ ต้องใช้ avere ห้ามใช้ essere ค่ะ

– Quindi miei cari amici anglosassoni, questo probabilmente in inglese è corretto, e in italiano no.
ดังนั้น เพื่อนๆ ชาวยุโรปเหนือที่รักของฉันทั้งหลายคะ สิ่งนี้มันอาจจะถูกต้องในภาษาอังกฤษ แต่ว่าในภาษาอิตาลี มันไม่ถูกต้องค่ะ
– Va bene.
โอเคค่ะ
– Ha i capelli scuri è corretto.
เขามีผมสีเข้ม คือคำตอบที่ถูกต้องค่ะ
– È un attore, anche qua se avete risposto C, c’è un po’ di confusione, perché Roberto è un attore, invece Monica è un’attrice.
เขาคือนักแสดงผู้ชาย อันนี้ก็ด้วยค่ะถ้าพวกเธอได้ตอบข้อ C แสดงว่ายังงงเรื่องเพศอยู่ค่ะ เพราะว่า
โรเบร์โต่เขาเป็นนักแสดงผู้ชาย ส่วนมอนิค่าเป็นนักแสดงผู้หญิงค่ะ
– Quindi se avete risposto correttamente bene, andate avanti, se avete sbagliato rivedete bene le regole del maschile e femminile, lezioni 1 e 2.
ดังนั้น ถ้าพวกเธอตอบถูก ก็ดีค่ะ พวกเธอก็ไปต่อได้ค่ะ แต่ถ้าพวกเธอตอบผิด พวกเธอก็ไปดูเรื่องเพศชาย และเพศหญิงให้ดีอีกหลายๆ รอบ ในบทเรียนที่ 1 และ 2 ค่ะ
– Numero 3, domanda numero 3.
หมายเลข 3 คำถามหมายเลข 3 ค่ะ
– Come vedete la soluzione è la famiglia, perché?
ก็อย่างที่พวกเธอเห็น คำตอบคือ ครอบครัว ค่ะ ทำไมเหรอคะ
– Perché adesso continuiamo a leggere la frase.
เพราะว่าตอนนี้พวกเรามาอ่านประโยคต่อให้จบค่ะ
– La famiglia per me è molto importante. Ok.
ครอบครัวสำหรับฉัน มันสำคัญมากค่ะ
– Anche gli amici sono molto importante, ma qui ho scritto È quindi non potevono essere gli amici.
พวกเพื่อนๆ ทั้งหลาย ก็สำคัญมากค่ะ แต่ว่าที่นี่ ฉันได้เขียนว่า È เอกพจน์ คนเดียว ดังนั้น พวกเพื่อนๆ มันเป็นพหูพจน์ค่ะ
– Qua l’ho già corretto e avevo scritto il amore e l’articolo era sbagliato.
ตรงนี้ ฉันแก้ไขให้มันถูกต้องแล้วค่ะ และฉันก็ได้เขียนว่า l’amore ความรัก ใช้คำนำหน้านาม il มันผิดค่ะ
– Quindi se fosse stato corretto poteva essere “per me l’amore è molto importante “.
ดังนั้น ถ้าจะให้มันถูกต้อง มันจะต้องเขียนว่า “สำหรับฉันแล้ว ความรักมันเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ”
– Però nella B l’altra volta c’era scritto il amore, e il amore è sbagliato.
แต่ว่าในข้อ B ในครั้งที่แล้ว ฉันเขียนไว้ว่า il ความรัก และ il ความรักมันผิดค่ะ
– Per questo la risposta corretta è la A.
ด้วยเหตุนี้ คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นข้อ A ค่ะ
– Bene, andiamo avanti, domanda numero 4.
ดีค่ะ ไปต่อค่ะ คำถามหมายเลข 4
– Questi occhiali mi stanno un po’ stancando la vista, dovrebbero essere il contrario ma va bene.
แว่นตานี่ มันทำให้ฉันเมื่อยตาค่ะ มันน่าจะช่วยให้ฉันสบายตามากกว่านะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ
– Domanda numero 4. Quanto costano? Anche qua dobbiamo leggerla tutta.
คำถามหมายเลข 4 ของพวกนี้มันมีราคาเท่าไหร่คะ ตรงนี้ก็ด้วยค่ะ พวกเราต้องอ่านให้หมดประโยคนะคะ
– Quanto costa, come vedete ho indicato la risposta C come risposta corretta, perché se avete risposto B avete sbagliato lingua.
ของชิ้นนี้มีราคาเท่าไหร่คะ อย่างที่พวกเธอเห็น ฉันชี้ไปที่ข้อ C มันเป็นคำตอบที่ถูกต้อง เพราะถ้าพวกเธอตอบข้อ B แสดงว่าพวกเธอพูดผิดภาษาแล้วค่ะ
– Perché se io scrivo quando con la c e non con la q questo è spagnolo ragazzi.
เพราะว่า ถ้าฉันเขียนคำว่า quando ด้วยตัว c โดยไม่ใช้ตัว q แบบนี้มันคือภาษาสเปนค่ะเพื่อนๆ
– E quindi, e poi quanto costano se fossero questi libri.
ถ้าคำตอบคือ พวกนี้ราคาเท่าไหร่คะ ตอนนั้นมันก็ต้องเป็นหนังสือหลายเล่มเหล่านี้ค่ะ
– Invece quanto costa, che cosa? Questo libro!
ในกรณีนี้ อันนี้ราคาเท่าไหร่คะ มันคือะไรคะ มันคือหนังสือเล่มนี้ 1 เล่มค่ะ!
– Per questo la risposta corretta è la C.
ด้วยเหตุนี้ คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็นข้อ C ค่ะ
– Domanda numero 5.
คำถามหมายเลข 5
– In primavera… A ) c’è B ) ci sono C ) sono.
ในฤดูใบไม้ผลิ… ข้อ A มีอันเดียว ข้อ B มีหลายอัน ข้อ C เป็น อยู่ คือ
– Come vedete la risposta corretta è la B, perché come vedete, continuiamo a leggere, …le farfalle.
อย่างที่พวกเธอเห็นกัน คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B ค่ะ เพราะว่าก็อย่างที่พวกเธอเห็น พวกเรามาอ่านต่อกันค่ะ …ผีเสื้อหลายตัว
– Posso dire in primavera c’è il sole, singolare.
ฉันพูดได้ว่า ในฤดูหนาวมีพระอาทิตย์ เป็นเอกพจน์ค่ะ
– Sono, non lo posso dire.
คำว่า เป็น อยู่ คือ ตอบข้อนี้ไม่ได้เลยค่ะ
– E però siccome le farfalle è un plurale, allora la risposta corretta è ci sono. Va bene.
ก็เนื่องด้วย ผีเสื้อมันมีหลายตัว ก็เป็นพหูพจน์ ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือคำว่า ci sono มีมากกว่าหนึ่งค่ะโอเคนะคะ
– Se avete sbagliato queste domande andate a rivedere un po’ tutto il programma.
ถ้าพวกเธอตอบคำถามเหล่านี้ผิด พวกเธอก็ไปดูวิดีโอซ้ำทั้งหมดเลยนะคะ

– Domanda numero 6. Allora questa è la prima domanda doppia della serie, nel senso che ogni risposta esatta vale mezzo punto. Ok?
คำถามหมายเลข 6 เอาหล่ะ ข้อนี้คือคำถามแรก ที่ต้องตอบ 2 ครั้ง แต่ละครั้งก็ได้ครึ่งคะแนนค่ะ
– Quindi iniziamo. Io parlo con una signora devo usare la forma di cortesia e mi devo scusare.
ดังนั้น พวกเรามาเริ่มกันเลยค่ะ ฉันพูดกับคุณที่เป็นผู้หญิง ฉันต้องพูดแบบสุภาพ และฉันต้องขอโทษที่ไปรบกวนเขาด้วยค่ะ
– E dico ovviamente, e come vedete io dico scusi e non scusino perché non dico signori.
