เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 28

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

sari 2

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 28

ในวิดีโอที่ 21 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับคำกริยาในรูปอดีต ใช้พูดถึงกิจกรรมที่ทำไปแล้วในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะได้เรียนการใช้คำกริยาในช่อง passato prossimo และเรียนการใช้ participio passato ค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 21
บทที่ 21
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Oggi mi sono innamorata!
วันนี้ฉันได้ตกหลุมรักค่ะ!
– Di chi?
กับใครเหรอคะ
– Di che cosa?
กับอะไรเหรอคะ
– Della mia bellissima città, di Cagliari.
กับเมืองของฉันค่ะ เมืองคาลยิอาริค่ะ
– Vi ricordate, io vi parlo sempre della mia splendida città.
พวกเธอจำกันได้ไหมค่ะ ฉันพูดกับพวกเธออยู่ตลอดเกี่ยวกับเมืองที่สวยงามของฉันค่ะ
– Ed eccolo qua!
นี่ไงคะ!
– E oggi penso al bellissimo fine settimana che ho passato nella mia splendida città.
และวันนี้ฉันก็คิดถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สวยงาม ที่ฉันได้ผ่านมันมาในเมืองที่สวยงามของฉันค่ะ
– E voi che cosa avete fatto il fine settimana?
และพวกเธอได้ทำอะไรกันไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คะ
– Il weekend?
วันหยุดสุดสัปดาห์อ่ะค่ะ
– E tu, che cosa hai fatto il fine settimana?
และเธอหล่ะ เธอได้ทำอะไรไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คะ
– “Che cosa hai fatto il fine settimana?” È il titolo della lezione ventuno del corso One World Italiano video.
“เธอได้ทำอะไรไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ ยี่สิบเอ็ด ในหลักสูตร One World Italiano วิดีโอค่ะ
– Bene, che cosa impariamo oggi?
ดีค่ะ วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันคะ
– Tante belle cose!
หลายสิ่งหลายอย่างที่สวยงามค่ะ!
– Prima di tutto, avete l’occasione di vedere un pezzo della mia splendida città!
อย่างแรกเลยค่ะ พวกเธอจะได้มีโอกาส ได้เห็นส่วนหนึ่งของเมืองที่สวยงามของฉันกันค่ะ!
– Io parlo sempre di Cagliari e adesso la vedete!
ฉันพูดเกี่ยวกับเมืองคาลยิอาริอยู่บ่อยๆ และตอนนี้พวกเธอก็ได้เห็นมันซะทีค่ะ!
– Per me è fantastica!
สำหรับฉัน มันสวยงามมากค่ะ!
– Due, cosa molto, molto, molto importante.
อย่างที่สอง เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ค่ะ
– Altrettanto importante, impariamo a raccontare un fine settimana e altri eventi passati.
มันสำคัญพอๆ กัน พวกเรามาเรียนการเล่าถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และเหตุการณ์อื่นๆ ที่ผ่านมาแล้วกันค่ะ

– Quindi, non soltanto che cosa facciamo di solito.
ดังนั้น ไม่ใช่แค่สิ่งที่พวกเราทำกันเป็นประจำนะคะ
– Ma che cosa abbiamo fatto, è un grande traguardo!
แต่ว่า มันคือสิ่งที่พวกเราได้ทำกันไปแล้ว มันเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ค่ะ!
– Allora ragazzi, inzio io a raccontare il mio splendido fine settimana.
เอาหล่ะค่ะเพื่อนๆ ฉันจะเริ่มเล่าเกี่ยวกับช่วงสุดสัปดาห์ที่สวยงามของฉันแล้วนะคะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Venerdì sera sono uscita, sono andata in Piazza Yenne.
