ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 2)

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ต่างประเทศ คุณเคยคิดฝันว่า ดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางต่างประเทศ

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

ช่วงที่ 2

11. คุณ So Pornpaapat

เมืองหลวง เฮลซิงกิ (Helsinki) – ประเทศฟินแลนด์ (Finland)

ก่อนที่จะมาอยู่ที่ฟินแลนด์ดิฉันก็เคยไปทำงานบนเรือท่องเที่ยว ซึ่งก็ล่องในยุโรป ดิฉันก็ลงท่องเที่ยวเกือบครบทุกประเทศที่มีชายแดนติดกับทะเลนะคะ ดังนั้นเรื่องของอาคารบ้านเรือน ความสวยงามของทิวทัศน์หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ดิฉันเลยไม่ค่อยใส่ใจ แต่ดิฉันไม่เคยทำงานในเขตประเทศยุโรป ดังนั้นจึงค่อนข้างตื่นเต้นในเรื่องระบบการอยู่อาศัยบนแลนด์อยู่บ้างเหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่ได้คิดฝันถึงอะไรมากมาย เพราะเคยสำผัสบ้านเมืองของยุโรปมาก็หลายแล้ว จึงมองไม่เห็นว่าแต่ละเมืองก็สวยงามไม่ต่างกัน แต่คิดแค่ว่ารายได้จะต่างจากการทำงานเรือมากน้อยแค่ไหน คิดอยู่เรื่องเดียวค่ะ ส่วนเรื่องความเป็นอยู่จะยังไงก็ต้องทนอยู่ดีค่ะ ทุกที่ก็ต่างกันอยู่แล้ว เคยผ่านมาแถบเอเชียมาก็อยู่ห้องละ 2คน เคยผ่านงานโรงแรมมาที่พักอาศัยเขาก็ดูแลดี แต่ละประเทศขึ้นกับตำแหน่งงานขึ้นกับว่าเป็นร้าน หรือโรงแรม มันจะยังไงก็คงมีที่กินที่นอนให้ คิดแค่นั้นค่ะ ฝันแค่นั้น แต่เมื่อมาถึงได้ตามที่คิดเลยค่ะ อยู่ห้องละ 2-3 คน ห้องรวมๆแบบคอนโดบ้านเรา อึดอัด ห้องใหญ่มี 2 ห้องย่อย รวมแล้วประมาณ 5 คนต่อห้อง ถือว่าแย่ค่ะ แต่สิ่งที่สุดยอด กลับเป็นความมีอิสระจากการถูกบีบบังคับ ความเท่าเทียมกันของสังคมภายนอก กลับเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ มันมีค่ายิ่งกว่าเงินทองหรือรายได้หรือความเป็นอยู่ในห้องเล็กๆมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าฟินแลนด์..จะทำให้ใจนั้นบินได้อย่างมีความสุขแม้จะไม่มีเงินมากมายก็ตาม

3 อย่างในฟินแลนด์ถ้าขาดหาย ไปแล้วไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้…ฟินแลนด์ถ้าขาดแล้วตายแน่ๆคือความอิสระ ความเท่าเทียมกัน การไม่แบ่งแยกชนชั้น ทำให้คนทุกคนมีค่าในตัวเอง สิ่งนี้ถือว่าเป็นชีวิตเลยค่ะ

ส่วนที่ 2 คือการดูแลของรัฐ สวัสดิการการช่วยเหลือนี่ก็มีส่วนสำคัญทำให้ไม่เครียด ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ไม่มีงานไม่มีเงินก็ค่อยขอรัฐเอา (หัวเราะ) คิดง่ายมาก

ข้อสุดท้าย ความปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย ความปลอดภัยจากการทำร้ายกันของคน ที่นี่คนไม่ตีกัน คนไม่ด่ากัน ไม่ยืนทะเลาะกัน ไม่เคยเห็นเลย ไม่เคยเจอเลยค่ะ มันสุดยอดมากๆ

3 อย่างที่คิดถึงมากที่สุดในเมืองไทย ที่ 1 คือ ครอบครัว ที่2 คือเรือกสวนไร่นาป่าเขาแสงแดด บรรยากาศ ธรรมชาติที่ทำให้เราสบายกายสบายใจ สุดท้ายคือน้ำใจและรอยยิ้ม คิดถึงมากๆๆๆเลยค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศฟินแลนด์ (สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศฟินแลนด์)

เรื่องใดที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามที่ฟินแลนด์ ข้อนี้ไม่น่าจะมีนะคะ ทำได้ทุกอย่าง อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกันค่ะ

วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศฟินแลนด์

12. คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

เมือง:เบอร์ลิน (Berlin) ประเทศเยอรมัน (Germany)

ก่อนที่ดิฉันจะย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ ดิฉันได้วาดฝันไว้มากมายค่ะ ในหลายๆเรื่องค่ะ คิดว่าสังคมของฝรั่งเค้าคงจะเหมือนเมืองไทยบ้านเรา ที่เราเคยอยู่ตามชนบทค่ะ แต่จริงๆแล้ว สังคมเมืองนอกหรือเมืองฝรั่งนั้นมีความแตกต่างจากสังคมไทยเยอะเลยค่ะ

สำหรับดิฉันแล้ว ดิฉันมองว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกนั้นสบายกว่าอยู่ที่เมืองไทยค่ะ เนื่องจากเมืองนอกมีสวัสดิการ ความเป็นอยู่ที่มั่นคง มีเงินช่วยเหลือหลายๆด้าน หากไม่สบายก็ไปรักษาฟรี หากไม่มีงานทำก็ได้รับเงินตกงานหรือได้รับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาลในส่วนต่างๆค่ะ รวมถึงสวัสดิการของแม่และเด็กอีกด้วยค่ะ

ยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย

คิดถึงครอบครัวที่อยู่เมืองไทยค่ะ เพราะอยู่ที่นี่มีแต่ญาติพี่น้องของสามีค่ะ และสังคมของครอบครัวฝรั่งส่วนใหญ่จะต่างคนต่างอยู่กันค่ะ ซึ่งแตกต่างจากสังคมไทยค่ะที่พ่อแม่ลูกอยู่บ้านหลังเดียวกันค่ะ

คิดถึงอาหารไทยค่ะ ตอนที่ดิฉันอยู่ที่เมืองไทย เวลาหิวรอบดึก คือสามารถเดินไปตลาดโต้รุ่ง ที่มีอาหารขายตามท้องถนน มีร้านเซเว่น มีของใช้ของกินขายตามริมฟุตบาทค่ะ ซึ่งต่างกับที่เยอรมันไม่มีแบบนั้นค่ะ เวลาหิวก็ต้องทำเองค่ะ เพราะหากไปซื้อที่ร้านอาหารไทยรับประทานทุกมื้อก็แพงค่ะ อีกอย่างที่เยอรมันไม่มีตลาดโต้รุ่งค่ะ ไม่มีตลาดริมฟุตบาทที่วางของขายแบบที่เมืองไทยค่ะ

คิดถึงการทำบุญใส่บาตรที่มีพระออกมาเดินบิณฑบาตในตอนเช้าค่ะ เพราะที่เยอรมันไม่มีพระออกมาเดินบิณฑบาตเหมือนกับที่เมืองไทยค่ะ เวลาจะทำบุญใส่บาตร ต้องขับรถไปที่วัดเองและนำอาหารไปถวายกับพระที่วัดเองค่ะ

ยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางเยอรมันนี

สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตดิฉันอันดับแรกคือ ครอบครัวค่ะ มีสามีและลูกชายทั้งสองคนค่ะ
เรื่องของการเงินค่ะ
ปัจจัยสี่ค่ะ คือ อาหาร , ที่อยู่อาศัย , เครื่องนุ่มห่ม และ ยารักษาโรคค่ะ

วัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยที่คนไทยพบเจอในประเทศสวีเดนและประเทศเยอรมันนี

13. คุณ Juntira Hasuk

เมือง: เทลอดาชริม (Tel Adashim) ประเทศอิสราเอล (Israel)

หากพูดถึงประเทศอิสราเอล หลายๆคนคงนึกถึงสงครามก่อนเป็นอันดับแรก และคิดว่าคงเป็นประเทศที่ไม่มีความปลอดภัยเนื่องจากข่าวที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ และหลายๆคนก็มักจะเข้าใจผิดคิดว่าคนอิสราเอลนับถือศาสนาอิสลาม เป็นส่วนใหญ่ ผู้หญิงไม่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างกลับตรงกันข้ามค่ะ ในครั้งแรกดิฉันก็รู้สึกกังวลที่จะต้องเดินทางมายังประเทศอิสราเอล แต่หลังจากที่ได้มาเหยียบที่นี่ความคิดของดิฉันก็เปลี่ยนไป กลับรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทุกอย่างที่นี่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ผู้คนส่วนใหญ่มีน้ำใจและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับคนอิสราเอลที่แม้จะใช้ภาษาฮิบรูในการสื่อสารก็ตาม ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัย อย่างที่ใครๆก็มักจะพูดว่าชาวยิวเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก บุคคลสำคัญหลายๆคนในประวัติศาสตร์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชาวยิวทั้งนั้น อิสราเอลมีสินค้าที่ผลิตส่งออกมากมายแต่นำเข้าไม่มากเพราะเน้นผลิตทำเอง ผู้คนส่วนใหญ่มีฐานะดีแต่กลับใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่เน้นวัตถุนิยม การเกษตรที่ทันสมัยทำให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี ถึงแม้สภาพภูมิอากาศจะแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ส่วนในด้านความปลอดภัย ดิฉันรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถึงแม้อาจจะยังมีสถานการที่ยังไม่สงบและมีการสู้รบกันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนทั่วไปค่ะ

วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศอิสราเอล

14. คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

เมือง: เจโนวา (Genoa) ประเทศอิตาลี (Italy)

ก่อนที่ยาจะย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลียาก็เคยดูหนังต่างๆที่เขาถ่ายทำในประเทศอิตาลีมาบ้าง ไปหาข้อมูลดูในกูเกิลบ้าง และซื้อหนังสือท่องเที่ยวมาอ่านด้วยค่ะ ยาก็พอจะเห็นภาพบ้างยาไม่ได้นึกฝันเอาเอง รุ่นยามีอินเตอร์เน็ตใช้แล้วยาไม่ได้แก่ขนาดนั้นค่ะ

ถ้าเป็นทางเดินที่โรยด้วยทองคำน่าจะมีแค่ในหนังเท่านั้นมั๊งคะ แล้วยาก็คิดว่าเขาใช้ทองปลอมในการถ่ายทำด้วยค่ะ ก๊าก หรือบ้านคนรวยเขาก็อาจจะเอาสีทองมาทาทางเดินในบ้านได้เช่นกันค่ะ อิอิ

