เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 27

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 27

ในวิดีโอที่ 20 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการใช้ possessivo การแสดงความเป็นเจ้าของกับคนในครอบครัวค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 20
บทที่ 20
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!
ฉันสบายดีมากค่ะ!
– Oggi è Domenica finalmente!
ในที่สุด วันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ซะทีค่ะ!
– Voi che cosa fate la Domenica?
พวกเธอทำอะไรกันบ้างในวันอาทิตย์คะ
– Io vado a trovare la mia famiglia!
ฉันไปเยี่ยมครอบครัวของฉันค่ะ!
– Eee!
เอออ!
– “La mia famiglia” è il titolo della ventesima lezione, finalmente la ventesima lezione del corso “OneWorlditaliano” video.
“ครอบครัวของฉัน” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่ยี่สิบ ในที่สุดก็ถึงบทเรียนที่ยี่สิบของหลักสูตร
“OneWorlditaliano” วิดีโอแล้วค่ะ
– Che bello, siamo arrivati fino a venti.
มันดีเนอะ พวกเรามาถึงบทที่ยี่สิบกันแล้วค่ะ
– Eee! Benissimo!
เอออ! ดีมากค่ะ!
– Quindi che cosa impariamo oggi?
ดังนั้น วันนี้พวกเราจะมาเรียนรู้อะไรกันดีคะ
– Come che cosa?
เรียนอะไร อย่างไรเหรอคะ
– Impariamo a parlare della nostra famiglia, che è la cosa più importante in assoluto.
พวกเรามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง ครอบครัวของพวกเรากันค่ะ เรื่องครอบครัวมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดอย่างแน่นอนค่ะ
– Ricordate la lezione tre?
พวกเธอจำบทเรียนที่สามกันได้ไหมคะ
– Era tra i primi posti, la famiglia è fondamentale.
มันอยู่ในลำดับแรกๆ เลยค่ะ ครอบครัวมันเป็นรากฐานสำคัญเลยค่ะ
– E poi come sempre impariamo tante, tante, tante parole nuove.
แล้วก็เหมือนอย่างเช่นเคย พวกเราจะได้เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ มากมาย
– E tanto altro.
และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ
– Eee! Bene! Eeee!
เอออ! ดีค่ะ! เอออ!
– Adesso scusate che sto organizzando questa bellissima giornata.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ตอนนี้ฉันกำลังวางโปรแกรมของวันที่สวยงามวันนี้อยู่ค่ะ
– E sono, come sempre, ancora a casa mia.
และฉันก็เหมือนทุกครั้งค่ะ ฉันยังอยู่ที่บ้านของฉันอยู่เลยค่ะ
– Come vedete.
อย่างที่พวกเธอเห็นกันอ่ะค่ะ
– E in chat.
และกำลังแชทอยู่ค่ะ

– Per organizzare.
สำหรับการจัดวางโปรแกรมค่ะ
– Abbiate pazienza un attimo.
พวกเธออดทนรอกันสักครู่นะคะ
– Mando l’ultimo.
ฉันส่งประโยคสุดท้ายละค่ะ
– Mando l’ultimo messaggio.
ฉันส่งข้อความสุดท้ายก่อนนะคะ
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Lo so che devo sempre fare i fatti miei.
ฉันรู้ค่ะว่า ฉันต้องทำธุระต่างๆ ของฉันอยู่ตลอดเลยค่ะ
– Ops!
อุ้ย!
– Mi sta squillando il telefono fisso.
เสียงโทรศัพท์บ้านกำลังดังค่ะ
– Abbiate un attimo di pazienza, scusate.
พวกเธออดทนรอกันสักครู่นะ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Scusate, scusate!
ขอโทษพวกเธอ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Pronto?
ฮัลโหล
– Eee!
เอออ!
– Ciao mamma!
สวัสดีค่ะแม่!
– È mia madre.
เขาคือแม่ของฉันค่ะ
– Ommm!
อืมมม!
– Abbiate un attimo di pazienza.
พวกเธออดทนรอกันสักครู่นะคะ
– Lei, Lei non chatta.
แม่เขาไม่แชทค่ะ
– Lei telefona
แม่เขาโทรศัพท์มาค่ะ
– Scusate, scusate, è importante, scusate un attimo.
