เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 29

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 29

ในวิดีโอที่ 22 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเราว่า เมื่อไหร่เราควรใช้คำกริยาช่วย essere และเมื่อไหร่ควรใช้คำกริยาช่วย avere รวมถึงการใช้คำ participio passato ด้วยค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 22
บทที่ 22
– 🎵Il mondo.. Non si è fermato mai un momento… La.. La.. La..
🎵 โลก.. ไม่เคยหยุดหมุนสักครู่เลยนะ… ลา.. ล่า.. ล้า
– Ooh! Buonasera a tutti!
โอ้ว! สวัสดีตอนเย็นค่ะทุกคน!
– Ciao a tutti! Scusate!
สวัสดีค่ะทุกคน! ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Guardate! Guardate che bello il panorama di Cagliari!
พวกเธอมาดูกันค่ะ! พวกเธอมาดูทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองคาลยิอาริกันค่ะ!
– Mi rende sempre più romantica!
มันทำให้ฉันรู้สึกโรแมนติกมากขึ้นค่ะ
– Come vedete è già notte.
อย่างที่พวกเธอเห็น มันมืดแล้วค่ะ
– Io sono sul balcone di casa mia, ad ammirare il bellissimo panorama della mia città.
ฉันอยู่บนระเบียงบ้านของฉัน และชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ ของเมืองของฉันค่ะ
– Ehm.. e sono qui, adesso mi ritrovo a fare lezione con voi, perché?
เอมม… และฉันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ฉันพบว่าตัวเองกำลังทำบทเรียนกับพวกเธออยู่ ทำไมเหรอค่ะ
– Vi ricordate la scorsa lezione? La lezione 21?
พวกเธอจำบทเรียนที่ผ่านมากันได้ไหมค่ะ บทเรียนที่ 21 อ่ะค่ะ
– Io non mi sono dimenticata!
ฉันไม่ได้ลืมนะคะ!
– Vi ho lasciato con un dubbio amletico.
ฉันได้ปล่อยพวกเธอไว้กับข้อสงสัยเกี่ยวกับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
– Essere o avere?
ว่าเราควรใช้คำกริยา essere หรือว่าใช้คำกริยา avere อ่ะค่ะ
– Questo è il problema!
สิ่งนี้แหล่ะคือปัญหาๆ นั้นค่ะ!
– “Essere o avere” è il titolo della lezione ventiduesima ok? Della ventiduesima lezione del corso One World Italiano video.
“คำกริยา essere-เป็น อยู่ คือ หรือว่า คำกริยา avere-มี” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ยี่สิบสอง โอเคไหมค่ะ ในบทเรียนที่ยี่สิบสอง ของหลักสูตร One World Italiano video ค่ะ
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Prima di tutto, risolviamo il grande dubbio amletico.
อย่างแรกเลยค่ะ พวกเรามาแก้ข้อสงสัยที่ยิ่งใหญ่ของคำถามที่ไม่มีคำตอบกันค่ะ
– Essere o avere dell’altra volta.
จากครั้งที่แล้ว เราควรใช้คำกริยา essere หรือว่าคำกริยา avere ดีคะ
– Infatti, rivedete, rivedete, rivedete la lezione 21 per sapere di che cosa parliamo.
ก็นี่ไงค่ะ พวกเธอต้องไปดูบทเรียนที่ 21 ซ้ำนะคะ จะได้รู้ว่าพวกเราพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ค่ะ

– Eh quindi, in pratica, noi raccontiamo ancora tante cose.
อืม! เอาหล่ะ ในทางปฏิบัติ พวกเราก็จะเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายค่ะ
– Impariamo a raccontare eventi passati.
พวกเราจะมาเรียนเกี่ยวกับการเล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วกันค่ะ
– Che, è una cosa, diciamo, molto importante.
ซึ่งก็พูดได้ว่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ
– Perché non possiamo parlare solo al presente, ma dobbiamo sempre raccontare che cosa abbiamo fatto.
