เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 19

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 19

ในวิดีโอที่ 12 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับคำบุพบทแบบธรรมดา และการถามว่า
-เธอคือใคร
-เธอมาจากที่ไหน
-เธอทำอะไรในเวลาว่างค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 12.
บทเรียนที่ 12
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Buongiorno, ciao buongiorno!
สวัสดีตอนเช้าค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีตอนเช้าค่ะ!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Ciao! Sorpresa! Sì, Sorpresa!
สวัสดีค่ะ! เซอร์ไพร์สค่ะ! ใช่ค่ะ, เซอร์ไพร์สค่ะ!
– Oggi ho due di voi qui con me.
วันนี้ ฉันพาสองคนนี้มาจากกลุ่มของพวกเธอ มาอยู่กับฉันที่นี่ด้วยค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– Loro sono due studenti di italiano come voi.
พวกเขาสองคนนี้ เป็นนักเรียนที่เรียนภาษาอิตาลี เหมือนกับพวกเธอค่ะ
– E che ho invitato a prendere un caffè con me.
และฉันก็ได้เชิญพวกเขา มาดื่มกาแฟด้วยกันกับฉันค่ะ
– E per vedere anche i vostri progressi.
แล้วก็จะได้ดูความคืบหน้าของพวกเธอด้วยค่ะ
– Emmm!
เอมมม!
– In undici lezioni abbiamo imparato molte cose.
ในทั้งสิบเอ็ดบทที่ผ่านมา พวกเราได้เรียนกันไปแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ
– Adesso voi avete le basi per parlare di voi.
ตอนนี้ พวกเธอมีพื้นฐานเพื่อใช้ในการพูดกันแล้วนะคะ
– Chi siete.
พวกเธอคือใคร
– Di dove siete.
พวกเธอมาจากที่ไหน
– Che cosa fate nella vita e nel tempo libero di tantissime cose.
พวกเธอทำอะไรกันบ้างในชีวิต และกิจกรรมในเวลาว่างแบบต่างๆ มากมายเลยค่ะ
– E adesso vediamo un po’ i vostri progressi.
และตอนนี้ พวกเรามาดูความคืบหน้าของพวกเธอกันหน่อยค่ะ
– Ho preso due studenti che oggi mi fanno compagnia.
ฉันได้พานักเรียนสองคนนี้ มาเป็นเพื่อนด้วยในวันนี้ค่ะ
– Ok? Emmma!
ตกลงนะคะ อืมมม!
– Chi sei? Di dove sei? E che cosa fai? è il titolo della lezione dodici 12 del corso
” OneWorlditaliano ” video.
เธอคือใคร เธอมาจากที่ไหน และเธอทำอะไรอยู่ คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่สิบสอง 12 ของหลักสูตร ” OneWorlditaliano ” วิดีโอค่ะ
– If you don’t understand what i say, you can also watch the same lesson in our youtube channel.
ถ้าเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด เธอสามารถดูบทเรียนเดียวกันนี้ ได้ในช่องยูทูปของพวกเราค่ะ
– Emmme!
เอิมมม!
– Ma se capite restate qui con me!
แต่ถ้าพวกเธอเข้าใจ ก็อยู่ที่นี่กับฉันต่อค่ะ!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้ พวกเราจะมาเรียนอะไรกันเหรอคะ
– Prima di tutto conosciamo eee! due simpatici emm! studenti di italiano.
ก่อนอื่นเลยค่ะ พวกเรามารู้จักกับ เอิออม! คนที่น่าคบ 2 คนนี้ค่ะ อืมม! เป็นนักเรียนที่เรียนภาษาอิตาลีอยู่ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– E loro parlano di loro stessi.
แล้วพวกเขาจะพูดเกี่ยวกับตัวของพวกเขาเองค่ะ
– Va bene? Eeee!
เอาหล่ะนะ เอออ!
– Usano tutte le nozioni che impariamo nelle undici lezioni.
พวกเขาจะใช้ความรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่พวกเราได้เรียนกันไปแล้ว ทั้ง 11 บทเรียนที่ผ่านมาค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Seconda cosa.
อย่างที่สองค่ะ
– Emmm! Niente!
เอมมม! ไม่มีอะไรค่ะ!
– Loro parlano di loro stessi, (si conoscono sappiamo) in oggi sappiamo i loro nomi.
พวกเขาจะพูดเกี่ยวกับตัวของพวกเขาเองค่ะ (พวกเรารู้ว่า พวกเขารู้จักกันค่ะ) ในวันนี้ พวกเรามารู้จักชื่อของพวกเขากันค่ะ
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Che cosa fanno nella vita e nel tempo libero.
อะไรที่พวกเขาทำกันในชีวิตและในเวลาว่างค่ะ
– Ok? Emmma
เข้าใจไหมค่ะ อืมมม!
– E parlano anche delle loro esperienza nello studio dell’italiano.
และพวกเขาก็จะพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขาในการเรียนภาษาอิตาลีด้วยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Iniziamo.
พวกเรามาเริ่มกันเลยค่ะ
– Allora, chi sono io? Voi mi conoscete.
เอาหล่ะ ฉันคือใครเหรอคะ พวกเธอรู้จักฉันนะคะ
– Io sono Veronica.
