ความต่างทางวัฒนธรรมที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเพื่อประโยชน์สุขแก่คู่สามีภรรยาต่างวัฒนธรรมและเชื้อชาติ.

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Sunny อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Sunny จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนออสเตรเลีย และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศออสเตรเลีย

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Sunny

ย้ายมาอยู่ประเทศออสเตรเลีย (Australia)

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Sunny

ตั้งแต่ที่คุณ Sunny ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวออสเตรเลียบ้างครับที่คุณ Sunny รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก 3 ข้อ

ครั้งแรกที่ย้ายมาอยู่ประเทศออสเตรเลีย สิ่งแรกๆที่ทำให้ดิฉันรู้สึกประหลาดใจและตกใจคือการเห็นภาพที่ล่อแหลมออกทางสื่อโทรทัศน์ ภาพหญิงชายเปลือย ทางประเทศไทยไม่อนุญาตให้เผยแพร่ภาพชายหญิงเปลือยออกอากาศ เมื่ออยู่ไปสักระยะสิ่งที่ดิฉันเริ่มเห็นคือการผายลมในระหว่างสังสรรค์กันกับเพื่อนชาวออสเตรเลี่ยนซึ่งเป็นผู้ชายส่วนใหญ่ในกลุ่ม พวกเขาทำหน้าเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทำให้ดิฉันคิดได้เองว่าการผายลมของคนที่นี่ในระหว่างเพื่อนฝูงเป็นสิ่งที่ธรรมดาและแสดงความเป็นกันเอง ขณะนั้นดิฉันรู้สึกอายมากและไม่แน่ใจว่าดิฉันควรจะวางตัวอย่างไรกับสถานการณ์แบบนั้น เพราะมันเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตและดิฉันรู้สึกว่ามันเป็นความแปลกพิลึกที่เขาไม่อายสุภาพสตรี สิ่งที่สามที่เห็นคือคนแต่งกายไม่สุภาพ เช่นการเดินเท้าเปล่าเข้าไปซื้อของในร้านค้า หรือการถอดเสื้อเดินเข้าร้านเล็กๆ หรือถอดเสื้อและเดินแถวๆริมถนน และการแต่งตัวไปสมัครสอบสัมภาษณ์เรื่องงานชาวออสเตรเลี่ยนในรัฐควีนสแลนด์แต่งตัวตามสบายง่ายเกินไป หรือการกอดจูบแสดงความรักในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยระหว่างคู่รัก สิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็นภาพความเคยชินแล้ว

Waterfall in the cave, Natural Bridge, Queensland, Australia

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศออสเตรเลียสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนออสเตรเลียทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกประหลาดใจมากที่สุดและเห็นได้ชัดที่สุดคือวิธีการพูด การใช้ภาษา ซึ่งชาวไทยใช้แสลง ประดิษฐ์คำพูดแปลกๆ รวมไปถึงการรับคำภาษาต่างประเทศมาดัดแปลงเพื่อใช้ประกอบคำพูดทำให้ความหมายแตกย่อยออกไปในแบบที่ไม่จำเป็น ดิฉันเคยเห็นและเคยได้ยินการพูดของชาวไทยบางกลุ่มที่พูดออกมาหลายๆประโยคที่ดิฉันฟังแล้วไม่เข้าใจ ดิฉันต้องใช้วิธีการฟังให้จบหนึ่งพารากราฟแล้วจึงจะเริ่มเดาออกบ้างหรือไม่ออกบ้างว่าเขาต้องการสื่ออะไรให้คนฟังเข้าใจ ดิฉันคิดว่ามันเป็นการใช้ภาษาของคนเฉพาะกลุ่มและต่อมาเกิดการเลียนแบบและเกิดความเคยชิน เมื่อเขาเหล่านั้นนำมาใช้กับคนนอกกลุ่มจึงเกิดการไม่เข้าใจกันขึ้น

โดยทั่วไปเท่าที่ดิฉันพอจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของชาวไทยในประเทศไทยก็มีหลายแง่ในช่วงระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาคือวัฒนธรรมการแต่งกาย ความคิดและจิตใจ การศึกษา การดนตรี ชีวิตความเป็นอยู่ และภาษา ชาวไทยรับหลายสิ่งหลายอย่างจากต่างประเทศในหลายๆด้าน ที่เห็นเด่นชัดคือเรื่อง
– การแต่งกาย มีความกล้าในการแสดงออกมากขึ้นทั้งในแง่ลบและแง่บวก ดิฉันเข้าใจว่าคงขึ้นอยู่กับวัยและความจำเป็นเฉพาะกลุ่มเป็นสำคัญ ( เช่นกลุ่มศิลปิน นักดนตรี นักแสดง ซึ่งต้องเรียกร้องความสนใจจากสังคมกันทุกระยะที่มีการแสดง) ส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงนี้คือกลุ่มของวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น คนกล้าแต่งตัวแนวแปลก แนวเซ็กซี่ ซึ่งรับมาจากสังคมตะวันตกและสังคมเกาหลีรวมถึงสังคมญี่ปุ่นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินที่จะเอื้ออำนวยและการมีสติยั้งคิด

คุณ Sunny

– การศึกษาเปิดโอกาสมากขึ้นทางด้านการคิดอิสระไม่จำกัดอยู่แต่ในบทเรียน แต่ยังไม่มากเท่าสังคมชาวตะวันตก ชาวไทยยังตามหลังอยู่ในเชิงปฏิบัติและอุปกรณ์การศึกษา ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าเรายังขาดนักวิชาการทางการศึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจอยู่มากพอสมควร
– การดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย การใช้ภาษา สไตล์การร้อง รับมาจากสังคมอื่นมากถึงมากที่สุดซึ่งมีทั้งผลทางบวกและทางลบ บางกลุ่มเลือกมาใช้ได้อย่างพอดีและกลมกลืน บางกลุ่มรับมามากจนขาดความเป็นเอกลักษณ์ในตนเอง
– ชีวิตความเป็นอยู่ คนไทยมีการพัฒนาหันมาดูแลรักษาสุขภาพดีขึ้นกว่าแต่ก่อน สังเกตเห็นได้จากคราวไปเยี่ยมเยียนประเทศไทยครั้งที่แล้วในปี 2016 ในหลายๆแห่งส่งเสริมให้มีสถานที่ออกกำลังกายในที่สาธารณะ

