การใช้ชีวิตที่แตกต่างในสวีเดน

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนสวีเดน และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศสวีเดน

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

ย้ายมาอยู่ประเทศสวีเดน (Sweden)

เมือง: Finspång

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศสวีเดนครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวสวีเดนบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ความประทับใจที่ย้ายมาอยู่สวีเดนครั้งแรกคือ ตอนมาถึงทุกคนต้อนรับโดยการกอดเราคือตกใจมาก ที่ไทยเราแค่ยกมือสวัสดีกันก็จบ คือจะกอดพ่อแม่พี่น้องยังอายกันเลย แต่ที่นี่คือให้ความอบอุ่นไม่รังเกลียด ทำให้เราไม่เกร็งหรือกังวลว่าจะอยู่สวีเดนไม่ได้.

เวลาเราไปไหนมาไหนคนที่ไม่รู้จักกันก็ทักทายหรือพยักหน้าใส่กัน เราตกใจทักเราหรอ หรือทักใครเราเลยมองซ้ายขวา อ้าวเรานี่เลยยกมือทักกลับไป . เวลาไปโรงเรียนเพื่อนที่เรัยนภาษาก็มีหลายเชื้อชาติที่ย้ายเข้ามาอยู่แต่ละเชื้อชาติทักทายไม่เหมือนกัน เราก็ได้ศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมนั้นๆไปด้วย.

เทศกาลต่างๆของที่นี่ เป็นไปตามฤดู บางฤดูจะคล้ายๆไทย แต่บางพิธีกรรมแตกต่างและสนุกแยกออกไปค่ะ เช่น.

ปีใหม่ nytt år ทางนี้ก็จะคล้ายๆไทย ครอบครัวพร้อมหน้า ทานอาหารดื่มสังสรรค์ จุดพุต้อนรับพ.ศใหม่.

มีเทศกาลกินไข่ หรือที่เรียกว่า påskafton เด็กๆได้หยุดเรียน ทำกิจกรรมกับครอบครัว อาหารที่เตรียมจะต้องมีไข่ปะปนมาด้วย ส่วนเด็กๆจะดีใจที่ได้ขนมที่เรียกว่า påskägg ทำจากขนมหลายชนิดเป็นรูปไข่ .

หน้าร้อน midsommar ช่วง พษภาคม-สิงหาคม จะเป็นเทศกาลที่ทุกคนรอคอย ได้หยุดพักร้อนเป็นเดือนๆ ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากัน บางครอบครัวก็เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ส่วรเราก็ได้กลับไทยเยี่ยมครอบครัวที่นั้น.

แล้วก็เดือนธันวา Julafton วันที่ 23-25 สถานที่ต่างๆจะปิดให้หยุด สังสรรค์กับครอบครัว เด็กๆที่นี่จะดีใจมากๆเพราะพวกเค้าจะได้รับของขวัญจากผู้ใหญ่ เวลาแกะของขวัญจะมีความสุขกันมากๆเพราะทุกคนจะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้.

นี่คือความประทับใจของพวกเราที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่.

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศสวีเดนกระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนสวีเดนทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

มาอยู่สวีเดนได้ประมานเกือบ 9 ปี กลับไทย เกือบทุกปี บางครั้งก็สองปีกลับ . สิ่งที่แตกต่างทุกครั้งเวลากลับไปแต่เราก็ไม่ลืมประเทศไทยเราเลย ติ๊กเป็นคนเหนือเวลากลับไทยไปเจอญาติพี่น้องแต่ละที มีอะไรแปลกๆใหม่เกิดขึ้นเยอะ

ยายเป็นคนเหนืออำเภอลับแล จะเป็นเมืองแม่ม้าย มีตำนาน มานนมนานค่ะเกี่ยวกับเมืองนี้. ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมย้านจะต้อนรับโดยใช้วิธีการมัดข้อมือ เรียกขวัญให้ลูกหลานทุกคน ต้อนรับแบบเป็นกันเอง ทำกับข้าวแบบเหนือ กินกันพร้อมหน้าพร้อมตา น่าประทับใจที่สุดค่ะ.

ที่สวีเดนเวลาคลอดลูกที่นี่ ส่วนมากจะรอให้ครบเดือน พาเด็กน้อยเข้าโบสถ์ไปทำพิธี บาทหลวงแต่งตัวสวยงามสง่าเหมือนในหนัง ทำพิธี แบบว่าเราไม่อยากกระพริบตาเลย เค้าจะรดน้ำที่ผมเด็ก ตัดผมออกนิดนึง จะได้ชื่อของลูกด้วยถ้าเรายังไม่ได้ตั้งให้ ตื่นเต้นมากค่ะไม่เคยเห็นมาก่อน เคยเห็นแต่ในหนังในละคร เจอกับตัวเองจริงๆก็น่าทึ่งมากค่ะ .