ฉันคือเวโรนิค่าค่ะ
– Adesso vediamo chi sono loro.
ตอนนี้พวกเรามาดูกันค่ะว่า พวกเขาเป็นใคร
– Ahhh! Eeee!
ฮาาา! เออออ!
– Tu chi sei?
เธอคือใครคะ
– Eeee!
เออออ!
– Sono Gilbert.
ฉันคือ จิลเบรท ครับ
– Lui è Gilberto. Sì.
เขาผู้ชายคือ จิลเบรโต้ ค่ะ ใช่ค่ะ
– E tu chi sei?
และเธอเป็นใครคะ
– Io mi chiamo Susana.
ฉันเรียกตัวเองว่า ซูซาน่า ค่ะ
– Lei si chiama Susana.
เขาผู้หญิงเรียกตัวเองว่า ซูซาน่า ค่ะ
– Abbiamo Giberto e Susana.
พวกเรามี จิลเบรโต้ และ ซูซาน่า ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Allora, adesso vediamo la loro provenienza.
เอาหล่ะ ตอนนี้พวกเรามาดูต้นกำเนิดของพวกเขากันค่ะ
– Quindi vediamo un po’.
ดังนั้น พวกเรามาดูกันสักหน่อยค่ะ
– Abbiamo detto io sono italiana.
พวกเราเคยพูดกันไปแล้วค่ะว่า ฉันเป็นคนอิตาลี
– Io sono sarda.
เป็นคนซาร์เดนหย่ะค่ะ
– Bene! Emmm! Dove il mondo dove dove dove? Eccolo no ahaha.
ดีค่ะ! เอมมม! โลกอันนั้นอยู่ที่ไหนคะ อยู่ไหนอ่ะ มันอยู่นี่ไง ไม่ใช่ ฮาๆๆๆ
– Abbiamo visto e tu Gilberto.
พวกเราได้เห็นกันไปแล้วค่ะ และเธอจิลเบรโต้
– Sì.
ครับผม

– Di dove sei?
เธอเป็นคนที่ไหนคะ
– Io sono francese.
ฉันเป็นคนฝรั่งเศสครับ
– Lui è francese.
เขาผู้ชายเป็นคนฝรั่งเศส
– E tu, Susana di dove sei?
และเธอหล่ะ ซูซาน่า เธอเป็นคนที่ไหนคะ
– Io sono slovacca.
ฉันเป็นคนสโลวาเกียค่ะ
– Lei è slovacca.
เขาผู้หญิงเป็นคนสโลวาเกียค่ะ
– Benissimo! Eee!
ดีมากค่ะ! เอออ!
– Io abito a Cagliari.
ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองคาลยิอาริค่ะ
– Io sono Sarda e abito a Cagliari.
ฉันเป็นคนซาร์เดนหย่ะและอาศัยอยู่ที่เมืองคาลยิอาริค่ะ
– Tu, Gilberto, dove abiti?
เธอ จิลเบรโต้ เธออาศัยอยู่ที่ไหนคะ
– Io abito a Carentan.
ผมอาศัยอยู่ที่เมืองคาเรนตาน
– Ok!
โอเค!
– Lui abita a Carentan.
เขาผู้ชายอาศัยอยู่ที่เมืองคาเรนตานค่ะ
– E tu, Susana, dove abiti?
และเธอหล่ะ ซูซาน่า เธออาศัยอยู่ที่ไหนคะ
– Io abito a Detva.
ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองเดทวาค่ะ
– Lei abita a Detva.
เขาผู้หญิงอาศัยอยู่ที่เมืองเดทวาค่ะ
Ok?
โอเคนะคะ
– Abbiamo detto io abito – casa – a Cagliari.
พวกเราได้เคยพูดกันไปแล้วค่ะว่า ฉันอาศัยอยู่ – บ้าน – ที่คาลยิอาริ ค่ะ
– E loro sono lui è francese e lei è slovacca.
และพวกเขาคือ เขาผู้ชายคือคนฝรั่งเศส และเขาผู้หญิงคือคนสโลวาเกียค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Andiamo avanti!
พวกเรามาเรียนต่อกันเลยค่ะ!
– Emmm!
เอมมม!
– Io sono italiana di madrelingua.
ฉันเป็นคนอิตาลี ฉันพูดภาษาอิตาลีตั้งแต่เกิดค่ะ (ภาษาแม่)
– Emmm!
เอมมม!
– E voi, da quanto tempo.
แล้วพวกเธอหล่ะ นานแค่ไหนกันแล้วค่ะ
– Da quanto tempo studiate l’italiano?
พวกเธอเรียนภาษาอิตาลีกันมานานแค่ไหนแล้วค่ะ
– Tu, emmm! Gilberto, da quanto tempo studi l’italiano?
เธอ, เอมมมม! จิลเบรโต้ เธอเรียนภาษาอิตาลีมานานแค่ไหนแล้วค่ะ
– Io studio italiano emmm! da una ” seminita ”
ฉันเรียนภาษาอิตาลี เอมมม! มา หนึ่ง “อาทิติยา”
– Da una?
มาหนึ่งอะไรนะคะ
– Seminita, settimana, ripeti con me.
หนึ่งอาทิติยา หนึ่งอาทิตย์ เธอพูดซ้ำตามฉันค่ะ
– Settimi, settimana.
