คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศสวีเดน เธอคือคุณ Annie และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศสวีเดน

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Annie Anniholm

ย้ายมาอยู่ประเทศสวีเดน (Sweden)

เมือง:โอทวีดาแบรี่ Åtvidaberg

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Annie Anniholm

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศสวีเดนเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศสวีเดนครับ

แอนนี่มีแฟนเป็นชาวสวีเดนเราคบกันสองปีก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่สวีเดนในระหว่างสองปีที่เค้าต้องเดินทางไปกลับสวีเดนไทยเค้าก็เล่าเรื่องราวดีๆของประเทศสวีเดนเพื่อให้เรารู้สึกอยากย้ายมาอยู่ที่สวีเดน ที่ตัดสินใจมาอยู่เพราะถ้าเค้าย้ายไปอยู่ไทยเค้าก็ไม่สามารถเปลี่ยนสัญชาติให้เป็นไทยได้ก็ยังคงต้องไปกลับเหมือนเดิมแต่ถ้าเราย้ายมาสวีเดนเราและลูกๆของเราสามารถเปลี่ยนสัญชาติและอยู่ที่สวีเดนอย่างถาวรโดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องต่อวีซ่าหรือต้องเดินทางไปกลับและยังมีระบบทางการดูแลสวัสดิการของประชาชนที่มีมากมายที่ดีกว่าอยู่เมืองไทยเช่น ลูกๆได้เรียนฟรีไม่ว่าจะเรียนในระดับไหนก็ฟรี ดูแลรักษาฟันฟรีจนถึงอายุ19ปี รักษาโรคฟรีให้กับเด็กๆหรือจ่ายไม่เกิน 1000kr ต่อปีต่อให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจก็อยู่ที่จำนวนเงินนั้นๆ สวัสดิการที่ผู้หญิงและเด็กได้รับการให้เงินช่วยเหลือที่เราต้องอยู่บ้านเฉยๆเพราะดูแลลูกๆและอีกมากมายที่ทำให้ตัดสินใจง่ายที่สุดดีที่สุดคือย้ายมาอยู่สวีเดน เราย้ายมาช่วงแรกอาศัยในเมืองใหญ่ที่ชื่อลิงช้อปปิ้ง Linköping จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ในเมืองเล็กๆที่ชื่อว่า โอทวีดาแบรี่ Åtvidaberg

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ตอนอยู่เมืองไทยเดิมบ้านเกิดเป็นคนจังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ ชีวิตในวัยเด็กพ่อแม่พี่น้องครอบครัวใหญ่อยู่กันพร้อมหน้ารวมกันในบ้านหลังใหญ่ค่ะ ตอนเด็กๆไม่เคยผ่านความลำบากเลยเพราะครอบครัวค่อนข้างอยู่ในฐานะชนชั้นกลางไม่ต้องลำบากอะไรค่ะแค่ไม่ได้ร่ำรวยมีเงินมากมายเหมือนคนรวยเท่านั้นแต่เราอยู่แบบมีความสุข ปัญหาหลังจากพ่อแม่แยกทางกันต่างหากที่ทำให้กังวล ตอนเด็กแต่พ่อแม่รักกันมากไม่เคยทำให้ลูกๆรู้สึกขาดความรักชีวิตวัยเด็กก็อยู่กับตาและยายมาตั้งแต่เล็กๆค่ะ
มาโตและใช้ชีวิตวัยรุ่นในจังหวัดราชบุรีและพบแฟนคนแรกคนไทยที่นั่นและมีลูกสาวด้วยกันสองคนค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดนครับ

