ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 3)

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ต่างประเทศ คุณเคยคิดฝันว่า ดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางต่างประเทศ

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

ช่วงที่ 3

22. คุณ Manilla Larsen

อาศัยอยู่ที่: เมือง: (Hokksund) ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

ก่อนที่จะมาอยู่นอร์เวย์ดิฉันไม่ได้คาดหวังอะไรค่ะ สิ่งเดียวที่ดิฉันคาดหวังคือมาสร้างครอบครัวของตัวเอง เพราะตอนที่เจอพ่อของอารียา ณ ตอนนั้นคือเขาเป็นผู้ชายในสเป็คค่ะ สูงใหญ่(กล้าม) ผิวขาว ผมบลอนเข้ม ตาสีฟ้า โสด ไม่มีลูก ไม่เคยแต่งงานมาก่อน เรามองเห็นแล้วว่าเขาใช่ของเราแล้วหล่ะดิฉันก็ตกลงติดตามเขามาดูใจทันทีค่ะ 3 เดือน และตลอดระยะเวลาสามเดือนที่มาอยู่นอร์เวย์ทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่คาดหวังน่ะค่ะ อะไรๆก็ดูลงตัวหมดเลยค่ะ แต่มีจุดที่ต้องเสียใจเหมือนกันค่ะเพราะหลังจาก 3 เดือนผ่านไปดิฉันต้องกลับเมืองไทยค่ะ ทางฝ่ายชายมีอาการลังเลไม่อยากจะแต่งงานและไม่อยากรับเรากลับมาที่นอร์เวย์ ดิฉันเสียใจมากทีเดียว แต่เขาก็ยังติดต่อดิฉันอยู่เรื่อยๆ ดิฉันเลยไม่หมดหวัง ผ่านไป 3เดือนเขาตัดสินกลับมาที่ไทยและทำเรื่องแต่งงานค่ะ สมหวังค่ะทุกอย่างลงตัว

ปีแรกทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ค่ะ ดิฉันเป็นภรรยาที่ดี เขาก็ดูแลดีค่ะ เทคแคร์ไปรับไปส่งเวลาที่ดิฉันจะไปไหนมาไหน รวมถึงไปรับไปส่งที่ทำงานด้วยค่ะ ดีใจและภูมิใจค่ะช่วงนั้นอากาศหนาวเย็นยะเยือกมีเขาไปรับไปส่ง เขาทำหน้าที่ได้ดีค่ะดิฉันรู้สึกพอใจในทุกๆอย่างและพร้อมมากที่จะเป็นครอบครัวจริงๆ แล้วดิฉันกับสามีก็เริ่มไม่ใช้ยาคุมกำเนิด และดิฉันก็ตั้งท้องในระยะเวลาไม่นานหลังจากที่ไม่ได้คุมกำเนิด ดิฉันมีความสุขมากค่ะทุกอย่างลงตัวจริงๆ มันเป็นไปตามที่ดิฉันคาดหวังไว้จริงๆค่ะ ครอบครัวเล็กๆของดิฉันกำลังก่อตัวมากขึ้นแล้วดิฉันก็คลอดลูกสาว มันวิเศษมากค่ะ มันคือของขวัญชิ้นพิเศษจริงๆ ลูกคือของขวัญวันคริสมาสต์ชิ้นพิเศษของเราจริงๆ (อารียาเกิดวันที่ 26 พฤศจิกายน 1 เดือนก่อนวันคริสมาสต์)

และสิ่งที่ดิฉันคาดหวังไว้ก็ดำเนินต่อไปค่ะ จนกระทั่งเข้าปีที่ 3 ดิฉันก็เริ่มได้เห็นและสัมผัสอะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่มันบอกกับดิฉันว่าดิฉันได้เริ่มที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นคุณแม่ และมีแนวความคิดใหม่ๆเข้ามา ดิฉันเริ่มทบทวน เริ่มคุย เริ่มปรับความคิดต่างให้ตรงกับพ่อของอารียาแต่เขากลับมองว่าดิฉันมีแต่ข้อคิดในทางลบกับเขา มีแต่บ่นว่าเขาไม่ดีอย่างนั้นเขาไม่ดีอย่างนี้ สุดท้ายดิฉันก็เริ่มเงียบและวางแผนช้าๆ ผ่านไปสองปีดิฉันติดสินใจขอหย่า และข้อตกลงในการหย่าคือดิฉันจะออกไปโดยไม่เอาสินสมรสใดๆ ขอแค่ดิฉันได้ดูแลลูกเป็นหลัก ลูกต้องอยู่กับดิฉัน แล้วเราก็ตกลงกันเรื่องหน้าที่รับผิดชอบของลูก และคือจุดที่ดิฉันมองเห็นแล้วว่าการสร้างครอบครัวให้เป็นครอบครัวที่อบอุ่นครอบครัวที่ดีเปี่ยมไปด้วยความสุขมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันมีองค์ประกอบมากมายหลายอย่างจริงๆ ไม่มีใครที่อยากจะเลือกทำให้ลูกของตัวเองต้องเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้างหรือแตกแยกกัน แต่ถ้านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เราก็ต้องตัดสินใจ ดังนั้นดิฉันจึงตัดสินใจและไม่ผิดหวังกับการตัดสินใจครั้งนั้นค่ะ จากความคาดหวังที่มีครอบครัวเล็กๆ พ่อ แม่ ลูก กลายเป็นครอบครัวเล็กๆแบบแม่กับลูก และสร้างรอยยิ้มให้กันแค่นี้เราสองคนก็มีความสุขแล้วค่ะ เพราะรอยยิ้มที่ความสุขของอารียามันมีค่ามากพอแล้วสำหรับดิฉันค่ะ

