เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 30

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 30

ในวิดีโอที่ 23 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับ il passato prossimo กับคำกริยาที่ไม่ผันตามกฏค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 23.
บทที่ 23
– Oh scusate! Ciao a tutti!!
โอ้ว ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ สวัสดีค่ะทุกคน!!
– Scusate, scusatemi tanto, come state?
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ฉันขอโทษพวกเธออย่างมากนะคะ พวกเธอสบายดีกันไหมคะ
– Io male, anzi malissimo.
ฉันแย่ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น แย่มากค่ะ
– Come perché? Ma che domande!
อย่างไร ทำไมเหรอคะ ถามแบบนั้นได้ไงคะ!
– Scusate, non prendetemi in giro.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ แล้วพวกเธออย่ามาล้อฉันนะคะ
– Come perché? Perché l’Italia, la mia bellissima squadra, ha perso i Mondiali.
อย่างไร ทำไมเหรอคะ เพราะว่าทีมอิตาลี ทีมที่สวยงามของฉันนั้น แพ้บอลโลก ตกรอบไปแล้วค่ะ
– Io sono in lutto, oggi sono in lutto.
ฉันไว้ทุกข์ค่ะ วันนี้ฉันขอไว้ทุกข์ค่ะ
– E non vado a scuola, infatti come vedete sono a casa mia.
และฉันจะไม่ไปโรงเรียนค่ะ นี่ไงค่ะ อย่างที่พวกเธอเห็นกัน ฉันยังอยู่ที่บ้านของฉันอยู่เลยค่ะ
– E mi rifiuto di lavorare oggi.
และฉันขอปฏิเสธที่จะทำงานในวันนี้ค่ะ
– Ok!
โอเค!
– Scusate, ma per noi il calcio è un religione.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ แต่ว่า สำหรับพวกเรานั้น ฟุตบอลคือศาสนาค่ะ
– È molto molto molto importante.
คือว่า มันสำคัญมากๆ ค่ะ
– Scusate dai, devo smettere di piangere.
ฉันขอโทษพวกเธอด้วยค่ะ… ฉันต้องหยุดร้องไห้แล้วค่ะ
– Io i giorni scorsi ho sognato, di fare una lezione con un bellissimo titolo Mondiali 2014, abbiamo vinto!!
ฉันในวันก่อนๆ ที่ผ่านมา ฉันได้ฝันเกี่ยวกับการทำบทเรียน ด้วยชื่อเรื่องที่สวยงามว่า ฟุตบอลโลก 2014 พวกเราได้ชนะค่ะ
– Avevo tante tante idee, ma adesso.
ตอนนั้นฉันมีไอเดียเยอะมากเลยค่ะ แต่ว่าตอนนี้
– Ma adesso guarda che delusione!
แต่ว่าตอนนี้คุณดูสิ มันน่าผิดหวังจริงๆ ค่ะ!
– Eh va beh, è la vita. È così.
เฮ้อ ไม่เป็นไรค่ะ มันคือชีวิตค่ะ มันก็เป็นแบบนี้หล่ะค่ะ
– Il titolo di questa lezione invece “Mondiali 2014: chi ha vinto, perso o pareggiato?”
ชื่อเรื่องของบทเรียนนี้ จึงกลายเป็น “แชมป์โลก 2014: ใครชนะ ใครแพ้ หรือเสมอกันคะ”
– Questo è purtroppo il titolo di questa lezione.
น่าเศร้าที่ชื่อของบทเรียนนี้เป็นแบบนี้ค่ะ
– Della lezione di oggi, la lezione 23.
ในบทเรียนของวันนี้ คือบทเรียนที่ 23 ค่ะ
– Non ho neanche la voglia di prendere il cartello, ve lo scrivo alla lavagna.
ฉันหมดอารมณ์ที่จะถือแผ่นป้ายเลยค่ะ ฉันจะเขียนมันให้พวกเธอดูกันที่กระดานนะคะ
– Quindi lezione 23.
ดังนั้น บทเรียนที่ 23 ค่ะ
– Del corso One World Italiano video.
ของหลักสูตร One World Italiano video.
– Ok!
โอเค!

– Cerchiamo almeno di imparare qualche cosa oggi.