ขอโทษพวกเธอนะคะ ขอโทษพวกเธอด้วย มันสำคัญ ขอโทษพวกเธอด้วยสักครู่นะคะ
– Eee!
เอออ!
– Pronto mamma? Sì, sì, sì, bene grazie!
ว่าไงคะแม่ ค่ะ ใช่ค่ะๆ ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ!
– Ah, mi fa piacere!
ฮ่า มันทำให้ฉันรู้สึกดีจังค่ะ!
– Bene bene!
ดีค่ะๆ !
– Dimmi, dimmi, in fretta!
แม่บอกมาซิค่ะ แม่บอกฉันมาเร็วๆ ค่ะ!
– Eee!
เอออ!
– Sì, sì, sì, mamma sto facendo lezione.
ค่ะ ใช่ค่ะ ใช่ แม่คะ หนูกำลังสอนอยู่ค่ะ
– Eee!
เออ!
– Ah! Sì, sì, sì, certo, perfetto.
ฮ่า ค่ะๆๆ แน่นอนค่ะ เยี่ยมมากค่ะ
– All’una in punto.
บ่ายโมงตรงนะคะ
– Sarò puntuale questa volta, promesso.
ครั้งนี้ฉันจะไปให้ตรงเวลานะคะ ฉันสัญญาค่ะ
– Emmm!
อืมมม!
– Chi c’è? Ah ok!
มีใครบ้างคะ ฮ่า โอเค!
– Ma scusa mamma, una domanda.
แต่ว่า ขอโทษนะแม่ ขอถามหน่อยค่ะว่า
– Eee!
เอออ!
– Chi c’è a pranzo con noi?
มีใครที่มาทานอาหารมื้อเที่ยงกับพวกเราบ้างคะ
– Ah, va bene, sì.
ฮ่า ตกลงค่ะ ค่ะ
– Anche? Wow!
ด้วยเหรอคะ ว้าว!
– Anche loro?
พวกเขาด้วยเหรอคะ
– Va bene!
ตกลงค่ะ!
– Ma eee!
แต่ว่า เอออ!
– Ma scusa un attimo mamma.
แต่ว่าขอโทษนะ แป๊บนึงนะแม่
– Ma c’è posto per tutti a tavola?
แต่ว่ามีที่นั่งพอสำหรับทุกคนด้วยเหรอแม่
– Ah, ci stringiamo!
ฮ่า พวกเราก็นั่งเบียดๆ กันไง!
– Sì, ci stringiamo.
ค่ะ พวกเรานั่งเบียดๆ กันค่ะ
– Va bene, mamma.
โอเคค่ะแม่

– Guarda, adesso devo chiudere.
เอาหล่ะแม่ พอแค่นี้นะแม่
– Ci vediamo dopo.
แล้วเจอกันค่ะแม่
– Eee!
เอออ!
– un bacio, un bacio.
หอมทีหนึ่งค่ะ หอมที่หนึ่ง
– Ciao a dopo mamma.
สวัสดีค่ะ แล้วพบกันค่ะแม่
– Ciao, ciao, ciao.
บ๊ายบายๆ ค่ะ
– Emmm!
อืมมม!
– Bene bene!
ดีค่ะๆ !
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Era mia madre.
เขาคือแม่ของฉันค่ะ
– Vi ho detto, lei non chatta.
อย่างที่ฉันบอกกับพวกเธอไปไงคะ ว่าแม่เขาไม่เล่นแชทค่ะ
– Lei chiama direttamente.
แม่เขาโทรศัพท์มาหาโดยตรงเลยค่ะ
– Ah, Ah!
ฮ่าๆ!
– Va bene! Eee!
โอเคค่ะ! เอออ!
– Stavamo dicendo.
พวกเราพูดค้างกันไว้ว่า
– Mia mamma, scusate, mi ha detto, tutte le persone che vengono oggi a pranzo a casa.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ แม่ของฉัน เขาได้บอกฉันว่า ทุกคนจะมาทานอาหารมื้อเที่ยงที่บ้านวันนี้ค่ะ
– Sono tante!
มีหลายคนมากมายเลยค่ะ!
– Chi sa!
