เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 15

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 15

ในวิดีโอที่ 8 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับ
-คำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง
-และทบทวนคำนำหน้านามแบบเจาะจงด้วยค่ะ
-การชี้บอกว่าอันนี้อยู่ใกล้ และอันนั้นอยู่ไกล
-การใช้คำพวกนี้เป็นคำขยายนาม หรือคำสรรพนามค่ะ

ไปดูวิดีโอกันก่อนค่ะ ถ้าไม่เข้าใจแล้วค่อยมาดูคำแปลด้านล่างนี้ค่ะ

Lezione 8.
บทที่ 8
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Io sono sempre Veronica.
ฉันคือเวโรนิค่า คนเดิมค่ะ
– E voi chi siete?
แล้วพวกเธอคือใครกันคะ
– Eeee!
อออืม!
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Bravissimi! Vedo che state studiando.
เก่งมากค่ะ! แสดงว่าพวกเธอกำลังเรียนกันอยู่
– Questo è il libro di italiano.
สิ่งนี้คือหนังสือภาษาอิตาลีเล่มนั้นหนึ่งเล่มค่ะ
– Oggi possiamo dire anche questo è un libro.
วันนี้พวกเราสามารถพูดว่า สิ่งนี้คือหนังสือเล่มนึง ก็ได้เหมือนกันค่ะ ใช้คำว่า un-อันนึง
– Questo è uno zaino.
สิ่งนี้คือเป้หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังใบนึงค่ะ
– Vi ricordate, Sì?
พวกเธอจำกันได้ใช่ไหมคะ
– Eeee!
เอออ!
– Questa è una penna.
สิ่งนี้คือปากกาแท่งนึงค่ะ
– ” un, uno, una ” è il titolo dell’ottava lezione del corso ” OneWorlditaliano ” video.
” un, uno, una ” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่แปดของหลักสูตร ” OneWorlditaliano ” วิดีโอค่ะ
– Bravissimo!
เก่งมากค่ะ!
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนอะไรกันคะ
– Ok!
โอเคค่ะ!

– Prima di tutto vediamo oggetti nuovi e vecchi delle lezioni passate.
อย่างแรกเลยค่ะพวกเรามาดูทบทวนพวกวัตถุสิ่งของใหม่ๆ และพวกวัตถุสิ่งของเก่าๆ ที่ได้เรียนมาแล้ว ในบทเรียนที่ผ่านๆ มากันค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– E impariamo ad indicarli da altre prospettive.
และพวกเรามาเรียนการชี้แยกแยะสิ่งพวกนี้ ในมุมมองแบบอื่นๆ กันด้วยค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Seconda cosa vediamo come indicare questi oggetti.
อย่างที่สองค่ะ พวกเรามาดูวิธีการชี้แจงวัตถุเหล่านี้กันค่ะ
– In modo generico o specifico.
ในแบบทั่วไปหรือแบบชี้เฉพาะเจาะจงค่ะ
– Per esempio, io qui ho quattro penne: rossa, blu, verde e nera.
ตัวอย่างเช่น ที่นี่ฉันมีปากกาสี่แท่งค่ะ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียวและสีดำ ค่ะ
– Se io dico voglio la penna rossa.
ถ้าฉันบอกว่า ฉันต้องการปากกาสีแดงแท่งนั้นหนึ่งแท่ง
– Io intendo in modo specifico.
ฉันเจาะจงว่าเป็นแท่งไหนค่ะ
– Se dico voglio una penna.
ถ้าฉันบอกว่า ฉันต้องปากกาแท่งนึง
– Una penna è uguale.
ปากกาแท่งไหนก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!
– Iniziamo con gli oggetti che già conoscete.
พวกเรามาเริ่มด้วยวัถตุสิ่งของ ที่พวกเธอได้รู้จักกันไปเรียบร้อยแล้วดีกว่าค่ะ
– Abbiamo detto che cosa è questo? (เพศชาย เอกพจน์)
พวกเราเคยพูดไปแล้วว่า สิ่งนี้คืออะไร ใช่ไหมคะ
– Sì, questo è un libro.
ใช่ค่ะ สิ่งนี้คือหนังสือเล่มนึงค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa è questo? (เพศชาย เอกพจน์)
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Questo è un quaderno.