เพราะว่าพวกเราไม่สามารถพูดถึงแต่เรื่องปัจจุบันเท่านั้นนะคะ แต่ว่าพวกเราต้องบอกเล่าถึงสิ่งที่เราได้ทำกันไปแล้วด้วยเสมอๆ ค่ะ
– Oggi, ieri, l’altro giorno, poco fa, ecc.
วันนี้ เมื่อวานนี้ เมื่อวานซืน เมื่อกี้นี้ เป็นต้นค่ะ
– Benissimo!
ดีมากที่สุดค่ะ!
– Poi impariamo ancora tante tante parole nuove e tante cose nuove.
แล้วพวกเราก็มาเรียนคำใหม่ๆ หลายๆ คำ และเรียนสิ่งใหม่ๆ อีกมากมายด้วยค่ะ
– Io inizio, dato che è notte e tra un pò vado a dormire, a raccontare la mia giornata.
ฉันเริ่มนะคะ เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากลางคืน และอีกไม่นานฉันก็จะไปนอนค่ะ ก็จะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันของฉันละค่ะ
– Allora.. io oggi ho lavorato abbastanza, ho insegnato a scuola dalle nove di mattina fino all’una e mezzo.
เอาหล่ะค่ะ.. วันนี้ฉันได้ทำงานมากพอสมควรค่ะ ฉันได้สอนหนังสือที่โรงเรียน ตั้งแต่ตอนเก้าโมงเช้า จนถึงตอนบ่ายโมงครึ่งค่ะ
– Poi sono tornata a casa ho preparato il pranzo, ho mangiato e poi ho lavato i piatti e ho guardato un po’ la televisione.
แล้วฉันก็กลับมาที่บ้านค่ะ ฉันได้เตรียมอาหารมื้อเที่ยง พอฉันทานอาหารเสร็จ ฉันก็เก็บล้างจานทั้งหมดค่ะ แล้วฉันก็ดูโทรทัศน์อีกหน่อยค่ะ
– Dopo, ho bevuto un caffè con degli amici.
หลังจากนั้น ฉันก็ดื่มกาแฟถ้วยหนึ่งกับพวกเพื่อนๆ ค่ะ
– E poi sono ritornata a lavoro alle 16.30 e sono rimasta a lavoro fino alle 20.00 .
แล้วฉันก็กลับไปที่ทำงานตอนบ่ายสี่ครึ่ง และฉันก็อยู่ที่ทำงานจนถึง 2 ทุ่มค่ะ
– Dopo le 20 ho preso un aperitivo con degli altri amici, poi sono tornata qui a casa, ho preparato la cena, ho mangiato, ho lavato di nuovo i piatti ed eccomi qua!
หลัง 2 ทุ่ม ฉันดื่มกับพวกเพื่อนๆ อีกกลุ่ม แล้วฉันก็กลับมาที่นี่ ที่บ้านค่ะ ฉันเตรียมอาหารมื้อเย็น พอฉันทานเสร็จแล้ว ฉันก็ล้างจานทั้งหมดอีกรอบ และตอนนี้ฉันก็อยู่นี่ค่ะ!
– Qui nel bellissimo balcone, anzi nel balcone di casa mia, di fronte alla mia bellissima città, che ammiro il panorama e prendo un pò di fresco.
ตรงนี้ บนระบียงบ้านที่สวยงาม ก็บนระเบียงบ้านของฉันเองค่ะ ด้านหน้าก็จะเห็นเมืองที่สวยงามของฉัน ที่ซึ่งฉันก็ได้ชื่นชมวิวและรับลมเย็นๆ ค่ะ
– Questa è la mia giornata, e voi, che cosa avete fatto? Avete lavorato? Avete studiato? Siete usciti?
นี่คือตลอดวันของฉันค่ะ แล้วพวกเธอได้ทำอะไรกันไปบ้างคะ พวกเธอได้ทำงานกันไหม พวกเธอได้เรียนหนังสือกันไหม พวกเธอได้ออกไปข้างนอกกันไหมคะ
– Raccontate! Mi raccomando, raccontatemi che cosa avete fatto.