สิ่งที่ดิฉันชอบแบบชาวออสเตรเลียมากกว่าแบบที่คนไทยทำ
– การพูดจาและมรรยาทระหว่างชาวออสเตรเลี่ยนเขาให้เกียรติคนทุกอาชีพ ซึ่งต่างจากชาวไทยที่เห็นได้ชัดและได้ยินมา คือการสั่งอาหาร พูดสั่งอาหารคือออกแนวสั่งและเมื่อบริกรนำมาเสริฟไม่มีการขอบคุณ มักจะนั่งเฉยๆ ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ถือเป็นมรรยาทที่หยาบคายในสังคมออสเตรเลี่ยน
– วิธีการดูแลส่งเสริมเด็กเล็ก ให้มีการพัฒนาการทางความคิดและให้เด็กมีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้นในทุกวัยก่อนถึงวัยเรียน ชาวไทยปกป้องลูกมากเกินไป ทำให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ช้าและการพัฒนาการทางความคิดเกิดขึ้นช้ากว่าเด็กชาวตะวันตก, ชาวออสเตรเลี่ยน
– ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดในการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสถานที่เช่นห้องน้ำในที่สาธารณะ ค่อนข้างดูแลเอื้ออำนวยให้แก่พ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ ด้วยการจัดให้มีอุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำ มีโต๊ะ มีที่ให้วางเด็ก มีเบาะ และอุปกรณ์ส่งเสริมในการเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ทำแยกต่างหากจากห้องน้ำสาธารณะธรรมดาไม่ได้มีเพียงแค่ห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง ในสังคมไทยไม่เอื้อให้ลูกค้าในส่วนนี้ ซึ่งยังเห็นได้ชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงการบริการในที่สาธารณะซึ่งไม่ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ยี่สิบปีผ่านไปจุดดังกล่าวนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

Koala sanctuary, Brisbane,Queensland

เมื่อคุณมาถึงประเทศออสเตรเลียใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวออสเตรเลียเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

เมื่อแรกที่มาถึงใหม่ๆเมนูอาหารของชาวออสเตรเลี่ยนโดยทั่วๆไปดิฉันรับได้หลายๆอย่างโดยที่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มีบ้างที่ดิฉันรู้สึกว่าบางเมนูมีรสชาติค่อนข้างจืดชืดและดิฉันไม่ค่อยชอบรับประทานเช่นอาหารจำพวกซุปต่างๆ คือซุปมะเขือเทศ ซุปข้าวโพด และอาหารทุกประเภทที่ใช้เนื้อแกะซึ่งดิฉันไม่ชอบเพราะเนื้อแกะเป็นเนื้อที่มีกลิ่นสาบค่อนข้างแรง และอาหารแปลกๆที่ไม่เคยทานมาก่อนคืออาหารจำพวกขนมปัง เช่น ขนมปังปิ้งทาเวจจิไมท์และทาเนย ( vegemite on toast ) ซึ่งดิฉันลองทานครั้งแรกๆและมีความรู้สึกไม่อร่อยเนื่องจากมันมีรสชาติที่ค่อนข้างเค็มแปลกๆเมื่อผสมกับเนยแล้วดิฉันมีความรู้สึกว่ามันไม่เข้ากัน จนเวลาผ่านไปมีชาวออสเตรเลี่ยนอธิบายว่าดิฉันต้องผสมผสานให้มีรสชาติสมดุลย์กัน ดิฉันจึงลองดูใหม่ ปัจจุบันนี้ดิฉันรับได้และสามารถทำรับประทานเองได้ทุกครั้งที่ต้องการ ดิฉันเข้าใจว่าอาหารบางประเภทจำเป็นต้องใช้ความเคยชินเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะดิฉันจึงปรับตัวและปรับใจให้ชอบได้โดยไม่ต้องฝืนอีกต่อไป อาหารออสเตรเลียนที่ดิฉันชอบคืออาหารปิ้งหรือย่างเช่น สเต๊กเนื้อ (steak) ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณภาพ และเนื้อของที่นี่ค่อนข้างนุ่มอร่อยมีรสชาติดี และผักสลัดก็มีความสดอร่อย อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียดิฉันพยายามสืบหาร้านขายของชำชาวเอเชียและซื้อเครื่องปรุงต่างๆที่มาจากประเทศไทยซึ่งดิฉันพอหาซื้อมาเพื่อปรุงอาหารไทยได้ไม่ยากนัก ในขณะเดียวกันดิฉันก็ลองหัดรับประทานอาหารแบบชาวออสเตรเลี่ยนไปด้วย ในปัจจุบันดิฉันปรับตัวได้ดีไม่มีปัญหาในการรับประทานอาหารตามแบบชาวออสเตรเลี่ยนมากนัก จะมีอยู่บ้างที่ดิฉันรู้สึกแปลกๆกับการรับประทานเนื้อจิงโจ้ ดิฉันเคยลองทานดูและทานได้ แต่ดิฉันไม่เลือกเนื้อจิงโจ้เป็นอาหารในชีวิตประจำวัน ดิฉันมักจะรับประทานเนื้อสี่ประเภทนั่นคือเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัวและเนื้อปลาเป็นส่วนใหญ่

Bribe Island Queensland

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศออสเตรเลีย, คุณเคยคิดว่าประเทศออสเตรเลียเป็นอย่างไร และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ คุณ Sunny รู้สึกปลอดภัยในออสเตรเลียไหมครับ

ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ประเทศออสเตรเลียดิฉันพอจะเข้าใจสภาพแวดล้อมมาบ้างพอสมควรจากการอ่านหนังสือที่มีเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับรูปแบบชีวิตและลักษณะของสังคม และเมื่อย้ายมาอยู่อย่างจริงจัง ทำให้ดิฉันเข้าใจว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ดิฉันพยายามเรียนรู้จากการอ่านก็ยังไม่ครอบคลุมไปหมดทุกด้าน ดิฉันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกมากมายนอกเหนือไปจากข้อมูลที่ได้รับ ความคิดและจินตนาการผสมผสานกับความรู้ยังมีความแตกต่างอย่างมากมาย ดิฉันยอมรับว่าเมื่อคราวที่ย้ายมาอยู่ในช่วงไม่กี่เดือนแรกดิฉันมีความรู้สึกตื่นเต้นตื่นตากับสภาพแวดล้อมใหม่ ดิฉันรู้สึกแปลกใจอย่างแรกที่เห็นคือชาวออสเตรเลี่ยนในรัฐควีนสแลนด์มีคนตัวเล็กรูปร่างเล็กทั้งชายและหญิง ดิฉันเข้าใจผิดอย่างมากที่เข้าใจว่าชาวตะวันตกจะต้องมีรูปร่างสูงใหญ่กันหมดทุกคน สิ่งต่างๆที่คิดไว้ไม่ใช่อย่างที่คิด หลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างจากประเทศไทยเช่น ร้านค้าในบริเวณที่อยู่อาศัยปิดบริการเร็ว หลังจากเวลาบ่ายห้าโมงเย็น (5pm) ทุกสิ่งทุกอย่างปิดเงียบไปหมด แม้กระทั่งปั๊มน้ำมัน (service station) บ้านทุกหลังเปิดไฟเท่าที่จำเป็นภายในบ้านตั้งแต่หกโมงเย็นเป็นต้นไป ดิฉันมีความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูเงียบเหงาวังเวง อาจจะเป็นเพราะดิฉันเคยชินกับการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างครึกครื้น มีคนพลุกพล่านมากมายแม้ในยามค่ำคืนอย่างในกรุงเทพ ประเทศไทย ชีวิตของชาวตะวันตก ชาวออสเตรเลี่ยนมีวิถีชีวิตที่ต่างคนต่างอยู่อย่างเห็นได้ชัด

เมืองบริสเบนที่ดิฉันอาศัยอยู่มีคนหลายเชื้อชาติรวมทั้งชาวเผ่าพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย ดิฉันยังไม่สามารถจดจำลักษณะเฉพาะตัวของชนพื้นเมืองและชนชาติต่างๆรวมไปถึงสำเนียงและแสลงที่ใช้ในท้องถิ่นในช่วงแรกที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่

Brisbane CBD, Queensland,

– ระบบและแบบแผนในการใช้ชีวิตของชาวออสเตรเลี่ยนเป็นไปในแบบที่ดิฉันไม่สามารถเปรียบเทียบในทุกๆด้านกับการใช้ชีวิตในประเทศไทย ทุกอย่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ และเป็นชีวิตที่ต้องพึ่งตนเองหลายๆด้าน รวมไปถึงการเติมน้ำมันรถซึ่งดิฉันต้องเติมเองบริการตัวเองซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ในระยะแรกของการย้ายมาอยู่ใหม่ดิฉันรู้สึกอึดอัดและรู้สึกลำบากที่ต้องปรับตัวหลายๆอย่างในคราวเดียวกัน ทำให้เกิดสภาวะความเครียดและรู้สึกกดดันมากพอสมควรโดยเฉพาะการเริ่มต้นจะทำอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นแง่ของการทำธุรกิจหรือจะเป็นเรื่องของการหางานและการสมัครงานด้วยตนเอง ดิฉันยังไม่รู้ทิศทางว่าตนเองควรจะเริ่มต้นจากอะไรก่อน แม้กระทั่งคู่สมรสก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าดิฉันมีสิ่งใดที่รู้สึกว่าเป็นปัญหา คู่สมรสไม่เข้าใจว่าข้อเท็จจริงคือ”ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปัญหาหมดทุกอย่างที่มีสาเหตุมาจากความแตกต่างในทุกๆด้าน” คู่สมรสชาวออสเตรเลี่ยนและชาวออสเตรเลี่ยนโดยทั่วไปไม่สามารถมองภาพได้อย่างทะลุปรุโปร่งถึงปัญหาต่างๆของผู้มาอยู่ใหม่เพราะทุกคนต่างเกิดและเติบโตในสภาพแวดล้อมของตนเอง ดิฉันไม่มีทางเลือกอื่นที่นอกเหนือไปจากการใช้เวลาทำความคุ้นเคยและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและระเบียบแบบแผนต่างๆของการใช้ชีวิตในสังคมออสเตรเลี่ยนเท่านั้น ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ทำอะไรไม่เป็นไปหมดทุกๆด้าน เพราะต้องเริ่มต้นใหม่หมดรวมทั้งการปรับเปลี่ยนความคิดและต้องทิ้งความรู้ความเข้าใจในแบบชาวไทยตัดทิ้งออกให้หมดลืมให้หมด แล้วตั้งต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พยายามตัดอคติและหยุดเปรียบเทียบ ข้อเสียอย่างมากของดิฉันอย่างหนึ่งคือชีวิตที่ค่อนข้างสบาย เพราะมาจากสิ่งแวดล้อมที่มีคนคอยช่วยเหลือยามต้องการเมื่อคราวที่ยังอยู่ในประเทศไทย ดิฉันจึงต้องใช้เวลามากขึ้นในการปรับตัว

ในแง่มุมของอาหารความเป็นอยู่ ดิฉันรู้สึกแย่ในช่วงแรกที่ดิฉันต้องทานอาหารไทยบางอย่างโดยที่คนอื่นไม่สามารถร่วมด้วยได้ เป็นความเหงาแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ประสบการณ์ใหม่ที่ดิฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนคือเรื่องของการแบ่งแยกเชื้อชาติและความแตกต่างที่บางครั้งดิฉันต้องเผชิญกับหญิงและชายชาวออสเตรเลี่ยนรุ่นเก่าหรือหัวเก่าบางคน หรือคนบางคนที่ถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่มีความคิดอคติต่อชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศ ดิฉันสัมผัสได้กับคนบางคนที่ไม่มอบความสนิทสนมให้กับชนต่างชาตินอกจากพวกเดียวกันเป็นชาวออสเตรเลี่ยนเหมือนกัน มีการแสดงออกทางพฤติกรรมและวาจาที่เจือไปด้วยคำพูดล้อเลียนแดกดัน แม้กระทั่งนักการเมืองบางคนก็ยังส่อแสดงความคิดเห็นในเชิงกีดกันคนต่างเชื้อชาติ ถึงแม้ประเทศออสเตรเลียจะออกกฎหมายไม่ให้มีการแบ่งแยกเชื้อชาติสีผิวและความแตกต่างก็ตาม พฤติกรรมและคำพูดยังคงสวนทางกับกฎหมาย เหล่านี้เป็นประสบการณ์ใหม่ของผู้ย้ายถิ่นฐานทุกๆชนชาติที่ไม่เคยอยู่ร่วมกับคนหลายเชื้อชาติในสังคมของตนมาก่อน และเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมทำใจเพราะอย่างไรก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงกับคำพูดเชิงเสียดสีจากคนบางคนที่มาจากหลากอาชีพ เรื่องแบบนี้ดิฉันต้องทำใจเพราะแม้แต่คนในประเทศไทยเชื้อชาติเดียวกันก็ยังมีความขัดแย้งกันในทุกๆสังคม เริ่มต้นจากสังคมในบ้านไปจนถึงสถาบันต่างๆรวมทั้งสถาบันการเมือง

