เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 13

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 13

ในวิดีโอที่ 6 นี้ ครูเวโรนิค่าสอนเรื่อง
-การถามตอบเกี่ยวกับเวลา
-การทักทายในแต่ละช่วงเวลาของวัน
-การขอโทษเวลาที่เราไปรบกวนคนอื่น
-การใช้คำนำหน้านามแบบเจาะจงกับช่วงเวลาของวันค่ะ
ไปดูวิดีโอก่อนแล้วค่อยมาอ่านคำแปลนะคะ

Lezione 6
บทที่ 6
– Ciao a tutti!
สวัสดีค่ะทุกคน!
– Scusate, sono in ritardo.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ วันนี้ฉันมาสายค่ะ
– Oggi il mio orologio non funziona.
วันนี้นาฬิกาของฉันไม่ทำงานค่ะ
– Oddio, scusate.
โอ้ ต้องขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Ma che ore sono?
แต่ว่า กี่โมงแล้วค่ะ?
– ” Che ore sono? ” È il titolo della sesta lezione del corso ” OneWorlditaliano ” video.
” กี่โมงแล้ว? ” คือชื่อเรื่องของบทเรียนที่หกของหลักสูตร ” OneWorlditaliano ” วิดีโอค่ะ
– Che cosa impariamo oggi?
วันนี้พวกเราจะมาเรียนเรื่องอะไรกันคะ?
– Prima di tutto i saluti nei vari momenti della giornata.
อย่างแรกเลย เรียนเรื่องการทักทายในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ ของวันค่ะ
– Seconda cosa mi insegnerete che ore sono.
อย่างที่สอง พวกเธอมาสอนฉันเรื่อง การถามเวลาว่ากี่โมงแล้วค่ะ
– Quindi impareremo a domandare e a rispondere che ore sono.
ดังนั้น พวกเราจะได้เรียนรู้เรื่องการถามและการตอบว่า กี่โมงแล้วค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ?

– Iniziamo con i saluti.
พวกเรามาเริ่มด้วยการทักทายกันค่ะ
– Ciao!
สวัสดีค่ะ!
– Conoscete già questo saluto.
พวกเธอรู้จักคำทักทายคำนี้กันเรียบร้อยแล้ว
– Quando vediamo una persona e quando andiamo via.
ใช้ ciao ตอนเจอกันและตอนลาจากกันค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Salva!
สวัสดีค่ะ!
– Utile in molte situazioni.
คำนี้มีประโยชน์ในหลายๆ เหตุการณ์เลยค่ะ
– Semi – formale, solo quando vediamo una persona.
คำว่า Salve เป็นแบบเกือบๆ จะเป็นทางการ ใช้เฉพาะตอนที่เราเจอกันค่ะ
– Buongiorno!
สวัสดีตอนเช้าค่ะ! อรุณสวัสดิ์ค่ะ!
– In una situazione formale.
ใช้ในเหตุการณ์ที่เป็นทางการค่ะ
– Quando vado via, ” buona giornata ”
ตอนที่ฉันจากไป ฉันพูดว่า ” ขอให้เป็นวันที่ดีสำหรับคุณค่ะ ”
– Formale e informale.
เป็นได้ทั้งแบบทางการณ์และไม่เป็นทางการณ์ค่ะ
– Buonasera!
สวัสดีตอนเย็นค่ะ!
– Ok!
– In una situazione formale.
ใช้ในสถานการณ์ที่เป็นแบบทางการ
– Quando vado via, ” buona serata ”
ตอนที่ฉันจะเดินจากไป ฉันพูดว่า ” ขอให้มีช่วงเย็นที่ดีค่ะ ”
– Scusate, sono stanca oggi.
ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ วันนี้ฉันเหนื่อยค่ะ
– Quando vado a dormire, io dico ” buonanotte ”
เวลาฉันจะไปนอน ฉันพูดว่า ” ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ”
– E infine ” arrivederci ”
และท้ายสุดคือ ” แล้วพบกันใหม่ ” ค่ะ
– Solo quando vado via.
ใช้เฉพาะตอนที่ฉันจะเดินจากไปเท่านั้นนะคะ
– Arrivederci.
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Adesso sapete salutare in italiano.
ตอนนี้พวกเธอรู้จักการทักทายในภาษาอิตาลีกันแล้วนะคะ