ตอนอยู่เมืองไทยก็เป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่กับร้านอาหารตามสั่งและทำวงดนตรีเล่นสดในเธคและผับทั่วไปคือเวลาว่างไม่มีเลยค่ะ มาอยู่สวีเดนก็เริ่มจากการเป็นช่างถ่ายภาพและล่ามให้กับบริษัทแฟนที่ทำโฆษณาและเว็บไซต์กิจการครอบครัวค่ะและเวลาส่วนใหญ่เอาไปเรียนภาษาสวีเดนเรียนจนจบ high school ของที่นี่และจบมาก็ทำงานในร้านอาหารไทยหกเดือนจากนั้นก็เปิดร้านทำสปากับเพื่อนและหันมาทำคอนเสิร์ตจัดคอนเสิร์ตไทยในยุโรปไปทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินดังๆมากมายจากเมืองไทยโดยเราเป็นผู้จัดและโปรโมเตอร์เองทำมาสามปีแล้วค่ะ ณ ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยของเราเองและยังจัดคอนเสิร์ตอยู่เป็นระยะๆอาจไม่บ่อยเหมือนสองปีที่ผ่านค่ะ

คอนเสิร์ตใน เมืองหลวงของฟินแลนด์ชื่อเฮลซิงกิ

คุณพูดภาษาสวีดิช ได้ไหม คุณคิดว่าภาษาสวีดิชยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาสวีดิชจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ภาษาสวีเดนทั้งพูดอ่านและเขียนได้ค่ะเพราะจบมาจากที่นี่โดยตรงใช้เวลาเรียนไม่นานเพราะชอบเกี่ยวภาษาทุกภาษาอยู่แล้วค่ะเรียนสองปีค่ะภาษาสวีเดน ถ้าถามว่ายากไหมแรกๆก็ยากค่ะเพราะเราไม่รู้เกี่ยวกับภาษาเค้าเลยการออกเสียงจะยากที่สุดเพราะถ้าออกเสียงบางคำพลาดก็จะกลายเป็นความหมายอื่นได้ การออกเสียงจะเป็นอะไรที่ยากสำหรับทุกภาษาและต้องใช้เวลาให้ชินกับภาษานั้นๆค่ะ เมื่อเราเริ่มเรียนเราก็ต้องตั้งใจแอนนี่อ่านและแปลก่อนจะไปที่โรงเรียนทุกวันเอาเวลาว่างจากลูกๆหลับมาอ่านหนังสือและแปลไว้ตั้งแต่ห้าทุ่มจนถึงตีสามทุกวันหลังๆมาก็สบายค่ะแค่อ่านไม่ถึงชั่วโมงแล้วก็ไปเรียนให้รู้ก่อนคูรถามจะได้ตอบได้ค่ะ การฝึกออกเสียงต้องมีเทคนิคค่ะฝึกทุกวันและอย่าอายที่จะพูดและออกเสียงเพราะทุกครั้งที่เราพูดผิดออกเสียงผิดนั้นคือเราได้ฝึกมันค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

เรื่องการใช้ชีวิตและการปรับตัวแบบคนสวีเดนในความคิดเห็นส่วนตัวของแอนนี่คิดว่าเราควรทำ เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับคนไทยค่ะและควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะไม่ว่าเราจะอยู่บ้านเมืองไหนเค้าก็ใช้กฎหมายของบ้านเมืองนั้นในการตัดสินอยู่แล้ว ก็เหมือนการดำรงชีวิตที่นี่ไม่ยากเลยง่ายๆสบายๆต่างคนต่างอยู่ไม่วุ่นวายซึ่งกันและกัน จะรู้สึกเหงาๆแต่ถ้าเราปรับตัวเพื่อเข้ากับสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวเราก็จะรู้สึกดีค่ะ สำหรับแอนนี่คนไทยไม่ยากในการปรับตัวเข้ากับคนที่นี่เพราะเราเป็นคนเปิดใจและรับสิ่งใหม่ๆง่ายเพียงแค่อย่างยึดติดกับอะไรมากไปค่ะ เรื่องยากคือความหนาวจะปรับยากสำหรับคนไทยเพราะเมืองเราเป็นเมืองร้อนและอีกอย่างคือนิสัยส่วนตัวขี้งอนชอบทำตัวแบบไม่พูดไม่จาถ้าโกรธและการอดทนอดกลั้นในสิ่งที่ไม่ควรทำคือการทุบตีกัน แม้เราจะเป็นหญิงที่นี่สวีเดนสิทธิเท่าเทียมกันคุณเป็นหญิงไปตีเค้าก่อนเราก็ผิดนะคะ การใช้ชีวิตในประเทศสวีเดนอิสระเสรีเรามีสิทธิ์เท่ากันและไม่มีใครใช้อำนาจเหนือใครที่นี่เพราะฉะนั้นแค่เราทำตามกฎหมายและเปิดใจรับวัฒนธรรมของเค้ามาใช้บ้างเราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

