ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 3)

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในในต่างประเทศจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม นี่คือข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ภาพ – เมือง: ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์และความคิดเห็นของแขกรับเชิญของเรา

ช่วงที่ 3

47. คุณ Mia Thanchanok

เมือง: ออสโล (Oslo) ประเทศนอร์เวย์ (Norway)

การ​มา​ใช้​ชีวิต​ใน​ต่างประเทศ​สำหรับ​ตัวเอง​เห็น​ด้วย​นะคะ… ว่า​มัน​ก็​ดี​ขึ้น​จาก​เดิม​จริงๆ.. แต่​ทั้งนี้​ทั้ง​นั้น​ก็​อยู่​ที่​ตัวเรา​เอง​ด้วย​ว่า​พร้อม​จะ​ปรับ​ทัศนคติ​ปรับตัว​ให้​เข้ากับ​บ้านเมือง​นี้​ได้​อย่างไร. เพราะ​มัน​แตกต่าง​กัน​มาก​ถึง​มาก​ที่สุด.. ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ภาษา.. วัฒนธรรม.. อากาศ.. ผู้​คน..

สำหรับ​ตัวเอง​แล้ว.คิดว่า​การ​ปรับ​ตัว​เปิดใจ​สำคัญ​มาก.. ที่​จะ​ใช้​ชีวิต​อยู่​นอร์เวย์.. เพราะ​กว่า​จะ​พูด​สื่อสาร​ภาษา​นอร์เวย์​ได้..กว่า​จะ​มี​งาน​ทำ.. ทำให้​เขา​ยอมรับ​ใน​ตัว​เรา​ได้.. ปรับ​สภาพ​จิตใจ​ที่​ต้อง​เจอ​กับ​สภาพ​อากาศ​แปรปรวน​ของ​ประเทศ​นอร์เวย์​อีก.. ท้อ​หลายครั้ง​มาก​ๆ.. อยาก​กลับ​เมือง​ไทย.. แต่​ถ้า​อยู่​เมือง​ไทย​เรา​​ก็คง​ต้อง​วุ่นวาย.. ใช้​ชีวิต​แบบ​แข่งขัน.. ดิ้นรน​ไป​อีก..
สุดท้าย​ก็​อยาก​ให้​สาว​ๆ​ที่​จะ​ย้าย​มา​อยู่​นอร์เวย์​เตรียม​พร้อม​รับมือ​กับ​สภาวะ​ต่าง​ๆ.. ปรับตัว​ปรับ​ทัศนคติ… คิด​ซ่ะ​ว่า​ออกมา​เปิด​โลก​กว้าง​นะคะ​

ช่วงเวลาพิเศษที่จับต้องได้ผ่านรูปถ่ายในออสโล ประเทศนอร์เวย์

48. คุณ Woranida Wywijas

เมือง: Lubliniec ประเทศโปแลนด์

ถ้าคิดว่าย้ายมาอยู่โปแลนด์เพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้นในเรื่องเงินทองคงไม่ใช่ค่ะ ที่นี่รายรับไม่ต่างจากไทย และงานไม่มีให้คุณเลือกมาก ไม่มีโรงเรียนสอนภาษาฟรีเหมือนประเทศอื่นในยุโรป การที่คุณจะเรียนภาษาคุณต้องจ่ายเองซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับรายรับ เพราะฉะนั้นโปแลนด์คุณไม่สามารถกอบโกยอะไรได้เลย ถ้าคุณจะแต่งงานมาอยู่ที่เพื่อหวังเช่นนั้นอย่ามาเลยค่ะ เพราะเมื่อคุณมาแล้วไม่ได้อย่างหวังคุณก็จะโดดไปที่อื่น ใช้โปแลนด์เป็นแค่ประตูสู่ยุโรปจะยิ่งทำให้ผู้หญิงไทยถูกดูถูก

ใช้ชีวิตในภาคใต้ของโปแลนด์

49. คุณ Noovieng Woźniak

เมือง: กดัญสก์  (Gdansk) ประเทศโปแลนด์ (Poland)

ผู้หญิงไทยหลายๆคนคิดว่าการเเต่งงานกับชาวต่างสัญชาติ คิดเเค่ว่าชายต่างสัญชาติจะมีเงิน คิดว่าชายต่างสัญชาติมั่งคั่งนั้นคิดผิดอย่างสิ้นเชิง เพียงเเค่ความเป็นอยู่ของต่างสัญชาติดีกว่าเมืองไทยไม่มากเลย ไม่ได้เเตกต่างจากประเทศไทยด้วยซ้ำ ผู้หญิงไทยหลายๆคนเเต่งงานย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศโปเเลนด์บางท่านมีลูกต้องช่วยครอบครัวทำมาหากินหามรุ่งหามค่ำทั้งเลี้ยงลูกทั้งทำงานหนักเพื่อส่งเสียเเละเลี้ยงดูครอบครัวทั้งที่ประเทศโปเเลนด์เเละที่เมืองไทยเฉกเช่นดิฉัน ยากจะบอกถึงสาวไทยที่อยากจะมาตั้งรกรากตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศ ขอให้คิดให้รอบครอบคิดให้ดีๆในทุกๆข้อเพราะเมื่อท่านเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนท่านอาจจะต้องเจอะเจอกับความโหยหา เหงา อ้างว้างโดดเดี่ยว เครียดวิตก โรคซึมเซร้าที่ทุกคนต้องเจอ ความสุขที่หามิได้เช่นที่บ้านเกิดเมืองนอนของท่าน ซึ่งเเน่เเท้หลายๆท่านกว่าจะปรับตัวกับทุกๆสิ่งที่ต้องพบเจอตลอดเวลาที่ท่านได้อาศัยอยู่ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นอากาศอันซึ่งหนาวเหน็บ อาหารไทย อาหารท้องถิ่นที่ซึ่งหารับประทานยากเเละราคาเเสนเเพง ข้อสำคัญต่างบ้านต่างประเพณี ต่างขนบธรรมเนียมต่างภาษา

กว่าดิฉันจะปรับตัวได้กับทุกๆสิ่งที่นี้ตั้งเเต่หัดพูดหัดอ่านภาษาโปลิสต้องตั้งอกตั้งใจเรียนด้วยตัวเองพยายามช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เเม้กระทั่งอาหารไทยสรรหามาทดเเทน ปรับปรุงเสริมเเต่งเองทั้งหมด จากคนที่ทำอาหารไม่เป็นเลยต้องหัดต้องเรียนรู้ ยิ่งดิฉันต้องอยู่ร่วมกับครอบครัวสามีโดยตลอดนั้นยิ่งอึดอัด อั้ดอันใจมากๆเคยป่วยเพราะความเครียด เคยนอนร้องไห้คิดถึงพ่อกับเเม่ของเรา เพราะเครียดจิตวิตกในการไม่เข้าใจภาษาโปลิสค่ะ

เพิ่มเติมพิเศษ : ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือติดต่อสอบถามข้อมูลสำหรับคนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือเดินทางมาพำนักในประเทศโปแลนด์ แจ้งการพำนักในแต่ละสถานที่แก่ทางสถานทูตไทยในประเทศโปแลนด์

ชีวิตหญิงไทย ที่ ใช้ชีวิตคู่กับชายต่างสัญชาติในประเทศโปแลนด์

50. คุณโบนัส

เมือง: บูคาเรสต์ (Bucharest) ประเทศโรมาเนีย (Romania)

จริงๆแล้วหากจะคิดแบบนั้นว่า ย้ายไปอยู่ต่างประเทศหรือมาประเทศโรมาเนีย ความคิดนี้ก็ไม่ได้ไม่ดีแต่อย่างใดค่ะ ถ้าหากว่าคุณพิจารณาแล้วว่าการย้ายมาอยู่ที่นี่นั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิมได้จริงๆ เช่นมาใช้ชีวิตกับคนที่คุณรักและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน หากคุณเชื่อมั่นว่าไม่ว่ามีอุปสรรคใดๆ ก็จะร่วมกันกับเพื่อนหรือคนรักผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้นไปได้ เพราะปัญหาทุกปัญหาย่อมมี ทางออก หรืออย่างมากที่สุดถ้าปัญหานั้นเราแก้ไม่ได้จริงๆ อีกทางหนึ่งก็คือปล่อยวางที่ใจเราใช่มั้ยล่ะ คะ แค่นั้นก็ย่อมมีความสุขที่สุดแล้วล่ะค่ะ

การที่ใช้คำว่า ชีวิตที่ดีขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ล่ะคนค่ะว่าด้านไหนที่สำคัญสำหรับคุณ เช่น ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ว่ามีปัญหาเรื่องที่ว่ายังมีครอบครัวอยู่ที่ไทย แล้วจะดูแลอย่างไร ครอบครัวดูแลกันทั่วถึงไหม ถ้าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วคุณจะสบายใจจริงไหม หรือว่าถ้าไม่มีเงินเก็บและคุณพร้อมจะ เอาเงินก้อนสุดท้ายมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่นี่ มาทำงานที่นี่ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ก็ควรเรียนรู้ภาษา โรมาเนียให้ใช้งานได้ใช่ไหมคะ

จริงๆแล้วเวลาคุณไม่สบายใจ กลัว กังวล หรือไม่พอใจเรื่องอะไรก็ตาม มันก็เกี่ยวกับตัวเองและคนอื่นใช่ไหมคะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีการที่ต้องจัดการกับความรู้สึกของคนทั้งนั้น เช่นเวลาคนอื่นไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิด ข้อนี้ต้องเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ๆกับความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมออยู่แล้ว อยู่ ที่ไหนก็ต้องเจอค่ะ ต้องฝึก
และก็ควรชั่งน้ำหนักว่าเมื่อเทียบกับที่ประเทศไทยหรือที่ที่คุณอยู่ปัจจุบันแล้ว คุณอยากมาอยู่ที่นี่จริงๆหรือเปล่า แน่ใจหรือเปล่า ถ้าเลือกแล้วก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เลือกนะคะ หลังจากที่เลือกแล้วบางทีก็ยังเปลี่ยนใจได้แบบไม่มีผลกระทบ บางทีก็มีผลกระทบ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็หาทางออกได้ หรือไม่ก็ปล่อยวางเหมือนที่กล่าวไปด้านบนค่ะ