สิ่งนี้คือสมุดจดเล่มนึงค่ะ
– Ma che cosa è quello?
แต่ว่า สิ่งนั้นคืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Sì, quello è un quaderno.
ใช่ค่ะ สิ่งนั้นคือสมุดจดเล่มนึงค่ะ
– Questo vicino a me.
สิ่งนี้ คือ อยู่ใกล้ฉัน
– Quello, lontano.
สิ่งนั้น คือ อยู่ไกลจากฉันค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!
– E anche questa parola, sì, conoscete anche questa parola.
และคำนี้ด้วยค่ะ ใช่ค่ะ พวกเธอก็รู้จักคำนี้ด้วยค่ะ
– Che cos’è questa?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์ ลงท้ายด้วย a)
– Questa è una penna.
สิ่งนี้คือปากกาแท่งนึงค่ะ
– Ma, che cos’è quella?
แต่ว่า สิ่งนั้นคืออะไรคะ (เพศหญิง ลงท้ายด้วย a)
– Lontana.
อยู่ไกลค่ะ
– Quella è una penna.
สิ่งนั้นคือปากกาแท่งนึงค่ะ
– Perfetto! Eeee.
เยี่ยมมากค่ะ! อืออ.

– Stessa cosa questa è una matita.
แบบเดียวกันค่ะ สิ่งนี้คือดินสอแท่งนึงค่ะ
– Quella è una matita.
สิ่งนั้นคือดินสอแท่งนึงค่ะ
– Benissimo! Eeee!
เก่งมากค่ะ! อือออ!
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย ลงท้ายด้วย o)
– Questo è un pennarello.
สิ่งนี้คือปากกาหมึกแท่งนึงค่ะ
– Ma che cosa è quella?
แต่ว่า สิ่งนั้นคืออะไรคะ (เพศหญิง ลงท้ายด้วย a)
– Lontana, sì.
อยู่ไกลๆ นั่น ใช่ค่ะ
– Quella è la lavagna.
สิ่งนั้นคือกระดานดำ หนึ่งกระดานค่ะ
– Una lavagna.
กระดานดำ กระดานนึง
– Bene! Perfetto!
ดีค่ะ! เยี่ยมมากค่ะ!
– E un’altra domanda.
และอีกหนึ่งคำถามค่ะ
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Questo è un quadro.
สิ่งนี้คือรูปภาพรูปหนึ่งค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Ma che cosa è quello?
แต่ว่า สิ่งนั้นคืออะไรคะ
– Quello, lontano,
สิ่งนั้น อยู่ไกลค่ะ
– È un quadro.
คือรูปภาพรูปนึงค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!
– E un’altra domanda.
และอีกหนึ่งคำถามค่ะ
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Bravissimi, vedo che studiate!
เก่งมากค่ะ ฉันเห็นว่าพวกเธอได้เรียนทบทวนกันมาแล้ว
– Questo è un orologio.
สิ่งนี้คือนาฬิกาเรือนนึงค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Ma che ore sono?
ว่าแต่ว่า กี่โมงแล้วคะ
– Bravi, perfetto!
เก่งมากค่ะ เยี่ยมมากค่ะ!
– Sono le quattro e venti.
เวลาสี่โมงและยี่สิบนาที (4:20น.) ค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Vedo che studiate le mie lezioni.
ฉันเห็นว่าพวกเธอเรียนทบทวนบทเรียนต่างๆ ของฉันกันไปค่ะ
– Bravi bravi!
เก่งมากๆๆ ค่ะ!
– Bene, ma qui abbiamo detto, questo è un orologio.
ดีค่ะ แต่ว่าตรงนี้ พวกเราพูดไปแล้วค่ะว่า สิ่งนี้คือนาฬิกาเรือนนึง
– E che cosa è quello?
และสิ่งนั้นคืออะไรคะ
– Sì, quello lontano è un orologio.
ใช่ค่ะ สิ่งที่อยู่ไกลๆ นั่น คือ นาฬิกาเรือนนึงค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Che ore sono, a proposito?
กี่โมงแล้วคะ ขอถามหน่อย
– Sì, bravissimi.
ใช่ค่ะ เก่งมากค่ะ
– Sono le sette.
เวลาเจ็ดนาฬิกา (7:00น.) ค่ะ
– Ok!
โอเค!
– Leviamo l’orologio.