อย่างน้อยวันนี้ พวกเราก็ควรจะเรียนอะไรสักอย่างค่ะ
– Che cosa impariamo?
พวกเราจะเรียนอะไรกันดีคะ
– Allora, parliamo sempre di eventi passati, raccontiamo in questo caso delle partite di calcio.
เอาหล่ะค่ะ พวกเราก็จะยังคงพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตอยู่ค่ะ พวกเราจะเล่าถึงเกมส์การแข่งขันฟุตบอลกันค่ะ
– Ok? E poi impariamo tante parole nuove nel mondo dello sport e in particolare del calcio.
ตกลงไหมคะ แล้วพวกเราก็มาเรียนคำศัพท์ใหม่ๆ หลายๆ คำ ในโลกของกีฬาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการฟุตบอลค่ะ
– Che delusione!
มันน่าผิดหวังมากค่ะ!
– E voi, per quale squadra fate il tifo?
แล้วพวกเธอหล่ะคะ พวกเธอเป็นแฟนบอลของทีมไหนอยู่คะ
– Fare il tifo. Io ho fatto il tifo per l’Italia, ma solo per tre pertite e poi siamo ritornati a casa.
การเป็นแฟนบอล ฉันเป็นแฟนบอลของทีมชาติอิตาลีค่ะ แต่ว่าเป็นได้แค่ 3 เกมส์การแข่งขันเท่านั้น แล้วพวกเราก็ต้องกลับบ้านกันค่ะ
– Eh va bene.
เฮ้อ ไม่เป็นไรค่ะ
– E la vostra squadra com’è andata?
แล้วทีมของพวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Bene, come altre squadre.
ไปได้ดี เหมือนกับทีมอื่นๆ
– Male come l’Italia o così così?
แย่ เหมือนกับทีมชาติอิตาลี หรือว่า งั้นๆ คะ
– La nostra è andata malissimo.
ทีมของพวกเรามันแย่มากค่ะ
– Allora io questa volta, dato che oggi non lavoro, faccio sciopero, non vado a scuola.
เอาหล่ะ สำหรับฉันในครั้งนี้ เนื่องจากวันนี้ฉันไม่ทำงาน ฉันทำการประท้วง ฉันไม่ไปโรงเรียนค่ะ
– Che cosa faccio in questa lezione?
ฉันจะทำอะไรในบทเรียนนี้เหรอคะ
– Vi racconto come sono andati i Mondiali per la squadra italiana.
ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟังว่า การแข่งขันบอลโลกของทีมชาติอิตาลีมันเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
– Ah lo so, oggi siete contenti.
ฮ่าๆ ฉันรู้ค่ะ ว่าวันนี้พวกเธอดีใจกัน
– Perché?
ทำไมเหรอคะ
– Perché questa lezione sarà molto breve.
เพราะว่าบทเรียนนี้ มันจะสั้นมากค่ะ
– Non faremo in tempo, non facciamo in tempo neanche di bere un caffè.
พวกเราคงจะทำให้เสร็จในเวลาไม่ทันแน่ค่ะ แม้แต่การดื่มกาแฟ ก็คงทำไม่ทันค่ะ
– Non ridete per favore.
พวกเธออย่ามาหัวเราะนะคะ ได้โปรด
– Non infierite. Va bene.
พวกเธออย่าทำให้ฉันเจ็บปวดไปมากกว่านี้นะคะ
– Allora, io racconto la nostra esperienza e poi dopo voi raccontate la vostra.
เอาหล่ะค่ะ ฉันจะเล่าประสบการณ์ของพวกเราให้ฟังก่อน แล้วหลังจากนั้นพวกเธอก็เล่าประสบการณ์ของพวกเธอกันนะคะ
– Come sono andati per voi i Mondiali?
สำหรับพวกเธอแล้ว บอลโลกมันเป็นไปอย่างไรบ้างคะ
– Io adesso racconto come sono andati i Mondiali per la squadra italiana.
ตอนนี้ฉันจะเล่าว่า บอลโลกสำหรับทีมชาติอิตาลีมันเป็นอย่างไรค่ะ
– Bene, anzi male.
ดีค่ะ แต่จริงๆ แล้ว มันแย่ค่ะ
– Allora, all’inizio diciamo l’Italia ha iniziato bene.
