เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 17

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 17

ในวิดีโอที่ 10 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการผันคำกริยา และคำนามที่มาจากภาษาต่างชาติค่ะ

กดที่ลิ้งค์นี้แล้วไปดูวิดีโอกันเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 10.
บทที่ 10
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Come state ?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Siete pronti per cantare e ballare?
พวกเธอพร้อมที่จะร้องเพลงและเต้นรำกันไหมคะ
– Si, avete capito bene!
ใช่ค่ะ พวกเธอเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ!
– Eeee!
เอออ!
– Nella lezione dieci noi impariamo una bellissima canzone dei mitici anni ottanta 80 e molto famosa in Italia
ในบทเรียนที่สิบนี้ พวกเรามาเรียนรู้เกี่ยวกับเพลงที่สวยงามในตำนาน ปี 80 และมีชื่อเสียงมากๆ ในประเทศอิตาลีค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Il titolo della lezione dieci della decima lezione del corso ” OneWorlditaliano ” video è salutare, vivere, dormire!
ชื่อเรื่องของบทเรียนที่สิบ ของหลักสูตร ” OneWorlditaliano ” วิดีโอ คือ การทักทาย การใช้ชีวิต และการนอนค่ะ!
– If you don’t understand what i say, just look in our youtube channel and there is a version with explanations in English but, if you understand, se capite tutto, restate qui con me!
ถ้าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพูด ก็ไปดูที่ยูทูป ในช่องที่มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษนะคะ แต่ถ้าเธอเข้าใจ ถ้าเธอเข้าใจทั้งหมด ก็อยู่ที่นี่กับฉันต่อไปค่ะ!
– Bene!
ดีค่ะ!
– Cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราเรียนเรื่องอะไรกันคะ
– Allora, prima di tutto.
เอาหล่ะ อย่างแรกเลยนะคะ
– Eeee!
เอออ!
– Finalmente riusciamo a parlare di tutto quello che facciamo.
ในที่สุดพวกเราก็สามารถที่จะพูดคุยเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเราทำกันได้ซะทีค่ะ
– Tutte le azioni che facciamo tutti i giorni.
ทุกการกระทำทั้งหมดที่พวกเราทำกันทุกวันค่ะ
– Come camminare.
อย่างเช่น การเดิน
Ok?
เข้าใจนะคะ
– Dormire.
การนอนค่ะ
– Salutare.
การทักทายค่ะ
– Emmm!
เอมม!
– E poi ascoltiamo una bellissima canzone simbolo degli anni ottanta 80.
แล้วพวกเราก็มาฟังเพลงดังที่ไพเราะเสนาะหูในยุคปีแปดสิบ 80 กันค่ะ
– E la canto io!
และฉันจะร้องเพลงนี้เองค่ะ!
– Bene! Eeee!
ดีค่ะ! เอออ!
– Adesso canto per la prima volta questa bellissima canzone.
ตอนนี้ ฉันจะร้องเพลงเพราะๆ เพลงนี้เป็นครั้งแรกเลยนะคะ
– E voi dovete solo ballare.
และพวกเธอก็เต้นกันไปนะคะ
– Cantare con me magari.
หรือจะร้องเพลงไปกับฉันก็ได้ค่ะ
– E mimare tutto quello che sentite.
แล้วก็ร้องเลียนแบบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเธอได้ยินกันนะคะ
– Come eeee! dormire
แบบว่า เอออ! การนอน
– Camminare.
การเดิน
– Salutare.
และการทักทายค่ะ
– Siete pronti?
พวกเธอพร้อมกันแล้วหรือยังค่ะ
– Uno, due, tre e via!
หนึ่ง สอง สาม และไปกันเลยค่ะ!

– Dormire
การนอน
– Salutare
การทักทาย
– Autostop
การโบกเรียกรถ
– Starnuto
จาม
– Camminare
การเดิน
– Nuotare
การว่ายน้ำ
– Sciare
การเล่นสกี
– Spray
สเปรย์
– Macho
ผู้ชายที่ชอบโชว์ว่าตัวเองแข็งแรงกว่า
– Clacson
แตรรถ
– Campana
ระฆัง
– Ok!