เรื่องความปลอดภัย โดยทั่วไปดิฉันรู้สึกปลอดภัยมากกว่าในประเทศไทยที่มีคนร้ายมีขโมย มีการจี้ปล้นมากกว่าที่ออสเตรเลียหลายเท่าตัว

Koala sanctuary, Brisbane,Queensland

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศออสเตรเลีย( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศออสเตรเลีย )

– สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผู้คนที่นี่จะไม่พอใจเป็นอย่างมากในการไม่ยอมต่อคิว การต่อคิวหรือเข้าคิวเพื่อรับบริการในสถานที่ต่างๆประชาชนชาวออสเตรเลี่ยนค่อนข้างจะรักษาสิทธิ์ คนที่ไม่ยอมปฏิบัติมักจะมาจากประเทศอื่นๆที่ไม่เคร่งครัดในระเบียบแบบแผนจากบ้านเมืองของตน ส่วนใหญ่คนในท้องถิ่นจะไม่มีใครล่วงล้ำสิทธ์ของแต่ละบุคคลเพราะปฏิบัติกันมาช้านานด้วยความเคยชินจนกลายเป็นวัฒนธรรม
– ไม่มีใครถ่มถุยน้ำลายลงบนถนน หรือทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง
– ห้ามทิ้งสิ่งของสกปรก หรือทิ้งขยะลงบนชายหาดหรือในทะเล
– ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติเช่นสุนัขดิงโก้และนกพันธุ์ต่างๆเพราะจะทำให้สัตว์สูญเสียสัญชาตญาณในการหาอาหารด้วยตนเองหากนักท่องเที่ยวหรือคนในท้องถิ่นคอยป้อนอาหารให้สัตว์ต่างๆ
– ไม่สมควรให้ทิปโดยทั่วไปกับร้านค้าสถานบริการต่างๆเพราะสต๊าฟมักจะได้ตามอัตราค่าจ้างที่ควรได้รับตามประสบการณ์และความสามารถอยู่แล้ว ต่างจากหลายๆประเทศที่ให้ค่าจ้างน้อยในอาชีพบางสาขาเช่นตามร้านอาหารทั่วไปหรือตามสถานบริการบางประเภท หรือทุกอย่างที่จัดอยู่ในส่วนของการบริการ
– ไม่ควรนั่งรอให้บริกรมาคอยบริการ ลูกค้าจะต้องอ่านเมนูและตัดสินใจว่าต้องการอะไรบ้าง แล้วต้องเดินไปที่เคาเตอร์เพื่อสั่งอาหารและจ่ายเงินให้เรียบร้อย พนักงานที่รับสั่งอาหารจะหยิบบัตรที่มีหมายเลขเสียบอยู่ในสแตนด์เพื่อให้ลูกค้าวางไว้บนโต๊ะที่จะไปนั่ง. หลังจากนั้นพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะตามหมายเลขที่คุณได้รับจากพนักงาน
– นักท่องเที่ยวตามชายหาดไม่ควรว่ายน้ำนอกเขตที่ปักธงเหลือแดงบอกเขต เพราะเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะไม่สามารถเห็นคุณหรือช่วยเหลือคุณได้ทันหากนักท่องเที่ยวว่ายน้ำออกนอกเส้นทางที่กำหนดและหลงหรือหายสาบสูญจากสาเหตุต่างๆ
– เมื่อคุณสั่งอาหารและได้รับการบริการทุกครั้งโดยเฉพาะเมื่อพนักงานมาเสิร์ฟอาหารให้คุณ คุณต้องไม่ลืมคำขอบคุณอย่างสุภาพ มิเช่นนั้นคุณจะดูเป็นคนที่หยาบคายมาก บางประเทศโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกค้าหลายคนมักปล่อยให้พนักงานเสิร์ฟเดินมาเสิร์ฟอาหารให้ถึงโต๊ะแล้วเดินจากไปโดยไม่มีคำขอบคุณออกจากปากลูกค้าเพราะถือว่ามันคือหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ – คุณจะต้องแสดงความขอบคุณทางวาจา ในออสเตรเลียไม่สมควรนั่งเฉยๆหรือเพียงแค่พยักหน้ารับ อาชีพทุกอาชีพมีเกียรติเท่าเทียมกัน ประชาชนในประเทศไม่มีชนชั้นวรรณะไม่แบ่งแยก และประชาชนหลากหลายอาชีพ ได้รับเงินในอัตราค่าจ้างที่ค่อนข้างดีมากๆในหลายสาขารวมทั้งพนักงานขับรถทุกประเภท บ่อยครั้งคุณจะพบว่าพนักงานในออฟฟิศไม่ได้มีรายได้สูงกว่าพนักงานขับรถขนขยะ
– ในการรับประทานแบบใช้ส้อมคุณควรตัดให้พอคำก่อนใช้ส้อมจิ้มอาหารเข้าปาก ไม่ควรใช้ส้อมจิ้มอาหารใหญ่โตเกินและไม่ควรใช้ฟันแทะจนอาหารเล็กมีขนาดพอคำแล้วทานต่อ ถือเป็นสิ่งไร้มรรยาทไม่ถูกต้องในเรื่องการรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้อื่น คุณไม่สามารถนำวัฒนธรรมไทยมาใช้เปรียบเทียบหรือใช้วัฒนธรรมของตนเองมาเป็นมาตรฐานวัดคนในสังคมอื่นและคิดว่าของตนดีกว่าของคนชาติอื่นๆ เมื่อคุณเข้าบ้านใครคุณต้องทำตามบ้านนั้น รู้จักให้เกียรติเจ้าของบ้าน เฉกเช่นการไปเยือนประเทศอื่นหรือในประเทศออสเตรเลีย คุณควรศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของผู้คนในประเทศนั้นๆก่อนการเดินทางเพื่อลดความขัดแย้งหรือการเข้าใจผิดและกลายเป็นการดูถูกดูหมิ่นไปในที่สุดอย่างที่คุณเองคาดไม่ถึง