หนึ่งอาทิตย์ หรือหนึ่งสัปดาห์ค่ะ
– Ahhh!
ฮาๆๆๆ!
– Settimana, brovo!
หนึ่งสัปดาห์ เก่งมากค่ะ!
– Lui studia l’italiano da una settimana ma è bravo.
เขาผู้ชายเรียนภาษาอิตาลี ได้หนึ่งสัปดาห์แล้วค่ะ แต่ว่าเขาเก่งนะคะ
– Emmm!
เอมมม!
– E tu, Susana, da quanto tempo studi l’italiano?
และเธอหล่ะ ซูซาน่า เธอเรียนภาษาอิตาลีมานานแค่ไหนแล้วคะ
– Io studio l’italiano da un mese.
ฉันเรียนภาษาอิตาเลียนได้หนึ่งเดือนแล้วค่ะ
– Lei studia l’italiano da un mese.
เขาผู้หญิงเรียนภาษาอิตาลีได้หนึ่งเดือนแล้วค่ะ
– Benissimo! Perfetto! Bravi! Emmm!
ดีมากๆ ค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ! เก่งมาก! เอมมม!
– Rispondete anche voi alle mie domande.
พวกเธอตอบคำถามต่างๆ ของฉันกันด้วยนะคะ
– Come fanno loro.
เหมือนอย่างที่พวกเขาตอบกันค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Allora, adesso parliamo di tempo libero.
เอาหล่ะ ตอนนี้พวกเรามาพูดเกี่ยวกับเวลาว่างกันค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Tempo libero.
เวลาว่างค่ะ
– Prima io parlo del mio tempo libero, e poi chiedo a loro e a voi.
อย่างแรกเลย ฉันจะพูดเกี่ยวกับเวลาว่างของฉันก่อนนะคะ แล้วฉันก็จะถามพวกเขาและพวกเธอด้วยค่ะ
– Che cosa fate.
พวกเธอทำอะไรกันคะ
– Che cosa fanno.
พวกเขาทำอะไรกันคะ
– Bene!
ดีค่ะ
– Inizio, allora, che cosa faccio nel tempo libero? Tante cose tra i miei impegni di lavoro.
ฉันเริ่มเลยนะคะ เอาหล่ะ ฉันทำอะไรในเวลาว่างหรือคะ หลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ แม้ว่างานจะเยอะมากค่ะ
– Vi ricordate il lavoro.
พวกเธอจำงานนั้นได้ไหมคะ
– Io faccio tante cose.
ฉันทำหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ
– Io trovo un po’ di tempo per vedere i miei amici.
ฉันหาเวลาอันน้อยนิด นัดเจอเพื่อนๆ ของฉันด้วยค่ะ
– Noi usciamo e andiamo.
พวกเราออกไปข้างนอกด้วยกัน และพวกเราไปด้วยกัน
– Per esempio, in discoteca.
ตัวอย่างเช่น ไปในดิสโกเทค
– Ok? Emmm!
เข้าใจนะคะ เอมมม!
– O usciamo e andiamo a mangiare.
หรือว่า พวกเราออกไปกินอาหารด้วยกันค่ะ
– O a bere qualcosa.
หรือว่า ไปดื่มอะไรบางอย่างด้วยกันค่ะ
– Benissimo! Emmma!
ดีมากค่ะ อืมมม!
– Poi io vado in palestra.
แล้วฉันก็ไปยิมด้วยค่ะ
– A fare sport.
ไปเล่นกีฬาค่ะ
– Ok? Emm!
เข้าใจนะคะ อืมมม!
– Invece quando sto a casa.
ส่วนตอนที่ฉันอยู่บ้านเหรอ
– Quando io sto a casa.
ตอนที่ฉันอยู่บ้าน
– Io ascolto musica.
ฉันฟังเพลงค่ะ
– Io leggo un libro.
ฉันอ่านหนังสือเล่มนึงค่ะ
– Io guardo la tv.
ฉันดูทีวีค่ะ
– Io navigo su internet.
ฉันท่องอินเทอร์เน็ตค่ะ
– Io chatto con i miei amici.
ฉันแชทกับพวกเพื่อนๆ ของฉันค่ะ
– Tra i miei amici ci sono persone che vengono da tutto il mondo.
ในกลุ่มเพื่อนๆ ของฉัน มีหลายคนที่พวกเขามาจากทั่วโลกเลยค่ะ
– Benissimo!
ดีมากๆ ค่ะ!
– Questo è un esempio del mio tempo libero.
นี่คือตัวอย่างเกี่ยวกับเวลาว่างของฉันค่ะ
– Vediamo. Emmm!
พวกเราดูกันค่ะ เอมมม!
– Gilberto, che cosa fai tu nel tempo libero?
จิลเบรโต้ เธอทำอะไรในเวลาว่างคะ
– Adesso emmm! vivo in una barca emm! e viaggio nel Mediterraneo.
ตอนนี้ เอมมม! ผมใช้ชีวิตอยู่ในเรือลำนึงครับ เอมม! และผมท่องเที่ยวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนครับ
– Sì.
ครับผม
– Io viaggio nel Mediterraneo.
ผมท่องเที่ยวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนครับ
– Sì, sì.