พวกเธอเล่ามาค่ะ! ฉันขอแนะนำ ให้พวกเธอเล่ามาให้ฉันฟังหน่อย ว่าพวกเธอได้ทำอะไรกันไปแล้วบ้างค่ะ
– Io per raccontare tutto questo, come abbiamo visto l’altra volta ho utilizzato il passato prossimo.
ฉันนะ สำหรับการเล่าเรื่องทุกอย่างนี้ อย่างที่พวกเราได้เห็นกันไปแล้วครั้งก่อน ฉันได้ใช้ il passato prossimo ค่ะ
– Quindi ho usato i verbi ausiliari abbiamo visto essere e avere più participio passato.
ดังนั้น ฉันได้ใช้คำกริยาช่วย ที่พวกเราได้เห็นกันไปแล้วคือ คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ และคำกริยาช่วย avere-มี บวกกับ participio passato ค่ะ

– Essere e avere al presente indicativo, rivedete lezione 1 e 2, anche se secondo me non ne avete bisogno e più participio passato
เราใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ และคำกริยาช่วย avere-มี ในรูปปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงค่ะ พวกเธอไปดูซ้ำที่บทเรียนที่ 1 และบทเรียนที่ 2 กันนะคะ ฉันคิดว่าพวกเธอน่าจะจำได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องดูซ้ำแล้วค่ะ แล้วก็ participio passato ด้วยนะคะ
– Abbiamo visto i participi passati regolari quindi i verbi che terminano in -are hanno il participio passato in -ato, che termina con -ato.
พวกเราได้เห็น i participi passati ที่ผันตามกฎกันไปแล้วนะคะ ดังนั้นพวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -are ในรูป il participio passato จะลงท้ายด้วย -ato ค่ะ
– Per esempio cantare/cantato.
ตัวอย่างเช่น cantare การร้องเพลง ก็เป็น cantato ร้องเพลงไปแล้ว ค่ะ
– I verbi che terminano in -ere, participio passato in -uto, ricevere/ricevuto.
พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -ere ในรูป il participio passato จะลงท้ายด้วย -uto เช่น ricevere การได้รับ ก็เป็น ricevuto ได้รับไปแล้ว ค่ะ
– I verbi participi passati regolari che terminano in -ire, hanno il participio passato che finisce in -ito, per esempio finire/ finito, dormire/ dormito.
พวกคำกริยา participi passati ที่ผันตามกฎ ที่ลงท้ายด้วย -ire พวกมันมี il participio passato ที่ลงท้ายด้วย -ito เช่น finire-การจบ การสิ้นสุด ก็เป็น finito-จบไปแล้ว สิ้นสุดไปแล้ว หรือว่า dormire-การนอน ก็จะเป็น dormito-นอนไปแล้วค่ะ
– Rivedete, rivedete, rivedete ancora la lezione 21.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 21 ซ้ำอีกนะคะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Voi direte, Veronica abbiamo già visto tutto nella lezione 21, che vuoi adesso?
พวกเธออาจจะพูดว่า เวโรนิค่าพวกเราก็เรียนไปหมดแล้วในบทเรียนที่ 21 ตอนนี้เธอจะเอาอะไรอีกหล่ะ
– Allora, nella lezione 21 ad un certo punto, vi ricordate?
เอาหล่ะค่ะ ในบทเรียนที่ 21 เราเรียนกันไปถึงแค่จุดหนึ่ง พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Io ero tornata molto tardi a casa, avevo dormito poco e avevo bisogno, necessità di una siesta.
ตอนนั้น ฉันกลับมาถึงบ้าน มันก็ดึกมากแล้ว แล้วฉันก็นอนน้อย และฉันก็ต้องการนอนพักผ่อนแล้วค่ะ
– Quindi vi ho detto, ragazzi vediamo la regola come scegliere l’ausiliare essere o avere nella prossima lezione.