และแน่นอนฉันพูดว่า ก็อย่างที่พวกเธอเห็น ฉันพูดว่า ขอโทษคุณค่ะ และอย่าพูดว่า scusino นะคะ เพราะว่าฉันไม่ได้พูดกับคนหลายคนค่ะ
– Non dico scusa, perché non parlo con Anna.
ฉันจะไม่พูดว่า โทษนะ เพราะว่าฉันไม่ได้พูดกับอานนาเพื่อนของฉันค่ะ
– Bene, dico signora, in modo formale.
ดีค่ะ ฉันพูดถึงคุณที่เป็นผู้หญิง พูดแบบสุภาพค่ะ
– Quindi la risposta corretta è la B.
ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B ค่ะ
– E poi continua la frase.
แล้วประโยคนี้ยังมีต่ออีกนะคะ
– Che ora, che ore sono? La risposta corretta, come vedete è la C.
เวลาอะไร หรือ กี่โมงแล้วคะ คำตอบที่ถูกต้องคือ ก็อย่างที่พวกเธอเห็นกัน คือข้อ C ค่ะ
– Perché? Che diffirenza c’è tra la B e la C?
ทำไมเหรอคะ ระหว่างข้อ B และ ข้อ C มันต่างกันตรงไหนคะ
– Nella B ho scritto que, q-u-e, e invece c-h-e.
ในข้อ B ฉันได้เขียนว่า que ด้วยตัว q-u-e แต่จะให้ถูกต้อง ก็ต้องเขียนว่า c-h-e ค่ะ
– Se avete risposto B, state di nuovo sbagliando, state di nuovo sbagliando lingua, perché q-u-e è spagnolo.
ถ้าพวกเธอได้ตอบข้อ B พวกเธอก็ผิดกันอีกแล้ว ผิดภาษาแล้วค่ะ เพราะว่า q-u-e คือภาษาสเปนค่ะ
– E qua stiamo parlando in italiano.
แต่ว่าตอนนี้ พวกเรากำลังเรียนภาษาอิตาลีกันอยู่นะคะ
– Che ora sono no, perché posso dire che ora è.
che ore sono แบบพหูพจน์ค่ะ ไม่ใช่แค่นี้นะคะ เพราะฉันจะพูดว่า che ora è กี่โมงแล้ว แบบเอกพจน์ก็ได้ค่ะ
– Ma devo dire come nella C che ore sono.
แต่ว่าฉันต้องตอบข้อ C ค่ะ che ore sono กี่โมงแล้วค่ะ
– Quindi questa risposta corretta vale mezzo punto, e anche questa vale mezzo punto.
ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้อง มีค่าเท่ากับครึ่งคะแนนค่ะ
– Ragazzi dovete conoscere bene il programma!
เพื่อนๆ คะ พวกเธอต้องไปศึกษาให้ดีนะคะ
– Quindi inizio un po’ a complicare le cose.
ตอนนี้ฉันจะเริ่มทำให้มันซับซ้อนขึ้นแล้วนะคะ
– Anche questa domanda numero 7 è doppia, nel senso che abbiamo mezzo punto e mezzo punto, quindi per esempio nella 6 avete sbagliato la prima ma scritto correttamente la seconda, il risultato è mezzo punto.
คำถามหมายเลข 7 นี้ก็ด้วยค่ะ คือ มี 2 ข้อที่ต้องตอบค่ะ คือจะได้ข้อละครึ่งคะแนนค่ะ ก็แบบในข้อ 6 ค่ะ ถ้าพวกเธอทำผิดในส่วนแรก แต่ว่าพวกเธอตอบถูกในส่วนที่สอง ก็จะได้ครึ่งคะแนนค่ะ
– Se le avete scritte correttamente entrambi allora è un punto.
ถ้าพวกเธอตอบถูกทั้งสองข้อ ก็จะได้หนึ่งคะแนนเต็มค่ะ
– Bene. Allora che cosa è? La soluzione è questo.
ดีค่ะ ถ้างั้น มันคือข้อไหนเหรอคะ คำตอบคือ questo สิ่งนี้ค่ะ
– Potrei dire anche “che cosa è questa”, ma continuiamo, dovete leggere bene la seconda parte della domanda, è il libro di italiano.
ฉันจะพูดว่า “สิ่งนี้คืออะไร” เพศหญิง ลงท้ายด้วย a ก็ได้ค่ะ แต่พวกเธอต้องอ่านในส่วนที่สองของคำถามด้วยนะคะ มันคือหนังสือภาษาอิตาลีหนึ่งเล่ม มันคือเพศชายค่ะ
– Quindi non potrebbe essere questa.
ดังนั้น มันจึงเป็น questa ไม่ได้เพราะ questa มันเป็นเพศหญิงค่ะ
– Va bene? Che cosa è questa? Questa è la sedia. Va bene.
โอเคนะคะ สิ่งนี้คืออะไรคะ สิ่งนี้คือเก้าอี้หนึ่งตัว แบบนี้โอเคค่ะ เพราะเป็นเพศหญิงทั้ง 2 คำ
– Però sicomme la risposta è il libro, la soluzione è questo.
แต่ในข้อสอบ คำตอบมันคือ หนังสือหนึ่งเล่ม เป็นเพศชาย เพราะฉะนั้น คำตอบจึงเป็น questo สิ่งนี้เพศชายค่ะ
– Questi no perché sarebbe “che cosa sono questi”, poi l’articolo corretta è il libro. Va bene?
ส่วน Questi สิ่งเหล่านี้ ยิ่งไม่ได้เลยค่ะ เพราะคำถามจะต้องเป็น “สิ่งเหล่านี้คืออะไร” ทุกอย่างเป็นรูปแบบพหูพจน์ แล้วคำนำหน้านามที่ถูกต้องคือ il หนังสือหนึ่งเล่ม เป็นเอกพจน์ค่ะ โอเคนะคะ

– Domanda numero 8.
คำถามหมายเลข 8
– Che cosa sono…?
พวกมันอะไรคือ…
– Allora: quei, quegli o quelli?
เอาหล่ะ เรามี 3 คำนี้
– Come vedete la risposta corretta è la C.
ก็อย่างที่พวกเธอเห็น คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ C ค่ะ
– Perché? Perché non è un aggettivo ma è un pronome.
ทำไมเหรอคะ เพราะว่ามันไม่ใช่คำขยายคำนามค่ะ ในกรณีนี้ มันคือคำสรรพนามค่ะ
– Quindi che sostituisce il nome.
ดังนั้น เราใช้มันแทนคำนามนั้นๆ ค่ะ
– Cosa sono quelli? Quindi qualcosa al maschile plurale.
สิ่งเหล่านั้นคืออะไรคะ ดังนั้น มันคืออะไรที่เป็นเพศชายพหูพจน์ค่ะ
– Se io avessi messo quei, questi sono degli aggettivi.
ถ้าตอนนั้นฉันใส่คำว่า quei พวกมันคือคำขยายคำนามค่ะ
– Per esempio: che cosa sono quei documenti?
ตัวอย่างเช่น เอกสารต่างๆ เหล่านั้นคือเอกสารอะไรคะ
– Io vedo dei fogli “cosa sono quei documenti?”
ฉันเห็นแผ่นกระดาษจำนวนนึง “มันคือเอกสารอะไรคะ”
– Allora, qua sarebbe stato corretto perché sarebbe stato un aggettivo.
เอาหล่ะ ตรงนี้มันน่าจะถูก ถ้าตอนนั้นมันเป็นคำขยายคำนามค่ะ
– Che cosa sono, per esempio, quegli arnesi?
ตัวอย่างค่ะ เครื่องมือเหล่านั้นคืออะไรคะ
– Sono delle cose, non so che cosa siano, allora sarebbe stato corretto.