โอเค!
– Baciare
กาจูบ การหอม
– Capelli
ผมหลายเส้น
– Saluti
ทักทาย
– Saluti, ciao!
เธอทักทาย, สวัสดี!
– Superman
ซูเปอร์แมน
– Ohhh! Bravi! Perfetto! Bravissimi!
โฮ้ๆ! เก่งมาก! เยี่ยมมากค่ะ! เก่งมากเลยค่ะ!
– Questa era una famosissima canzone degli anni ottanta 80.
เพลงนี้เคยเป็นเพลงนึงที่มีชื่อเสียงมากในปี 80 ค่ะ
– Famosissima in Italia.
มีชื่อเสียงมากในประเทศอิตาลีค่ะ
– Bravi, Bravi!
เก่งมาก เก่งมากค่ะ!
– E adesso cosa facciamo?
และตอนนี้พวกเราทำอะไรกันดีคะ
– Adesso, per favore, fate due liste.
ตอนนี้ พวกเธอกรุณาเขียนรายการ 2 รายการค่ะ
– Una lista con tutti i verbi presenti nella canzone.
ในรายการแรก เขียนคำกริยาทั้งหมดที่มีอยู่ในเพลงค่ะ
– E una lista con tutti i nomi, i sostantivi.
และอีกรายการนึง เขียนพวกคำนามทั้งหมดค่ะ
– Mettete anche gli articoli.
พวกเธอเขียนคำนำหน้านามด้วยนะคะ
– Ricordate, i verbi sono tutte le azioni che facciamo.
พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า คำกริยา คือ ทุกการกระทำที่พวกเราทำกันค่ะ เช่น
– Parlare
การพูด
– Camminare
การเดิน
– Ascoltare
การฟัง
– I sostantivi, i nomi, possono essere cose come.
พวกคำนามทั้งหลาย มันก็คือสิ่งของต่างๆ เช่น
– Eeee!
เอออ!
– La penna.
ปากกาหนึ่งแท่ง
– La matita.
ดินสอหนึ่งแท่ง
– O anche cose astratte
หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Come lo starnuto. Hack cil!
อย่างเช่น การจาม แฮ็กชิ้ล! (เสียงจาม)
– Il saluto, ” ciao! ”
การทักทาย ” สวัสดีค่ะ! ”
– Bene!
ดีค่ะ!
– Siete pronti?
พวกเธอพร้อมกันแล้วหรือยังคะ
– Mettete rewind e ascoltate ancora una volta la canzone.
พวกเธอกดย้อนกลับไป แล้วพวกเธอก็ฟังเพลงกันอีกครั้งนึงค่ะ
– Avete già finito?
พวกเธอฟังไปแล้วหรือยังคะ
– Bravissimi! Perfetto!
เก่งมากๆ ค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ!
– Bene bene!
ดีค่ะดี!
– Adesso cantiamo ancora la canzone e vediamo se avete scritto bene le due liste.
ตอนนี้พวกเรามาร้องเพลงกันอีกครั้ง และพวกเรามาดูกันว่า พวกเธอได้เขียนรายการทั้งสองได้ดีกันแค่ไหนค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– Nomi e verbi.
คำนามและคำกริยาค่ะ
– Ok?
ตกลงไหมคะ
– Pronti?
พร้อมกันหรือยังคะ
– Cantiamo ancora.
พวกเรามาร้องเพลงกันอีกครั้งค่ะ
– Dormire.
การนอน
– Ok?
โอเคไหมคะ
– Salutare
การทักทาย
– Autostop
การโบกเรียกรถ
– Starnuto
จาม
– Camminare
การเดิน
– Nuotare
การว่ายน้ำ
– Sciare
การเล่นสกี
– Spray
สเปรย์
– Macho
ผู้ชายที่ชอบโชว์ว่าตัวเองแข็งแรงกว่า
– Clacson
แตร
– Campana
ระฆัง
– Ok!
โอเค!
