ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยอรมัน – ประเทศที่เจริญติดอันดับโลก

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเยอรมัน เธอคือคุณ Tooktik และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเยอรมัน

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Tooktik Gottwald

ย้ายมาอยู่ประเทศเยอรมัน (Germany)

เมือง: คาร์ลสรู (Karlsruhe)

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Tooktik Gottwald ยกเว้นบางรูปตามที่ระบุไว้

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเยอรมัน เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเยอรมันครับ

ดิฉันย้ายมาอยู่ที่เยอรมันในเมืองคาร์ลสรู (Karlsruhe) เพราะความรัก ต้องตามสามีมาอยู่ที่นี่ เพราะเขามีแม่แก่ๆต้องดูแล และมีลูกติดอีก 2คน หญิง1ชาย1ต้องส่งเสียให้เรียน เค้ามีการงานที่ดี ที่นี่ เราเลยติดสินใจย้ายมาอยู่กับเค้าที่นี่ เพราะมันง่ายกว่าการที่เค้าต้องย้ายทุกอย่างไปที่ไทยค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเกิดที่ จ.ยโสธรบ้านแม่ แต่หลังจากเกิดได้เดือนกว่าๆ ก็ย้ายมาอยู่ที่ จ.มหาสารคาม บ้านพ่อ อยู่กับปู่ย่า ท่านเลี้ยงดูติ๊กมาตั้งแต่แบเบาะ พ่อกับแม่ติ๊กยังวัยรุ่น (17-18ปี)ท่านยังไม่ค่อยเก่งเรื่องครอบครัว เลยต้องออกไปทำงานที่ กทม.และส่งเงินให้ปู่ย่าบ้าง ตามที่จะทำได้ ครอบครัวปู่ย่าก็ฐานะปานกลาง มีไร่นาให้ทำทุกปี พวกเรากินอยู่อย่างพอเพียง มีความสุขตามประสา นานๆจะเจอพ่อกับแม่กลับมาเยี่ยมบ้านทีค่ะ ติ๊กเป็นลูกคนเดียว มีความสุขตามประสา มีเพื่อนฝูงมากมาย ท้องไร่ท้องนาช่วยหล่อหลอมจิตใจให้รักธรรมชาติ ติ๊กผูกพันธ์กับปู่ย่ามากกว้าพ่อแม่ เพราะท่านรักเราและดูแลเราดียิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ จนติ๊กเรียนจบม.ปลาย จึงน้นเข้ามาเรียนต่อ ป.ตรี ที่ กทม และอาศัยอยู่กับแม่ค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศเยอรมันครับและคุณพูดภาษาเยอรมันได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเยอรมันยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะเข้าใจจนสื่อสารได้ และพูดภาษาอื่นได้ไหมครับ

ตั้งแต่ดิฉันมาอยู่เยอรมัน ดิฉันเป็นแม่บ้าน ดูแลบเานให้สะอาดเรียบร้อย เลี้ยงลูก สอนลูก 3 ภาษาค่ะ ไทย อังกฤษ เยอรมันค่ะ ช่วยงานสามีบ้าง งานเอกสาร จัดประชุม ทำอาหารไทย จัดกาแฟ+เค้กต้อนรับแขก ดิฉันเรียนภาษาเยอรมันระดับ A1 ที่ กทม. สอบผ่านแล้วได้แต่งงานย้ายมาอยู่เยอรมัน มีลูกเล็กออกไปเรียนไม่ได้ เลยต้องซื้อหนังสือระดับ A2,B1 มาเรียนเองที่บ้าน จนสอบผ่านทั้งหมด และต่อด้วยการเมืองการปกครอง จนสอบผ่านได้สัญชาติเยอรมัน ทุกอย่างฝึกฝน ตั้งใจอย่างหนักค่ะ มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของเรา ดิฉันเป็นคนกล้าแสดงออก ไม่อายที่จะพูด ผิดหลักไวยากรณ์บ้าง ไม่เป็นไร แต่เราต้องเอาตัวเราออกไปหาผู้คน พาลูกไปทำองกิจกรรมเข้ากลุ่มเด็กๆ จนเรามีสังคม ฝึกภาษาไปในตัวค่ะ