พวกมันคือสิ่งของต่างๆ ฉันไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไร ถ้าประโยคเป็นแบบนี้ มันก็จะถูกค่ะ
– Ma non posso dire che cosa sono quei. No.
แต่ฉันพูดว่า พวกมันคืออะไรโดยใช้ quei ไม่ได้ค่ะ มันไม่ถูกต้องค่ะ
– Che cosa sono quegli. No.
พวกมันคืออะไรโดยใช้ quegli ก็ไม่ได้ค่ะ
– Perché deve seguire un nome.
เพราะว่าถ้าจะใช้แบบคำขยายนาม มันจะต้องตามด้วยคำนามค่ะ
– Invece che cosa sono quelli?
ส่วน สิ่งเหล่านั้นคืออะไรคะ
– Stop. Quelli è un pronome.
เขียนแค่คำว่า quelli แล้วก็พอแค่นี้ค่ะ เพราะมันคือคำสรรพนามใช้แทนคำนามค่ะ
– Va bene? Andate a rivedere questa lezione.
ตามนี้นะคะ พวกเธอไปดูบทเรียนนี้ซ้ำกันนะคะ
– E poi, continua la domanda numero 8. La risposta è “sono dei quadri”, perché questo è il plurale dell’articolo indeterminativo.
แล้วก็ มาต่อด้วยคำถามหมายเลข 8 กันค่ะ คำตอบคือ “พวกมันคือสมุดจดหลายเล่มค่ะ” เพราะว่า dei คือรูปพหูพจน์ของคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจงค่ะ
– Se abbiamo l’articolo determinativo i, ok, l’articolo indeterminativo sarà dei.
ถ้าพวกเรามีคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง i โอเค คำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจงมันจะต้องเป็น dei ค่ะ
– Siccome sono i quadri non posso dire degli quadri, ma la risposta corretta è la B, dei.
เนื่องจากพวกมันคือสมุดจดหลายเล่ม ฉันพูดว่า degli ไม่ได้ค่ะ เพราะสมุดจดหลายเล่ม มันขึ้นต้นด้วยตัว q ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B dei ค่ะ
– Perfetto.
เยี่ยมมากค่ะ
– Domanda numero 9.
คำถามหมายเลข 9
– Allora, A ) La Roma B ) Il Roma C ) Roma
เอาหล่ะ ข้อ A ) La เมืองโรม B ) Il เมืองโรม C ) เมืองโรม แบบไม่มีคำนำหน้านาม
– Beh, se avete risposto A siete dei tifoso di calcio, perché la Roma è una squadra di calcio.
ค่ะ ถ้าพวกเธอตอบข้อ A แสดงว่าพวกเธอเป็นแฟนบอลกันค่ะ เพราะว่า la Roma คือ ชื่อทีมฟุตบอลค่ะ
– E il Roma non esiste, la soluzione è la C, Roma è una città.
และ il Roma คำนี้มันคือการพูดมั่วค่ะ เพราะฉะนั้นคำตอบคือข้อ C ค่ะ Roma คือชื่อเมือง ไม่ต้องมีคำนำหน้านามค่ะ
– Quindi non parlo di una squadra di calcio ma di una città, la soluzione è incantevole.
ดังนั้น ฉันไม่ได้พูดถึงทีมฟุตบอลนะคะ แต่ว่าฉันพูดถึงชื่อเมืองอยู่ค่ะ ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือ เมืองโรมมันสวยงามมากค่ะ
– Allora vi dico che questa era un po’ difficile, per quello comunque incantevole vale mezzo punto.
เอาหล่ะ ฉันขอสารภาพว่า ข้อนี้มันยากนิดนึงค่ะ เพราะว่ามันสวยงาม จึงมีค่าครึ่งคะแนนค่ะ
– Perché è un aggettivo con la e, quindi non è incantevola, ma era un po’ difficile perché nelle scorse lezioni non ho fatto l’esempio di questo preciso aggettivo, quindi dovevate conoscere l’aggettivo.
เพราะว่ามันคือคำขยายนามที่ลงท้ายด้วย e ดังนั้น incantevola มันผิดค่ะ ข้อนี้มันก็ยากนิดนึง เพราะว่าในบทเรียนที่แล้ว ฉันไม่ได้ทำตัวอย่างเจาะจงไปที่เรื่องนี้อ่ะค่ะ ดังนั้น การจะตอบถูกได้ พวกเธอก็ต้องเคยเห็นคำขยายคำนามคำนี้กันมาก่อนอ่ะค่ะ
– Sono un po’ cattivella, ma vabbè, infatti comunque valeva mezzo punto.
ฉันก็โหดร้ายนิดนึงนะคะ ก๊าก แต่ไม่เป็นไรค่ะ ข้อนี้มันมีค่าแค่ครึ่งคะแนนค่ะ

– Incantevoli ovviamente non poteva essere.
คำว่า incantevoli เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ค่ะ โรม เป็นเมืองๆ เดียว เป็นเอกพจน์ค่ะ ลงท้ายด้วย i ไม่ได้ค่ะ
– Domanda numero 10.
คำถามหมายเลข 10
– Lei (maiuscolo) quindi forma di cortesia, signora, (io, quindi parlo con la signora) ami non può essere, perché non dico “tu Marta”, ma dico “Lei signora”.
คำว่า คุณ Lei (ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่) เป็นการพูดแบบสุภาพ พูดกับ คุณ ที่เป็นผู้หญิง (ฉันพูดกับคุณ ที่เป็นผู้หญิงคนนึงแบบสุภาพค่ะ) คำว่า เธอรัก เป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะว่าฉันไม่ได้พูดแบบกันเองว่า “เธอ มารต่า” แต่ฉันพูดแบบสุภาพกับ “คุณที่เป็นผู้หญิงอ่ะค่ะ”
– Quindi la soluzione è la B, ama.
ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B เขารัก ค่ะ ฉันคุยกับคุณ แต่ฉันจะไม่พูดเจาะจงโดยตรงไปที่คุณ ฉันเรียกคุณว่า เขา ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ตามวัฒนธรรมอิตาลี ถือว่าเป็นการพูดสุภาพ คือ ไม่ก้าวกายไปที่คุณอ่ะค่ะ
– Non posso dare del voi, non stiamo parlando francese, quindi in italiano si dava del voi tanto tempo fa, ma adesso si da del Lei, va bene?
ฉันจะพูดว่า พวกเธอ ก็ไม่ได้ค่ะ เพราะมันเป็นรูปแบบของคนฝรั่งเศสเขาค่ะ ในอดีตคนอิตาลีเคยเรียกเธอคนเดียวว่า พวกเธอ เพื่อให้รู้ว่า ฉันพูดสุภาพอยู่นะ แต่ในปัจจุบันนี้ เขาไม่พูดกันแล้วค่ะ ตามนี้นะคะ
– Quindi non può essere la C, amante la musica.
ดังนั้น มันจะเป็นข้อ C ไม่ได้ค่ะ เพราะมันมั่วมาก แปลไม่ถูกเลยค่ะ
– Quindi la soluzione è “Lei, signora, B ama la musica?”
ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ “คุณ ที่ผู้หญิง เขารักเสียงเพลงค่ะ” ข้อ B ค่ะ
– Andiamo avanti.
พวกเรามาดูต่อกันค่ะ
– Eccoci qua.
นี่ไงคะ
– Siamo a metà del test.
พวกเรามาได้ครึ่งทางแล้วค่ะ
– Nel tempo libero… la soluzione è B.
ในเวลาว่าง… คำตอบคือข้อ B ค่ะ
– Se avete scritto B avete scritto correttamente.
ถ้าพวกเธอตอบข้อ B แสดงว่าพวกเธอตอบถูกค่ะ
– Non può essere ando, perché il verbo andare è irregolare.