ใช่ครับ
– Che bello! Complimenti!
เลิศมากค่ะ! ขอชื่นชมค่ะ!
– Sì.
ค่ะ
– Allora, lui vive in una barca.
ดังนั้น เขาผู้ชายใช้ชีวิตอยู่ในเรือลำนึง
– E lui viaggia nel Mediterraneo.
และเขาผู้ชายท่องเที่ยวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนค่ะ
– Bella vita, complementi! Sì.
ช่างเป็นชีวิตที่สวยงามจริงๆ ค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ!
– E invece tu, Susana, che cosa fai nel tempo libero?
แล้วเธอหล่ะค่ะ ซูซาน่า เธอ

ทำอะไรในเวลาว่างคะ
– Nel tempo libero viaggio, nuoto e ascolto la musica.
ในเวลาว่าง ฉันท่องเที่ยว ฉันว่ายน้ำ และฉันฟังเพลงค่ะ
– Brava! Belle cose!
เก่งมากค่ะ! ทำเรื่องดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ!
– Allora!
เอาหล่ะค่ะ!
– Lei nel tempo libero viaggia.
เขาผู้หญิง เขาท่องเที่ยวในเวลาว่างค่ะ
– E abbiamo detto ascolta musica.
และพวกเราได้พูดไปแล้วว่า เขาผู้หญิงฟังเพลงค่ะ
– E fa sport.
และเขาผู้หญิงเล่นกีฬาค่ะ
– Lei preferisce il nuoto.
เขาผู้หญิงชอบว่ายน้ำมากกว่าค่ะ
– Benissimo! Perfetto!
เก่งมากค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ!
– Ragazzi, siete stati molto, molto gentili.
เพื่อนๆ คะ พวกเธอใจดีกันมากๆ เลยค่ะ
– A partecipare alla mia lezione.
ที่มามีส่วนร่วมในบทเรียนของฉันด้วยค่ะ
– Grazie, grazie, grazie infinite.
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอขอบคุณพวกเธออย่างไม่มีที่สิ้นสุดเลยค่ะ
– Grazie!
ขอบคุณค่ะ!
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกๆ คน!
– Ohhh! Ahahah!
โอ้ๆๆๆ ฮาๆๆ!
– Ciao e a presto!
สวัสดีและพบกันเร็ว ๆ นี้ค่ะ!
– Ciao ragazzi, grazie ancora!
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ!
– Grazie, ciao!
ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ!
– Ok!
โอเค!
– Grazie, ciao!
ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ!
– Ciao, grazie!
สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ!
– Benissimo, molto simpatici!
ดีมากค่ะ พวกเขาน่าคบมากค่ะ
– Allora, emmm!
เอาหล่ะค่ะ เอมมม!

– ma che cosa impariamo oggi?
ว่าแต่ว่า วันนี้พวกเราเรียนอะไรกันไปแล้วคะ
– Tante, tante, tante cose!
หลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยค่ะ!
– Allora prima di tutto.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลยนะคะ
– Prima di tutto le preposizioni semplici.
อย่างแรกเลยค่ะ คือพวกคำบุพบทแบบธรรมดาค่ะ
– Adesso potete parlare.
ตอนนี้พวกเธอสามารถพูดกันได้แล้วค่ะ
– Potete parlare di tante tante cose.
พวกเธอสามารถพูดได้หลายเรื่องแล้วนะคะ
– Potete dire dove andate.
พวกเธอสามารถบอกได้ว่า พวกเธอไปที่ไหน
– Che cosa fate nel tempo libero.
พวกเธอทำอะไรในเวลาว่าง
– Vi esprimete bene.
พวกเธอพูดอธิบายตัวเองให้ดีนะคะ
– Potete parlare del.
พวกเธอสามารถพูดเกี่ยวกับ
– Del tempo, dello spazio di tante cose.
เกี่ยวกับเวลา และสถานที่ในแบบต่างๆ ค่ะ
– E poi abbiamo visto dei verbi regolari e irregolari.
แล้วพวกเราก็ได้เห็นกันไปแล้ว เกี่ยวกับพวกคำกริยาที่ผันตามกฎและที่ผันไม่ตามกฎค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Adesso emmm!
ตอนนี้ เอมมม!
– Vediamo le preposizioni semplici.
พวกเรามาดูพวกคำบุพบทแบบธรรมดากันค่ะ
– Prima di tutto.
อย่างแรกเลยค่ะ
– Preposizione DI
คำบุพบท DI (ของ เกี่ยวกับ ทำจาก) ค่ะ
– La preposizione DI si usa con il verbo ESSERE e indica un’appartenenza.
คำบุพบท DI จะใช้กับคำกริยา essere (เป็น อยู่ คือ) และบอกว่า มาจากไหน เป็นของอะไรค่ะ
– Io sono DI Cagliari.
ฉันมาจากเมืองคาลยิอาริค่ะ
– Io appartengo a Cagliari
ฉันเป็นคนที่มาจากเมืองคาลยิอาริ ค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– appartengo alla città di Cagliari.
ฉันเป็นคนเมืองคาลยิอาริค่ะ
– Oppure, il libro DI Veronica.
หรือว่า หนังสือของเวโรนิค่าค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Il libro appartiene a Veronica.