เอาหล่ะค่ะ เริ่มแรกเลยนะคะ พวกเราก็พูดได้ว่า ทีมชาติอิตาลีเริ่มต้นได้ดีค่ะ
– Perché ha giocato contro l’Inghilterra e ha vinto 2-1.
เพราะว่า ได้เล่นกับทีมชาติอังกฤษและได้ชนะ 2 ต่อ 1 ค่ะ
– Quindi all’inizio siamo stati tutti contenti, i nostri giocatori sono rimasti in Brasile tutti contenti e gli inglesi bye bye, sono rientrati a casa, così.
ดังนั้นตอนเริ่มต้น พวกเราดีใจกันทุกคนค่ะ พวกนักบอลของพวกเราก็อยู่ที่บราซิลกันต่อ ทุกคนดีใจกันค่ะและพวกนักบอลชาวอังกฤษ ก็บ๊ายบายค่ะ พวกเขาก็กลับบ้านไป ก็แบบนี้อ่ะค่ะ

– Seconda partita. Nella seconda partita abbiamo iniziato a peggiorare.
เกมส์ที่ 2 ในเกมส์ที่ 2 พวกเราเริ่มแย่ลงแล้วค่ะ
– Abbiamo giocato contro il Costa Rica e abbiamo perso 1 – 0.
พวกเราได้เล่นกับทีม คอสตา ริค่า และพวกเราได้แพ้ 1 ต่อ 0 ค่ะ
– Siamo rimasti molto delusi
พวกเราผิดหวังกันสุดๆ เลยค่ะ
– Abbiamo sofferto molto, ma ci è rimasta un po’ di speranza nel cuore.
พวกเราได้ทุกข์ทรมานกันมากค่ะ แต่มันก็ยังมีความหวังอยู่ในใจนิดๆ ค่ะ
– È così.
มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ
– Poi è arrivata la terza partita.
แล้วก็มาถึงเกมส์ที่ 3 ค่ะ
– La terza e purtroppo ultima partita, che è stata un disastro, una tragedia.
เกมส์ที่ 3 และน่าเสียดาย มันเป็นเกมส์สุดท้ายค่ะ มันเป็นความล้มเหลว มันเป็นเรื่องเศร้าค่ะ
– Non solo abbiamo perso 1 – 0 contro l’Uruguay, io rido per non piangere.
ไม่ใช่แค่แพ้อูรูไกว 1 ต่อ 0 เท่านั้นนะคะ ฉันหัวเราะ เพื่อจะไม่ร้องไห้ค่ะ
– Siamo ritornati, i nostri giocatori sono ritornati a casa e Suarez ha morso il povero Chiellini.
พวกเราก็กลับอิตาลีค่ะ พวกนักบอลของพวกเราก็กลับบ้านกันค่ะ และซูอาเรส เขาได้กัด คิเอลลินี่ ที่น่าสงสารด้วยค่ะ
– Il quale ci ha rimesso una spalla.
ซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ค่ะ
– Una tragedia, e va beh.
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเรื่องหนึ่งค่ะ และไม่เป็นไรค่ะ
– Suarez aveva fame. Ognuno ha i suoi gusti!
ซูอาเรส เขาหิวค่ะ แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกันค่ะ ก๊าก
– È così, va bene.
มันเป็นแบบนี้ ไม่เป็นไรค่ะ
– E quindi questa è stata la nostra esperienza ai mondiali.
และดังนั้น นี่คือประสบการณ์บอลโลกของพวกเราค่ะ
– Noi siamo tutti rimasti molto delusi, abbiamo concluso i Mondiali così presto e siamo molto tristi.
พวกเราทุกคนผิดหวังกันเป็นอย่างมาก ที่พวกเราได้ออกจากการแข่งขันบอลโลกอย่างรวดเร็วแบบนี้ และพวกเราก็เศร้าเสียใจกันเป็นอย่างมากเลยค่ะ
– Ma che cosa è successo alla nostra bellissima squadra?
แต่ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่สวยงามของพวกเราคะ
– Alla nostra squadra tanto forte, che ha giocato bellissime partite.
ทีมของพวกเราเป็นทีมที่แข็งมาก และก็เล่นได้ดีมากมาตลอด
– Gli anni scorsi noi abbiamo visto bellissime partite dalla nostra squadra.