มันจะเป็น ando ไม่ได้ค่ะ เพราะคำกริยา การไป นี้ มันไม่ผันตามกฎค่ะ
– Quindi le coniugazioni sono diverse all’infinito.
ดังนั้น คำกริยาที่ผันแล้ว มันจะแตกต่างไปเลย มันจะไม่เหมือนกับคำกริยาในรูป infinito ค่ะ
– La soluzione è “vado volentieri al cinema”.
คำตอบที่ถูกต้องคือ “ฉันไปที่โรงภาพยนต์ด้วยความยินดีค่ะ”
– 12. Vi ricordate il nostro caro amico Gilberto della lezione 12?
ข้อ 12 พวกเธอจำเพื่อนรัก จิลเบรโต่ ของพวกเรากันได้ไหมคะ ในบทเรียนที่ 12 อะค่ะ
– Lui è, bravi, di Carentan.
เขาเป็น ถูกต้องค่ะ เก่งมากค่ะ เป็นคนคาเรนตานค่ะ
– Se avessi messo da avrei usato il verbo venire, viene da Carentan, ma qua ho usato il verbo essere.
ถ้าตอนนั้นฉันใส่คำว่า da ฉันก็ควรจะใช้คำกริยา การมา ค่ะ เขามาจากเมืองคาเรนต่า แต่ว่าตรงนี้ฉันใช้คำกริยา เป็น อยู่ คือ essere จึงต้องใช้คำบุพบท di ค่ะ Venga da… Sono di…
– Se avessi voluto dire è a Carentan, avrei usato la preposizione a.
ถ้าตอนนั้นฉันพูดว่า เขาอยู่ที่เมืองคาเรนต่า ฉันก็ต้องใช้คำบุพบท a ค่ะ
– Va bene? A e non in. Quindi queste due in questo contesto con questo verbo, sono scorrette.
เข้าใจนะคะ ใช้คำว่า a และไม่ใช่ คำว่า in นะคะ ดังนั้น สองข้อนี้ในสถานการณ์นี้ กับคำกริยานี้ พวกมันไม่ถูกต้องค่ะ
– Quindi andate a rivedere le preposizioni.
ดังนั้น พวกเธอไปดูเรื่องคำบุพบทซ้ำกันอีกนะคะ
– Quindi lui è di Carentan come io sono di Cagliari.
ดังนั้น เขาเป็นคนคาเรนตัน และฉันเป็นคาลยิอาริค่ะ ใช้ di ค่ะ
– E spiego, una città che si trova
A ) preposizione a, B ) in ed è corretta, C ) nella.
และฉันขออธิบายค่ะ เมืองนึงที่จะพบได้ …
A ) คำบุพบท a
B ) in ข้อนี้ถูกต้องค่ะ
C ) nella
– Quindi la soluzione è la B, in Francia.
ดังนั้นคำตอบคือข้อ B ค่ะ …ในประเทศฝรั่งเศสค่ะ
– Non posso dire nella Francia. Se avessi detto si trova nella Francia del Nord, allora sarebbe stata corretta, ma non posso dire nella Francia stop. In Francia.
ฉันพูดว่า nella ฝรั่งเศสไม่ได้ค่ะ ถ้าตอนนั้นฉันพูดว่า มันสามารถพบได้ nella ทางเหนือตอนทางเหนือขอฝรั่งเศส ก็จะถูกต้องค่ะ เพราะเป็นการเจาะจงไปที่ภาคเหนือค่ะ แต่ถ้าฉันพูดรวมๆ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นส่วนไหน ฉันก็ต้องใช้แค่ in ค่ะ

– Numero 13. Oggi… la soluzione è alle 16.
หมายเลข 13 วันนี้… คำตอบคือ ตอน 16 นาฬิกาค่ะ
– Va bene? Perché a mezzogiorno, a mezzanotte.
เข้าใจไหมคะ เพราะต้องใช้ a กับเที่ยงวัน และเที่ยงคืนค่ะ
– Alla no si usa per indica l’orario.
คำว่า alla จะใช้บอกเวลาค่ะ
– E quindi la soluzione è alle 16, o alle 4 anche.
และดังนั้นคำตอบคือ alle ตอน 16 นาฬิกา หรือว่าตอนบ่าย 4 โมง ก็ได้ค่ะ
– Emmm, Vado… bene, la soluzione è C, dal parrucchiere.
อืมมม ฉันไป… โอเค คำตอบคือข้อ C ไปหาช่างเสริมสวยค่ะ
– Non posso dire del, perché andare a casa di qualcuno o in questo caso nel salone di qualcuno, si dice da, o nel negozio di qualcuno si dice da.
ฉันพูดว่า del ไม่ได้ เพราะว่าการไปไปที่บ้านของคนอื่น หรือว่าในกรณีนี้ ไปที่ร้านเสริมสวยของใครบางคน จะต้องใช้คำว่า da หรือว่าไปที่ร้านขายของของใครบางคน ก็จะพูดว่า da คือไปหาเขาค่ะ
– L’abbiamo visto proprio nella lezione 13. E non di, quindi non confondete per favore di e da.
พวกเราได้เรียนกันไปแล้วในบทเรียนที่ 13 นี้เลยค่ะ คำว่า di บอกว่าเป็นของอะไรนะคะ พวกเธออย่างงกันนะคะ ได้โปรดหล่ะค่ะ คำว่า di เป็นของ และ da ไปหาค่ะ
– È nel salone del parrucchiere e queste due in questo caso sono scorrette.
มันอยู่ในร้านเสริมสวยของช่างเสริมสวย และในสองกรณีนี้ มันไม่ถูกต้องค่ะ
– Ricordatevi per esempio, vado da Mario, significa a casa di Mario.
พวกเธอจำไว้นะคะ ตัวอย่างเช่น ฉันไปหามาริโอ้ หมายถึง ที่บ้านของมาริโอ้ค่ะ
– Però da Mario non ha bisogno di articolo perché è un nome proprio non ha l’articolo.
แต่ว่า ไปหามาริโอ้ ในกรณีนี้ไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม เพราะว่า มาริโอ้คือคำนามเฉพาะ เป็นชื่อคน ไม่ต้องใส่คำนำหน้านามค่ะ
– Ma il parrucchiere sì, perché è un nome comune di persona.
แต่ว่าช่างเสริมสวยต้องมีคำนำหน้านามค่ะ เพราะมันคือคำนามทั่วไปที่เกี่ยวกับบุคคลค่ะ
– Bene, quindi la soluzione è la C, dal.
ดีค่ะ ดังนั้นคำตอบคือข้อ C, คำว่า dal ค่ะ
– Numero 14, come vedete la soluzione è la A, la pasta.
คำถามหมายเลข 14 อย่างที่พวกเธอเห็น คำตอบคือข้อ A พาสต้า เพศหญิง เอกพจน์ค่ะ
– Non poteva essere i pasti, perché abbiamo il verbo al singolare, e se fosse stato il cibo sarebbe stato pronto e non pronta.
มันจะเป็น อาหารหลายมื้อ ไปไม่ได้ เพราะว่าพวกเรามีคำกริยาที่เป็นเอกพจน์ค่ะ แต่ถ้าตอนนั้นมันเป็นคำว่า อาหาร มันก็ควรจะเป็น pronto และไม่ใช่ pronta เพราะอาหารเป็นเพศชายลงท้ายด้วย o ค่ะ
– Quindi la soluzione come sempre è soltanto una quindi la pasta è pronta.
ดังนั้นคำตอบก็มีแค่ข้อเดียวค่ะ คือพาสต้ามันสุกแล้ว (พร้อมแล้ว มาทานได้แล้วค่ะ)
– Allora, adesso iniziate voi a dire le soluzioni, perché da qui in poi diamo spazio agli studenti.