เสรีภาพในการแต่งตัว ไม่ว่าจะสถานที่แบบไหน ไม่มีกำหนด แต่เราควรรู้กาละเทสะแต่งตามงานที่เราไป ที่สำคัญเวลาไปโรงเรียนแต่งตามที่เราอยากแต่ง ไม่มียูนิฟรอมชุดนักเรียนเหมือนที่เมืองใทย. นอกจากจะเป็นโรงเรียนกินนอนเท่านั้นที่ต้องสวมใส่ตามแบบโรงเรียน. ที่ไทยเราต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะในการเปิดเทอมแต่ละครั้ง ทำให้บางครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่าใช้จ่ายสูงๆแบบนี้ให้ลูกได้ไปเล่าเรียน. ทางสวีเดนไม่แบ่งชนชั้น คุณสามารถไปเรียนได้แม้ไม่มีเงินแม้แต่โครนเดียว รัฐช่วยทุกวิธีทางค่ะ.

เมื่อคุณมาถึงประเทศสวีเดนใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวสวีเดนเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

ตอนมาอยู่สวีเดนใหม่ๆ ครั้งแรก สึกจะเป็นปี 2010 มาเยี่ยมพี่สาว ตื่นเต้นตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินแล้วก็ตื่นเต้นที่จะได้ชิมอาหารฝรั่งเพราะไม่เคยทานมาก่อน คิดในใจว่าจะต้องมีแต่พิซซ่าแน่นอน. แต่ที่จริงแล้วพอมาถึงกับมีอาหารมากหน้าหลายตา. พี่เขยทำให้ทาน บางอย่างก็อร่อยพอทานได้ บางอย่างก็ไม่ชอบทานเลยเพราะรสชาดออกจืดๆค่ะ. อาหารเช้าของเค้าก็ขนมปังทาเนย ใส่ชีสหรือเบค่อน หรือว่าจะใส่แฮมก็ทั่วไปค่ะ. แต่บ้านพี่สาวมีคนไทยส่วนใหญ่เลยทานอาหารไทยส่วนมาก พี่เขยก็ชอบทาน. แต่พอได้มาอยู่แบบถาวรอยู่ไปนานๆเจออาหารแปลกๆใหม่ที่ไม่เคยทานเช่น ตามเทศกาลต่างๆ มีปลาที่เค้าหมักดอง คล้ายๆปลาร้าบ้านเราแต่เหม็นกว่า เหม็นมากๆจนอวกทานไม่ได้เลยค่ะ ชื่อ strömming sill เค้าจะทานกันหน้าร้อนเปิดเทศกาลค่ะ คือไม่ชอบมากๆค่ะแค่เปิดกระป๋องก็อวกแล้วค่ะ. อาหารที่ชอบจะเป็นฝีมือแม่สามีท่านจะทำให้ทานตลอดเวลาไปเยี่ยมท่านคือ köttfärs slimpa จะมีเนื้อบดผสมเบค่อนไข่ นำไปอบ มีผักรวมนึ่ง ทานกับมันฝรั่ง และแยมมีซอสลาด อร่อยมากๆค่ะ ทาน2จานทุกครั้งที่ไปเยี่ยมท่าน. สามีติ๊กชอบทานอาหารไทยมาก ทานเผ็ดได้ที่บ้านส่วนใหญ่จะทำอาหารไทยทานกัน สลับกับทานอาหารสวีเดนในแต่ละอาทิตย์ค่ะ.

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศ สวีเดน คุณเคยคิดฝันว่า ประเทศสวีเดนหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศสวีเดน

ก่อนที่จะย้ายมาอยู่สวีเดน เคยคิดว่าประเทศสวีเดนใช้ภาษาอังกฤษเหมือนฝรั่งทั่วๆไป และสวีเดนสวยงามตามสถานที่ต่างๆ เหมือนเมืองในฝันถ้าได้มาอยู่. พอมาเที่ยวครั้งแรกก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกันไป เช่น ถนน จราจร การขับรถคนละฝั่งจากไทย กฏระเบียบ ขยะ มลพิษ อาหารการกิน ทุกอย่างเค้ามีจำกัดหมด จนบางครั้งคิดว่าจะอยู่ได้ไหมนะ. กลีบกุหลาบที่เราคิดว่าเค้าโรยไว้ให้นั้นมันมีจริงไหม ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ. เรื่องภาษาก็ต่างกันไปต้องเริ่มเรียนใหม่ ต้องหัดขับรถ ต้องหัดช่วยเหลือตัวเองเวลาออกไปสังคมข้างนอก. การข้ามทางม้าลาย การขึ้นีถประจำทาง ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่หมดค่ะ.