จริงๆแล้วการจะมีชีวิตที่ดีได้นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองหรือของนอกกายเลยค่ะ คนที่จะมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ คนๆนั้นจะต้องมีภาวะทางจิตที่แข็งแรงมากๆค่ะ เพราะเขาจะเข้าใจการทำงานของร่างกายและจิตใจ เขาจะรู้จักตัวเขาเองว่าเขาเป็นใคร ชอบอะไร เป้าหมายในชีวิตเขาคืออะไร และเขาควรทำอะไรมากกว่าเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดกับตัวเอง เขาจะสั่งตัวเองให้ทำและคิดในแบบที่เขาต้องการได้ เขาจะไม่ทำหรือสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เขาจะเห็นภาพว่าถ้าเขาทำแบบนี้ ผลลัพธ์จะออกมาประมาณไหนบ้าง เมื่อเห็นทางแล้วเขาก็จะเลือกทางที่ดีกว่าให้กับตัวเองได้ และเมื่อเขาบอกให้ตัวเองพอได้เมื่อไหร่เขาก็จะรวยแล้ว และมีความสุขได้ในทันที แบบนี้เรียกว่าเขามีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ

ถ้าจะพูดกันจริงๆความรวยมีหลายแบบนะค่ะ รวยน้ำใจ รวยความดี รวยอารมณ์ขัน และอื่นๆอีกมากมาย แต่คนเราชอบคิดว่าคำว่า “รวย” นั้นหมายถึงแค่รวยเงินทองเท่านั้น นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาละค่ะ เพราะ “ความอยากได้อยากมี” จะเกิดขึ้นในใจทันที พอมาถึงจุดนี้เรากลายเป็นคนจนแล้วค่ะ เพราะเราคิดว่าเรามีไม่พอเราจึงต้องหาเพิ่มตลอดเวลา คนที่บอกตัวเองได้ว่า”ฉันมีพอแล้ว ฉันจะไม่หาเพิ่มแล้วนะ”คนพวกนี้เขารวยแล้วค่ะ คนที่มีเงินแล้วล้านๆๆๆๆๆๆๆบาทแต่ยังไม่พอ เขาก็ยังเป็นคนจนอยู่ค่ะ ก็ดิ้นรนค้นหาเงินกันต่อไป แต่คนที่ชอบทำงานให้ได้ดีโดยที่ไม่คิดถึงตัวเงินมันจะเป็นอีกอารมณ์นะคะ มันเป็นการเดินทางไปให้ถึงจุดหมายและจุดหมายนั้นคือการทำให้มันดีขึ้น ไม่ใช่ทำเพราะชดเชยความจนของตัวเอง มันมีความต่างอยู่นะคะ

อาชีพหลักที่ยาทำตลอดคือ การทำดี ละชั่ว และทำมันด้วยจิตใจที่ผ่องใสค่ะ อยู่ที่ไหนบนโลกยาก็สามารถทำมันได้ และยาก็พยายามทำมันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ง่าย ไม่ได้เงิน แต่มันคือเป้าหมายหลักที่ยาตั้งไว้ และก็คิดว่ายากำลังเดินถูกทางอยู่ด้วยค่ะ ส่วนเรื่องทำงานได้เงินหรือเรียนภาษาหรืออื่นๆยาก็ทำแก้เซ็งไปงั้นแหละค่ะ

3 สิ่งที่คิดถึงเกี่ยวกับประเทศไทยกับ 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้เกี่ยวกับอิตาลีเหรอคะ ตอบยากจังค่ะเพราะในหัวยาคือยาอยู่บนโลกนี้ และโลกใบนี้มันคือบ้านของยาอ่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าตอนนี้ยาอยู่ห้องนอน แล้วยาเดินไปห้องน้ำ ตอนที่ยาอยู่ห้องน้ำ ยาก็ไม่คิดถึงห้องนอน พอยาเสร็จธุระแล้ว ยาก็ออกจากห้องน้ำ แล้วก็อาจจะกลับไปที่ห้องนอนหรือห้องครัวก็ได้โดยที่ไม่คิดถึงห้องน้ำอ่ะค่ะ

ถ้าจะบอกว่าอาหารก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะเมนูหลักที่ยากินตอนนี้มันคืออาหารที่จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายอ่ะค่ะ ส่วนส้มตำหรือซาลาเม่มันคืออาหารรองที่ยากินเพื่อไม่ให้ตัวยาเกิดอาการลงแดงตายซะก่อนอ่ะค่ะ ยาฝึกให้ตัวเองกินในสิ่งที่ควรมา 3 ปีละค่ะ สมองยาก็เริ่มชินกับความเคยชินอันใหม่นี้แล้วค่ะ เรียกว่า 70% ยาอยู่ได้โดยที่ไม่กินอาหารอร่อยทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ค่ะ ยาเป็นคนปรับตัวได้เหมือนจิ้งจกตุ๊กแก ตรงไหนอะไรยังไงยาก็ปรับสภาพได้หมดค่ะ

สมองของยาจะทำงานง่ายๆ คือ

ถ้ามีปัญหายาก็จะหาทางแก้หรือหาทางเลี่ยงปัญหาแล้วเดินหน้าต่อไป ยาฝึกให้ตัวเองเลิกบ่นเพราะมันถ่วงเวลาและไม่เกิดผลดีค่ะ

ถ้าสมองบอกว่าหิวแสดงว่าร่างกายต้องการอาหาร ยาก็จะหาสิ่งที่ร่างกายต้องการก่อน แล้วอาหารที่อยากเอาไว้ทีหลังค่ะ