เอาหล่ะ ตอนนี้พวกเธอเป็นคนตอบอธิบายบ้างนะคะ เพราะว่าต่อจากนี้ไป พวกเราจะให้พื้นที่กับนักเรียนบ้างค่ะ
– La pasta è pronta. Bravissimi, bravissimi, la soluzione è B.
พาสต้าสุกแล้วค่ะ เก่งมากๆ ค่ะ คำตอบคือข้อ B ค่ะ
– A mezzogiorno, perché all’ sarebbe stato all’una, alle alle due, invece a mezzogiorno, a mezzanotte, ricordatevi.
ตอนเที่ยงวัน ใช้ a ค่ะ เพราะว่าถ้าใช้ all’ ก็ต้องใช้กับ ตอนบ่ายโมง และใช้ alle ก็เป็นตอนบ่ายสองโมงค่ะ ส่วนตอนเที่ยงวัน ตอนเที่ยงคืน ใช้ a ค่ะ พวกเธอจำกันไว้นะคะ
– All’una, alle due, alle tre, alle quattro, vedete?
ตอนบ่ายโมง ตอนบ่ายสอง ตอนบ่ายสาม ตอนบ่ายสี่ พวกเธอเห็นกันนะคะ
– Ricordate le preposizioni per indicare l’orario.
พวกเธอจำพวกคำบุพบทที่ใช้บอกช่วงเวลากันด้วยค่ะ
– A che ora fate determinate cose.
พวกเธอทำสิ่งที่อยากทำกันตอนกี่โมงค่ะ
– Numero 15. Buongiorno, allora ditemi voi la soluzione. A ) desidera B ) vorrei C ) voglio
ข้อที่ 15 สวัสดีตอนเช้าค่ะ เอาหล่ะ พวกเธอตอบฉันมาค่ะ A ) เขาต้องการ B ) ฉันรบกวนขอ (พูดแบบสุภาพค่ะ)
C ) ฉันอยากได้ (พูดแบบเป็นกันเองค่ะ)
– Bravi! Perché? Che cosa? Un piatto di pasta per favore.
เก่งมากค่ะ! ทำไมเหรอคะ อะไรเหรอคะ พาสต้าจานนึงค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
– Allora qua io vi spiego, ve l’avevo già preannunciato, la soluzione è B.
ตรงนี้ ฉันขออธิบายให้พวกเธอฟังหน่อยค่ะ ฉันได้บอกกับพวกเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าคำตอบคือข้อ B ค่ะ

– Vorrei, desidera è il contrario.
ฉันรบกวนขอ ส่วน เขาต้องการ มันตรงข้ามกันค่ะ
– Qua è il cliente che chiede un piatto di pasta.
ตรงนี้ สถานการณ์คือ ลูกค้าสั่งพาสต้าจานนึงค่ะ
– Desidera generalmente lo dice il cameriere o il ristoratore.
คำว่า เขาต้องการ โดยทั่วไปแล้ว เด็กเสิร์ฟหรือเจ้าของร้านเป็นคนพูดกับลูกค้าค่ะ ใช้รูปแบบบุคคลที่ 3 เพราะมันคือการพูดแบบสุภาพแบบคนอิตาลีค่ะ แทนที่จะพูดว่า เธออยากได้อะไร เขาก็จะพูดว่า เขาต้องการอะไรคะ กับคนฟังหรือลูกค้าค่ะ
– E poi la frase sarebbe stata diversa.
และถ้าเป็นแบบนี้ ประโยคในตอนนั้น มันจะไม่ใช่แบบที่เห็นค่ะ
– In teoria, grammaticalmente, non sarebbe sbagliata voglio, ma non sarebbe educato, e poi “voglio un piatto di pasta per favore” non sarebbe corretto.
ในทางทฤษฎี ตามหลักไวยากรณ์ แล้ว มันก็ไม่น่าจะผิด ถ้าจะใช้คำว่า ฉันอยาก แต่มันไม่สุภาพค่ะ และถ้าพูดว่า “ฉันอยากได้พาสต้าจานนึง รบกวนด้วยนะ” มันก็ไม่น่าจะถูกตามรูปแบบค่ะ
– Ok, quindi la soluzione è la B “vorrei un piatto di pasta per favore”.
โอเค ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือข้อ B ค่ะ “ดิฉันขอพาสต้าจานนึง รบกวนด้วยนะคะ”
– Numero 16.
หมายเลข 16
– Pronto, buonasera? …avere delle informazioni per favore?
A ) Posso
B ) Può
C ) Devo
ฮัลโหล สวัสดีตอนเย็นค่ะ
A ) ฉันขอถามข้อมูลหน่อยได้ไหมคะ
B ) เขาสามารถ
C ) ฉันจะต้อง
– Ricordatevi che questa vale un punto e anche questa, quindi la domanda non è doppia.
พวกเธอจำได้ไหมคะว่า ข้อนี้ได้หนึ่งคะแนนเต็ม และข้อนี้ก็ด้วยค่ะ ดังนั้นคำถามนี้ มันไม่ได้มี 2 คำตอบนะคะ
– Bravi! ok, lo chiedo posso, perché parlo io.
เก่งมากค่ะ! โอเคค่ะ ฉันอยากรู้ ฉันเลยถามว่า ฉันสามารถไหม เพราะว่าฉันเป็นคนพูดค่ะ
– Quindi posso avere delle informazioni?
ดังนั้นฉันขอข้อมูลหน่อยได้ไหมคะ
– Può non è possibile perché è lui o lei.
คำว่า เขาสามารถ มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะมันแปลว่าเขาผู้ชาย หรือว่า เขาผู้หญิงค่ะ
– “Devo avere delle informazioni per favore” non ci sta proprio.
“ฉันจะต้องมีข้อมูลเหล่านี้ ได้โปรด” การพูดแบบนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะ
– Ed è così, la soluzione è la A.
มันก็เป็นแบบนี้หล่ะค่ะ คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ A ค่ะ
– Numero 17. A ) Ricordi! B ) Ricorda! C ) Ricordo!
ข้อที่ 17. ข้อ A ) เธอจำได้นะ! (เป็นประโยคบอกเล่า) B ) คุณจงจำสิ่งนี้ได้! (เป็นคำสั่ง) ข้อ C ) ฉันจำได้จ้า!
– Il numero 17 mette, da o porta sfortuna?
หมายเลข 17 มันนำโชคร้ายมาให้ใช่ไหมคะ
– Bravi, siccome non è una domanda, non posso dire ricordi, ma dico ricorda, perché è un imperativo, proprio quello che spiego nella lezione 17.
เก่งมากค่ะ เนื่องจากว่า มันไม่ใช่คำถามอ่ะค่ะ ฉันจึงพูดว่า เธอจำได้นะ ไม่ได้ค่ะ แต่ฉันต้องพูดว่า คุณต้องจำได้นะคะ เพราะว่ามันคือ การสั่ง ค่ะ อย่างที่ฉันได้อธิบายไว้ในบทเรียนที่ 17 อ่ะค่ะ
– Ricordo no, perché non lo posso ricordare a me stessa.
ฉันจำได้ ข้อนี้ไม่ใช่เลยค่ะ เพราะว่าสำนวนการพูดมันไม่ได้ค่ะ
– Il numero 17, l’ho detto diverse volte, porta sfortuna, quindi non mette e non da sfortuna.
ข้อที่ 17 ฉันได้พูดมันไปหลายครั้งแล้วว่า มันนำโชคไม่ดีมาให้ ดังนั้น เราจะไม่ใช้คำว่า mette และ da ในกรณีนี้ค่ะ
– Va bene? Quindi le soluzioni della 17 sono B e C.
เข้าใจไหมคะ ดังนั้นคำตอบของข้อ 17 คือ ข้อ B และ ข้อ C ค่ะ
– Bene! 18. Beh, se avete risposto A avete poca autostima.