ในปีก่อนๆ ที่ผ่านมา พวกเราได้ดูเกมส์การแข่งขันที่สวยงามมาตลอด
– Eravamo i più forti, noi siamo stati per tanto tempo i più forti.
พวกเราเคยอยู่ในกลุ่มทีมแข็งนะ แล้วพวกเราก็เป็นทีมที่เล่นดีมากอยู่หลายต่อหลายปีด้วยค่ะ
– Abbiamo vinto i Mondiali del 2006. Che cosa è successo?
พวกเราเคยชนะบอลโลกในปี 2006 ด้วยค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ
– Scusate io prendo un altro fazzoletto, perché adesso ricomincio a piacere.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ฉันขอหยิบเช็ดผ้าหน้าอีกผืนค่ะ เพราะว่าตอนนี้ฉันเริ่มร้องไห้อีกรอบแล้วค่ะ
– Dai meglio di no, meglio di no ragazzi.
… ไม่ดีกว่า ไม่ร้องไห้ดีกว่าค่ะเพื่อนๆ
– Eh va bene, è così.
เฮ้อ ไม่เป็นไร มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ
– Siamo rimasti un po’ delusi, sarà per la prossima volta.
พวกเราก็ผิดหวังกันนิดหน่อยค่ะ คราวหน้าน่าจะดีขึ้นค่ะ
– E voi, qual è la vostra squadra del cuore?
แล้วพวกเธอหล่ะ ทีมโปรดของพวกคือทีมอะไรคะ
– Per quale squadra fate tifo?
พวกเธอเชียร์ทีมไหนกันคะ
– Specialmente, almeno che cosa abbiamo imparato oggi?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างน้อย วันนี้พวกเราได้เรียนอะไรไปคะ
– Almeno abbiamo imparato qualcosa.
อย่างน้อยพวกเราก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างค่ะ
– Sì, abbiamo imparato qualcosa anche oggi.
ใช่ค่ะ ในวันนี้ พวกเราก็ได้เรียนอะไรบางอย่างกันด้วยค่ะ
– Allora vi ricordate la lezione, lezione anzi numero 21 e 22? Ok!
เอาหล่ะค่ะ พวกเธอจำกันได้ไหมค่ะบทเรียน ดูเหมือนว่าบทเรียนที่ 21 และบทเรียนที่ 22 ค่ะ โอเคนะคะ
– Nelle lezioni 21 e 22, io ho spiegato il passato prossimo.
ในบทเรียนที่ 21 และ 22 ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับ il passato prossimo.
– Quindi io ho insegnato a raccontare eventi passati.
ดังนั้น ฉันได้สอนให้เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาแล้วในอดีตค่ะ
– Nella lezione 21, io ho spiegato la struttura del passato prossimo.
ในบทเรียนที่ 21 ฉันได้สอนเกี่ยวกับโคร้งสร้างของ passato prossimo. ค่ะ

– Nella lezione 22, l’ho ripetuta, ma specialmente ho spiegato come scegliere gli ausiliare essere o avere.
ในบทเรียนที่ 22 ฉันได้ทวนซ้ำอีกค่ะโดยเน้นไปที่การเลือกใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ และคำกริยาช่วย avere-มีค่ะ
– Rivedetele, rivedetele, rivedetele.
พวกเธอไปดูมันซ้ำกันอีกนะคะ
– Perfetto. Ma vi ricordate? Nella lezione 21, io ho spiegato ok, ausiliare essere o avere più participio passato.
เยี่ยมมากค่ะ แต่ว่าพวกเธอจำกันได้ไหมคะว่า ในบทเรียนที่ 21 ฉันได้อธิบายเกี่ยวกับการใช้คำกริยาช่วย essere หรือ avere + participio passato อ่ะค่ะ
– I verbi con participio regolare che terminano con -are hanno il participio passato in -ato.
พวกคำกริยากับ participio ที่ผันตามกฎที่ลงท้ายด้วย -are พวกมันจะมี il participio passato เป็น -ato ค่ะ
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Quelli con -ere, -uto.
พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -ere จะกลายเป็น-uto ค่ะ
– Quelli con -ire, -ito.
พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -ire จะกลายเป็น -ito ค่ะ
– Io lo so voi dite, Veronica, ok che ha perso l’Italia, ok che sei triste.