ภาษาใจสำคัญในวัฒนธรรมที่แตกต่าง

23. คุณ Noovieng Woźniak

อาศัยอยู่ที่: เมือง: กดัญสก์ (Gdansk) ประเทศโปแลนด์ (Poland)

จริงๆแล้วดิฉันไม่เคยฝันว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป การเดินทางมายุโรปดิฉันแค่คิดว่ามาเปิดโลกทัศน์ให้แก่ตัวเองเท่านั้น ดิฉันไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าการเดินทางท่องยุโรปของดิฉันจะจบลงด้วยการแต่งงานและอยู่ยุโรปอย่างถาวร สิ่งเดียวที่คิดถึงคือ ความร้อนแสงแดดที่คนเอเชียอย่างเราโหยหามาโดยตลอด ที่ประเทศโปแลนด์มีน้อยเหลือเกิน

ดิฉันได้เห็นครอบครัวของสามีได้พบปะกับเหล่าญาติๆของสามี ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมิได้ร่ำรวยมากมายแต่พวกเขาเหล่านั้นร่ำรวยความมีน้ำใจ จิตใจดีงาม โอบอ้อมอารีต่อกัน สิ่งที่ในเมืองไทยเราคงหาสิ่งเหล่านี้ได้แค่เมื่อเรายังเด็กๆ

การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของดิฉัน ณ ตอนนั้น ตกใจมากกับสภาพบ้านเรือนเก่าๆโทรมของสามีและเพื่อนบ้านทั่วๆไป พร้อมสภาพแวดล้อมสภาพของถนนซึ่งมีแค่ 2 เลน รถวิ่งน้อยไม่จอแจเสมือนหนึ่งว่าเราได้หลุดมาอยู่อีกซีกหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบกับ ณ ปัจจุบันประเทศโปแลนด์เจริญเติบโตอย่างมากและมั่งคั่ง และเป็นศูนย์กลางทางด้านการส่งออกและการธุรกิจอันดับต้นๆในยุโรปเลยทีเดียว แต่กระนั้นประเทศโปแลนด์ก็ยังล้าหลังจากประเทศไทยทางด้านเทคโนโลยีและบุคลากรดีๆในการบริหารจัดการต่างๆอีกมากมาย

ความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้นของครอบครัวชาวโปลิส

24. คุณ Ariyanat Wannako ชื่อเล่น-น้ำฝน

เมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ประเทศรัสเซีย (Russia)

ดินแดนของฝรั่ง ต้องขอแยกรัสเซียไว้ประเทศนึงนะคะ ถ้าเปรียบกับประเทศอื่นในยุโรป เพราะว่า ประเทศอื่นค่าเงินยูโร , ดอลลาร์ , ปอนด์ ค่าเงินสูงกว่า

จากการที่มีเพื่อนต่างชาติหลายประเทศ พวกเขาไม่คิดว่ารัสเซียคือเหมือนกับพวกเขา แต่จริงๆรัสเซียเป็นดินแดน ที่อยู่ระหว่างยุโรปและเอเชีย เรียกว่า ยูเรเชีย ค่าเงิน ในประเทศคือ รูเบิล

ก่อนมาก็จินตนาการว่ามันคงเหมือนกับประเทศอื่นๆ ใครเตือนยังไม่เชื่อเลยค่ะ ว่าอย่าไปเลย ลำบากนะ (ฮ่าฮ่า)
มั่นใจในตัวเองสิ่งที่คิดสูงไปหน่อยนะคะ

พอได้มาอยู่จริงๆคือแบบโคตรลำบากค่ะ อาหารการกิน , ภาษา , วัฒนธรรม , สังคม , ครอบครัว , การหางานทำก็ยาก

3 สิ่งในชีวิต ที่คิดถึงมากที่สุด
– ครอบครัว
– อาหารไทย โดยเฉพาะส้มตำปลาร้า อาหารไทย
– เพื่อนสนิท

3 สิ่งที่จะ ขาดไม่ได้เลย ในรัสเซีย
– งาน
– เงิน
– อาหารไทย ค่ะ ปลาร้า , พริกแห้ง

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการขอวีซ่ารัสเซีย ประเภทต่างๆ ในประเทศรัสเซีย