ดีค่ะ! ข้อ 18 เออ ถ้าพวกเธอตอบข้อ A แสดงว่าพวกเธอมีความมั่นใจในตนเองน้อยค่ะ
– Non piaccio significa che nessuno mi ama. Ok, Scherzo.
ไม่ชอบฉัน หมายถึง ไม่มีใครรักฉันค่ะ โอเค ฉันล้อเล่นค่ะ
– Quindi questa è sbagliata.
ดังนั้น ข้อนี้มันผิดค่ะ
– Non mi piace, non mi piacciono… vediamo il seguito, fare le pulizie.
ฉันไม่ชอบมัน เอกพจน์ และ ฉันไม่ชอบพวกมัน พหูพจน์ พวกเรามาดูส่วนท้ายของประโยคกันค่ะ การทำความสะอาดแบบต่างๆ เป็นเอกพจน์
– Questo fare è un infinito, quindi non mi piace fare le pulizie.
คำกริยา การทำ นี้ มันอยู่ในรูป infinito ค่ะ เน้นไปที่การทำสิ่งนั้น เป็นเอกพจน์ ดังนั้น คำตอบที่ถูกต้องคือ ฉันไม่ชอบการทำความสะอาดแบบต่างๆ ค่ะ
– Se avessi tolto questa frase allora avrei scritto non mi piacciono le pulizie, plurale, ma siccome è così, la soluzione è la B.
สมมุติว่าตอนนั้นฉันเอาประโยคนี้ออก ฉันก็ควรจะเขียนว่า ฉันไม่ชอบพวกมันทั้งหลาย พวกมันทั้งหลายนั่น คือการทำความสะอาดแบบต่างๆ เป็นคำนามในรูปพหูพจน์ค่ะ มันก็เป็นรูปแบบนี้อ่ะค่ะ คำตอบคือข้อ B ค่ะ

– Vediamo un po’, siamo alla domanda 19.
พวกเรามาดูกันอีกหน่อยค่ะ พวกเรามาถึงคำถามที่ 19 แล้วค่ะ
– In mia borsa, alla mia borsa o bravi! Nella mia borsa, perché significa dentro la mia borsa.
ในกระเป๋าของฉัน ที่กระเป๋าของฉัน หรือว่า เก่งมากค่ะ nella ในกระเป๋าใบนั้นของฉัน เพราะว่ามันหมายถึงข้างใน ในกระเป๋าใบนั้นของฉันค่ะ
– Quindi in + la = nella.
ดังนั้นคำบุพบท in + la = nella ค่ะ
– In italiano è così: dovete unire la preposizione semplice all’articolo determinativo per formare la preposizione articolata.
ในภาษาอิตาลี มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ พวกเธอจะต้องรวมคำบุพบทแบบธรรมดา เข้ากับคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง แล้วมันก็จะออกมาเป็นคำบุพบทแบบผสม articolata ค่ะ
– Quindi anche questa è doppia ci sono, c’è o sono tante cose?
ดังนั้น ข้อนี้มันมีคำตอบ 2 ข้อค่ะ มีหลายอัน มีอันเดียว หรือมีหลายสิ่งหลายอย่างเลยคะ
– Tante cose è al plurale, bravi, quindi ci sono tante cose.
หลายสิ่งหลายอย่าง มันอยู่ในรูปพหูพจน์ เก่งมากค่ะ ดังนั้นจึงเป็น มีสิ่งของมากมายหลายอย่างค่ะ
– La soluzione è A.
คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ A ค่ะ
– Quindi non posso dire c’è una cosa, ma ci sono tante cose.
ดังนั้น ฉันไม่สามารถพูดได้ว่า มีสิ่งหนึ่ง แต่ว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ
– E la mia borsa è sempre piena di cose.
และกระเป๋าใบนั้นของฉัน มันก็เต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ มากมายตลอดเวลาเลยค่ะ
– Vediamo la 20. Dai abbiamo quasi finito ragazzi e dopodiché saprete la verità.
พวกเรามาดูข้อที่ 20 กันค่ะ เอาหน่ะ ใกล้หมดแล้วค่ะเพื่อนๆ และหลังจากนี้ พวกเธอก็จะได้รู้ความจริงกันซะทีค่ะ
– Squilla il telefono! Chi è?
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น! เขาคือใครคะ
– È la mia madre? Mio madre o mia madre?
เขาคือ la แม่ของฉัน หรือ แม่ของฉัน โดยใช้ o หรือว่า แม่ของฉัน โดยใช้ a คะ
– Bravi! Perché è un nome di famiglia.
เก่งมากค่ะ! เพราะว่ามันคือคำนามที่เกี่ยวกับครอบครัวค่ะ
– Niente articolo prima del possessivo.
ไม่ต้องใส่คำนำหน้านามไว้หน้าคำที่แสดงความเป็นเจ้าของค่ะ
– Posso dire “è la mia vicina di casa”, ma “è mia madre”.
ฉันสามารถพูดว่า “เขาคือเพื่อนบ้านคนนั้นของฉัน” ใส่คำนำหน้านาม แต่ว่า “เขาคือแม่ของฉัน” ไม่ต้องมีคำนำหน้านามค่ะ
– Ok? Quindi la soluzione è C.
โอเคนะคะ ดังนั้น คำตอบคือข้อ C ค่ะ
– Dai che ci siamo quasi!
สู้ๆ ค่ะ เกือบหมดแล้วค่ะ!
– Ok via! Ed eccoci qua alla fine.
โอเค ไปต่อค่ะ! และตรงนี้ ก็มาถึงตอนท้ายละค่ะ!
– Speriamo bene, speriamo che sia andato bene.
พวกเราก็หวังให้มันดีค่ะ พวกเราก็หวังว่า น่าจะผ่านไปด้วยดีค่ะ
– Numero 21. Sabato ho: comprata? Comprato o comprati una nuova borsa?
คำถามหมายเลข 21 วันเสาร์ฉันได้ซื้อ ลงท้ายด้วย a หรือลงท้ายด้วย o หรือลงท้ายด้วย i กระเป๋าใบใหม่ใบนึงคะ
– Sempre sta borsa!
ก็พูดถึงเรื่องกระเป๋านี่ตลอดเลยนะคะ!
– Bravi! Ho comprato, non ci siete cascati.
เก่งมากค่ะ! ฉันได้ซื้อไปแล้ว ลงท้ายด้วย o ค่ะ พวกเธอไม่โดนหลอกกันค่ะ
– Perché? Perché con l’ausiliare avere non c’è l’accordo del participio e lo spiego nella lezione 21.
ทำไมเหรอค่ะ ก็เพราะว่า กับคำกริยาช่วย การมี นั้น มันไม่มีข้อตกลงกับ participio และฉันก็ได้อธิบายไว้ในบทเรียนที่ 21 ค่ะ
– Ok, non posso dire ho comprata. Sono stata, con l’ausiliare essere.
โอเค ฉันไม่สามารถพูดว่า ฉันได้ ซื้อมาแล้ว โดยลงท้ายด้วย a แต่ฉันเคยไปมาแล้ว ลงท้ายด้วย a ได้ เพราะว่า มีคำกริยา essere ค่ะ
– Sono andata a comprare una borsa, ma ho comprato, la soluzione è B.
ฉันได้ไปซื้อกระเป๋ามาใบนึง (ใช้คำกริยาช่วย essere) แต่ว่า ฉันได้ซื้อกระเป๋ามาใบนึง (ใช้คำกริยาช่วย avere) ค่ะ
– 22. Oggi A ) ho andato B ) ho andata C ) sono andata, bravi, qua con l’ausiliare essere, siccome parlo io e sono una donna, sono andata al mare.