พวกเราย้ายนาฬิกาเรือนนี้ออกไปค่ะ

– E che cosa è questa?
และสิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Sì, questa è una borsa.
ใช่ค่ะ สิ่งนี้คือกระเป๋าใบนึงค่ะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Vediamo che cosa c’è dentro la borsa.
พวกเรามาดูกันค่ะว่า มีอะไรอยู่ข้างในกระเป๋าบ้างค่ะ
– Che cosa c’è?
มีอะไรเหรอคะ
– Questo è un ombrello.
สิ่งนี้คือร่มคันนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Questo è un portafoglio.
สิ่งนี้คือกระเป๋าสตางค์ใบนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Che cosa sono questi?
สิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Questi sono degli occhiali da sole.
สิ่งเหล่านี้คือแว่นตากันแดดค่ะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– E questi che cosa sono?
และสิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ
– Questi sono dei fazzoletti di carta.
สิ่งเหล่านี้คือกระดาษทิชชูสำหรับเช็ดหน้าค่ะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa sono queste?
สิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ (เพศหญิง พหูพจน์)
– Queste sono delle chiavi.
สิ่งเหล่านี้คือกุญแจค่ะ (เพศหญิง พหูพจน์)
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Questo è un telefonino.
สิ่งนี้คือโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กเครื่องนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Che cosa è questa?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una cipria.
สิ่งนี้คือแป้งฝุ่นตลับนึงค่ะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Ok!
โอเค!
– Che cosa è questa?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una macchina fotografica. (Crick)
สิ่งนี้คือกล้องถ่ายรูปเครื่องนึงค่ะ (คลิก เสียงกล้อง) (เพศหญิง เอกพจน์)
– E invece, abbiamo ancora che cosa è questo? che cosa è questa?
ส่วนอันนี้ พวกเรายังมีอีกค่ะ
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una torta.
สิ่งนี้คือเค้กชิ้นนึงค่ะ
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Questo è uno specchietto.
สิ่งนี้คือกระจกส่องหน้าบานนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Specchietto piccolo.
กระจกส่องหน้าบานเล็กๆ ค่ะ
– Questo è uno specchietto a forma di torta.
สิ่งนี้คือกระจกส่องหน้าบานเล็กหนึ่งบาน ในรูปร่างของเค้กค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!

– E che cosa è questa?
และสิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Sì, questa è una borsa.
ใช่ค่ะ สิ่งนี้คือกระเป๋าใบนึงค่ะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Vediamo che cosa c’è dentro la borsa.
พวกเรามาดูกันค่ะว่า มีอะไรอยู่ข้างในกระเป๋าบ้างค่ะ
– Che cosa c’è?
มีอะไรเหรอคะ
– Questo è un ombrello.
สิ่งนี้คือร่มคันนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Questo è un portafoglio.
สิ่งนี้คือกระเป๋าสตางค์ใบนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Che cosa sono questi?
สิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Questi sono degli occhiali da sole.
สิ่งเหล่านี้คือแว่นตากันแดดค่ะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– E questi che cosa sono?
และสิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ
– Questi sono dei fazzoletti di carta.
สิ่งเหล่านี้คือกระดาษทิชชูสำหรับเช็ดหน้าค่ะ (เพศชาย พหูพจน์)
– Bene!
ดีค่ะ!
– Che cosa sono queste?
สิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ (เพศหญิง พหูพจน์)
– Queste sono delle chiavi.
สิ่งเหล่านี้คือกุญแจค่ะ (เพศหญิง พหูพจน์)
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Questo è un telefonino.
สิ่งนี้คือโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กเครื่องนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Che cosa è questa?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una cipria.
สิ่งนี้คือแป้งฝุ่นตลับนึงค่ะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Ok!
โอเค!
– Che cosa è questa?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una macchina fotografica. (Crick)
สิ่งนี้คือกล้องถ่ายรูปเครื่องนึงค่ะ (คลิก เสียงกล้อง) (เพศหญิง เอกพจน์)
– E invece, abbiamo ancora che cosa è questo? che cosa è questa?
ส่วนอันนี้ พวกเรายังมีอีกค่ะ
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศหญิง เอกพจน์)
– Questa è una torta.
สิ่งนี้คือเค้กชิ้นนึงค่ะ
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Questo è uno specchietto.
