เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 21

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 21

ในวิดีโอที่ 14 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับ
-การทำพาสต้า
-การใช้คำกริยา fare
-คำบุพบทที่ใช้กับเวลาค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 14.
บทที่ 14
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Io benissimo!
ฉันสบายดีมากๆ ค่ะ!
– Oggi siete tutti invitati a casa mia.
วันนี้ฉันเชิญพวกเธอทุกคนมาที่บ้านของฉันค่ะ
– Questa è la mia cucina.
นี่คือห้องครัวของฉันค่ะ
– Oggi preparo un bel piatto di pasta.
วันนี้ฉันจะทำปาสต้าจานอร่อยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Ho già l’acqua che bolle.
ฉันมีน้ำที่เดือดรออยู่เรียบร้อยแล้วค่ะ
– Quindi facciamo velocemente!
ดังนั้นพวกเราทำกันได้อย่างรวดเร็วค่ะ!
– Allora! Emmme!
เอาหล่ะ! เอมมมเม!
– “In cucina, a che ora è pronta la pasta?” è il titolo della quattordicesima lezione del corso “OneWorlditaliano” video.
“ในครัว ปาสต้าจะพร้อมตอนไหนเหรอค่ะ” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่สิบสี่ ในหลักสูตร “OneWorlditaliano” วิดีโอค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะเรียนอะไรกันดีคะ
– Tante cose!
หลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ!
– Prima di tutto, a cucinare bene e nei tempi giusti.
อย่างแรกเลยค่ะ การทำอาหารให้ได้ดีและในเวลาที่ถูกต้องค่ะ
– Specialmente un semplice piatto di pasta.
โดยเฉพาะ การทำปาสต้าแบบธรรมดาเรียบง่ายจานนึงค่ะ
– Eee!
เอออ!
– Seconda cosa.
อย่างที่สอง
– Emmm!
เอมมม!
– I vari pasti della giornata.
อาหารมื้อต่างๆ ในหนึ่งวันค่ะ
– Ricordate che i pasti non hanno niente a che vedere con la pasta ma sono.
พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า อาหารเป็นมื้อ มันไม่เกี่ยวกับปาสต้านะคะ แต่พวกมันคือ
– Per esempio, la colazione, il pranzo, la cena…
ตัวอย่างค่ะ อาหารมื้อเช้า อาหารมื้อกลางวัน และอาหารมื้อเย็นค่ะ
– Ok!
โอเค!
– E poi tante parole nuove.
แล้วก็เรียนคำใหม่ๆ มากมาย
– Specialmente emmm!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอมมม!
– Quelle che riguardano il cibo.
พวกที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารค่ะ
– Cioè il mangiare e gli accessori della cucina.
ก็คือ การกินและพวกอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องครัวค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Allora eee!
ถ้างั้นค่ะ เอออ!
– Possiamo iniziare!
พวกเราสามารถเริ่มกันได้เลยค่ะ!
– Prima di iniziare, però, premetto: io non sono una cuoca.
ก่อนที่จะมาเริ่มกัน แบบว่า ฉันขอออกตัวก่อนค่ะ ว่าฉันไม่ได้เป็นแม่ครัวนะคะ
– Quindi, se cercate un corso di cucina, cambiate canale Youtube.
ดังนั้น ถ้าพวกเธอกำลังมองหาหลักสูตรการทำอาหารอยู่ พวกเธอควรเปลี่ยนช่องยูทูปไป
ได้เลยค่ะ
– Perché, anzi, onestamente sono un po’ un disastro!
เพราะว่า และมากไปกว่านั้น พูดกันจริงๆ ฉันเป็นคนทำให้ทุกอย่างยุ่งวุ่นวายมากกว่าค่ะ
– E ma per noi la pasta è sacra.
แต่สำหรับพวกเราแล้ว ปาสต้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ
– È una religione, è importante.
มันเป็นศาสนานึง มันเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
– E dev’essere cotta bene.
และมันต้องสุกพอดีด้วยนะคะ
– Deve avere la giusta quantità di sale.
มันต้องมีปริมาณของเกลือที่เหมาะสมด้วยค่ะ
– E adesso vediamo alcune piccole regole per non rovinare un buon piatto di pasta.
และตอนนี้ พวกเรามาดูกฎเล็กกฏน้อย ที่จะไม่ทำให้ปาสต้าจานอร่อยเสียรสชาติไปค่ะ
– Per esempio, basta guardare le confezioni e stare attenti alla cottura.
ตัวอย่างนะคะ เราก็แค่มองที่ห่อของมันค่ะ และระมัดระวังให้พาสต้ามันสุกพอดีค่ะ
– Emmm!
เอมมมม!

– Ci sono diciamo dei piccoli consigli che posso che posso dare.
มันมีเคล็ดลับนิดหน่อย ที่ฉันสามารถให้ได้ค่ะ
– Emmm! Allora!
เอมมม! เอาหล่ะ!
– Prima di tutto rispettare i tempi.
อย่างแรกเลยคือ การรักษาเวลาในการต้มเส้นค่ะ
– Allora!
ต่อมาค่ะ!
– Io sono sempre sempre sempre in ritardo, ma per la pasta, io sono puntualissima.
ฉันมักจะเป็นคนที่มาสายอยู่เสมอๆ แต่ว่าสำหรับปาสต้าแล้ว ฉันเป็นคนตรงต่อเวลาค่ะ
– Come una svizzera!
เหมือนกับคนสวิสเลยค่ะ!
– Eee!
เอออ!
– Sono un po’ come gli inglesi.
ฉันเป็นหมือนคนอังกฤษนิดๆ ด้วยค่ะ
– Inglesi con il tè è molto importante il tempo di cottura.
คนอังกฤษกับชา เวลาในการต้มชามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ค่ะ
– Ma è un consiglio diciamo molto semplice perché basta guardare la confezione se c’è scritto ” dieci minuti “.
แต่มันก็คือคำแนะนำนะคะ ก็เรียกได้ว่าง่ายมาก ก็แค่มองที่ห่อของมัน ถ้ามีเขียนไว้ ว่า “สิบนาที” หรือเปล่าค่ะ
– Bisogna fare un po’ di attenzione e non lasciare la pasta a bollire per tanto tempo.
ก็ต้องระวังหน่อยค่ะ และก็อย่าปล่อยให้ปาสต้าที่ต้มอยู่ มันเดือดนานเกินไปค่ะ
– Poi emmm!