ตอนเย็นวันศุกร์ ฉันได้ออกไปข้างนอก ฉันได้ไปที่ลานกว้างเยนเน่ค่ะ
– Vi ricordate, io parlo sempre di Cagliari, sono andata in Piazza Yenne e lì ho incontrato degli amici
พวกเธอจำกันได้ไหมคะว่า ฉันพูดถึงเมืองคาลยิอยู่ตลอดเลย ฉันได้ไปที่ลานกว้างเยนเน่ และที่นั้นฉันได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ ของฉันค่ะ
– E siamo andati a prendere un aperitivo in un bar poi abbiamo mangiato al ristorante.
และพวกเราก็ได้ไปดื่มอะไรกันนิดหน่อยที่บาร์ค่ะ แล้วพวกเราก็ไปกินอาหารกันที่ร้านอาหารค่ะ
– E poi abbiamo fatto una passeggiata in centro.
แล้วพวกเราก็ไปเดินเล่นในตัวเมืองกันค่ะ
– Dopo, abbiamo ordinato qualcosa da bere in un altro bar.
หลังจากนั้น พวกเราก็ได้สั่งอะไรมาดื่มกัน ที่อีกบาร์นึงค่ะ
– È stato un bel venerdì sera!
มันเป็นเย็นวันศุกร์ที่เพลินมากค่ะ!
– In estate poi c’è sempre tanta gente qui al centro ed è molto bello!
แล้วในช่วงฤดูร้อน ที่นี่ที่ใจกลางเมือง ก็จะมีคนเดินผ่านไปมามากมายอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ และมันก็สวยงาม น่ารื่นรมย์มากค่ะ!
– Poi sabato, ieri, sono arrivati dei miei cari amici stranieri.
แล้ววันเสาร์ เมื่อวานนี้ พวกเพื่อนๆ ชาวต่างชาติที่น่ารักของฉัน พวกเขาก็มาหาฉันกันค่ะ
– È arrivato Marc dall’Inghilterra.
มาร์ค มาจากประเทศอังกฤษค่ะ
– È arrivato Erika dalla Polonia.
เอริก่า มาจากประเทศโปแลนด์ค่ะ
– E sono arrivate due mie amiche francesi Anna e Sophie della Francia.
และเพื่อนสาว 2 คน ชาวฝรั่งเศสของฉัน อานนาและโซฟี ก็มาจากประเทศฝรั่งเศสค่ะ
– E poi sono stati davvero tanto carini, da loro ricevuto tanti regali.
แล้วพวกเขาก็น่ารักกันจริงๆ ก็ได้รับของขวัญมากมายจากพวกเขาด้วยค่ะ
– Per esempio, da Marc ho ricevuto una scatola di tè inglese.
ตัวอย่างเช่น จากมาร์ค ฉันได้รับชาอังกฤษกล่องนึงค่ะ
– Ho ricevuto una bottiglia di vodka polacca da Erika.
ฉันได้รับวอดก้าโปแลนด์ขวดนึงจากเอริก่าค่ะ
– E ho ricevuto dei profumi dalle amiche francesi.
และฉันได้รับน้ำหอมหลายขวดจากเพื่อนๆ สาวชาวฝรั่งเศสค่ะ
– Grazie ragazzi!
ขอบคุณนะคะ เพื่อนๆ!
– Bene!
ดีค่ะ!
– Abbiamo fatto un bel giro di Cagliari, il centro storico e tante cose.
พวกเราได้เที่ยวรอบเมืองคาลยิอาริ เที่ยวเมืองหลวงประวัติศาสตร์ และ ก็อื่นๆ อีกค่ะ

– E abbiamo iniziato la passeggiata alle dieci di mattina e abbiamo finito alle sei di sera.
และพวกเราได้เริ่มเดินเล่นกันตอน 10 โมงเช้า และพวกเราก็เลิกเดินกันตอน 6 โมงเย็นค่ะ
– Ma abbiamo visto tante cose.
แต่พวกเราก็ได้เห็นหลายอย่างเลยค่ะ
– Abbiamo visto la cattedrale che è questa qui è bellissima.