หนังสือมันเป็นของเวโรนิค่าค่ะ
– Bene! Emmm!
ดีค่ะ! เอมมม!
– Usiamo DI anche.
พวกเราใช้ DI ด้วย ในกรณีที่
– Per esempio, per parlare della materia.
ตัวอย่างนะคะ เกี่ยวกับการพูดในเรื่องของวัสดุ
– Di qualcosa.
ทำมาจากอะไรบางอย่าง
– Per esempio, la tazzina è di ceramica.
ตัวอย่างค่ะ ถ้วยใบเล็กๆ ใบนี้ ทำมาจากเซรามิกค่ะ
– Questi sono degli esempi di come usare la preposizione DI.
สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่าง เกี่ยวกับการใช้คำบุพบท DI (ของ มาจาก บอกที่มา) ค่ะ

– Abbiamo adesso la preposizione A.
ตอนนี้พวกเรามี คำบุพบท A (ที่ ไปยัง) ค่ะ
– Si usa per parlare delle città.
จะใช้สำหรับการพูดเกี่ยวกับเมืองค่ะ
– Abbiamo visto.
พวกเราได้เห็นกันไปแล้วค่ะ
– Io abito A Cagliari.
ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองคาลยิอาริ
– Quindi io però vado A Roma.
ดังนั้น ฉันก็ด้วย ฉันไปที่กรุงโรมค่ะ
– Bene! Eee!
ดีค่ะ! เออ!
– Poi abbiamo anche A + INFINITO.
แล้วพวกเรามี A + คำกริยาที่ลงท้ายด้วย are, ere, ire ด้วยเหมือนกันค่ะ
– Quando parlo del tempo libero.
ตอนที่ฉันพูดเรื่องเวลาว่างค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Io dico vado in discoteca A ballare.
ฉันบอกว่า ฉันไปในดิสโกเทคเพื่อการเต้นรำค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Posso dire emmm!
ฉันสามารถพูดได้ว่า เอมมม!
– Vado in palestra A fare sport.
ฉันไปในยิมเพื่อการเล่นกีฬาค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi, emmm!
ดังนั้น เอมมม!
– A ballare, A fare
เพื่อการเต้นรำ เพื่อการทำ ค่ะ
– A + INFINITO.
A + คำกริยาที่ลงท้ายด้วย are, ere, ire
– Io vado in biblioteca emmm! A studiare.
ฉันไปในห้องสมุด เอมมม! เพื่อการศึกษาค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– Poi abbiamo A + alcuni luoghi.
แล้วพวกเรามี A + บางสถานที่ค่ะ
– Ok? Bene!
เข้าใจไหมคะ ดีค่ะ
– Finora abbiamo visto delle regole.
มาถึงตอนนี้ พวกเราได้เห็นเกี่ยวกับกฎต่างๆ กันไปแล้วนะคะ
– A + INFINITO.
A + คำกริยาที่ลงท้ายด้วย are, ere, ire
– A + città o anche piccolo paese.
A + เมือง หรือว่า จังหวัดเล็กๆ ก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Ok? Eeee!
เข้าใจไหมคะ เอออ!
– Però ci sono dei luoghi come io vado A casa.
แต่ว่า มีพวกสถานที่ เช่น ฉันไปที่บ้าน
– Io sono A scuola.
ฉันอยู่ที่โรงเรียน
– Io vado A teatro.
ฉันไปที่โรงละคร
– E poi non c’è nessuna regola.
แล้วก็ ไม่มีกฎอะไรแล้วค่ะ
– Perché A teatro o IN discoteca?
ทำไมใช้ a ที่โรงละคร แล้วก็ใช้ in ในดิสโกเทคคะ
– Qui, ragazzi, dovete ricordare emmm! le preposizioni con alcuni luoghi.
ในส่วนนี้ เพื่อนๆ คะ พวกเธอต้องจำกันเองให้ได้ค่ะ เอมมม! พวกคำบุพบทกับบางสถานที่
– Ve bene?
ตกลงไหมคะ

– Adesso vediamo la preposizione DA.
ตอนนี้พวกเรามาดูคำบุพบท DA (จาก โดย)
– DA indica una provenienza.
DA บอกถึงแหล่งที่มาค่ะ
– Abbiamo detto, io posso dire sono – verbo essere – DI Cagliari.
พวกเราได้เคยพูดกันไปแล้วค่ะว่า ฉันสามารถพูดว่า ฉันคือ – คำกริยา essere (เป็น อยู่ คือ) – มาจากเมืองคาลยิอาริค่ะ
– Ma se io uso la preposizione DA devo usare il verbo VENIRE.
แต่ว่า ถ้าฉันจะใช้คำบุพบท DA (จาก โดย) ฉันจะต้องใช้คู่กับคำกริยา venire (การมา) ค่ะ
– Io vengo DA Cagliari.
ฉันมาจากเมืองคาลยิอาริ
– Quindi, provenienza DA appartenenza DI.
ดังนั้น ต้นกำเนิด DA (มาจาก) ส่วน DI (เป็นของ) ค่ะ
– Non potete sbagliare se studiate bene
พวกเธอจะไม่สามารถทำผิดกันได้เลย ถ้าพวกเธอศึกษามันให้ดีๆ ค่ะ
– Adesso, queste regole.