– Parliamo, per esempio, delle parti del giorno che abbiamo visto.
ตอนนี้พวกเรามาพูดเกี่ยวกับ ในแต่ละช่วงของวันกันที่พวกเราได้เห็นกันไปแล้วเมื่อกี้นี้ค่ะ
– Il giorno o la giornata.
กลางวัน หรือ ตลอดทั้งวัน
– La mattina.
ตอนเช้า
– La sera.
ตอนเย็น
Ok?
โอเคนะคะ?
– La serata.
ตลอดทั้งเย็น
– Il pomeriggio.
ตอนบ่าย
– Il pomeriggio, tra le due e le cinque.
ตอนบ่าย คือระหว่างบ่าย 2 ถึง บ่าย 5 โมงเย็นค่ะ
Ok?
โอเคนะคะ?
– Il pomeriggio, l’ora del tè o del caffè.
ตอนบ่าย เป็นเวลาของการดื่มชา หรือดื่มกาแฟค่ะ
– E infine la notte.
และท้ายสุดก็คือ ตอนกลางคืนค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Quando vado a dormire.
ตอนที่ฉันจะไปนอน
– Bene!
ดีค่ะ!
– Quindi abbiamo visto i saluti, le parti del giorno.
ดังนั้นพวกเราได้เรียนเรื่องการทักทายในแต่ละช่วงเวลาของวันกันไปแล้วนะคะ
– Ma che ore sono adesso?
ว่าแต่ว่า ตอนนี้มันกี่โมงแล้วคะ?
– Oggi io non lo so e voi dovete aiutarmi.
วันนี้ฉันไม่รู้ค่ะ และพวกเธอก็ต้องช่วยฉันนะคะ
– Ok?
โอเคนะคะ?
– Per esempio, quando io sono in questa situazione.
ตัวอย่างค่ะ ในยามที่ฉันอยู่ในสถานการ์เช่นนี้
– Quando il mio orologio non funziona.
ในยามที่นาฬิกาของฉันไม่ทำงาน
– E incontro, vedo un signore o una signora.
และฉันไปเจอคุณสุภาพบุรุษ หรือสุภาพสตรีท่านนึง
– Io posso domandare ” Buongiorno! Scusi, che ore sono? ”
ฉันสามารถถามว่า ” สวัสดีตอนเช้าค่ะ! ขอรบกวนหน่อยค่ะ กี่โมงแล้วค่ะ? ” (ในรูปแบบประโยคพหูพจน์)
– Posso dire anche ” che ora è? ”
ฉันพูดแบบนี้ก็ได้เหมือนกันค่ะ ” กี่โมงแล้วค่ะ? ” (ในรูปประโยคเอกพจน์)
– È uguale.
มันมีความหมายเหมือนกันค่ะ
– Se invece io vedo una persona giovane, un amico.
ถ้าฉันเห็นคนหนุ่มสาวคนนึงที่อายุน้อยกว่า หรือเพื่อนคนนึง
– In una situazione informale.
ในสถานการณ์แบบกันเอง
– Io posso domandare ” ciao! Scusa, che ore sono? ” O ” che ora è? ”
ฉันสามารถถามว่า ” หวัดดีจ้า! ขอโทษนะ กี่โมงแล้วจ๊ะ? ”
– Come rispondo?
ฉันจะตอบอย่างไรดีคะ?
– Vediamo…
พวกเรามาดูกันค่ะ…