พวกเราก็ได้เห็นโบสถ์ใหญ่ที่อยู่ที่นี่ มันสวยงามมากเลยค่ะ
– Abbiamo visto la Torre dell’Elefante è stupenda.
พวกเราได้เห็นหอคอยช้าง มันสวยงามมากเลยค่ะ
– E abbiamo visto il Bastione, tante, tante, tante altre cose.
และพวกเราได้เห็นป้อมปราการ และอื่นๆ อีกหลายอย่างเลยค่ะ
– Sono stati contentissimi e anche io sono stata contentissima.
พวกเขามีความสุขกันมากๆๆ และฉันก็มีความสุขมากที่สุดเลยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ
– Poi però abbiamo continuato la giornata.
แต่ว่าวันของพวกเรายังมีต่อนะคะ
– Dopo siamo andati a mangiare al ristorante.
หลังจากนั้นพวกเราก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารกันค่ะ
– Abbiamo mangiato in un buon ristorante.
พวกเราได้ทานอาหารในร้านอาหารที่อร่อยดีแห่งนึงค่ะ
– E poi siamo andati anche a ballare.
แล้วพวกเราก็ไปเต้นรำกันต่ออีกด้วยค่ะ
– Infatti ragazzi, ve lo confesso, sono stanchissima.
จริงๆ แล้วนะคะเพื่อนๆ ฉันขอสารภาพกับพวกเธอว่า ฉันเหนื่อยมากๆๆๆ เลยค่ะ
– Perché stiamo tornati a casa molto tardi.
เพราะว่าพวกเรากลับมาถึงบ้านกันดึกดื่นมากเลยค่ะ
– Infatti io ho bisogno di un caffè e di una siesta.
ด้วยเหตุนี้ ฉันต้องการดื่มกาแฟถ้วยนึง และขอนอนพักผ่อนสักงีบนึงค่ะ
– Però prima di andare a dormire vediamo che cosa abbiamo imparato oggi.
แต่ก่อนที่จะไปนอน พวกเรามาดูกันค่ะว่า วันนี้พวกเราได้เรียนอะไรกันไปแล้วบ้าง
– Tante, tante belle cose.
หลายสิ่งอย่างหลายที่สวยงามมากมายเลยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Prima di tutto.
อย่างแรกเลยค่ะ
– Finalmente, finalmente, finalmente possiamo come ho già detto.
ในที่สุด พวกเราก็สามารถ อย่างที่ฉันได้บอกไปแล้วว่า
– Raccontare eventi passati.
พวกเราก็สามารถเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วได้ซะทีค่ะ
– Possiamo dire che cosa abbiamo fatto ieri, che cosa abbiamo fatto poco fa, che cosa abbiamo fatto la settimana scorsa, il mese scorso, l’altro giorno.
พวกเราสามารถพูดถึงสิ่งที่พวกเราได้ทำกันไปแล้วเมื่อวานนี้ หรือว่าสิ่งที่พวกเราเพิ่งจะทำไปเมื่อกี้ หรือพูดถึงสิ่งที่พวกเราได้ทำกันไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หรือว่าเดือนที่แล้ว หรือว่าวันก่อนๆ ค่ะ
– E quindi non diciamo soltanto che cosa di solito ma tutto quello che abbiamo fatto prima, l’altro giorno, ieri o anche l’anno scorso.
และดังนั้นต่อไปนี้ พวกเราจะไม่พูดแค่สิ่งที่เราทำกันเป็นประจำเท่านั้นนะคะ แต่ว่าเราสามารถพูดถึงทุกอย่างที่พวกเราได้ทำกันไปก่อนหน้านี้ ทำไปเมื่อวันก่อนๆ ทำไปแล้วเมื่อวาน หรือว่าทำไปเมื่อปีที่แล้วได้แล้วค่ะ
– Benissimo!
ดีมากค่ะ!

– Per questo noi usiamo il “passato prossimo” che adesso vediamo.
ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงใช้ “passato prossimo” กันค่ะ พวกเราก็มาดูกันตอนนี้เลยค่ะ
– Poi rivediamo come sempre tante, tante, tante preposizione.