แล้วก็ เอมมม!
– Mettete la pasta nella pentola, emmm! solo quando l’acqua bolle non prima, è importante!
พวกเธอจะต้องใส่ปาสต้าลงไปในหม้อ เอมมม! ตอนที่น้ำเดือดแล้วเท่านั้นนะคะ ห้ามใส่ก่อนค่ะ มันสำคัญมากค่ะ!
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Poi, il sale sale sale!
แล้วก็ เกลือ เกลือ เกลือ!
– Eee! Allora!
เอออ! แล้วก็!
– Il sale è importante, usate il sale grosso.
เกลือ มันเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ พวกเธอใช้เกลือเม็ดใหญ่กันนะคะ
– Vedete, questo è il sale grosso.
พวกเธอเห็นกันนะคะ สิ่งนี้คือเกลือเม็ดใหญ่ค่ะ
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Possibilmente, se lo trovate nei vostri paesi.
อาจเป็นไปได้ ที่จะหาเจอในประเทศของพวกเธอค่ะ
– Emmm!
เอมมม!
– E mettete una bella quantità, una manciata ovviamente lo regolate in base alla quantità di pasta.
แล้วพวกเธอก็ใส่ไปประมาณนึง หนึ่งกำมือค่ะ แน่นอนว่า พวกเธอจะต้องกะให้เหมาะกับปริมาณของปาสต้าค่ะ
– Per esempio, adesso io metto il sale dato che l’acqua bolle più o meno facciamo una manciatina di sale.
ตัวอย่างค่ะ ตอนนี้ฉันจะใส่เกลือละค่ะ ก็เห็นว่าน้ำมันเดือดแล้ว กะประมาณหนึ่งกำมือค่ะ
– Quindi usate possibilmente il sale grosso e non per esempio, non fate così, come se fosse pepe, questo è sale, quindi mettetene una quantità generosa e ricordate di metterlo!
ดังนั้น พวกเธอควรใช้เกลือเม็ดใหญ่นะคะ และอย่าใส่น้อยเหมือนกับพริกไทยค่ะ สิ่งนี้คือเกลือค่ะ ดังนั้น พวกเธอควรใส่มันลงไปเยอะๆ หน่อยค่ะ และพวกเธออย่าลืมใส่เกลือนะคะ
– Perché altrimenti la pasta senza il sale in cottura è terribile, ragazzi!
เพราะว่า ถ้าต้มปาสต้าโดยที่ไม่ใส่เกลือลงไปตอนต้มแล้ว รสชาติมันจะแย่มากๆ เลยค่ะ เพื่อนๆ!
– Allora! Eeee!
เอาหล่ะ! เอออ!
– Poi quindi abbiamo detto: tempistiche giuste, controllate la confezione poi assaggiatela, provate la pasta, per vedere se è cotta.
พวกเราพูดไปแล้วค่ะว่า เวลาต้องถูกต้อง พวกเธอก็ดูเวลาที่ห่อมันค่ะแล้วพวกเธอก็ลองชิมพาสต้าดู ว่ามันสุกหรือยังค่ะ
– Io per esempio, la preferisco “al dente”
สำหรับฉันนะคะ ฉันชอบปาสต้าแบบที่เคี้ยวแล้วจะรู้สึกหนึบๆ ที่ฟันอ่ะค่ะ
– Ommm!
อืมมมม!
– Cioè, un po’ pochino dura.
คือว่า แข็งนิดๆ ค่ะ
– Ma è importante che non sia troppo molle.
มันสำคัญมากนะคะ อย่าให้เส้นมันนิ่มเกินไปค่ะ
– Perché se la fate scuocere, emm! significa se la fate cuocere troppo si attacca e diventa molle e non è buona.
เพราะว่าถ้าพวกเธอต้มจนมันสุกเกินไป เอมมม! หมายความว่า ถ้าพวกเธอต้มนานเกินไป มันจะติดกันจนดูเละๆ และก็จะไม่อร่อยค่ะ
– Veramente! Eee! Allora!
จริงๆ นะคะ! เอออ! เอาหล่ะ!
– Poi, il sugo!
แล้วก็ ซอสค่ะ!
– Oggi facciamo un semplice sugo di pomodoro.
วันนี้พวกเรามาทำซอสมะเขือเทศแบบง่ายๆ กันค่ะ
– Io ho già preparato il sugo.
ฉันได้เตรียมซอสไว้ แล้วค่ะ
– Eeee!
เออออ!
– Ci sono tante tante tante tante tante ricette su come preparare la pasta.
มันมีหลากหลายสูตรในการทำปาสต้าค่ะ
– Per quello andate a vedere i tutorial di cucina.
สำหรับสูตรพวกนั้น พวกเธอก็ไปดูวิดีโอที่เขาสอนทำอาหารกันนะคะ
– Oggi vediamo una pasta al sugo molto semplice.
วันนี้ พวกเรามาดูการทำปาสต้ากับซอสแบบง่ายๆ กันค่ะ
– Con gli ingredienti che abbiamo a casa e che troviamo in tutti i supermercati in Italia e all’estero.
กับส่วนผสมที่พวกเรามีอยู่แล้วในบ้าน และก็หาซื้อได้ง่ายๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆ ไป ทั้งในอิตาลีและที่ต่างประเทศด้วยค่ะ
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Per esempio, per il sugo, oggi io ho fatto il sugo mischiato la passata di pomodoro con il pomodoro a pezzetti.
สำหรับซอสนะคะ วันนี้ ฉันทำซอสมะเขือเทศแบบผสมค่ะ คือซอสมะเขือเทศแบบบดละเอียดกับซอสมะเขือเทศที่ยังเห็นเป็นชิ้นๆ อยู่ค่ะ
– La mia mamma lo fa così.
แม่ของฉันเขาทำมันแบบนี้ค่ะ
– La saluto e, oggi è il suo compleanno… tanti auguri! Trasparentesi!
ฉันขอสวัสดีแม่ของฉันค่ะ และวันนี้คือวันเกิดของเขาด้วย… ขอให้เขาโชคดีมากๆ ค่ะ! ฉันขอนอกเรื่องนิดนึงค่ะ อิอิ!
– Eeee!
เอออ!
– Quindi io lo faccio così per esempio.
ดังนั้น ฉันก็ทำมันแบบนี้ให้ดูเป็นตัวอย่างค่ะ
– Però ci sono persone che odiano il sugo a pezzetti e che usano solo la passata.
