คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน ช่วงที่ 2

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Annie อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Annie จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนสวีเดน และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศสวีเดน

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Annie Anniholm

ย้ายมาอยู่ประเทศสวีเดน (Sweden)

เมือง:โอทวีดาแบรี่ Åtvidaberg

คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน ช่วงที่ 1

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Annie Anniholm

ตั้งแต่ที่คุณ Annie ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศสวีเดนครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวสวีเดนบ้างครับที่คุณ Annie รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ก้าวแรกที่เข้ามาก็จะตกใจเรื่องแรกที่เจอคือ เราต้องเติมน้ำมันเองค่ะ 555 ตลกมากไม่เคยทำเองในชีวิตต้องเริ่มจากตรงไหนเราจะถามใครโชคดีที่คนไปรับคือแฟนถ้าต้องเดินทางเองคงแย่เพราะพนักงานมีแค่สองคนในนั้นใครจะออกมาเติมให้แต่ตอนนี้สบายค่ะเติมเองได้ขับเองได้ไม่มีปัญหาค่ะ.

อย่างที่สองคือการตอนรับหรือการทักทาย เค้ากอดเราทั้งผู้ชายผู้หญิงเด็กๆก็กอด เด็กกับผู้หญิงยังพอรับได้ แต่กอดกับผู้ชายที่เป็นเพื่อนแฟนและพ่อแฟนเนี่ยสิค่ะเล่นเอางงๆเขินๆใช้แขนสองข้างปิดหน้าออกไว้กลัวเค้าโดนค่ะ555 เดี๋ยวนี้สบายๆใครเจอเราและอยากให้ความสนิทสนมการกอดคือการทักทายที่อบอุ่นและให้ความเป็นกันเองค่ะพอเราเข้าใจเราก็อยากกอดทุกคนเลย555 กลับเมืองไทยไปติดนิสัยกอดเจอเพื่อนเก่าผู้หญิงเราเข้าไปกอดเพื่อนแต่เพื่อนงงแล้วมีผลักด้วยบอกจะกอดทำไมไม่ชิน555 กรรม.

อย่างที่สาม การเข้าคิวเข้าแถวอันนี้ชอบนะค่ะแต่เข้าแถวรอเข้าดิสโกแท็กนี้ค่ะพางงเลยหนาวก็หนาวยืนรอคิวเข้าไปเกือบชั่วโมงคิดดูว่าความอดทนของคนที่นี้มีเยอะจริงๆ ตอนแรกเราก็โวยละค่ะทำไมต้องให้รอไปที่อื่นก็ได้ แต่เปล่าเลยที่อื่นก็ไม่สนุกนะค่ะสวีเดนสถานที่เที่ยวสนุกคือที่ๆที่มีคนเยอะๆไม่งั้นนั่งเหงาค่ะ. แล้วมารู้ว่าทำไมเค้าต้องเข้าแถวรอเข้าเราจึงเข้าใจว่าเค้าปกป้องเราจากการโดนเหยียบตายหรือการปกกันจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ. ในแต่ละอาคารจะถูกกำหนดว่าให้คนเข้าได้กี่คนเพราะนับจากประตูหนีไฟและทางเข้าออกว่าถ้าเกิดไฟไหม้หรือคนตีกันหรืออะไรที่จำต้องวิ่งกรูกันออกจะต้องออกมาได้ทุกคนค่ะ ระบบนี้ควรเอาไปใช้ที่บ้านเราเพราะข่าวไฟไหม้สถานบันเทิงในไทยคนเสียชีวิตเยอะมากค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศสวีเดนกระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนสวีเดนทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

1. คนไทยมีน้ำใจหายากขึ้นค่ะ แค่ขับรถเร็วกว่าเพื่อจะเลี่ยงทางให้เค้าออกจากทางแยกเค้าก็คิดว่าเราปาดหน้าเค้าขับตามจะเฉี่ยวกระจกรถเราเล่นเบรคกันหัวถิ่นค่ะ. การขับรถไม่ว่าใครจะผิดจะถูกถ้าเราใจเย็นลงและช่วยกันรักษากฏจราจรก็ไม่น่าต้องคิดมากใครจะขับเร็วกว่าจะขับเฉี่ยวหน้ารถคงไม่ต้องถึงขั้นขับตามไปสร้างอุบัติเหตุให้กันหรอกค่ะแปลกมากว่าพวกเค้าคิดยังไง บางทีก็ปาดกันนิดหน่อยก็ต้องกราบรถ อะไรประเภทนี้แปลกค่ะวัฒนธรรมคนไทยมีน้ำใจหายไปแล้วค่ะไม่เหมือนเดิม. ที่สวีเดนเค้าปล่อยให้ทางกันและถ้ามองว่าอีกฝ่ายขับรถแปลกๆเค้าจะเข้าใจว่ามาจากต่างประเทศหรือไม่ชินทางนักท่องเที่ยวอะไรแบบนี้เค้าก็จอดกันเลยทีเดียวเผื่อให้เราขับเข้าเลนน์ที่ถูกต้อง.