แล้วก็เหมือนเช่นเคย พวกเรามาดูเรื่องคำบุพบทซ้ำกันอีกค่ะ
– E rivedete, ragazzi, le lezioni numero dodici, numero tredici e numero quattordici.
และพวกเธอไปดูบทเรียนที่ 12, 13 และ 14 ซ้ำกันอีกนะคะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Perché ci sono tanti esempi ancora di preposizioni, per esempio con orari, “abbiamo iniziato dalle dieci abbiamo finito alle sei”.
เพราะว่ามันมีตัวอย่างเกี่ยวกับคำบุพบทอีกหลายตัวอย่างเลยค่ะ เช่น คำบุพบทเกี่ยวกับเวลา “พวกเราได้เริ่มต้นวันกันตอน 10 โมงเข้า พวกเราสิ้นสุดวันกันตอน 6 โมงเย็น” ค่ะ
– Abbiamo usato preposizioni semplici e articolate, rivedete tutte, per favore.
พวกเราได้ใช้คำบุพบทแบบธรรมดาและคำบุพบทแบบที่รวมกับคำนำหน้านามด้วย พวกเธอไปดูซ้ำให้ครบทุกเรื่องเลยนะคะ ขอเถอะค่ะ
– Però oggi ci concentriamo sul passato prossimo.
แต่ว่าวันนี้ พวกเราจะมาเน้นกันที่ passato prossimo เท่านั้นค่ะ
– Come formiamo il passato prossimo?
รูปแบบ passato prossimo ก่อเป็นรูปร่างได้อย่างไรคะ
– Abbiamo due verbi ausiliari che conoscete bene bene bene.
พวกเราใช้คำกริยาช่วย 2 คำ ที่พวกเธอรู้จักมันเป็นอย่างดีแล้วค่ะ
– Rivedete la lezione uno e la lezione due.
พวกเธอไปดูบทเรียนที่ 1 และ บทเรียนที่ 2 ซ้ำกันนะคะ
– Ma in realtà questa è la lezione ventuno e dovreste conoscere bene i verbi al presente indicativo “essere” e “avere” .
แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือบทเรียนที่ 21 แล้วนะคะ พวกเธอจะต้องรู้จักมันกันเป็นอย่างดีแล้ว พวกคำกริยาในรูปปัจจุบัน ในช่องที่ใช้พูดถึงสิ่งที่เราทำจริงๆ หรือสิ่งที่เราทำเป็นประจำ นั่นก็คือ “คำกริยา essere ที่แปลว่า เป็น อยู่ คือ” และ “คำกริยา avere ที่แปลว่า มี” ค่ะ
– Quindi non li ripeto, al massimo andate a vedere le prime due lezioni.
ดังนั้น ฉันจะไม่พูดซ้ำอีกนะคะ อย่างมากสุด พวกเธอก็ไปดูซ้ำกันเองได้ที่บทเรียนที่ 1 และบทเรียนที่ 2 ค่ะ
– Quindi abbiamo due ausiliari “essere” e “avere” e poi un participio passato.
ดังนั้นพวกเรามีคำกริยาช่วย 2 คำ คือ “คำกริยา essere ที่แปลว่า เป็น อยู่ คือ” และ “คำกริยา avere ที่แปลว่า มี” แล้วก็คำกริยาแบบ participio passato ด้วยค่ะ
– Per esempio, un esempio con l’ausiliare “avere”.
ตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างนึงกับการใช้คำกริยาช่วย “avere”
– “Abbiamo ordinato da bere.”
“พวกเราได้สั่งเครื่องดื่มกันไปแล้วค่ะ”
– “Abbiamo” ausiliare “avere”, “ordinato” participio passato.
“พวกเรามี” คือ คำกริยาช่วย “avere” ส่วน “สั่งซื้อไปแล้ว” คือคำ participio passato ค่ะ
– Oppure con il verbo “essere”.