แต่ว่า ก็มีหลายคนที่พวกเขาเกลียดซอสที่เป็นชิ้นเล็กๆ แบบนี้ค่ะ แล้วพวกเขาก็จะใช้แต่ซอสแบบปั่นเละๆ เท่านั้นค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– Una cosa im

– Una cosa importante, siccome il sugo si deve mettere in cottura con un po’ d’olio d’oliva con un po’ di sale, un po’ di origano, eee! basilico.
มีอีกอย่างนึงที่สำคัญค่ะ สำหรับซอสนี่ จะต้องใส่น้ำมันมะกอกนิดกับเกลือหน่อยตอนเราอุ่นให้มันร้อนด้วยนะคะ แล้วก็ใส่โอริกาโนะอีกนิด ใบกระเพราอีกหน่อยค่ะ
– Se volete, anche un po’ di pepe, ma non è necessario e la cipolla, oggi per esempio, non l’ho usata.
ถ้าพวกเธอต้องการ ก็ใส่พริกไทยกับหัวหอมใหญ่ด้วยก็ได้ค่ะ แต่มันก็ไม่จำเป็นมากค่ะ อย่างเช่นวันนี้ ฉันไม่ได้ใส่ลงไปเลยค่ะ
– Emmm! così!
เอมม! แบบนี้!
– Se non avete il tempo, perché dovete mettere in cottura per almeno un quarto d’ora /venti minuti dipende dalla quantità.
ถ้าพวกเธอไม่มีเวลา เพราะว่าในการทำซอสแบบนี้ พวกเธอจะต้องใช้เวลาในการทำให้สุกอย่างน้อย 15-20 นาทีเลยนะคะ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทำด้วยค่ะ
– Se non avete il tempo di preparare voi il sugo non mettete nella pasta una passata o dei pomodori a pezzetti crudi non fatelo perché, davvero, non è buona!
ถ้าพวกเธอไม่มีเวลาในการเตรียมซอสมะเขือเทศ อย่าใช้แบบที่ปั่นเละแล้ว หรือแบบที่ยังเป็นมะเขือเทศดิบๆ ที่เป็นชิ้นๆ นะคะ เพราะว่ามันไม่อร่อยจริงๆ ค่ะ
– Magari preferite i sughi pronti.
บางทีพวกเธออาจจะชอบพวกซอสสำเร็จรูปมากกว่าก็ได้ค่ะ
– Ci sono anche dei buoni sughi pronti.
มีซอสสำเร็จรูปมากมายที่อร่อย เหมือนกันค่ะ
– Per esempio, questo è di un’azienda agricola sarda è molto buono.
ตัวอย่างเช่น ขวดนี้เป็นของบริษัทนึงของฟาร์มซาร์เดนหย่ะค่ะ คือมันอร่อยมากค่ะ
– Ma ce ne sono anche di più economici che alla fine sono buoni lo stesso non come il sugo fatto in casa.
แต่ว่ามันก็ยังมีอีกหลายแบบ ที่ราคาถูก และก็อร่อยเหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่อร่อยเท่ากับซอสที่ทำเองที่บ้านนะคะ
– Ma non ma emmm!
แต่ว่า ไม่ค่ะ แต่ว่า เอมมม!
– Ma vi salvano un sugo crudo e poi vi salvano la giornata, per il tempo!
แต่มันก็ช่วยให้เราไม่ต้องกินซอสดิบ และประหยัดเวลาทั้งวันในการเตรียมซอสด้วยค่ะ!
– Bene bene bene! Allora!
ดีค่ะ! เอาหล่ะค่ะ!
– Quindi abbiamo visto emmm!
ดังนั้น พวกเราได้เห็นกันไปแล้วว่า เอมมม!

– Il sugo adesso, dato che l’acqua bollendo l’acqua già un po’ di tempo.
น้ำซอสตอนนี้ เนื่องจากน้ำเดือดมาสักพักใหญ่แล้ว
– Scegliamo i tipi di pasta.
พวกเรามาเลือกชนิดของปาสต้ากันค่ะ
– Io a casa ho, per esempio, gli spaghetti, ho le penne e ho i fusilli.
ที่บ้านฉันมี พวกสปาเกตตี้ ฉันมีปาสต้าที่ชื่อว่าเปนเน่ และฉันก็มีพวกฟูสิลลิด้วยค่ะ
– Oggi io preferisco i fusilli.
วันนี้ฉันชอบพวกฟูสิลลิมากกว่าค่ะ
– Io ho già preparato, ho già preparato la quantità.
ฉันได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันได้เตรียมไว้ประมาณนึงแล้วค่ะ
– E che cosa aspettiamo?
แล้วพวกเรารออะไรกันคะ
– Versiamo!
เอาปาสต้าเทลงหมอกันเลยค่ะ!
– Prima di tutto guardiamo bene bene bene l’orologio.
ก่อนอื่นเลย พวกเราต้องดูนาฬิกากันให้ดีๆ นะคะ
– Ok! Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Sono le otto.
เวลาแปดนาฬิกาค่ะ
– Adesso metto la pasta nella pentola.
ตอนนี้ฉันจะใส่ปาสต้าลงไปในหม้อค่ะ
– Sono le otto.
เวลาแปดนาฬิกา
– Ok?
โอเคนะคะ
– Bisogna mescolare ho già messo il sale.
จะต้องคนด้วยนะคะ ฉันได้ใส่เกลือลงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Guardiamo semplicemente la confezione.
พวกเรามาดูที่ห่อมันกันค่ะ
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Nove minuti di cottura.
ต้มเก้านาทีค่ะ
– Alle otto e zero nove la pasta è pronta.
เวลา 8:09 น. ปาสต้าจะสุกพร้อมทานค่ะ
– Però prima un po’ l’assaggio controllo anche il cellulare, per sicurezza.
แต่ว่าก่อนจะตักขึ้นมา ฉันขอชิมสักหน่อยค่ะ ฉันตั้งเวลาในมือถือด้วย เพื่อความปลอดภัยค่ะ
– Ok! Perfetto! Emmm!
โอเค! เยี่ยมมากค่ะ! เอมมม!
– Prima l’assaggio, la provo, per vedere se la cottura è giusta e vediamo…
ก่อนจะตักขึ้นมา ชิมปาสต้าก่อนค่ะ ฉันจะลองดูก่อน ว่าปาสต้าจะสุกพอดีหรือยังค่ะ มาดูกันค่ะ
– Bene bene!
ดีค่ะๆ!