– Normalmente io rispondo con ” sono le… ”
ปกติแล้วฉันจะตอบด้วย ” มันคือเวลา…. ” (รูปแบบพหูพจน์)
– Sono le due, sono le tre, sono le quattro…
มันคือตี 2 (2:00น.), มันคือตี 3 (3:00น.), มันคือตี 4 (4:00น.)… ค่ะ
– ” Sono le due e un quarto. ”
มันคือ ตี 2 และอีก 15 นาที (2:15 น.) ค่ะ
– ” Sono le due e mezzo. ”
มันคือ ตี 2 ครึ่ง (2:30น.) ค่ะ
– ” Sono le due meno un quarto. ”
มันคือ ตีหนึ่ง 45 ค่ะ (1:45น.) หรือ อีก 15 นาที จะตี 2 (2:00) ค่ะ
– Ok?
โอเคไหมค่ะ?
– ” Sono le tre. ”
เวลาตี 3 (3:00น.) ค่ะ
– ” Sono le quattro. ”
เวลา ตี 4 (4:00น.) ค่ะ
– ” Sono le cinque. ”
ตี 5 (5:00น.) ค่ะ
– ” Sono le sei. ”
เวลาหกโมงเช้า (6:00น.) ค่ะ
– ” Sono le sette. ”
เวลา 7 โมงเช้า (7:00น.) ค่ะ
– ” Sono le otto. ”
เวลา 8 โมงเช้า (8:00น.) ค่ะ
– ” Sono le nove. ”
เวลา 9 โมงเช้า (9:00น.) ค่ะ
– ” Sono le dieci. ”
เวลา 10 โมงเช้า (10:00น.) ค่ะ
– ” Sono le undici. ”
เวลา 11 โมง (11:00น.) ค่ะ
– ” Sono le dodici. ”
เวลาเที่ยงวัน (12:00น.) ค่ะ
– ” Sono le tredici. ”
เวลาบ่ายโมง (13:00น.) ค่ะ
– In situazioni formali noi diciamo.
ในรูปแบบที่เป็นทางการพวกเราพูดว่า
– ” Sono le dodici ” o ” sono le tredici. ”
เวลาสิบสองนาฬิกา (12:00น.) หรือ สิบสามนาฬิกา (13:00น.) ค่ะ
– Ma noi possiamo dire anche ” è mezzogiorno ”
หรือจะพูดว่า ” เวลาเที่ยงวัน ” ก็ได้เหมือนกันค่ะ
– Ok? ” È mezzogiorno. ”
โอเคนะคะ? ” มันคือ เวลาเที่ยงวันค่ะ ”
– Durante il giorno.
ถ้าเป็นช่วงกลางวัน
– Ok? ” È mezzanotte ”
โอเคนะคะ? ” เวลาเที่ยงคืนค่ะ ”
– ” È mezzanotte “, così, di notte.
” เวลาเที่ยงคืน ” ถ้ามันเป็นเวลากลางคืนค่ะ
– E possiamo dire ” è l’una. ”
และพวกเราสามารถพูดว่า ” เวลาหนึ่งนาฬิกา หรือตี 1 หรือบ่ายโมง (1:00น.) ค่ะ
– Sia di giorno sia di notte.
ทั้งกลางวันและกลางคืน ตามช่วงเวลาค่ะ
Ok? Benissimo!!
โอเคไหมคะ? เยี่ยมมากค่ะ!!
– Quindi adesso sappiamo dire che ore sono.
ดังนั้น ตอนนี้พวกเรารู้จักการถามว่า กี่โมงแล้วนะคะ
– Ma che ore sono adesso, a proposito?
ว่าแต่ว่า ตอนนี้กี่โมงแล้วค่ะ
– L’ora di vedere che cosa abbiamo imparato oggi.
ตอนนี้ คือเวลาที่จะมาดูกันว่า วันนี้พวกเราได้เรียนรู้อะไรกันไปบ้างแล้วค่ะ