ด้วยเหตุนี้ ฉันก็บอกกับพวกเธอว่า เพื่อนๆ ค่ะ พวกเรามาดูกฎการเลือกใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ หรือว่า คำกริยาช่วย avere-มี กันในบทเรียนต่อไปนะคะ
– Ed eccoci qua!
แล้วก็นี่ไงคะ!
– Perché io dico, per esempio, io sono andata al cinema.
เพราะว่า ฉันพูดว่า ตัวอย่างนะคะ ฉันได้ไปที่โรงภาพยนต์มาแล้วค่ะ (sono andata ใช้คำกริยา essere และลงท้ายด้วย a)
– Ma, io ho mangiato una mela.
แต่ว่า ฉันได้กินแอปเปิ้ลไปแล้วลูกหนึ่งค่ะ (ho mangiato ใช้คำกริยา avere และลงท้ายด้วย o)
– Perché andata ausiliare essere e io ho ausiliare avere mangiato?
ทำไม andata (ไปมาแล้ว) ใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ และ ho mangiato (ฉันกินไปแล้ว) ใช้คำกริยาช่วย avere-มี คะ
– Oggi lo vediamo!
วันนี้พวกเราดูมันกันค่ะ!
– Vediamo un po’.
พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ
– Quindi abbiamo due ausiliari: essere e avere.
ดังนั้น พวกเรามีคำกริยาช่วย 2 คำ คือ: คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ และคำกริยาช่วย avere-มี ค่ะ
– Io di solito uso l’ausiliare essere con i verbi di movimento.
ปกติแล้วฉันใช้คำกริยาช่วย essere -เป็น อยู่ คือ กับพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวค่ะ
– Movimento inteso come spostamento.
การเคลื่อนไหวหมายถึงการเคลื่อนที่ค่ะ
– Con il verbo andare, sono andata.
กับคำกริยา andare-การไป คือ ฉันได้ไปมาแล้ว (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิงจึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)

– Con il verbo tornare, sono tornata.
กับคำกริยา tornare-การกลับมา คือ ฉันได้กลับมาแล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิงจึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Uscire, sono uscita.
คำกริยา uscire-การออกไปข้างนอก คือ ฉันได้ออกไปข้างนอกมาแล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิงจึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Salire, sono salita.
คำกริยา salire-การไต่ การปีน การขึ้น คือ ฉันได้ขึ้นไปแล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิงจึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Scendere, sono scesa.
คำกริยา scendere-การลง คือ ฉันได้ลงไปแล้วค่ะ
– Ok, poi vabbè, salire e scendere sono un po’ particolari, ma li vedremo e tanti, tanti altri: venire/ venuta, ecc.. ecc..
โอเคค่ะ แล้ว… คำกริยา salire-การไต่ การปีน การขึ้น และคำกริยา scendere-การลง คำพวกนี้มันจะพิเศษนิดหน่อยค่ะ แต่ว่าพวกเราค่อยมาดูกันในอนาคตค่ะ และอีกหลายสิ่ง หลายอย่างอื่นๆ อีกค่ะ เช่น คำกริยา venire-มา/venuta-มาแล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิง จึงลงท้ายด้วย a) เป็นต้นค่ะ
– Quindi con i verbi di movimento intesi come spostamento, non usatelo con ballare, perché ballare/ho ballato si usa con avere.
ดังนั้น กับพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับ การเคลื่อนไหว หมายถึงการเคลื่อนที่นั้น พวกเธอห้ามใช้กับคำกริยา ballare-การเต้นนะคะ เพราะว่าคำกริยา ballare-การเต้นนั้น จะใช้กับคำกริยาช่วย avere-มีค่ะ เช่น ballare-การเต้น/ho ballato-ฉันได้เต้นไปแล้วค่ะ
– Perché? Perché non è uno spostamento.