– Abbiamo messo la pasta e il sugo è già pronto.
พวกเราใส่ปาสต้าลงไปแล้ว และซอสก็พร้อมแล้วค่ะ
– Magari lo riscaldo all’ultimo ultimo momento.
ฉันอาจจะอุ่นให้ซอสมันร้อนๆ หน่อย ตอนช่วงสุดท้ายค่ะ
– Mentre aspettiamo la cottura della pasta.
ในขณะที่พวกเรารอให้ปาสต้ามันสุกนั้น
– Emmm!
เอมมม!
– Vediamo che cosa impariamo oggi.
พวกเรามาดูกันว่า วันนี้พวกเราเรียนอะไรไปบ้างคะ
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!

– Oggi parliamo di cibo.
วันนี้พวกเราพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารกันค่ะ
– Il cibo, abbiamo detto, è tutto quello che si mangia.
คำว่า อาหาร นี้ พวกเราได้พูดกันไปแล้วค่ะว่า มันคือ สิ่งที่คนเขากินกันค่ะ
– Eee!
เอออ!
– Parliamo di cibo.
พวกเราพูดเกี่ยวกับเรื่องอาหาร
– E vediamo i pasti della giornata.
และพวกเราเรียนเกี่ยวกับมื้ออาหารในหนึ่งวันกันค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– I pasti eee! non hanno i pasti non hanno niente a che vedere con la pasta sono la
colazione, il pranzo, la cena
มันคือพวกมื้ออาหารต่างๆ ค่ะ เอออ! พวกมันไม่ใช่ปาสต้านะคะ พวกมันคือ อาหารมื้อเช้า อาหารมื้อกลางวัน และอาหารมื้อเย็นค่ะ
– Quindi poi abbiamo anche eventualmente, la merenda o lo spuntino.
แล้วพวกเราก็ยังมีช่วงพักทานของว่างด้วยค่ะ
– E quando mangiamo?
แล้วพวกเราทานกันเมื่อไหร่คะ
– Che cosa mangiamo?
พวกเราทานอะไรกันคะ
– E poi vediamo anche i verbi giusti.
แล้วพวกเราก็มาดูพวกคำกริยาที่ถูกต้องกันด้วยค่ะ
– Per esempio, la colazione emmm! italiani ci sono due tipi di colazioni tipici emm! di colazioni tipiche scusate degli italiani.
ตัวอย่างเช่น อาหารมื้อเช้า เอมมม! พวกคนอิตาเลียนนั้น มีอาหารเช้าสองประเภทค่ะ ตามแบบฉบับที่นิยมทานกัน เอมมม! พวกอาหารมื้อเช้าตามแบบฉบับ ฉันขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ที่พวกคนอิตาลีชอบทานกัน
– La colazione più famosa è quella che facciamo al bar.
อาหารมื้อเช้าที่มีชื่อเสียงมาก มันคือสิ่งที่พวกเราจะทานกันที่บาร์ค่ะ
– Vi faccio vedere perché non siamo al bar.
ฉันจะทำให้พวกเธอดูค่ะ เพราะว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ที่บาร์ค่ะ
– Quindi ve la faccio vedere dal mio tablet.
ดังนั้น ฉันจะโชว์ให้พวกเธอดูในเท็บเล็ทของฉันค่ะ
– Cappuccino e cornetto.
คาปูชิโน่และขนมครัวซองต์ค่ะ
– Ok? Bene!
โอเคนะคะ ดีค่ะ!
– Al bar io posso chiedere un cappuccino e una “pasta”.
ที่บาร์ ฉันสามารถสั่งคาปูชิโน่ถ้วยนึงและ “ขนมหวาน” อย่างนึงค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Una pasta ok?
ขนมหวานชิ้นนึง โอเคนะคะ
– Una “pasta” può essere un cornetto oppure una di queste
ขนมหวานชิ้นนึงในที่นี้ อาจจะเป็นขนมครัวซองต์ชิ้นนึง หรือขนมอย่างอื่นในกลุ่มนี้ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Non ha niente a che vedere con la pastasciutta che prepariamo noi adesso!
มันไม่เกี่ยวกับปาสต้าแห้งที่พวกเราเตรียมกันตอนนี้นะคะ
– E la pasta può essere un croissant, una brioche….
และขนมหวานที่ว่านี้ มันอาจหมายถึง ครัวซองต์แบบฝรั่งเศสหรือแบบอิตาลีก็ได้ค่ะ
– Ed è tipica della colazione al bar.
และมันก็เป็นแบบฉบับอาหารมื้อเช้าที่บาร์ค่ะ
– E ma a casa, siccome non molti hanno la macchina per il cappuccino.
แล้วที่บ้านหล่ะคะ เนื่องจากว่า ส่วนมากแล้วพวกเขาไม่มีเครื่องทำคาปูชิโน่กันค่ะ
– E i croissant e le brioche vanno mangiati caldi, appena sfornati.
และพวกขนมครัวซองต์ ก็จะนิยมกินกันแบบร้อนๆ แบบเพิ่งออกจากเตาอบใหม่ๆ ค่ะ
– Ma non abbiamo il tempo.
แต่ว่าพวกเราไม่มีเวลาทำกินกันเองตอนเช้าค่ะ
– Eee!
เอออ!

– La colazione tipica italiana che facciamo a casa è una tazza di caffè latte. (nel mentre, scusate, mescolo la pasta, se no, poi si attacca)
อาหารมื้อเช้าแบบคนอิตาลี ที่พวกเราทำกันที่บ้าน คือกาแฟใส่นมถ้วยนึงค่ะ (ฉันขอโทษพวกเธอนะคะ ฉันขอคนปาสต้าหน่อย เดี๋ยวมันจะติดกันค่ะ
– Eeee! Allora!
เอออ! เอาหล่ะ!
– Una tazza di caffè latte con molto latte e poco caffè.
กาแฟใส่นมถ้วยนึง ใส่นมมากๆ และกาแฟนิดเดียวค่ะ
– Una tazza di questa grandezza.
ถ้วยของกาแฟจะมีขนาดใหญ่ประมาณนี้ค่ะ
– E ma a casa, a colazione noi mangiamo i biscotti o le fette biscottate.
อาหารมื้อเช้าที่บ้าน พวกเรากินพวกคุกกี้หรือว่าพวกขนมปังกรอบๆ ด้วยค่ะ
– Questa forse non lo sapete ma è una tipica colazione italiana che facciamo a casa.