เมืองที่ย้ายมาอยู่ล่าสุดคือเมือง Malmö ที่นี่คนไทยอยู่กันเยอะชีวิตความเป็นอยู่ส่วนใหญ่จะทำงานประจำและมีครอบครัวที่นี่ เท่าที่ทราบส่วนใหญ่จะจับกลุ่มกันแยกตัวกันกลุ่มใครกลุ่มมันไม่ได้มาวุ่นวายกันมากนอกเสียจากมีงานบุญงานเลี้ยงก็จะรวมตัวกันสักครั้ง คนไทยที่นี่ชีวิตจะเรียบง่ายเพราะที่สวีเดนคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบนั้นหลายคนสุขสบายดีแต่ก็มีหลายคนที่ยังต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมาเพียงพอที่จะส่งกลับเมืองไทยและใช้ที่สวีเดน หลายคนคิดว่าคนที่มีสามีดูแลก็จะมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆเพราะมีคนคอยช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เสมอไปค่ะต้องยังต้องทำงานด้วยตัวเองเพื่อหาเงินเพิ่มแอบเอาไปส่งให้ครอบครัวทางเมืองไทยบ้างอะไรบ้าง เพราะคนสวีเดนยังไม่เข้าใจประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยในการที่จะต้องดูแลครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง คำว่าครอบครัวของคนสวีเดนคือ พ่อแม่ลูกเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนในครอบครัวหรือนามสกุลเดียวกันเหมือนที่คนไทยนับถือกันในครอบครัวคือทุกคนที่เป็นญาติพี่น้องลูกหลานแม้กระทั่งคนสนิทที่รู้จักยังนับเป็นพี่น้องเลยค่ะ ที่นี่คนไทยทำงานในอาชีพต่างกันหลักๆคือทำงานทำความสะอาดและร้านนวดไทยอีกกลุ่มน้อยก็ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลงานในอำเภอและมีกิจการเป็นของตัวเอง คนที่นี่ดูจะมีความสุขดีมีฐานะดีเพราะไม่มีใครที่สามารถมีเงินเข้าคาสิโนได้ถ้าไม่มีเงินค่ะ บางคนลำบากเพราะติดการพนันจนเอาเงินของตัวเองไปใช้กับการเล่นการพนันยืมเพื่อนกู้เงินดอกเบี้ยแพงๆมาใช้กันก็ทำให้ตัวเองลำบากซึ่งจริงๆแล้วเราจะไม่ลำบากถ้าไม่มีหนี้สินพวกนี้มาทำให้ทุกใจค่ะ

อะไรที่คนสวีเดนชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสวีเดนเป็นอย่างไร ผู้หญิงสวีเดนเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสวีเดนเป็นอย่างไร