ถ้าหนาวก็หาผ้ามาห่มหรือไปอยู่ในที่ที่ไม่หนาวอ่ะค่ะ

ถ้ามีพายุฝนตกหนักใช้ร่มกันฝนไม่ได้ ยาก็จะมองหาถ้ำเพื่อหลบซ่อนให้ตัวเองปลอดภัยค่ะ

ยาพยายามจะไม่ทำอะไรให้มันสับสนยุ่งยากมากขึ้น ยาเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเองค่ะ ไม่คิดถึงก็อยู่สบายขึ้น ไม่ถือก็ไม่หนัก แล้วก็ไม่ต้องมาหัดวางอีก ตัดไฟแต่ต้นลม ยากำลังจะกลายเป็นหุ่นยนต์ค่ะ

สีสันของชีวิตในประเทศ อิตาลี

15. คุณ นุชนารถ วรรณขาว

เมือง:มิลาน (Milan) ประเทศอิตาลี (Italy)

ถามว่าดิฉันเคยวาดภาพอิตาลีไว้ยังไงก่อนเดินทางมาใช้ชีวิตในอิตาลี บอกอย่างไม่อายเลยค่ะว่าดิฉันไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาใช้ชีวิตในต่างแดนไม่เคยวาดภาพดินแดนของฝรั่งเลย จนวันที่ตัดสินใจแต่งงานก็ยังไม่คิดว่าจะย้ายมาอยู่อิตาลี จนกระทั้งแต่งงานและสามีทำเรื่องให้ย้ายมาอยู่อิตาลีดิฉันก็มาแบบงงๆ

ถามว่าเคยคิดไหมว่าดินแดนของฝรั่งโรยด้วยทองคำ อันนี้ต้องบอกเลยว่าไม่เคยคิด ถึงแม้จะเคยได้ยินคนไทยหลายคนมาเล่าให้ฟัง(ตอนที่ยังอยู่เมืองไทย)ว่าเมืองนอกนั้นสวยหรู ทำงานได้เงินดีมาชวนไปขุดทอง แต่ดิฉันก็ไม่เคยคล้อยตาม อาจจะเพราะว่าสมัยอยู่ที่เมืองไทยตัวดิฉันเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีมีเงินเดือนค่อนข้างสูง ดิฉันจึงพอใจในสิ่งที่มีและไม่ได้หวังจะไปขุดทองต่างประเทศจึงไม่สนใจเมืองนอกเท่าไหร่นัก อีกอย่างคือดิฉันมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติหลายคนพวกเขามักจะสอนดิฉันในหลายๆสิ่งเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา ทำให้ดิฉันเข้าใจความเป็นจริงของต่างแดนพอสมควร

ถามว่าเคยคิดว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างที่คาดหวังไหมหากได้มาใช้ชีวิตในอิตาลี ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่าดิฉันไม่เคยคาดหวังอะไรเลยก่อนเดินทางมา ดิฉันคิดเพียงแค่ว่ามาที่นี่ในฐานะภรรยาสิ่งเดียวที่ดิฉันคาดหวังคือหวังว่าสามีจะรักและดูแลดิฉันเป็นอย่างดีและดิฉันก็ไม่ผิดหวัง ในส่วนของชีวิตถามว่าดีขึ้นกว่าตอนอยู่เมืองไทยไหมก็ดีขึ้นนะคะ ดีขึ้นในทุกอย่างและดิฉันก็มีความสุขในการใช้ชีวิตที่นี่ แต่ถ้าถามว่าร่ำรวยมีเงินทองเหลือใช้เหมือนที่ใครๆคิดไหมก็อยากจะบอกว่าเราก็คนทำงานค่ะมีพอใช้พอเก็บไม่ได้มากมายอะไร ชีวิตในต่างแดนต้องทำงานค่ะถึงจะอยู่ได้และงานที่นี่ก็หายากมากก่อนจะคิดมาขุดทองที่อิตาลีก็คิดให้ดีก่อน

อะไรที่เมืองไทยที่ดิฉันคิดถึงมากที่สุด
1) ครอบครัวและเพื่อนๆค่ะ
2) อาหารไทย-อีสาน
3) ผลไม้ไทยค่ะ
สามอย่างนี้คือสิ่งที่ดิฉันคิดถึงมากที่สุด

อะไรที่อิตาลีที่ดิฉันขาดไม่ได้ ไม่มีนะคะ จะมีก็อย่างเดียวสามีค่ะ 5555

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลี

16. คุณ ปนัดดา – ชื่อเล่น (ดา)

เมือง: เวนิส (Venice) ประเทศอิตาลี (Italy)

ค่ะ ก่อนที่ดาจะย้ายมาอยู่ที่อิตาลีไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า อยากเที่ยวต่างประเทศค่ะ ก่อนหน้านี้ดาเรียนด้านไกด์ อยากเป็นไกด์เพราะคิดว่าได้เที่ยว โดยไม่ต้องเสียตังค์ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกับคนหลายเชื้อชาติค่ะ พอดีเจอแฟนก่อนเขาชวนเลยรีบตามเขามาอิตาลีเลยค่ะ 5555

ไม่เคยคิดนะคะว่าจะมาขุดทองที่นี่ ไม่เคยคิดว่ามาแล้วจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็แค่ความคิดว่าถ้าไม่ชอบก็กลับบ้านเราค่ะ

ก่อนมาเคยคิดว่าบ้านเมืองของฝรั่งคงเจริญรุ่งเรืองมาก แต่พอมาเข้าจริงๆก็ไม่เห็นว่ามันจะเจริญมากไปกว่าบ้านเมืองของฉันเลย 5555