เรื่องการระมัดระวังตัว ก็ระวังถูกหลอกค่ะ ก่อนจะตัดสินใจทำงานหรือ ลงหลักปักฐานกับผู้ชายเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ควรเช็คความน่าเชื่อถือให้ดีค่ะ และควรจะระวังใจตัวเองค่ะว่าอาจจะเผลอไปโกรธหรือ น้อยใจคนอื่นที่มาแซวหรือว่าทำกิริยาไม่ดีใส่เพราะว่าเราเป็นชาวต่างชาติหรือเอเชีย หรือไม่ว่าใครก็ตามมองไม่ดีเกี่ยวกับครอบครัวของเราที่ย้ายมาอยู่ คือจริงๆ แล้วคนที่เจตนาไม่ดีก็คือพวกเขาค่ะไม่ใช่เรา ถ้าหากเรามั่นใจในตัวเอง มั่นใจในสิ่งดีดีที่ตัวเองทำ สิ่งไม่ดีเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำให้เรา ขุ่นข้องหมองใจได้ค่ะ

แล้วก็สุดท้ายนี้สำหรับใครก็ตามที่สู้ชีวิต ยืนหยัดเพื่อตัวเองให้ได้ประสบความสำเร็จ กินอยู่อย่างสบายแล้วนั้น ก็อย่าตึงจนเกินไปนะคะ ความตั้งใจที่ให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมอยู่เสมออาจจะทำให้ใช้สมองคิดมากไปก็ได้ค่ะ ปล่อยให้อะไรๆเป็นไปตามแบบของมัน ตามธรรมชาติบ้างค่ะ

คนไทยในต่างแดน:ชีวิตในบูคาเรสต์ประเทศโรมาเนีย

51. คุณ Panudda

เมือง: บูคาเรสต์ (Bucharest) ประเทศโรมาเนีย (Romania)

หลายคนคิดว่าการที่มาอยู่ต่างประเทศแล้วมีชีวิตที่ดีขึ้น คงไม่ใช่เสมอไปค่ะ ต่างประเทศค่าครองชีพสูงกว่าเมืองไทย ถ้าคุณมาอยู่คุณต้องมีงานคุณถึงจะมีเงิน! เพราะดิฉันเชื่อว่าส่วนมากที่มาอยู่ที่นี่ก็จะส่งเงินให้ทางเมืองไทยไม่มากก็น้อย เพราะคนไทยกตัญญูต้องดูแลพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้วค่ะ

แต่ถ้ามาอยู่แล้วไม่มีงานไม่มีเงินชีวิตคุณก็คงไม่ดีขึ้นหรอกค่ะ เผลอๆที่ไทยอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ดิฉันเคยเห็นคนที่มีสามีโรมาเนีย แล้วสามีห้ามไม่ให้ทำงานเพราะสามีให้เงินและให้อยู่บ้าน แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาหย่าร้างกัน ผู้หญิงไทยคนนั้นกลับไทยแบบไม่มีอะไรเลย มาอยู่ที่โรมาเนียตั้งนาน และดิฉันคิดว่าการที่เราอยู่ที่ไหนก็ช่าง เราควรยืนด้วยขาของเราเองให้ได้ค่ะ เมื่อวันหนึ่งไม่มีสามีแล้วเราก็ไม่เดือดร้อน!!

ดิฉันแนะนำว่าควรมีงานทำค่ะ ที่โรมาเนียถึงจะค่าแรงต่ำแต่ถ้าเรามัวแต่คิดว่าเงินมันน้อย แล้วเมื่อไหร่เราจะมีประสบการณ์แล้วเลื่อนขั้นเป็นเงินเดือนเยอะล่ะคะ ในเมื่อเราไม่ทำอะไรเลย เราควรลองผิดลองถูกและไม่เกี่ยงงานค่ะ

คนไทยในต่างแดน:จากขอนแก่นสู่บูคาเรสต์ประเทศโรมาเนีย

52. คุณ Dee Dee Vilkov

เมือง:มอสโก (Mocow) ประเทศรัสเซีย (Russia)

ตอนเราอยู่ไทยเรามองคนอยู่ต่างประเทศว่าเขามีแต่ความสุขความสบายทุกอย่าง มีเงินทองใช้จ่ายสบาย ไม่ต้องทำงาน สามีเลี้ยง มีค่ะ คนโชคดีและได้อยู่สบายแบบนี้มีเยอะค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกคนแน่นอนก่อนอื่นต้องแยกเป็น2ประเภท คือ 1) คนที่ทำงาน แน่นอนเลยใครๆก็อิจฉาคนมาทำงานต่างประเทศ ได้เงินเดือนเยอะ เที่ยว ใช่จ่ายฟุ่มเฟือย คือคนส่วนใหญ่จะมองเห็นเพียงเบื้องหน้าด้านเดียวค่ะ แต่เท่าที่ได้คุยกับคนทำงาน งานที่นี่ไม่ได้สบายเหมือนไทย เข้า 8:00 เที่ยงพัก กลับ 17:00. ตรงเวลาเป๊ะ คนทำงานที่นี่ทำงานหนักค่ะ ทำงานต่อเนื่อง งานไม่เสร็จไม่กิน ไม่กลับบ้าน เช่น งานนวด ถ้าลูกค้าให้นวดติดต่อกัน 3ช.ม. ต้องนวดจนกว่าจะหมดเวลา ไม่หยุด และถ้าวันนั้นมีลูกค้าจองทั้งวัน ก็ต้องทำติดต่อกันทั้งวันเลยค่ะ

คนที่มาอยู่กับสามี(ติดตามครอบครัว) ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวค่ะว่าฐานะเป็นอย่างไร #คนที่ได้สามีรวยจริงๆถือว่าบุคคลนั้นวาสนาดีมาก แต่บางคนมาแล้วพบว่าตัวเองต้องเป็นเมียน้อยหรือเมียเก็บก็มี หรืออาจโดนหลอกลวงก็เยอะค่ะ ตามข่าวที่เราเห็นกันบ่อยครั้ง #คนที่สามีฐานะปานกลาง ส่วนใหญ่เขาจะช่วยกันทำมาหากินค่ะ ต้องทำงานเหมือนอยู่ไทยนี่แหละค่ะ แค่เปลี่ยนประเทศเท่านั้นเอง บางคนเรียนมาน้อย ความรู้น้อย ต้องไปรับจ้างเป็นพนักงานทำความสะอาด รับจ้างกวาดถนน บางคนรับจ้างในสวนเก็บผักผลไม้ คือเกษตรกรค่ะ ลำบากต้องทน ต้องเก็บเงินเยอะๆ สิ่งเหล่านี้หลายๆคนเลือกที่จะไม่บอกใครมากกว่า คนทางบ้านจะได้ไม่ทุกข์ใจ คนไทยส่วนใหญ่เห็นคนกลับจากต่างประเทศไปเขาใช้เงินฟุ่มเฟือย เที่ยวเมืองไทย คนไทยจะคิดว่าคนอยู่เมืองนอกรวยทุกคน แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเลย พวกเขาต้องทำงานหนักแลกกับเงินเพื่อกลับบ้านเกิด กลับไปหาครอบครัว แค่บางช่วงเวลาเท่านั้นเอง แต่เหมือนได้ชาร์จแบตในตัวเองค่ะ และในบางครั้งอาจจะมาเจอครอบครัวสามีที่ไม่ต้อนรับต่างชาติ แบบนี้ก็ไม่มีความสุขเลยค่ะ

ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว และสิ่งที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆหลายคน มันคือความจริง เบื้องหน้าเบื้องหลังแต่ละคนจะต่างกันไป แต่ทุกคนจะโชว์ในด้านดีๆให้คนอื่นรับรู้ด้านเดียว อยากให้คนที่อยากมีสามีเป็นฝรั่ง ต้องอย่าหวังอะไรมากเกินไป และอย่ามาเพื่อหลอกเอาเงินเขาไปแล้วทิ้งเขา ขอให้เอาใจเขามาใส่ใจเรานะคะ ฝรั่งทำงานเก็บเงินเหมือนกันค่ะ

สิ่งที่ควรระวัง 1.สังคมคนไทยในต่างแดนค่ะ ไม่ค่อยจริงใจต่อกัน, หลอกหลวงกัน, แข่งขันกันโชว์.. 2. ครอบสามี อาจจะเจอแบบที่กล่าวไว้ข้างต้น 3. ระวังตัวเอง เวลาไปไหนก็ต้องระวังตัวเองเท่านั้น อาจเจอมิฉาชีพแฝงมาในกลุ่มคน

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพิษณุโลกสู่มอสโกรัสเซีย

53. คุณ ทอรุ้ง

เมือง:มอสโก (Mocow) ประเทศรัสเซีย (Russia)

ผู้หญิงไทยส่วนมากและคนไทยส่วนมากมีความคิดยึดติดกัน ทำให้มีค่านิยมกันแบบนี้ค่ะ 
คล้ายๆว่าเป็นความเชื่อที่ฝังกันมานานว่าการได้มาใช้ชีวิตที่เมืองนอกหรือการมีสามีต่างชาติ จะช่วยยกระดับมาตรฐานชีวิตให้ดีขึ้น มีความโก้หรู ดูเก๋
แต่บางคนก็รักกันโดยไม่มีเงื่อนไขในเรื่องผลประโยชน์ และเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง  บ้างก็ได้รับคำบอกเล่าจากผู้หญิงไทยที่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตต่างแดน

จึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นมักจะสรรหาคู่ต่างชาติ ไม่ว่าจากทางอินเตอร์เนต เดินทางไปทำงานยังเมืองท่องเที่ยว หรืออาจให้บุคคลที่รู้จักติดต่อหาคู่ให้

โดยปราศจากการไตร่ตรองถึงผลดีผลเสีย ทั้งที่ตอนนี้สามารถศึกษาข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียลได้ง่ายขึ้น
ผู้หญิงที่โชคร้ายก็โดนชายต่างชาติหลอกมาขายบริการทางเพศที่เมืองนอก หรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตแต่งงาน โดนสามีทุบตีทำร้ายทั้งภรรยาและลูกๆ บางเคสก็ถึงขั้นเสียชีวิต
ดิฉันจึงอยากให้หญิงไทยทุกคน ก่อนที่จะมาใช้ชีวิตที่เมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาทำงาน หรือการสมรส ก็ควรศึกษารายละเอียดข้อมูล ผลดีผลเสียให้ถี่ถ้วนซะก่อน
หากจะสมรสกับสามีชาวต่างชาติก็ควรศึกษาดูใจกันให้แน่ใจถึงลักษณะนิสัยใจคอ
อย่าด่วนตัดสินใจแต่งงานเพียงเพราะแค่อยากแต่งงานกับฝรั่งและได้ย้ายมาอยู่ต่างประเทศ
และต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง โดยการศึกษาข้อมูลของพื้นที่ที่เราจะไปอยู่อาศัย ภาษา วัฒนธรรม เพื่อที่จะได้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น

และควรหาแนวทางในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของภาษาและกฏหมาย

เพราะอนาคตหากเราต้องการหางานทำ ก็สามารถเป็นช่องทางที่ช่วยให้เราหางานทำได้ง่ายขึ้น ฝึกช่วยเหลือทำอะไรด้วยตัวเองเยอะๆ เช่น ฝึกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ติดต่อสถานที่ราชการ จำข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ เผื่อช่วยเราในกรณีฉุกเฉิน เช่น เบอร์โทรโรงพยาบาล สถานนีตำรวจ สถานฑูตไทยประจำประเทศนั้นๆ
หากยังไม่มีงานทำก็หมั่นเก็บออม มีเงินใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่หลงใหลใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไปกับการช้อปปิ้งข้าวของแบรนด์เนม หรือใช้ชีวิตตามแบบคนที่มีฐานะร่ำรวยแล้ว
อีกอย่างนึงที่สำคัญก็คือ การมีความเป็นมิตร มีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนชาวต่างชาติหรือคนไทยด้วยกัน ไม่เพียงแต่พวกเค้าเหล่านั้นจะช่วยให้คุณมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ช่วยคลายเหงา แต่ในอนาคตอาจจะพึ่งพาช่วยเหลือกันได้

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพัทลุงสู่มอสโกรัสเซีย

54. คุณ Pun Thitachai

เมือง Ivanovo ประเทศรัสเซีย (Russia)

คิดว่าอยากจะเเนะนำ การมาทำงานต่างประเทศคุณต้องปรับตัว เเละควรมาเเบบถูกกฎหมายเเละศึกษาว่าคนประเทศนั้นเขามีวัฒนธรรมยังไง ทุกชาติเเตกต่างกัน ทุกที่ทุกประเทศมีทั้งคนดีเเละไม่ดีเหมือนกัน ถ้าคุณเจอเเบบไม่ดีอย่าคิดว่าทุกคนเป็นเเบบนั้น เเละคุณต้องรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร อยากบอกคนที่คิดจะทำงานขายบริการทางเพศที่รัสเซียว่ากฎหมายที่นี่เขาเเรงไม่เหมือนที่อื่นที่สถานฑูตไทยอาจช่วยได้ ที่นี่คุณติดคุกจริงๆนะคะถ้าคุณทำผิด

ถ้ามาต่างประเทศเพื่อทำงาน ต่างประเทศถ้าคุณตั้งใจทำงานขยันเเละอดทน คนไทยอยู่ที่ไหนคุณก็สามารถมีเงินเก็บได้คะเลี้ยงครอบครัวได้สบาย

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากกรุงเทพสู่อีวานโนโวประเทศรัสเซีย

55. คุณ Sittha

เมือง:  เอดินเบอระ (Edinburgh) ประเทศ สก๊อตแลนด์ (Scotland)

ผู้หญิงไทยบางคนที่คิดว่าการย้ายมาอยู่ ยุโรป / Scotland แล้วทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ฉันอยากจะบอกว่านี่เป็นค่านิยมทางความเชื่อที่ยังไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ฉันอยากจะบอกว่าผู้คนที่นี่เขาก็ต้องทำงาน ทำมาหากิน หาเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์และอื่นๆเหมือนอยู่เมืองไทยนั่นแหละค่ะ อยู่ที่นี่ก็มีปัญหาวัยรุ่นตั้งท้อง ปัญหาคนตกงาน ปัญหาคนเร่ร่อน คนไม่มีบ้านอยู่ มีคนจน มีคนรวย เหมือนประเทศไทยและประเทศอื่นๆนั่นล่ะค่ะ อยู่ที่นี่ฉันเห็นคนไทยที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนับ 10 ปีขึ้นไป บางคนก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดี, บางคนก็มีธุรกิจร้านอาหารไทย หรือร้านนวดไทยแผนโบราณ พวกเขาเหล่านี้ต้องทำงานอย่างหนัก อดทน ประหยัด และใช้ชีวิตที่ห่างไกลจากอบายมุข เช่นการพนัน ในขณะเดียวกันฉันก็เห็นคนไทยที่อยู่ที่นี่เจอปัญหามากมายเช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดนทำร้ายร่างกายและจิตใจ ผู้หญิงบางคนอาศัยอยู่ที่นี่หลายปีและในบั้นปลายของชีวิตต้องเผชิญกับปัญหาการหย่าร้าง ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีเงิน เธอเหล่านั้นรู้สึกอับอายขายหน้า จึงไม่อยากบอกให้ญาติๆที่เมืองไทยได้รับรู้ จึงต้องอยู่คนเดียวในบ้านพักช่วยเหลือจากรัฐบาล

ฉันอยากจะบอกผู้หญิงไทยที่ตอนนี้ยังอยู่ที่เมืองไทยและกำลังคบหาดูใจกันกับชาวต่างชาติว่า ขอให้คุณมีความรักอย่างมีสติ หรืออีกอย่างหนึ่งที่ฉันชอบพูดกับเพื่อนๆเสมอว่า “รักอย่างมีสมอง” ค่ะ อันนี้ฉันหมายถึงให้คุณรักตัวเองให้มากๆ ขอให้คุณมีความสุขได้ด้วยตัวเองก่อน มองโลกแห่งความเป็นจริงเป็นพื้นฐาน ถามตัวคุณเองหลายๆคำถาม แล้วก็คิดวิเคราะห์คำตอบ เช่นผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่หรือไม่, ถ้าใช่เพราะอะไร, เวลาอยู่ด้วยกันแล้วคุณเป็นตัวของตัวเองหรือไม่, คุณอยากหัวเราะดังๆ อ้าปากกว้างๆคุณทำได้ไหม, ผู้ชายคนนี้ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของคุณได้ไหม, คุณใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานๆแล้วรู้สึกอึดอัดไหม, คุณยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้ไหม (อันนี้ต้องระวังบางทีก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลายปีกว่าจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา), ผู้ชายคนนี้ให้เกียรติและยกย่องคุณไหม, ผู้ชายคนนี้ฟังความคิดเห็นของคุณไหม, ผู้ชายคนนี้ปรับตัวเข้าหาคุณไหม, คุณรักผู้ชายคนนี้ไหมแล้วเขาล่ะรักคุณและปกป้องดูแลคุณไหม  ที่ฉันอยากให้คุณๆตั้งคำถามมากมายเพื่อถามตัวคุณเองก็เพราะว่า ฉันอยากให้คุณๆได้ใช้เวลาศึกษาดูใจกันให้ดีๆ  ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากแนะนำให้คุณมาเที่ยวบ้านของผู้ชายก่อน ลองมาใช้ชีวิตด้วยกันที่ต่างประเทศก่อน และขอให้คุณเลือกให้ดีๆก่อนที่จะตกลงแต่งงาน

ถ้าผู้หญิงไทยคนไหนที่ตอนนี้ได้มาแต่งงานและอยู่ที่ Scotland / ยุโรปแล้ว ฉันก็ขอให้คุณดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเพราะว่าบางทีเมื่อคุณมาอยู่ต่างประเทศจริงๆแล้ว อะไรๆอาจไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวังไว้ ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณให้ดีๆโดยการออกกำลังกาย เดินเล่นชมสวนสาธารณะและสถานที่ต่างๆ ออกไปหาเพื่อนๆบ้าง (คบแต่เพื่อนที่ดีๆ คบแล้วสบายใจ) ขอให้คุณรู้จักและมีความรับผิดชอบในหน้าที่ การดูแลสามี, บ้าน และลูกๆ (ถ้ามี) คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุด เพราะสามีและลูกๆคือคนในครอบครัวของคุณ เวลาที่มีอะไรที่ไม่เข้าใจกันก็ขอให้คุยกันแบบผู้ใหญ่ ขอให้พูดจากันดีๆด้วยเหตุด้วยผล ถ้าหาข้อสรุปและตกลงกันไม่ได้ก็ขอให้พบกันครึ่งทาง และเมื่อเคลียร์ปัญหานั้นๆไปแล้วก็ขอให้จบๆไป อย่าได้ขุดคุ้ย ปัญหาเดิมๆหรือเรื่องเก่าๆให้มาทะเลาะกันอีกเลย คุณควรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ถ้าภาษาท้องถิ่นยังไม่ดีพอก็ไปเรียนเพิ่ม ถ้าความรู้ทางภาษาท้องถิ่นพอใช้ได้แล้วและคุณมีเวลาว่างพอ ก็ควรหางานทำไม่มากก็น้อย เพื่อคุณจะได้ดูแลตัวเองได้ โดยไม่ต้องหวังพึ่งหรือรอแต่ขอเงินจากสามีค่ะ

ในขณะเดียวกัน ถ้าตอนนี้มีคนไทยที่กำลังอาศัยอยู่ที่ Scotland และขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เช่นการโดนทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ฉันขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ ฉันอยากแนะนำว่าอันดับแรกให้คุณพยายามตั้งสติ รวบรวมหลักฐานเช่นถ่ายภาพแผลฟกช้ำที่โดนทำร้ายเก็บไว้ ไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย คุณสามารถไปปรึกษา Shakti Women’s Aid (ชักตี้วีเมนเอด) Tel: 0131 4752399 หรือ info@shaktiedinburgh.co.uk ซึ่งเป็นหน่วยงานการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่มีความแตกต่างทางภาษาและเชื้อชาติที่ประสบกับปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อคุณถูกทำร้ายหรือถูกทำทารุณกรรมทางร่างกาย หรือจิตใจและคุณมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คุณสามารถแจ้งตำรวจได้ที่สถานีตำรวจ หรือโทรแจ้งความได้ที่ หมายเลข 101 หรือหากเป็นเหตุด่วนเหตุร้ายและฉุกเฉิน คุณสามารถติดต่อหมายเลข 999 ถ้าคุณไม่สามารถหรือไม่ค่อยมีความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจัดหาล่ามแปลภาษาเพื่อช่วยคุณในการแจ้งความได้ค่ะ

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครพนมสู่เอดินเบิร์กประเทศสก๊อตแลนด์