– Baciare
การจูบ การหอม
– Capelli
ผมหลายเส้น
– Capelli
ผมหลายเส้น
– Saluti
สวัสดี
– Saluti
สวัสดี
– Superman
ซูเปอร์แมน
– Ohhh! Bravissimi, bravissimi ,bravissimi!
โฮ้ๆๆ! เก่งมากๆๆๆๆ เลยค่ะ!
– Bravi, bravi, bravi!
เก่งมาก เก่งมาก เก่งมากค่ะ!

– Lo sapevo!
ฉันว่าแล้ว!
– Avete scritto tutto benissimo!
พวกเธอเขียนมันไว้ทั้งหมดแล้ว ดีมากๆ เลยค่ะ!
– Ok!
โอเค!
– Quindi, emm!
ดังนั้น เอมม!
– Mentre abbiamo ascoltato questa canzone.
ในขณะที่พวกเราได้ฟังเพลงนี้กันไปแล้ว
– Cantato e ballato.
ร้องเพลงและเต้นรำกันไปแล้ว
– Abbiamo imparato tantissime cose.
พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเลยนะคะ
– Quali?
อันไหนเหรอคะ
– Allora, prima di tutto.
เอาหล่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ
– Finalmente, finalmente.
ในที่สุด ในที่สุดเราก็ได้เจอกับ
– Eeee!
เอออ!
– Il presente indicativo dei verbi regolari.
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในรูปปัจจุบันของพวกคำกริยาที่ผันตามกฎค่ะ
– Così prossiamo esprimere tutte le azioni che facciamo.
แบบนี้ พวกเราก็สามารถอธิบายถึงการกระทำทั้งหมดที่พวกเราทำกันได้ซะทีค่ะ
– Seconda cosa.
อย่างที่สองค่ะ
– Emmm! Eeee!
เอมม! เอออ!
– Tante parole nuove con gli articoli.
คำใหม่ๆ หลายคำมาพร้อมกับคำนำหน้านามด้วยค่ะ
– Emm!
เอมม!
– Terza cosa.
อย่างที่สาม
– Tra queste parole nuove abbiamo una nuova regola.
จากคำใหม่ๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้พวกเรามีกฎใหม่เพิ่มมากฎนึงค่ะ
– Le parole straniere, che vengono da altre lingue.
พวกคำต่างประเทศ ที่พวกมันมาจากภาษาอื่นๆ อ่ะค่ะ
– Come l’inglese, il francese, lo spagnolo.
เช่นพวกที่มาจาก ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปนค่ะ
– Eeee!
เอออ!
– E poi, quarta cosa, la forma di cortesia.
แล้วก็อย่างที่สี่ที่เราเรียนก็คือ การพูดแบบสุภาพค่ะ
– Lei, scritto maiuscolo, per parlare in situazioni formali.
คุณ (เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้) เขียนตัว L พิมพ์ใหญ่ ใช้สำหรับการพูดในสถานการณ์ที่เป็นทางการค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Adesso iniziamo a coniugare il presente indicativo dei verbi regolari.
ตอนนี้ พวกเรามาเริ่มผันคำกริยา ที่เป็นเรื่องจริง ในรูปปัจจุบัน และเป็นคำกริยาที่ผันตามกฎกันค่ะ
– Nella canzone troviamo diversi verbi che terminano in ARE
ในเพลงที่เราร้องกัน พวกเราจะเจอคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ARE เยอะแยะเลยค่ะ
– Come SALUTARE, ” ciao! ”
อย่างเช่น การทักทาย ” สวัสดีค่ะ! ”
– Eee!
เอออ!
– Abbiamo CAMMINARE.
พวกเรามี การเดินค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Abbiamo NUOTARE.
พวกเรามี การว่ายน้ำค่ะ
– Abbiamo SCIARE e BACIARE.
พวกเรามี การเล่นสกี และ การจูบ การหอมค่ะ
– Eeee!
เอออ!

– Vediamo l’esempio di SALUTARE.
พวกเรามาดูตัวอย่างของคำว่า การทักทายกันค่ะ
– Emmm!