สิ่งที่ดาคิดถึงเมืองไทยมากที่สุดหรือคะก็น่าจะเป็น

1. เวลาเราลำบากไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกสารหรือเรื่องอื่นๆ มองหาคนรอบข้างไม่มีเลย เหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ภาษาเราจะพูดจะอ่านได้แค่ไหนก็ไม่รู้เท่ากับเจ้าของภาษาหรอกค่ะ เวลาจะทำอะไร ดูลำบากไปหมด บางครั้งคิดว่าถ้าเป็นภาษาของฉันบ้านเมืองของฉันฉันก็คงไม่โดนเขาด่าว่าแบบนี้หรอก

2. แสงแดดค่ะ พอหน้าหนาวที่นี่แทบจะไม่มีแดดให้เห็นเลย ดาคิดถึงแสงแดดที่เมืองไทยมากค่ะ 5555 ในความรู้สึกของดา ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหงาและเดียวดายมากกกกก

3. คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงความเป็นอยู่แบบสบายๆของคนไทย ไม่เครียด หัวเราะสนุกสนาน มีความสุขได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีกินหรือไม่ค่ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นอิตาลีสอนให้ดาเข้มแข็งเป็นตัวของตัวเองสอนให้พึ่งตัวเองโดยไม่หวังพึ่งคนอื่น สอนให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ตัวอย่าง 3 สิ่ง ถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากประเทศอิตาลีจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไม่มีนะคะ เพราะดาเป็นคนเดินสายกลางค่ะ ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไปและไม่ยึดติดค่ะ ประเทศอิตาลีให้บทเรียนชีวิตกับดาสอนดาให้รู้จักการใช้ชีวิตมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าให้เลือกดาขอเลือกเมืองไทยบ้านเกิดค่ะ ถึงเมืองไทยจะเป็นอย่างไรก็เป็นแผ่นดินแม่ค่ะ ดาหวังอยู่ตลอดเวลาว่าสักวันจะได้กลับไปอยู่ ณ.แผ่นดินแม่ค่ะ

ประเทศแต่ละประเทศมีสิ่งดีและไม่ดีเหมือนกันทุกประเทศ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะรับเอาสิ่งไหน เท่านั้นเองค่ะ

20 ปีในอิตาลีกับบางความแตกต่างที่พบเจอระหว่างคนไทยกับคนอิตาเลียน

17. คุณ ปิ่นมณี​ สุขทวี

เมือง: เวโรนา (Verona) ประเทศอิตาลี (Italy)

ก่อนมาอยู่อิตาลี​ คิดและวาดฝันไว้ว่า
น่าจะเป็นดินแดน​แห่งที่สวยงาม​ เหมือนในนิยายหรือภาพวาดในการ์ตูนค่ะ​ มันจะมีดอกไม้สวยๆ​ วิวทิวทันศ์ที่สวยงามค่ะ​ บ้านเรือนก็ออกแนว​ การ์ตูน Disney นะค่ะ ไม่เคยึิดเลยค่ะ​ ว่าทางเดินจะโรยด้วยทองคำค่ะ​ แต่กลัวๆๆนิดๆๆม่กกว่าเพราะไม่เคย​ ไปต่างประเทศเลยค่ะ​ ยกเว้น​ ประเทสใกล้เคียงไทยค่ะ พอได้มาอยู่จริงๆ​ มันคล้ายที่คิดไว้เลยค่ะ บ้าน​ ซิว​ ทิวทันศ์ สวยงามดีค่ะ​ มีหิมะด้วย​ เป็นคนชอบหิมะค่ะ

อะไรที่คิดถึงมากที่สุดเกียวกับประเทศไทย

คิดถึง​ พ่อแม่พี่น้อง​ คิดถึงบ้านค่ะ​ นับวันรอว่าเมื่อไรจะได้ไปเยือมบ้านค่ะ
คิดถึงอาหารไทยมากๆๆค่ะ​
คิดถึงึว่มอิสระ​ ไปไหนมาไหนสะดวกสบายค่ะ​ ที่นี้ไปไหนมาไหน​ รำบากถ้าขับรถไม่เป็นึ่ะต้องค่อยรอแต่แฟนพาไปค่ะ

สื่งที่​ คิดว่าจะไม่สารถอยู่ได้เลยถ้าขาด​ สิ่งนี้ไป​ ในอิตาลี

ถ้าที่นี้​ ไม่ให้ทำอาหารไทย​ เพราะอาจจะมีกลิ่นแรง​ บ้างบ้าน​ ค้อนข้างทำอะไรกลิ่นแรงๆไม่ได้ค่ะ​ แต่สามีใจดีทำได้เต็มทีค่ะ​ ขอแค่เรามีความสุขที่ได้กินค่ะ​ อาหารไทยขาดเหลืออะไรแฟนจะพยามหามาให้ได้ค่ะ​

ความรักความเอาใจใส่ของแฟนค่ะ​ แฟนข้อนค้างดูแล้เอาใจใส่ดีมากๆค่ะ​ ดูแล้ทุกเรื่อง​เรื่อง​ รักษาเจ๊บป่วย​เรื่องกินอยู่​ เขาใสใจดีค่ะ
ญาติพี่น้อง​ ของ​แฟนค่ะ​ เช่น​ พ่อปู่แม่ย่า เป็นต้น​ เขาดีกับเราค่ะ​ เพราะอยู่​ บ้านเดียวกันกับย่าค่ะ​ แต่คนละชั้นเหมือนอพาสท์เม้นค่ะ​ ย่าไม่ค่อยมี ปัญหาอะไรค่ะ​ ตามใจเรื่องทำอาหาร​ ไม่เคยห้ามว่ามันเหม็นอย่าทำค่ะ​

ชีวิตใหม่ในต่างประเทศ ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี

18. คุณ Tidapon Posajun – ธิดาพร โพธิ์สาจันทร์ – (ชื่อเล่น กุ้งนาง)