Bribie Island, Queensland,

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

จากการสังเกตของดิฉันงานหลายๆประเภทที่สามารถทำได้คืองานทุกประเภทที่คนไทยสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้และมีใบประกอบวิชาชีพ ผ่านการศึกษา ผ่านการเรียนรู้และสามารถปฎิบัติงานได้จริงตามที่ได้รับการฝึกฝนมาในสายอาชีพที่ต้องการเข้าไปทำงานค่ะ เช่นการทำงานในสถานที่พักคนชรา การทำงานด้านการศึกษาดูแลเด็กเล็ก การทำงานในโรงงานทุกประเภท เหมือนๆคนในท้องถิ่น และงานด้านต่างๆ

งานในร้านอาหารเอเชียเงินเดือนไม่สูงมากนักเท่าสาขาอาชีพอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่นิยมจ้างนักศึกษาซึ่งมีทั้งการจ้างแบบเปิดเผยมีการเสียภาษีอย่างถูกต้องรวมไปถึงการจ้างแบบจ่ายเป็นเงินสดแบบไม่เปิดเผย และมักหาคนมีอายุน้อยเข้ามาทำงาน บางส่วนมีสาเหตุจากการประหยัดรายจ่าย, ความเข้าใจทางภาษาระหว่างชนชาติเดียวกัน, ภาพลักษณ์ของร้านอาหารของชาติต่างๆ, ความเชื่อถือ และส่วนใหญ่ร้านอาหารสัญชาติต่างๆนิยมจ้างคนเชื้อชาติเดียวกัน เช่นร้านอาหารอินเดีย ร้านอาหารไทย ร้านอาหารจีน ร้านอาหารเวียตนาม ร้านอาหารเกาหลี ส่วนร้านอาหารญี่ปุ่นอาจมีคนชาวจีน ชาวเกาหลีและชาวเวียตนามทำงานร่วมกัน มีบ้างที่มีคนในท้องที่ชาวออสเตรเลี่ยนหรือคนชาติอื่นๆปะปนอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก หากต้องการเงินค่าจ้างที่สูงเท่าๆกับชาวออสเตรเลี่ยนและวัดที่ผลงานเป็นบรรทัดฐาน ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียจริงควรฝึกทักษะ มีประสบการณ์และมีใบบอกคุณวุฒิที่เหมาะสมกับสาขาวิชาชีพนั้นๆ จะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามวุฒิการศึกษา, อายุงาน, และประสบการณ์ อาจจะมีบ้างที่บางบริษัทยังไม่มีศักยภาพที่ดีพอและไม่สามารถจ้างคนในอัตราที่สูงมากๆ จึงมีการปรับเปลี่ยนใช้คนอายุน้อยเข้ามาทำงานมากกว่าคนที่มีประสบการณ์สูง

ก่อนสมัครงานควรศึกษาดูประวัติความมั่นคงของบริษัท ความยาวนานของบริษัทและมาตรฐานการทำงานรวมทั้งชื่อเสียงของบริษัท ไม่ควรสมัครทำงานกับบริษัทที่ไม่มั่นคง มีการบริหารที่ไม่ดี หากเป็นไปได้ให้สืบดูว่ามีการเปลี่ยนคนบ่อยหรือไม่ในชั่วระยะเวลาหนึ่งปี เพราะจะเป็นตัวบอกถึงศักยภาพการบริหารงานบุคคลและความมั่นคงของบริษัทรวมไปถึงการเคารพรักษามาตราฐานการจ้างงานและคุณภาพในที่ทำงานอีกด้วย

Brisbane CBD, Queensland, Australia

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศ ออสเตรเลียอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลียล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศออสเตรเลีย

การขอวีซ่าเพื่อขอถิ่นฐานถาวรเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียมีหลายประเภทและทุกประเภทจะต้องทำตามกฏเกณฑ์อย่างถูกต้อง ตรวจสอบให้ละเอียดตามหัวข้อต่างๆที่แจ้งไว้อย่างชัดเจน ความยากของการขอวีซ่าประเภทขอถิ่นฐานถาวรมักขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของแต่ละบุคคล หากทำตามอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนก็สามารถผ่านไปได้แบบไม่ติดขัด การผิดพลาดหรือไม่รอบคอบในการเตรียมเอกสารให้พร้อมจะเกิดปัญหาความล่าช้าทำให้ผู้สมัครเข้าใจไปว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน ในความเป็นจริงคือหากคุณทำตามถูกทุกขั้นตอนทางเจ้าหน้าที่ขอเอกสารใดๆเมื่อคุณมีครบทุกอย่างตามที่ทางการต้องการ คุณจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นและรอเวลาเดินทางเมื่อวีซ่าผ่านอนุมัติ