ใครจะรู้หล่ะ!
– Lei dice.
แม่เขาบอกว่า
– “Ci stringiamo”.
“พวกเราก็นั่งเบียดๆ กันค่ะ”
– Oh mio Dio! Ah Ah!
โอ้ว คุณพระช่วย ฮ่าๆ!
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Mi ha detto che vengono.
แม่เขาบอกว่า พวกเขาจะมากันค่ะ
– Eee! Sì!
เอออ! ใช่!
– Ci sono i miei genitori.
มีพ่อแม่ของฉันค่ะ
– Emmm!
อืมมม!
– Mio padre e la mia cara mamma.
พ่อของฉัน และแม่ที่รักของฉัน
– Eee!
เออ!
– Poi i miei fratelli.
แล้วก็พวกพี่ชายน้องชายของฉันค่ะ
– Il mio fratello minore.
น้องชายของฉันก็มาค่ะ
– Il mio fratello maggiore.
พี่ชายของฉันก็มาค่ะ
– Il mio fratello maggiore Giovanni con la sua famiglia.
จิโอวานนิพี่ชายของฉันก็มากับครอบครัวของเขาด้วยค่ะ
– Quindi mia cognata e il mio nipotino Lorenzo.
พวกเขาก็คือ พี่สะใภ้ของฉันและหลานชายตัวน้อย โลเรนโซ่ ของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Ciao bambolotto.
สวัสดีเจ้าหลานตัวน้อยจ้า
– Tra parentesi
เป็นที่รู้กันนะคะ
– Poi vengono anche i miei zii.
แล้วพวกลุง ป้า น้า อา ของฉัน พวกเขาก็มากันด้วยค่ะ
– Mio zio Marco e mia zia Mariola.
ลุงมารโคของฉันและป้ามาริโอล่าของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Le mie cugine.
สาวๆ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Mia cugina Vale.
วาเล่ ลูกพี่ลูกน้องสาวของฉันก็มาค่ะ
– Mia cugina Enrica.
สาว เอนริค่า ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาค่ะ
– Mia cugina Giorgia.
สาวจิโอรจ้า ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาด้วยค่ะ
– i miei cugini.
พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Mio cugino Giacomo.
หนุ่มจิอาโคโม่ ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Mio cugino Alberto.
หนุ่มอาลเบรโต่ ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาค่ะ
– Mio cugino Filippo.
หนุ่มฟิลิปโป้ ลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาด้วยค่ะ
– Sì, siamo un bel pò di gente.
ใช่ค่ะ พวกเรารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ทีเดียวค่ะ
– C’è mia sorella.
มีน้องสาวของฉันด้วยนะคะ
– Sì, siamo un po’ tutti.
ใช่ค่ะ พวกเรามีกันครบทุกคนเลยค่ะ
– Va bene, va bene!
โอเคค่ะ โอเค!
– Adesso mi devo preparare ad affrontare una bellissima giornata.
ตอนนี้ฉันต้องเตรียมตัวและเผชิญหน้ากับวันที่สวยงามวันนี้ค่ะ
– Ma un pochino caotica.
แต่ว่า มันก็จะวุ่นวายนิดหน่อยค่ะ
– Ma qui da noi siamo abituati.
แต่ว่าที่นี่ พวกเราเคยชินแบบนี้กันค่ะ
– Eee! Bene!
เออ! ดีค่ะ!
– Prima di uscire.
ก่อนที่จะออกไปข้างนอกนั้น
– Lo so, è già tardi e io sono ancora a casa.
ฉันรู้ค่ะว่ามันสายแล้ว และฉันก็ยังอยู่ที่บ้านอยู่เลยค่ะ

– Però vediamo che cosa impariamo oggi.
แต่ว่า พวกเรามาดูกันค่ะว่า วันนี้พวกเราเรียนรู้อะไรกันไปบ้างค่ะ
– Allora, prima di tutto.
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ
– Una cosa fondamentale.
สิ่งที่เป็นรากฐานเลยค่ะ
– Una cosa molto molto importante.
เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ค่ะ
– Che è la famiglia.
นั่นก็คือครอบครัวค่ะ
– Quindi vediamo, ho fatto un po’ di esempi.