เอออ!
– Io saluto e dico ” ciao, buongiorno! ”
ฉันทักทาย และฉันพูดว่า ” สวัสดีค่ะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ! ”
– Tu saluti e che cosa dici? ” Bonjour! “, ” Buongiorno! “, ” Good morning! ”
เธอทักทาย และเธอพูดว่าอะไรคะ ” สวัสดี! ” (ภาษาฝรั่งเศส), ” สวัสดีตอนเช้า! “(ภาษาอิตาลี), ” สวัสดีตอนเช้า! ” (ภาษาอังกฤษ)
– Cosa dici!
เธอพูดว่าอะไรนะคะ!
– Quindi io saluto, tu saluti.
ดังนั้น ฉันทักทาย, เธอทักทาย
– Lui saluta e dice ” Bonjour! ”
เขาผู้ชายทักทาย และเขาพูดว่า “บองชู” เป็นภาษาฝรั่งเศสค่ะ
– Lei saluta e dice ” Salut! ”
เขาผู้หญิงทักทาย และหล่อนพูดว่า “ซาลุท!”
– Noi salutiamo e diciamo ” ciao! ”
พวกเราทักทายและพวกเราพูดว่า “ชาว”
– Voi salutate e che cosa dire?
พวกเธอทักทาย และพวกเธอพูดว่าอะไรคะ
– Eeee!
เอออ!
– Loro salutano e dicono ” hello! ”
พวกเขาทักทายและพวกเขาพูดว่า ” เฮลโละ! ” เป็นภาษาอังกฤษค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi coniughiamo tutti i verbi regolari che terminano in ARE in questo modo.
ดังนั้น พวกเราก็ผันคำกริยา ที่ผันตามกฏ ที่ลงท้ายด้วย ARE ในรูปแบบนี้ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– E emmm!
และ เอออ!
– Abbiamo la seconda coniugazione, i verbi che terminano in ERE.
ตอนนี้พวกเราก็มีการผันคำกริยาแบบที่สองค่ะ คือ พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ERE ค่ะ
– Non ci sono verbi che terminano in ERE nella canzone.
ไม่มีพวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ERE ในเพลงค่ะ
– Ma vediamo un esempio come VIVERE.
แต่ว่า พวกเรามาดูตัวอย่างนึงกัน เช่น การใช้ชีวิตค่ะ
– Ci sono altri verbi come PRENDERE.
มีคำกริยาอื่นๆ อีกอย่างเช่น การหยิบค่ะ
– Ok? Eee!
โอเคนะคะ เอออ!
– Come RICEVERE.
อย่างเช่น การได้รับ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Come VENDERE.
อย่างเช่น การขาย
– Ma adesso vediamo VIVERE.
แต่ว่า ตอนนี้พวกเรามาดูคำว่า การใช้ชีวิตกันค่ะ
– Emmm!
เอมม!
– Io vivo in Italia.
ฉันใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอิตาลี
– Io vivo in Sardegna.
ฉันใช้ชีวิตอยู่ในเกาะซาร์เดนหย่ะค่ะ
– Io vivo a Cagliari.
ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองคาลยิอาริ
– E tu dove vivi?
แล้วเธอหล่ะ เธอใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนคะ
– Lui vive in Francia.
เขาผู้ชายใช้ชีวิตอยู่ในประเทศฝรั่งเศสค่ะ
– Lei vive in Inghilterra.
เขาผู้หญิงใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษค่ะ
– E Lei signore, dove vive?
แล้วคุณผู้ชายท่านนั้น ใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนคะ
– E Lei signora, dove vive?
และคุณผู้หญิงท่านนั้น ใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนคะ
– Questa è la forma di cortesia.
นี่คือรูปแบบสุภาพค่ะ
– Ok?
เข้าใจไหมคะ
– Con un dottore.
ใช้พูดกับหมอคนนึง
– Un avvocato.
กับทนายความคนนึง
– O una persona adulta che non conosco.
หรือกับบุคคลผู้ใหญ่ที่ฉันไม่รู้จักมาก่อนค่ะ
– Non posso dire ” tu “.