ทำไมเหรอคะ เพราะว่ามันไม่ใช่การเคลื่อนที่คะ
– Oppure camminare, camminare è un modo, io ho camminato.
หรือว่า คำกริยา camminare-การเดิน การเดินถือว่าเป็นรูปแบบนึง io ho camminato ฉันได้เดินไปแล้วค่ะ
– Poi, li vedremo piano piano.
แล้วพวกเราค่อยมาดูคำเหล่านี้กันในอนาคต ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ
– Poi con i verbi di stato in luogo.
แล้วกับพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการอยู่ในสถานที่ด้วยค่ะ เช่น
– Stare, rimanere, restare.
คำกริยา stare-การพัก การอยู่ คำกริยา rimanere-การอยู่ต่อ คำกริยา restare-การพัก การอยู่ ค่ะ
– Io prima ho detto: sono rimasta al lavoro fine alle 20.
ตอนแรกฉันพูดไว้ว่า ฉันอยู่ที่ทำงานจนถึง 2 ทุ่ม
– Bene!
ดีค่ะ!
– Poi, i verbi riflessivi.
แล้วพวกคำกริยาแบบสะท้อนกลับมาที่ตัวเขาอีกค่ะ
– Io prima ho cantato senza accorgermi della registrazione, una canzone che scusate, sono un po’ stonata.
ตอนแรก ฉันได้ร้องเพลงโดยไม่รู้ตัวว่า กำลังถ่ายวิดีโอยู่ค่ะ ร้องเพลงนึง ต้องขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ฉันร้องเสียงหลงไปหน่อยค่ะ
– Il mondo, non si è fermato mai un momento, questo è un verbo riflessivo.
โลกนี้ มันไม่เคยหยุดหมุนตัวเองเลย เน้ออ สิ่งนี้คือคำกริยาที่สะท้อนกลับ มาที่ตัวมันเองค่ะ
– Non si è fermato.
มันไม่หยุดตัวมันเองค่ะ
– Senza essere troppo poetica io mi sono alzata, io mi sono lavata i denti, questi sono i verbi riflessivi.
ก็เอาแบบไม่ต้องมีบทกวีมากเกินไปนะคะ ฉันได้ลุกตัวฉันเองขึ้นมา ฉันได้ล้างทำความสะอาดฟันให้กับตัวฉันเอง หรือฉันได้แปรงฟันให้กับตัวฉันเอง สิ่งเหล่านี้คือพวกคำกริยารูปแบบที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองค่ะ
– Che vediamo nelle prossime lezioni, ok?
แล้วพวกเราค่อยมาดูกันในบทเรียนต่อๆ ไปค่ะ โอเคนะคะ

– Questi sono ancora nuovi, e li vediamo prossimamente.
พวกนี้มันเป็นของใหม่ค่ะ แล้วพวกเราค่อยมาดูมันกัน ในเร็ววันนี้ค่ะ
– E poi, i verbi di cambiamento, cosa sono i verbi di cambiamento?
แล้วพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง อะไรคือพวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเหรอคะ
– Sono: nascere, per esempio io sono nata a Cagliari.
พวกมันคือ nascere-การเกิด เช่น ฉันได้เกิดที่เมืองคาลยิอาริค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิง จึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Crescere, io sono cresciuta a Cagliari.
crescere-การเติบโต เช่น ฉันได้เติบโตที่เมืองคาลยิอาริค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิง จึงต้องลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Ero una bambina e adesso sono adulta.
ตอนนั้นฉันเป็นเด็กหญิง และตอนนี้ฉันได้เป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิง จึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– E poi diventare, sono diventata insegnante.
แล้วก็ คำกริยา diventare-กลายเป็น ฉันได้กลายเป็นครูสอนหนังสือแล้วค่ะ (ฉันในที่นี้เป็นเพศหญิง จึงลงท้ายด้วย a ค่ะ)
– Ero studentessa e ora sono diventata insegnante.