ดังนั้นพวกเรามาดูกันค่ะ ฉันได้ทำตัวอย่างต่างๆ ให้ดูกันด้วยค่ะ
– Allora, prima di tutto ci sono i nonni.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลยนะคะ มีพวก ปู่ ย่า ตา ยาย ค่ะ
– Purtroppo, i miei nonni non ci sono perché non ci sono più.
น่าเสียดาย ที่ปู่ย่าตายายเขาไม่มากัน เพราะว่าพวกเขาเสียชีวิตกันไปแล้วค่ะ
– Ma ci sono i miei genitori.
แต่ว่ามีพ่อแม่ของฉันค่ะ
– E i miei zii.
และพวกลุงป้าน้าอาของฉันค่ะ
– Quindi, i miei nonni erano.
ดังนั้น พวกปู่ย่าตายายของฉันคือ
– Mio nonno e mia nonna.
ปู่หรือตาของฉัน และ ย่าหรือยาย ของฉันค่ะ
– I miei genitori.
พวกพ่อแม่ของฉัน
– Mio padre o il mio papà.
พ่อของฉัน (แบบไม่มีคำนำหน้านาม) หรือว่า พ่อของฉัน (แบบมีคำนำหน้านาม)ค่ะ
– Mia madre o la mia mamma.
แม่ของฉัน (แบบไม่มีคำนำหน้านาม) หรือว่า แม่ของฉัน (แบบมีคำนำหน้านาม) ค่ะ
– Poi i miei fratelli.
แล้วก็พวกพี่ชายน้องชายของฉันค่ะ
– Io ho due fratelli.
ฉันมีพี่น้องสองคนที่เป็นผู้ชายค่ะ
– Posso dire mio fratello.
ฉันพูดได้ว่า พี่ชายหรือน้องชายของฉันค่ะ (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Oppure il mio fratello maggiore.
หรือ พี่ชายของฉัน (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Il mio fratello minore.
น้องชายของฉัน (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Io ho una sorella.
ฉันมีพี่สาวหรือน้องสาวคนนึง
– quindi mia sorella.
ดังนั้น คือ พี่สาว/น้องสาว ของฉันค่ะ (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Però si può dire.
แต่ก็สามารถพูดได้ว่า
– La mia sorella maggiore, più grande.
พี่สาวของฉันคนที่แก่กว่า (แบบมีคำนำหน้านาม)
– La mia sorella minore, più piccola.
น้องสาวของฉัน คนที่อายุน้อยกว่า (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Emm!
เอมม!
– Poi, i miei zii.
แล้วก็พวกลุงป้าน้าอาของฉันค่ะ
– Mio zio.
ลุงหรืออาของฉัน ที่เป็นเพศชาย (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Mia zia.
ป้าหรือน้าของฉัน ที่เป็นเพศหญิง (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– I miei cugini.
พวกลูกพี่ลูกน้องของฉันค่ะ
– Mio cugino.
ลูกพี่ลูกน้องของฉัน ที่เป็นเพศชาย (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Mia cugina.
ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่เป็นเพศหญิง (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Oppure.
หรือว่า
– Perché io ho cugini maschi e cugine femmine.
เพราะว่าฉันมี พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายหลายคน และลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงหลายคนค่ะ (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– I miei cugini Giacomo, Alberto, Filippo.
หนุ่มจิอาโคโมะ หนุ่มอัลแบรโต้ หนุ่มฟิลิปโป้ พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายของฉันค่ะ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Le mie cugine Valentina, Enrica e Giorgia.
สาววาเลนติน่า เอนริค่า และ จิโอรจิอา พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงฉันค่ะ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi singolare e plurale.
ดังนั้น มีเอกพจน์และพหูพจน์นะคะ
– Maschile e femminile
มีเพศชายและเพศหญิงค่ะ
– Poi abbiamo altri esempi che non ho fatto.
แล้วพวกเราก็มีตัวอย่างอื่นๆ อีก ที่ฉันไม่ได้ทำไว้ค่ะ
– Se no non finiamo mai.
ถ้าไม่งั้น มันจะยาวไม่รู้จบแน่เลยค่ะ
– Allora, per esempio.
ถ้างั้น มาดูตัวอย่างกันค่ะ
– Tuo marito.