หรือว่ากับคำกริยา “essere”
– “Sono andata in centro”.
“ฉันได้ไปในตัวเมืองมาแล้ว”
– “Sono” ausiliare “essere”, “andata” participio passato del verbo “andare”.
“Sono ฉันเป็น ฉันอยู่ หรือฉันคือ” เป็นคำกริยาช่วยที่ผันแล้วของคำกริยา “essere” ส่วน “andata ดิฉันไปมาแล้ว” คือคำ participio passato ของคำกริยา “andare ที่แปลว่า ไป” ค่ะ

– Questi participi passati, come facciamo a costruire questi participi passati?
แล้วพวกคำ participi passati เหล่านี้ พวกเราจะสร้างคำ participi passati เหล่านี้ได้อย่างไรคะ
– Per adesso vediamo solo i participi passati regolari.
สำหรับตอนนี้ พวกเรามาดูแค่คำ participi passati แบบผันตามกฎก็พอค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Per esempio, “incontrare” io ho detto “ho incontrato gli amici in Piazza Yenne”.
ตัวอย่างเช่น คำกริยา “incontrare การพบเจอพูดคุยกัน” ฉันพูดไปแล้วว่า “ฉันได้เจอพวกเพื่อนๆ ในลานกว้างเยนเน่”
– Quindi i verbi con il participio passato regolare che finiscono con ARE il participio passato finisce con ATO
ดังนั้น พวกคำกริยา participio passato แบบผันตามกฎ ที่ลงท้ายด้วย ARE จะลงท้ายด้วย ATO ค่ะ
– Quindi ARE ATO.
ดังนั้น ARE จะกลายเป็น ATO ค่ะ
– Io ho detto che ricevuto dei regali dagli amici stranieri.
ฉันพูดไปแล้วว่า ฉันได้รับของขวัญหลายชิ้น จากเพื่อนๆ ชาวต่างชาติหลายคน
– Quindi “ricevere” “ricevuto”.
ดังนั้นคำว่า “ricevere ที่แปลว่า การได้รับ” จะกลายเป็น “ricevuto ที่แปลว่า ได้รับไปแล้วค่ะ”
– I verbi regolari con participio passato regolare che terminano con ERE, hanno il participio passato che termina in UTO.
พวกคำกริยาที่ผันตามกฎ ที่ลงท้ายด้วย ERE พวกมันจะมีคำ participio passato ที่ลงท้ายด้วย UTO ค่ะ
– “Abbiamo finito il giro alle sei”.
“พวกเราได้สิ้นสุดการท่องเที่ยวตอนหกโมงเย็นค่ะ”
– Quindi, buona notizia, perché i verbi che terminano in IRE, sia quelli che si coniugano come “finire” che come “dormire” hanno il participio passato in ITO.
ดังนั้น ข่าวดีค่ะ เพราะพวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย IRE ทั้งคำที่ผันแบบ “finire การจบ สิ้นสุด” และแบบที่ผันแบบ “dormire การนอน” พวกมันจะมีคำ participio passato ที่ลงท้ายด้วย ITO เหมือนกันค่ะ
– Per esempio, “ho dormito poco ore”.
ตัวอย่างเช่น “ฉันนอนไปแค่ 2-3 ชั่วโมงเองค่ะ”
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Questi sono i participi passati regolari,
ARE – ATO, ERE – UTO, IRE – ITO
พวกคำเหล่านี้คือคำ participi passati แบบที่ผันตามกฎค่ะ คือ
ARE เป็น ATO, ERE เป็น UTO, IRE เป็น ITO ค่ะ
– Adesso vediamo degli esempi, prima con l’ausiliare “avere” e poi con l’ausiliare “essere”.
ตอนนี้พวกเรามาดูตัวอย่างต่างๆ กันค่ะ อย่างแรกกับ คำกริยาช่วย “avere มี” แล้วก็กับคำกริยาช่วย “essere เป็น อยู่ คือ” ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– “Abbiamo ordinato da bere”.