อันนี้ขอตอบแบบเป็นความคิดเห็นส่วนตัวว่าคนสวีเดนชอบความเป็นส่วนตัวอยู่แบบเงียบสงบ ชาวสวีเดนจริงๆเป็นกลุ่มคนที่รู้จักใช้เงินจนบางครั้งคนไทยเรียกขี้เหนียวแต่ความเป็นจริงแล้วพวกเค้ารู้จักเก็บและแบ่งส่วนให้ใช้เงินได้จนถึงสิ้นเดือนทุกเดือนไม่เครียดต้องหาเงินเพิ่ม คนที่นี่จะแยกแบ่งส่วนของการใช้จ่ายและเก็บ คนสวีเดนชอบความอิสระและเรียบง่ายค่ะ ผู้ชายจะขี้อายกว่าผู้หญิงถือเป็นเรื่องแปลกถ้าเค้าเข้าไปจีบหญิงก่อนส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเข้าไปคุยก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชายค่ะ แต่ก็มีกลุ่มที่ชอบจีบหญิงเองอยู่เยอะเช่นกันผู้ชายบางคนพูดน้อยแต่แสดงออกด้วยการกระทำบางคนพูดเยอะแต่ทำน้อยค่ะ ผู้ชายที่นี่จะไม่รังแกผู้หญิงหรือทุบตีเหมือนที่ผู้ชายไทยหลายๆคนเป็นเพราะการใช้กำลังไม่ใช่การแก้ปัญหาอาจมีบ้างที่จะเจอผู้ชายแบบโหดๆแต่น้อยมากๆค่ะถือเป็นความโชคร้ายถ้าเจอคนแบบนั้นที่นี่ ผู้หญิงที่นี่จะกล้าแสดงออกกล้าออกความคิดเห็นเพราะที่นี่ให้สิทธิ์ผู้หญิงเท่าเทียมชายเลยทำให้พวกเค้าไม่ง้อผู้ชาย อยู่ได้ก็อยู่อยู่ไม่ได้ก็เลิก ชีวิตคู่ของคนที่นี่ 80 %คือหย่าร้าง เพราะไม่มีใครยึดติดกับใครนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายที่นี่หันมาสนใจผู้หญิงเอเชียที่มีความเคารพสามีให้เกียรติสามีแต่ผู้หญิงที่นี่จะมองว่าเรายอมมากเกินไปแต่นั่นเป็นเพราะวัฒนธรรมไทยปลูกฝังความเป็นหญิงของพวกเราให้ต้องยอมและอดทนเพื่อให้มีผัวเดียวเมียเดียวสังคมไทยจะต่างจากที่นี่มากก็เพราะความอิสระที่ผู้หญิงมีมันน้อยกว่าชายมากมายนัก เช่นผู้ชายไทยมีเมียน้อยมีผู้หญิงเยอะเค้าก็ดูจะปกติแต่ถ้าลองเป็นผู้หญิงมีสามีหลายคนหรือมีผู้ชายเยอะเปลี่ยนไม่ซ้ำหน้าก็ว่าเรามั่วค่ะ ผู้หญิงถูกลดสิทธิ์ความเป็นอิสระกล้าคิดกล้าทำเพราะคำว่าเป็นหญิงค่ะ ครอบครัวคนที่นี่จะไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายกัน นานๆเจอกันครั้งตามวาระและโอกาสแต่ต้องมีการบอกล่วงหน้าไม่ใช่นึกจะมาก็มาอะไรแบบนั้น คนที่นี่จะเห็นพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดแต่จะมาบังคับอะไรพวกลูกๆไม่ได้ ลูกๆส่วนใหญ่แยกออกไปอยู่เองตั้งแต่ 18 ปี เพราะอายุ 18 ปีที่นี่ถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้วที่ไทยคือ 20 ปี เพิ่งจะโตเพิ่งจะเริ่ม บางคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่เลยแต่คนที่นี่เมื่อลูกโตแล้วจะปล่อยให้คิดเองทำเองและเงินถ้าจะให้คือการยืมและต้องคืนอาจมีช่วยบ้างแต่ไม่เยอะเพราะพวกเค้าต้องการให้ลูกดูแลตัวเองมากกว่า ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวดูจะห่างเหินหลังจากพวกเค้าต้องดูแลรับผิดชอบตัวเอง คนที่นี่จะอยู่กันไม่แออัดบ้านหนึ่งหลังมีแค่ครอบครัวคือพ่อแม่ลูกหรือคนโสดก็อยู่แค่คนเดียว ดูเหงาๆแต่พวกเค้าชินกับสิ่งนี้แล้วจึงไม่แปลกที่จะเจอคนโสดมากมายใช้ชีวิตลำพังเพราะไม่ชอบความวุ่นวายค่ะ คนสวีเดนนิสัยคล้ายคนไทยที่จิตใจโอบอ้อมอารีและชอบเป็นมิตรกับทุกคนพวกเค้าดูจะอายๆแต่แท้จริงแล้วจะทักทายกันตลอดเดินผ่านยังทักกันเลยค่ะ ทานอาหารก็ขอบคุณ จะนอนก็ราตรีสวัสดิ์พูดลงท้ายว่าขอบคุณตลอดมารยาทดีมาก บ้านเมืองสะอาดไม่ทิ้งขยะไปทั่วสะอาดจนกระทั่งเราเองก็ติดนิสัยนั้นสภาพร่างกายติดเชื้อและแพ้ง่ายเพราะบ้านเมืองเค้าสะอาดจริงๆ ขยะต้องแยกทิ้งเพื่อนำมาใช้ใหม่ช่วยกันรักษาธรรมชาติให้มากที่สุด สวีเดนมีของเก่าเยอะมากและธรรมชาติที่งดงามในช่วงฤดูร้อนคนที่นี่รักษากฏระเบียบและช่วยกันดูแลกฎหมายรักสันติภาพและความสงบค่ะ