เมือง: เวโรนา (Verona) ประเทศอิตาลี (Italy)

ฝันค่ะ คิดว่าคงจะสวยงาม บ้านเรือนคงจะเป็นปราสาทเหมือนดังละคร และทุกๆที่คงเต็มไปด้วยมวลดอกไม้ กุ้งนางคนบ้านนอกน่ะค่ะ ก็เพ้อฝันไปเรื่อย แต่พอมาถึงจริงๆ อดขำตัวเองไม่ได้ที่เคยเพ้อเจ้อ แต่ก็สวยนะคะ เพราะเวโรน่าเป็นเมืองที่สวย และมีทะลาบสาบ Lago di Gerda ที่ขึ้นชื่อ ถึงจะไม่ได้สวยมากเหมือนที่คิดไว้ก็เถอะค่ะ และก็เชื่อนะคะว่าการที่เราย้ายมาอยู่อิตาลี่ชีวิตต้องดีแน่ๆ เพราะค่าเงินของเขาเอามาแลกที่ไทยมันได้มาก ค่าแรงต่อวันของอิตาลี่ถึงจะดูน้อยคือแค่วันละ 20€ แต่เป็นเงินไทยก็เกือบจะ 1 พันบาท

สิ่งที่กุ้งนางเคยวาดฝันก่อนที่จะย้ายมาอิตาลี่แล้วฝันนั้นเป็นจริงตามที่คิดไว้ก็มี 1.การจบการศึกษาที่นี่และสามารถสื่อสารภาษาได้ดีในเวลาอันรวดเร็ว 2.เรื่องของจ๊อฟเล็กๆที่เคยอยากทำ ด้วยความที่เราสามารถสื่อสารภาษาบ้านเค้าได้นี่ล่ะค่ะ งานที่เคยอยากทำก็ตามมา และตรงนี้เราสามารถส่งเงินให้กับทางบ้านเราได้ด้วยตัวเอง 3.ก่อนจะมาอยู่อิตาลี่เคยคิดกลัวนะกลัวจะไม่มีเพื่อนคนไทย ไม่มีอาหารไทย กลัวว่าจะต้องเหงา แต่ไม่เลยค่ะ เวโรน่าและจังหวัดใกล้เคียงคนไทยเยอะ อยู่กันแบบพี่น้อง ช่วยเหลือแนะนำกันดี ร้านขายของเอเชียก็มีเยอะค่ะ ไม่อด

3 สิ่งที่กุ้งนางคิดถึงมากๆในไทยคือ 1.ลูกๆและแม่ที่อยู่ไทย ใจนะคะอยากเอาทุกคนมาอยู่ที่นี่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากค่ะ เพราะรายได้ของกุ้งนางและสามีไม่สามารถที่จะดูแลได้หมดทุกคนที่นี่ 2.คิดถึงบ้านเกิดและบรรยากาศเก่าๆแบบท้องทุ่งค่ะ ยิ่งกุ้งนางมาอยู่ในเมืองที่วุ่นวายแล้วยิ่งทำให้คิดถึงชีวิตที่เรียบง่ายในชนบทที่บ้านเกิด 3.คิดถึงตลาดสดที่ไทยค่ะ ของกินเยอะแยะสมบูรณ์ทุกอย่าง มีผลไม้ตามฤดูกาลมากมาย

3 สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยในการใช้ชีวิตที่อิตาลี่คือ 1.รถยนต์ค่ะ คือที่นี่ยานพาหนะคือสิ่งสำคัญในการดำรงค์ชีวิตเลยก็ว่าได้ ทั้งให้ความสะดวกสบาย ทั้งจำเป็นสุดๆเลยค่ะ 2.เมื่อมีรถแล้วก็ต้องมีงานทำนะคะ ด้วยความที่เรามีรถนี่ล่ะค่ะ การจะไปสมัครทำงานที่ไหนที่ดีๆมันก็ง่าย โดยเจ้าของกิจการเองก็จะตัดสินเราตรงจุดนี้ด้วย ว่าถ้าเรามีรถเราก็สามารถมาทำงานให้เขาได้สะดวกกว่าแน่นอน ไม่ต้องมีปัญหารถเมล์ไม่มี รถไฟมาช้า และอะไรอีกมากมาย 3.การพยาบาลค่ะ ถ้าที่นี่ไม่มีเรื่องของหลักประกันสุขภาพที่ดีก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย ทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆที่สูงลิบลิ่ว แต่ความโชคดีที่ประเทศนี้ ทุกคนสามารถรักษาได้ฟรีค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเองก็ต้องมีเอกสารที่ถูกต้องและอย่าปล่อยให้หมดอายุนะคะ คอยเช็คให้ดีด้วย เพราะเจอมาแล้วค่ะกับตัวเอง บัตรหาหมอหมดอายุไม่รู้ตัว พอป่วยจะไปพบแพทย์เขาบอกว่าไม่มีชื่อในคอมฯ สรุปต้องไปแจ้งทำบัตรใหม่ แจ้งหลายที่ รอได้บัตร แล้วหาหมอได้

ชีวิตมาดามอิตาลี่ในมุมมองของกุ้งนาง

19. คุณ Sen Bua

เมือง:โตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

จริงๆอ่านหนังสือเยอะก่อนมา ค่ะ มาแรกๆสบายค่ะไม่ทำงาน เดินไปเที่ยวไป เคยไปสถานทูตไทยประจำโตเกียว เรารู้สึกคนไทยที่นี่มีปัญหาเยอะมาก บางคนไม่มีวีซ่า มีลูกไม่แจ้งอำเภอ น่าสงสารเด็ก เราช่วยเยอะอยู่ค่ะหลายคน บางคนไม่เงิน ยืมเงินบ่อย ชีวิตเราวางแผนมาก่อน ไม่ได้ลำบาก แต่บางคนที่มาแบบผิดกฎหมายลำบากมาก