“พวกเราได้สั่งเครื่องดื่มกันไปแล้วค่ะ”
– “Noi”.
“พวกเรา”
– Un gruppo di ragazzi e ragazze.
คือ กลุ่มเพื่อนๆ ที่มีผู้ชายหลายคน และผู้หญิงหลายคนค่ะ
– Io, Veronica, femminile, singolare
ฉัน เวโรนิค่า เป็นเพศหญิง เอกพจน์
“Ho ricevuto dei regali”.
“ฉันได้รับของขวัญมากมายเลยค่ะ ”
– Noi “abbiamo”, sempre plurale.
พวกเรา “พวกเรามี” เป็นพจหูพจน์เสมอนะคะ
– Maschile plurale.
เพศชาย พหูพจน์ค่ะ

– “Abbiamo finito alle diciotto”.
“พวกเราเลิกลากันตอน 18 นาฬิกา หรือว่า หกโมงเย็น” ค่ะ
– È maschile e femminile plurale però è come se fosse solo maschile.
มันคือ เพศชายและเพศหญิงพหูพจน์รวมกัน แต่ก็เขียนแบบเพศชาย พหูพจน์ค่ะ
– “Ho dormito poco”, io, femminile, singolare.
“ฉันนอนไปได้นิดเดียวเอง” ฉัน เพศหญิง เอกพจน์ค่ะ
– Esempi con “essere” invece, io Veronica, femminile singolare “Sono andata in centro”.
ตัวอย่างการใช้คำกริยา “essere เป็น อยู่ คือ” ส่วนฉันเวโรนิค่า เพศหญิงเอกพจน์ “ฉันได้ไปในตัวเมืองมาแล้วค่ะ” andata ลงท้ายด้วย a เพราะฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวค่ะ
– Le ragazze, femminile plurale “Sono arrivate dalla Francia”.
เพื่อนสาวทั้งหลาย เพศหญิงพหูพจน์ “พวกเขามาจากประเทศฝรั่งเศสค่ะ” คำว่า arrivate มันลงท้ายด้วย e เพราะว่าพวกสาวๆ เป็นผู้หญิงหลายคนค่ะ
– Marc, maschile singolare “È arrivato dall’Inghilterra”.
มาร์ค เพศชายเอกพจน์ “เขามาจากประเทศอังกฤษค่ะ” คำว่า arrivato มันลงท้ายด้วย o เพราะว่ามาร์คเป็นผู้ชายคนเดียวค่ะ
– Noi, gruppo misto, maschile plurale di uomini e donne “Siamo andati in centro”.
พวกเรา เป็นกลุ่มคนที่มีทั้งชายและหญิงรวมกัน “พวกเราได้ไปในตัวเมืองกันมาแล้วค่ะ” คำว่า andati ลงท้ายด้วย i เพราะว่าในกลุ่มนี้ มีทั้ง 2 เพศรวมกันค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Che cosa trovate di diverso tra gli esempi con l’ausiliare “avere” e con l’ausiliare “essere”.
พวกเธอเห็นความแตกต่างระหว่างการใช้คำกริยาช่วย “avere มี” และการใช้คำกริยาช่วย “essere เป็น อยู่ คือ” ไหมคะ
– Bravissimi! Bravi!
เก่งมากๆ ค่ะ! เก่งมากค่ะ!
– Però vedo che siete attenti!
ฉันเห็นว่าพวกเธอสังเกตกันเก่ง!
– Siete molto attenti perché vediamo che quando abbiamo l’ausiliare ” avere ” il participio passato non cambia finisce sempre con O.
พวกเธอสังเกตเก่งมากค่ะ เพราะว่าอย่างที่เราเห็น ว่าเมื่อไหร่ที่มีคำกริยาช่วย “avere มี” คำ participio passato จะลงท้ายด้วย O ตลอด ไม่ต้องไปเปลี่ยนมันค่ะ
– Ordinato, ricevuto, finito, dormito.