ฉันรู้ ว่าพวกเธอจะพูดว่า เวโรนิค่า โอเคที่ทีมชาติอิตาลีแพ้ โอเคที่เธอเศร้า
– Ma perché tu dici vinto, ha vinto, sono rimasti, ha perso, abbiamo sofferto, e ci è rimasta una speranza, ha perso, Suarez ha morso, e tanti altri esempi.
แต่ว่าทำไมเธอถึงพูดว่า ชนะแล้ว เขาได้ชนะแล้ว พวกเขายังคงอยู่ตอนนั้น เขาได้แพ้ไปแล้ว พวกเราได้ทุกข์ทรมานไปแล้ว และพวกเรายังคงมีความหวังอยู่ในตอนนั้น เขาได้แพ้ไปแล้ว Suarez เขาได้กัดไปแล้ว และคำที่ผันแปลกๆ อีกหลายคำเลยค่ะ
– Ho detto anche per esempio, abbiamo concluso i Mondiali, che cosa è successo.
ฉันพูดไว้ว่า บอลโลกสำหรับพวกเรามันจบสิ้นไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นคะ
– Ma Veronica, qui non c’è -ato, -uto, -ito, perché?
แต่ว่า เวโรนิค่า ทำไมคำพวกนี้มันไม่ลงท้ายด้วย -ato, -uto, -ito หล่ะคะ
– Perché questi sono participi passati irregolari.
เพราะว่าคำเหล่านี้คือ participi passati ที่ผันไม่ตามกฎค่ะ
– Allora, sì lo so, oggi le brutte notizie sono tante, perché mentre con i participi regolari, dovevate sapere la regola -ato, -uto, -ito, qui con quelli irregolari noi abbiamo una bella lista, cerco di inquadrala, eccola qua!
เอาหล่ะ ค่ะ ฉันรู้ค่ะ วันนี้มีข่าวแย่ๆ หลายข่าวเลยค่ะ เพราะว่าในขณะที่ i participi regolari พวกเธอจะต้องรู้กฎการใช้ -ato, -uto, -ito กันแล้วนะคะ ตรงนี้ กับพวกคำกริยาที่ผันไม่ตามกฎเหล่านี้อีก มันมีหลายคำและยาวเป็นหางว่าวเลยค่ะ ฉันก็พยายามจะรวบรวมมันไว้ อยู่ที่นี่ไงค่ะ!
– Bene, mettete fermo immagine, stop!
ดีค่ะ พวกเธอกดปุ่มให้วิดีโอมันหยุดที่ภาพนี้กันไว้นะคะ หยุดค่ะ!
– Ok, cercate di ingrandire l’immagine.
โอเคค่ะ พวกเธอลองขยายภาพดูกันนะคะ
– Questa è la lista dei participi passati irregolari, che vanno studiati a memoria.
นี่คือรายการของคำ participi passati ที่ไม่ผันตามกฎ ที่ต้องจำเอาอย่างเดียวค่ะ
– Lo so, oggi siamo tutti tristi.
ฉันรู้ค่ะว่า วันนี้พวกเราทุกคนเศร้าโศกกันไปหมดค่ะ
– Eh va beh, è così.
แต่ไม่เป็นไรค่ะ มันก็เป็นแบบนี้หล่ะค่ะ
– Se volete imparare l’italiano dovete studiare tutto questo a memoria.
ถ้าพวกเธอต้องการเรียนภาษาอิตาลีกัน พวกเธอก็ต้องจำทั้งหมดนี้อ่ะค่ะ
– Però ci sono belle notizie.
แต่ว่า มันก็ยังมีข่าวดีๆ อยู่นะคะ
– Che sono prima di tutto, se studiate bene questa lezione, a parte me che piango e la lezione 21 e 22, queste regole valgono anche per tutti gli altri tempi composti.
อย่างแรกเลยค่ะ ถ้าพวกเธอศึกษาบทเรียนนี้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ยกเว้นตอนที่ฉันร้องไห้นะคะ และเรียนบทเรียนที่ 21 และ 22 ด้วย กฎพวกนี้ มันจะใช้ได้กับพวกคำกริยาในอดีตในรูปแบบอื่นๆ ด้วยค่ะ
– Quindi ausiliare essere e avere più participio passato.