ที่บ้านใช้ภาษาอังกฤษด้วย เพราะคิกว่ามันคือภาษากลางของโลก ลูกสาวดิฉัน โมนาลิซ่า 5 ขวบ สามารถพูดอังกฤษและเยอรมันได้อย่างคล่องแคล่ว และภาษาไทยก็พอฟังได้ค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเยอรมัน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

มาที่นี่ใหม่ปรับตัวยากมากๆเลยค่ะ เพราะภาษายังไม่เก่ง คนที่นี่หากไม่ได้ทำงานส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน ทำอาหารกินเอง แต่เรามาจาก กทม.มันมีสีสัน ความสนุก บันเทิงแบบเต็มรูปแบบ พอมาอยู่เยอรมัน ไม่ได้ทำงาน ไม่มีเพื่อน ต้องเรียนรู้การทำอาหารเองจากยูทูป เรียนรู้ภาษาเยอรมันเพื่อที่จะคุยกับแม่สามีให้รู้เรื่องเพราะแกพูดอังกฤษไม่ได้ แต่เราพยายามคิดบวกตลอดว่า เยอรมันคือประเทศที่เจริญติดอันดับโลก เรามาอยู่ในที่ที่เจริญเราต้องอยู่ให้ได้เพิ่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ

Karlsruhe Palace Square Castle Palace Statue – Pixabay.com

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

หมู่บ้านที่ติ๊กอยู่มีคนไทย5 คนค่ะ มีติ๊กคนเดียวทึ่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ติ๊กก็ติดต่อพวกเค้าบ้าง ชวนกันไปวัด ไปทานข้าวที่บ้าน สับเปลี่ยนกันไป แต่ไม่บ่อย แทบจะปีละครั้งเลย เพราะทุกคนมีครอบครัว งานที่จะต้องรับผิดชอบ เวลาไม่ค่อยจะตรงกันค่ะ

แน่นอนทุกๆคนที่นี่ย่อมมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าไทย มีสวัสดิการรัฐดูแล ค่ารักษาพยาบาล เงินบุตรทุกๆเดือน สุดยอดเลยค่ะ ตอนอยู่ กทม.เราไม่เคยสนใจสุขภาพตัวเอง ป่วยค่อยไปหาหมอ แต่ที่นี่ต้องตรวจเช็คตลอด มันทำให้เราสุขภาพดีขึ้นค่ะ

อะไรที่คนเยอรมันชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายเยอรมันเป็นอย่างไร ผู้หญิงเยอรมันเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนเยอรมันเป็นอย่างไร

คนเยอรมันที่ติ๊กเจอ ส่วนใหญ่จะรักความเป็นส่วนตัว ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร ขยันทำงาน มีวินัย รักครอบครัว รู้จักประหยัด มัธยัสถ์ ผู้ชายผู้หญิงเสมอภาคกัน รู้จักเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เขาจะสอนลูกๆให้มีระเบียบวินัยตั้งแต่เด็กๆ คนเยอรมันจะไม่ค่อยแสดงออกซึ่งความรู้สึกมากนัก บุคลิกจะนิ่งๆ ไม่ค่อยหัวเราะมากมาย หรือพูดจาเสียงดังในที่สาธารณะเหมือนเมืองไทยค่ะ