ตอนนี้ กฎเหล่านี้
– Ok? Emmm!
เข้าใจไหมคะ เอมมม!
– Usiamo la preposizione DA anche nel tempo cronologico.
พวกเราใช้คำบุพบท DA (จาก โดย) ในเวลาตามลำดับเหตุการณ์ด้วยค่ะ
– Nel tempo.
ในช่วงเวลา
– Per esempio, DA quanto tempo tu studi l’italiano?
ตัวอย่างเช่น เธอ (คนเดียว) เรียนภาษาอิตาลีมานานแค่ไหนแล้วคะ
– DA quanto tempo voi studiate l’italiano?
พวกเธอ (หลายคน) เรียนภาษาอิตาลีมานานกันแค่ไหนแล้วคะ
– DA un mese.
ได้หนึ่งเดือนแล้วค่ะ
– DA una settimana.
ได้หนึ่งสัปดาห์แล้วค่ะ
– Come i nostri amici.
เหมือนกับพวกเพื่อนๆ ของเราค่ะ
– Va bene? Emmm!
เข้าใจนะคะ เอมมม!
– Usiamo emm!.
พวกเราใช้ เอมม!
– DA anche per dire a casa di qualcuno.
ใช้ DA ตอนพูดว่า ไปที่บ้านของใคร ด้วยค่ะ
– Se io dico ” vado DA Anna ” significa a casa di Anna se io dico emmm!
ถ้าฉัน พูดว่า ” ฉันไปที่บ้านอานนา ” มันหมายถึง ที่บ้านของอานนาค่ะ ถ้าฉันเป็นคนพูด เอมมม!
– ” DA Giovani ” significa a casa di Giovani.
” ไปที่บ้านจิโอวานิ ” มันหมายถึงที่บ้านของจิโอวานิค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Emmm!
เอมมม!
– Preposizione IN.
คำบุพบท IN (ใน)
– Emmm!
เอมมม!
– Allora, IN + NAZIONI o REGIONE.
เอาหล่ะ ใน + ประเทศ หรือ เขต ค่ะ
Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Io abito IN Italia IN Sardegna.
ฉันอาศัยอยู่ในประเทศอิตาลี ในเกาะซาร์เด่นหย่ะค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Ma A Cagliari.
แต่ว่า ที่เมืองคาลยิอาริค่ะ
– Ricordate.
พวกเธอจำกันไว้นะคะ
– Ricordate se studiate bene tutto questo sarete bravissimi.
พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า ถ้าพวกเธอศึกษาเป็นอย่างดีทั้งหมดนี้ พวกเธอจะเก่งมากๆ เลยค่ะ
– Emmm! Allora!
เอมมม! เอาหล่ะค่ะ!
– Usiamo IN anche con i mezzi di trasporto.
พวกเราใช้ IN (ใน) กับพวกวิธีของการขนส่งด้วยค่ะ
– Che ho qui.
ตรงนี้ฉันมี
– Ora ve li mostro, eccoli qua.
ตอนนี้ฉันจะโชว์ให้พวกเธอดูค่ะ อยู่ที่นี่ไงค่ะ
– I mezzi di trasporto.
พวกวิธีของการขนส่ง
– Emmm!
เอมมม!
– Io vado IN autobus.
ฉันไป ใน รถเมล์
– IN tram.
ใน รถราง
– IN macchina.
ใน รถยนต์
– IN taxi.
ใน แท็กซี่
– IN bicicletta.
ใน จักรยาน
– IN moto.
ใน รถมอเตอร์ไซค์
– IN aereo.
ใน เครื่องบิน
– IN treno.
ใน รถไฟ
– Facilissimo!
ง่ายมากๆ ค่ะ!

– Quando parlate dei mezzi di trasporto usate la preposizione IN.
เมื่อไหร่ที่พวกเธอพูดเกี่ยวกับวิธีการขนส่ง พวกเธอใช้คำบุพบท IN นะคะ
– Però ” io vado A piedi “.
แต่ว่า ” ฉันเดินไปด้วยเท้า ” ค่ะ
– Quando cammino.
ตอนที่ฉันเดินค่ะ
– Vado A piedi.
ฉันเดินไปด้วยเท้าค่ะ
– E allora uso la preposizione A.
และในกรณีนี้ ฉันใช้คำบุพบท A (ที่ ไปยัง) ค่ะ
– E ancora i mesi dell’anno.
และก็พวกเดือนต่างๆ ของปีด้วยค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– IN Gennaio abbiamo l’inverno.
ใน เดือนมกราคม พวกเรามีฤดูหนาว
– IN Marzo c’è la primavera.
ใน เดือนมีนาคม มีฤดูใบไม้ผลิ
– Ok? Emmm!
โอเคนะคะ เอมมม!
– IN Agosto abbiamo l’estate.
ใน เดือนสิงหาคม พวกเรามี ฤดูร้อน
– IN + NAZIONI o REGIONE.
ใน + ประเทศ หรือ เขตค่ะ
– MEZZI DI TRASPORTO.
พวกวิธีของการขนส่งค่ะ
– Emmm!
เอมมม!
– MESI DELL’ANNO.