บางทีพวกเธออาจจะไม่รู้ แต่ว่านี่มันคืออาหารมื้อเช้าแบบอิตาลี ที่พวกเราทานกันที่บ้านค่ะ
– Emm! Meee!
เอมม! มืมมมม!
– Il verbo è “fare” colazione, noi
“facciamo” colazione significa “mangiare” la colazione, non “preparare” la colazione.
คำกริยาคือ “การทำ” อาหารมื้อเช้า พวกเรา “ทำ” อาหารมื้อเช้า มันหมายความว่า “การกิน” อาหารมื้อเช้า ไม่ใช่ “การเตรียม” อาหารมื้อเช้าค่ะ
– Eee!
เอออ!
– Noi facciamo colazione la mattina tra forse le sei, le sette e le nove.
พวกเราทานอาหารมื้อเช้า ตอนเช้าระหว่าง หกโมงเช้า เจ็ดโมงเช้า และ เก้าโมงค่ะ
– Ok? Eee! Bene!
โอเคนะคะ เอออ! ดีค่ะ!
– Questa è la colazione italiana.
นี่คืออาหารมื้อเช้าแบบอิตาลีค่ะ
– Poi abbiamo il pranzo.
แล้วพวกเราก็มีอาหารมื้อเที่ยงค่ะ
– Il pranzo che è bello grande può essere il primo un piatto di pasta come quello che facciamo adesso.
อาหารมื้อเที่ยงมันจะเป็นมื้อใหญ่หน่อยค่ะ มันอาจเป็นอาหารจานแรกของมื้อเย็น เช่นปาสต้าก็ได้ค่ะ อย่างที่พวกเราทำกันอยู่ตอนนี้
– Adesso controllo l’orario.
ตอนนี้ฉันขอเช็คเวลาก่อนค่ะ
– Va bene? Eee!
ตกลงนะคะ เอออ!
– Piatto di pasta.
อาหารจานปาสต้า
– Poi se abbiamo ancora fame posso cucinare anche della carne o delle verdure per i vegetariani!
แล้วถ้าพวกเรายังหิวอยู่ ฉันก็จะทำอาหารจานเนื้อสัตว์ หรือว่าจานผักสำหรับพวกมังสวิรัติด้วยก็ได้ค่ะ
– E poi alla fine c’è la frutta.
และตบท้ายด้วยผลไม้ค่ะ
– Oò!
โอ๊!

– C’è la frutta.
มีผลไม้ด้วยค่ะ
– Ed eventualmente anche il dolce.
แล้วถ้าไง ก็ต่อด้วยขนมหวานค่ะ
– Il dolce oggi non ce l’ho, lo vediamo nel tablet.
วันนี้ฉันไม่มีขนมหวานค่ะ พวกเรามาดูมันในเท็บเล็ตก็ได้ค่ะ
– Per esempio, il dolce.
ตัวอย่างขนมหวาน
– Questi sono dei dolci.
พวกนี้คือขนมหวานแบบต่างๆ ค่ะ
– Va bene?
ตกลงนะคะ
– Eccolo qua!
อยู่นี่ไง!
– Bene!
ดีค่ะ!
– E però la frutta e i dolci.
มีผลไม้และขนมหวานด้วย
– Quindi il pranzo molto spesso è molto grande.
ดังนั้น อาหารมื้อกลางวันส่วนมากมันมักจะเป็นมื้อใหญ่หน่อยค่ะ
– Anche la cena è più o meno come il pranzo: ci può essere il primo, il secondo, il contorno…
อาหารมื้อเย็นด้วยค่ะ มันจะใหญ่ประมาณมื้อกลางวันเลยค่ะ มันอาจจะมีอาหารจานแรก อาหารจานที่สอง และพวกเครื่องเคียงค่ะ
– Vediamo nelle prossime lezioni com’è strutturato un tipico menù italiano.
พวกเราค่อยมาดูเมนูแบบอิตาลีกันในบทเรียนต่อไป ว่ามันจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างค่ะ
– Eeee! Bene!
เอออ! ดีค่ะ!
– Il pranzo è, di solito emmm!
อาหารมื้อเที่ยงคือ โดยปกติแล้ว เอมมม!
– Fra le tredici e le quindici, quindi tra l’una e le tre.
จะอยู่ประมาณ 13:00 น. ถึง 15:00 น. คือประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงค่ะ
– È difficile che noi mangiamo a mezzogiorno, per esempio.
มันเป็นเรื่องยาก ที่พวกเราจะทานกันตอนเที่ยงค่ะ ตัวอย่างเช่น
– Poche persone pranzano a mezzogiorno, forse gli anziani.
น้อยคนที่พวกเขาจะทานอาหารกันตอนเที่ยงค่ะ บางทีอาจจะเป็นพวกคนสูงอายุค่ะ
– Emmm!
เอมมม!
– I verbo è “pranzare”.
คำกริยาคือ “การทานอาหารมื้อกลางวัน”
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Abbiamo “fare colazione” non esiste “colazionare”, ma esiste “pranzare”.
พวกเรามีคำว่า การทานอาหารมื้อเช้า โดยใช้คำกริยา fare ไม่มีคำกริยาทานอาหารมื้อเช้า ที่ลงท้ายด้วย-are ค่ะ แต่ว่า มีคำกริยา การทานอาหารมื้อกลางวัน ที่ลงท้ายด้วย -are ค่ะ
– Tra la colazione e il pranzo, qualche volta facciamo merenda o uno spuntino, che è la stessa cosa.
ในระหว่างอาหารมื้อเช้าและอาหารมื้อเที่ยงนั้น บางครั้งพวกเราก็จะทานอาหารว่าง หรือ ขนมรองท้องด้วยค่ะ สองคำนี้มีความหมายเหมือนกันค่ะ
– Cioè un piccolo snack
นั้นคือ ขนมกินเล่นค่ะ
– Un tramezzino, un piccolo panino.
แซนด์วิชชิ้นนึง panino เล็กๆ อันนึงค่ะ
– Qualcosa verso le dieci o le undici di mattina.
ในช่วงเวลาประมาณเวลาสิบโมง หรือ 11:00 น. ค่ะ
– Quindi a metà mattina.
ดังนั้น ตอนสายๆ ค่ะ
– Il verbo è “fare merenda”, “fare uno spuntino” che è la stessa cosa.
คำกริยาคือ “การทานอาหารว่าง” “การทานขนมรองท้อง” มันอย่างเดียวกันค่ะ
– Ma per la merenda non c’è bisogno dell’articolo per lo spuntino, sì. È così!