สามีของเธอ (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Il marito è lo sposo.
สามี คือ เจ้าบ่าวที่แต่งงานแล้ว
– Tua moglie.
ภรรยาของเธอ (ไม่มีคำนำหน้านาม)
– Sua moglie.
ภรรยาของเขา (ไม่มีคำนำหน้านาม)
– La sposa.
เจ้าสาวค่ะ
– Quindi i coniugi sono il marito e la moglie.
ดังนั้น คู่สมรส ก็คือ สามีและภรรยา ค่ะ

– Mia cognata, ho fatto l’esempio.
พี่สะใภ้/น้องสะใภ้ของฉัน ฉันได้ทำตัวอย่างไว้ค่ะ (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Mia cognata, la moglie di mio fratello.
พี่สะใภ้/น้องสะใภ้ของฉัน (แบบไม่มีคำนำหน้านาม) ก็คือ ภรรยาของพี่ชาย/น้องชายของฉัน
– Del mio fratello maggiore.
ของพี่ชายคนโตของฉัน (มีคำนำหน้านาม)
– Poi il mio nipotino.
แล้วก็หลานชายตัวน้อยของฉันค่ะ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Il mio nipote e la mia nipote se è femmina.
il หลานชายของฉัน และ la หลานสาวของฉันค่ะ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Quindi nipote è uguale al maschile e femminile.
ดังนั้น คำว่า หลาน มันเขียนเหมือนกันทั้งเพศชายและเพศหญิงค่ะ
– Cambia solo l’articolo e in questo caso, il possessivo.
เปลี่ยนแค่คำนำหน้านาม และในกรณีนี้ คำที่แสดงความเป็นเจ้าของ ก็เปลี่ยนตามเพศและจำนวนด้วยค่ะ
– E poi ho fatto un esempio nostra cognata.
แล้วฉันก็ได้ทำตัวอย่างไว้ตัวอย่างนึง พี่สะใภ้/น้องสะใภ้ของพวกเราค่ะ
– Per esempio.
ตัวอย่างเช่น
– Per usare il possessivo.
การใช้คำที่แสดงความเป็นเจ้าของ
– Nostro.
ของพวกเรา
– Il loro zio.
ลุงป้าน้าอาของพวกเขา
– ho fatto altri esempi.
ฉันได้ทำตัวอย่างอื่นๆ ไว้อีกค่ะ
– Sua moglie.
ภรรยาของเขา (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– La loro madre.
แม่ของพวกเขา (มีคำนำหน้านาม)
– Suo suocero.
พ่อของคู่สมรสของเขา (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Sua scucera.
แม่ผัวหรือแม่เมียของเขา (แบบไม่มีคำนำหน้านาม)
– Quindi i suoceri sono i genitori del marito o della moglie.
ดังนั้น พ่อแม่ของคู่สมรส ก็คือ พ่อแม่ของสามีหรือของภรรยานั่นเองค่ะ
– La vostra nuora.
ลูกสะใภ้ของพวกเธอ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Il vostro genero.
ลูกเขยของพวกเธอ (แบบมีคำนำหน้านาม)
– Quindi la nuora e il genero sono per esempio.
ดังนั้นลูกสะใภ้และลูกเขย พวกเขาคือ ตัวอย่างนะคะ
– Il genero è il marito della figlia.
ลูกเขยคือ สามีของลูกสาวค่ะ
– La nuora è la moglie del figlio.
ลูกสะใภ้คือ ภรรยาของลูกชายค่ะ
– Ok? Benissimo!
โอเคนะคะ เยี่ยมมากค่ะ!
– Quindi ci sono vari nomi di famiglia e di parentela.
ดังนั้น มันมีชื่อเรียกคนในครอบครัวและคนในเครือญาติมากมายค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Io ho parlato della mia famiglia.
ฉันได้พูดเกี่ยวกับครอบครัวของฉันไปแล้วนะคะ
– Ma io lo so cosa pensate adesso.
แต่ว่าฉันรู้ว่า พวกเธอคิดอะไรกันอยู่ตอนนี้ค่ะ
– L’altra volta abbiamo visto come oggi i possessivi.