ค่าครองชีพที่เยอรมันเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างแพง มี3 อย่างที่ติ๊กคิดว่าแพงเกินไปคือ
-ภาษีรายได้ ที่สามี้ราโดนหักทุกเดือน40%
-ภาษีรถยนต์ปีละหลายหมื่นบาทต่อคัน
-เติมน้ำมันไว้ใช้สำหรับฮีตเตอร์ที่บ้านปีละแสนกว่าบาท
ส่วนเรื่องอาหารก็พอรับได้ค่ะ เรานำผัก หรือวัตถุดิบที่มีในเยอรมันมาประยุกต์ทำเป็นอาหารไทย มันเลยไม่แพง

ส่วน 3 สิ่งที่คิดว่าทันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคาคือ
1.รถยนต์หลายยี่ห้อ เช่น Benz,Audi,BMW,ราคาถูก เพราะเยอรมันผลิตเอง
2.เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านราคาจับต้องได้ และคุณภาพดีเยี่ยมค่ะ มีการรับประกันสินค้า หากมีปัญหารับเปลี่ยนคืนทันที สุดยอดมากๆ
3.ทองคำที่นี่จะราคาไม่แพงเหมือนทองไทย ที่นี่จะมี 8k,9k,14k(585),18kและ 24k ทองสีสวยไปอีกแบบค่ะ ติ๊กชอบใส่ไปไทย เพราะมันไม่ค่อยล่อตาล่อใจเหมือนทองไทย สีมันจะเหมือนทองปชอมหรือราคาถูก ใส่แล้วรู้สึกปลอดภัยมากกว่าค่ะ

ข้อดีข้อเสนอ 3 ข้อในการใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อเสนอของการใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันครับ

ข้อดี
-มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีระบบสาธารณสุขที่ดีเยี่ยม อาชญากรรมน้อยมากเมื่อเทียบกับไทย มีความปลอดภัยในชีวิตสูง
– ได้เห็นอะไรใหม่ๆของอีกโลกนึง มีหิมะ ปราสาทสวยๆ หลายแห่ง เห็นผู้คนที่มีคุณภาพ รู้หน้าที่ตัวเอง และตั้งใจทำงานเพื่อตัวเอง สังคม และประเทศชาติ
-ได้เป็นพลเมืองเยอรมันที่สามารถเดินทางได้เกือบ200ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่า ภูมิใจมากๆค่ะ

ข้อเสีย
– คิดถึงบ้าน เพื่อนฝูง ครอบครัวที่ไทย เฟงาบ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวๆ ไม่มีแดด
– ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ที่นี่อยากพูดหรือทำอะไรต้องระวัง เพราะมันคนละวัฒนธรรม ที่เมืองไทยอาจจะธรรมดา แต่ที่นี่กฏระเบียบเคร่งครัด เราต้องระมัดระวังตัวเองเปฌนพิเศษ
-ค่าครองชีพที่นี่สูง จะกินจะใช้อะไรตามใจไม่ได้ ต้องรู้จักปรับปรุงตัวเอง และเห็นใจสามี เพราะเขาเป็นคนหาเงินคนเดียวค่ะ

Karlsruhe Palace – Pixabay.com

ในความคิดของคุณอะไรคือปัญหาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวเยอรมัน

ปัญหาระหว่างคู่รักไทยเยอรมัน คือ เรื่องการดูแลพ่อแม่ ฝรั่งไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูส่งเสียพ่อแม่เค้า เพราะสวัสดิการรัฐจัดไว้ให้หมดแล้ว แต่ไทยต้องมี แก่มาต้องพึ่งลูกเต้า ถ้าลูกไม่ส่งเสียเลี้ยงดูคืออกกตัญญู ตรงนี้ค่อนข้างลำบากใจค่ะ เพราะเราเป็นคนกลางระหว่างสองครอบครัว หากเราทำงานเองได้ ส่งเสียพ่อแม่เองได้ ก็จะดี หากเราต้องพึ่งพาสามี ถ้าสามีใจดี ดูแลพ่อแม่เราบ้างถือว่าโชคดีค่ะ แต่ถ้าสามีเราก็ลำบาก มีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ เราจะไปกดดันให้เค้าดูแลพ่อแม่เราอีกมันก็ไม่ใช่ค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ติ๊กยังมีพ่อแม่ที่ไทยค่ะ มีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงเยอะแยะมากมาย ติ๊กจะกลับไทยทุกๆปี. เพื่อไปเติมกำลังใจให้ตัวเองสู้ต่อไป และลูกของติ๊กจะได้รักและผูกพันธ์กับครอบครัวทางไทยด้วย ติ๊กชอบไปเที่ยว พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ค่ะ จริงๆแล้วไปเที่ยวได้หมดแหละ เป็นคนชอบเที่ยว ชอบหาประสบการณ์ให้ตัวเอง วันนึงคิดไว้ว่าจะกลับไปอยู่ไทยถาวรค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเยอรมันครับ

ที่เยอรมันรู้สึกปลอดภัยมากกว่าไทยเยอะเลยค่ะ เวลาลูกเราไปไหน ไม่ต้องกังวลว่าจะมีขี้เมามาข่มขืน ลักพาตัว หรืออะไรก็แล้วแต่ เวลาเดินไปไหนมาไหน ใส่ทองเส้นใหญ่ได้ค่ะ ยกเว้นเรื่องก่อการร้าย ติ๊กจะไม่ไปในที่ที่คนพลุกพล่านเลย ตลาดคริสมาสต์ก็ไม่ไป ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ

สถานที่ไหนในเยอรมันที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – เยอรมันสวยไหมครับ

ในเยอรมันส่วนใหญ่ก็จะมีปราสาทสวยๆคล้ายๆกันหมด มีแม่น้ำสวยๆ แต่ติ๊กจะชอบไป Heidelberg และก็แม่น้ำ Rhein ค่ะ เพราะใกล้บ้านมากๆ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ชอบร้องเพลง และอ่านหนังสือแนวๆการลงทุน ธุรกิจ เศรษฐีค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ยุโรป / เยอรมัน จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

ชีวิตหญิงไทยในยุโรปจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า
-คุณมาอยู่กับใคร ถ้าแฟน+ครอบครัวเค้าดี เค้าก็จะช่วยส่งเสริมให้คุณมีอนาคตที่ดีขึ้น
-คุณทำตัวอย่างไร เรียนรู้ในการปรับตัวที่จะอยู่ที่นี่อย่างไร ขยัน ซื่อสัตย์ ทำบ้านให้เป็นบ้านมั้ย ถ้าเราทำตัวเป็นเพชร เราก็อยู่ได้นาน ทุกคนจะรักและเห็นคุณค่าของเรา แต่ถ้าทำตัวขี้เกียจ ล้างผลาญ เมา เล่นการพนัน คุณก็ลืมเรื่องอนาคตที่ดีไปได้เลยค่ะ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ที่นี่ต้องการคนที่มีสมองและสองมือ ไม่ใช่วาดวิมานในอากาศและไม่พยายามทำอะไรเลย ขอบคุณค่ะ

คุณ Tooktik Gottwald

โปรโมต

อยากโปรโมตธุรกิจที่สามีทำค่ะ Rainer Gottwald เขาเป็นนักอนุรักษ์โลกใต้น้ำ ทำงานให้กับสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทย  CMAS ในไทยและลิเบียมานานกว่า 10ปี แล้วก็มาทำธุรกิจนักมวยสากล

TS Fight-Sportmanagement GmbH

โดยมีนักมวยที่มีชื่อเสียงในเยอรมันคือ Vincent Feigenbutz กำลังจะไปชกที่อเมริกาในเดือน กพ.2020นี้ ฝากติดตามและให้กำลังใจพวกเราด้วยนะคะ

เพิ่มเติม

ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเยอรมัน บทสัมภาษณ์น่าอ่านจากคนไทย

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

 

4 thoughts on “ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยอรมัน – ประเทศที่เจริญติดอันดับโลก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s