กับคำว่า fare merenda ไม่ต้องมีคำนำหน้านามค่ะ ส่วน fare uno spuntino ใช่ค่ะ ต้องมีคำนำหน้านามค่ะ มันก็เป็นแบบนี้หล่ะค่ะ
– E anche tra il pranzo e la cena possiamo fare merenda o uno spuntino.
และในช่วงระหว่างอาหารมื้อเที่ยงและอาหารมื้อเย็น พวกเราก็สามารถทานอาหารว่างได้อีกค่ะ
– La cena, lo stesso, è abbastanza grande
อาหารมื้อเย็นมันก็เหมือนอาหารมื้อเที่ยง คือมันจะเป็นมื้อใหญ่พอสมควรค่ะ
– Eeee!
เอออ!

– Noi ceniamo la sera e il verbo è “cenare”.
พวกเราทานอาหารมื้อเย็น ตอนเย็นและคำกริยาคือ cenare ค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Abbiamo “pranzare”, “cenare”, ma “fare la colazione”, “fare merenda”, “fare uno spuntino”
พวกเรามี การทานอาหารมื้อกลางวัน การทานอาหารมื้อเย็น แต่ว่า fareอาหารมื้อเช้า fareอาหารว่าง fareขนมกันหิวค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– Normalmente di solito in Italia ceniamo minimo alle otto di sera, alle venti.
โดยปกติแล้วในประเทศอิตาลี พวกเราทานอาหารมื้อเย็นอย่างเร็วสุดตอนสองทุ่ม หรือเวลายี่สิบนาฬิกาค่ะ
– Controllo la tempistica della pasta, siamo ci siamo quasi!
ฉันขอดูปาสต้าหน่อย มันเกือบจะสุกแล้วค่ะ!
– Nel mentre, mescolo.
ฉันก็ขอคนไปด้วยละกันค่ะ
– Ok! Bene! Eeee!
ดีค่ะ! เอออ!
– Quindi tra le… sì minimo alle otto di sera, non prima.
ก็จะทานกันช่วงเวลาสองทุ่ม ไม่ทานก่อนค่ะ
– Nel nord Italia, molto spesso le persone eee! cenano prima delle otto, anche alle sette.
ในทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี คนส่วนใหญ่ เอออ! พวกเขาจะทานอาหารมื้อเย็นก่อนสองทุ่มค่ะ บางทีก็ทานกันตอนหนึ่งทุ่มเลยค่ะ
– Ma la tipica cena italiana è dalle in orario tra le otto e le dieci di sera.
อาหารมื้อเย็นของอิตาลีโดยทั่วไป จะอยู่ประมาณ สองทุ่มถึงสี่ทุ่มค่ะ
– Sì, è così.
ใช่ค่ะ มันเป็นแบบนี้ค่ะ
– Bene! Eee!
ดีค่ะ! เอออ!
– Adesso emmm!
ตอนนี้ เอมมม!
– Abbiamo detto i pasti.
พวกเราพูดเรื่องอาหารมื้อต่างๆ กันไปแล้วนะคะ
– Abbiamo detto non hanno niente a che vedere con la pasta.
และพวกเราก็พูดแล้วค่ะว่า พวกมันไม่เกี่ยวอะไรกับปาสต้าเลยนะคะ
– A proposito di pasta!
พอพูดถึงปาสต้า
– A proposito di pasta, adesso l’assaggiamo.
ถ้าพูดถึงปาสต้า ตอนนี้พวกเรามาชิมปาสต้ากันค่ะ
– Che ore sono?
กี่โมงแล้วคะ
– Ci siamo quasi…
มันเกือบจะสุกแล้วค่ะ…
– Ommm!
อืมมมม!
– Più o meno!
ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงค่ะ!
– Vediamo com’è la nostra pasta.
พวกเรามาดูกันค่ะว่า ปาสต้าของพวกเราเป็นอย่างไรบ้าง
– Nel mentre riscaldo il sugo che era già pronto.
ในขณะนี้ ฉันควรอุ่นซอสมะเขือเทศที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
– Accendo il fornello, scusate!
ฉันเปิดเตาแก๊สนะคะ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ!
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอนะคะ!
– Bene! Ok!
ดีค่ะ! โอเค!
– Scusate!
ขอโทษพวกเธอนะคะ!
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Vediamo un po’ che ore sono…
พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะว่า กี่โมงแล้ว…
– Bene!
ดีค่ะ!
– Assaggiamo la pasta.
พวกเรามาชิมปาสต้ากันค่ะ
– Mescoliamo anche un pochino il sugo.
พวกเรามาคนซอสมะเขือเทศกันสักหน่อยด้วยค่ะ
– Vediamo com’è, la metto sotto il rubinetto.
ดูซิ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ฉันวางมันไว้ใต้ก๊อกน้ำค่ะ
– Scusate se sparisco.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ ถ้าฉันหายไปอ่ะค่ะ
– Vediamo un po’…
พวกเรามาดูกันนิดนึงค่ะ…
– Ancora qualche secondo.
ต้มต่ออีก 2-3 วินาทีค่ะ
– Vediamo sì, più o meno.
มาดูกันค่ะ ค่ะ ก็ประมาณนี้ค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ

– Possiamo sì, secondo me va bene.
ได้ละ ค่ะ ฉันว่ามันโอเคละค่ะ
– Perché è abbastanza al dente.
เพราะว่า เคี้ยวแล้วหนึบๆ ฟันกำลังดีค่ะ
– Mentre riscaldo il sugo, che era già pronto.
ในขณะที่ฉันอุ่นซอสมะเขือเทศ ที่ทำไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
– Io posso scolare la pasta.
ฉันเทน้ำที่ใช้ต้มพาสต้าทิ้งได้แล้วค่ะ
– La scoliamo in diretta!
พวกเรามาสะเด็ดน้ำกันสดๆ ตอนนี้เลยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Devo fare attenzione al tablet.
ฉันต้องระวังเท็บเล็ตซะหน่อยค่ะ
– …. ecco qua!
…. นี่ไงคะ!
– Spengo il fornello e mettiamo subito immediatamente il sugo.
ฉันปิดเตาแก็ส แล้วก็เทมันใส่ลงไปในซอสมะเขือเทศทันทีค่ะ
– Mi metto di là, se no, qua, faccio un po’ di disastro.