56. คุณ กุ้ง 

ประเทศสโลวาเกีย

สำหรับฉันคิกว่าก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ อย่างเช่นกรณีของฉันก็เช่นกันที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อเสียก็คือการไปโดยไม่ศึกษาให้ดีก่อนล่วงหน้า คิดแต่ว่ามีโอกาด และ คิดแต่เพียงว่า อยากจะไปให้ไกลเพื่อหนีปัญหา โดยไม่ได้คิดไว้ก่อนเลยส่าหนทางข้างหน้าจะไปเจอกับอะไรบ้างอน่างเช่นฉัน
แต่สำหรับหญิงอื่นที่ ต้องการใช้ชีวิตหรือย้ายถิ่นฐาน ไปอยู่ที่ต่างประเทศ เขาก็อาจจะมีหลายเหตุผล และส่วนใหญ่ที่ย้ายไปอยู่ประเทศ ก็มีแฟนเป็นชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่นะค่ะ แต่ถ้าคนทำอย่างฉันและเพื่อนๆ ก็คงจะมีโอกาสน้อยที่จะได้มีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศค่ะ แต่หลายๆคนก็ใผ่ฝันจะได้ไปอยู่ต่างประเทศทั้งนั้น แม้กระทั้งฉันเองก็คิดอยากจะมีแฟนต่างชาติเช่นกันค่ะ แต่คงจะไม่มีโอกาสดีเหมือนคนอื่นเขาหรอกค่ะ

และสำหรับคำแนะนำฉันคงจะไม่มีหรอค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยนะค่ะสำหรับคำแนะนำ เพราะฉันคงไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสามารถแนะนำให้สาวๆคนอื่นได้นะค่ะ

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากบุรีรัมย์สู่ประเทศสโลวาเกีย

57. คุณ Penpayom Poolkett  – ชื่อเล่น (ส้ม)

เมือง: โกเธนเบิร์ก (Gothenburg) ประเทศสวีเดน (Sweden)

อยากจะขอแนะนำเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน ที่จะมาเป็นแฟนกับคนสวีเดน (ขอเป็นที่ประเทศสวีเดนนะคะเพราะอยู่ที่นี่นาน) ก่อนอื่น ขอให้หาเวลาไปเรียนภาษาสวีเดนก่อนจะมา ถ้าไม่มีคอร์สสอน ในประเทศไทย เข้าไปหาในเวปยูทูป เคยเห็นคนเขาลงค่ะ หาเวลาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนี้ เช่นว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีของเขาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าต้องแตกต่างจากไทยมาก วันสำคัญของชาติมีวันอะไรบ้าง แต่ละเทศกาลเขาทำอะไรกันบ้าง ทานอาหารอะไรบ้าง ศึกษากฏหมายของเขาบ้างก็ดี (ตั้งคำถามกับอนาคตแฟนก็ได้ค่ะ จะเป็นผลพลอยได้คือ อนาคตแฟนเขาจะดีใจมากว่า ว่าที่ภรรยาเขามีความใจใส่กับตัวเขาและประเทศของเขา จะทำให้เขายิ่งรักและนับถือในตัวคุณเองเพิ่มขึ้น) ไปหัดฝึกทานอาหารฝรั่ง (ในกรณีที่ไม่ชอบทานอาหารพวกนี้หรือไม่คุ้นเคย) เพื่อว่าพอมาถึงจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ มารยาทบนโต๊ะอาหารที่นี่สำคัญมากค่ะ ถ้าว่างงานอยู่ ระหว่างรอวีซ่า ควรจะไปเรียนฝึกวิชาชีพ ไว้บ้างก็ดีค่ะ เช่นเรียนทำอาหาร ตัดผม ตัดผ้า มีความรู้ด้านพวกนี้จะทำให้หางาน
ง่ายขึ้น (ตอนนี้ตลาดแรงงานโดยเฉพาะอาชีพกุ๊ก กำลังจะขาดแคลน โดยเฉพาะกุ๊กในครัวใหญ่ ตามโรงพยาบาล โรงเรียน) ที่สำคัญ ขอให้พยายามทำความเข้าใจกับอนาคตสามีให้มากที่สุดว่าคุณเป็นคนอย่างไร สามีเป็นคนอย่างไร พยายามบอกกับครอบครัวที่เมืองไทยตามความเป็นจริงไม่ต้องสร้างภาพให้ดูดี เช่นว่า อนาคต สามีเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็บอกไปตามความจริง ไม่ต้องให้ความหวังกับพวกเขาว่าจะมีเงินส่งให้มากมาย ตราบใดที่คุณไม่ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี เมื่อได้มาอยู่แล้วควรจะพยายามดูทีวีสวีเดนบ้าง เพื่อฝึกฝนภาษา ไปไหนมาไหนให้พยายามจดจำสถานที่ที่ไปให้ได้ ถ้าสามีให้โอกาสเราช่วยเหลือตัวเองได้ เช่นฝึกให้ไปไหนมาไหนเองก็อย่าไปน้อยใจเขา ควรที่จะขอบคุณเขา เพราะมันจะทำให้เราเอาตัวเองรอดได้ เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ เช่น สถานีตำรวจ สถานทูต และเบอร์โทรศัพท์ของสามี ของคนใกล้ชิด มีไว้ติดตัวตลอด เพื่อเวลาฉุกเฉิน ที่สำคัญอีกอย่าง พยายามทำความดี มีความนอบน้อมถ่อมตน กับบรรดาญาติๆสามีเข้าไว้ให้มากให้เขารักเรา การมาอยู่ต่างประเทศใหม่ๆ ที่ทุกคนจะหนีไม่พ้นคือ ความเหงา ว้าเหว่ สิ่งที่จะแก้ได้ก็คือหากิจกรรมทำ เวลาอยู่บ้านคนเดียว เช่นหัดทำอาหารฝรั่ง(สวีดีช) ฝึกพูดภาษา ออกไปเดินข้างนอก เพื่อศึกษาภูมิภาคที่ตัวเองอยู่

อะไรบ้างที่ควรระมัดระวัง? การพนัน บางคนมาอยู่ใหม่ๆ มีความเหงาหงอย คิดถึงบ้าน ออกไปพบปะกับเพื่อน (ทั้งไทยและต่างชาติ) พากันเล่นการพนัน ตอนแรกก็เพื่อให้หายเหงาไปวันๆ ต่อมากลายเป็นว่าโดนผีพนันสิง จนทำให้มีปัญหาตามมา อย่าเชื่อใจคนง่ายๆ อย่าเอาเรื่องไร้สาระไปบ่นหรือคุยกับคนที่บ้าน อย่าขี้บ่นขี้น้อยใจจนเกินไป ที่สำคัญ อย่าทำตัวเป็นแม่กับสามีตัวเอง

อย่าไปตามกระแส เช่นว่า เห็นเพื่อนมีของแบรนด์เนม ก็อย่าไปอยากได้ ถ้าคุณมีงานมีการทำแล้วนั่นก็อีกเรื่อง ที่สำคัญสุดๆ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะอย่าเอาสามีคนอื่นมาเปรียบเทียบกับสามีคุณเอง ทั้งด้านความคิดและคำพูด (หมายความว่าอย่าไปพูดเปรียบเทียบให้สามีตัวเองฟัง) ขอให้คุณเป็นตัวของตัวเอง นั่นแหละดีที่สุด ถ้าไม่เข้าใจอะไรให้ถามสามี อย่าไปตีความเอง

ขอเพิ่มนิดหน่อยนะคะ เพราะสิ่งนี้ติดคาใจมานานค่ะคือว่า ช่วงหลังๆเมื่อปีสองปีนี้ มีผู้อพยพเข้ามาในสวีเดนมาก ดิฉัน เห็นคนไทยโพสต์บ่นกันบ่อยๆว่า ทางรัฐบาลสวีเดนให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก หลายๆคนพากันโกรธเกลียดพวกเขาไป ทำนองว่า เงินภาษีของประเทศไปลงกับ ผู้อพยพหมด ฯลฯ ขอแก้ข่าวนะคะ ในฐานะที่ดิฉันมีความรู้ด้านนี้เพียงพอที่จะบอกได้ว่า ทุกประเทศ ที่ขึ้นอยู่กับ EU ประชากร ของทุกประเทศมีสิทธิ์ที่จะย้ายถิ่นไปอยู่ไหนก็ได้ภายในกลุ่มนี้ แล้วที่มีผู้อพยพ ลี้ภัยการเมืองมาก เพราะประเทศเขาเหล่านั้นมีปัญหาสงครามกลางเมืองกัน ประเทศสวีเดนมีโควต้า จำนวนคนที่จะเข้ามา และเมื่อพวกเขาได้เข้ามาแล้ว ทางรัฐบาลสวีเดนก็จะได้เงินชดเชยจากองค์กรสหประชาชาติ เป็นรายหัวค่ะ (จำไม่ได้แน่นอนว่าคนละเท่าไหร่ที่สวีเดนได้ ) ต่อเดือนต่อปี ดังนั้น เงินภาษีของประเทศไม่ได้นำเอามาใช้ให้กับกลุ่มคนพวกนี้ทั้งหมด แต่ก็มีบ้างตามงบประมาณที่คณะกรรมการเขาทำไว้ อยากจะขอให้คนไทยพยายามค้นหาข้อมูลบ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องเครียดกับเรื่องนี้มากนัก บางครั้งดิฉันอ่านแล้ว ทำให้คิดไกลไปว่าไม่เฉพาะ คนอเมริกากลุ่ม Knkn เท่านั้นที่รังเกียจคนต่างชาติ แต่คนไทยก็เป็น คือว่าถ้าจะบ่นหรือไปโกรธเกลียดผู้อพยพ นั้น ขอให้ย้อนกลับมาดูตัวเองก่อนค่ะว่าคุณมาอยู่สวีเดนเพราะอะไรเหตุใด 90% มาอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการชีวิตที่ดีกว่าที่อยู่ไทย ( ดิฉันเองถูกส่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของน้าสาว เพราะว่าฐานะตอนนั้น ก่อนมาทางบ้านล้มละลาย ไม่สามารถส่งดิฉันเรียนต่อได้ ) แล้วทำไมคนอื่น จากประเทศอื่นเมื่อพวกเขาก็ลำบาก ที่จะอยู่บ้านเกิดเมืองนอนตัวเองได้ จะย้ายมาอยู่ที่นี่ไม่ได้เช่นกัน ทุกคนที่มาที่นี่ใหม่ๆ ก็ต้องใช้เงินรัฐบาล เงินภาษีของประเทศนี้เหมือนกัน แบบฟรีๆ การที่พวกคุณไปเรียนภาษาฟรี ลูกติดคุณมาไปเรียนฟรี หาหมอฟรี ฯลฯ นั่นก็เป็นเงินภาษีที่ประชากรของประเทศนี้ทำไว้เหมือนกัน ถ้ามาคิดให้ลึกลงไป คนอพยพเขายังนำเงินเข้าประเทศนี้ด้วยซ้ำ โดยผ่านทาง FN แต่ พวกเราล่ะ ที่ตามสามี ตามพ่อแม่มา เราเอาอะไรมาให้กับประเทศนี้บ้างก่อนที่คุณจะมีงานทำและจ่ายภาษี  อยากจะขอฝากว่าก่อนที่จะไปว่าเขาและโทษรัฐบาลสวีเดนว่ารับผู้อพยพเข้ามาก ขอให้คิดถึงใจเขาใจเราบ้างค่ะ ดิฉันทราบดีว่านับตั้งแต่กลุ่มอพยพรุ่นหลังๆมานี้ ทำให้มีอาชญากรรมมากขึ้นกว่าเดิม ก็จริง แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นคนร้ายซะเมื่อไหร่ ก็คล้ายกันกับที่เคยมีผู้หญิงสวีเดนออกมาเขียนบล็อกเกี่ยวกับผู้หญิงไทยเป็นโสเภณี และทำให้ชื่อเสียงของหญิงไทยเสีย จนเป็นเรื่องใหญ่ “ปลาตายตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง”