ฉันไม่สามารถพูดว่า “เธอ” ค่ะ
– Non, no.
ไม่ค่ะ ไม่ได้ค่ะ
– Devo usare ” Lei ” e lo devo scrivere con la lettera maiuscola.
ฉันต้องใช้ คำว่า “คุณ” และฉันต้องเขียนด้วยตัว L พิมพ์ใหญ่ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Noi viviamo in Italia.
พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอิตาลีกันค่ะ
– E voi? Dove vivete?
และพวกเธอหล่ะ พวกเธอใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนกันคะ
– Loro vivono in Francia.
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศฝรั่งเศสกันค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Tutti i verbi regolari che terminano in ERE si coniugano in questo modo.
คำกริยาที่ผันตามกฏ ที่ลงท้ายด้วย ERE ก็จะผันแบบนี้ค่ะ
– Vediamo la terza coniugazione IRE.
พวกเรามาดูการผันคำกริยาแบบที่สาม ที่มีคำลงท้ายด้วย IRE กันค่ะ
– Nella canzone sentiamo DORMIRE.
ในเพลงนั้น พวกเราได้ยินคำว่า การนอน
– Bene!
ดีค่ะ!

– Ci sono altri verbi che si coniugano come DORMIRE.
มีคำกริยาอื่นๆ ที่พวกมันผันเหมือนกับคำกริยา การนอน ด้วยค่ะ
– Come APRIRE.
อย่างเช่น การเปิด
Ok?
เข้าใจนะคะ
– Come SENTIRE.
อย่างเช่น การได้ยิน การรู้สึกค่ะ
– Vediamo l’esempio di DORMIRE.
พวกเรามาดูตัวอย่าง ของการผันคำกริยา การนอน กันค่ะ
– Io dormo.
ฉันนอน
– Tu dormi.
เธอนอน
– Lui dorme.
เขาผู้ชายนอน
– Lei dorme.
เขาผู้หญิงนอน
– E Lei signora, dorme.
และคุณผู้หญิงก็นอนค่ะ
– Lei signore, dorme.
คุณผู้ชายก็นอนค่ะ
– Noi dormiamo.
พวกเรานอน
– Voi dormite.
พวกเธอนอน
– Loro dormono.
พวกเขานอน
– Bene!
ดีค่ะ
– Ma con IRE abbiamo altri verbi che si coniugano in un altro modo.
แต่ว่ากับคำกริยาที่ลงท้ายด้วย IRE นี้ พวกเราสามารถผันมันในรูปแบบอื่นก็ได้ค่ะ
– Come hack cil Ahhh scusatemi.
อย่างเช่น แฮ็กชิ้ล (เสียงจาม ฮาๆๆ) ฉันขอโทษค่ะ
– Come STARNUTIRE.
อย่างเช่น การจามค่ะ
– E non abbiamo il verbo STARNUTIRE nella canzone.
แต่พวกเราไม่มีคำกริยา การจาม ในเพลงค่ะ
– Ma abbiamo LO STARNUTO.
แต่ว่า พวกเรามี จาม ที่เป็นคำนามค่ะ
– Hack cil.
แฮ็กชิ้ล
– E il verbo – ho il raffreddore – è STARNUTIRE.
และคำกริยา – ฉันมีไข้ – คือคำกริยา การจาม ค่ะ
– Come starnutire coniughiamo PREFERIRE.
การผันคำกริยา การจาม มันก็เหมือนกับการผันคำกริยาคำว่า การชอบมากกว่าค่ะ
– Coniughiamo COSTRUIRE una casa.
พวกเรามาผันคำกริยาคำว่า การสร้าง บ้านหลังนึงกันค่ะ
– Emm!
เอออ!
– Come so se deve coniugare i verbi in IRE come DORMIRE o come STARNUTIRE?
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่า ฉันควรจะต้องผันคำกริยาที่ลงท้ายด้วย IRE แบบการผันคำว่า การนอน หรือว่าแบบการจามดีคะ
– È facile!