สิ่งนี้คือกระจกส่องหน้าบานนึงค่ะ (เพศชาย เอกพจน์)
– Specchietto piccolo.
กระจกส่องหน้าบานเล็กๆ ค่ะ
– Questo è uno specchietto a forma di torta.
สิ่งนี้คือกระจกส่องหน้าบานเล็กหนึ่งบาน ในรูปร่างของเค้กค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!

– Abbiamo visto che cosa c’è dentro la borsa.
พวกเราก็ได้เห็นกันไปแล้วนะคะ ว่ามีอะไรอยู่ข้างในกระเป๋าบ้าง
– Un’altra domanda.
มีอีกคำถามนึงค่ะ
– Emmm!!
อืมมม!
– Questa è una finestra?
สิ่งนี้คือหน้าต่างบานนึงใช่ไหมคะ
– Bravissimi!
เก่งมากค่ะ!
– Non ci siete cascati.
พวกเธอไม่ตกหลุมพลางค่ะ
– Questa non è una finestra.
สิ่งนี้ไม่ใช่หน้าต่างบานนึงค่ะ
– Questa è una porta.
สิ่งนี้คือประตูบานนึงค่ะ
– E questa è una finestra?
และสิ่งนี้คือหน้าต่างใช่ไหมค่ะ
– Sì, questa è una finestra.
ใช่ค่ะ สิ่งนี้คือหน้าต่างบานนึงค่ะ
– Vedo che ricordate la forma negativa e la forma affermativa.
ฉันเห็นว่าพวกเธอจำรูปแบบประโยคปฏิเสธ และประโยคบอกเล่าได้
– Bravissimi!
เก่งมากค่ะ!
– Un’altra domanda?
อีกคำถามนึงคะ
– Che cosa abbiamo imparato oggi?
วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปบ้างแล้วคะ
– Tante tante tante tante cose!
หลายสิ่งหลายอย่างมากมายค่ะ!
– Ok.
โอเค
– Prima di tutto abbiamo imparato gli articoli indeterminativi: un, uno, una.
อย่าแรกเลยค่ะ พวกเราได้เรียนรู้เรื่องคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ไม่ชี้ชัด ค่ะ
– Qui alla lavagna abbiamo gli articoli determinativi.
ที่นี่ บนกระดานดำพวกเรามีคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง ชี้ชัด ค่ะ
– Per indicare gli oggetti in modo specifico.
เป็นการชี้ให้เห็นว่าเป็นวัถตุกลุ่มไหนค่ะ
– Per esempio, la penna rossa.
ตัวอย่างเช่น ปากกาสีแดงแท่งนั้นหนึ่งแท่งค่ะ
– Ma oggi vediamo come indicare in modo generico una penna.
แต่ว่าวันนี้พวกเราก็ได้เรียนเรื่อง การพูดแบบรวมๆ ไม่เจาะจงว่าเป็นอันไหนด้วย เช่น ปากกาแท่งนึงค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Quindi, qui alla lavagna abbiamo gli articoli determinativi.
ดังนั้น ที่บนกระดานดำนี้ พวกเรามีคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง ชี้ชัดว่าเป็นอันไหนค่ะ
– E li trasformiamo in indeterminativi.
และพวกเรามาเปลี่ยนแปลงมัน ให้เป็นรูปแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ไม่ชี้ชัดกันค่ะ
– Allora, abbiamo il quadro.
ถ้างั้นค่ะ พวกเรามีรูปภาพหนึ่งรูป
– Ora cancelliamo.
ตอนนี้ พวกเราลบมันออกค่ะ
– Quindi iniziamo a scrivere indeterminativi.
ดังนั้น พวกเรามาเริ่มเขียนคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ไม่ชี้ชัดกันค่ะ
– Non più determinativi, indeterminativi.
ไม่เอารูปแบบชี้เฉพาะเจาะจงแล้ว แต่เขียนเป็นรูปแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ไม่ชี้ชัดแทนค่ะ
– Il quadro diventa un quadro.
รูปภาพหนึ่งรูปนั้น กลายเป็น รูปภาพรูปนึงค่ะ
– Vi ricordate?
พวกเธอจำกันได้ไหมคะ
– Questo è il quadro.
สิ่งนี้คือรูปภาพรูปนั้นหนึ่งรูป
– Diventa un quadro.