ครั้งที่แล้ว พวกเราก็ได้เรียนเหมือนวันนี้เลย เกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของอ่ะค่ะ
– Ma voi, io lo so che pensate.
แต่พวกเธอ ฉันรู้ค่ะว่าพวกเธอคิดอะไรกันอยู่
– “Veronica, perché ci dici ogni volta delle cose diverse?”
“เวโรนิค่า ทำไมพูดแต่ละครั้งไม่เหมือนกันนะ คราวก่อนใส่คำนำหน้านามมาด้วย แต่คราวนี้ ไม่ใส่คำนำหน้านามซะงั้น”
– Adesso lo vediamo.
ตอนนี้พวกเรามาดูมันกันค่ะ
– L’altra volta io sono andata al mare.
ครั้งที่แล้ว ฉันไปทะเลมาค่ะ
– E il mio asciugamano.
และผ้าขนหนูของฉันหนึ่งผืนค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Con le mie amiche, i miei amici, il mio vicino di casa con la sua coinquilina.
กับพวกเพื่อนๆ ผู้หญิงของฉัน พวกเพื่อนๆ ผู้ชายของฉัน คนข้างบ้านของฉัน กับคนเช่าบ้านของเขาด้วยค่ะ ทุกคำมีคำนำหน้านามด้วย
– Però oggi, perché io dico mio padre, mio fratello, mia sorella e perché non il mio padre, il mio fratello?
แต่ว่าวันนี้ ทำไมฉันพูดว่า พ่อของฉัน พี่ชายน้องชายของฉัน พี่สาวน้องสาวฉัน แบบไม่มีคำนำหน้านาม แล้วทำไมฉันไม่พูดว่า il mio padre พ่อของฉัน il mio fratello พี่ชายน้องชายของฉัน แบบมีคำนำหน้านามหล่ะคะ
– Indovinate!
พวกเธอลองทายกันสิค่ะ!
– Io per ora non ve lo dico.
สำหรับตอนนี้ฉันจะไม่บอกพวกเธอค่ะ
– Provate ad indovinare.
พวกเธอลองทายกันดูค่ะ
– Vediamo qualche vostra teoria.
พวกเรามาดูทฤษฎีของพวกเธอกันค่ะ
– Ah, sì, voi, tu ok? Sì tu.
ฮ่า ใช่ พวกเธอทั้งหลาย เธอคนเดียว โอเคไหมค่ะ ใช่ค่ะ เธอนั่นแหละ
– Qualcuno dice con i nomi di persona niente articolo, con i nomi di cosa c’è l’articolo.
มีบางคนบอกว่า พวกคำนามที่เกี่ยวกับบุคคล ไม่ต้องมีคำนำหน้านาม แต่ว่าพวกคำนามที่เกี่ยวกับสิ่งของ จะต้องมีคำนำหน้านามค่ะ

– No! Sbagliato! Scusate!
ไม่ใช่ค่ะ! ผิดค่ะ! ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Perché io l’altra volta ho detto non solo la mia borsa e il mio asciugamano che sono delle cose, ma anche il mio vicino di casa, il mio ragazzo, la mia amica, queste sono persone.
เพราะว่า ครั้งที่แล้วฉันพูดไปว่า ไม่ใช่แค่กระเป๋าของฉัน และผ้าขนหนูของฉันเท่านั้นนะคะ ที่พวกมันเป็นสิ่งของ แต่ยังมีเพื่อนบ้านของฉัน มีแฟนของฉัน มีเพื่อนผู้หญิงของฉัน พวกเขาคือบุคคลค่ะ
– Ed ho usato la stessa regola, l’articolo di fronte al possessivo.
และฉันได้ใช้กฎเดียวกัน คือ ใส่คำนำหน้านามไว้ข้างหน้าคำที่แสดงความเป็นเจ้าของค่ะ
– Perché questa volta…?
แล้วทำไมครั้งนี้ถึงไม่ใส่คะ
– Sì, qualcuno ha detto la teoria giusta!
ใช่ค่ะ มีคนบางคนได้อธิบายทฤษฎีไว้อย่างถูกต้องค่ะ!
– Bravo! Perfetto!
เก่งมากค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ!
– Perché la famiglia fa la differenza.