มันง่ายมากค่ะ!
– Basta guardare il vostro dizionario.
ก็แค่ไปดูที่พจนานุกรมของพวกเธอกันไงคะ
– O la vostra grammatica italiana.
หรือว่า ไปดูที่หนังสือโครงสร้างการใช้ภาษาอิตาลีของพวกเธอก็ได้ค่ะ
– Bene! Emmm!
ดีค่ะ! เอมมม!
– Coniughiamo il verbo STARNUTIRE.
ตอนนี้พวกเรามาผันคำกริยา การจาม กันค่ะ
– Io starnutisco.
ฉันจาม
– Tu starnutisci.
เธอจาม
– Emmm!
เอมมม!
– Lui / lei starnutisce.
เขาผู้ชาย/ เขาผู้หญิงจาม
– Emmm!
เอมม!
– Noi starnutiamo.
พวกเราจาม
– Voi starnutite.
พวกเธอจาม
– Loro starnutiscono.
พวกเขาจาม
– Bene! Perfetto!
ดีค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ!
– Quindi, tutti i verbi con ARE, quelli regolari, si coniugano così.
ดังนั้น พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ARE แบบที่ผันตามกฎ จะผันกันแบบนี้ค่ะ
– I verbi con ERE si coniugano così.
พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ERE พวกมันจะผันแบบนี้ค่ะ
– I verbi con IRE dipende.
พวกคำกริยาที่ลงท้ายด้วย IRE มันขึ้นอยู่กับว่า
– Così o così.
จะเป็นแบบนี้ หรือแบบนี้ก็ได้ค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!

– Passiamo adesso ai sostantivi, i nomi.
ตอนนี้ พวกเราผ่านไปดูเรื่อง คำนาม กันค่ะ
– Ok? Emmm!
ตกลงไหมคะ เอมมม!
– Abbiamo trovato tutti questi nomi.
พวกเราได้เจอคำนามเหล่านี้กันทั้งหมดแล้วค่ะ
– Dovevate mettere gli articoli di fronte al nome.
พวกเธอจะต้องใส่คำนำหน้านาม ไว้ข้างหน้าคำนามนะคะ
– Io gli ho messi al singolare e al plurale.
ฉันได้ใส่มันไว้แล้วค่ะ ทั้งที่เป็นเอกพจน์ และที่เป็นพหูพจน์ค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Questi sono gli articoli determinativi che rivedete nella lezione 7.
พวกนี้คือ คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง ที่พวกเธอจะไปทบทวนซ้ำกันได้ ในบทเรียนที่เจ็ด 7 ค่ะ
– E rivedete anche gli articoli indeterminativi nella lezione 8.
และพวกเธอก็ไปทบทวนซ้ำ เรื่องคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ในบทเรียนที่แปด 8 ด้วยเหมือนกันนะคะ
– Perfetto! Ok!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Che cosa trovate di strano?
พวกเธอเห็นอะไรแปลกๆ กันไหมคะ
– E sì, lo so!
ใช่ค่ะ ฉันรู้ค่ะ!
– Emmm!
เอมม!
– Ci sono delle parole nuove.
มีคำใหม่ๆ หลายคำ
– Specialmente delle parole straniere.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกคำต่างประเทศทั้งหลายค่ะ
– Che derivano da altre lingue.
ที่พวกมันมาจากภาษาอื่นๆ ค่ะ
– Dall’inglese, dal francese, dello spagnolo.
มาจากภาษาอังกฤษ มาจากภาษาฝรั่งเศส หรือมาจากภาษาสเปนค่ะ
– Per esempio AUTOSTOP.
ตัวอย่างเช่น การโบกเรียกรถค่ะ
– Emmm! Ok!
เอมมม! โอเค!
– Mettiamo L’AUTOSTOP, bravi, perché è maschile e inizia con vocale.
พวกเราใส่ L’ ไว้หน้าคำว่า โบกเรียกรถ เก่งมากค่ะ เพราะว่ามันเป็นเพศชายและเริ่มต้นด้วยสระค่ะ
– Emmm!