พวกเดือนต่างๆ ของปีค่ะ
– E poi qui abbiamo le solite parole
แล้วตรงนี้ พวกเราก็มี พวกคำเดิมๆ ค่ะ
– Eee!
เอออ!
– Dove eee!
ที่ไหน เอออ!
– Per cui non c’è una regola.
ดังนั้นจึงไม่มีกฎค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– IN biblioteca.
ใน ห้องสมุด
– IN VACANZA.
ใน วันหยุดพักผ่อน
– Ok?
โอเคนะคะ
– Biblioteca abbiamo detto IN biblioteca.
ห้องสมุด พวกเราได้เคยพูดกันไปแล้วค่ะว่า ใน ห้องสมุด
– Io vado IN vacanza.
ฉันไป ใน วันหยุดพักผ่อนค่ะ
– Emmm!
เอมมม!
– Io vado IN centro.
ฉันไป ใน ตัวเมืองค่ะ
– Emmm! Ok?
เอมมม! โอเคนะคะ
– Per esempio, Cagliari è una città e a Cagliari io vado IN centro.
ตัวอย่างเช่น เมืองคาลยิอาริเป็นเมืองๆ นึง และที่เมืองคาลยิอาริ ฉันไปในตัวเมืองค่ะ
– Io vado IN discoteca.
ฉันไปในดิสโกเทค
– Qui abbiamo una regola, delle regole.
ตรงนี้ พวกเรามีกฎนึง จากกฎต่างๆ ค่ะ
– Ma qui non c’è nessuna regola.
แต่ตรงนี้ ไม่มีกฎเลยค่ะ
– Perché IN biblioteca ma A casa?
ทำไม ใน ห้องสมุด แต่ว่า ที่ บ้านคะ
– Questo dovete ricordarlo.
พวกนี้ พวกเธอต้องจำมันเอาเองค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Dovete ricordare queste regole.
พวกเธอต้องจำกฎเหล่านี้ให้ได้ค่ะ
– Queste regole e queste non regole.
พวกกฎเหล่านี้ และพวกไม่มีกฎเหล่านี้ด้วยค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Poi abbiamo la preposizione CON.
แล้วพวกเราก็มี คำบุพบท CON (กับ)
– CON è molto facile.
CON มันง่ายมากค่ะ
– CON si usa per cose o persone.
จะใช้ CON กับสิ่งของต่างๆ หรือ ผู้คนทั้งหลายก็ได้ค่ะ
– Nei miei esempi io dico.
ในหลายๆ ตัวอย่างของฉัน ฉันพูดว่า
– Io dico ” io esco CON gli amici “.
ฉันพูดว่า ” ฉันออกไปข้างนอกกับพวกเพื่อนๆ ของฉันค่ะ ”
– Ommm!
อืมมมม!
– Io dico anche” mangio “.
ฉันก็ยังพูดว่า ” ฉันกิน ” ด้วยค่ะ
– ” Io mangio una bistecca con contorno “.
” ฉันกินสเต็กชิ้นนึงกับเครื่องเคียงค่ะ ”
– Molto buona!
อร่อยมากค่ะ!
– Quindi CON + COSE o PERSONE.
ดังนั้น ใช้ con กับสิ่งของต่างๆ หรือ กับผู้คนก็ได้ค่ะ
– Molto facile!
ง่ายมากค่ะ!
– SU significa SOPRA.
SU หมายถึง ข้างบนค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ

– Vediamo un esempio.
พวกเรามาดูตัวอย่างกันค่ะ!
– Per esempio, SU questo tavolo ci sono molte cose.
ตัวอย่างเช่น บนโต๊ะตัวนี้ มีสิ่งของมากมายค่ะ
– Posso dire anche ” SOPRA questo tavolo ci sono molte cose “.
ฉันพูดว่า ” ข้างบนโต๊ะตัวนี้ มีสิ่งของมากมาย ” ก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Molto facile!
ง่ายมากค่ะ!
– PER implica un obiettivo.
PER บอกถึงเป้าหมายค่ะ
– Ok? Ommm!
เข้าใจไหมคะ อืมมม!
– Il motivo delle nostre azioni.
เป็นเหตุผลของการกระทำของพวกเราค่ะ
– Per esempio, compro un regalo PER te!
ตัวอย่างเช่น ฉันชื้อของขวัญชิ้นนึงเพื่อเธอค่ะ
– PER il compleanno.
สำหรับวันเกิดค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Questa è una motivazione.
สิ่งนี้คือแรงจูงใจอย่างหนึ่งค่ะ
– Ommm!
อืมมม!
– È un obiettivo.
มันเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งค่ะ
– Finiamo con TRA e FRA.
พวกเรามาจบด้วย TRA และ FRA (ระหว่าง) ค่ะ
– Sono sinonimi, significano la stessa cosa.
พวกมันมีความหมายเหมือนกันค่ะ
– Sono uguali.
พวกมันเหมือนกันค่ะ
– Ok? Ommm!
เข้าใจไหมคะ อืมมม!
– Usiamo TRA e FRA nello spazio o nel tempo.
พวกเราใช้คำว่า ระหว่าง เพื่อบอกถึงพื้นที่ หรือช่วงเวลาค่ะ
– Ok? Emmma!
เข้าใจนะคะ อืมมม!
– Negli esempi, io dico.