25. คุณ Sittha

เมือง: เอดินเบิร์ก (Edinburgh) ประเทศสก๊อตแลนด์ (Scotland)

ตอนที่ฉันอยู่ประเทศไทยฉันเคยได้อ่านหนังสือหลายๆเล่มทั้งที่เป็นนิยายและเรื่องเล่าที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบทวีปยุโรปได้เขียนเล่าไว้ ในหนังสือเหล่านั้นจะบรรยายถึงความสวยงามความสะอาดเรียบร้อย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองในทวีปยุโรป ฉันก็มีความฝันว่าจะไปดูหรือไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศแถบทวีปยุโรปเลยก็ยิ่งดีค่ะ พอฉันมีโอกาสได้มาทำงานที่ประเทศมอลต้า ต่อมาก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์และได้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบทวีปยุโรปหลายๆประเทศ ฉันก็ได้เห็นความสวยงามและความมีระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่นี่ แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกผิดหวังกับความสะอาดนิดหน่อยค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินเยอะๆจะสะอาดมากๆ แต่ถ้าเดินออกนอกเมืองก็อาจจะมีขยะบ้างนิดๆหน่อยๆค่ะ

ฉันไม่เคยคิดว่าดินแดนในประเทศสก๊อตแลนด์, ประเทศอื่นๆในทวีปยุโรปหรือบ้านเมืองของฝรั่งจะโรยด้วยทองคำ แล้วฉันก็ไม่เคยคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเมืองของฝรั่งจะไม่มีอุปสรรคหรือความยากลำบาก ฉันกลับคิดว่าคนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องดูแลตนเองโดยการทำงานหาเลี้ยงชีพแล้วก็ช่วยเหลือคนอื่นบ้างตามสมควรค่ะ และฉันก็คิดว่าถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิตก็ต้องเริ่มจากการค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองว่าเราต้องการอะไร เราอยากมีชีวิตแบบไหน ทำอะไรแล้วมีความสุข มีความฝันว่าอยากทำอะไร แล้วก็หาความเป็นไปได้โดยพิจารณาจากความสามารถของตนเองตามความเป็นจริง ถ้าคิดไตร่ตรองแล้วพบว่ามีความเป็นไปได้ก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตไปตามความฝันในขณะนั้น แล้วก็วางแผนชีวิตให้ดำเนินไปตามเป้าหมายนั้นๆ แต่ถ้าคิดดูแล้วความฝันไม่น่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติจริงเราก็ควรเปลี่ยนความฝันและเป้าหมายในชีวิตเพื่อให้เราไม่ต้องผิดหวังในชีวิตมากจนเกินไปค่ะ คิดทบทวนและหาความฝันใหม่จนกว่าจะเจอค่ะ ซึ่งบางคนโชคดีมากๆค้นพบตัวตนที่แท้จริงตั้งแต่เด็กๆ แต่บางคนโชคไม่ค่อยดีเลยอายุมากแล้วก็ยังหาตัวตนที่แท้จริงยังไม่เจอก็มี

ตอนที่ฉันอยู่เมืองไทยฉันเคยมีความฝันว่าอยากมาทำงานที่ต่างประเทศ ฉันก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีที่ทำฝันนี้ให้เป็นจริง พอมาทำงานแล้วก็ชอบการดำเนินชีวิตที่ยุโรป ฉันก็ได้มาอยู่ที่สก๊อตแลนด์ ฉันอยากให้การใช้ทักษะภาษาอังกฦษของฉันดีขึ้นฉันก็ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ต่อมาฉันก็อยากเรียนที่มหาวิทยาลัยเอดดินบะระ ฉันก็ได้เข้าไปเรียนที่นั่นจนจบ ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้านับเวลาตั้งแต่ฉันเริ่มมีความฝันและลงมือทำฉันต้องอดทน พยายาม อุตสาหะ ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 15 ปีค่ะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกค่ะ ต่อมาฉันเคยฝันอยากมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวบ้างฉันก็ได้รับโอกาสนั้น ฉันมีความสุขและชอบใช้ชีวิตอยู่ที่สก๊อตแลนด์มากค่ะ ฉันอยู่ที่นี่ได้อย่างสุขสบายก็เพราะสามีดูแลฉันค่ะ ฉันจึงขอขอบคุณสามีของฉันที่ให้เกียรติ ให้อิสระ ให้ความรักและดูแลฉันเป็นอย่างดี ยังไงก็แล้วแต่สภาพอากาศที่นี่หนาวมากๆค่ะ ดังนั้นการที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างไม่ลำบากมากฉันก็ต้องให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดี ฉันจึงไปเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายบ่อยๆ ฉันชอบว่ายน้ำ เล่นโยคะและเล่นเวทค่ะ และสิ่งต่อมาที่ฉันคิดว่าจำเป็นในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คือทักษะการใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ถ้าคุณๆผู้อ่านอยากมาเที่ยวหรือมาใช้ชีวิตอยู่ที่สก๊อตแลนด์ก็เริ่มฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆนะคะ

ถึงแม้ว่าฉันมีความสุขและชอบการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์มากมายเพียงใดฉันก็ยังคิดถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันคิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆที่ประเทศไทยมากๆค่ะ ฉันคิดถึงผักพื้นบ้านและผลไม้ที่ฉันชอบที่ประเทศไทย และฉันก็คิดถึงบรรยากาศในการเดินตลาดนัดเล็กๆที่มีอาหาร ขนม ผักและผลไม้ขายมากมาย เวลาฉันไปพักผ่อนที่ประเทศไทยฉันก็จะพยายามไปใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวและไปเดินหาผักพื้นบ้านและผลไม้ในตลาดค่ะ

วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศสก๊อตแลนด์

26. คุณ Pawina September

เมือง:โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)

บอกตามตรงจากใจจริงๆเลยนะคะ ไม่เคยคิดที่จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ ไม่เคยมีในความคิดเลยค่ะ ไปไต้หวัน 15 ปี นั้นดิฉันคิดแค่ว่าไปทำงานค่ะ ไม่เคยคิดจะมีสามีฝรั่งหรือสามีต่างชาติเลย เหตุผลคือ3ข้อ 1) ดิฉันคิดว่าตัวเองไม่สวย ไม่ใช่สเปก ต่างชาติ 2) ดิฉันไม่เก่งภาษาเรียนมาน้อยหรือว่าคือมีปมด้อยในด้านการศึกษา กลัวคุยไม่รู้เรื่องกลัวเวลาไปอยู่แล้วไม่สามารถ ทำอะไรได้ 3) ดิฉันเป็นทอมบอย ไม่ชอบผู้ชาย แต่ดิฉันก็ได้แต่งงานกับต่างชาติ และได้ย้ายถิ่นฐานจนได้ซึ่งมันเป็นเรื่องตลกมากๆสำหรับดิฉันแล้ว ดินแดนของฝรั่งเป็นอะไรที่น่ากลัว มากเพราะเคยได้ดูแค่จากในทีวีสารคดีและหนังสือ ดิฉันไม่เคยรู้จักคนต่างชาติที่เป็นฝรั่ง หรือนอกเหนือจากคนเอเชียเลยอย่างที่บอกชีวิตดิฉันค่อนข้างโลกแคบเป็นแค่สาวโรงงาน แค่นั้นเองแม้ประเทศไต้หวันเองที่อาศัยอยู่ตั้ง 15 ปี ดิฉันยังมีโอกาศไปเที่ยวในที่ต่างๆแค่วันหยุดหรือตามแต่โอกาสและ เทศกาลเท่านั้น ถ้าจะตอบคำถามว่าฝันไว้เกี่ยวกับต่างประเทศดินแดนฝรั่งยังไง ตอบสั้นๆเลยค่ะน่ากลัวมากคะ พอได้ย้ายมาอยู่ที่แอฟริกาใต้ สิ่งที่คิดถึงที่สุดที่เมืองไทย อืมมมมมม คิดถึงทุกอย่างค่ะ ที่แอฟริกาใต้ตรงกันข้ามกับเมืองไทยทุกอย่างทุกๆด้านเลยค่ะเช่น

1) เมืองไทยมีร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงมากมายเต็มไปหมดทุกหนทุกแห่ง ห้างชอปปิ้งเซ็นเตอร์ปิดทุ่มทุกวันแต่ที่นี่ จันทร์-ศุกร์ ปิด1ทุ่ม เสาร์-อาทิตย์ปิดบ่าย5โมงเย็นหรือบ่ายสามในบางที่ เมืองไทยมี ตลาดนัด ตลาดประจำเช้าสาย บ่ายเย็นร้านของกินของใช้ แค่เปิดประตูหน้าบ้านเดินออกมา ก็มีมาให้เลือกมากมายแล้วค่ะแต่ที่นี่แอฟริกาใต้ไม่มีค่ะ

2) คิดถึงผลไม้และผักประจำฤดูกาลที่เมืองไทยมีผลไม้มากมายเหลือเกินเหลือกินเหลือใช้ มีให้เลือกมากมาย หลากหลายค่ะซึ่งที่นี่ไม่ค่อยมีผลไม้และผักค่ะ

3) การคมนาคมค่ะที่เมืองไทย มีรถเมล์มากมายหลากหลายสายทั้งรัฐและเอกชนมีรถบัสในสายต่างๆ แม้ในต่างจังหวัดที่ห่างไกลจะไปไหนมาไหนสดวกสบาย รถไฟก็มีแทบทุกสายไปเหนือใต้ออกตกไปได้ทุกที่ ได้ทุกเวลา วันหนึ่งมีมากมายหลายเที่ยว คือง่ายๆว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวก็ได้ค่พและราคาไม่แพงค่ะ

ถ้าบอกว่าขาดอะไรในแอฟริกาใต้แล้วคุณจะตาย อืมมมมมตอบอยากนะคะ อะไรๆมันสำคัญไปหมด ฮ่าๆๆ