3 สิ่งที่คิดถึงที่สุดที่ไทยคือ อาหารไทย คือบางอย่างสามารถหาซื้อได้ บางอย่างไม่มีเลยเช่น

ติ๊กเป็นคนเหนือชอบทานอาหารเหนือพริกแกงอ่อมกรือลาบไม่มีต้องเอามาเองจากไทย หรือตำพริกแกงเอง แต่ส่วนประกอบจะไม่ครบค่ะ.

ครอบครัวค่ะ บางครั้งเวลาไปเยี่ยมพ่อแม่สามีเราจะคิดถึงทุกคนไทยมาก เพราะเค้ายังไม่ได้อยู่ดีสบายแบบนี้ มีคนเยี่ยมมีคนหาให้กิน. พาพ่อมาสวีเดนทุกปีไม่ได้พ่อป่วยหลายโรคท่านต้องได้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องและได้รับยาไม่ขาดด้วยค่ะ.

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ คือที่สวีเดนมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนที่ไทย อยากพาลูกๆเที่ยวก็ไปได้ไม่ไกล ต้องรอปิดเทอม หรือวันหยุดพร้อมๆกัน. ร้านอาหารห้างก็ไม่เยอะเหมือนที่ไทย หลังหกโมงก็ปิดกันหมด ทั้งเมืองเงียบสนิท จะครึกครื้นก็ต่อเมื่อมีงานประจำปีหรืองานกิจกรรมอื่นๆ.

3 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในสวีเดนคือ

ถ้าลูกๆไม่ได้มาอยู่ด้วยที่นี่คงจะอยู่ไม่ได้ค่ะ เพราะเราจะคิดถึงทุกคนมากๆจนไม่อยากอยู่ เพราะต้องการที่จะดูแลพวกเค้าด้วยตัวเอง.

สามีที่ดี ถ้าไม่มีเค้าเราก็อยู่ไม่ได้ เพรระเค้าช่วยเหลือเราทุกด้านและดูแลครอบครัวเราเป็นอย่างดี . ถ้าขาดเค้าเราคงไม่อยู่สวีเดนค่ะ ขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้าน ดูแลครอบครัวที่ไทยจะดีกว่าค่ะ.

หน้าที่การงานค่ะ ถ้าไม่มีงานทำเราก็อยู่ไม่ได้เพราะทางนี้ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทุกอย่างเป็นเงินไปหมดไม่ว่าจะไปทางไหน. เงินเป็นปัจจัยสำคัญเลนค่ะ.

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศสวีเดน ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศสวีเดน)

จากประสบการณ์ที่เจอมาคือ เวลาเราจะไปงานแต่งงานของใครที่สวีเดน เค้าจะห้ามเราใส่ชุดสีแดงไปในงานนั้น คือหมายถึงการแต่งงานนั้นจะพบเจอแต่สิ่งเลวร้าย ไม่เป็นมงคลต่อคู่บ่าวสาว หรือจะไม่ประสบความสำเหร็จในชีวิตของครอบครัวนั้น. ส่วนใหญ่จะใส่ชุดสีชมพู

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวีเดนสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

งานประจำที่คนไทขสามารถทำได้ในประเทศสวีเดน คือ งานทำความสะอาด งานดูแลคนชรา แต่ทุกๆงานที่นี่ต้องผ่านการเรียนภาษาด้วยค่ะ ถ้าภาษาไม่ได้ก็จะยากหน่อย. จะมีงานแบบง่ายๆเช่น ทำครัว หรือล้างจาน ที่ไม่ต้องพบปะผู้คนไม่ต้องใช้ภาษาสักเท่าไหร่. คนไทยบางคนไปเรียนหนังเพื่อให้ได้ภาษาก่อนค่ะ เพราะที่สวีเดนมีทุนให้เรียน มีเงินให้ใช้ระหว่างเรียนจนกว่าจะจบค่ะ. บางท่านทำงานไปเรียนไปด้วยเพื่อฝึกภาษาไปในตัวค่ะ. ช่วงหน้าร้อนก็จะมีงานให้ทำเช่นรับจ้างเก็บสตอเบอรี่, ถั่วลันเตา,บลูแบรี่ . บางทีเข้าป่าหาผลไม้ป่าขายได้เงินรายได้เสริมค่ะและ สนุกไปด้วย.