ในตัวอย่างต่างๆ ฉันพูดว่า
– Emmm!
เอมมม!
– TRA i miei impegni di lavoro.
ในระหว่างตารางงานของฉัน
– Ok? Emmm!
โอเคนะคะ เอมม!
– Trovo il tempo per vedere gli amici.
ฉันก็หาเวลาเพื่อไปพบพวกเพื่อนๆ ของฉันจนเจอค่ะ
– Ok?
ตกลงนะคะ
– Oppure TRA i miei amici ci sono persone che vengono da tutto il mondo.
หรือ ในระหว่างพวกเพื่อนๆ ของฉันมีหลายคนที่พวกเขามาจากทั่วโลกค่ะ
– Va bene?
เข้าใจทุกอย่างแล้วนะคะ
– Oppure, sempre nello spazio.
หรือ ก็ยังเกี่ยวกับพื้นที่อยู่ค่ะ
– TRA queste penne, in mezzo, c’è una penna rossa.
ในระหว่างปากกาเหล่านี้ ตรงกลางมันมีปากกาสีแดงแท่งนึงค่ะ
– TRA possiamo dire, oomm!
คำว่า ระหว่าง นี้ พวกเราก็สามารถพูดว่า อืมมม!
– Possiamo tradurre anche con.
พวกเราสามารถแปลได้ว่า
– IN MEZZO.
ในตรงกลางค่ะ
– Posso dire, chiaramente, anche FRA queste penne c’è una penna rossa. Bene!
ฉันสามารถพูดอย่างชัดเจนได้ว่า ระหว่างปากกาเหล่านี้ มีปากกาสีแดงแท่งหนึ่งค่ะ
– Nel tempo, invece che ore sono?
ในช่วงเวลา แล้วมันกี่โมงแล้วคะ
– Ohooo!
โอโฮ้ๆๆ!
– Sono le sette.
เวลาหนึ่งทุ่ม 7:00 น. ค่ะ
– Sono le sette e un quarto.
เวลาหนึ่งทุ่มกับอีกสิบห้านาที 7:15 น. ค่ะ
– Io TRA un’ora, o FRA un’ora, è lo stesso, vado a casa.
ฉันนะคะ อีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ใช้ tra หรือ fra มันคือแบบเดียวกัน ฉันจะกลับบ้านละค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Quindi, nel tempo in azioni future.
ดังนั้น ในช่วงเวลา บอกถึงการกระทำในอนาคตค่ะ
– Ommm!
อืมมม!
– TRA e FRA, l’unica piccola differenza è che.
tra และ fra มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ
– Se per esempio, dico FRA tre minuti esco.
ตัวอย่างเช่น ถ้าฉันพูดว่า อีกประมาณสามนาที ฉันจะออกไปข้างนอก
– Emmm!
เอมมม!
– Se dico TRA tre minuti suona un po’ male.
ถ้าฉันพูดว่า อีกสามนาที โดยใช้ tra มันจะฟังดูแปลกๆ ค่ะ
– Perché sono due parole che iniziano con TR
เพราะว่ามันมีสองคำที่เริ่มต้นด้วย ทร ค่ะ
– Quindi emmm!
ดังนั้น เอมมม!

– Molte volte preferiamo uno dei due sinonimi TRA o FRA. Dipendentemente delle parole che usiamo molto facile!
หลายครั้ง พวกเราก็เลือกคำที่มันพูดแล้วคล่องปากมากกว่า ขึ้นอยู่กับคำที่เราจะใช้ค่ะ ง่ายมากค่ะ!
– Avete visto quante, quante, quante cose si imparano in questo corso e adesso emmm! vi invito a segurci nel nostro sito web nel nostro canale youtube.
พวกเธอได้เรียนกันไปกี่อย่างแล้วคะ ใครๆ ก็เรียนหลักสูตรนี้กันได้ค่ะ และตอนนี้ เอมมม! ฉันขอเชิญชวนให้พวกเธอติดตามเว็บไซต์ของพวกเรา และที่ช่องยูทูปของเราด้วยค่ะ
– E vi saluto!
และฉันก็ขอลาพวกเธอไปก่อนค่ะ!
– Comunque vi dico che abbiamo le preposizioni semplici.
อย่างไรก็ตาม ฉันขอบอกพวกเธอว่า พวกเราได้เรียนเรื่องคำบุพบทแบบธรรมดาแล้วค่ะ
– Abbiamo visto degli esempi di preposizioni semplici.
พวกเราได้เรียนตัวอย่างการใช้คำบุพบทแบบธรรมดากันไปแล้วนะคะ
– Ma abbiamo anche le preposizioni articolate.
แต่ว่า พวกเรามีพวกคำบุพบทที่รวมกับคำนำหน้านามด้วยค่ะ
– Che vedremo nelle prossime lezioni.
ที่พวกเราจะเรียนกันในบทเรียนต่อไปค่ะ
– Per adesso stop, vi saluto!
สำหรับตอนนี้พอแค่นี้ค่ะ ฉันขอลาพวกเธอไปก่อนค่ะ!
– Ciao! Arrivederci alla prossima con ” OneWorlditaliano ” video!
สวัสดีค่ะ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้ากับ ” OneWorlditaliano ” วิดีโอ นะคะ!
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 19

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s