คุณคิดว่าค่าครองชีพที่สวีเดนเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (ยกมาสามตัวอย่าง) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (ยกมาสามตัวอย่าง)

ค่าครองชีพในสวีเดนแพงมากค่ะเพราะทุกอย่างบวกภาษีเข้าไปกว่าจะได้ภาษีคืนก็เป็นปี เช่น ค่าเช่าสถานที่จัดงานคอนเสิร์ต อาหารไทยในร้านอาหาร และการเข้าคลินิกรักษาฟันหรือทันตแพทย์นั้นแพงมากหลังจากอายุ 20 ปีทางการไม่ได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำฟันต้องจ่ายเองโชคดีว่าเด็กจะได้รับการดูแลฟรีไปจนถึง 19 ปีค่ะ ถามว่าอะไรที่เหมาะสมกับการที่ได้จ่ายไปน่าเป็นภาษีที่จ่ายแพงแต่เราได้รับผลประโยชน์กลับมามากมายให้คนร่วมชาติได้ใช้ร่วมกัน เช่นเด็กเรียนฟรี การดูแลรักษาพยาบาลฟรีในหลายๆส่วน การนำภาษีมาช่วยคนจนหรือคนที่มีรายได้น้อยให้อยู่กันได้แบบไม่ขัดสนทำให้มีขโมยน้อยลงและอาอาชญากรรมก็น้อยลงด้วยค่ะ มันคือการจ่ายที่คุ้มค่ามากเพราะเรายังมีเงินเก็บไว้ใช้ตอนแก่อายุ 62 ปีมีเงินบำนาญแม้ไม่ใช่ข้าราชการไม่ต้องเดือดร้อนลูกหลานมาคอยดูแลทุกคนจะได้รับเงินตรงนี้ต่างกันที่ใครเคยเสียภาษีมากน้อยแค่ไหนตามลำดับค่ะ การจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็คุ้มค่าเพราะเราจะจ่ายไม่เกินหนึ่งพันสวีดีสโครน่าก็รักษาทุกโรคในทั้งปีนั้นแม้คุณจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจคุณก็ไม่ต้องจ่ายมันมากไปกว่าที่คุณเสียไปในปีนั้นๆ และการจ่ายค่าเดินทาง เช่น รถบัสรถไฟถึงจะแพงแต่คุ้มค่ะนั่งสบายและมีอินเตอร์เน็ตให้เล่นตลอดทาง สิ่งเหล่านี้เป็นสวัสดิการที่ดีของคนในประเทศเพราะพวกเค้าทำงานหนักจ่ายภาษีเยอะแต่รัฐบาลก็นำเงินเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ค่ะ เรื่องคอรัปชั่นยากค่ะที่นี่ตรวจสอบได้หมดนักการเมืองที่นี่ไม่รวยเท่าที่เมืองไทยค่ะ

(อันนี้เป็นข้อมูลเสริมจากข้อมูลส่วนตัวค่ะ)
แอนนี่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ลูกห้าคนมีลูกสาวมาจากเมืองไทยด้วยสองคนและมีลูกชายลูกครึ่งสวีเดนอีกสามคน หลังเลิกกับแฟนก็จะมีเงินจากรัฐที่เข้ามาช่วยในการเลี้ยงดูพวกเค้าไม่ให้ต้องลำบาก ณ ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตโสดและดูแลตัวเองมาตลอดสามปีซึ่งไม่เคยได้ขอเงินในการช่วยเหลือจากภาครัฐนอกเสียจากเงินที่ให้เด็กๆแล้ว ภาษีสำคัญที่สุดในการที่เราจะใช้ชีวิตลำพังที่นี่ได้ การอ่านการศึกษากฏของบ้านเมืองเค้าก็สำคัญเพื่อให้เราได้รับสิทธิ์ที่ควรจะได้รับค่ะ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดน ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน สวีเดนครับ