2. การหลอกลวงกันหลอกให้เราไปนั่งกินในร้านอาหารคิดราคาแพงๆเพราะเห็นว่ามากับคนต่างชาติแต่ก่อนไม่มีนะค่ะแต่กลับไปล่าสุดโดนเต็มๆค่ะเรียกรถแท็กซี่ให้พาไปร้านอาหารที่ไม่ไกลขอให้ช่วยพาไป พี่แกพาไปชาร์จสะเป็นหมื่นบาทค่ะอาหารที่สั่งไม่ถึงพันบาทหรอกค่ะต้องจำใจจ่ายทั้งๆที่รู้ว่าโดนหลอก โต๊ะข้างๆสั่งเยอะกว่าจ่ายไม่ถึงสองพันแย่มากๆค่ะคนต่างชาติไปเมืองไทยเพราะสถานที่ท่องเที่ยวสวนอาหารอร่อยและราคาไม่แพงนะค่ะ แต่นี้แพงกว่าทานที่บ้านเมืองเค้าสะอีกจะไปไทยเพื่อหาของถูกกินลำบากแล้วค่ะแค่คนต่างชาติเค้ามีเงินเยอะกว่าก็บวกสะขนาดนั้นอย่าลืมว่ามุกคนต้องทำงานหาเงินมาเช่นกันค่ะเที่ยวแป๊บเดียวเงินหมดจะไปเที่ยวไทยบ่อยๆคงยากนักท่องเที่ยวพากันหนีไปลาวกับเขมรแล้วค่ะ. ที่สวีเดนคุณจ่ายราคาเดียวกันจะแพงกว่าก็อยู่ที่ลักษณะร้านและสถานที่ท่องเที่ยวแต่ทุกอย่างต้องมีราคาบอกค่ะที่นี้ชาร์จค่าภาษีค่าบริการเค้าแจ้งหมดในบิลค่ะ.

3.รถแท็กซี่มิสเตอร์ไม่เปิดมิสเตอร์แต่จะให้จ่ายในราคาที่ตัวเองต้องการถ้าถูกกว่าก็ไม่ว่ากันค่ะแต่ส่วนใหญ่แพงกว่า. คนต่างชาติหรือคนไทยที่มากจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดพาวนให้ได้เงินเพิ่มทำไปเพื่อรายได้เพิ่มเข้าใจค่ะแต่กฏก็คือถ้าขับแท็กซี่เงินไม่พอก็หาทำงานเสริมในเวลาว่างอย่ามาเอาเปรียบลูกค้าเลยค่ะเค้าก็หาเงินมายากเช่นกันแต่พอจะใช้บริการจากคุณๆก็แบ่งรายได้กันแล้วค่ะ. ที่สวีเดนรถแท็กซี่มิสเตอร์ก็ต้องเปิดถ้าไม่เปิดโดนจับปรับแน่นอนไม่เคยเจอนะค่ะที่ไม่เปิดถ้าจะมีก็แท็กซี่ป้ายดำแต่เค้าคิดถูกกว่าในมิสเตอร์ค่ะ.

เมื่อคุณมาถึงประเทศสวีเดนใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวสวีเดนเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

อาหารสวีเดนสู้อาหารไม่ได้เลยค่ะบอกตรงๆว่าไม่ชอบทานอาหารต่างชาตินอกจากอาหารไทยแต่เรามาอยู่ที่เราก็ต้องชิมและเรียนรู้การกินอยู่ของคนที่นี้ ทำอาหารสวีดีสได้ค่ะและที่ชอบทานที่สุดของอาหารสวีเดน Potatisgratäng เพราะทานกับไก่ย่างได้เข้ากันค่ะ ยิ่งทำเองก็อร่อยกว่าซื้อเพราะเราเพิ่มรสชาติได้ค่ะ ที่ไม่ชอบเลยคือ Potatismos มันบดที่แฉะๆเหมือนอาหารเด็กแรกเกิดค่ะ แต่ถ้าทำเองก็ทานได้บ้างค่ะ. อาหารที่แปลกของเค้าที่ไม่ชอบเลยคือ sill fisk ปลาที่แช่ในขวดโลเล็กๆมันเหม็นไม่สุกหรืออาจคล้ายปลาร้าบ้านเราเพียงแต่ปลาร้าทำสุกยังหอมกว่าค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศ สวีเดน คุณเคยคิดฝันว่า ประเทศสวีเดนหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศสวีเดน

ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยค่ะว่ามีประเทศนี้ในโลกเพราะไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงเท่าไหร่แต่พอเริ่มได้ยินก็คิดว่าจะน่าจะมีความหนาวมากๆเพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือเรื่องว่าจะให้ประเทศเดินด้วยกลีบกุหลาบไม่เคยคิดค่ะเพราะยิ่งคนละภาษากันแล้วยิ่งยากค่ะ แต่สิ่งที่คิดคือชีวิตความเป็นอยู่อาจดีขึ้นกว่าที่ไทยทั้งสวัสดิ์การน่าจะดีกว่ารายได้ดีกว่าคงไม่ลำบาก. แต่พอมาอยู่จริงๆก็รู้เลยว่าลำบากมากนะค่ะงานไม่ได้หาง่ายๆคุณต้องได้ภาษาด้วยและต้องมีประสบการณ์การทำงานที่นี้เน้นคนที่มีประสบการณ์ค่ะ. อาหารการกินยังหาไม่ยากเท่างานเลยค่ะ. ดีที่อย่างน้อยรัฐบาลเค้าช่วยค่าใช้จ่ายถ้าเราไม่มีรายได้เลยไม่กลัวมากเหมือนตอนแรกที่เข้ามาที่สวีเดน. การเรียนรู้ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เรารู้มากขึ้นและเราสามารถเข้าใจกฏเกณฑ์การใช้ชีวิตที่นี่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ
ถ้าต้องยกตัวอย่างอะไรที่ไม่เหมือนที่คิดคือ
1. งานที่หายากมากต้องมีประสบการณ์ถึงจะหางานง่ายขึ้นและภาษาต้องได้ด้วยค่ะ.
2.ภาษาสวีเดน เพราะเราคิดว่าใช้ภาษาอังกฤษก็ได้แต่ที่นี้เค้ามีภาษาของเค้าเราต้องได้ภาษาเพื่องานที่ดีกว่าด้วยค่ะ.
3.อาหารไทยที่เราคิดว่าจะหากินยากกลับกลายเป็นซื้อได้ตามร้านไทยที่มีเกือบทุกเมืองที่อยู่และเมืองใกล้เคียง.
คิดถึงเมืองไทยมากและที่คิดถึงที่สุดคือ
1 อาหารไทยที่ในสวีเดนไม่มีนอกจากเราจะทำเอง
2 อากาศที่หนาวทำให้คิดถึงความร้อนที่อบอุ่นในไทย.
3 เสื้อผ้าที่เราส่วมใส่อยากแต่งสบายๆไม่ต้องหนามากเหมือนไทย ทำได้แค่สามเดือนช่วงฤดูร้อนเท่านั้นเพราะที่นี้หนาวมากค่ะ.
สามสิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องอยู่ไม่ได้คือ.
อาหารไทย. ทานทุกวันค่ะ
ครอบครัวที่ต้องให้มาเยี่ยมหากันตลอดปีละครั้งอย่างน้อยเพราะคิดถึง.
วัฒนธรรม ยังไงก็ขอกลับไปตายที่ไทยค่ะ ทำพิธีกรรมแบบไทยคิดถึงวัดคิดถึงสงกรานต์และที่สำคัญสิ่งแวดล้อมที่เราอยากมีครอบครัวล้อมรอบคิดถึงมากและไม่อยากห่างกันนานๆค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศสวีเดน ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศสวีเดน)

ห้ามทำคือแทบจะไม่มีเพราะทุกคนที่นี้มีอิสระในการออกความเห็นและพูด นอกจากเรื่องผิดกฎหมายที่เค้าห้ามทำเท่านั้นเช่น เมาแล้วขับ แม้จะดื่มแค่เล็กน้อยเค้าก็ไม่ขับ ห้ามตีหรือทำร้ายร่างกายเด็กนี้ก็ทำไม่ได้เลยค่ะ.

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวีเดนสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

งานประจำที่คนไทยทำได้และค่าตอบแทนที่ดีน่าจะเป็นงานทำความสะอาดนะค่ะเพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่นี้จะทำงานนี้กันค่ะ. มันเป็นงานที่คนไทยสามารถทำได้แม้ไม่ต้องเก่งภาษามากค่ะ ส่วนอีกงานสำหรับคนที่เก่งภาษาก็จะเป็นดูแลคนแก่และผู้ช่วยพยาบาลค่ะค่าตอบแทนดีกว่าแต่จะยากที่ต้องได้ภาษาเค้าด้วยค่ะ เพราะต้องเรียนจนได้รับใบอนุญาติในการประกอบอาชีพค่ะ.