1) เงินนี่หล่ะค่ะสำคัญที่สุด ไม่มีคุณสามารถตายได้เลย ที่เมืองไทยคุณไม่มีเงินคุณอยู่ได้ค่ะ มีผัก มีปลา มีข้าว ผลไม้มากมาย ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยเงิน

2) รถยนต์ส่วนตัวค่ะ ที่นี่ถ้าไม่มีคุณไม่สามารถทำอะไรได้เลยค่ะ ไม่รู้นะคะสำหรับคนอื่นอาจไปรถเมล์รถไฟหรือเดิน แต่สำหรับดิฉันมันจำเป็นมากมายค่ะ

3) เครื่องปรุงอาหารไทยค่ะขาดไม่ได้เลย โชคดีว่าทุกวันนี้ทันสมัยหาซื้อง่ายกว่าเมื่อก่อน แม้ตามร้านค้าช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ต่างๆก็พอจะมีขายแล้วค่ะตอนนี้

วัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยที่คนไทยพบเจอในแอฟริกาใต้

27. คุณ ใกล้รุ่ง ผลาหาญ / Klairung Palahan ชื่อเล่น…รุ่ง /Rung

เมือง:โกเธนเบริก (Gothenburg) ประเทศ สวีเดน (Sweden)

รุ่งต้องบอกไว้ก่อนว่ารุ่งเป็นชอบอ่านหนังสือและศึกษาเกี่ยวกับคนต่างชาติมาตั้งแต่เด็กเพราะรุ่งได้เรียนหนังสือแค่ชั้นประถมหก สิ่งเดียวที่รุ่งจะได้เรียนรู้คืออ่านหนังสือแทบทุกชนิดเลยทำให้เป็นคนที่มองเห็นโลกในมุมที่กว้างกว่าหลายๆคน และอีกอย่างรุ่งได้ใช้ชีวิตอยู่กับชาวต่างชาติจากประเทศนอร์เวย์ถึงเก้าปีเต็มรุ่งจึงได้รู้ว่าชีวิตของชาวยุโรปหรืออีกหลายๆชาตินั้นทางชีวิตของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือทองคำเลย จะมีแค่ส่วนน้อยจริงๆ ซึ่งกว่าพวกเขาจะมีกันได้ก็ผ่านการศึกษาและการทำงานที่หนักมาก และนั่นเป็นสาเหตุให้หลายๆคนป่วยทางสมองและทางร่างกายตั้งแต่อายุยังไม่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่รุ่งคิดฝันไว้ก็คือ ถ้าฉันได้ไปอยู่ต่างประเทศและได้ทำงาน ชีวิตฉันจะดีขึ้นเพราะค่าแรงของที่นี่สูง และพอรุ่งได้มาอยู่ก็ได้รู้ว่าสิ่งที่รุ่งได้รับจากการอ่านหนังสือและข้อมูลต่างๆนั้นมันเป็นความจริง เกือบทุกคนที่นี่ทำงานกันหนักมาก ต้องออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อที่จะได้ไปให้ทันเวลารถไฟหรือรถรางและหรือรถบัสสาธารณะ และซึ่งหลายๆคนต้องนั่งรถไปที่ทำงานกันเกือบชั่วโมงกว่าจะถึง และเย็นก็ต้องรีบกลับบ้านเพื่อดูแลลูกๆ ภาระหน้าที่และค่าใช้จ่ายที่ตายตัวในแต่ละเดือนมันบังคับให้พวกเขาต้องทำงานหนัก สำหรับตัวรุ่งพอได้เริ่มทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเองก็เริ่มรู้สึกว่าความฝันของรุ่งใกล้ความจริงเข้ามาทุกขณะ เพราะรุ่งมีเงินเพื่อจะส่งไปผ่อนบ้านที่เมืองไทยให้หมดภายในระยะเวลาอีกไม่นาน เพราะถ้ารุ่งอยู่เมืองไทยก็ต้องใช้เวลาถึง 26 ปีในการผ่อนชำระ ซึ่งก็หมายความว่ารุ่งอายุ 70 ปีถึงจะหมดหนี้ แต่วันนี้อีกเพียงสิ้นปีนี้รุ่งก็จะเป็นไทแล้วค่ะ

ส่วนที่รุ่งคิดถึงที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทยคือ
– แม่และลูกๆทั้งสามคน คิดถึงรอยยิ้มและเสียงพูดของพวกเขาที่สุด
– อาหารไทยพื้นบ้าน เพราะแม้ที่สวีเดนจะมีอาหารและผักสดให้ได้ไปซื้อมาทำกินเอง แต่มันก็ไม่เหมือนเรานั่งกินที่เมืองไทยหรอกค่ะ
– อากาศอันอบอุ่น ถึงแม้บางครั้งจะร้อนจนจะเป็นลมแต่ก็ยังคิดถึงอยู่ดี เพราะบ้านรุ่งอยู่ใกล้ทะเล ฉะนั้นเวลาอากาศร้อนก็ลงไปนั่งรับลมทะเลให้คลายร้อนพร้อมกับนั่งคุ้ยเขี่ยหาหอยเสียบที่มีอยู่ตามชายหาดพอได้เยอะๆก็เอาไปผัดกินเป็นของว่างเวลาดูทีวี