ขอดีของการใช้ชีวิตในประเทศสวีเดนคือการได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกันของหญิงและชาย อิสระในการคิดและทำไม่มีใครวุ่นวายทำให้เรารู้สึกอิสระจากความกดดันหลายอย่างค่ะ การได้รับสวัสดิการที่ดีในชีวิตความเป็นอยู่เงินช่วยเหลือและเงินบำนาญในอนาคตที่เราสะสมเองและที่ทางรัฐจะให้ย้อนคืนมาในอนาคตทำให้เราหายเครียดหรือกังวลว่าแก่ตัวไปแล้วลูกหลานจะเลี้ยงดูเราไหมเมื่อความกังวลในส่วนนี้หายไปก็ทำให้เราแก่ช้าลงด้วยค่ะ อีกข้อที่ดีในการอยู่ที่สวีเดนคือการรักษาพยาบาลที่เราไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินค่ารักษาโรคไหมถ้าป่วยหนักต้องเอาเงินจากที่ไหนมาผ่าตัดรักษาตัวส่วนนี้ทำให้หายกังวลไปมากถ้าคุณไม่มีเงินจริงๆเค้าก็ไม่เอาเงินคุณ แต่ประกันสังคมจะช่วยในการดูแลส่วนหรือภาครัฐที่เข้ามาช่วยออกส่วนนี้ให้คุณ ใช้ชีวิตแบบสบายค่อยๆคิดค่อยๆทำไม่กังวลอนาคตจะมีใครดูแลไหมเพราะเค้าดูคนของเค้าอย่างดีทุกคนค่ะ

ขอเสียของที่นี่คือจะเป็นอะไรป่วยแค่ไหนถ้าไม่หนักมากเค้าไม่รับเข้าโรงพยาบาล การรอคิวรักษาใช้เวลานานถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ แต่อาจจะดีสำหรับคนที่เป็นนิดเป็นหน่อยเข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะ อากาศที่หนาวมากๆในช่วงฤดูหนาวที่น่าเบื่อและยาวนานในประเทศสวีเดนเป็นอะไรที่ไม่ชอบเลยค่ะแต่ก็จะชินไปเองถ้าอยู่นานๆแบบแอนนี่ปกติเป็นคนขี้ร้อนมันก็เหมือนเลือกอยู่ถูกประเทศแล้วยังไงยังงั้น ขอเสียอีกข้อคืออาหารการกินที่บ้านเราดูจะหาซื้อง่ายกว่าและราคาถูกตรงนี้คนไทยหลายคนพบกับปัญหาในการทานอาหารแต่หลายคนก็ปรับตัวได้ดีค่ะ แต่แอนนี่เป็นคนที่ติดอาหารไทยมาก ต้องมีพกอาหารไปด้วยทุกประเทศที่ได้เที่ยวหรือต้องสืบว่าร้านไทยอยู่ที่ไหนต้องทานทุกวันค่ะรักอาหารไทยที่สุดค่ะ ก็จะลำบากในส่วนของเรื่องอาหารค่ะ

ในมุมมองของคุณคุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนสวีเดนอะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาษาค่ะ สำคัญมากการบอกรักการเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของคำว่ารักที่พวกเค้ามีระหว่างกัน คนที่บอกรักบ่อยมากเช้ากลางเย็นหรือทุกครั้งหลังจบการสนทนากับคู่รักแต่คนไทยจะไม่พูดบ่อยส่วนใหญ่จะพูดก็ต่อเมื่อต้องการอะไรบางอย่าง บางครั้งก็อาจทำให้คู่รักรู้สึกขาดความรักและอาจไปถึงจุดที่ทะเลาะและเลิกลากันหรือร้ายแรงที่สุดคือแอบไปมีคนอื่นเหมือนที่หนุ่มไทยทำกับสาวไทยค่อนข้างเห็นบ่อย เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญในการพูดคุยตอบโต้กับคำว่า”ฉันก็รักคุณค่ะ”มันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงความรัก และเวลาพูดคุยปรึกษากันก็ต้องพูดจากันเข้าใจไม่ใช่แปลผิดไปก็ทำให้ทะเลาะกันได้ ประเพณีวัฒนธรรมที่ต่างกันทำให้เรากับเค้าดูจะเข้าใจกันยากเช่นเราต้องส่งเงินให้ที่บ้านทางไทยเพื่อดูแลคนทั้งครอบครัวแต่พวกเค้าไม่ต้องทำแบบนั้นสิ่งนี้ทำให้เค้าเข้าใจยากกับการกระทำบางอย่างของคนไทย เราควรอธิบายด้วยเหตุและพยายามให้เค้าเข้าใจถึงเหตุผลที่นี่เค้าใช้เหตุผลมากกว่าความรุนแรงมาตัดสินอย่าโกรธที่เค้าไม่เข้าใจเพราะคนไม่รู้คือไม่ผิด เพราะฉะนั้นสนใจในการเรียนภาษาเพื่อคำอธิบายที่ชัดเจนเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข อีกอย่างอย่าเห็นแก่ตัวจนลืมคิดถึงความสุขของคู่รักเรานะคะ ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเค้าทำเพื่อเราเราก็ทำเพื่อเค้าตอบแทนในความรักที่เค้ามีให้กับเราจะได้มีความสุขตลอดไปค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ที่เมืองไทยแอนนี่ยังมีคุณพ่อกับน้องชายคนละแม่อยู่ที่นั่น คิดถึงคุณพ่อมากๆค่ะแต่ท่านก็มาเยี่ยมที่สวีเดนอยู่บ่อยครั้งส่วนน้องสาวคนละแม่ก็ย้ายมาอยู่สวีเดนได้ห้าหกปีแล้วค่ะ และน้องชายแท้ๆก็อยู่ที่นี่ด้วยซึ่งก็ไม่ทำให้เราคิดถึงครอบครัวที่นั่นแล้วเพราะย้ายมาอยู่ที่นี่กันกว่าครึ่งบ้านค่ะ ส่วนคุณพ่อก็มาเยี่ยมบ่อยให้หายคิดถึงแอนนี่กลับไทยทุกปีปีละครั้งก็ไปกราบท่านและไปอยู่เป็นเพื่อนท่านค่ะ พาคุณพ่อเที่ยวด้วยถ้าท่านไหวส่วนที่เที่ยวที่ชอบที่สุดในเมืองไทยนั้นก็เป็นที่หัวหินเพราะเคยมีที่ดินและเคยพักที่นั่นมาก่อน เป็นที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับครอบครัวค่ะไม่วุ่นวายมากและมีทะเลสวยและไม่ห่างจากกรุงเทพมากนักเดินทางสะดวกค่ะ เมืองไทยคือบ้านหลังแรกของแอนนี่ตั้งแต่เกิดมาเราก็เติบโตมากับประเทศไทยไม่เคยลืมว่าเราคือคนไทยและรักเมืองไทยที่สุดและพอได้ย้ายมาอยู่สวีเดนก็หลงรักประเทศนี้เช่นกันเพราะตอนนี้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่ ลูกๆก็อยู่ที่นี่และเป็นประเทศที่สองที่ดูแลให้ความมั่นคงมั่นใจว่าเราอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาจึงได้รู้สึกว่าเป็นหลังที่สองของแอนนี่และรักบ้านหลังนี้เท่าเทียมกับบ้านหลังแรก บางครั้งไปเมืองไทยก็คิดถึงสวีเดนอยากกลับบ้านอะไรแบบนี้ค่ะทำให้รู้ว่าเราเองรู้สึกถึงความปลอดภัยและสงบที่ได้รับจากประเทศสวีเดน เมืองไทยตอนนี้ร้อนมากๆกลางวันแทบจะไม่กล้าออกจากห้องแอร์ รถเยอะคนเยอะบางครั้งก็เกิดอาการกลัวเพราะความเคยชิน 13 ปีในสวีเดนทำให้เราติดสภาพความเป็นอยู่ของที่นี่บางครั้งกลับไทยก็ทำตัวไม่ถูก เมืองไทยยิ่งช่วงเศรษฐกิจไม่ดีโจรขโมยก็เยอะ เรื่องคนโรคจิตก็มีอยู่มากเรากลายเป็นคนที่กลัวถ้าต้องอยู่คนเดียวในเมืองไทยนั่นคือเหตุผลทำไมถึงคิดถึงสวีเดน ตอนนี้ถ้าถามว่าคิดถึงเมืองไทยไหมก็คิดถึงค่ะแต่ขอไปเที่ยวแล้วกลับมาอยู่บ้านที่สวีเดนจะดีกว่า แต่ถ้าอนาคตแก่ตัวไปแล้วคงอยากใช้ชีวิตในเมืองไทยมากกว่าเพราะอาหารการกินและอากาศที่นั่นไม่หนาวไม่เหงา มีคนมาเยี่ยม มีบ้านเล็กๆ ขอหลานมาเลี้ยงดูแลกินเงินบำนาญไปวันๆก่อนเราจะจากโลกนี้ไปขอกลับไปตายที่บ้านเกิดค่ะ