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศ สวีเดนอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศสวีเดนล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวีเดน สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศสวีเดน

การขอวีซ่าท่องเที่ยวจะง่ายกว่าขอวีซ่าถาวรค่ะ วีซ่าท่องเที่ยวก็แค่ต้องมีหลักฐานการเงินของฝ่ายใดฝ่ายนึ่งโชว์และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เราจะมาเยี่ยมหรือเที่ยวหาเค้าในสวีเดนขอท่องเที่ยวคนเดียวโดยไม่มีคนรับรองก็ได้ค่ะแต่หลักฐานการเงินต้องไม่ต่ำกว่า สองแสนบาทแล้วแต่ระยะเวลาพักอาศัยที่นี้ถ้าพักอาศัยในสวีเดนนานก็ต้องมีเงินโชว์เยอะค่ะ. ส่วนวีซ่าถาวรเป็นวีซ่าที่ใช้เวลาอย่างน้อยหกเดือนหรือมากกว่าหนึ่งปีในการรอรับวีซ่าและต้องมีหลักฐานว่าทำไมคุณจะย้ายมาอยู่เช่นเพื่อคบหาดูใจคนรักหรือย้ายมาอยู่กับญาติกรณีหลังจะน้อยมากๆที่จะผ่านแต่ถ้ามีแฟนอยู่ที่นี้จะง่ายกว่าแต่ก็ต้องมีหลักฐานแน่นพอว่าเป็นคู่รักกันจริงๆเช่นมีรูปถ่ายคู่กันมีการเขียนข้อความหากันและอาจต้องมีหลักฐานการส่งเงินให้กันด้วยถึงจะง่ายในการขอค่ะ. นอกนั้นเป็นเอกสารสำคัญทั่วไปเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของเราแปลเป็นภาษาอังกฤษค่ะ. ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากไปถ้าเราศึกษาก่อนไปขอตอนนี้ยิ่งมีบริษัทรับช่วยจัดเอกสารในไทยยิ่งง่ายและสะดวกขึ้นค่ะ.

ผู้ชายชาวสวีเดนมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวสวีเดน เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวสวีเดนมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ผู้ชายสวีเดนจะเป็นคนพูดน้อยแสดงความรักให้เห็นเยอะ แต่ก็มีบ้างคนที่มีลักษณะพูดมากขี้เหนี้ยวมันอยู่ที่เราเจอแบบไหนเราต้องเลือกด้วยค่ะไม่ใช่เห็นเป็นฝรั่งอยากย้ายมาอยู่สวีเดนแล้วรับคว้าคุณอาจเจอผู้ชายที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงที่นี้เค้าไม่เอากันเหลือๆแล้วเลยไปล่าผู้หญิงเพราะเราจะมีความอดทนมากกว่าผู้หญิงที่นี้มันคือวัฒนธรรมของเค้าทุกคนเท่าเทียมกันทั้งหญิงและชาย. เค้าจะเหมาะกับหญิงไทยก็ตรงที่เค้าต้องการคนที่อยากมีครอบครัวและอดทนในการใช้ชีวิตครอบครัวและโชว์ความเคารพเค้าแบบสามีภรรยานั้นคือนิสัยที่สาวไทยเป็นอยู่แล้วโดยกำเนิดค่ะ. ปัญหาที่จะเกิดขึ้นและเห็นบ่อยที่สุดคือ ภาษาที่ต่างกันพูดไม่เข้าใจให้คำว่ารักที่ไม่ลึกซึ้งเท่าภาษาเราเอง. สองวัฒนธรรมการใช้เงินที่นี้ต้องช่วยกันทุกอย่างออกคนละครึ่งหรือเค้าช่วยเราถ้ามีเยอะกว่าแต่คนไทยต้องส่งครอบครัวในไทยจึงทำให้บ้างครั้งเอาแต่ขอเค้าเราก็ทะเลาะกันนอกเสียจากว่าเค้ารับได้และอยากช่วยเราเองโดยไม่ต้องบังคับ สามคือเรื่องทางเพศที่บางครั้งบางคนก็มากเกินไปจนสาวไทยรับไม่ไหวจึงทะเลาะและเลิกลากันไปแต่ถ้าสาวไทยคนไหนเก่งเรื่องนั้นแต่หนุ่มสวีเดนไม่ได้เรื่องละก็สาวไทยก็ยังทนและอยู่ร่วมกันแบบไม่มีความสุขแอบอาจแอบมีกิ๊กกันละค่ะหรือไม่ก็ขอเลิกกันไปเลยเพราะสาวไทยพอมาอยู่ที่นี้ได้พักใหญ่ก็จะเริ่มมั่นใจในตัวเองและไม่ง้อผู้ชายเช่นกันค่ะ.

คุณ Annie Anniholm

เพิ่มเติม

แอนนี่เป็นนักร้องและมีเพลงที่ทำขึ้นเพื่อคนที่โสดลูกติดเป็นกำลังใจให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกท่าน.

Anniholm Music & Concert

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน ช่วงที่ 2

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s