นั้นก็คือ คำกริยาช่วย essere หรือ avere + participio passato ค่ะ
– Quindi se studiate bene in queste lezioni, le prossime saranno più facili.
ดังนั้น ถ้าพวกเธอศึกษาบทเรียนเหล่านี้ให้ดี แจ่มแจ้งแล้ว พอเรียนครั้งต่อไป หลายอย่างมันก็จะง่ายขึ้นค่ะ
– Perché i tempi composti si costruiscono sempre così.
เพราะว่าคำกริยาที่ประกอบด้วย 2 คำเหล่านี้ มันก็จะมีโครงสร้างแบบนี้อ่ะค่ะ
– Questa è la stessa logica.
มันก็ใช้หลักการเดียวกันค่ะ
– Poi ovviamente cambiano i tempi degli ausiliari, ma vedremo.
แล้วก็แน่นอนว่า พวกคำกริยาช่วยมันจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แต่เดี๋ยวค่อยมาดูกันค่ะ
– Quindi per adesso voi dovete studiare questi participi passati.
ดังนั้น สำหรับตอนนี้พวกเธอต้องศึกษา participi passati เหล่านี้กันค่ะ

– Li trovate o cercando di ingrandire l’immagine, oppure andate nel nostro sito, oneworlditaliano.com
พวกเธอก็ไปหาพวก participi passati ดูนะคะ หรือว่าจะลองขยายภาพกันดูก็ได้ค่ะ หรือว่าพวกเธอจะไปที่เวบไซต์ของพวกเรากันก็ได้เช่นกันค่ะ oneworlditaliano.com
-Oltre ai miei video, proponiamo tanti esercizi di grammatica, tanto materiale per studiare l’italiano e li trovate i participi passati irregolari.
นอกจากจะเจอวิดีโอต่างๆ ที่ฉันได้ทำไว้แล้ว พวกเราก็ยังมีแบบฝึกหัดหลายอย่างมากมายเกี่ยวกับไวยากรณ์ และอีกหลายสิ่งอย่างสำหรับการศึกษาภาษาอิตาลีให้ลองทำกันดู และพวกเธอก็จะเจอ i participi passati ที่ผันไม่ตามกฎด้วยค่ะ
– Eh lo so, voi ve li stampate li stampate, li mettete sotto il cucino e ogni notte li leggete.
เออ ฉันรู้ค่ะว่า พวกเธอจะพิมพ์มันออกมา พวกเธอจะใส่พวกมันไว้ใต้หมอน และพวกเธอก็จะอ่านมันทุกคืนค่ะ
– È così, le lingue si studiano in questo modo.
มันก็เป็นแบบนี้ค่ะ พวกภาษาต่างๆ มันก็จะศึกษากันในรูปแบบนี้ค่ะ
– Quindi abbiamo visto degli esempi. Vinto, qual è il participio? Bravi, vincere.
ดังนั้น พวกเราก็ได้เห็นตัวอย่างต่างๆ กันไปแล้วนะคะ เช่น vinto-ชนะแล้ว มันคือ il participio passato ของอะไรคะ เก่งมากค่ะ ของคำกริยา vincere-การชนะค่ะ
– Eh ci piacerebbe, lo so.
เออ ก็ที่พวกเราชอบกันอ่ะค่ะ ฉันรู้ค่ะ
– Rimasti, rimanere, bravi.
rimasti-ยังคงอยู่ในอดีต มาจาก rimanere-การคงอยู่ค่ะ เก่งมากค่ะ
– Perso, perdere.
perso-แพ้แล้ว มาจาก perdere-การแพ้
– Non infieriamo!
พวกเราจะไม่ทำให้เจ็บปวดนะคะ
– Sofferto, soffrire.
sofferto-ทุกข์ทรมานไปแล้ว มาจาก soffrire-การได้รับความทุกข์
– Poi morso, mordere.
แล้วก็ morso-กัดไปแล้ว มาจาก mordere-การกัด
– Il nostro Suarez! Eh va bene, così.
Suarez พวกของเรา! เออ ไม่เป็นไร มันก็เป็นแบบนี้อ่ะค่ะ
– Poi perché qua diciamo, vedete? I giocatori sono rimasti in Brasile, ma c’è rimasta una speranza?