คิดถึงอากาศร้อนประเทศไทย เวลาฤดูหนาว ในญี่ปุ่นถ้าจะอยู่โตเกียวต้องมีงานทำ ต้องมีเงิน ทุกอย่างแพงมาก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารต้องซื้อค่ะ ไม่เหมือนเมืองไทย ปลูกผักปลูกข้าว อาหารถูก ประเทศญี่ปุ่นปลูกแต่ต้องใช้เทคโนโลยีช่วย ทุกอย่างเลยแพง

วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศญี่ปุ่น

20. คุณ Nadia

เมือง เบรุต (Beirut) ประเทศเลบานอน (Lebanon)

ก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศเลบานอนดิฉันก็ได้ทำการศึกษาคร่าวๆบ้าง ที่เลบานอนจะแยกตัวออกมาจากกลุ่ม GCC ( กลุ่มประเทศแขกเมืองน้ำมัน เช่น ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน กาตาร์ โอมาน ดูไบ อบูดาบี คูเวต) คือเลบานอนจะมีความเป็นลูกผสมทางฝั่งยุโรปเข้ามา ด้วยรูปร่างหน้าตา การแต่งตัวหรือแม้แต่บ้านเรือนการตกแต่ง ที่เคยคิดไว้คือเป็นประเทศที่ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองเป็นระยะๆ แต่ถ้าสายตาคนอื่นๆก็จะบอกแค่ว่ามีสงครามเป็นความคิดความเชื่อที่ฝังอยู่ในความคิดมานาน ดิฉันเองก็ต้องดูหลายๆเหตุการณ์หลายๆมุมมอง ก่อนตัดสินใจมาก็ได้สอบถามเพื่อนหรือคนรู้จักบ้าง บางคนก็บอกสวยงาม ดีงาม เรื่องธรรมชาติมากๆ สถานที่ท่องเที่ยว อากาศ ที่ต่างจากที่เดิม ที่บาห์เรนเคยอยู่จะสดชื่นกว่า หรือถ้ามาเกี่ยวกับทำงานก็เงินรายได้ดี แต่พอได้มาอาศัยอยู่จริงๆก็ถือว่ามีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไปหมดเกี่ยวกับสงครามใดๆในเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางสังคมและนิสัยเค้ากันเอง ส่วนเรื่องของความสะดวกสบายอยู่ที่แต่ละบุคคลว่าพำนักอาศัยอยู่จุดไหน อย่างดิฉันนี่คือพักอยู่บนเขาห่างจากตัวเมือง 20 นาทีต้องเรียกแท็กซี่ ค่ารถไปกลับก็ค่อนข้างแพงพอสมควร จะไปไหนมาไหนที่ก็คำนวนค่าใช้จ่ายของที่จะซื้อสมดุลกับค่ารถแท็กซี่ไหม ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่เข้าเมืองมากนัก

ของในเมืองค่อนข้างจะแพงมากหลายอย่าง แต่ถ้าบางคนอยู่ในตัวเมืองอยู่แล้วก็อาจจะสะดวกกว่าดิฉันหน่อย ลดหรือประหยัดค่าเดินทางไปได้บ้าง การจะขึ้นรถเมล์โดยสารประจำทางที่ถูกกว่าแต่ก็จะใช้ระยะเวลารอหรือเดินทางนานกว่า อีกอย่างถ้าไม่ชินกับเส้นทางก็ไม่ค่อยกล้าขึ้นมากกลัวจะหลง และส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนพื้นๆเลบานิสและซีเรียผู้ลี้ภัยที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเลบานอน แต่บริเวณที่ดิฉันอยู่ก็ยังพอมีซื้อกินซื้อใช้ได้ใกล้ๆ คือวิถีชีวิตเลบานอนก็เหมือนความเป็นอยู่แบบบ้านเราทั่วไปต้องกิน ต้องใช้ ต้องจ่าย ต้องเก็บเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคนที่เข้ามาอยู่ฐานะการทำงานแบบดิฉันจะต้องปรับตัวกับคนในสังคมที่ทำงานมากกว่า