ข้อที่ 22 วันนี้ A ) ฉันมีไปมาแล้ว เพศชาย B ) ฉันมีไปมาแล้ว เพศหญิง C ) ฉันไปมาแล้ว เพศหญิง เก่งมากค่ะ คำกริยาที่เกี่ยวกับการย้ายที่ทาง การเคลื่อนไหว เราต้องใช้คู่กับคำกริยาช่วย essere ค่ะ ในกรณีนี้ ฉันเป็นคนพูด และฉันก็เป็นผู้หญิงคนนึง ดังนั้นจึงต้องพูดว่า ฉันได้ไปที่ทะเลมาแล้ว (ลงท้ายด้วย a) ค่ะ

– Bene. Numero 23. Quest’anno l’Italia… A ) ha perduto B ) ha perseo, che non esiste come sapete.
ดีค่ะ คำถามหมายเลข 23 ปีนี้ประเทศอิตาลี… A ) เขาได้แพ้ เขียนแบบภาษาโบราณ B ) เขา perseo มั่วมาก คำนี้ไม่มีในภาษาอิตาลี ก็อย่างที่พวกเธอรู้กันอ่ะค่ะ
– Bravi, quindi “ha perso” il campionato.
เก่งมากค่ะ ดังนั้นจึงเป็น “เขาได้แพ้” การแข่งขันแชมป์โลกค่ะ
– Vi dico che in teoria è una forma un po’ antica, arcaica questo “ha perduto” va bene, però non si usa più.
ฉันขอบอกว่าในทางทฤษฎี มันคือรูปแบบเก่าแก่ไปนิดค่ะ เป็นคำโบราณ “เขา perduto” มันโอเคค่ะ แต่ว่า เราไม่ใช้คำนี้กันแล้วค่ะ
– Non sarebbe proprio sbagliata, ma nessuno direbbe l’Italia ha perduto.
มันก็ไม่ใช่ว่าจะผิดซะทีเดียวนะคะ แต่ว่า ไม่มีใครเขาพูดว่า ประเทศอิตาลี perduto อ่ะค่ะ
– L’Italia purtroppo ha perso il campionato, come vediamo nella lezione 23.
ประเทศอิตาลี น่าเสียดายที่แพ้การแข่งขันบอลโลก อย่างที่พวกเธอเห็นกันในบทเรียนที่ 23 อ่ะค่ะ
– 24, la penultima.
ข้อที่ 24 ข้อก่อนข้อสุดท้ายค่ะ
– Oggi… A ) mi vesto B ) vestomi C ) vesto ….e continua subito dopo con, di o niente rosso.
วันนี้… A ) ฉันแต่งตัวให้ตัวเอง B ) ฉันจงแต่งตัวให้ตัวเอง C ) ฉันแต่งตัว และต่อท้ายทันทีหลังคำว่า กับ ว่า di หรือ ไม่มี di ด้วยสีแดงค่ะ
– Allora, quindi, bravi, un verbo riflessivo quindi il pronome riflessivo va prima.
เอาหล่ะ ดังนั้น เก่งมากค่ะ มันคือคำกริยาที่สะท้อนกลับมาหาตัวเองค่ะ ดังนั้น เราต้องวางคำสรรพนามแบบสะท้อนกลับไว้ข้างหน้าคำกริยาค่ะ
– Mi vesto di rosso, quindi significa che indosso vestiti rossi.
ฉันแต่งตัวให้ฉันเองด้วยสีแดง มันหมายถึง ฉันสวมใส่ชุดสีแดงค่ะ
– Va bene? Quindi oggi mi vesto di rosso.
ตามนี้นะคะ ดังนั้น วันนี้ฉันแต่งตัวให้ตัวฉันเองด้วยสีแดงค่ะ
– Perché io nella lezione 24 vi ho chiesto “aiutatemi a scegliere il vestito, il trucco e gli accessori”.
นี่คือสาเหตุที่ฉันขอให้พวกเธอช่วย ในบทเรียนที่ 24 “พวกเธอโปรดช่วยฉันเลือกชุด เลือกรูปแบบการแต่งหน้า และเลือกเครื่องประดับต่างๆ ไงคะ”
– Mi vesto di blu? Mi vesto di verde? Mi vesto di nero?
ฉันใส่ชุดสีน้ำเงินให้ตัวเองดีไหม ฉันใส่ชุดสีเขียวให้ตัวเองดีไหม ฉันใส่ชุดสีดำให้ตัวเองดีไหม
– Alla fine vi ricordate? Ho scelto il vestiti verde.
ในตอนท้าย พวกเธอจำได้ไหมคะ ว่าฉันได้เลือกชุดสีเขียวอ่ะค่ะ
– Va bene? Quindi ‘mi vesto di rosso”.
โอเคนะคะ ดังนั้น ข้อนี้ก็เป็น “ฉันใส่ชุดสีแดงให้กับตัวฉันเองค่ะ”
– L’ultima, che è doppia anche questa.
ข้อสุดท้ายค่ะ ข้อนี้ก็มีคำตอบ 2 ข้อค่ะ
– Domani… A ) comprarò bravi, non esiste. B ) comprarei, anche questa non esiste, perché esiste comprerò.
พรุ่งนี้… A ) comprarò เก่งค่ะ คำนี้มันไม่มีค่ะ มันเขียนผิดค่ะ B ) comprarei ข้อนี้ก็เขียนผิดค่ะ เพราะคำว่า ฉันจะซื้อ มันต้องลงท้ายด้วย erò เป็นคำกริยาที่พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ
– Ed è questa la corretta, è comprerei.
และคำนี้ คือคำที่ถูกต้องค่ะ คำว่า ฉันก็อยากจะซื้อนะ เป็นรูปแบบคำกริยาที่บอกถึงความใฝ่ฝันของเราค่ะ
– Però comprarò e comprarei sono inventate e non sono corrette.
แต่คำว่า comprarò และ comprarei เป็นคำที่เขียนผิด มันมั่วค่ะ และพวกมันก็ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องค่ะ
– Quindi l’unica soluzione poteva essere comprerò.
ดังนั้น มีคำตอบเพียงข้อเดียวที่ถูกต้องคือ ฉันจะซื้อแน่ๆ ค่ะ
– Futuro semplice che spiego nella lezione 25.
เป็นคำกริยาในรูปอนาคต แบบธรรมดา ที่ฉันอธิบายไว้ในบทเรียนที่ 25 ค่ะ
– Una giacca pesante perché a Natale… A ) anderò.
เสื้อแจ็คเก็ตหนาๆ ตัวนึง เพราะว่าช่วงเทศกาลคริสต์มาส ข้อ A ) anderò.
– Bravi, neanche questo non esiste.
เก่งมากค่ะ คำนี้ก็เขียนผิดค่ะ
– E infatti esiste andrò, è questa la soluzione.
และนี่ไงค่ะ มันมีคำว่า ฉันจะไปแน่ๆ คือคำตอบที่ถูกต้องค่ะ
– Vadrò non esiste.
คำว่า vadrò ก็ไม่มี มันมั่วสุดๆ ค่ะ
– …in vacanza in montagna.
ในวันหยุดพักผ่อนบนภูเขาค่ะ
– Bene, vi faccio tanti auguri, perché spero davvero che tutti voi abbiate superato questo esame.
ดีค่ะ ฉันขออวยพรให้พวกเธอโชคดีในการสอบ เพราะฉันหวังเป็นอย่างมาก ให้พวกเธอทุกคนสอบผ่านกันค่ะ
– Allora, vi dico, se avete risposto correttamente a 15 domande su 25 siete promossi, con la sufficienza se sono solo 15.
เอาหล่ะ ฉันจะบอกว่า ถ้าพวกเธอตอบถูก 15 ถึง 25 ข้อ พวกเธอจะสอบผ่านค่ะ พวกเธอจะอยู่ในระดับพอใช้ ถ้าตอบถูก 15 ข้อ
– Se sono di più allora il vostro risultato è più che sufficiente, buono.