กลายเป็น รูปภาพรูปนึงค่ะ
– Lo trasformiamo, quindi ” il ” diventa ” un “.
เราเปลี่ยน il แบบเจาะจงให้เป็น un แบบไม่เจาะจงค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Emmmm!
อืมมม!

– Abbiamo lo specchio, lo piccolo specchietto.
พวกเรามีกระจกส่องหน้าหนึ่งบาน กระจกส่องหน้าบานเล็กๆ หนึ่งบานค่ะ
– Questo è uno specchietto.
สิ่งนี้คือกระจกส่องหน้าบานเล็กๆ บานนึงค่ะ
– Grande diventa lo specchio.
ถ้าเป็นบานใหญ่ กลายเป็นกระจกบานนั้นหนึ่งบานค่ะ
– Diventa uno specchio.
ใช้ uno ก็กลายเป็น กระจกบานนึงค่ะ
– Lo scriviamo.
พวกเรามาเขียนมันกันค่ะ
– Uno specchio.
กระจกบานนึง
– Poi abbiamo l’ombrello.
แล้วก็ พวกเรามีร่มคันนั้นหนึ่งคัน
– Questo qua, che diventa un ombrello.
อันนี้ค่ะ ก็จะกลายเป็น ร่มคันนึงค่ะ
– Senza apostrofo.
ไม่มี เครื่องหมายลูกน้ำค่ะ
– Ricordate che quando è maschile niente apostrofo.
พวกเธอจำกันไว้นะคะ ว่าเมื่อไหร่ที่เป็นเพศชาย ไม่มีเครื่องหมายลูกน้ำค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Poi abbiamo la macchina fotografica, questa qua.
แล้วพวกเราก็มี กล้องถ่ายรูปกล้องนั้นหนึ่งกล้อง นี่ไงค่ะ
– Che diventa una macchina fotografica.
ที่กลายเป็น กล้องถ่ายรูปกล้องนึงค่ะ
– Lo scriviamo, una.
พวกเรามาเขียนคำว่า una อันนึง ที่เป็นเพศหญิงกันค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Poi abbiamo l’arancia
แล้วพวกเราก็มี ส้มลูกนั้นหนึ่งลูก
– Che diventa un’arancia.
ที่กลายเป็น ส้มลูกนึงค่ะ
– Ma questa volta con apostrofo.
แต่ว่าครั้งนี้ใส่เครื่องหมายลูกน้ำด้วยค่ะ
– Ricordate, quando abbiamo una vocale ed è maschile niente apostrofo.
พวกเธอจำกันไว้นะคะ เมื่อไหร่ที่เราเจอคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ และเป็นเพศชาย ไม่ใส่เครื่องหมายลูกน้ำค่ะ
– Quando abbiamo una vocale ed è femminile, mettiamo l’apostrofo.
เมื่อไหร่ที่เราเจอคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ และเป็นเพศหญิงพวกเราใส่เครื่องหมายลูกน้ำค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Vediamo i plurali.
ตอนนี้พวกเรามาดูในรูปพหูพจน์กันค่ะ
– Quindi, un quadro diventa dei quadri.
ดังนั้น รูปภาพรูปนึง กลายเป็น รูปภาพจำนวนนึงค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Plurale quadro quadri.
พหูพจน์คือ รูปภาพรูปนึง เป็น รูปภาพจำนวนนึงค่ะ
– Quindi, dei quadri.
ดังนั้น จึงเป็นรูปภาพจำนวนนึงค่ะ
– Uno specchio diventa degli specchi.
กระจกบานนึง กลายเป็น กระจกจำนวนนึงค่ะ
– Abbiamo aggiungere ” de ”
พวกเราเพิ่ม ” de ” เข้าไปกันค่ะ ( di + คำนำหน้านาม = de)
– Come dire, alcuni specchi.
เหมือนกับตอนที่พูดว่า กระจกจำนวนนึงค่ะ
– Un ombrello diventa degli ombrelli.
ร่มคันนึง กลายเป็น ร่มจำนวนนึงค่ะ
– Quindi ” i ” diventa ” dei “.
ดังนั้น ” i ” กลายเป็น ” dei ” (di + i = dei) ค่ะ
– ” Gli ” diventa ” degli “.