ส่วนถ้าขาดสามสิ่งนี้จากทางประเทศสวีเดนรุ่งคิดว่าจะไม่สามารถอยู่ได้เลยคือ ถ้ารุ่งขาด ความรักและการสนับสนุนให้กำลังใจจากชายผู้เป็นคู่ชีวิตซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและบางครั้งเหมือนได้มีพ่ออีกครั้ง(พ่อเสียชีวิตตอนรุ่งยังเล็กๆ)
และถ้าขาดการดูแลเรื่องสุขภาพและการเจ็บป่วยจากทางรัฐ การมีชีวิตอยู่ที่นี่ก็ลำบาก เพราะค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูงกับรายรับที่เราได้จากการทำงาน

วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศสวีเดน

28. คุณ Netnapha Bunming

เมือง: Karlstad เขต Värmland ประเทศสวีเดน (Sweden)

ก่อนที่จะย้ายมาที่ประเทศสวีเดนก็เคยคิดนะคะว่าประเทศยุโรปคงจะสวยงามน่าอยู่ แต่ว่าไม่เคยคิดว่าดินแดนฝรั่งนั้นโรยด้วยทองคำค่ะ เพราะว่าเคยอ่านประวัติศาสตร์ทั้งทางของฝั่งไทยและของประเทศยุโรปค่ะก็เลยพอจะรู้ความเป็นมาของฝรั่งหลายๆชาติค่ะ ตอนแรกไม่ได้มาอยู่เลยนะคะ คือมาเที่ยวก่อนค่ะ แล้วก็มาชอบความสวยงาม บรรยากาศที่เงียบสงบของประเทศสวีเดนค่ะก็เลยตัดสินใจย้ายมาอยู่ค่ะ ส่วนเรื่องที่ถามว่า ”คิดว่าชีวิตจะดีขึ้น” คือว่าอยู่เมืองไทยมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากค่ะ คือไม่ได้หวัง 100 % เพราะดิฉันคิดว่าชีวิตเราถ้าทำให้ตัวเองมีความสุข โดยไม่ทำความเดือดร้อนคนอื่น ที่ไหนๆดิฉันก็อยู่ได้ค่ะ

– สิ่งที่คิดถึงที่สุดตอนที่มาถึงใหม่ๆก็คิดถึงบ้านที่เมืองไทยค่ะ คิดถึงบรรยากาศแล้วก็สิ่งแวดล้อมที่เคยชินค่ะ

– อาหารไทยค่ะ คือว่าตอนที่ย้ายมาใหม่ๆเนี่ยคือปี 2002 นะคะ กับข้าว อาหารไทยไม่ค่อยจะมีขายค่ะ ก็ดัดแปลงเอา แต่ทุกวันนี้ย้ายมาอยู่เมืองใหญ่มีร้านขายของไทย ร้านอาหารไทยเยอะแยะค่ะ

– คิดถึงภาษาไทยค่ะ แต่ก็พูดกับลูกเอาค่ะ

ส่วนคำถามที่ว่า ”สิ่งที่คุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาดสามสิ่งนี้จากทางประเทศสวีเดน” คำถามนี้ขอตอบว่าไม่มีนะคะ ดิฉันอยู่เมืองไทยมายี่สิบกว่าปีก่อนที่จะย้ายมาอยู่สวีเดน ก็อยู่ได้ ถ้าจะต้องย้ายกลับไปเมืองไทยดิฉันก็ต้องอยู่ได้ค่ะเพราะว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอน คำตอบอาจจะแปลกๆสักหน่อยนะคะ แต่สำหรับดิฉันแล้วอยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะ เพราะว่าสำหรับดิฉันแล้วคนที่คิดว่าตัวเองขาดนี่คือคนที่ยังไม่พอค่ะ ตัวดิฉันเองไม่เคยขาดเพราะพอแค่ที่มีค่ะ

ชีวิตใหม่ อาจจะไม่ใช่ อย่างที่ฝัน

คุณ Phimphan Sweden

29. เมือง: Vännäs ประเทศสวีเดน (Sweden)