เพราะการเป็นครอบครัวมันทำให้การใช้แตกต่างไปคะ
– È così importante che la famiglia ha creato una regola differente dalle altre.
เพราะว่าครอบครัวมันสำคัญมาก ขนาดที่ต้องใช้กฏที่แตกต่างออกไปค่ะ
– Per noi è importante e quindi fa eccezione.
สำหรับพวกเรามันสำคัญ และดังนั้นมันจึงเป็นข้อยกเว้นค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Lo vediamo!
พวกเรามาดูมันกันค่ะ!
– E allora, io di solito con i nomi di famiglia al singolare dico mio nonno, mia nonna, mio padre, mia madre, mio fratello, mia sorella, quando sono al singolare.
เอาหล่ะ โดยปกติแล้ว กับพวกคำนามที่เกี่ยวกับครอบครัวที่เป็นเอกพจน์ ฉันพูดว่า ปู่/ตาของฉัน ย่า/ยายของฉัน พ่อของฉัน แม่ของฉัน พี่ชายน้องชายของฉัน พี่สาวน้องสาวของฉัน ไม่ใส่คำนำหน้านามตอนที่เป็นเอกพจน์
– Però quando sono al plurale, come avete sentito, i miei nonni, i miei genitori.
แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เป็นพหูพจน์ อย่างที่พวกเธอได้ยินกันไปแล้วค่ะ เช่น i miei nonni พวกปู่ย่าตายายของฉัน i miei genitori พวกพ่อแม่ของฉัน ใส่คำนำหน้านามด้วยค่ะ
– Quindi al singolare niente articolo, al plurale mettiamo l’articolo
ดังนั้น ถ้าเป็นเอกพจน์ไม่ใส่คำนำหน้านาม ถ้าเป็นพหูพจน์ พวกเราจะใส่คำนำหน้านามไว้ด้วยนะคะ
– I miei fratelli, i miei zii, i miei cugini, le mie cugine, quindi l’articolo può essere al maschile plurale o al femminile plurale.
พวกพี่ชายน้องชายของฉัน พวกลุงป้าน้าอาของฉัน พวกลูกพี่ลูกน้องผู้ชายของฉัน พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงของฉัน ดังนั้นคำนำหน้านามสามารถเป็นเพศชายพหูพจน์ หรือว่า เพศหญิงพหูพจน์ก็ได้ค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Però abbiamo visto anche qualche articolo singolare.
แต่ว่าพวกเราได้เห็นคำนำหน้าบางคำที่เป็นเอกพจน์กันด้วยค่ะ
– Perché?
ทำไมหรอคะ
– Allora, prima di tutto io ho detto il mio papà, la mia mamma, il mio nipotino, nipotino Lorenzo il piccolino.
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ฉันพูดไว้ว่า il mio papà พ่อของฉัน la mia mamma แม่ของฉัน il mio nipotino หลานชายตัวน้อยของฉัน หลานชายโลเรนโซ่ เจ้าตัวเล็ก ค่ะ
– E poi ho detto per esempio, il mio fratello maggiore e perché in questi casi.
แล้วก็ฉันพูดว่า ตัวอย่างเช่น il mio fratello maggiore พี่ชายคนโตของฉัน และทำไมในกรณีนี้มีคำนำหน้านามคะ
– Quando o sto specificando, per esempio, il mio fratello minore è specifico, mio fratello è generico. Ok?
ตอนที่ฉันพูดเจาะจง เช่น il mio fratello minore มันเป็นการเจาะจงว่าเป็นน้องคนเล็กคนนั้น เพราะฉะนั้นจึงใส่คำนำหน้านามแบบเจาะจงไป ส่วนคำว่า mio fratello ที่ไม่มีคำนำหน้านาม ก็เพราะว่าฉันไม่ได้เจาะจงว่าเป็นพี่หรือเป็นน้องคนไหนค่ะ พอจะเข้าใจไหมคะ
– Oppure quando è un vezzeggiativo, padre, madre, sono nomi di famiglia ma formali.
แล้วเวลาที่เราเปลี่ยนคำให้ดูน่ารักขึ้น ถ้าเราพูดว่า บิดาและมารดา มันเป็นการเรียกพ่อแม่แบบเป็นทางการ มันสุภาพไปค่ะ ถ้าพูดว่า ปาปี้ หรือว่า มามี้ เป็นการเรียกแบบกันเองค่ะ
– Papà, mamma, sono nomi di famiglia ma sono dei vezzeggiativi.