ฉันไปยืนตรงนั้นดีกว่า ถ้าไม่งั้น ฉันคงจะทำมันยุ่งแน่ค่ะ
– Mettiamo il sugo.
พวกเราใส่ซอสมะเขือเทศลงไปเลยค่ะ
– Bene! Perfetto!
ดีค่ะ! เยี่ยมมาก!
– Ecco qua un bel piatto di pasta.
นี่ไงคะ ปาสต้าจานอร่อยค่ะ
– Molto semplice.
ง่ายมากๆ ค่ะ
– La pasta è pronta.
ปาสต้าพร้อมแล้วค่ะ
– Buon appetito!
ขอให้ทานให้อร่อยค่ะ!
– Adesso però, emm! non dovrei farlo ve lo dico, la pasta va cotta e mangiata immediatamente.
แต่ว่าตอนนี้ เอมม! ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรกินต่อหน้าพวกเธอค่ะ แต่ตามกฏแล้ว พอพาสต้าสุกปุ๊บ จะต้องกินปั๊บค่ะ
– Ma dobbiamo vedere ancora che cosa impariamo oggi.
พวกเรายังต้องดูว่า วันนี้พวกเราเรียนอะไรไปแล้วบ้างคะ
– Quindi per oggi facciamo un’eccezione.
ดังนั้น สำหรับวันนี้ พวกเราทำการยกเว้นไม่กินทันทีหนึ่งวันค่ะ
– Però ricordate di mangiare immediatamente la pasta.
แต่พวกเธอจำไว้นะคะ ว่าต้องกินปาสต้าทันทีนะคะ
– Perché dopo non è tanto buona.
เพราะถ้ามันเย็น มันจะไม่อร่อยค่ะ
– Ma oggi facciamo questo.
แต่วันนี้ พวกเราทำแบบนี้กันค่ะ
– Ok!
โอเค!
– Quindi mischiamo anche il sugo, se no poi non è buona.
ดังนั้น พวกเรามาคนซอสมะเขือเทศให้เข้ากับปาสต้าด้วยค่ะ ถ้าไม่งั้นมันจะไม่อร่อยค่ะ
– Ok! Perfetto! Allora!
เยี่ยมมากค่ะ! ถ้างั้น!
– Continuiamo a vedere che cosa impariamo oggi.
พวกเรามาดูต่อกันค่ะว่า วันนี้พวกเราเรียนอะไรกันไปบ้างแล้วค่ะ
– Abbiamo detto emmm!
พวกเราพูดไปแล้วค่ะว่า เอมม!
– A che ora è pronta la pasta?
ปาสต้าจะสุกตอนกี่โมงคะ
– Sì, la pasta è pronta alle otto e nove minuti.
ใช่ค่ะ ปาสต้าจะสุกตอน 8:09 น. ค่ะ
– Bene! Eeee!
ดีค่ะ! เอออ!
– Noi diciamo, di solito, alle “alle due”, “alle tre”, “alle quattro e venti”, perché non deve essere sempre un orario preciso.
โดยปกติแล้ว พวกเราจะพูดว่า
เวลาสองนาฬิกา เวลาสามนาฬิกา เวลาสี่นาฬิกายี่สิบนาทีค่ะ เพราะว่าบางทีมันก็มีเศษเป็นนาทีด้วยค่ะ
– “Alle cinque e mezzo”, “alle sei e quarantacinque”, “alle sette”, “alle otto”, “alle nove e dieci”, “alle dieci e quarantacinque”, “alle undici e un quarto”, eee! “a mezzogiorno” .
เวลาห้าโมงครึ่ง เวลาหกโมงสี่สิบห้านาที เวลาเจ็ดโมง เวลาแปดโมง เวลาเก้าโมงสิบนาที เวลาสิบโมงสี่สิบห้านาที เวลาสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที เอออ! เวลาเที่ยงวันค่ะ
– Posso dire anche “alle dodici”, ma di solito noi diciamo “a mezzogiorno” o “a mezzanotte”
ฉันจะพูดว่า เวลาสิบสองนาฬิกา ก็ได้ค่ะ แต่โดยปกติแล้ว พวกเราจะพูดว่า เวลาเที่ยงวัน หรือเวลาเที่ยงคืนค่ะ
– Dipende se siamo di giorno o di notte.
มันขึ้นอยู่กับว่า พวกเราอยู่ในเวลากลางวัน หรือว่ากลางคืนค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!

– Quindi ricordatevi, “alle due”, “alle tre”, quattro, cinque, sei, sette, otto, nove, dieci, undici etc… ma “a mezzogiorno”, “a mezzanotte”.
ดังนั้น พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า เวลาสองโมง เวลาสามโมง สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ สิบเอ็ด ฯลฯ…. แต่ว่า เวลาเที่ยงวัน และเวลาเที่ยงคืนค่ะ
– Questa è un’eccezione.
สิ่งนี้คือข้อยกเว้นค่ะ
– Eeee!
เอออ!
“All’una”, per esempio, io ho detto che noi mangiamo a volte “alle tredici” o “all’una”.
เวลาบ่ายโมง ตัวอย่างเช่น ฉันพูดไปแล้วค่ะว่า บางครั้งพวกเราจะทานกันเวลาสิบสามนาฬิกา หรือว่าตอนบ่ายโมงค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Fra oppure fra le tredici e le quindici.
ก็คือในช่วงเวลาสิบสามนาฬิกาถึงเวลาสิบห้านาฬิกาค่ะ
– Poi vediamo.
แล้วก็ พวกเรามาดูกันค่ะ
– Quindi ricordatevi di solito io normalmente dico “alle” ma “a mezzogiorno”, “a mezzanotte”, “all’una”.
ดังนั้น พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า โดยปกติแล้ว ฉันจะใช้ alle+ตัวเลข แต่ฉันจะใช้ a+กลางวัน a+กลางคืน และ all’บ่ายโมงค่ะ
– Questa ricordatevi queste tre eccezioni in questo caso.
พวกเธอจำข้อยกเว้นทั้ง 3 นี้ไว้นะคะ
– E poi quando parliamo di emmm!
และเมื่อไหร่ที่พวกเราพูดกันเกี่ยวกับ เอมมม!
– Questo caso emm! quando parliamo di orari precisi.
ในกรณีนี้ เอมม! เมื่อพวกเราพูดเกี่ยวกับเวลาที่ไม่มีเศษเป็นนาที
– Quando parliamo di orari approssimativa, non precisi.