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยนะคะว่า ประเทศสวีเดนไม่ได้รู้จักและก็ ไม่ได้รู้อะไรบ้างเลย ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้สูงมากกับการย้ายมาอยู่สวีเดน แค่คิดว่าถ้าหากอยู่สวีเดนไม่ได้เราก็จะกลับไปเมืองไทยบ้านเรา จะอยู่ที่ไหนๆเราก็ทำงานไม่ว่าที่ไทยหรือ
ที่สวีเดน เพราะเราก็ต้องเข้าใจเช่นกันนะว่า เรามาเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่และก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ว่าชีวิตเราจะดีขึ้น มันก็ได้แค่ความคาดหวังว่าสักวันนะ คิดถึงเมืองไทยคิดถึงลูกครอบครัว คิดถึงอาหารไทย ความเหงา ความเดียวดาย แต่เราจะมัวแต่เหงาก็ไม่ได้เพราะว่าครอบครัวที่เมืองไทยเราต้องส่งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำงานคือทางรอดและก็ช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ประเทศสวีเดนทำให้ชีวิตเราดีขึ้นค่ะ

ชีวิตที่ดีขึ้นเป็นไปได้ในสวีเดน

คุณ Annie Anniholm

เมือง:โอทวีดาแบรี่ Åtvidaberg ประเทศ สวีเดน (Sweden)

ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยค่ะว่ามีประเทศนี้ในโลกเพราะไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงเท่าไหร่แต่พอเริ่มได้ยินก็คิดว่าจะน่าจะมีความหนาวมากๆเพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือเรื่องว่าจะให้ประเทศเดินด้วยกลีบกุหลาบไม่เคยคิดค่ะเพราะยิ่งคนละภาษากันแล้วยิ่งยากค่ะ แต่สิ่งที่คิดคือชีวิตความเป็นอยู่อาจดีขึ้นกว่าที่ไทยทั้งสวัสดิ์การน่าจะดีกว่ารายได้ดีกว่าคงไม่ลำบาก. แต่พอมาอยู่จริงๆก็รู้เลยว่าลำบากมากนะค่ะงานไม่ได้หาง่ายๆคุณต้องได้ภาษาด้วยและต้องมีประสบการณ์การทำงานที่นี้เน้นคนที่มีประสบการณ์ค่ะ. อาหารการกินยังหาไม่ยากเท่างานเลยค่ะ. ดีที่อย่างน้อยรัฐบาลเค้าช่วยค่าใช้จ่ายถ้าเราไม่มีรายได้เลยไม่กลัวมากเหมือนตอนแรกที่เข้ามาที่สวีเดน. การเรียนรู้ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เรารู้มากขึ้นและเราสามารถเข้าใจกฏเกณฑ์การใช้ชีวิตที่นี่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ
ถ้าต้องยกตัวอย่างอะไรที่ไม่เหมือนที่คิดคือ
1. งานที่หายากมากต้องมีประสบการณ์ถึงจะหางานง่ายขึ้นและภาษาต้องได้ด้วยค่ะ.
2.ภาษาสวีเดน เพราะเราคิดว่าใช้ภาษาอังกฤษก็ได้แต่ที่นี้เค้ามีภาษาของเค้าเราต้องได้ภาษาเพื่องานที่ดีกว่าด้วยค่ะ.
3.อาหารไทยที่เราคิดว่าจะหากินยากกลับกลายเป็นซื้อได้ตามร้านไทยที่มีเกือบทุกเมืองที่อยู่และเมืองใกล้เคียง.
คิดถึงเมืองไทยมากและที่คิดถึงที่สุดคือ
1 อาหารไทยที่ในสวีเดนไม่มีนอกจากเราจะทำเอง
2 อากาศที่หนาวทำให้คิดถึงความร้อนที่อบอุ่นในไทย.
3 เสื้อผ้าที่เราส่วมใส่อยากแต่งสบายๆไม่ต้องหนามากเหมือนไทย ทำได้แค่สามเดือนช่วงฤดูร้อนเท่านั้นเพราะที่นี้หนาวมากค่ะ.
สามสิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องอยู่ไม่ได้คือ.
อาหารไทย. ทานทุกวันค่ะ
ครอบครัวที่ต้องให้มาเยี่ยมหากันตลอดปีละครั้งอย่างน้อยเพราะคิดถึง.
วัฒนธรรม ยังไงก็ขอกลับไปตายที่ไทยค่ะ ทำพิธีกรรมแบบไทยคิดถึงวัดคิดถึงสงกรานต์และที่สำคัญสิ่งแวดล้อมที่เราอยากมีครอบครัวล้อมรอบคิดถึงมากและไม่อยากห่างกันนานๆค่ะ

คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน ช่วงที่ 2

คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

เมือง: Finspång ประเทศ สวีเดน (Sweden)

ก่อนที่จะย้ายมาอยู่สวีเดน เคยคิดว่าประเทศสวีเดนใช้ภาษาอังกฤษเหมือนฝรั่งทั่วๆไป และสวีเดนสวยงามตามสถานที่ต่างๆ เหมือนเมืองในฝันถ้าได้มาอยู่. พอมาเที่ยวครั้งแรกก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกันไป เช่น ถนน จราจร การขับรถคนละฝั่งจากไทย กฏระเบียบ ขยะ มลพิษ อาหารการกิน ทุกอย่างเค้ามีจำกัดหมด จนบางครั้งคิดว่าจะอยู่ได้ไหมนะ. กลีบกุหลาบที่เราคิดว่าเค้าโรยไว้ให้นั้นมันมีจริงไหม ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ. เรื่องภาษาก็ต่างกันไปต้องเริ่มเรียนใหม่ ต้องหัดขับรถ ต้องหัดช่วยเหลือตัวเองเวลาออกไปสังคมข้างนอก. การข้ามทางม้าลาย การขึ้นีถประจำทาง ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่หมดค่ะ.