เอมม!
– Però cambiano l’articolo, GLI AUTOSTOP.
แต่ว่า เปลี่ยนแค่คำนำหน้านามเป็น Gli การโบกเรียกรถ ถ้าเป็นพหูพจน์ค่ะ
– Ma perché non ha plurale?
ว่าแต่ว่า ทำไมมันไม่มีพหูพจน์เหรอคะ
– Guardate anche SPRAY.
พวกเธอมาดูคำว่า สเปรย์ กันค่ะ
– Ovviamente, LO SPRAY, S + CONSONANTE al maschile.
แน่นอนที่สุดว่า LO สเปรย์, S + พยัญชนะ เป็นเพศชาย เอกพจน์ค่ะ
– GLI SPRAY al plurale.
GLI สเปรย์ ถ้าเป็นพหูพจน์ค่ะ
– Ma SPRAY, SPRAY
แต่ว่า สเปรย์ สเปรย์ เหมือนกัน
– MACHO, MACHO
ผู้ชายโชว์แมน ผู้ชายโชว์แมน เหมือนกัน
– Emmm!
เอมม!
– CLACSON, CLACSON
แตร แตร เหมือนกัน
– OK!
โอเค!
– E invece abbiamo CAPELLO.
ส่วนอันนี้ พวกเรามี ผมหนึ่งเส้น
– Con una P, ricordatevi, CAPELLO è questo.
กับตัว P ตัวเดียว พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า ผมหนึ่งเส้น เขียนแบบนี้ค่ะ
– I CAPELLI sono questi.
ผมหลายเส้น เขียนแบบนี้ค่ะ
– Non scrivetelo con due P perché CAPPELLO questo è un CAPPELLO con la doppia P.
พวกเธออย่าเขียนตัว P สองตัวนะคะ เพราะว่ามันจะกลายเป็นหมวกค่ะ นี่คือหมวกใบนึงค่ะ กับตัว P สองตัวค่ะ
Ok?
เข้าใจนะคะ
– Quindi questi sono i CAPELLI.
ดังนั้น สิ่งเหล่านี้คือผมหลายเส้นค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– E al singolare CAPELLO, al plurale CAPELLI.
ถ้าเป็นเอกพจน์คือ ผมหนึ่งเส้น ถ้าเป็นพหูพจน์คือ ผมหลายเส้นค่ะ
– Poi abbiamo CAMPANA, CAMPANE, femminile singolare, femminile plurale.
แล้วพวกเราก็มีคำว่า ระฆัง ที่เป็นเพศหญิง เอกพจน์ ลงท้ายด้วย a และ ระฆัง เพศหญิง พหูพจน์ลงท้ายด้วย e ค่ะ
– Ma le parole straniere non hanno plurale.
แต่ว่าพวกคำต่างประเทศต่างๆ นั้น มันไม่มีพหูพจน์ค่ะ
– AUTOSTOP, AUTOSTOP
การโบกเรียกรถ การโบกเรียกรถ
– SPRAY, SPRAY
สเปรย์ สเปรย์ เขียนเหมือนกัน
– Facilissimo! Vero?
ง่ายมากๆ ค่ะ! จริงไหมคะ
– Abbiamo imparato tantissime, tantissime, tantissime cose.
พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ
– In pochissimi minuti.
ในเวลาไม่กี่นาทีเองค่ะ
– Il tempo di prendere un caffè espresso.
เท่ากับเวลาในการดื่มกาแฟเอสเปรสโส่ถ้วยนึงค่ะ
– Ciao a tutti, ci vediamo alla prossima con ” OneWorlditaliano ” video!
สวัสดีค่ะทุกคน พวกเราพบกันใหม่ในครั้งหน้ากับ ” OneWorlditaliano “video! ค่ะ
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เราเรียนไปแล้วลงสมุดให้หมดค่ะ ถ้าเราเขียนบ่อยๆ ในวันนี้ ต่อไปเราก็จะเขียนได้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ
2.พูดตามเขาให้ทันทุกคำพูดเลยนะคะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 17

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s