ถ้าตอบถูกมากกว่านั้น ก็แสดงว่าผลสอบมันดีเลยค่ะ
– Se avete risposto perfettamente a tutte e 25 le domande vi faccio i miei complimenti
ถ้าพวกเธอตอบถูกทั้ง 25 คำถาม พวกเธอก็เอาคำชมเชยของฉันไปเลยค่ะ
– Vi ricordo che quando la domanda è doppia abbiamo mezzo punto e mezzo punto.
ฉันขอเตือนความจำค่ะ ถ้าคำถามนั้นๆ มี 2 คำตอบ ก็จะได้คำตอบละครึ่งคะแนนนะคะ
– Va bene?
ตามนี้นะคะ
– Invece, per esempio in questo caso vale un punto.
อย่างในกรณีนี้ จะได้หนึ่งคะแนนเต็มค่ะ
– Qua invece un punto e anche qua.
ส่วนตรงนี้ ได้หนึ่งคะแนน และตรงนี้ก็ด้วยค่ะ
– Qui invece abbiamo “mi vesto di rosso” due mezzi punti, quindi calcolate bene il vostro punteggio.
ส่วนตรงนี้ พวกเรามี “ฉันใส่ชุดสีแดงให้ตัวฉันเอง” ข้อละครึ่งคะแนนค่ะ ดังนั้น พวกเธอคำนวณคะแนนของพวกเธอให้ดีนะคะ
– Quindi siete promossi con un minimo di 15 risposte esatte su 25 e allora sì, io posso firmare il vostro certificato.
ดังนั้น พวกเธอจะสอบผ่าน ถ้าได้อย่างน้อย 15 เต็ม 25 แล้วฉันจะเซ็นใบรับรองให้กับพวกเธอค่ะ
– Vediamo se la penna scrive, eccola qua.
มาดูซิว่า ปากกานี่มันจะเขียนติดไหม ได้ละค่ะ
– Ok ecco qua, e ve lo consegno! Complimenti! Tanti auguri!
โอเค นี่ค่ะ และฉันขอมอบมันให้กับพวกเธอค่ะ! ขอชมเชยค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ!
– Tanti auguri e tanti complimenti.
ขอให้โชคดี และขอชมเชยค่ะ
– Ecco qua il vostro certificato!
นี่ไงค่ะ ใบประกาศนียบัตรของพวกเธอ!
– Quindi, si certifica che gli studenti di One World Italiano video, hanno frequentato un corso di lingua italiana di livello A1 elementare, quindi avete raggiunto un livello elementare, secondo i criteri di valutazione del Quadro Comune europeo di riferimento per le lingue.
ดังนั้น มันรับรองว่า นักเรียนของ One World Italiano video ได้ติดตามเรียนในหลักสูตรภาษาอิตาลีระดับ A1 ซึ่งเป็นระดับเบื้องต้น แล้ว คือพวกเธอได้เรียนจนจบหลักสูตรพื้นฐานตามกฏเกณฑ์การประเมินของยุโรปในด้านภาษาต่างๆ แล้วค่ะ
– Ok? Eccoci qua, questa è la mia firma, questa è la firma della direzione.
โอเคนะคะ นี่ไงคะ นี่คือลายเซ็นของฉัน และนี่คือลายเซ็นของผู้อำนวยการค่ะ
– Se avete conseguito questo risultato vi faccio tanti tanti cari auguri.
ถ้าพวกเธอสอบผ่านแล้ว ฉันก็ขออวยพรให้พวกเธอโชคดีด้วยรักจากใจเลยค่ะ
– E ci vediamo la prossima.
และพวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ
– Ricordatevi che la prossima volta invece ci sarà prima il riepilogo, quindi continuate a seguirmi.
พวกเธอจำไว้นะคะ ว่าคราวหน้า จะมีการย่อสรุปกันก่อนค่ะ ดังนั้น พวกเธอก็ติดตามฉันไปเรื่อยๆ นะคะ
– Il riepilogo del programma A2, quindi dalla ventiseiesima lezione alla cinquantesima lezione.
การทบทวนในระดับ A2 ก็จะเป็นบทเรียนที่ 26-50 ค่ะ
– Quindi farò tutto il riepilogo come l’altra volta, dopodiché ci sarà l’esame.
ดังนั้น ฉันก็จะทำการสรุปย่อบทเรียนแบบครั้งที่แล้วอีก และหลังจากนั้น ก็จะมีสอบกันอีกค่ะ
– Quindi io vi dico se siete stati promossi, quindi meritate questo certificato, andate avanti e guardate prima il riepilogo del programma A2 e poi potete accedere all’esame.
ดังนั้น ฉันก็ขอบอกว่า ถ้าตอนนี้พวกเธอสอบผ่านแล้ว พวกเธอก็สมควรได้รับใบรับรองนี้กันค่ะ แล้วพวกเธอก็เรียนต่อ แล้วก็ดูสรุปการเรียนในระดับ A2 อีก และพวกเธอก็สามารถเข้าสู่การสอบได้อีกค่ะ
– Se avete raggiunto meno di 15 punti io vi direi stop! E andate a rivedere tutte queste lezioni, di rivederle tutte, di studiare e di riprovare, di rivedere il video dell’esame, lo scorso video e riprovare a dare l’esame per vedere se potete accedere al livello successivo.
ถ้าพวกเธอได้คะแนนน้อยกว่า 15 คะแนน ฉันขอบอกให้พวกเธอหยุดตรงนี้ก่อนค่ะ! และพวกเธอก็ควรกลับไปดูซ้ำทุกบทเรียน ดูซ้ำทั้งหมดเลยนะคะ แล้วก็เรียนทบทวน และลองทำข้อสอบใหม่อีก พอผ่านแล้วค่อยเรียนต่อในระดับต่อไปค่ะ

– Quindi tanti auguri, oggi non ho il mio Cannonau. Anzi no! Eccolo qua!
ดังนั้น ขอให้โชคดีมากๆ ค่ะ วันนี้ฉันไม่มีไวน์คานโนเนา! ไม่ใช่ซิ! มีค่ะ นี่ไงค่ะ!
– Tanti auguri! Anche oggi brindiamo con il mio Cannonau.
ขออวยพรให้โชคดี! ในวันนี้ พวกเราก็ชนแก้วฉลองด้วยไวน์คานโนเนาของฉันอีกรอบค่ะ
– E niente, ci vediamo la prossima volta, continuate a seguirmi.
ก็ไม่มีอะไรค่ะ พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้า พวกเธอก็ติดตามฉันต่อไปเรื่อยๆ นะคะ
– Mi raccomando iniziate a studiare per il prossimo esame.
ฉันขอแนะนำให้พวกเธอเริ่มเรียนเพื่อการสอบในครั้งหน้าได้แล้วนะคะ
– La prossima volta ci sarà il riepilogo quindi non vi faccio spaventare.
ครั้งต่อไป จะมีการทบทวนใหม่ทั้งหมดอีกค่ะ ดังนั้น ไม่ต้องตกใจกลัวกันนะคะ
– Vi dico che non ci sarà l’esame A2, ma ci sarà prima il riepilogo, quindi vi ricorderò quali sono gli argomenti di comunicazione, di grammatica che abbiamo trattato dalla 26esima lezione in poi.
ฉันขอบอกว่า มันจะไม่มีการสอบ A2 ทันทีค่ะ เราจะทบทวนกันก่อน ฉันจะช่วยเตือนก่อน ว่าหัวข้อที่จะเรียนจะมีอะไรบ้าง ในบทเรียนที่ 26 ขึ้นไปค่ะ
– E continuate a seguirmi su One World Italiano video.
และพวกเธอก็ติดตามฉันกันต่อไปเรื่อยๆ ที่ One World Italiano video นะคะ
– Ciao e a presto! Ciao!
สวัสดีค่ะและกับกันเร็วๆ นี้นะคะ บ๊ายบายค่ะ!

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 35

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s