ปาปี้ หรือว่า มามี้ เป็นคำนามที่ถูกทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้น เราก็ต้องใส่คำนำหน้านามค่ะ
– Anche nipotino, il mio nipotino.
หลานชายตัวน้อย, il mio nipotino หลานชายตัวน้อยของฉันด้วยค่ะ ใช้คำนำหน้านาม
– Posso dire, la mia cuginetta Silvia, che è piccolina, ha quattordici anni.
ฉันสามารถพูดว่า สิลวิอา หลานสาวตัวน้อยของฉัน ซึ่ง เขามีอายุแค่ 14 ปีเองค่ะ ใช้คำนำหน้านาม

– E quindi è un vezzeggiativo, il mio nipotino, stessa cosa.
และดังนั้น เพื่อคำมันถูกเปลี่ยนให้ดูน่ารักขึ้น เราก็ต้องใส่คำนำหน้านามไว้ด้วยค่ะ
– Quindi quando abbiamo un vezzeggiativo, oppure con “il loro” come vedete, tra i vari esempi, ho scritto il loro zio, la loro madre.
ดังนั้นเมื่อไหร่ที่พวกเราเปลี่ยนคำให้ดูน่ารักขึ้น หรือถ้ามีคำว่า “il loro” คือต้องใส่คำนำหน้านามด้วยค่ะ ในตัวอย่างต่างๆ ฉันได้เขียนว่า il loro zio อา/ลุงของพวกเขา la loro madre แม่ของพวกเขาค่ะ
– Quindi quando abbiamo il possessivo “loro” c’è sempre l’articolo di fronte, anche se sono nomi di famiglia.
ดังนั้น เมื่อไหร่ที่พวกเรามีคำที่แสดงความเป็นเจ้าของ “ของพวกเขา” ต้องมีคำนำหน้านามอยู่ข้างหน้าตลอดนะคะ ถึงแม้จะเป็นพวกคำนามเกี่ยวกับครอบครัวก็ตาม เราต้องใส่คำนำหน้านามด้วยนะคะ
– Quindi il loro zio, la loro madre, i loro genitori, le loro cugine, eccetera.
ดังนั้น il loro zio ลุง/อาของพวกเขา la loro madre แม่ของพวกเขา i loro genitori พ่อแม่ของพวกเขา le loro cugine ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของพวกเขา ต้องใส่คำนำหน้านามไว้ด้วยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ
– Più o meno abbiamo visto tutto per quanto riguarda la famiglia.
โดยประมาณแล้ว พวกเราก็ได้เห็นกันครบแล้ว เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวค่ะ
– Scusate, per me è già tardi, c’è mia madre in ansia!
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ สำหรับฉันตอนนี้มันสายแล้วค่ะ แม่ของฉันก็รออย่างใจจดใจจ่ออยู่ค่ะ!
– Devo andare, tanto sono già in ritardo, loro mi conoscono!
ฉันต้องไปแล้วนะคะ แล้วมันก็สายมากแล้วด้วยค่ะ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าฉันสายตลอดศกก็ตามค่ะ!
– Abbiamo detto tutto!
พวกเราได้พูดไปหมดแล้วนะคะ!
– Eee!
เอออ!
– Vi saluto e ci vediamo la prossima volta e impariamo come sempre tante, tante, tante cose nel tempo di un caffè espresso!
สวัสดีพวกเธอนะคะ แล้วพวกเรามาพบกันใหม่ และก็มาเรียนรู้ด้วยกันอีกอย่างเช่นเคยค่ะ เรียนหลายสิ่งหลายอย่างมากมายในเวลาของการดื่มการแฟเอสเปรสโส่ถ้วยหนึ่งค่ะ!
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– E continuate a seguirmi su OneWorlditaliano video. oneWorlditaliano.com
และพวกเธอติดตามฉันได้ที่ OneWorlditaliano วิดีโอ OneWorlditaliano.com ค่ะ
– Ciao, ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

RISORSE DI ITALIANO ONLINE

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s