แล้วทำไมตรงนี้พวกเราพูดว่า พวกเธอเห็นกันไหมคะ พวกนักบอล พวกเขายังคงอยู่ในประเทศบราซิลในตอนนั้น ลงท้ายด้วย i แต่ก็ยังมีความหวังอยู่ ลงท้ายด้วย a (มันเปลี่ยนไปตามเพศและจำนวนด้วยค่ะ)
– Perché come rivedete nelle lezioni 21 e 22, c’è l’accordo del participio, perché.
เพราะอะไรเหรอคะ พวกเธอก็ไปดู ในบทเรียนที่ 21 และบทเรียนที่ 22 ซ้ำกันนะคะ มันมีข้อตกลงของ participio ด้วยค่ะ เพราะอะไร ก็ไปดูกันค่ะ
– Rimanere come restare e stare è un verbo di stato in luogo e ha bisogno dell’ausiliare essere.
คำว่า rimanere-การคงอยู่ มันก็เหมือนกันกับคำว่า restare และ stare ค่ะ พวกมันเป็นคำกริยาที่เกี่ยวกับการอยู่ในสถานที่หนึ่งๆ และต้องใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ ค่ะ
– E quindi c’è l’accordo del participio. Rimasti i giocatori.
และดังนั้น มันจึงมีข้อตกลงของ participio ค่ะ rimasti ลงท้ายด้วย i ใช้กับนักบอลหลายคน เพราะเป็นเพศชายพหูพจน์ค่ะ
– Rimasta, la speranza.
rimasta ลงท้ายด้วย a เพราะว่าความหวังเป็นเพศหญิงเอกพจน์ค่ะ
– Andate a rivedete le lezioni 21 e 22 e ragazzi, studiate questi participi.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 21 และบทเรียนที่ 22 ซ้ำกันนะคะ และเพื่อนๆ คะ พวกเธอควรจะศึกษา participi เหล่านี้กันนะคะ
– Per esempio, vi faccio altri esempi, accendere.
ตัวอย่างนะคะ ฉันจะทำตัวอย่างอื่นๆ ให้พวกเธออีกค่ะ เช่น accendere-การเปิดไฟ การจุดไฟ
– Quindi io adesso spengo la luce, ho spento la luce.
ดังนั้น ตอนนี้ฉันจะปิดไฟ ฉันได้ปิดไฟไปแล้วนะคะ
– Io adesso accendo la luce.
ตอนนี้ฉันจะเปิดไฟค่ะ
– Ho acceso la luce.
ฉันได้เปิดไฟไปแล้วค่ะ
– Accendere, acceso, oppure, nascere, nato.
การเปิดไฟ ได้เปิดไฟไปแล้ว หรือว่า การเกิด ได้เกิดไปแล้วค่ะ
– Io sono nata a Cagliari, vi ricordate?
ฉันได้เกิดไปแล้วที่เมืองคาลยิอาริค่ะ พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Poi bere, bevuto.
แล้วก็ การดื่ม ได้ดื่มไปแล้วค่ะ
– Ok? Chiudere, chiuso.
เข้าใจไหมคะ การปิด ได้ปิดไปแล้วค่ะ

Risorse Di Italiano Online

– Ce ne sono tantissimi.
มันยังมีอีกเพียบเลยค่ะ
– Offrire, offerto.
การเสนอให้ ได้เสนอให้ไปแล้ว
– Io vi ho offerto tante volte un caffè.
ฉันได้เสนอกาแฟให้กับพวกเธอไปหลายต่อหลายครั้งแล้วค่ะ
– E tanti tanti tanti e questi participi passati sono da studiare.
และอื่นๆ อีกหลายอย่างมากมายค่ะ พวกคำ participi passati เหล่านี้ ต้องจำเอาอย่างเดียวนะคะ
– Quindi rivedete sempre la regola come scegliere essere o avere più participio passato e se i participi passati sono irregolari.
ดังนั้น พวกเธอไปดูซ้ำกันอีก เกี่ยวกับกฎการเลือกใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ หรือคำกริยาช่วย avere-มี + participio passato และถ้าเป็น i participi passati และดูว่า มันเป็นคำกริยาที่ไม่ผันตามกฎด้วยหรือเปล่านะคะ
– Ragazzi vanno studiati, è così, dobbiamo accettare tutti quanti la realtà.