” Gli ” กลายเป็น ” degli ” (di + gli = degli) ค่ะ
– Anche in questo caso ” gli ” diventa ” degli ”
เหมือนกับในกรณีนี้ค่ะ ” gli ” กลายเป็น ” degli ” ค่ะ
– Vediamo al femminile, attenzione al femminile.
พวกเรามาดูแบบที่เป็นเพศหญิงกันค่ะ ระวังให้ดีตอนที่มันเป็นเพศหญิงนะคะ
– Perché una macchina fotografica diventa delle macchine fotografiche.
เพราะว่า กล้องถ่ายรูปเครื่องนึง กลายเป็น กล้องถ่ายรูปจำนวนนึงค่ะ
– Ma con doppia elle, delle.
แต่ว่า มีตัว L 2 ตัว นะคะ
– delle due elle.
จำนวนนึงเพศหญิง พหูพจน์ มีตัว L 2 ตัวค่ะ
– E stessa cosa le arance, diventano delle arance con doppia elle.
และแบบเดียวกันกับส้มหลายลูก กลายเป็น ส้มจำนวนนึง กับตัว L 2 ตัวค่ะ
– Questi sono gli articoli indeterminativi.
สิ่งเหล่านี้คือคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ไม่ชี้ชัดว่าเป็นอันไหนค่ะ
– Perché indicare in modo generico.
เพราะเป็นการบอกแบบรวมๆ แบบทั่วไปไม่ได้เจาะจงว่าเป็นอันไหนค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!

– Un’altra cosa che abbiamo imparato sono i dimostrativi e indicativi.
อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วคือ การโชว์ให้เห็น และการชี้ให้เห็นค่ะ
– Che possono essere pronomi o aggettivi.
ที่พวกมันสามารถเป็นคำสรรพนาม หรือ คำขยายคำนามก็ได้ค่ะ
– Ora vediamo.
ตอนนี้พวกเรามาดูกันค่ะ
– Abbiamo già visto questo, per esempio.
พวกเราได้เห็นคำนี้กันไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ตัวอย่างเช่น
– Questo quadro ok?
รูปภาพรูปนี้ โอเคนะคะ (Questo ลงท้ายด้วย o เป็นเพศชาย เอกพจน์ค่ะ)
– Questi quadri vicini a me.
รูปภาพเหล่านี้ อยู่ใกล้ๆ กับฉันนี่ค่ะ (Questi ลงท้ายด้วย i เป็นเพศชาย พหูพจน์ค่ะ)
– Abbiamo visto questa penna, queste penne.
พวกเราได้เห็นคำว่า ปากกาแท่งนี้ ปากกาเหล่านี้ (Questa ลงท้ายด้วย a เป็นเพศหญิง เอกพจน์ และ Queste ลงท้ายด้วย e เป็นเพศหญิง พหูพจน์ค่ะ)
– Quando qualcosa è vicino a me.
ใช้ questo, questi, questa, queste เมื่อของบางอย่างมันอยู่ใกล้ตัวฉันค่ะ
Ok?
โอเคนะคะ
– Ricordatevi che come aggettivo possiamo usare anche quest con l’apostrofo al maschile e al femminile.
พวกเธอจำกันไว้นะคะว่า ถ้าเราใช้มันในรูปของคำขยายนาม พวกเราใส่เครื่องหมายลูกน้ำที่เพศชาย และ ที่เพศหญิงด้วยนะคะ
– Ma solo come aggettivo di fronte al nome.
ใช้ quest’ ได้ เฉพาะตอนที่มันทำหน้าที่เป็นคำขยายนาม และวางอยู่หน้าคำนามเท่านั้นนะคะ
Ok?
โอเคนะคะ
– Questo, questi, questa, queste sono aggettivi e pronomi.
สิ่งนี้ สิ่งเหล่านี้ ทั้งเพศชายและเพศหญิง ใช้เป็นคำขยายคำนามและคำสรรพนามได้ทั้ง 2 แบบค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!
– Emmm!
อืมมม!
– Oggi abbiamo visto anche i dimostrativi ed indicativi.
วันนี้พวกเราได้เรียนการบอกว่า อันนี้อยู่ใกล้ๆ และอันนั้นอยู่ไกลๆ และการชี้ชัดให้เห็นว่าเป็นอันไหนด้วยค่ะ
– Per indicare delle cose lontane.