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครสวรรค์สู่กอเทนเบิร์กสวีเดน

58. คุณ ใกล้รุ่ง ผลาหาญ / Klairung Palahan ชื่อเล่น…รุ่ง /Rung

เมือง: โกเธนเบริก (Gothenburg) ประเทศ สวีเดน

ดิฉันคิดการที่จะมาอยู่ในต่างแดนต่างภาษาและวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยค่ะแต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปที่เราจะทำไม่ได้ เพราะถ้าคุณมีแฟนหรือสามีที่พบกันปีละสองหรือสามเดือนที่เมืองไทยหรือแม้กระทั่งไปที่ประเทศที่เขาอยู่แค่ช่วงสั้นๆ ซึ่งมันก็เหมือนการพักผ่อนของทั้งสองฝ่ายอะไรๆก็สวยสดงดงามตามกันไปทุกอย่าง แต่ถ้าวันใดที่คุณย้ายไปอยู่ร่วมกันเกินสามเดือนแล้วละก็คราวนี้แหละชีวิตจริงและการดิ้นรนก็กำลังเริ่มต้นขึ้น เพราะเมื่อมาอยู่ที่นี่ คุณต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งอยู่ที่นี่และส่งให้พ่อแม่หรือลูกๆที่เมืองไทย ถ้าสามีมีเงินให้ใช้จ่ายเพียงพอก็ไม่มีปัญหามากแต่ถ้าเขามีให้แค่คุณกินและใช้อย่างจำกัดแล้วละก็ คุณก็ต้องหางานเพื่อหาเงินเพื่อส่งครอบครัวที่เมืองไทยเอง เพราะค่าครองชีพที่นี่แพงมาก แต่ก่อนดิฉันก็คิดน้อยใจแฟนบ่อยๆเพราะเวลาไปร้านขายของแล้วดิฉันอยากซื้อของกินที่มันเกินราคาที่แฟนกำหนดไว้ แต่เขาไม่ให้ซื้อและบอกมันแพง ดิฉันยืนน้ำตาไหลเลยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้หาเงินเอง แต่วันนี้หาเงินเองได้ก็ไม่กล้าซื้ออีกอยู่ดีเพราะเสียดายเงิน กว่าจะหามาได้ ทั้งไหล่ทั้งเอวแทบจะหลุดออกจากร่าง ดิฉันเป็นแม่บ้านในโรงแรมค่ะคนที่ทำงานแบบนี้ก็จะรู้ว่ามันหนัก เพราะฉะนั้นเมื่อคุณตัดสินใจว่าจะมาใช้ชีวิตที่นี่ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษา อย่างน้อยก็ให้ได้ภาษาอังกฤษ เพราะที่สวีเดนหลายๆที่ยอมรับคนที่พูดและอ่านออกเขียนภาษาอังกฤษเข้าทำงาน แล้วเราค่อยเรียนภาษาสวีดิชควบคู่ไปกับการทำงาน และไปเรียนฝึกเกี่ยวกับวิชาชีพไว้เป็นพื้นฐานเมื่อไปที่โน่น อย่างเช่นวิชาชีพผู้ช่วยพยาบาล ที่สวีเดนต้องการบุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้คนไทยที่เรียนด้านนี้มาหางานได้ง่าย เพียงแค่มาแล้วไปเรียนภาษาสวีดิชและเรียนด้านผู้ช่วยเพิ่มเติมอีกตามมาตรฐานของที่นี่ ก็จะได้งานทำแน่นอน และอีกอาชีพที่หางานง่ายก็คือ งานนวดค่ะ มีร้านนวดเยอะมากในสวีเดน แต่ที่สำคัญเมื่อมาแล้วเราต้องไปเรียนภาษาเพื่อสื่อสารกับคนที่นี่ให้ได้ ถึงแม้คนสวีเดนจะพูดอังกฤษกันได้แทบทุกคนแต่เราก็ต้องเรียนอยู่ดีเพื่อที่จะอ่านหนังสือหรือฟังข่าวของเขาให้รู้เรื่อง เพราะพวกป้ายรถเมล์หรือป้ายสถานที่ต่างๆเขาเขียนเป็นภาษาสวีดิช ไม่ได้เขียนอังกฤษกำกับเหมือนบ้านเรา มาอยู่ที่นี่ต้องระวังเรื่องการทำผิดกฎหมายเพราะมันสามารถทำให้ความฝันของเราดับลงได้ในพริบตาเดียว มาแล้วต้องรู้ว่าสถานีตำรวจหรือสถานที่ราชการอยู่ที่ไหนเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินจะได้ไปขอความช่วยเหลือ มีเพื่อนคนไทยไว้บ้างเพื่อคอยแนะนำช่วยเหลือกันและพูดคุยจะได้ไม่เหงาและคิดถึงบ้าน สุดท้ายนี้ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ

การใช้ชีวิตในโกเธนเบริก สวีเดน

59. คุณ Netnapha Bunming

เมือง: Karlstad เขต Värmland ประเทศสวีเดน (Sweden)

การที่ผู้หญิงไทยหลายๆคนคิดว่าการได้ย้ายมาอยู่ที่สวีเดนนั้นจะทำให้ชีวิตดีขึ้น อยากจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างใรโลกนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดนะคะ ชีวิตอาจจะดีขึ้นจริง แต่ว่าไม่ใช่กับทุกคน คนไทยฆ่าตัวตายที่สวีเดนเกือบจะทุกปี ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น ถ้าคุณคิดว่าการที่จะมาอยู่ที่สวีเดนจะทำให้คุณสบาย ขอบอกว่าคุณคิดผิด ถึงคุณจะได้สามีร่ำรวย โดยที่คุณไม่ต้องออกไปหางานทำอย่างผู้หญิงไทยหลายๆคน แต่คุณก็ต้องทนกับอากาศที่หนาวเหน็บในฤดูหนาว คุณต้องอยู่ห่างไกลจากญาติพี่น้อง สิ่งแวดล้อมที่คุณคุ้นเคยมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไหนจะเรื่องภาษาอีก คำแนะนำที่ดิฉันจะแนะนำคงจะไม่มีประโยชน์อะไรมาก เพราะว่าสำหรับคนที่ตั้งใจแล้วว่าอยากจะมาคงจะไม่ค่อยอยากจะฟัง เข้าทำนอง คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าค่ะ สิ่งที่จะแนะนำสำหรับผู้หญิงไทยที่คิดจะย้ายถิ่นฐานมาสวีเดนคือ คุณ ต้องพกความอดทนมาเยอะๆค่ะ เพราะนี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเจอ

1. ภาษา นี่สำคัญมากถ้าคุณพูดภาษาสื่อสารไม่เข้าใจมันก็เหมือนคนเป็นใบ้ ที่สวีเดนมีทั้งคนดีและคนเลวเหมือนประเทศอื่นทั่วไปถ้าคุณไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้ คุณก็มีสิทธิ์โดนหลอกค่ะ ที่สวีเดนใช้ภาษาสวีเดนเป็นหลัก แต่ผู้คนส่วนมากก็พูดภาษาอังกฤษได้

2. เรื่องอากาศ เนื่องจากประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่อยู่ติดกับขั้วโลกเหนือ เพราะฉะนั้นพอถึงฤดูหนาวก็จะหนาวมาก ยิ่งขึ้นไปทางเหนือของประเทศอากาศก็จะยิ่งหนาว ตัวดิฉันเองอยูแถบภาคกลางบางปียังติดลบถึง -25 เวลาฤดูหนาวผู้คนส่วนมากจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน (หลังจากกลับมาจากทำงาน) บรรยากาศก็จะทึมๆเกือบตลอดฤดูซึ่งเราที่เคยอยู่เมืองไทยมีแดดตลอดเวลา อาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

3. มารยาททางสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมของการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่ แตกต่างกับบ้านเราที่เมืองไทยอย่างมาก ควรศึกษาก่อนมาจะดีที่สุด

คำแนะนำของดิฉันก็คงจะมีแค่นี้แหละค่ะ มันยากที่จะอธิบายความคิดออกมาได้หมดค่ะ เอาเป็นว่าถ้าคิดจะมาอยู่ที่สวีเดนก็ต้องพกคำว่า อดทนกับพยายาม มาให้เยอะมากๆค่ะ

ประเทศสวีเดนดีจริงไหม?