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศ สวีเดนอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสวีเดนล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวีเดน สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศสวีเดน

การทำเรื่องขอวีซ่ามาสวีเดนมีขั้นตอนเยอะมากคะ. ถ้าย้อนไปเมื่อเก้าปีที่เเล้ว ติ๊กยื่นเรื่องพร้อมลูกสาวทั้งสองคนโดยให้แฟนทำเรื่องจากสวีเดนส่งใบต่างๆไปให้ เช่น ของผู้การันตี

พาสปอร์ต ทะเบียนบ้านที่เค้าอยู่ สลิปเงินเดือนของเค้า ใบภาษีที่เค้าจ่ายย้อนหลัง และใบเชิญ.
ส่วนเราผู้ยื่นขอ ใช้เยอะมาก เอกสารที่แฟนส่งให้แต่ละใบต้องไปแปลเป็นไทย เราต้องมีรูปถ่ายเพื่อยืนยันว่าคุยติดต่อกันและเคยพบเจอกัน. เด็กๆยินยอมที่จะอยู่ด้วยโดยไม่บังคับ. สัมภาษณ์ที่ละคน. ใช้ดวลารอการผ่านวีซ่าเกือบเจ็ดเดือน คือวีซ่าถาวร. แต่ถ้าเป็นวีซ่าท่องเที่ยว จะแตกต่างกันไป เอกสารใช้ใกล้เคียงกันมาก แต่ยื่นรอวีซ่า 3-6เดือนรอประมาน1 อาทิตย์ได้คำตอบค่ะว่าผ่านหรือไม่ . หลังจากที่มาอยู่

ธนาคารที่สวีเดนที่ติ๊กมีคือ Swedbank จะทำได้หลายบัญชีในเเบ้งค์เดียว สามารถสะสมเงินในอนาคตได้ หรือเรียก sparkonto เราจะทำส่งเข้าไปเองต่อเดือนว่าอยากเก็บเท่าไหร่ . สามารถเอาออกมาใช้ดมื่อจำเป็นจริงๆได้. อีก1ธนาคารที่ทำตอนซื้อบ้านกับสามีคือ Nordeabank อันนี้ก็คล้ายๆกันทุกอย่าง แต่ธนาคารนี้ครอบครัวติ๊กใช้ในการซื้อบ้าน สามารถดูยอดของการจ่ายค่าใช้จ่ายได้ของทั้งสองฝ่าย สามีภรรยา ที่จดทะเบียนสมรสแล้วแต่งงาน มีหนี้สินร่วมกันค่ะ. เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย แต่จะไม่ก้าวก่ายเรื่องเงินส่วนตัวของกันและกันค่ะ.

ผู้ชายชาวสวีเดนมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวสวีเดน เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวสวีเดนมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

สามีสวีเดน แล้วแต่ดวงคะติ๊กคิดว่าเพราะเคยเห็นบางครอบครัวที่ใกล้ตัวเรา เช่น

บางคนติดเหล้าไม่ค่อยช่วยเหลือภรรยา.
บางคนใช้อารมณ์ตบตีก็มีจนมีเรื่องต้องแยกบ้านแบ่งลูก.
บางคนติดเที่ยวติดหญิง. บางคนดีแสนจะดีถูกหลอกลวงเงินทองก็มี

ส่วนตัวติ๊กโชคดีที่มาเจอสามีดีเหมือนถูกหวย เค้าโสดไม่มีลูกมาก่อน. เค้ารับได้ที่ติ๊กมีลูกมาถึง2คนแล้ว และเค้าก็รักทั้งลูกและครอบครัวเราทุกคน. ตั้งแต่อยู่กันมาเก้าปีไม่เคยทะเลาะมีปากเสียงกันเลย มีขัดใจบ้างเล็กน้อยแต่ส่วนใหญ่คือเราที่อารมณ์ร้อนใส่เค้า. แต่เค้าจะเป็นฝ่ายขอโทษตลอดไม่ว่าจะผิดหรือถูกค่ะ.

คุณ ตุ๊กติ๊ก in Sweden

เพิ่มเติม

การสัมภาษณ์ประเทศสวีเดน

เพิ่มเติมเกี่ยวกับสวีเดน

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “การใช้ชีวิตที่แตกต่างในสวีเดน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s