ตอนนั้นฉันเคยเป็นเด็กนักเรียน และ ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นครูสอนหนังสือแล้วค่ะ
– Morire.
การตาย
– Io non sono ancora morta per fortuna ma… toccherà a tutti.
โชคดีที่ฉันยังไม่ตายค่ะ แต่… มันจะโดนกันทุกคนแน่ค่ะ
– Non pensiamoci adesso!
พวกเราไม่ต้องไปคิดถึงมันตอนนี้ค่ะ!
– Ehm… quindi i verbi di movimento, i verbi di stato in luogo, i verbi riflessivi e i verbi di cambiamento tutti con l’ausiliare essere.
เอมม… ดังนั้น พวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว พวกคำกริยาที่เกี่ยวกับการอยู่ในสถานที่นั้นๆ พวกคำกริยารูปแบบสะท้อนกลับ และ พวกคำกริยาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนี้ใช้กับคำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ ค่ะ
– E con avere?
แล้วกับคำกริยา avere-มี หล่ะคะ
– Con avere semplicissimo tutti gli altri!
กับคำกริยาช่วย avere-มี ง่ายมากค่ะ ก็คือคำกริยาที่เหลือทั้งหมดไงคะ!
– Per esempio, io ho mangiato una mela.
ตัวอย่างเช่น ฉันได้กินแอปเปิ้ลไปแล้วลูกหนึ่งค่ะ
– Il verbo mangiare, è un verbo di movimento?
คำกริยา mangiare-การกิน คือคำกริยาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวไหมคะ
– Come spostamento?
เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ไหมคะ
– No! Assolutamente no!
ไม่ใช่ค่ะ! ไม่ใช่อย่างแน่นอนค่ะ!
– È un verbo di stato in luogo?
มันคือคำกริยาเกี่ยวกับการอยู่ในสถานที่หรือเปล่าคะ
– No, per niente!
ไม่ใช่ค่ะ ไม่เลยค่ะ!
– È un verbo riflessivo?
มันคือคำกริยารูปแบบสะท้อนกลับ หรือเปล่าคะ
– Assolutamente no!
ไม่ใช่อย่างแน่นอนค่ะ!
– È un verbo di cambiamento?
มันคือคำกริยาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไหมคะ
– No!
ไม่ใช่ค่ะ!
– E quindi con avere!
และด้วยเหตุนี้ จึงใช้คำกริยาช่วย avere-มีค่ะ
– Ho mangiato una mela.
ฉันได้กินแอปเปิ้ลไปแล้วลูกหนึ่งค่ะ
– Poi per esempio, sempre io ho mangiato una mela.
แล้วก็ ตัวอย่างค่ะ ฉันก็พูดว่า ฉันกินแอปเปิ้ลไปลูกหนึ่ง แบบนี้ตลอดเลยนะคะ ก๊าก
– Con i verbi transitivi.
ใช้กับพวกคำกริยา ที่จะต้องมีกรรมมารองรับค่ะ
– Mamma mia che brutta parola!
ในตายเถอะ มันเป็นคำที่น่าเกลียดมากเลยค่ะ!
– È molto semplice, molto più semplice di quello che sembra.
มันง่ายมากค่ะ จริงๆ แล้ว มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดกันหรอกนะคะ
– I verbi transitivi, sono quelli che hanno il complemento oggetto.
พวกคำกริยา transitivi คือคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับค่ะ
– Che cos’è il complemento oggetto?
ส่วนเติมเต็มที่เป็นวัตถุคืออะไรคะ
– Dai è facile, io Veronica, soggetto.
เอาน่ะ มันง่ายค่ะ ฉัน เวโรนิค่า เป็น ประธานในประโยคค่ะ
– Ho mangiato, verbo.
ฉันได้กินไปแล้ว คือ คำกริยาค่ะ
– Una mela, complemento oggetto.
แอปเปิ้ลลูกหนึ่ง คือ กรรม ถูกกิน เป็นส่วนที่มาเติมเต็ม เพื่อให้ประโยคมันสมบูรณ์ค่ะ
– Facilissimo.