คนที่นี่บางกลุ่มอาจจะยังมีมุมมองเกี่ยวกับคนเอเชีย แรงงานทั่วไปทางลบ เพราะด้วยที่เราเหมือนไปเป็นแรงงานลูกจ้างให้เค้า บางทีเค้าเองยังขาดความเคารพในสิทธิมนุษยชน ซึ่งก็ไม่ทุกคนเลบานิส อาจจะเป็นเพราะเค้าเองก็ไม่รู้จักเมืองไทยและประสิทธิภาพการทำงานแบบคนไทยพอ ความคิดความอ่านก็จะสวนทางกันบ้าง ต่างจากที่เดิมที่บาห์เรนที่เคยอยู่ค่อนข้างเปิดโลกทัศน์มากกว่า ที่นี่ส่วนใหญ่คนพื้นที่จะทำงานกันเองเกือบ 80-85% ที่เหลือก็จะกลุ่มแรงงานชาติอื่นปะปนเข้ามาทำงานหรืออาศัยอยู่ ส่วนถ้าเป็นที่บาห์เรนเกือบๆเฉลี่ยโดยครึ่งๆ คนพื้นที่ทำงานกับกลุ่มลูกจ้างแรงงานประเทศอื่นๆ แต่โดยรวมทุกคนก็ต้องอาศัยอยู่เพื่อเป้าหมายให้ได้ เรื่องความปลอดภัย ในที่นี่ดิฉันพำนักอยู่ค่อนข้างสงบและปลอดภัยดีมากค่ะ จะติดก็แค่ตรงเรื่องการขับรถเดิมๆของคนที่นี่ที่ไม่ค่อยมีวินัย ขับเร็วและไม่ค่อยเป็นไปตามกฏจราจร อีกเรื่องก็จะเป็นเกี่ยวกับพวกภัยธรรมชาติ เช่นอย่างถ้าเจอช่วงฤดูฝนที่นี่ก็จะตกอย่างบ้าระห่ำ ถึงขนาดทรัพย์สิน อาคาร รถ บ้านเรือนเสียหาย ส่วนฤดูหนาวบางทีก็พายุหิมะหรือหมอกหนามากซึ่งก็เสี่ยงกับการขับรถไม่ปลอดภัยอีกเช่นกัน เรื่องเกี่ยวกับสังคมการเมืองและสงครามก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ณ ตอนนี้ก็ยังใช้ชีวิตได้อยู่ตามปกติถ้าไม่ขัดแย้งกันเองภายในประเทศหรือประเทศข้างเคียงซะก่อน

ปารีสแห่งตะวันออกกลาง

21. คุณ Naan Madamthai

เมือง อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

ฉันนะขำกับคำถามข้อนี้จังเลย ฉันเห็นเมืองไทยมีการอยู่การกินอุดมสมบูรณ์ ฉันเห็นฝรั่งซีดขาวเพราะเขาจนค่ะ ฝรั่งนะฉันไม่คิดว่าจะรวยกว่าคนไทยหรอกคนไทยรวยๆนะมีเยอะ
ฉันมีชีวิตการงานที่ดีที่เมืองไทย เป็นพยาบาลวิชาชีพระดับ 7 เงินเดือนเฉียดสี่หมื่นตอนนั้น รวมถึงไม่เป็นหนี้ใดๆมีเงินเก็บพอประมาณ สิ่งแวดล้อมในแวดวงสังคมดี สถานภาพการงานการเงินดีไม่มีปัญหา สถานภาพสบายๆ จริงๆอยู่เมืองไทยก็สบายมากแล้วไม่คิดจะไปขุดทองหรือไปกอบโกยหาเงินเข้ากระเป๋า ฉันมีพออยู่พอกินแล้ว แต่ฉันไปเพราะฉันอยากมีสามีค่ะ

ฉันคิดว่าเนเธอแลนด์น่าไปเพราะเขามีดอกไม้ฉันชอบดอกไม้ นี่คือเป้าหมายในการไป ไม่ได้ไปหาเงินหรือไปขุดทองใดๆ สิ่งฉันฝันคือมีชายคนรักและดอกไม้ ส่วนที่ฉันไปเจอมาเขามีดอกไม้จริงทำอะไรก็ถือดอกไม้ไปให้กันจริงแต่ที่เมืองไทยการจัดดอกไม้เว่อร์อลังการมากกว่าเยอะค่ะ เราทำดีทำเว่อร์กว่าเยอะ ที่นั่นมีขีดจำกัดเรื่องแรงงานและราคาของค่ะ ยกตัวอย่างดอกกุหลาบที่ตลาดดอกไม้สะพานพุทธ กรุงเทพ 50 ดอก 50 บาท แต่ที่นั่น 10 ดอก ห้าเหรียญหรือ 200 บาทเป็นต้น เขาเลยไม่ได้จัดอลังการอย่างไทย

ส่วนผู้ชายของฉันเขาน่ารักมาก เขาสุภาพนุ่มนวล เรียบร้อย ดูแลฉันดีมากกว่าชายไทยที่ฉันเคยรู้จักทั้งแฟนเพื่อนๆพี่ๆ คือเขาดูแลช่วยเหลือ ไม่คิดว่างานนี้เป็นของหญิงของชายใดๆเลย หากแต่ทำด้วยกันจนตอนนี้ทุกงานเป็นของสามีค่ะ ยอมรับและนอบน้อมว่าเขาดูแลฉันดีมากๆ
จริงๆตอนนี้ฉันอยู่ยากค่ะหากขาดสามีคนเนเธอแลนด์คนนี้ค่ะ เพราะเขาคือทุกอย่างทำให้ชีวิตของฉันมีคุณภาพมากขึ้น เขาเป็นคนหาอาหาร คนขับรถ คนซักผ้า คนควบคุมการแต่งตัว ทุกอย่างอย่างพี่อย่างเพื่อนอย่างพ่อเลยทีเดียว แค่นี้ที่ฉันขาดจากเนเธอแลนด์ไม่ได้ค่ะ

ชีวิตใหม่ เริ่มใหม่ เรียนใหม่ในฮอลแลนด์

เพิ่มเติม

ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 1)

ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 3)

ค้นหาโรงแรมและที่พักแบบอื่น ๆ ในประเทศไทยและทั่วโลก

เขียนโพร์ไฟล์หาคู่

สำหรับท่านที่สนใจจะให้ผมบริการเกี่ยวกับการเขียนโพร์ไฟล์หาคู่หรือเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถคลิกลิงค์ตรงนี้เพื่อติดต่อ เทรเวอร์ ซึ่งลิงค์นี้จะแยกออกจากเพจครับ

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

2 thoughts on “ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมันเป็นความฝันในชีวิตจริงๆหรือ (ช่วงที่ 2)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s