สั่งซื้อแล้ว ได้รับแล้ว จบไปแล้ว นอนแล้ว
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Invece quando abbiamo l’ausiliare “essere” il participio passato cambia a seconda del soggetto.
ส่วนตอนที่พวกเราใช้คำกริยาช่วย “essere เป็น อยู่ คือ” คำ participio passato จะเปลี่ยนคำลงท้ายไปมาตามประธานของประโยคค่ะ
– Quindi, Veronica, femminile, singolare, “Io sono andata”.
ดังนั้น เวโรนิค่า เป็นผู้หญิงคนเดียว “ฉันได้ไปมาแล้ว” (เพศหญิงเอกพจน์ลงท้ายด้วย a) ค่ะ
– Le ragazze, femminile, plurale,
“loro sono andate”.
เพื่อนสาวทั้งหลาย “พวกเขาได้ไปกันมาแล้ว” (เพศหญิงพหูพจน์ลงท้ายด้วย e) ค่ะ
– Marc, maschile singolare “è andato”.
มาร์ค เป็นผู้ชายคนเดียว “เขาได้ไปมาแล้ว” (เพศชายเอกพจน์ ลงท้ายด้วย o ค่ะ)
– “Noi siamo andati” perché eravamo tutte ragazze ma c’era Marc che era un maschietto.
“พวกเราได้ไปกันมาแล้ว” จริงอยู่ที่พวกเราทั้งหมดเป็นผู้หญิง แต่ว่ามีมาร์คเป็นผู้ชายคนนึง
– E quindi “noi siamo andati” diventa maschile plurale.
และดังนั้น “พวกเราได้ไปกันมาแล้ว” มันจึงลงท้ายด้วย i ใช้แบบเพศชายพหูพจน์ค่ะ
– Benissimo, questo è il passato prossimo.
เก่งมากๆ ค่ะ สิ่งนี้คือ il passato prossimo ค่ะ
– Poi abbiamo imparato tante parole nuove, tante cose, come sempre, tante espressioni.
แล้วพวกเราก็ได้เรียนรู้คำใหม่ๆ หลายคำ เรียนหลายสิ่งหลายอย่าง และอย่างเช่นเคย เรียนการแสดงความรู้สึกแบบต่างๆ ด้วยค่ะ
– Ok, voi vi chiedete.
โอเค พวกเธออาจจะถามตัวเองว่า
– Come facciamo a sapere se dobbiamo usare l’ausiliare “avere” o l’ausiliare “essere”.
พวกเราจะทำอย่างไร ถึงจะรู้ว่า พวกเราจะต้องใช้ คำกริยาช่วย “avere มี” หรือ คำกริยาช่วย “essere เป็น อยู่ คือ” คะ
– La risposta è non ve lo dico! Perché prima di tutto per oggi va bene così, altrimenti è troppo.
คำตอบคือ ฉันจะยังไม่บอกกับพวกเธอค่ะ! เพราะว่า อย่างแรกเลย สำหรับวันนี้พอแค่นี้ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้น มันจะมากเกินไปนะคะ
– Seconda cosa, io ho bisogno della mia siesta.
อย่างที่สอง ฉันจะต้องนอนพักผ่อนแล้วค่ะ
– Quindi ora vado a dormire.
ดังนั้น ตอนนี้ฉันจะไปนอนก่อนนะคะ
– Noi ci vediamo alla prossima lezione con One World Italiano video.
พวกเรามาพบกันใหม่ในบทเรียนต่อไปกันค่ะ กับ One World Italiano video ค่ะ
– Continuate a seguirmi su oneworlditaliano.com
พวกเธอติดตามฉันได้ที่ oneworlditaliano.com ค่ะ
– Tanti saluti da Cagliari.
สวัสดีมากมายจากคาลยิอารินะคะ
– Ciao a tutti e a presto!
สวัสดีทุกคนแล้วพบกันเร็วๆ นี้นะคะ!
– E arrivederci!
และพบกันใหม่ค่ะ!
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

Risorse Di Italiano Online

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s