60. คุณ Annie Anniholm

เมือง:โอทวีดาแบรี่ Åtvidaberg  ประเทศ สวีเดน (Sweden)

เห็นด้วยนะคะที่บอกย้ายมาอยู่แล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นเพราะดีขึ้นจริงๆไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการและการดูแล ส่วนที่ต้องระวังก็คือการที่เราเอาพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่ไทยมาใช้ที่นี่ อยู่ที่ไหนก็เรียนรู้แบบอย่างที่ดีของที่นั่น และเรื่องภาษาสำคัญมากถึงเค้าจะเข้าใจภาษาอังกฤษเราก็ต้องใช้ภาษาสวีเดนเป็นหลักเพื่อได้รับงานที่ดีกว่าและอยู่ได้เองอย่างสบายใจไม่ต้องขึ้นอยู่กับใครค่ะ

คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน

61. คุณ Phimphan Sweden

เมือง: Vännäs ประเทศสวีเดน (Sweden)

กับคำว่าอยู่เมืองนอกส่วนมากก็คิดว่ามันต้องดีกว่าบ้านเรา(เมืองไทย) แต่ก็ไม่ใช่เสมอไปเพราะว่าเราต้องมาเริ่มใหม่ทุกสิ่งอย่าง ภาษา! อาหาร! อากาศ! วัฒนธรรม! สังคม!และเพื่อน เพราะว่าถ้าหากเราไม่ได้มีญาติพี่น้อง(มันก็เหงานะ) และก็ผู้ชายที่เขาพาเรามาอยู่สวีเดน ถ้าหากเขารักเราเอาใจใส่เราก็ถือว่าโชคดีนะ แต่หากว่าไม่เป็นเช่นนั้นก็จะต้องเลิกลากันเพราะความไม่เข้าใจกัน เพราะว่ามันคนละภาษาและวัฒนธรรม แต่ก็ทั้งนี้ทั้งนั้นคนสองคนต้องมีความชัดเจน รักและเข้าใจกัน

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากอุบลราชธานีสู่ประเทศสวีเดน

62. คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

เมือง: Finspång ประเทศ สวีเดน (Sweden)

อยากให้ข้อคิดว่า ถ้าคุณโชคดีคุณจะได้พอเจอแต่สิ่งดีๆค่ะ. แต่ก็อยากเตือนผู้หญิงไทยที่คิดว่าถ้าได้สามีสวีเดนแล้วจะรวยและสบายนั้น. ไม่ใช่เลยนะค่ะ คุณต้องพบเจออะไรอีกมากมาย. คุณต้องเรียนรู้เพื่อเอาตัวรอดในสังคมที่นี่ให้ได้. เหมือนคุณต้องใช้ชีวิตใหม่เลยค่ะเริ่มใหม่หมดทุกอย่าง. บางคนดวงดีก็เจอสามีดีอยู่อย่างพอมีพอกินไป. ถ้าเจอแย่ๆเห็นแก่ตัวก็จะโชคร้ายไปนะค่ะ ต้องคิดทบทวนให้ดีค่ะ. ฝรั่งสวีเดนมีดีมีร้ายปะปนกันไปแล้วแต่บุญวาสนาติ๊กเชื่อแบบนั้นค่ะ.

เริ่มต้นชีวิตใหม่ในสวีเดน

63. คุณ Anong Lindell

เมือง: สตอกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน (Sweden)

คนที่อยู่ตปทได้ตั้งเข้มแข็งค่ะ จะะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด เพราะหลายๆคนเป็นโรคซึมเซ้า เช่นประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี และหน้าหนาวจะมืดมาก สว่างอยู่2-3ชมต่อวัน คนไทยส่วนมากจะปรับตัวยาก คุณจะมีชีวิตที่ดีขึ้นถ้าคุณตั้งใจที่จะยืนด้วยขาของตัวเอง ไม่เอาชีวิตไปฝากไว้กับคนอื่น เช่นสามีเป็นต้นค่ะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดี บางคนได้สามีร่ำรวยและรักภรรยาแต่บางคน ได้สามีเห็นแก่ตัวค่ะ ถ้ามาจริงๆแนะนำให้เรียนภาษาท้องถิ่นก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยเลือกเรียนตามสายที่ชอบ ที่สวีเดนจะหางานง่ายถ้าได้ภาษาและมีวุฒิการศึกษา จะสามารถอับเงินเดือนได้ถ้ามีประสบการณ์ค่ะ สวีเดนจะให้โอกาสคนไม่ว่าหนุ่มหรือแก่หางานได้ทั้งนั้นค่ะถ้าขยัน คือถ้ามีงานทำไม่มีจนค่ะ อยากฝากสาวๆที่คิดจะแต่งงานมาอยู่ตปทว่า ให้ยืนด้วยขาของตัวเองค่ะ

คอยให้คำปรึกษากับหญิงไทยที่มาใช้ชีวิตในสวีเดน

64. คุณ Pranee

เมือง: สตอกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน (Sweden)

อันนี้ในความคิดส่วนตัวของหนูน่ะค่ะมันก็แล้วแต่คนว่าเขาจะวางแผนของชีวิตเขาไว้อย่างไรก่อนเขาเดินทางมาค่ะและคนที่เขาจะในชีวิตอยู่ด้วยเขามีฐานะขนาดไหนเขาตกลงกันยังไงน่ะเส้นทางของบางคนอาจจะเรียบหรูแต่บางคนส่วนมากที่หนูพบเจอคือต้องมีงานทำค่ะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงคนๆๆนั้นจะต้องศึกษาให้ดีๆๆก่อนน่ะค่ะก่อนมาแล้วเขาต้องมาสัมผัสกับตัวของเขาเองค่ะเพราะเราไปฟังจากคนอื่นไม่ได้ค่ะเพราะบางท่านเขาทีแฟนมีฐานะชีวิตเขาก็ขึ้นไปตามลำดับค่ะ

บางคนเขามีแฟนดีแฟนรักแฟนให้ทึกอย่างแต่ทางเขาทำตัวเองไม่ดีชีวิตเขาก็อาจเปลี่ยนได้ค่ะ

เพราะทุกสิ่งคนๆๆนั้นต้องเจอกับตัวเองค่ะว่ามาแล้วจะปรับตัวยังไงวางแผนแบบไหนทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวบุคคลค่ะว่าเขาจะปฎิบัติตัวแบบไหนค่ะ

เรื่องระมัดระวังก็อย่าเชื่อในสิ่งที่เราไม่เห็นไม่ได้ทำน่ะอย่าใส่สร้อยทองเมืองไทยอย่าถือกระเป๋าหรูเพราะตอนนี้ทองไทยขายได้ในโรงรับจำนำที่สวีเดนค่ะ

คนเรามีดีมีชั่วปะปนกันไปค่ะ เราทำตัวเราให้ดีและมีคุณค่าก็ดีสุดแล้วค่ะอย่าเชื่อคนง่ายทุกอย่างต้องมีเหตุผลค่ะเพราะคนที่นี่เขาระมัดระวังตัวกันน่ะค่ะ

มุมมองและประสบการณ์ของฉันเมื่อได้มาอยู่ในสวีเดน

65. คุณ จงเจริญ ศรแก้ว (Chongcharoen Sornkaew)  ชื่อเล่น ป๊อก (Pok) 

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลบานอนและเยอรมนี

สำหรับน้องๆหญิงไทยที่คิดจะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป ขอให้ดูก่อนอื่นเลยว่า ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เรามีต้นทุนติดตัวอะไรมาบ้าง เราทุกคนไม่ได้มามือเปล่าแน่นอน ต้องมีความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ขอให้มองเห็นคุณค่าของตัวเอง อาจจะเก่งภาษา อาจจะขีดๆเขียนๆ เก่ง อาจจะเป็นคุณแม่ชั้นยอด ภรรยาชั้นเยี่ยม อาจจะขับรถเป็น อาจจะทำอาหารเก่ง อาจจะนวดเก่ง อาจจะทำเล็บเป็น อาจจะเก่งงานเสริมสวย อาจจะเป็นเซลล์มือทอง อาจจะเป็นนักกีฬาเหรียญรางวัล อาจจะมีปริญญาติดตัวมา อาจจะทำขนมเก่ง อาจจะเป็นคนทำงานหนักเอาเบาสู้ อาจจะมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านความยากลำบากแบบหาคนเทียบยาก อาจจะเป็นคนประหยัดรู้จักอดออม เป็นคนมีระเบียบวินัย เป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น อาจจะมีหัวเรื่องการเงินการค้าขาย อาจจะเก่งงานสวนงานไร่ ไม่ว่าจะเก่งอะไรก็ขอให้รักตัวเองและสิ่งที่ตัวเองเป็น และนำทุนติดตัวนั้นมาใช้ให้ดีแต่สุด “แต่” พร้อมที่จะปรับตัวกับโลกใบใหม่ และ “ตระหนัก” ว่าเมืองนอกไม่เหมือนบ้านเรา

ไม่ว่าจะมีอะไรเป็นต้นทุนมา ดิฉันขอแนะนำว่าให้ขวนขวายหาความรู้และเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นติดตัว เพื่อช่วยตัวเองให้มากที่สุด การศึกษาและความรู้คือประตูเปิดไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ไม่ใช่โอกาสและดวงเพียงอย่างเดียว อย่าคิดว่าสามีต้องหาทุกอย่างมาให้ อย่าคิดไปตายเอาดาบหน้า เพราะฝรั่งเขาไม่เชื่อเรื่องการสิ้นคิดแบบนั้น หากต้องการชีวิตที่ดีกว่าก็ต้องรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ชีวิตที่ดีกว่าต้องเป็นชีวิตที่เรามีความพร้อมจะเผชิญปัญหาอุปสรรคด้วยสติ ปัญญาและความรู้รอบตัวด้วย

เรื่องที่ควรคำนึงมีหลายเรื่อง เรื่องแรก คือ เรามีเป้าหมายชีวิตอะไร ต้องการไปอยู่เมืองนอกเพื่ออะไร ถ้าจะหนีปัญหาที่เมืองไทย ขอให้รู้ว่าปัญหามีทุกที่ที่เราอยู่ ถ้าจะไปเพื่อปลดหนี้สินก็ต้องรู้ว่าทักษะอาชีพแบบไหนที่เราไปทำที่เมืองนอกได้ แม้จะไปเพื่อปลดหนี้สิน เราก็ยังต้องมีทุนสำรองติดตัวเพราะเมืองนอกเราไปขอข้าวใครกินไม่ได้

ถ้าไปเมืองนอกเพราะความรัก ก็ขอให้รู้ว่าความรักระหว่างคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมมันจะมีช่องว่างเสมอ ทำอย่างไรจะให้เราเข้าใจช่องว่างนั้น ไม่ดราม่ากับมันมากเกินไป มีไหวพริบเข้าใจความแตกต่างและปรับตัวได้ โดยไม่คิดแก้ตัวว่าเมืองไทยไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย คนไทยมีวัฒนธรรมอย่างนั้นก็ต้องทำอย่างนั้น ลืมไปว่าเรามาอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ การปิดช่องว่างทำได้ด้วยการสื่อสารที่เข้าใจกัน (ภาษาพูดกันรู้เรื่อง มีทักษะการรับฟัง มีศิลปะการพูด) ความพร้อมให้อภัยกัน ได้เติมเต็ม เปี่ยมรัก เปี่ยมความเข้าใจ

การแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน บางทีได้คู่ดีเหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ บางทีได้คู่ร้าย รักจืดจาง เขาทอดทิ้ง ก็เหมือนฝันร้าย ให้เตรียมใจเผื่อไว้ด้วย ไม่ทิ้งอนาคตตัวเองไว้กับมือคนอื่นทั้งหมด การทิ้งอนาคตคืออะไร คือ ปล่อยให้เขาเป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่าง ไม่เรียนภาษาไม่รู้ภาษา หรือเรียนแล้วไม่ใช้งานให้ได้จริง ไปไหนเองไม่เป็น ไม่สนใจเรียนรู้ว่าสิทธิตัวเองมีอะไรบ้าง ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามดวงตามกรรม ปล่อยให้สามีกดขี่ข่มเหงทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้จักปกป้องและรักตัวเองให้เป็น แต่ในทางกลับกัน หากเราต้องการให้สามีรักและซื่อสัตย์กับเรา เราก็ต้องรัก ซื่อสัตย์และให้เกียรติกับเขาด้วยเช่นกัน ไม่ทำอะไรปิดบังซ่อนเร้นเขา

เรื่องภาษาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บางทีรู้แค่ภาษาอังกฤษยังไม่พอ ประเทศในยุโรปหลายประเทศมีข้อบังคับให้ต้องเรียนภาษาให้ได้ระดับหนึ่งจึงจะได้รับวีซ่าแต่งงาน เพราะเขาเจอปัญหามามากและต้องการให้คนมาใหม่ได้กลมกลืนกับประชาชนของเขาได้ และไม่กลายเป็นภาระกับเงินภาษีอากรของเขาเพราะไม่รู้ภาษา ไม่ว่าระดับสมองของเราจะขนาดไหน ขอให้รู้ว่าภาษาเป็นสิ่งที่เรียนได้ถ้าขยัน และเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เราต้องเรียนให้อ่านออกเขียนได้ ตั้งแต่ก่อนออกจากเมืองไทยยิ่งดี เพราะจะเป็นประตูเปิดไปสู่โลกของการทำงานและการปรับตัวกับชีวิตใหม่ ป้องกันคนมาเอาเปรียบ และสามารถคุ้มครองตัวคุณและลูกของคุณได้ดีขึ้นถ้าคุณรู้ภาษา หรือถ้าพ่อตัวดีของคุณเกิดทำร้ายร่างกายคุณ หรือท้าหย่าขอเลิกทาง คุณก็จะได้หาที่พึ่งขอความช่วยเหลือได้

เรื่องที่จำเป็นมากอีกเรื่องหนึ่งแต่อาจจะไม่ใช่ทุกกรณีไป คือ เรื่องขับรถ เพราะการมีรถใช้ในเมืองนอกเป็นเรื่องค่อนข้างปกติ โดยเฉพาะคนที่บ้านอยู่ไกลเมืองหรือแหล่งชุมชน ถ้าขับเป็นจากเมืองไทย ก็ต้องมาปรับให้เข้าใจกฎจราจรของที่ต่างประเทศที่มีระเบียบมากกว่าบ้านเรามากมาย ถ้าขับไม่เป็นและสามีลงทุนให้เรียน อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คนที่ขับรถเป็นจะมีโอกาสหางานได้ดีกว่าด้วยแล้วยังทำให้สามารถเข้าระบบชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศใหม่ได้เร็วขึ้น

อีกเรื่องที่เป็นตัวช่วย คือการหาข้อมูลไว้แต่เนิ่นๆว่าถ้าคุณมีปัญหาจะติดต่อสถานทูตไทยและหน่วยงานช่วยเหลือคนต่างชาติได้อย่างไร เก็บเบอร์โทรที่สำคัญๆไว้ใช้ในยามจำเป็น ส่วนเรื่องการคบเพื่อนอย่าผลีผลามรีบสนิทกับใครเร็วจนเกินไป ควรอยู่ไปให้เข้าใจสภาพความเป็นอยู่นิสัยใจคอของกันและกันสักระยะหนึ่งก่อน คนไทยจำนวนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกนานๆมักจะปรับนิสัยใจคอวิธีคิดเหมือนคนต่างประเทศไปแล้ว คุณจะคบเขาก็ควรจะต้องเข้าใจเขาด้วยว่าเขาไม่ใช่คนไทยแบบที่คุณรู้จัก แต่เขาสามารถเป็นเพื่อนที่ดีได้แน่นอน เพราะเขาจะช่วยอธิบายเรื่องการปรับตัวให้คุณได้ดี ส่วนเพื่อนแท้นั้นจะปรากฏตัวให้เรารู้เอง อย่าเล่าทุกอย่างให้เพื่อนใหม่รู้ เอาความในออกนอกเพราะไม่รู้จะพูดกับใคร เพราะหากคุณได้เพื่อนไม่ดี เขาอาจนำคุณไปพูดถึงในทางเสียหายให้คุณเสียกำลังใจ เสียความรู้สึกได้ ขณะเดียวกันคุณอยากได้เพื่อนดีๆคุณก็ต้องเป็นเพื่อนที่ดีของคนอื่นด้วย

หากคิดจะมีชีวิตที่ดีกว่าในต่างประเทศต้องรู้จักปูทางให้ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้คือ หนังสือคู่มือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ บันได ๕ ขั้น สานฝันในต่างแดน ที่จะบอกคุณทุกขั้นตอนของการเตรียมตัวก่อนออกจากเมืองไทย การปรับตัวเมื่อไปถึง การบูรณาการสู่สังคมใหม่และการคืนสู่ถิ่นฐาน ถ้าคุณได้ศึกษาไว้ ก็จะเป็นการติดอาวุธทางปัญญา เพิ่มทักษะชีวิต เพิ่มการพึ่งตัวเองได้ระดับหนึ่ง ทั้งเป็นการเตรียมตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมปรับตัวพร้อมปรับทัศนคติ ซึ่งต่อไปในอนาคต ไม่ว่าคุณจะเจอดาบหน้าชนิดไหน ดิฉันเชื่อว่า คุณก็จะผ่านด่านเหล่านั้นไปได้ด้วยความพร้อม และสามารถกลมกลืนเป็นพลเมืองในประเทศใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากสมุทรสาครสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลบานอนและเยอรมนี

aust-3

66. คุณ ชาลิดา อนุอัน

เมือง: Baden. ตำบล Ehrendingen ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

บีคิดว่า ถ้าเรารักใครเราก็ต้องการท่ีจะเเต่งงานกับคนๆนั้น บีต้องการท่ีจะอยู่ด้วยกันกับสามี ไม่เคยคิดว่าต้องมีเงินค่ะ ต้องการท่ีจะอยู่กับคนรัก ตอนนั้นท่ีคิดอยากมีลูกสาว เพราะขอบลูกครึ่ง
อยากพูดได้หลายๆภาษา เเละมีงานทำ อยากเรียนในต่างประเทศ อยากเป็นคนเก่งค่ะ
ตอนนั้นบีคิดอย่างนี้จริงๆ เพราะตอนนั้นเด็กมากอายุ 20 ปีเองก่อนที่จะตกลงหมั้นหมายกับสามี สำหรับผู้หญิงมีหลายประเภทมากเเละบีก็เครารพความคิดของเขานะ บางท่านเเต่งงานกับคนไทยแล้วถูกสามีทิ้ง ผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกเอง ฉะนั้นการเเต่งงานใหม่กับชาวยุโรป จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ผู้หญิงไทยเอาใจเก่ง ซึ่งต่างจากผู้หญิงยุโรป. ประเทศไทยค่าเเรงตํ่า ทุกคนอยากมีชีวิตท่ีดี การได้มาอยู่ที่นี่หรือในทวีปยุโรป แน่นอนเงินคือปัจจัยหลักท่ีทุกคนต้องการ ใครบ้างไม่ต้องการเงิน เพราะอย่างน้อยๆสามารถช่วยเหลือครอบครัว เเละมีความเป็นอยู่ทางสังคมท่ีดีกว่าเเน่นอนค่ะ

สวิสเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สร้างรายได้ให้คนไทยอย่างมหาศาล ใครบ้างไม่อยากมา
หรือคุณว่าอย่างไร เงินตรา สัญชาติสวิสเเน่นอนที่ผู้หญิงไทยอยากได้ บีก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นค่ะ
มีผู้หญิงไทย อยากมาSwitzerland ..เเละมาที่นี่มาได้อย่างไรถ้าเป็นเมื่อก่อน 10 กว่าปีท่ีเเล้ว มาง่าย หากมีคนรับรองเเละสถานะภาพทางการเงินดีเเละมีอาชีพท่ีมั่นคงเเละมาเเบบเเต่งงานเเละทำงานหรือเรียนต่อ การท่ีจะอยู่ท่ีนี่ข้อเเรกเเต่งงานกับชาวสวิส(จดทะเบียนสมรส) เเละเรียนภาษาหางานทำอยู่ครบ 5 ปีแน่นอน สบายเเน่ทำตามขั้นตอนจนกว่าจะได้สัญชาติสวิส เเล้วต่อจากนั้นก็เเล้วเเต่ว่า เขาจะเลือกใช้ขีวิตเเบบไหนค่ะ

การใช้ชีวิตในSwitzerland ของบี เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เเต่มันเป็นการเดินทางเเละต่อสู้ท่ียาวนาน ร้องไห้เป็นพันครั้ง
ผิดหวังเสียใจไม่รู้กี่หน อดทนกับสภาพอากาศ ภาษาสองฟากวัฒนธรรมเเละการดำเนินชีวิตหลังจากสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2007 และเลี้ยงลูกสาวด้วยตัวเองตามลำพัง มีทั้งสุขเเละทุกข์ เเต่ชีวิตก็เหมือนความฝันถ้าเราทำสิ่งท่ีเราฝันด้วยความอดทนเเละพยายามท่ีจะให้ทุกอย่างสำเร็จ ทั้งนี้ก็อยู่ท่ีความ มุ่งมั่นและตั้งใจ มีสติในการดำเนินชีพ ชีวิตท่ีดีเกิดขึ้นได้หากเราคิดดีทำดี อดออม เเละท่ีสำคัญ สุขภาพท่ีดี คือความสุขที่เเท้จริง หากเรารู้จักคำว่าพอ.. สวัสดีเเละขอขอบคุณค่ะ

จากสมุทรปราการสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

67. คุณ เจี๊ยบ Brugg, Swiss

เมือง: Brugg , Konton Aagau ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland)

การมาสวิสเซอร์แลนด์ ก็เหมือนการไปอยู่ประเทศอื่น ๆ ที่เรามาจากต่างเมืองต่างภาษา วัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ถ้าคุณได้มีโอกาสมาแล้ว ขอให้อดทน เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมของเขา เชื่อว่าถ้าเรามุ่งมั่น เรียนรู้ อดทน ยังไงเราอยู่ได้แน่นอนค่ะ (อันนี้ก็ต้องขึ้อยู่กับคู่ชีวิตที่จะต้องช่วยผลักดันเราด้วยนะค่ะ) ยังไงขอให้ทุกคนโชคดีคะ

หรือบางคนที่ตามพ่อแม่มาหรือมาเรียนอะไรก็แล้วแต่ ขอให้เราอดทนและมุ่งหมั่นนะค่ะ คนไทยเราเก่งคะ เราทำได้
ขอบคุณมากค่ะ เจี๊ยบ จีระภา พันซ์เนอร์

ชีวิตและประสบการณ์เปิดร้านนวดไทยในสวิสเซอร์แลนด์

68. คุณ Pawina September

เมือง:โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)

ในความคิดเห็นส่วนตัว ดิฉันอยากบอกผู้หญิงไทยที่คิดจะแต่งงานกับชาวต่างชาติต่างๆ หรือผู้ชายแอฟริกาใต้ ก่อนอื่นคุณควรศึกษานิสัยพื้นฐานของคนประเทศนั้นๆ ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ อากาศในประเทศที่คุณย้ายตามสามีไปอยู่ที่ประเทศนั้นๆให้ดีเสียก่อน ภาษา เพราะบางประเทศไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ คุณต้องไปเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มเติมเพื่อให้สื่อสารรู้เรื่อง เตรียมพร้อมที่จะเผชิญ ความโดดเดี่ยวความเหงาเพราะสังคมจะแตกต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้เมื่อต้องอยู่คนเดียวเวลาสามีไปทำงาน ยิ่งไม่มีพื้นฐานด้านภาษายิ่งลำบาก เพราะคุณจะต้องสื่อสารกับบุคคลรอบข้างคุณ ไม่ใช่คุยรู้เรื่องแค่คุณกับสามี ควรไปเรียนวิชาชีพติดตัวมาบ้างในสิ่งที่คุณรัก เช่น เรียนทำอาหารคาวหวาน เสริมสวยต่างๆหรือนวดแผนไทย สปา ตามที่คุณชอบและถนัดติดตัวมาบ้าง บางทีคุณอาจได้ใช้มันพัฒนาตัวเองหรือสามารถทำงานได้ อย่าคิดแค่ว่าไปตายเอาดาบหน้า ไปถึงไปอยู่แล้วค่อยหัด ค่อยเรียนรู้เอา ใช่ค่ะคุณอาจคิดถูกแต่ถ้าคุณไม่มีพื้นฐานมาเลยจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน และคุณจะมีโอกาสได้เรียนรู้ไหม เพราะในแต่ละประเทศ แตกต่างกันมากโดยเฉพาะ แอฟริกาใต้

หากคุณคิดว่า อยากจะแต่งงานกับผู้ชายที่นี่ ย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น คุณเสี่ยงมาก คุณอย่าลืมผู้ชายไม่ว่าเชื้อชาติอะไร สัญชาติไหนก็คนเหมือนกัน มีทั้งดีและเลว ปะปนกันไป ตอนคบกันคุยกัน เขาอาจเป็นคนดีที่สุด แต่พอมาอยู่กับเขาที่ต่างประเทศเขาอาจเปลี่ยนไปก็ได้ และคุณอาจต้องมาอยู่กับครอบครัวเขา พ่อแม่พี่น้องหรือแม้กระทั่งลูกติดจาก ภรรยาเก่าของผู้ชายคนนั้น ถ้าทุกคนยินดีต้อนรับคุณมาเป็น สมาชิกในครอบครัวเขาคุณโชคดีค่ะ แต่ถ้าตรงกันข้ามล่ะ คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดไม่ว่าคุณจะเผชิญเจอสถานการณ์แบบไหน ไม่ใช่ว่า ทุกคนที่แต่งงานกับชาวต่างชาติจะโชคดีเจอสามีดีและรวยอย่างเดียว พวกเขาอาจเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งหรือมีกิจการเล็กๆเป็นของตัวเองพร้อมหนี้สินก็ได้

การแต่งงานควรจะแต่งเพราะรักแต่งเพราะอยากมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ พร้อมจะดูแลซึ่งกันและกันไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข พร้อมที่จะเผชิญ ทุกปัญหาและช่วยกันแก้ปัญหาไปด้วยกัน เพราะหญิงไทยหลายๆคนที่คิดจะแต่งงานกับชาวต่างชาติเพียงเพราะหวังว่าให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น หวังแค่เงินของผู้ชายเหล่านั้นมาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วยใช้หนี้ใช้สินที่คุณมี คนที่คิดแบบนี้มักประสบกับการถูกผู้ชายทิ้งลอยแพ หย่าร้าง และบางคนมาที่นี่ปรับตัวไม่ได้ ติดสังสรรค์ ติดการพนัน และอาจนำไปสู่การนอกใจและสุดท้าย ติดยาเสพติด เยอะมากแบบนี้ และบางคนมาแบบไม่มีวีซ่า อยู่ที่แอฟริกาใต้ 5 ปี 10 ปีหรือมากกว่านั้นยังกลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะมีครอบครัวที่นี่ ถ้ากลับเมืองไทยก็จะกลับเข้ามาอีกไม่ได้ สุดท้ายอยากบอกผู้หญิงไทยทุกคนว่าผู้ชายต่างชาติไม่ได้รวยทุกคนและไม่ได้เป็นคนดีทุกคน ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถ้าไม่ดีหาเอาใหม่ ถ้าคิดแบบนี้คุณอาจเอาชีวิตมาทิ้งที่แอฟริกาใต้ก็ได้

ชีวิตในแอฟริกาใต้:มารู้จักกับแอฟริกาใต้

69. คุณ Pawina September

เมือง: ไถหนาน – Tainan ประเทศใต้หวัน (Taiwan)

ในมุมความคิดเล็กๆของผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นอะไรมาค่อนข้างหลายปีในไต้หวัน ไม่ว่าจะแต่งงานกับคนชาติใดภาษาใด ข้อแรกที่คุณควรตระหนักคือ เขาก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่มีทั้งดีและเลว อย่าคิดว่าแต่งงานกับเขาแล้วคุณจะสบายจะกอบจะโกยรักควรเป็นสิ่งประกอบแรก ของการใช้ชีวิตคู่ บางคนเคยแต่งงานหรือเคยมีคู่รักที่เป็นชาติเดียวกัน (ไทย) ก็เริ่มจากความรักพัฒนาจนได้แต่งงานกัน แต่พอเป็นต่างชาติสิ่งที่คุณหวังจะได้จากเขากลับสิ่งแรกไม่ใช่รัก และอีกอย่างการที่คุณจะแต่งงานย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตในต่างประเทศคุณต้องพร้อมทั้งกายใจ สิ่งที่จะต้องเจอ คือภูมิอากาศ ภาษา ความเป็นอยู่ อาหาร ครอบครัวของเขา และสิ่งประกอบอีกมากมาย มันจะต่างจากสิ่งที่คุณฝันไว้ก่อนไป อย่างสิ้นเชิง หัดอยู่คนเดียวให้เป็น และสุดท้ายคนที่คุณจะไปอยู่กับเขา(แฟน หรือสามี) เขาอาจเปลี่ยนไปจากที่รู้จักกัน ก่อนที่จะมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

จากมุมมองผู้หญิงคนหนึ่งอาจไม่ใช่ทั้งหมดถูกต้อง แต่ดิฉันมองจากประสบการณ์ ที่เคยเจอทั้งดีและร้าย

ครั้งหนึ่งกับประสบการณ์ชีวิตของแรงงานไทยและการใช้ชีวิตในประเทศไต้หวันยาวนานถึง 15 ปี

70. คุณ Rita

เมือง:  ฮอนโนลูลู (Honolulu) ประเทศสหรัฐอเมริกา(USA)

โดยส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเหมือนอยู่บ้านเราค่ะ บ้านเรายังมีญาติพี่น้องชิดใกล้ แต่อยู่ที่นี่เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ต้องทำหรือตัดสินใจเพียงคนเดียว ดิ้นรนต่อสู้อย่างยากลำบาก อยากให้ผู้หญิงไทยมองถึงหลักความเป็นจริงมากกว่านี้ว่าการที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้สบายอย่างที่คิด ไม่ได้อยู่แต่บ้านดูแลสามีและลูกค่ะ อยากให้ผู้หญิงไทยเวลาคบหาดูใจกับชาวต่างชาติ ให้ศึกษาให้ดี ให้ถ่องแท้ อย่าคิดแต่ด้านบวก ไม่ได้แนะนำให้คิดทางด้านลบ แต่ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอค่ะ

ผู้หญิงไทยในต่างแดน:จากสุราษฎร์ธานีสู่ฮอนโนลูลูประเทศสหรัฐอเมริกา

71. Trevor Bide 

เจ้าของบล็อก ประเทศอังกฤษ (England)

คุณเทรเวอร์ ไบด์ : ให้สัมภาษณ์เพจ Big Sister ถึงจุดประสงค์ของการทำเพจ Thai Women Living Abroad และข้อคิดมุมมอง คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ผู้หญิงไทย

สัมภาษณ์: ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศหรือผู้ที่กำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

 

เพิ่มเติม

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 1)

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับผู้หญิงไทยที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ช่วงที่ 2)

ค้นหาโรงแรมและที่พักแบบอื่น ๆ ในประเทศไทยและทั่วโลก

เขียนโพร์ไฟล์หาคู่

สำหรับท่านที่สนใจจะให้ผมบริการเกี่ยวกับการเขียนโพร์ไฟล์หาคู่หรือเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถคลิกลิงค์ตรงนี้เพื่อติดต่อ เทรเวอร์ ซึ่งลิงค์นี้จะแยกออกจากเพจครับ

เจอกับชาวต่างชาติ

เจอกับชาวต่างชาติ

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s