– Ok, prima di tutto, i saluti.
โอเค อย่างแรกเลย คือการทักทายค่ะ
– Ciao, Buongiorno, Buonasera, Arrivederci…
หวัดดี สวัสดีตอนเช้า อรุณสวัสดิ์ สวัสดีตอนเย็น แล้วพวกเรามาพบกันใหม่ค่ะ
– Seconda cosa, come domandare e rispondere che ore sono.
อย่างที่สอง การถามและการตอบว่า กี่โมงแล้วค่ะ
– Ok!
โอเค!
– Ricordatevi, ” che ore sono? ” O ” che ora è? ” È uguale, la stessa cosa.
พวกเธอจำไว้นะคะว่า ” กี่โมงแล้ว? ” เขียนในรูปพหูพจน์ หรือ ” กี่โมงแล้ว? ” เขียนในรูปเอกพจน์ มันเหมือนกันค่ะ จะถามแบบไหนก็ได้ค่ะ
– Per rispondere normalmente usiamo il plurale, ” sono le… ”
เวลาตอบ ตามปกติแล้ว พวกเราใช้รูปแบบพหูพจน์ในการตอบค่ะ ” มันคือเวลา… ”
– Ma questi tre casi, ricordateveli bene.
พวกเธอจำทั้ง 3 แบบนี้ไว้ให้ดีนะคะ
– Noi diciamo ” è “, terza persona del verbo essere.
พวกเราพูดว่า ” è ” แปลว่า มันคือ เป็นบุคคลที่สามเอกพจน์ของคำกริยา เป็น อยู่ คือ ค่ะ
– ” È mezzogiorno “, di giorno.
เวลาเที่ยงวัน ตอนกลางวันค่ะ
– ” È mezzanotte “, di notte.
เวลาเที่ยงคืน ตอนกลางคืนค่ะ
– ” È l’una ” di giorno e di notte.
เวลาหนึ่งนาฬิกา ใช้ได้ทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืนค่ะ
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– E un’altra cosa che abbiamo imparato è come chiedere scusa.
และอีกอย่างนึง ที่พวกเราได้เรียนรู้กันไปแล้ว คือวิธีการขอโทษค่ะ
– Come scusarsi
เช่น การขอโทษเวลาที่เราไปรบกวนคนอื่น
– Ok?
โอเคนะคะ?
– Ricordatevi, ” che ore sono? ” O ” che ora è? ” È uguale, la stessa cosa.
พวกเธอจำไว้นะคะว่า “che ore sono?” และ “che ora è?” มันมีความหมายเหมือนกันค่ะ
– In una situazione informale con amici, famiglia, con persone molto giovane.
ในสถานการณ์ที่เป็นแบบกันเอง เวลาเราอยู่กับเพื่อนๆ กับครอบครัว กับพวกเด็กๆ
– ” Io dico scusa. ”
ฉันพูดว่า ” ขอโทษจ้า ”
– Perfetto!
เยี่ยมมากค่ะ!
– Abbiamo imparato anche delle nuove parole.
แล้วพวกเราก็ยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ อีกด้วยค่ะ
– Come il giorno, la sera, il pomeriggio, la notte.
อย่างเช่น ตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนบ่าย และตอนกลางคืน
– Con gli articoli determinativi.
จะใช้กับคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง
– Impareremo gli articoli determinativi nella prossima lezione.
พวกเราจะมาเรียนรู้ เรื่องคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะเจาะจง ในบทเรียนต่อไปค่ะ
– Ok?
โอเคนะคะ?
– E quanto tempo abbiamo impiegato per imparare così tanto?
แล้วพวกเราใช้เวลาไปเท่าไหร่ในการเรียนมากมายขนาดนี้คะ
– Il tempo di un caffè espresso.
แค่เวลาในการดื่มกาแฟเอสเพรสโส่เท่านั้นเองค่ะ
– Ciao a tutti.
สวัสดีค่ะทุกคน
– Ci vediamo la prossima volta con ” OneWorlditaliano ” video.
แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับ ” OneWorlditaliano ” วิดีโอค่ะ
– Ciao, buona giornata e arrivederci.
สวัสดี ขอให้ทุกคนมีวันที่ดีตลอดทั้งวันนะคะและพบกันใหม่ค่ะ
– Ciao!
บ๊ายบายค่ะ!

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมาย ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ถ้าสนใจอยากรู้ว่าน้องมายเรียนอะไรไปบ้างแล้ว เชิญไปดูที่เพจของเธอได้เลยค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

ครูยา

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 13

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s