เพื่อนๆ ค่ะ ไปศึกษากันนะคะ มันก็ต้องเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ พวกเราต้องยอมรับความจริงกันนะคะ
– E benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Poi abbiamo imparato anche tante parole che riguardano il mondo dello sport, in particolare del calcio.
แล้วพวกเราก็ยังได้เรียนรู้คำใหม่ๆ หลายๆ คำ ที่เกี่ยวข้องกับโลกกีฬาด้วย โดยเฉพาะโลกของฟุตบอลค่ะ
– Come vincere, perdere, pareggiare.
เช่น การชนะ การแพ้ และการเสมอกันค่ะ
– Poi fare il tifo, supportare, cioè dare supporto alla nostra squadra preferita, alla nostra squadra del cuore.
แล้วก็การเชียร์ การสนับสนุน คือการให้การสนับสนุน ให้กำลังใจกับทีมโปรดของพวกเรา หรือทีมรักของพวกเราค่ะ
– Io vi ho detto che ho fatto il tifo solo per tre partite, adesso non ho più niente da tifare.
ฉันบอกกับพวกเธอไปแล้วว่า ฉันเชียร์ไปแค่ 3 เกมส์เองค่ะ แล้วตอนนี้ ฉันไม่มีอะไรให้เชียร์อีกแล้วค่ะ
– Accidenti!
แย่เลยค่ะ!
– E niente, adesso noi torniamo a casa sconfitti, anzi i nostri giocatori sono già in vacanza, e niente, chi vincerà i Mondiali?
ก็ไม่มีอะไรค่ะ ตอนนี้พวกเรากลับบ้านพร้อมกับความพายแพ้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกนักบอลของพวกเราพวกเขาไปเที่ยวพักผ่อนกันแล้วค่ะ ก็ไม่มีอะไรค่ะ แล้วใครจะเป็นผู้ชนะ บอลโลกคะ
– Non ve lo dico.
ฉันจะไม่บอกกับพวกเธอกันค่ะ
– Prima di tutto perché non lo so.
อย่างแรกเลย เพราะว่าฉันไม่รู้ค่ะ
– I Mondiali non sono ancora finiti.
บอลโลกมันยังไม่จบเลยค่ะ
– Seconda cosa perché vedremo il futuro nelle prossime lezioni.
อย่างที่สองค่ะ เพราะว่าพวกเราจะมาดูประโยคในรูปอนาคตกันในบทเรียนต่อๆ ไปค่ะ
– Per adesso io vi saluto, dai almeno ho riso un pò con voi, ha perso a Suarez, e dai forse anche questa volta siamo riusciti a bere un caffè e imparare qualcosa contemporaneamente.
สำหรับตอนนี้ ฉันขอลาพวกเธอไปก่อนค่ะ เอาหล่ะ อย่างน้อยฉันก็ได้หัวเราะไปบ้างกับพวกเธอ เขาแพ้กับ Suarez (ซูอาเรส เป็นชื่อนักบอลที่กัดนักบอลอิตาลีค่ะ) และดูเหมือนในครั้งนี้ พวกเราก็ได้ออกมาดื่มกาแฟ และเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ในเวลาเดียวกันค่ะ
– Benissimo, quindi spero che la prossima lezione sarà più allegra, spero di essere di buon umore.
ดีมากๆ ค่ะ ดังนั้นฉันหวังว่า บทเรียนต่อไปน่าจะร่าเริงมากขึ้น ฉันหวังว่าฉันจะมีอารมณ์ที่ดีขึ้นค่ะ
– Per adesso vi saluto e ci vediamo alla prossima lezione.
สำหรับตอนนี้ ฉันขอสวัสดีค่ะ แล้วมาพบกันใหม่ในบทเรียนต่อไปกันค่ะ
– Ci vediamo la prossima volta.
พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ
– Continuate a seguirmi su One World Italiano video. oneworlditaliano.com
พวกเธอติดตามฉันต่อไปได้ที่ One World Italiano video. oneworlditaliano.com ค่ะ
– Ciao!!
บ๊ายบายค่ะ!!

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 30

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s