ง่ายมากๆ ค่ะ

– Quindi, i verbi che reggono un complemento oggetto, come io ho mangiato che cosa? Una mela, hanno di solito l’ausiliare avere, anzi sempre!
ดังนั้นมันคือ พวกคำกริยาที่จะมีกรรมมารองรับ เช่น ฉันได้กินไปแล้ว กินอะไรคะ กินแอปเปิ้ลไปลูกหนึ่งค่ะ โดยปกติแล้วพวกมันจะใช้คำกริยาช่วย avere-มี แต่จริงๆ แล้วก็ใช้ avere ตลอดเลยค่ะ!
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!
– Ecco qua!
อยู่นี่ค่ะ!
– Quindi è la regola come scegliere l’ausiliare essere o avere.
ดังนั้น นี่คือกฎการเลือกใช้คำกริยาช่วย essere-เป็น อยู่ คือ หรือคำกริยาช่วย avere-มีค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Un’altra cosa, e poi vado a dormire.
อีกอย่างหนึ่งค่ะ แล้วฉันก็จะไปนอนละค่ะ
– Io ho fatto degli esempi, per esempio, ho bevuto un caffè, sono rimasta al lavoro, ho preso un aperitivo, ma che cosa sono questi?
ฉันได้ยกตัวอย่างไว้หลายตัวอย่าง เช่น ฉันได้ดื่มกาแฟไปแล้วถ้วยหนึ่ง ฉันอยู่ต่อที่ทำงาน ฉันได้ดื่มไปแก้วหนึ่ง แต่ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรเหรอคะ
– Per esempio, ho preso, che cos’è ?
ตัวอย่างเช่น ฉันได้รับแล้ว รับอะไรคะ
– Non è ne -ato, ne -uto, ne -ito.
มันไม่ใช่ -ato, -uto, -ito ค่ะ
– Sono rimasta, idem
ฉันอยู่ต่อตอนนั้น ประโยคนี้ก็เหมือนกันค่ะ
– Ho bevuto, ma l’infinito è bere.
ฉันได้ดื่มไปแล้ว แต่ว่าคำกริยาในรูป l’infinito มันคือ bere-การดื่มค่ะ
– Quindi non è beruto ma bevuto.
ดังนั้นมันไม่ใช่ beruto แต่เป็น bevuto-ดื่มไปแล้วค่ะ
– Veronica che dici?
เวโรนิค่าเธอพูดอะไรเนี่ย
– Questi sono semplicemente participi passati irregolari, che oggi non vi spiego assolutamente, perché mi devo struccare, lavare i denti, mettere il pigiama e andare a nanna.
สิ่งเหล่านี้มันก็คือ participi passati ที่ไม่ผันตามกฎค่ะ วันนี้ฉันจะยังไม่อธิบายให้พวกเธอฟังกันอย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าฉันต้องไปล้างเครื่องสำอางออก และแปรงฟัน ใส่ชุดนอนและก็ไปนอนค่ะ
– Quindi io vi saluto, ho ancora la mela in mano e vi saluto e ci vediamo la prossima volta con oneworlditaliano video.
ดังนั้น ฉันขอลาพวกเธอไปก่อนค่ะ ฉันยังมีแอปเปิ้ลลูกนั้นอยู่ในมืออยู่เลยค่ะ และฉันขอสวัสดีพวกเธอนะคะ แล้วพวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้ากับ oneworlditaliano video ค่ะ
– Mi raccomando, continuate a seguirmi oneworlditaliano.com
ฉันขอแนะนำให้พวกเธอติดตามฉันที่
oneworlditaliano.com ค่ะ
– Ciao a tutti da Cagliari e buonanotte!!
สวัสดีค่ะทุกคน จากเมืองคาลยิอาริ และราตรีสวัสดิ์ค่ะ!!!
– Ciao!!
บ๊ายบายค่ะ!!

Risorse Di Italiano Online

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s