สำหรับการบ่งชี้ บกบอกถึงสิ่งของที่อยู่ไกลๆ
– Quindi quelli con l’articolo il.
เช่นพวกที่ใช้คำนำหน้านาม il ทั้งหลายค่ะ
– Per esempio, il quaderno diventa quel.
ตัวอย่างเช่น สมุดจดเล่มนั้นที่เรารู้กันว่าเป็นเล่มไหนหนึ่งเล่ม กลายเป็น quel สมุดจดเล่มนั้นที่อยู่ตรงนั้น
– Quel quaderno.
สมุดจดเล่มนั้นที่อยู่ตรงนั้นค่ะ
Ok?
โอเคนะคะ
– Poi abbiamo, per esempio l’ombrello, elle apostrofo al maschile.
แล้วพวกเราก็มีคำว่า ตัวอย่างเช่น ร่มหนึ่งคัน (คันนั้น คันที่เคยพูดถึงกันมาแล้ว) มีตัว L และเครื่องหมายลูกน้ำที่เป็นเพศชายเอกพจน์
– Quell’ombrello plurale, quegli ombrelli.
ร่มคันนั้นที่อยู่ตรงนั้นหนึ่งคัน ส่วนในรูปพหูพจน์คือ ร่มเหล่านั้นที่อยู่ตรงนั้นหลายคันค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Emmm!
อืมมม!
– Però al maschile quando li devo usare come pronome devo dire solo quello e quelli.
แต่ว่าถ้าเราใช้เป็นคำสรรพนาม เราจะใช้ได้แค่ quello กับ quelli เท่านั้นค่ะ
– Ricordatevi, questo è un po’ più complicato.
พวกเธอจำกันไว้แบบนี้นะคะ มันอาจจะดูซับซ้อนนิดหน่อยค่ะ
– Perché ” quegli ” è aggettivo.
เพราะว่าคำว่า ” quegli ” คือ คำขยายคำนามค่ะ
– Anche ” quei ” è aggettivo.
แล้วคำว่า ” quei ” ก็คือคำขยายคำนามด้วยเหมือนกันค่ะ
– Ma ” quelli ” con doppia elle si usa solo come pronome.
แต่ว่า คำว่า ” quelli ” กับตัว L 2 ตัว ใช้เป็นคำสรรพนามได้อย่างเดียวค่ะ

– Per esempio, in un negozio, quando compro qualcosa.
ตัวอย่างเช่น ในร้านขายของร้านนึง ตอนที่ฉันจะซื้อของสักอย่าง ฉันพูดว่า
– ” Buongiorno, vorrei quello “, una cosa.
” สวัสดีตอนเช้าค่ะ ฉันขอดูอันนั้นตรงนั้นหน่อยค่ะ ” คือ ของอย่างนึงค่ะ
– Vorrei quelli, due cose.
ฉันขอดูของพวกนั้นตรงนั้นหน่อยค่ะ คือ ของสองสิ่งขึ้นไปค่ะ
– Pronomi.
นั่นคือการใช้ในรูปของคำสรรพนามค่ะ
– Bene!
ดีค่ะ!
– Al femminile, è sempre più facile.
ในกรณีที่เป็นเพศหญิง มันจะง่ายขึ้นค่ะ
– Eeee!
อือออ!
– Quindi ” la “.
ดังนั้นคำว่า ” la ” หมายถึง อันนั้นหนึ่งอัน ที่เป็นเพศหญิงค่ะ
– Per esempio la penna diventa quella penna.
ตัวอย่างเช่น ปากกาแท่งนั้นหนึ่งแท่ง กลายเป็น ปากกาเหล่านั้นที่อยู่ตรงนั้นหลายแท่งค่ะ
– Sia come aggettivo, sia come pronome.
เป็นได้ทั้งคำขยายคำนามและเป็นได้ทั้งคำสรรพนามค่ะ
Ok?
เข้าใจนะคะ
– Le penne, quelle penne.
ปากกาหลายแท่งเหล่านั้นที่รู้กันว่าเป็นอันไหน กลายเป็น ปากกาหลายแท่งเหล่านั้นที่อยู่ตรงนั้นค่ะ
– Invece l’arancia, quell’arancia con doppia elle e apostrofo.