เมื่อพวกเราพูดถึงเวลาโดยประมาณ ไม่ใช่แบบครบชั่วโมงเป๊ะๆ
– Emmm!
เอมมม!
– Posso dire ” tra ” io ho detto ” noi mangiamo tra l’una e le tre “.
ฉันสามารถใช้คำว่า ระหว่าง/ช่วง ได้ค่ะ ฉันพูดไปแล้วว่า พวกเราจะกินกันตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงค่ะ
– Significa, per esempio, all’una e un quarto, all’una e mezzo, alle due, alle due e mezzo, alle tre meno un quarto.
มันหมายความว่า อาจจะเป็นเวลาบ่ายโมงสิบห้านาที เวลาบ่ายโมงครึ่ง เวลาบ่ายสองโมง เวลาบ่ายสองโมงครึ่ง เวลาบ่ายสองโมงสี่สิบห้านาที หรือ อีกสิบห้านาทีจะบ่ายสามโมง
– Non è un orario preciso.
มันไม่ใช่เวลาที่ครบชั่วโมงเป๊ะๆ แค่บอกว่าอยู่ช่วงนั้นเฉยๆ ค่ะ
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Quindi usiamo emmm! La preposizione “tra”, per esempio, “tra le …. e le…. “.
ดังนั้น พวกเราจะใช้ เอมมม! คำบุพบท “ระหว่าง/ในช่วงเวลา” ตัวอย่างเช่น ช่วงกี่โมง ถึงช่วงกี่โมงค่ะ
– Oppure “tra mezzogiorno e l’una”.
หรือว่า ช่วงที่ยงวันถึงช่วงบ่ายโมงค่ะ
– Bene! Eee!
ดีค่ะ! เอออ!
– Invece abbiamo per esempio, “dalle… alle… ” oppure “da… a… “, da mezzogiorno a mezzanotte.
แล้วพวกเราก็มี ตัวอย่างเช่น จากกี่โมงถึงกี่โมง โดยใช้คำบุพบท dalle…alle กับตัวเลข และใช้ da…a เช่น ช่วงเที่ยงวันถึงช่วงเที่ยงคืนค่ะ
– Emmm!
เอมมมม!
– Io lavoro per esempio, ” io lavoro dalle nove alle venti, con una pausa “.
ฉันทำงาน ตัวอย่างเช่น ฉันทำงานช่วงเก้าโมงเช้าถึงสองทุ่ม มีพักช่วงนึงค่ะ
– Ok? Va bene!
เข้าใจไหมคะ เอาหล่ะ!
– Quindi, per indicare l’inizio e la fine degli orari.
ดังนั้น มันเป็นการอธิบายจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเวลาค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Abbiamo detto.
พวกเราพูดกันไปว่า
– Abbiamo detto tutto, vediamo un po’.
พวกเราพูดกันไปหมดแล้วค่ะ พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ
– E allora abbiamo visto in questa lezione, anche l’imperativo.
เอาหล่ะ พวกเราเห็นประโยคคำสั่งในบทเรียนนี้กันด้วยนะคะ
– Quando io ho spiegato che cosa fare in cucina, per esempio,
ตอนที่ฉันอธิบายว่า ต้องทำอะไรในห้องครัวบ้าง ตัวอย่างเช่น
– Emmm!
เอมมม!

– “Mettete sempre il sale nella pasta”.
พวกเธอจะต้องใส่เกลือลงไปในปาสต้าเสมอนะคะ
– “Non fate mai scuocere la pasta” (significa cuocere troppo la pasta eccetera)
พวกเธออย่าต้มปาสต้านานเกินไปนะคะ (มันหมายความว่า ต้มจนปาสต้านิ่มเละค่ะ)
– Questo è un imperativo che vediamo tranquillamente con calma nelle prossime lezioni.
สิ่งนี้คือพวกประโยคคำสั่ง ที่พวกเราจะได้เรียนในบทเรียนต่อๆ ไป ไม่ต้องรีบค่ะ
– Rivedete anche gli avverbi di frequenza “io metto sempre il sale”, “non faccio mai scuocere la pasta” abbiamo detto.
พวกเธอไปดูเรื่องคำขยายคำกริยาที่เกี่ยวกับเวลาซ้ำอีกนะคะ เช่น ฉันใส่เกลือตลอดค่ะ ฉันไม่เคยต้มพาสต้าจนเละค่ะ (ตลอดกับไม่เคย คือตัวอย่างของคำขยายคำกริยาค่ะ) พวกเราพูดไปแล้วค่ะ
– Eee!
เอออ!
– E poi in conclusione ricordate di mangiare sempre la pasta immediatamente.
และท้ายสุดนี้ พวกเธอจำไว้นะคะว่า ต้องกินปาสต้าทันทีค่ะ
– L’unica cosa che non dovete fare contrario di quello che ho fatto io oggi.
สิ่งเดียวที่พวกเธอไม่ควรทำกัน คือสิ่งที่ฉันได้ทำไปแล้ววันนี้ค่ะ (คือมัวแต่สอน ไม่ยอมกินปาสต้าทันทีค่ะ)
– È mangiare la pasta immediatamente poi laviamo i piatti, dopo con calma!
มันคือ การกินปาสต้าทันที แล้วพวกเราก็ล้างจานกันทีหลัง อย่างใจเย็นค่ะ!
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Noi ci vediamo alla prossima lezione.
พวกเรามาเจอกันใหม่ในบทเรียนต่อไปนะคะ
– Come sempre, impariamo tante cose nel tempo di un caffè.
เหมือนอย่างเช่นเคย พวกเราได้เรียนรู้กันหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ในช่วงเวลาของการดื่มกาแฟถ้วยหนึ่งเท่านั้นค่ะ
– Ma oggi impariamo tante cose nel tempo di un piatto di pasta.
แต่ว่าในวันนี้ พวกเราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากมายในช่วงเวลาของผลาสต้าจานนึงค่ะ
– Di un piatto di pasta!
ในเวลาของปาสต้าจานนึงค่ะ!
– Bene!
ดีค่ะ!
– Buon appetito, quindi a me buon appetito a me e a voi!
ขอให้ทานอาหารให้อร่อยค่ะ ดังนั้น ขอให้ฉันและพวกเธอทานอาหารกันให้อร่อยค่ะ
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Ci vediamo alla prossima con
“OneWorlditaliano” video!
พวกเรามาพบกันใหม่ในครั้งหน้ากับ “OneWorlditaliano” วิดีโอค่ะ

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 21

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s