3 สิ่งที่คิดถึงที่สุดที่ไทยคือ อาหารไทย คือบางอย่างสามารถหาซื้อได้ บางอย่างไม่มีเลยเช่น

ติ๊กเป็นคนเหนือชอบทานอาหารเหนือพริกแกงอ่อมกรือลาบไม่มีต้องเอามาเองจากไทย หรือตำพริกแกงเอง แต่ส่วนประกอบจะไม่ครบค่ะ.

ครอบครัวค่ะ บางครั้งเวลาไปเยี่ยมพ่อแม่สามีเราจะคิดถึงทุกคนไทยมาก เพราะเค้ายังไม่ได้อยู่ดีสบายแบบนี้ มีคนเยี่ยมมีคนหาให้กิน. พาพ่อมาสวีเดนทุกปีไม่ได้พ่อป่วยหลายโรคท่านต้องได้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องและได้รับยาไม่ขาดด้วยค่ะ.

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ คือที่สวีเดนมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนที่ไทย อยากพาลูกๆเที่ยวก็ไปได้ไม่ไกล ต้องรอปิดเทอม หรือวันหยุดพร้อมๆกัน. ร้านอาหารห้างก็ไม่เยอะเหมือนที่ไทย หลังหกโมงก็ปิดกันหมด ทั้งเมืองเงียบสนิท จะครึกครื้นก็ต่อเมื่อมีงานประจำปีหรืองานกิจกรรมอื่นๆ.

3 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในสวีเดนคือ

ถ้าลูกๆไม่ได้มาอยู่ด้วยที่นี่คงจะอยู่ไม่ได้ค่ะ เพราะเราจะคิดถึงทุกคนมากๆจนไม่อยากอยู่ เพราะต้องการที่จะดูแลพวกเค้าด้วยตัวเอง.

สามีที่ดี ถ้าไม่มีเค้าเราก็อยู่ไม่ได้ เพรระเค้าช่วยเหลือเราทุกด้านและดูแลครอบครัวเราเป็นอย่างดี . ถ้าขาดเค้าเราคงไม่อยู่สวีเดนค่ะ ขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้าน ดูแลครอบครัวที่ไทยจะดีกว่าค่ะ.

หน้าที่การงานค่ะ ถ้าไม่มีงานทำเราก็อยู่ไม่ได้เพราะทางนี้ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทุกอย่างเป็นเงินไปหมดไม่ว่าจะไปทางไหน. เงินเป็นปัจจัยสำคัญเลนค่ะ.

การใช้ชีวิตที่แตกต่างในสวีเดน

คุณ Pranee

เมือง: สตอกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน (Sweden)

ก็เคยคิดเหมือนกันค่ะแต่ก็ไม่ได้คิดไปไกลค่ะคิดแค่ว่าเขาอยู่แบบไหนหิมะหน้าตาเป็นยังไงค่ะ เพราะหนูไม่เคยคิดว่าจะได้ย้ายพำนักออกจากประเทศไทยเลยค่ะเพราะเป็นแค่เด็กต่างจังหวัดคนนึงที่มีความรู้จบแค่ม.6 เลยไม่ได้คิดไปไกลค่ะ

คิดถึงที่สุดที่ประเทศไทยคือครอบครัวค่ะและตามมาก็อาหารค่ะ

การทำงานค่ะถ้าอยู่สวีเดนถ้าไม่มีงานจะอยู่ลำบากค่ะเพราะค่าครองชีพสูงมากๆๆค่ะ
ภาษาค่ะสำคัญอย่างน้อยก็ต้องอ่านออกเจียนได้เพราะเราต้องติดต่อทำอะไรเองหมดค่ะ
การได้อยู่ถูกต้องตามกฎหมายค่ะถ้าเราทำตามกฎที่เขาระบุไว้อะไรๆๆมันก็ดีสำหรับคนข้างหลังค่ะ

อยากรู้ว่าหิมะหน้าตาเป็นยังไงลองย้ายมาอยู่สวีเดน

เพิ่มเติม

ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 1)

ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 2)

ค้นหาโรงแรมและที่พักแบบอื่น ๆ ในประเทศไทยและทั่วโลก

เขียนโพร์ไฟล์หาคู่

สำหรับท่านที่สนใจจะให้ผมบริการเกี่ยวกับการเขียนโพร์ไฟล์หาคู่หรือเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถคลิกลิงค์ตรงนี้เพื่อติดต่อ เทรเวอร์ ซึ่งลิงค์นี้จะแยกออกจากเพจครับ

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

2 thoughts on “ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 3)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s