ส่วน ส้มลูกนั้นหนึ่งลูก กลายเป็น ส้มลูกนั้นที่อยู่ตรงนั้นค่ะ มีตัว L 2 ตัว และมีเครื่องหมายลูกน้ำด้วยนะคะ
quell’ ในกรณีนี้ คือคำขยายคำนามค่ะ ในที่นี้ขยายว่ามันอยู่ตรงไหนค่ะ เรียกว่า aggettivo dimostrativo.
Ok?
เข้าใจนะคะ
– Solo aggettivo però e invece quelle arance, al plurale.
ถ้าเป็นคำขยายคำนามในรูปพหูพจน์ ก็ใช้ได้แค่ ส้มเหล่านั้นที่อยู่ตรงนั้นค่ะ
– Al femminile i pronomi sono ” quella ” e ” quelle “.
คำสรรพนามที่เป็นเพศหญิง ได้แก่ ” quella ” เอกพจน์ และ ” quelle” พหูพจน์ค่ะ
– E possono essere anche aggettivi.
และพวกมันสามารถเป็นคำขยายคำนามก็ได้เหมือนกันค่ะ
– L’unico che è solo aggettivo è quell’ con due elle e apostrofo.
คำว่า Quell’ ที่มีเครื่องหมายลูกน้ำ กับตัว L 2 ตัว เป็นได้แค่คำขยายคำนามค่ะ
– Benissimo!
เก่งมากค่ะ!
– Poi cosa abbiamo imparato ancora nomi di cose nuove, per esempio.
แล้วมีอะไรอีก ที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้วคะ ก็พวกคำนามใหม่ๆ นั่นเองค่ะ ตัวอย่างเช่น
– Le cose nella mia borsa, abbiamo visto le chiavi, delle chiavi.
สิ่งของหลายอย่างที่อยู่ในกระเป๋าของฉัน พวกเราได้เห็น le chiavi คือกุญแจเหล่านั้นที่เรารู้กันว่าเป็นอันไหน เป็นรูปแบบชี้เฉพาะเจาะจง พหูพจน์ค่ะ ส่วน Delle chiavi คือ กุญแจจำนวนนึงค่ะ
– E abbiamo usato gli articoli indeterminativi.
และพวกเราก็ได้ใช้ คำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจงกันด้วยค่ะ
– Ok?
เข้าใจนะคะ
– Abbiamo visto lo specchietto, uno specchietto.
พวกเราได้เห็นกระจกส่องหน้าบานเล็กๆ บานนั้นหนึ่งบ้าน (กระจกบานที่เคยพูดถึงมาแล้ว) และกระจกส่องหน้าบานเล็กๆ บานนึงค่ะ
– Abbiamo visto una cipria, per esempio.
พวกเราได้เห็นแป้งฝุ่นตลับนึงกันไปแล้ว ตัวอย่างอื่นอีกค่ะ
– Una macchina fotografica.
กล้องถ่ายรูปกล้องนึงค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ
– Emmm!
อืมมม!
– Ok!
โอเค!
– Abbiamo visto, sì, un portafoglio.
พวกเราได้เห็นกันไปแล้ว ใช่ค่ะ, กระเป๋าสตางค์ใบนึงค่ะ
– Un ombrello e tante nuove cose.
ร่มคันนึง และอีกหลายสิ่งหลายอย่างใหม่ๆ ค่ะ
– Ultima domanda.
คำถามสุดท้ายค่ะ
– Che cosa è questo?
สิ่งนี้คืออะไรคะ
– Sì, Questo è un caffè espresso.
ใช่ค่ะ สิ่งนี้คือกาแฟเอสเปรสโส่ถ้วยนึงค่ะ
– Che potete bere durante le lezioni di
” OneWorlditaliano ” video.
ที่พวกเธอสามารถดื่มได้ในระหว่างเรียนกับ
” OneWorlditaliano ” วิดีโอค่ะ
– Quindi, ciao a tutti!
ดังนั้น สวัสดีค่ะทุกคน!
– Arrivederci alla prossima!
แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ!
– Buon giornata e buon caffè.
ขอให้เป็นวันที่ดีและขอให้ดื่มกาแฟให้อร่อยค่ะ
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

อย่าลืมกฏเหล็กในการเรียนนะคะ
1.เขียนทุกสิ่งอย่างที่เรียนลงสมุด
2.พูดตามครูเวโรนิค่าให้ทันทุกคำ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพูดตามทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 15

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s