วีซ่าที่ต้องใช้เอกสารประกอบการพิจารณาและใช้เวลามากกว่าการขอวีซ่าประเภทอื่นคือวีซ่าคู่หมั้นหรือ De facto ในอดีตฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายรวบรวมหลักฐานของตนเองทางเมืองไทยและรวบรวมหลักฐานของฝ่ายชาย โดยให้ฝ่ายชายส่งเอกสารมาทางเมืองไทย และฝ่ายหญิงเป็นผู้นำไปยื่นแจ้งความจำนงในการขอสมัครวีซ่าประเภทคู่หมั้น สิ่งที่ทางสถานฑูตต้องการคือใบรับรองสถานภาพความเป็นโสดของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงสามารถไปยื่นขอใบรับรองได้จากทางอำเภอในจังหวัดที่ตนอยู่อาศัย โดยจะมีบุคคลสามฝ่ายคือ
– ผู้ที่ทำงานเป็นข้าราชการประจำจังหวัดนั้นๆที่รู้จักคุณดี
– ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวของคุณ
– นายอำเภอ
ร่วมกันเซ็นรับรองเอกสารเป็นการรับรองว่าฝ่ายหญิงไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน สถานภาพของคุณเป็นโสดตามความเป็นจริง ตรวจประวัติอาชญากรรม พิมพ์ลายนิ้วมือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบประวัติ ผ่านการตรวจโรค ไปโรงพยาบาลที่สถานฑูตยอมรับและมีรายชื่อของโรงพยาบาลตามที่ระบุไว้ในใบสมัครขอวีซ่า ประเด็นสำคัญของการแสดงหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์กันจริงๆ คือรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน บอกวันเดือนปีระยะเวลาในการติดต่อ ไปมาหาสู่กัน หลักฐานการโทรศัพท์คุยกัน มีบิลค่าใช้จ่ายระบุวันเดือนปี จดหมายจากทางฝ่ายชาย รวมทั้งข้อความการเขียนถึงกันผ่านจดหมายอิเล็คโทรนิค, ภาพถ่ายคู่กัน บอกวันเดือนปี และสถานที่กำกับไว้ทุกๆภาพ ทั้งสองฝ่ายต้องมีข้อพิสูจน์อย่างชัดเจน ถ่ายรูปเป็นหลักฐานทุกครั้ง หลักฐานทุกอย่างจะต้องแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษจากสำนักงานแปลที่เป็นที่ยอมรับจากทางสถานฑูตออสเตรเลีย เหล่านี้เป็นขั้นตอนการสมัครเบื้องต้นเพื่อขอวีซ่าคู่หมั้นเท่านั้น เมื่อฝ่ายหญิงเดินทางถึงประเทศออสเตรเลียทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะต้องพักในบ้านหลังเดียวกัน และพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่อยู่ร่วมกัน คุณจะต้องผูกมิตรกับเพื่อนบ้านให้มาก รวมถึงการเปิดบัญชีธนาคารร่วมกันกับฝ่ายชาย, มีชื่อของคุณแสดงในบัตรเครดิต มีชื่อของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงร่วมกันเป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายสำคัญภายในบ้านเช่นค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ คุณไปที่ใดๆดิฉันขอแนะนำให้คุณผูกมิตรกับทุกคน สร้างหลักฐานให้เพื่อนบ้านเห็นว่าคุณอยู่ร่วมกันกับฝ่ายชายจริงๆ เพราะในวันหนึ่งเพื่อนบ้านและผู้คนในละแวกเหล่านี้จะมีบทบาทในการเซ็นเป็นพยานให้คุณและฝ่ายชาย(สามีในอนาคตของคุณ) พยายามสร้างภาพให้คนในแวดล้อมคุ้นเคยและชินตากับการที่พวกเขาจะเห็นคุณและสามีของคุณทำสิ่งต่างๆในสังคมร่วมกันและถ่ายภาพเป็นหลักฐาน แม้กระทั่งการทำงานในบ้านนอกบ้านเก็บรวบรวมหลักฐานไปทุกระยะจนกว่าจะถึงขั้นตอนการสมัครขั้นต่อๆไปเพื่อไปสู่ขั้นสุดท้ายคือการได้ถิ่นฐานถาวร
ในการหาพยานช่วยเซ็นเอกสารรับรองให้แก่คุณ ฝ่ายหญิงสามารถขอให้เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ตนเองเปิดบัญชีร่วมกับสามีเขียนจดหมายรับรองเป็นพยาน หรือครู อาจารย์ทางโรงเรียนที่ฝ่ายหญิงลงทะเบียนเรียนในวิชาสาขาต่างๆช่วยร่วมเซ็นเป็นพยานบุคคลของทางฝ่ายหญิงได้อีกด้วย

ในปัจจุบันง่ายขึ้นสำหรับการสมัครวีซ่าย้ายถิ่นถาวรประเภทวีซ่าคู่หมั้น นั่นคือฝ่ายชายชาวออสเตรเลี่ยนสามารถยื่นเรื่องขอสมัครวีซ่าให้ฝ่ายหญิงได้จากทางออสเตรเลียโดยตรง
ข้อมูลในเรื่องของการสมัครขอวีซ่าประเภทต่างๆสามารถอ่านได้จากลิ้งค์ที่ให้ไว้ด้านล่าง

วิธีการขอวีซ่าออสเตรเลีย ทำอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

http://www.vfsglobal.com/Australia/Thailand/thai/pdf/Partener-Prospective-marriage-050516.pdf

– การขอวีซ่าท่องเที่ยว หากคุณเป็นพนักงานประจำมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ก่อนการท่องเที่ยวต่างประเทศคุณควรสร้างหลักฐานการเงินให้พร้อมอย่างชาญฉลาดบอกถึงที่มาที่ไปอย่างชัดแจ้ง มีการนำเงินเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยหกเดือนที่ทางสถานทูตระบุ (เกินหกเดือนก็ดี) เช่นรายได้อยู่ที่สามหมื่นก็ควรมีตัวเลขโชว์ที่สามหมื่นทุกๆเดือน มีเงินติดบัญชีสร้างภาพความเคลื่อนไหวทางการเงินอย่างชัดเจน เพราะสถานฑูตออสเตรเลียต้องการดูรายรับของคุณเป็นการส่วนตัว ไม่ใช้เงินของคนอื่นมาช่วยเสริมในเดือนสุดท้ายอย่างมากมายแบบผิดสังเกตเพราะทางสถานฑูตจะพิจารณาว่าเป็นการตบตาหลอกทางสถานฑูต หากมีการช่วยเหลือใดๆควรสร้างหลักฐานแบบต่อเนื่องและสอดคล้องกันเพราะเขาดูย้อนหลังหกเดือน คุณควรมีแผนการที่ดีในการสร้างหลักฐานไว้ล่วงหน้า บอกรายรับที่ตายตัว มีจดหมายรับรองเงินเดือนจากทางบริษัทและรับรองอีกด้วยว่าคุณจะกลับไปทำงานตามเดิมหลังจากกลับจากออสเตรเลีย หากทำได้ตามที่ทางสถานทูตระบุไว้ทุกข้อก็ไม่น่ามีปัญหาในการยื่นขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว ความยากจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่สร้างหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่อง ไม่เตรียมการล่วงหน้า หลักฐานการเงินไม่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน กรณีนี้คุณอาจโดนปฏิเสธจากทางสถานทูต

ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียสามารถเปิดบัญชีทุกๆประภทได้อย่างไม่มีปัญหา ทุกอย่างธนาคารจะช่วยอธิบายให้ฟังและดำเนินไปได้อย่างสะดวก
– ธนาคารที่มีชื่อในประเทศออสเตรเลียที่เด่นๆ คือธนาคารเวสแพค (Wespac) , อิงค์ ( ING) , คอมมอนเวลธ์ (Commonwealth Bank) เอ เอ็น แซท (ANZ) และยังมีอีกหลายแห่งที่ดิฉันยังไม่เคยใช้บริการ จึงขอกล่าวเฉพาะสามแห่งนี้ที่ดิฉันรู้จักดีค่ะ

Wategos beach, Byron Bay, NSW, Australia.

ผู้ชายชาวออสเตรเลียมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวออสเตรเลีย เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวออสเตรเลียมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ผู้ชายชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่ชอบการเล่นกีฬาหรือเชียร์กีฬาประเภทออสเตรเลี่ยนฟุตบอล ชอบดื่มเบียร์สังสรรค์กับคนรุ่นเดียวกัน บางคนดื่มเบียร์เหมือนดื่มน้ำ ผู้ชายชาวออสเตรเลี่ยนชอบพูดจาตรงไปตรงมา กล้าพูดและกล้าแสดงออกอย่างเปิดเผย บางคนพูดจาดีสุภาพ บางคนพูดจาติดคำสบถส่งบุคลิกให้ดูไปในทางหยาบกระด้างไร้เสน่ห์ โดยทั่วไปผู้ชายชาวออสเตรเลี่ยนมีความสามารถรอบด้านดูแลซ่อมแซมบ้านโดยทั่วไปได้บางทีไม่จำเป็นต้องตามช่าง มีความคล่องแคล่วสามารถเอาตัวรอดได้ดีในหลายๆสถานการณ์ มีทักษะมีความรับผิดชอบในชีวิตของตนเองไม่ต้องพึ่งพาญาติผู้ใหญ่ รักความเป็นส่วนตัวสูงและบางรายอาจมีความเห็นแก่ตัวสูงอีกด้วยเพราะสภาพสังคมและการเลี้ยงดูทำให้พวกเขาเป็นเช่นนั้น เนื่องจากการอบรมเลี้ยงดูโดยทั่วไปที่ถูกฝึกให้ช่วยเหลือตนเองมาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้บางมุมมองในชีวิตและความคิดของพวกเขามีความแตกต่างออกไป ผู้ชายชาวออสเตรเลี่ยนบางคนขาดวิสัยทัศน์ในเรื่องของมุมมอง ความแตกต่างของคนที่มาจากสังคมอื่นพวกเขานึกภาพไม่ออก อาจจะเป็นเพราะการเติบโตอยู่แต่ในสังคมตนเองไม่เคยมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ พวกเขาจึงยึดความคิดและแนวทางแก้ปัญหาต่างๆตามรูปแบบของสังคมออสเตรเลี่ยน

พื้นนิสัยของผู้หญิงไทยและการถูกอบรมสั่งสอนโดยทั่วไปในสังคมเมืองไทยและโดยเฉพาะสังคมต่างจังหวัด ผู้หญิงไทยค่อนข้างจะสำรวมขี้อายและไม่กล้าแสดงออกอย่างเปิดเผย ด้วยลักษณะทั่วไปเช่นนี้ผู้หญิงไทยจะเกิดปัญหาในความสัมพันธ์ภายหลังได้หากคบกับผู้ชายชาวต่างชาติจนถึงขั้นแต่งงานกัน ส่วนในเรื่องของความเหมาะสมกันหรือไม่ระหว่างผู้หญิงไทยกับผู้ชายชาวออสเตรเลี่ยน ดิฉันมองเห็นในจุดนี้ว่ามันเป็นเรื่องของการยินยอมปรับตัวเข้าหากัน การอยู่ร่วมกับผู้อื่นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องละทิ้งอัตตา เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากัน หากไม่พร้อมที่จะปรับตัวด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกับสามีชาติใดก็ตามความสัมพันธ์จะดำเนินไปอย่างยากลำบากและสุดท้ายอาจถึงขั้นหย่าร้างกันได้ในที่สุด คำตอบที่ดิฉันเห็นอย่างชัดเจนคือ “ไม่เหมาะสม” ที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติแน่นอนหากเราทุกคนไม่พร้อมจะปรับตัวอย่าโทษความต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมเพราะทั้งสองสิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง

ปัญหาหลักเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างที่อาจกลายเป็นปัญหาในด้านความสัมพันธ์ในภายหลังคือ ความเชื่อและการอบรมเลี้ยงดูที่แตกต่างคนที่มาจากต่างวัฒนธรรมจะถูกปลูกฝังในด้านการปฏิบัติตน, ด้านความเชื่อ,และความคิดในแนวทางของครอบครัวตนเองที่ได้รับการสั่งสอนต่อๆกันมาและตามแบบประเทศของตนเองเท่านั้น คนจากต่างวัฒนธรรมไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่เคยเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ พ่อแม่ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสอนลูกของตนในเรื่องของการอยู่ร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม และนี่คือสิ่งท้าทายที่สุดในเรื่องของความสัมพันธ์แบบใหม่ของคนที่มาจากต่างวัฒนธรรมต่างภาษาและต่างเชื้อชาติ เป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เคยมีประสบการณ์ ความเสี่ยงที่จะมีปัญหาเกิดขึ้นในความสัมพันธ์จึงมีมากกว่าคู่ปรกติที่เป็นการแต่งงานระหว่างคนชาติเดียวกันหรือวัฒนธรรมเดียวกัน การปรับตัวเข้าหากันจำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าคู่แต่งงานทั่วไป แต่ละฝ่ายต้องมีความอดทนมากเป็นกรณีพิเศษ
กิริยาท่าทาง การสำรวมตน ประกอบการสื่อสารถูกตีความไปในมุมที่ค่อนข้างไปในแง่ลบ เช่นการนิ่งฟังอย่างตั้งใจของภรรยาชาวไทยขณะสามีชาวออสเตรเลี่ยนกำลังพูดอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวใดๆก็ตาม หากภรรยานั่งนิ่งเงียบตั้งใจฟัง สามีชาวออสเตรเลี่ยนบางคนรู้สึกหงุดหงิดเนื่องจากไม่เข้าใจว่าภรรยาที่นั่งเงียบๆเข้าใจสิ่งที่เขากำลังพยายามอธิบายหรือไม่และสามีชาวออสเตรเลี่ยนมักจะเกิดความไม่พอใจและตีความว่าภรรยาเพิกเฉย ไม่มีการส่งเสียงขานรับหรือผงกหัวรับประกอบการฟัง และมักจะยึดวัฒนธรรมแนวปฎิบัติของสังคมตนเองมาตัดสินภรรยาชาวไทยอยู่เนืองๆ ฝ่ายภรรยาชาวไทยนั้นการนั่งนิ่งฟังถือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายคือตั้งใจฟังอย่างแท้จริงเพราะในสังคมไทยหรือครอบครัวไทย เป็นสิ่งที่เรียบร้อยน่ารัก หากฟังอย่างตั้งใจไม่ส่งเสียงใดๆขึ้นมารบกวนถือเป็นการสำรวมกิริยาในการฟังโดยเฉพาะการฟังผู้อาวุโสกว่าเป็นมรรยาทและวัฒนธรรมที่ดีงาม ซึ่งคนชาวตะวันตกไม่เข้าใจและคิดว่าชาวไทยค่อนข้างเงียบและไม่แสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับทั้งสองฝ่าย

การแสดงความรัก การสัมผัสร่างกาย กอดรัดในที่สาธารณะชาวไทยถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่สมควรแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งในที่สาธารณะโดยเฉพาะสังคมต่างจังหวัดที่ค่อนข้างจะมีคนหัวเก่าติดขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทยแต่ดั้งเดิมค่อนข้างมาก หากพบเจอหญิงไทยที่ไม่สำรวมกิริยาเดินเคียงข้างกับชายชาวต่างชาติมีการจูงมือ หรือการโอบกอดแสดงความรักอย่างโจ่งแจ้ง คนจากสังคมไทยในต่างจังหวัดมักจะตีความว่าหญิงไทยคนดังกล่าวเป็นหญิงหากินกลางคืนหรือเป็นผู้หญิงที่ประกอบอาชีพพิเศษ ความเคยชินกับการระวังตัวของผู้หญิงไทยผู้ชาวชาวออสเตรเลี่ยนหลายๆคนคิดว่าภรรยาชาวไทยบางคนที่ไม่คุ้นเคยการแสดงความรักในที่สาธารณะ เป็นคนเย็นชาเพราะผู้ชายชาวตะวันตกบางคนหรือหลายคนไม่เคยให้ความสนใจในการเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของฝ่ายหญิงภรรยาชาวไทยก่อนการคบกันอย่างจริงจัง และสิ่งเหล่านี้รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งภรรยาชาวไทยจะไม่ใช่เป็นฝ่ายที่เริ่มก่อนและไม่ประสีประสาในเรื่องแบบนี้เท่ากับผู้หญิงชาวตะวันตก ผู้ชายชาวตะวันตกจึงรู้สึกอึดอัดและไม่เข้าใจว่าทำไมภรรยาชาวไทยดูเป็นคนค่อนข้างเย็นชาและไม่เปิดใจ
จากสามข้อนี้เห็นได้ชัดว่าต่างฝ่ายต่างต้องการเวลาในการปรับตัว การให้เวลาในการปรับตัวของแต่ละฝ่ายเป็นกุญแจสำคัญของการแต่งงานระหว่างคนต่างวัฒนธรรม การไม่เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละฝ่ายทำให้เกิดปัญหามากมายในความสัมพันธ์ในภายหลัง ความผิดพลาดคือการคาดหวังให้คู่รักต่างชาติมีพฤติกรรมหรือการปฎิบัติตนเหมือนคนในสังคมของตัวเองโดยเกือบจะทันที ไม่คิดถึงความเป็นจริง สิ่งหนึ่งที่ควรจดจำคือแม้กระทั่งคนจากสังคมเดียวกันหรือวัฒนธรรมเดียวกันก็ยังเกิดปัญหาได้ในภายหลังเมื่อมีการแต่งงานอยู่ร่วมบ้านและร่วมเตียงเดียวกัน เพราะฉะนั้นการใช้ชีวิตแต่งงานของคนต่างวัฒนธรรมย่อมต้องใช้เวลานานกว่าคู่ปรกติในเนื้อหาของการปรับตัวทุกๆส่วนในชีวิตคู่

คุณ Sunny

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Sunny

ฉันเป็นช่างภาพ ฉันรับถ่ายภาพครอบครัว, ภาพเด็กๆ, ภาพโพรไฟล์ที่ใช้ในเฟสบุ๊ค และฉันรับถ่ายภาพที่สนุกๆด้วยค่ะ ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อฉันได้ทางเฟสบุ๊คของฉัน หรือเบอร์โทรศัพท์ 0425540233 หรือทางอีเมล์ pomalicia@gmail.com

All photographs here are the work of Khun Sunny.

Contact Khun Sunny for photography. She does family portraits, baby portraits, fun photos, Facebook profile photos and much, much more. Khun Sunny can be contacted via her Facebook page, mobile phone 0425540233, or email : pomalicia@gmail.com

Khun Sunny Facebook Page

เพิ่มเติม

การดำเนินชีวิตในประเทศออสเตรเลีย, รัฐควีนส์แลนด์ในฐานะผู้มาอยู่ใหม่ – บทสัมภาษณ์ คุณ Sunny

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

5 thoughts on “ความต่างทางวัฒนธรรมที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเพื่อประโยชน์สุขแก่คู่สามีภรรยาต่างวัฒนธรรมและเชื้อชาติ.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s