ก่อนงานคอนเสิร์ตจะมีขึ้นเราก็แวะไปทานอาหารกับท่านฑูต ที่สต๊อกโฮม

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในประเทศสวีเดน ถ้ามีไม่ปลอดภัย มีความไม่ปลอดภัยอย่างไร

ความเคยชินทำให้รู้สึกปลอดภัยมากที่อยู่ที่สวีเดนถ้าถามถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยก็น่าจะเป็นช่วงนี้ทางสวีเดนรับคนต่างชาติเข้ามาเยอะหลายคนจับกลุ่มเพื่อปล้นจี้คนแก่ผู้หญิงและมีการก่อการร้ายเป็นระยะๆทำให้กลัวว่าจะมาใกล้ตัวเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่จะไม่เคยต้องกังวลใดๆในประเทศนี้แต่พอมากหน้าหลายตาก็เริ่มสร้างปัญหาค่ะ ก็ต้องคอยระวังตัวไม่ให้อยู่ในที่ชุมชนและคนหมู่มากเพราะส่วนใหญ่คนที่จะก่อการร้ายจะทำในที่คนเยอะๆค่ะ

สถานที่ไหนในสวีเดนที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – สวีเดนสวยไหมครับ

เมืองที่แอนนี่ชอบไปเที่ยวที่สุดคือเมืองหลวงของสวีเดนค่ะมีสถานที่สวยงามเยอะผู้คนก็เยอะ เที่ยวส่วนใหญ่จะชอบไปเดินแถวห้างและเมืองเก่าของเค้า Gamla Stad ค่ะ สวยและมีอาหารให้เลือกทานและตึกเก่าๆที่เราดูยังไงก็ไม่เบื่อค่ะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

แอนนี่รักในการร้องเพลงแต่ถ้าว่างก็ต้องร้องเพลงและเล่นกับลูกพาลูกเที่ยวแบบครอบครัวค่ะ

แอนนี่เป็นนักร้องและมีเพลงที่ทำขึ้นเพื่อคนที่โสดลูกติดเป็นกำลังใจให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกท่าน.

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่สวีเดน จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

เห็นด้วยนะคะที่บอกย้ายมาอยู่แล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นเพราะดีขึ้นจริงๆไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการและการดูแล ส่วนที่ต้องระวังก็คือการที่เราเอาพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่ไทยมาใช้ที่นี่ อยู่ที่ไหนก็เรียนรู้แบบอย่างที่ดีของที่นั่น และเรื่องภาษาสำคัญมากถึงเค้าจะเข้าใจภาษาอังกฤษเราก็ต้องใช้ภาษาสวีเดนเป็นหลักเพื่อได้รับงานที่ดีกว่าและอยู่ได้เองอย่างสบายใจไม่ต้องขึ้นอยู่กับใครค่ะ

คุณ Annie Anniholm

Anniholm Music & Concert

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

2 thoughts on “คุณแอนนี่กับจังหวะชีวิตในสวีเดน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s